นกเอี้ยงเลี้ยงควายเศร้า ♥ ︱กังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,654 Views

  • 72 Comments

  • 213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    403

    Overall
    5,654

ตอนที่ 2 : เกริ่น : ก่อนนกเอี้ยงจะเลี้ยงควายเศร้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    1 พ.ย. 61



.. กลัวฉันกลัว มัวดักดานหลายปี เป็นอย่างนี้ทุกที ขอคนมาบอกทางฉันที มีฉันมี ใจที่รักภัคดี รอแบ่งใจที่มี ขอคนมาเมตตาฉันหน่อย ..


เพลง กอดหมอน - pause

 

บทเพลงเก่าที่เคยฮิตในสมัยยี่สิบปีก่อนถูกเปิดขึ้นจากเครื่องเล่นเพลงบนรถยนต์ที่สภาพเก่าเอาการ มือเล็กของชายเจ้าของรถเคาะตามทำนองเพลงไปบนพวงมาลัยสีซีดที่เคยสดเมื่อหลายปีมาแล้ว เพลงเพราะๆที่ยุคนี้แทบไม่มีคนรู้จักมันเพราะพอจะทำให้ชายร่างเล็กเปล่งเสียงร้องตามเพลงนั้น ราวกับนี้คือห้องคาราโอเกะส่วนตัวของเขา

 

กริ้งงง.. กริ้งงง..

 

เสียงโทรศัพท์สไตล์โทรศัพท์บ้านดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตกรุ่นบนเบาะข้างคนขับที่ว่างเปล่า มือเล็กยื่นไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมารับสายโดยไม่ต้องมองชื่อให้เสียเวลา ก็นะ .. ปกติเบอร์ของเขาไม่ค่อยจะมีใครโทรเข้ามา และวันนี้ก็มีคนเดียวที่เขานัดจะเข้าไปคุยงานด้วย คนที่โทรมาก็คงจะเป็นเธอคนนั้น..

 

"สวัสดีครับ"

 

"สวัสดีจ่ะกร น้องกรอยู่ตรงไหนแล้วลูก น้ามาถึงร้านอาหารแล้วนะจ๊ะ" ปลายสายเอ่ยถามเขา

 

"ใกล้ถึงแล้วครับคุณน้า นี่ผมเห็นป้ายร้านแล้วครับ ไม่น่าจะเกินสิบนาที คุณน้าสั่งอาหารก่อนได้เลยนะครับ" กรตอบกลับ

 

"โอเคจ่ะ งั้นถ้ากรมาถึงแล้วก็เข้ามาในร้านเลยนะลูก น้านั่งโต๊ะ 9 หนูมาถึงก็บอกพนักงานเขาได้เลย"

 

"ได้ครับ"

 

เมื่อตอบตกลงแล้วกรก็กดวางสายเพื่อจะขับรถต่อไปที่ร้านอาหารที่เป็นที่นัดหมาย ไม่นานก็มาถึงร้าน กรใช้เวลาเล็กน้อยในการหาที่จอดรถและเมื่อจอดรถได้แล้วเขาก็ไม่รอช้าที่จะเดินจ้ำเท้าไปที่ร้านอาหาร

 

ร่างเล็กเดินตรงมาหาพนักงานต้อนรับพร้อมบอกหมายเลขโต๊ะที่คุณน้าในสายเมื่อครู่แจ้งเขาเอาไว้ .. ใจมันลุ่มๆดอนๆยังไงชอบกล เมื่อเดินเข้ามาจนถึงโต๊ะ

 

หญิงสาวที่ตัวเขาเรียกว่าคุณน้าคือแม่ของเพื่อนเขา จะเรียกว่าเพื่อนก็คงเรียกได้ไม่เต็มปาก เมื่อก่อนน่ะก็ใช่ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็เพิ่งมีปัญหาให้พวกเขาผิดใจกันตัดขาดกันไป แต่ที่กรยังติดต่อกับแม่ของอดีตเพื่อนอยู่ก็เพราะความเอ็นดูที่แม่ของเพื่อนคนนี้มีให้เขามันมากพอที่จะทำให้เขาไม่กล้าที่จะตัดการติดต่อไป

