คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (NCT) Just a Time : 2Tae (NCT) Just a Time : 2Tae | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้









"เอ่อ สวัสดี"


"อ่า... สวัสดี"


เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?




โอเค เรามันคนโลภค่ะ งานไม่ทำ เราเลว เรื่องเก่าก็ไม่แต่งเพราะมันจะยาวว เลยมาเปิดช็อตฟิคคู่นี้ดีกว่า


เราเอาเรื่องจริงมาแต่งนะคะ ความรู้สึกเลยซ้อนๆกันไปมา สามารถติชมได้ค่ะ


คิดถึงแมวเลยใช้ตีมนี้ดูค่ะ น่ารักมากเลย

Cradit code : B

E

R

L

I

N



HTTwitter : #youknowme2Tae

twitter : @mianpeng



Start : 13/06/2560

finish : ----/----/----



b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มิ.ย. 60 / 22:17







(NCT) Just a Time | 2Tae






       "ไอ้ยง แกเหม่อไปไหนวะ"เสียงของเพื่อนรักอย่างซอยองโฮเปล่งออกมาถามลีแทยงที่เท้าคางมองไปที่ระเบียงเดินหน้าห้องเรียนของเขา

       "เปล่านี่ นายคิดมากไปเองแล้วจอห์นนี่"เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยชื่อเล่นภาษาอังกฤษของเจ้าตัว แต่เจ้าคนช่างอยากรู้อยากเห็นก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มจนเขาอยากจะฟาดกระเป่าใส่อุปกรณ์การเรียนเข้าที่หน้าของเจ้าตัว

       สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหวเอาไม้บรรทัดเหล็กยาวหนึ่งฟุตฟาดด้วยด้านแบนลงบนแขน

        "ทำไมรุนแรงกับฉันอย่างนี้วะ โอ๊ยยยยย โอ๊ยๆๆๆๆๆ"

       "น่ารำคาญว่ะ"เขาเก็บไม้บรรทัดไว้ในช่องใต้โต๊ะเรียนทันทีที่ตีจนพอใจ

       "แทยง วันนี้เวรนายไปส่งสมุดการบ้านนะ สมุดรวบรวมอยู่หน้าห้อง เช็กแล้วก็เขียนชื่อคนที่ไม่ส่งด้วยล่ะ"เด็กผู้หญิงในห้องบอกเขาตามที่ควรบอก แทยงมองหากองสมุดนั่นแล้วก็กลับมาตอบอีกคน

       "อ่าฮะ"

       แทยงรีบตรวจดูสมุดทั้งหมดแล้วก็รีบยกกองสมุดทั้งหมดเดินไปที่ห้องพักครูที่อยู่อีกตึก





      วันนี้ฝนไม่ได้ตก แทอิลจึงเลือกที่จะเดินมาทางเดิมคือผ่านเดินผ่านตึกเรียนคอมพิวเตอร์ ผ่านร้านถ่ายเอกสารแล้วขึ้นไปบนห้องทางบันไดที่ไม่ผ่านห้องวิทยาศาสตร์ที่มีการดองสัตว์และพืชไว้เหมือนช่วงที่ฝนตกที่เขาจะต้องผ่านเพื่อไม่ให้ตัวเองเปียก

      ในมือมีแผ่นกระดาษที่เย็บแม็กไว้ตรงมุมบนซ้าย เขาพยายามจดจำคำและประโยคภาษาจีนให้ได้ทั้งหมดเพื่อที่จะเอาไปสอบพูด

       แต่ให้ตายสิ คนมันจำไม่ได้นี่หว่า ให้ตายสิ ให้ตายตอนนี้ยังง่ายกว่าเลย

       แหมะ...

       หยดน้ำฝนที่เกาะตามสายไฟที่ถูกรวมตัวกันเป็นหยดใหญ่หยดลงมาบนกระดาษของแทอิลพอดิบพอดี

       "ย่าาาาาาาา กระดาษลูกพ่อออออออ โอ้มายก๊อดดดดดดดดดด"แทอิลส่งเสียงโวยวายพร้อมกับท่าทางแปลกๆอย่างการสะบัดกระดาษไปด้านหน้า ตั้งมือทำมุมแหลม ขาทั้งสองข้างอ้าออกจากกัน

       นั่นแหละ เพราะท่าทางแปลกๆนี่เท่านั้น

       "อุ๊บ... คิก"

       ผมถูกหัวเราะ...

       ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แทอิลจึงหันหน้าไปมองทางด้านที่ได้ยินเสียง เขาเห็นเด็กผู้ชายที่น่าจะเป็นรุ่นน้องของเขาเพราะจุดที่ปักไว้บนปักเสื้อมีเพียงจุดสีน้ำเงินเพียงจุดเดียว

       สายตาของเรามองกันและกัน แทอิลที่แอบเขินในใจเพราะการกระทำแปลกๆของตนที่อีกคนเห็น

       "...เอ่อ ขอโทษนะครับที่หัวเราะ"อีกคนเกาศีรษะด้วยมือข้างที่ไม่ได้อุ้มกองสมุดจำนวนหนึ่ง รอยยิ้มขัดเขินถูกส่งให้เขา

       น่ารักดีแฮะ...

       แทอิลคิดอย่างนั้นก่อนจะส่งยิ้มให้อีกคนไป

       เขายังยืนอยู่ที่ตำแหน่งเดิม ในขณะที่คนที่หัวเราะเขารีบยกกองสมุดด้วยสองมือและเดินไปอีกทางหนึ่ง

       บางอย่างเกิดขึ้นในใจของเขา ใบหน้าคล้ายแมวของรุ่นน้องคนนั้นยังคงติดในความคิดของเขาชัดเจนพอ

       น่ารักจนอยากได้มากอดทุกวันเลย...





       แทยงนั่งเหม่ออีกแล้ว...

       "จ๊ะเอ๋!!!"ยองโฮเองก็ยังคงเหมือนไอ้บ้าที่ชอบคิดว่าเขาจะต้องตกใจทุกครั้งที่มาส่งเสียงดังข้างๆหูหรือตอนที่กำลังจดจ่ออะไรบางอย่าง

       ใช่ ผมก็บ้าตามมันด้วยตกใจเหมือนกัน...

      "ไอ้เวรเอ๊ย!"ผมโบกมือใส่หัวเพื่อนรักจนหัวของยองโฮแทบโขกลงกับโต๊ะเขียนหนังสือ

       "ทำไมเล่นแรงจังเลยวะ นี่เพื่อนนะ"

       "ก็ถ้าเป็นพ่อก็ไม่ทำแบบนี้หรอกเว้ย"

      เขาพูดอย่างนั้นในขณะที่ตัวเองยังคงก้มลงไปมองกีต้าร์ที่ตัวเองพยายามจับคอร์ดอยู่ ปิ๊กกีต้าร์ที่จับอยู่ในด้วยปลายนิ้วทั้งสามคอยบังคับให้เกิดทำนองที่ตัวเขาต้องการ

       ยองโฮก้มมองหน้าอีกคนที่ทำหน้าจริงจัง พอเลิกจับกีต้าร์ก็ใช้มือที่ว่างมาเขียนตัวหนังสือบนกระดาษด้วยความว่องไว แล้วก็กลับไปดีดกีต้าร์คอร์ดหนึ่งไล่ไปเรื่อยๆตามที่ตัวเองต้องการ แล้วก็กลับมาเขียนตัวหนังสือลงไปบนกระดาษ

       ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยองโฮรีบคว้ากระดาษที่แทยงเขียนขึ้นมาดูทันทีที่แทยงกลับไปสนใจกับกีต้าร์

       ด้วยความคล่องแคล่วทางสายตา ยองโฮปราดตามองแล้วทำความเข้าใจ ยองโฮส่งเสียงเป็นการกล่าวชมด้วยความตะลึง

       "โหย... แทยง แกแต่งเพลงแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ นึกว่าจะแต่งได้แต่แร็บซะอีก"

       "อะไรวะจอห์นนี่ ฉันก็แต่งได้นั่นแหละ แค่ไม่มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้แต่งเป็นเพลงธรรมดา"แทยงยักคิ้วให้อีกคนที่ยังคงพิจารณาเนื้อความของตัวหนังสือที่เขาเขียนลงไป

      "แต่อ่านแล้วมันคุ้นๆว่ะ"

       "คุ้นยังไงวะ"

       "ก็ตรงนี้น่ะ"ยองโฮจิ้มนิ้วลงบนกระดาษ ชี้ลงที่ตัวหนังสือที่เขาสงสัย "ส่งสมุดอังกฤษแล้วผ่าน ยิ้มมองหน้า"

       "เฮ้ย คิดมากน่า"แทยงโบกมือก่อนจะดึงกระดาษออกจากมือของเพื่อนกลับมาเขียนเนื้อความลงเพิ่มเติม

       ทั้งหมดก็แค่การแก้เก้อ แก้เขินอาย

       จอห์นนี่คนรู้ดี มีตาทิพย์รึไงวะ

       "แหมมมมมม ก็ตั้งแต่ไปส่งสมุดอังกฤษคนเดียวตอนเช้าก็เอาแต่เหม่อ พอบ่ายมาก็ไปยืมกีต้าร์ไอ้น้องแจหมูมาเล่นทั้งที่ตัวเองไม่ชอบเล่นกีต้าร์คนอื่น"ยองโฮทำเสียงแหลมสูงจนแทยงทำหน้าแมวเบื่อให้เห็น "ไปเจออะไรดีๆมาน้ออออ"

       "ไร้สาระว่ะ ไปอ่านการ์ตูนต่อเถอะ"แทยงโบกมือไล่ยองโฮให้ไปไกลๆเพื่อที่จะได้ไม่ต้องฟังคำพูดของเพื่อนที่ตั้งใจจะล้อเขามากไปกว่านี้

       ไอ้คนรู้ดี ไอ้นกแก้วสู่รู้ รุ้ดีกว่านกขุนทองอีก

       ก็ที่มาของเพลง ก็คือคนตอนเช้าที่เขาหัวเราะให้ไง...

