สะดุด(รัก)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15: เรียกว่า หึง รึเปล่า (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ก.พ. 53

   


ตอนที่ 15: เรียกว่า “หึง” รึเปล่า 
       

ภายในร้านอาหารหรูในกลางเมืองที่ถูกตกแต่งบรรยากาศของร้านให้กึ่งธรรมชาติมีความเป็นกันเองไม่ดูหรูหราจนเกินไปนักทำให้แขกที่เข้ามาใช้บริการไม่เกิดความอึดอัดจนเกินไปนัก

“อาหารถูกปากหรือเปล่าครับคุณแก้ว” กฤษณะยิ้มหวานทีเดียวเมื่อแก้วกานต์ดาพยักหน้าน้อยๆ รับรู้ในสิ่งที่ชายหนุ่มถาม หากพอเขาเผลอ เธอก็เสมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าที่ชวนให้อาหารไม่น่าสนใจในความรู้สึกของเธอ

แต่ภาพที่เธอหันไปมองนั้นก็ร่างของนายภัทรพลที่ขณะนี้เขายังคงหล่อเหลาและที่สำคัญดูดีขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าเรียวคมเข้มทั้งนัยน์ตาสีฟ้าที่ตอนนี้ฉายประกายให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังชัดเจนยิ่งนัก ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าตลอดระยะเวลาจะร่วมเดือนที่ผ่านมา เขาจะยังคงปฏิเสธการติดต่อจากเธออย่างไร้เยื่อใย และในตอนนี้เขาเดินเขียงข้างมากับสาวสวยคนที่เธอเคยเจอถึงสองครั้งที่ขณะนี้กำลังเดินเข้ามาภายในร้านแถมด้วยบรรดาเหล่าบอดิการ์ดอีกหลายนาย แก้วกานต์ดามองดูอาการหัวร่อต่อกระซิกกันระหว่างเขาและเธอซึ่งดูเหมือนกำลังเป็นที่อิจฉาของคนหลายๆ คนภายในร้านแต่หัวใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างแปลกประหลาดในตอนนี้ ยิ่งเห็นภาพที่สาวสวยคนนั้นนั่งชิดกับเขาเสียจนเนื้อแนบเนื้อ แต่อะไรก็ไม่ทำให้หญิงสาวเจ็บช้ำน้ำใจได้มากเท่ากับการที่เห็นนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นซึ่งครั้งหนึ่งเคยจับจ้องมองมาที่เธอด้วยความรัก แต่ในตอนนี้นัยน์ตาคู่นั้นแปรเปลี่ยนไปมองสาวสวยคนนั้นเช่นเดียวกันซะแล้ว

“คุณแก้วอิ่มแล้วหรอครับ ทานน้อยจัง” เสียงทุ้มๆ ของคนที่นั้งทานอยู่ฝั่งตรงข้ามปลุกให้แก้วกานต์ดาตื่นขึ้นจากภวังค์ความคิด เจ้าของใบหน้าหวานในชุดทำงานที่ทะมัดทะแมงจึงยิ้มเนือยๆ ก่อนจะยอมรับกับกฤษณะออกไปแต่โดยดี

“เอ่อ... คะ... แก้วอิ่มแล้วคะ อันที่จริงแก้วไม่ค่อยหิวเลยด้วยซ้ำ ต้องขอโทษเจ้ามือด้วยนะคะ” ครั้นจะปฏิเสธออกไปก็รู้สึกไม่สบายใจเสียเองที่ทำให้คุณกฤษณะต้องเสียน้ำใจ แต่ก็น่าแปลกที่ความตรงไปตรงมานั้นของแก้วกานต์ดากลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขารู้สึกชื่นชมเธอมายิ่งขึ้น

“หึๆ ขอบคุณครับที่พูดกับผมตรงๆ ไม่อย่างนั้นผมก็คงต้องสั่งอาหารอีกหลายอย่างเพื่อมาวางให้คุณเขี่ยเล่น” ฟังนายกฤษณะเจ้าของธุรกิจก่อสร้างรายใหญ่ที่อนาคตไกลว่าเข้า แก้วกานต์ดาก็ต้องกลอกตาไปมาก่อนจะหัวเราะขำให้กับคำพูเดนั้นของเขา