 

วันนี้ก็เช่นกัน .. คุณน้าที่เขาเคารพรักเรียกเขาออกมาคุยเพราะมีเรื่องที่อยากจะให้เขาช่วย กรฟังข้อเสนอของคุณน้ามาบ้างแล้วตอนที่คุยกันในโทรศัพท์ น้าสาวมีงานให้เขาทำ บอกว่าเป็นงานพี่เลี้ยงไม่ยาก แต่ก็มีข้อแม้เล็กๆน้อยๆว่าต้องไปอยู่ร่วมบ้านกับเด็กที่เขาจะต้องเลี้ยง

 

ฟังดูน่าอึดอัดนิดหน่อยแต่ถ้าเทียบเงินเดือนหลักหมื่นบวกวันหยุดที่สามารถลาได้หากมีธุระจำเป็นแล้วมันก็ดูจะคุ้มค่า เพราะช่วงนี้เขาก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว งานพี่เลี้ยงเด็กก็ดูไม่น่าจะยากมาก ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็กยิ่งง่ายก็แค่ป้อนนม พาเข้านอน อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม งานแค่สบายมาก

 

"อ้าวกร นั่งก่อนลูก เป็นไงบ้างลูกช่วงนี้สบายดีมั้ย" แม่เพื่อนเอ่ยทักทายเขา

 

"ก็ดีครับน้า สบายดีครับ คุณน้าสบายดีนะครับ"

 

"สบายดีจ้า กรทานอะไรมาหรือยัง จะทานอะไรหน่อยมั้ยเพราะเดี๋ยวเสร็จจากนี่น้าก็จะพากรไปที่คอนโดเลย"

 

"ให้ผมอยู่ที่คอนโดหรอครับ ผมนึกว่าดูแลที่บ้านซะอีก"

 

"เขาโตแล้วน่ะ เห็นบ่นว่าอยู่บ้านแล้วทำนู้นทำนี่ไม่ถนัด น้าก็เลยให้เขาไปอยู่คอนโดคนเดียว"

 

เอ.. ต้องเป็นเด็กอายุเท่าไหร่กันนะถึงได้ยอมให้อยู่คอนโดคนเดียว .. กรคิดถามตัวเองในใจ แต่ก็ไม่ได้คิดต่อไปไกลเพราะยังไงภาพในหัวเขาก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว เด็กสมัยนี้โตเร็ว น้าคนสวยนี่คงจะอยากให้เด็กได้มีโอกาสใช้ชีวิตด้วยตัวเอง จากการคาดการณ์ของกรแบบเดาๆ ก็คิดว่าเด็กที่เขาจะต้องไปดูแลคนจะเป็นเด็กมัธยมไม่เกินนั้นแน่ๆ

 

"อ๋อ .. แล้วทำไมถึงจ้างพี่เลี้ยงล่ะครับคุณน้า เขาพฤติกรรมไม่ดีหรอครับหรือว่ามีปัญหาเรื่องการเรียน"

 

"ก็ส่วนนึงนะ แล้วก็พวกงานบ้านด้วยอ่ะ กรพอจะไหวใช่มั้ย พวกล้างจานกวาดบ้าน เก็บผ้าลงไปซักอะไรพวกเนี้ย คือถ้ากรคิดว่าไม่คุ้มเงินกรเรียกเพิ่มได้เลยนะน้าโอเค"

 

"ไม่เรียกเพิ่มแล้วครับคุณน้าแค่นี้ก็เยอะพอแล้วครับ พวกงานบ้านนี่ผมไม่มีปัญหาเลยครับ ปกติตอนอยู่บ้านถ้าพี่สาวไม่อยู่ผมก็เป็นคนทำเองอยู่แล้วครับ" กรตอบ

 

"งั้นก็ดีเลย รายนี้ยิ่งขี้เกียจตัวเป็นขนอยู่ด้วย ถ้าได้กรเข้าไปอยู่ด้วยห้องก็น่าจะดูเป็นมากขึ้นแหละ"