       แทยงยังคงยิ้ม นิ้วมือยังคงไล่ไปตามคอร์ดแล้วกดสายต่างๆให้เป็นคอร์ดแล้วดีดไปอย่างมีความสุข





      วันแห่งนรกได้มาถึงเมื่ออาจารย์ต่างนัดสอบวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ดนตรี เคมี ชีวะ ภาษาอังกฤษ ลากยาวไปถึงสังคมที่เรียนคาบสุดท้าย

       สรุปวันนี้ไม่ได้สอบแค่วิชาภาษาเกาหลีเหรอกับภาษาจีนเหรอวะ

       โอเค แทอิลจะไม่โวยวาย แค่รู้สึกว่าเครียดจนกินอะไรก็ไม่ยอมอิ่มซะเสียที...

       "โว้ยยยยย เทเว้ยยย ยากฉิบ"แทอิลโวยวายทันทีที่รู้สึกขัดใจ มันรู้สึกเครียดที่อะไรก็มารวมกันที่วันนี้ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ช่วงเปิดเทอม

       "เทอะไรวะ แกจะเทวิชาไหน"

       "แน่นอนว่าเทให้หมด ไม่เอาแล้วโว้ยยยยย"

       "แบบนี้สิวะเพื่อนรัก"

       พอพูดจบก็หันไปแท็คมือแล้วยิ้มให้กันอย่างผู้หลุดพ้น ถึงแม้ว่าในท้องในไส้จะรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแล้วตะดกนออกมาว่า ตายแหน่ตายแน่ ก็ตาม

       ทำไงได้ คนไม่ไดเก่ง จบมาไม่ติดเอฟก็บุญแล้ว

       ให้ตายสิ แต่เขาก็ยังไม่ใจไม่พอแล้วหันกลับไปอ่านข้อความประวัติดนตรีตั้งแต่ยุคโรแมนติกอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รู้ว่าอาจารย์จะออกข้อสอบแบบไหนเพราะจากคำร่ำลือกันมา เขาว่ากันว่าไม่มีใครรอดพ้นจากเงื้อมมืออุ้งเท้าของคำว่าตกได้เลย

       "ไหนบอกว่าจะเทวะ อ่านทำไม ไร้สาระเว้ย"

       "ก็มันพูดยากนี่หว่า พยายามก่อน พอไม่ใช่ก็กามั่ว"

       "ไม่ใจนี่หว่า โถ่"ฮันซลเท้าคางกับมือของตัวเองก่อนจะมองหน้าพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้แทอิลด้วยท่าทีล้อเล่น "ช่วยพูดให้ฟังหน่อยดิ"

       แทอิลปิดสมุดทันทีที่ได้ยินก่อนจะมองหน้าฮันซล "ไหนบอกจะเทไงวะ"

       "ก็ถ้าไม่มีแก แล้วใครมันจะใจดีไปแก้เป็นเพื่อนวะ เพื่อนแม่งใจร้ายเลยต้องมาอ่านหนังสือเนี่ย"

       "โถ่เว้ย เออๆ ตั้งใจฟังนะเว้ย ทีเดียวจบม้วน ไม่รีเพลย์รีพีทนะเว้ย"

      "จ้า"






       ร่างสองร่างของนักเรียนมัธยมปลายปีสองสองคนเดินกอดคอเดินเซไปมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก

       เมา แต่เมาข้อสอบ เมาตัวหนังสือ

       ตอนนี้เหมือนกินอะไรลงไปเป็นตัวอักษรหมดเลย

       "เฮ้ย ฮันซล แกว่าตอนบ่ายจะรอดไหมวะ"

       "ไม่ว่ะ โดยเฉพาะสังคม กินไข้ต้มคุณนายฮวังมีราแน่ๆ"

       "เออ ชัวร์ ไม่มีหวังเลย..."