ซึ่งไอ้ท่าทางหัวเราะร่าเริงแจ่มใสจนดวงตาเป็นประกายอย่างนั้นของแก้วกานต์ดา หาได้รอดพ้นไปจากนัยน์ตาสีฟ้าคู่ดุดันของคนที่นั่งเยื้องห่างออกไปเลย

“โธ่... ทำยังกับว่าคุณเคยมีประสบการณ์แย่ๆ ในการมาทานอาหารกับผู้หญิงมาก่อนอย่างนั้นแหละ” แก้วกานต์ดาค่อนและเลิกให้ความสนใจโต๊ะที่เยื้องห่างออกไปในทันที เพราะไม่อยากทำให้ตัวเองอ่อนแอจนต้องขายหน้า และเผลอร้องไห้ออกมาในตอนนี้

ซึ่งนายกฤษณะถือเป็นเพื่อนคุยที่ดีที่ทำให้เธอสามารถลืมเรื่องราวทุกข์ใจ ตลอดจนบุคคลทั้งสองไปได้ชั่วขณะ แต่แล้วเมื่อการรับประทานอาหารสิ้นสุด ประโยคหนึ่งที่ชายหนุ่มเริ่มเปิดประเด็นขึ้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับอึ้ง

“คุณแก้วทราบหรือเปล่าว่าเรื่องของเราตกเป็นข่าวในคอลัมน์ซุบซิบแล้ว ในวันที่ผมไปร่วมงานกับคุณที่ตราดใน ครั้งนั้น”...

“เอ๊ะ! ข่าวอะไรกันคะ แก้วไม่เห็นรู้เรื่องเลย ต้องขอโทษจริงๆ พอดีแก้วยุ่งๆ กับโปรเจ็คงานอยู่เลยไม่ได้ติดตาม” แก้วกานต์ดาพูดออกไปตามความจริง เพราะทุกวันนี้เธอแทบไม่อยากดูข่าวหนังสือพิมพ์เลย สาเหตุก็เป็นเพราะไม่อยากทนเห็นหน้าของคนที่กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขอยู่ใกล้ๆ นี้

เมื่อได้ยินเธอว่าดังนั้น กฤษณะก็รีบซ่อนรอยยิ้มขำในนิสัยแปลกประหลาดของเธอ ก่อนจะจาระไนให้หญิงสาวฟังด้วยความเต็มใจ

“เขาเขียนแซวว่าเรากำลังคบหาดูใจกัน ซึ่งส่วนผมนั้นถือว่าดีแต่ก็ลำบากใจนิดหน่อยตรงที่เหมือนกับเป็นการเอาเปรียบคุณ” ดวงตาของเขามีแววสลดลงวูบหนึ่ง แต่แล้วก็เลือนหายไปเมื่อแก้วกานต์กาตอบปฏิเสธสั้นๆ เพราะเธอไม่เห็นว่ามันจะเดือดร้อนมาถึงเธอตรงไหนเพราะไม่มีใครรู้จักเธอมากนัก

“สบายใจเถอะคะ ฉันโอเค เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวอีกหน่อยทุกคนก็ลืมกันไปเอง” หญิงสาวอดในความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้จึงแอบชำเลืองมองไปยังโต๊ะเยื้องๆ อีกครั้ง แต่ครั้นเห็นนัยน์ตาสีฟ้าคมราวกับใบมีดมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว แก้วกานต์ดาจึงหลบตาแล้วหันหน้ากลับมาสนทนาต่อกับนายกฤษณะแทน

และเหมือนสวรรค์จะเป็นใจให้เธอได้แก้แค้น เมื่ออยู่ดีๆ นายกฤษณะดันเอื้อมมือมากุมมือเธอเอาไว้ แล้วอ้อนวอนขอความรักอย่างไม่คาดฝัน

“ผมดีใจมากเลยครับ ที่คุณแก้วไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้ แต่คุณพอจะรับความรู้สึกดีๆ ที่ผมมีต่อคุณไว้ได้ไหมหากผมจะขอสารภาพกับคุณอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่งเลยว่า... ผมรักคุณ” พูดจบ จากสีหน้ายิ้มแย้มชวนหัวที่ชวนคุยเรื่องสนุกสนานอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ เขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังขึงขังขึ้นมาทันที