 

"อ่า คุณน้าครับ .. ผมขอถามนิดนึงได้มั้ยครับ เด็กที่ผมจะต้องไปเป็นพี่เลี้ยงให้นี่อายุประมาณเท่าไหร่หรอครับ ผมจะได้เตรียมตัวถูก" กรถามเพราะทนความสงสัยในหัวไม่ได้

 

"อ่า.. ไม่เด็กแล้วนะกร กังน่ะ เขารุ่นเดียวกับกรเลยนี่ ใช่มั้ย"

 

... โอ้ มาย กอด ! ไอ้กัง!! ...

 

กรกรีดร้องในใจเสียงดังราวกับมีระเบิดเกิดขึ้นกลางอกเขา ไม่นะ เขาพยายามเลี่ยงที่เจอหน้ากังมาตั้งนานตั้งแต่มีเรื่องกันไปจู่ๆจะให้มาเจอ มาอยู่ร่วมห้องกัน มีหวังไอ้ร่างยักษ์ได้ฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆแน่

 

"ก.. กัง หรอครับ น้าจะให้ผมไปเป็นพี่เลี้ยง.."

 

"กัง"

 

"น้าครับ แต่ไอ้กังมันอายุเยอะมากแล้วนะครับ ทำไมยังต้องมีพี่เลี้ยงอีกล่ะครับ ละ .. แล้ว พี่เลี้ยงที่อายุเท่ากันแบบผมจะไปเรียกว่าพี่เลี้ยงได้ยังไง ผมเป็นเพื่อนมันอ่ะ ให้ไปดูแลมันมันก็ไม่ฟังผมหรอก" กรพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปได้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์เพราะในหัวตอนนี้มีแต่คำที่ออกอากาศไม่ได้เต็มไปหมด

 

"น้าเข้าใจว่ากังโตมากแล้ว แต่ตอนนี้กังเขาไม่เหมือนเดิม น้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปทำอะไรมานะอยู่ๆก็ซึมผิดปกติ เรื่องเรียนจากที่ว่าจะดีๆ ก็ดันขาดเรียนจนอาจารย์ไม่ให้สอบ นี่ต้องลงเรียนปีหกแล้วนะลูก น้าเห็นว่ากรอายุไล่ๆกันน่าจะพอพูดกันได้ จริงๆน้ากรไม่เชิงจะว่าให้กรเข้าไปในฐานะพี่เลี้ยหรอกนะ น้าแค่อยากให้กรไปอยู่เป็นเพื่อนกังเขาหน่อย แล้วก็พวกงานบ้านก็อย่างที่บอกว่ากังเขาขี้เกียจมากๆ น้าก็คงต้องรบกวนกร จะให้น้าพี่เลี้ยงจริงๆก็หาได้แหละคนที่อายุมากกว่ากัง คนที่ทำอาชีพพี่เลี้ยงจริงๆก็มีเยอะแยะ แต่ลูกน้าค่อนข้างจะหัวดื้อ น้าว่าแบบกรน่าจะพอกำราบได้ น้าชอบคนเด็ดขาดแบบกรนะลูก" คุณแม่เพื่อนเล่นพูดยาวเหยียดแบบฝากความหวังสุด จนกรไม่กล้าปฏิเสธ

 

"แต่ .."

 

"อย่าปฏิเสธน้าเลยนะ"

 

ยังไม่ทันที่กรจะอ้าปากพูดประโยคต่อไปแม่กังก็ยื่นมือมากุมมือเขาเอาไว้พร้อมส่งสายตาที่สาดมาพร้อมความหวังสุดพลังว่าต้องได้รับคำตอบคือตกลงเท่านั้น

 

"อ่า.."

 

 

................

 

คงไม่ต้องบอกว่าคนใจอ่อนแบบกรจะตอบตกลงหรือไม่ เพราะการที่เขาขับรถตามแม่กังมาถึงใต้คอนโดหรูของกังก็ตอบแทนได้ทุกอย่าง ..