       คนมันสูญเสียความมั่นใจตั้งแต่ดนตรีที่ตอบได้ไม่เต็มร้อย เคมีก็ทำไม่ทัน ชีวะก็อ่านไม่รู้เรื่อง

       ไม่ต้องพูดถึงแล้วไอ้ที่เหลือ... ตัวบิ๊กๆทั้งนั้น

        แทอิลสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพยายามลากสังขารของตัวเองกับเพื่อนให้ไปที่โรงอาหารชั้นสองอย่างว่องไวก่อนที่ฝูงชนคนเลิกเรียนไวจะมาสุมทุมกันจนต้องต่อแถวให้ท้องร้องเล่น

       วันนี้ก็ตามเคย เขาสั่งข้าวราดแกงกะหรี่มาเหมือนกันกับฮันซล พอหาที่นั่งแล้วค่อยๆส่งข้าวเข้าปาก เคี้ยวช้าๆแล้วกลืนลงไปให้ลำเลียงไปสู่กระเพาะอาหารเพื่อบรรเทาอาการแสบที่ท้อง

       ไม่นานนักโรงอาหารก็เริ่มมีผู้คนมากขึ้น โต๊ะอาหารรอบข้างที่เคยว่างก็ถูกกลุ่มนักเรียนชายหญิงกลุ่มใหญ่จับจองเพื่อนั่งแล้วพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

       เขาไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างไร ข้าวที่ลดปริมาณลงไปเพียงนิดเดียวนั้นก็ยังถูกทยอยส่งเข้าปากเหมือนเดิม

       "ขออนุญาตนะครับ ผมสองคนนั่งด้วยได้ไหมครับ"แรงสะกิดจากอะไรบางอย่างที่ไหล่ขวาของแทอิลทำให้เขาต้องมองหาต้นเหตุ ข้างตัวของเขาและฮันซลนั้นว่างพอจะให้คนนั่งได้อีกข้างละคน แทอิลกำลังจะหันไปตอบแต่ก็เห็นรอยยิ้มของอีกคนหนึ่งที่ส่งมาให้ก่อนหน้านี้

        น้องคนนั้นที่หัวเราะเรานี่หว่า...

       วันนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย...

       แทอิลก็ยังส่งยิ้มให้เหมือนเดิมก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อบอกว่าเชิญตามสบาย

       น้องคนที่ตัวสูง หน้าตาคล้ายฝรั่งอย่างกับเด็กแลกเปลี่ยนคนนั้นเลือกที่จะนั่งข้างแทอิล ส่วนน้องที่เขาว่าหน้าตาน่ารักนั้นเลือกที่จะนั่งข้างฮันซล

       พอดีเลย เขาจะได้เห็นหน้าของอีกคนได้ถนัดด้วย

       ขอถอนคำพูดที่ว่าวันนี้คือนรก

       เพราะว่าถ้าเป็นนรกจริงๆคงไม่มีแมวน่ารักๆมาให้เขาชื่นใจหรอก





       เขาบอกเสมอว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา

       แม้กระทั่งจังหวะหัวใจของผมเอง

       ตอนนี้เขาต้องรีบหาที่นั่งเพื่อรีบจัดการราเม็งซุปมิโสะที่ยังร้อนอยู่ ด้วยความขี้เกียจเดิน เขาจึงสะกิดคนที่นั่งอยู่มุมโต๊ะเพื่อขอร่วมโต๊ะอาหารด้วย

       พี่ผู้ชายที่เขาหัวเราะวันนั้นหันหน้ามามองเขา รอยยิ้มของเขายิ่งฉีกออกกว้างด้วยความดีใจลึกๆ

       อีกคนพยักหน้าให้เขาทั้งที่ยังยิ้มอยู่ ผมรีบเดินไปนั่งพี่อีกคนหนึ่งให้ตรงกันข้ามกับพี่เขาเพื่อที่จะมองหน้าของอีกฝ่ายอย่างแอบมอง

      อืม วันนี้จะขอล้วงข้อมูลส่วนตัวของพี่เขาหน่อยก็แล้วกัน



       






------------------------------------------------------------------

Status : 13/06/2560 20:55 น.
               23/06/2560 22:50 น. 20/100
              29/06/2560  22.12 น. 50/100

ฉันก็อยากจะแต่งต่อนะ แต่เพื่อนจะฆ่าฉันแล้วววว

ฉันเห็นโมเม้นต์ของเขาสองคนแล้วแบบ เฮ้ย ไอโนวดีสฟีลลิ่ง ฮืออออออ ความน่ารักของฮยองไลน์

เป็นอีกครั้งที่ใช้ความจริงมาแต่งค่ะ เพิ่งจะเกิดวันนี้เลยยิ่งวได้ฟีลของความหัวร้อนที่ทำข้อสอบไม่ได้ แทบอ้วกเลยล่ะค่ะ แล้วก็เครียดด้วย แต่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ เฮ้อ...

ผลงานอื่นๆ ของ AfuMon

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Htstr (@art-violet) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:38
    ก่อคือน่ารักจ้นนน ยัยแมวอ้องงง
    #1
    0