แก้วกานต์ดามีท่าทีอึดอัด แต่เธอก็สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ว่านัยน์ตาสีฟ้าคมคู่นั่นยังคงจ้องมองเธออยู่ จนเมื่อหญิงสาวตัดสินใจมองกลับไปอีกครั้ง เธอก็ต้องตะลึง เมื่อพบว่านัยน์ตาสีฟ้าคมคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่เธออยู่จริงๆ... ราวกับว่าเขากำลังรอคอยคำตอบจากปากของเธออยู่เช่นกัน

ก็ดี... ในเมื่อนายยังทำกับฉันได้ แล้วทำไมฉันจะต้องปิดโอกาสเลือกคนดีๆ เข้ามาในชีวิตด้วยเล่า แก้วกานต์ดาคิดได้ดังนั้น ก็หันไปสบนัยน์ตาสีฟ้าคมคู่นั้นด้วยสายตาอยากลองดี ก่อนตวัดสายตามกลับมามองทางกฤษณะด้วยประกายตาหวามหวาน

“ถ้าคุณคิดว่าคุณมีความจริงใจให้กับแก้วจริงๆ แล้วล่ะก็ แก้วเองก็ไม่รังเกียจคะที่จะเริ่มต้นศึกษาดูใจกัน” หญิงสาวยิ้มหวานอีกครั้งก่อนแสร้งดึงมือออกด้วยความเอียงอาย ทั้งๆ ที่ในใจแล้วเธอแค่เพียงต้องการทำอะไรสักอย่างก็ได้ที่จะประกาศให้เขาได้รู้ว่าเวลานี้เขาไม่ได้มีความหมายกับเธอต่อไปอีกแล้วเท่านั้น

เมื่อนายกฤษณะได้ยินคำตอบจากปากของแก้วกานต์ดา ก็ยิ้มจนแก้มปริเลยทีเดียว

“ผมขอบคุณนะครับ คุณแก้วที่ไม่รังเกียจผม และผมให้สัญญาครับ...” ทันทีที่เขากำลังจะเอ่ยคำสัญญา แก้วกานต์ดาก็ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากของชายหนุ่มทันทีเป็นเชิงห้ามปราม เนื่องจากไม่ต้องการได้รับคำสัญญาจากใครอีก

“ถ้ารักแก้วจริง ไม่ต้องสัญญาหรอกคะ เพราะถ้าวันหนึ่งคุณเกิดทำไม่ได้ขึ้นมา คนที่เจ็บปวดที่สุด ไม่พ้นคงต้องเป็นฉัน” ประโยคนี้ใช่แต่แก้วกานต์ดาจะบอกกับกฤษณะให้ได้ยินคนเดียว แต่เธอหมายให้ได้ยินไปถึงหูคนที่นั่งอยู่โต๊ะเยื้องกับโต๊ะของเธอด้วยเช่นกัน

แม้เป็นเรื่องน่ายินดีที่เธอตอบรับรักกับกฤษณะออกไป หากภายในจิตใจของแก้วกานต์ดาก็คงปวดร้าวเกินกว่าจะทนเห็นภาพบาดตาระหว่างเขากับสาวสวยคนนั้นได้อีกต่อไป

“เอ่อ... คุณกฤษณะคะ แก้วขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” หญิงสาวผุดลุกขึ้นทันทีโดยไม่รอคำตอบจากนั้นก็ก้าวเท้าเชิดหน้าเดินผ่านโต๊ะเขาออกไปโดยไม่ยอมหยุดแวะทักทายตามที่เธอเคยนึกคิดแค้นไว้

ผู้ชายบ้า เฮงซวยที่สุด ไม่รักแล้วมาหลอกกันทำไม บ่นคนเดียวในใจเสร็จเธอก็ผลักห้องน้ำหญิงเข้าไปแล้วเท้ามือทั้งสองข้างกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างเหลืออด แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังพร้อมกลับเสียงกดล็อกประตูดังกริ๊กก็ทำให้แก้วกานต์ดาตกใจแทบช็อก