 

เมื่อมาถึงมันยิ่งทำให้ใจของคนตัวน้อยเต้นตึกตักขึ้นมาแบบบอกไม่ถูก ยิ่งฟังสิ่งที่แม่กังพูดให้ฟังมาพลางๆว่ากังซึมคล้ายคนอกหักครั้งใหญ่ ก็ทำให้กรอดคิดไม่ได้ว่าที่กังเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้ในอดีต

 

เรื่องมันผ่านมานานแล้วก็จริงแต่เขาเชื่อว่ากังยังจำเรื่องราวทั้งหมดได้ดีและมันจะหวนกลับมาแน่แค่เพียงพวกเขาได้เจอหน้ากัน .. ได้แต่ภาวนาในใจให้กังไม่วู่วามจนพลั้งมือฆ่าเขาซะก่อน

 

"ชั้นนี้แหละลูก เอาของมาครบแล้วเนอะ ถ้าขาดเหลืออะไรโทรหาน้าได้เลยนะ" แม่กังเอ่ยขึ้นขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออก

 

กรพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มหวานให้หนึ่งทีก่อนจะเดินตามแม่กังไป เดินไปก็กวาดตามองบรรยากาศรอบๆตัวไป ตอนโดนี่มันหรูเป็นบ้า ทุกอย่างดูสะอาด โล่ง สบายตา แถมปลายทางเดินที่เป็นกระจกใสมองเห็นวิวเมืองด้านนอกนี่มันโคตรจะวิเศษเมื่อเทียบกับห้องนอนแคบๆของตัวเขาที่นอนอยู่ทุกวัน

 

"ห้องนี้จ่ะกร" เสียงเรียกของแม่กังทำให้ใจกรเต้นแรงอีกครั้ง

 

ตอนนี้วิวสวยๆตรงหน้าก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายไม่ได้ กรเดินตามหยุดยืนข้างๆแม่กังเพื่อรอเวลาให้เจ้าของห้องออกมาเปิดประตูห้อง มันคงจริงอย่างที่แม่กังว่า กังเป็นคนหัวดื้อ และค่อนข้างจะนิสัยเสีย คนบ้าอะไรมีคนมาเคาะห้องนานขนาดนี้ยังไม่ยอมออกมาเปิดประตูสักที

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ..

 

เสียงเคาะรอบที่สิบกว่าดังขึ้นจากบานประตูที่ผู้เป็นแม่พยายามเคาะเรียกลูกชายของเขา กว่าจะมีเสียงตอบรับก็ตอบที่กรเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

เมื่อประตูห้องเปิดออกภาพที่เห็นก็ทำให้กรยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้นในพิพิธภัณฑ์ เพราะสายตาของกังยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเขายังไม่ลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น แม้เขาจะพยายามเกิดอาการต่อหน้าแม่ตัวเองก็เถอะ

 

"มีอะไร" กังพูด ช่างเป็นลูกชายที่หน้าหวดให้ลงไปดิ้นกับพื้นจริงๆ

 

"นี่ทักแม่แบบนี้แล้วหรอ ไม่น่ารักเลยนะกัง .. นี่ แม่ให้กรเขามาอยู่ด้วย จะได้ช่วยดูเรื่องความสะอาดในห้องมันเรียบร้อย"

 

"จะเอามันมาทำไมแม่ แม่บ้านที่นี่ก็มี ผมจ้างเขาเอาก็ได้ เกะกะห้องผมเปล่าๆ"

 

"ห้องแกมันตั้งกว้าง กรเขาตัวแค่นี้ มันจะเกะกะแกได้ยังไง แล้วแม่บ้านที่นี่ค่าจ้างตั้งแพงงานบ้านก็ไม่ได้ทำให้เราทุกอย่างมั้ย เขาก็ทำให้แค่กวาดถูพื้นเท่านั้นแหละ จานเขาก็ไม่ได้ล้างให้ เออ! แล้วนี่แกล้างจานยังไง.. อย่าบอกนะว่าปล่อยให้จานกองเป็นภูเขา.." ผู้เป็นแม่บ่นกราดจนคนฟังแทบจะหูชาแถมพอพูดถึงเรื่องล้างจานก็รีบปรี่เข้าไปที่ห้องครัวอย่างกับว่ากังวลว่าจะมีอะไรแย่ๆเกิดขึ้นในนั้น

 

กังเองก็รีบเดินตามแม่ของเขาไปโดยที่ทิ้งกรเอาไว้ที่หน้าประตูห้องยืนเก้ๆกังๆอยู่อย่างนั้น

 

"โอ้ยย แม่ เป็นอะไรเนี่ย" กังเดินตามเข้ามาพูดด้วยเสียหงุดหงิดระดับแปด

 

"เอ้า ทำไมในครัวแกไม่มีจานที่ยังไม่ล้างเลยล่ะ ปกติจะต้องมีกองทิ้งไว้ให้แม่บ่นเล่นไม่ใช่หรอ"

 

"ก็ผมล้างจานไม่ได้ ผมก็เลยไม่ใช้จานกินข้าวไง จะได้ไม่ต้องล้าง มันยากตรงไหนอ่ะ"

 

"แล้วแกกินข้าวยังไง"

 

"ผมก็กินที่ร้านสิแม่ .. เห้ยๆ กูยังไม่ได้อนุญาตให้มึงเข้ามาเลยนะ" กังที่มัวแต่บ่นแม่ตัวเองถึงกับต้องเปลี่ยนความสนใจเมื่อเห็นคนตัวเล็กแบกกระเป๋าเสื้อผ้าที่ดูจะใหญ่เกินตัวเข้ามาใยห้อง

 

"กัง! พูดกับเพื่อนดีๆสิ" ไม่พูดเปล่า แม่ฟาดแขนเขาไปแรงๆหนึ่งทีจนกังสะดุ้ง

 

"โอ้ย! แม่ แต่นี่ห้องผมไง แล้วที่แม่เคยบอกว่าจะหาพี่เลี้ยงให้ ผมก็เคยบอกแล้วไงว่าผมไม่เอาอ่ะ"

 

"ก็นี่แม่ก็หาคนมาคอยดูแลกังแบบไม่ใช่พี่เลี้ยงแล้วนี่ไง ไม่ชอบคนแก่ขี้บ่น ไม่ชอบมนุษย์เจ้าระเบียบ นี่ไง แม่ก็จัดแบบวัยรุ่นให้แล้ว จะมาไม่พอใจอะไรอีก"

 

กรยืนดูสองแม่ลูกเถียงกันมาอยู่พักใหญ่ ถึงทั้งคู่จะเสียงดังใส่กันแต่ก็ดูรู้เลยว่าทั้งคู่ไม่ได้โกรธเกลียดกันแต่อย่างใด นี่ดูเป็นการเถียงเพื่อเอาชนะระหว่างแม่ลูกที่หัวดื้อพอกัน ฟังแล้วก็ชวนขำ ลูกก็รั้น แม่ก็ดื้อ กว่าจะคุยกันรู้เรื่องก็กินเวลาไปร่วมชั่วโมง

 

สุดท้ายคนที่ต้องยกธงขาวก็คือกัง เขายอมที่ตามใจแม่คือยอมให้กรเข้ามาทำหน้าที่คนคอยดูแลเขาตามที่แม่ต้องการ ตอนแรกเขาคิดว่ามันแย่มากกับการที่ต้องกลับมาเจอหน้าอริเก่าแถมต้องมาอยู่ร่วมห้องกันแบบนี้

 

แต่คิดไปคิดมาแล้ว.. นี่มันก็ดีเหมือนกัน การที่กรเข้ามาอยู่ในห้องของเขาในฐานะคนดูแลมันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเหลือเกินที่ความแค้นฝังใจของเขาจะได้สะสางซักที

 

............