“วันนี้เธอดูน่ารักจริงๆ นะ แก้วกานต์ดา” แก้วกานต์ดาสะดุ้งสุดตัวทันที เมื่ออยู่ดีเขาก็โผล่เข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วก้มลงกระซิบประโยคนั้นที่ริมใบหู แถมปลายจมูกยังเฉียดไปที่พวงแก้มหอมกรุ่นของเธออีกต่างหากแต่หญิงสาวยังคงแข็งใจหันกลับไปจ้องนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นด้วยแววตาโกรธๆ

“ขอบคุณสำหรับคำชมนะ มันจะฟังดูดีขึ้นมาก หากคุณจะยอมอธิบายเรื่องราวทุกอย่างกับฉันก่อนหน้านี้ แล้วกรุณาช่วยถอยออกไปด้วย ฉันไม่อยากเสียมารยาทกับใครโดยไม่จำเป็น” หลังจากรัวเป็นชุดพอให้เขาได้รู้ฤทธ์ไอ้แก้วแล้ว แก้วกานต์ดาก็ยิ้มเยาะให้นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นทันที ราวกับต้องจะประกาศให้เขาได้รู้ว่าเรื่องราวที่ผ่านมานั้น เธอก็ไม่แคร์เหมือนกัน

หากแก้วกานต์ดาคาดผิด เพราะแทนที่เขาจะรู้สึกรู้สมอะไรกับการที่ถูกเธอตะเพิดใส่ เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้ากับแย้มยิ้มเหยียดก่อนตั้งใจจะลองประทะคารมกับเธอคนนี้ดูสักตั้ง

 “ที่เลือกชมเธอในที่ลับตาคนแบบนี้ เพราะคิดว่ามันคงเหมาะสมดี เผื่อว่าเราจะได้สานต่ออะไรๆ กันได้สะดวก” ดวงตากลมโตตาลุกวาวขึ้นทันทีพร้อมกับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไง ในเมื่อสาวสวยคู่ควงคนใหม่นั้นนั่งรอคุณอยู่ด้านนอกนั่น” โดยไม่คิดลังเล แก้วกานต์ดาตัดสินใจดันอกของชายหนุ่มให้ห่างออก แต่ภัทรพลมีทีท่าไม่ยอมหลีกทางให้ง่ายๆ

“หึๆ ก็เหมือนคนรักใหม่ของเธอนั้นแหละ ถามจริงเถอะว่ามั่นใจดีแล้วหรอจึงตอบรับรักเขาออกไปแบบนั้น” ท้ายประโยค แก้วกานต์ดาเหมือนมองเห็นสายตาที่บอกความไม่พอใจในนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้น แต่คนรั้นอย่างไอ้แก้วก็ยังไม่เห็นประโยชน์หากเธอจะยอมอ่อนข้อให้

“ก็แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยไม่ทราบ ในเมื่อเรื่องของคุณเอง ฉันยังไม่คิดแส่เลย” แก้วกานต์ดาลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยียวนกวนประสาทตามนิสัยเดินที่ห่างหายไปเสียนาน นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นจึงมองมาด้วยความอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อรั้นของหญิงสาว

ลองว่ากลับมาเป็นผู้หญิงจอมเฮี้ยวอย่างนี้ เห็นทีว่าคงเอาไม่อยู่ ชายหนุ่มคิด

“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของใครหรอก เพียงแค่คิดว่ามันยังเร็วเกินไปหน่อยสำหรับเธอกับเจ้าหมอนั่น” เสียงฟันของเขาขบกัน แต่สายตากลับเมินไปทางอื่น เพราะรู้ว่าประโยคต่อไปเธอต้องย้อนกลับมาอีกเป็นแน่

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงกำลังตกหลุมรักสาวสวยคนนั้นมานานแสนนานแล้วสินะ ถึงได้เที่ยวมามองความรักของคนอื่นว่ามันรวดเร็วเกินไป” แก้วกานต์ดาทำเสียงสูงประชดประชันและตัดสินใจประกาศกร้าว