 

ตกดึก.. หลังจากที่กรจัดการเก็บของของตัวเองให้เป็นระเบียบในพื้นที่ที่เจ้าของห้องเอื้อเฟื้อให้เขา ก็ถึงเวลาที่ตัวเขารู้สึกว่าเหมาะสมกับการพักผ่อนของเขาแล้ว ร่างเล็กลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายเนื้อสบายตัวเตรียมพร้อมสำหรับการนอน

 

นอน .. ที่นี่มันมีห้องนอนแค่ห้องเดียว กังอยู่ที่นี่คนเดียว เตียงมันคงจะมีเตียงเดียวสินะ กรถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อคิดว่าเขาจะต้องเข้าไปนอนในห้องนั้นกับกัง แต่ถ้าจะให้นอนคนเดียวในห้องรับแขกที่ตัวเองแปลกที่ขนาดนี้คงนอนไม่หลับแน่ๆ

 

กรสูดหายใจเข้าปอดหนึ่งทีเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง เมื่อรู้สึกกล้ามากขึ้นแล้วก็รีบเดินจ้ำเท้าเข้าไปในห้องนอนของกัง

 

ตอนนี้กังยังไม่หลับเขานอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงและเมื่อมีแขก เขาก็ยกตาขึ้นมามอง แต่ก็กลับไปมองจอต่อเหมือนกับว่าไม่สนใจว่ากรยืนอยู่ตรงนั้น .. กรเห็นว่ากังไม่พูดอะไรกับเขา เขาจึงค่อยๆเดินมานั่งลงที่ปลายเตียงเพื่อดูเชิงอีกฝ่าย เมื่อกังยังนิ่งกรก็ค่อยๆเนียนเอียงตัวนอนลงไปบนพื้นเตียง

 

"ทำอะไร?" กังเอ่ยถามเสียงเข้มเมื่อเห็นกรเนียนมานอนบนเตียงของเขา หมอนี่บ้าชะมัด ก็รู้ตัวอยู่ว่ามีอดีตไม่ดีกันอยู่ ไม่กลัวเขาบ้างหรือไง

 

"ก็ .. นอนไง" กรหันมาตอบพร้อมยิ้มอ้อนๆไปหนึ่งที

 

"ไปนอนโซฟา"

 

"ทำไมกูนอนตรงนี้ไม่ได้"

 

"ตัวสั้นๆแบบมึงนอนโซฟาก็พอแล้ว ออกไป"

 

"นี่ๆ เตียงมึงก็ออกจะกว้าง มึงอย่ามาทำเป็นงกไปหน่อยเลยหน่า"

 

"ไม่ใช่ว่ากูจะแบ่งของให้มึงได้ทุกอย่างนะ แล้วยิ่งของที่กูไม่ได้ให้ มึงก็ห้ามยุ่ง"

 

กังวางมือจากโทรศัพท์ก่อนจะตั้งใจพูดกับกร ประโยคเมื่อครู่คนฟังรู้ดีว่ามันไม่ได้หมายถึงเรื่องเตียงที่เขากำลังเถียงกันอยู่ แต่มันน่าจะเป็นเรื่องฟาง ผู้หญิงที่สร้างความร้าวฉานให้กับความพวกเขาเอาไว้

 

"ไอ้กัง กูคุยกับแม่มึงได้นะถ้ามึงไม่ได้อยากให้กูอยู่ที่นี่อ่ะ"

 

“ถ้าไม่อยากจะดูแลกู แล้วจะมารับงานนี้ทำไม”

 

“ก็ .. แม่มึงบอกว่าให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ใครจะคิดล่ะ ว่าโตเป็นควายอย่างมึงยังต้องมีพี่เลี้ยงอ่ะ”

 

“แล้วถ้ากูไม่อยากให้มึงอยู่ที่นี่มึงจะทำไง”

 

“กูก็จะย้ายออก”

 

“แล้วก็กินเงินเดือนแม่กูต่อไปแบบไม่ต่อทำงานอ่ะหรอ มึงนี่เป็นแก่ได้จริงๆเลยเนอะ” กังพูด เหมือนว่าความโกรธที่มีในใจของเขาไม่เคยเบาบางลงเลย เวลาที่พูดกับกร แต่ละคำมันถึงฟังดูจงใจทำให้กรรู้สึกหัวร้อน

 

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไง กูหาคนใหม่มาแทนมั้ยล่ะมึงจะได้พอใจ ถ้ามึงไม่ชอบกู กูก็อยู่ที่นี่ไม่ได้”

 

“มึงก็ทำให้กูชอบมึงสิ่..”

 

“โว้ย คุยกับมึงเหมือนคุยกับหนอนอ่ะ กูออกไปนอนข้างนอกก็ได้วะ” กรยอมพ่ายให้กับความปากร้ายของกังในที่สุด ปกติเขาเป็นคนความอดทนสูง แต่ครั้งนี้มันน่ารำคาญมากจริงๆ

 

“เดี๋ยว นอนนี่แหละ”

 

กรยังไม่ทันที่จะลุกพ้นเตียง กังก็พูดขึ้นพร้อมดึงร่างของเขาลงมานอนบนเตียงอีกครั้ง ตอนนี้เหมือนโดนปั่นสมอง เดี๋ยวก็ไล่ เดี๋ยวก็รั้งให้อยู่ คนแบบกังนี่อารมณ์เปลี่ยนตามหน่วยวินาทีเลยหรือยังไงกัน

 

“อะไรของมึงเนี่ย เดี๋ยวให้นอน เดี๋ยวไม่ให้นอน”

 

“นอนนี่แหละ แล้วก็ไม่ออกจากงานนี่ด้วย”

 

“มึงจะให้กูทำงานที่นี่จริงๆหรอวะ ทั้งๆที่มึงยังโกรธกูอยู่เนี่ยนะ มึงอึดอัดเปล่าๆ กูก็อึดอัด” กรพูด ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาพาตัวเองเข้าสู่โหมดจริงจัง คงเพราะสายตาของกังที่มองมามันเต็มไปด้วยความแค้นที่รอการระบาย

 

“เพราะกูยังโกรธมึงไง มึงถึงต้องอยู่ที่นี่ มึงไม่คิดหรอว่ามึงควรรับผิดชอบสิ่งที่มึงทำไว้อ่ะ”

 

กังตอบกลับน้ำเสียงนั้นไม่อ่อนโยนเอาซะเลย แถมมือใหญ่ที่บีบแขนเล็กๆของกรอยู่นั้นมันก็ออกแรงมากซะจนคนตัวเล็กเริ่มเปลี่ยนสีหน้า แล้วไอ้คำว่ารับผิดชอบที่กังพูด ความหมายจริงๆของมันคืออะไรกัน ..

 

 

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #38 Pitchblack (@nightmare1111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:33
    งุ้ยย ตัวเองเราพึ่งชอบคู่นี้แล้วมาเจอฟิคตัวเอง คือดีมากๆเลยค่ะ
    #38
    0
  2. #22 GuzzDeDreamer (@zamourai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:13
    ทำให้กุชอบ-ซิ อรั๊ยยยยยยยยยย เอาเลยๆๆๆๆ
    #22
    0
  3. #11 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:32
    รับผิดชอบยังไงกันนะะ
    #11
    0
  4. #8 ntrl (@ntrl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:15

    จะให้รับผิดชอบยังไงน้าาาา
    #8
    0
  5. #7 Kangirlz (@Kangirlz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:39
    เปิดเรื่องมาก็สนุกละอ่า รอตอนต่อไปนะคะ
    #7
    0
  6. #5 NeewNittawan (@NeewNittawan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 08:50

    น่ารักที่สุดดดดด
    #5
    0
  7. #4 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 00:54
    พี่กังโหมดเกรียวกราด
    #4
    0
  8. #3 ntrl (@ntrl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:49
    รับผิดชอบไงอ่ะ



    โดยการเป็นแฟนงี้ปะแอร๊ยยย
    #3
    0
  9. #2 하늘 (@exobudaji) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:11

    😍😍😍
    #2
    0
  10. #1 하늘 (@exobudaji) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 21:11

    จะรับผิดชอบยังไงอ่ะกังงงงง >///<
    #1
    0