“ต่อนี้ไป ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก เพราะฉันซึ้งแก่ใจดีแล้วว่าอยู่ใกล้คุณอันตรายแค่ไหน เอาเป็นว่าเราต่างคนต่างไปโดยไม่มีอะไรติดค้างก็แล้วกัน...” พูดจบก็ตั้งใจจะผลักเขาออกห่าง แต่ข้อมือบางถูกรวบเอาไว้ซะก่อน พร้อมกับที่ภัทรพลพูดด้วยน้ำเสียงเครียด

“ถ้าเธอคิดได้แค่นั้นหล่ะก็ ก่อนจาก... ก่อนจากฉันขอจูบอำลาเธอหน่อยแล้วกัน” นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นบ่งบอกว่าเขาเอาจริงตามที่พูดก่อนรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดจนหน้าอกอวบอิ่มของเธอแนบชิดกับแผงอกของชายหนุ่มภายใต้สูทเนื้อดี แก้วกานต์ดาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงในสัมผัสหยาบคายนั้นทันที ก่อนตวาดแวดออกมาอย่างเหลืออด

“คุณกล้ามากนะที่ทำกับฉันอย่างนี้” มือบางพยายามดิ้นรนผลักไส แต่ยิ่งดิ้นรนขัดขืนมากเท่าไหร่ อ้อมกอดนั้นก็ยิ่งกระชับแน่นมากขึ้นไปอีกเท่านั้น

            “อันที่จริงฉันไม่ต้องใช้ความกล้าเลยด้วยซ้ำ ถ้าอยากจะทำอย่างนี้กับเธอ” เขาจ้องมองดวงตากลมโตแสนหวานก่อนยิ้มขื่นๆ

            ให้ตายเถอะแก้ว เธอทำไมไม่หนักแน่นเลยต่อความรักของเรา

            เผียะ! ... ด้วยความไม่คาดคิด แก้วกานต์ดาตวัดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายทันที แล้วจ้องนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นอย่างเหลืออดเต็มที

            “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนนะ ที่คุณคิดอยากจะทำอะไรก็ได้น่ะ” หากเขากลับมองข้ามประโยคนั้นของเธอไปอย่างไม่ใยดีในเมื่อเวลานี้สิ่งเดียวที่เขาต้องการที่สุด คือการได้จุมพิตริมฝีปากแสนหวานของแก้วกานต์ดาเป็นครั้งสุดท้าย สัมผัสเร่าร้อนจากปลายลิ้นอุ่นๆ จึงค่อยๆ ตักตวงเอาความหวานอย่างช้าๆ จนหญิงสาวแทบลืมหายใจก่อนจะเผลอปรนเปรอความหวานกลับมาให้อย่างลึกซึ้ง ไม่นานมือหนาก็ช้อนอุ้มร่างบางวางลงบนขอบอ่าง พร้อมกับแยกเรียวขาของเธอออกจากกัน

            “ปล่อยฉันนะ... จะทำอะไร” แก้วกานต์ดาเริ่มหายใจกระชั้น เมื่อพบว่าทรวงอกอวบอิ่มของเธอกำลังถูกสองมือของเขาครอบครองเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ในขณะที่ริมฝีปากก็ถูกบดเบียดจุมพิตลงมาอย่างคนหิวกระหาย

            “ไปยอมให้มันจับมือได้ยังไง “ พูดจบเขาก็ยกข้อมือเล็กๆ ขึ้นจรดที่ปลายจมูกอย่างหวงแหน ก่อนที่เขาจะตรึงร่างบางติดไว้ที่กระจก ส่งผลให้หน้าอกอวบอิ่มของแก้วกานต์ดาขึ้นรอรับสัมผัสเร่าร้อนจากชายหนุ่มที่กำลังทำท่าจะก้มลงมาหาร่างบางนั้น

“ถ้าคุณไม่ยอมปล่อยฉัน ฉันจะร้องให้คนช่วย” เสียงขู่นั้นฟังดูกระท่อนกระแท่น แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปาก

ของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดาย

            “ก็หวังว่าจะมีสักคนที่กล้านะแก้วกานต์ดา... แต่ผมว่าคุณอย่าไปหวังเลย” ....

            แควก!

            พูดจบ บราเซียร์ของเธอก็ขาดออกจากันเพราะแรงอารมณ์หึงหวงของภัทรพลที่มีอยู่เป็นอย่างมากจุกอกในตอนนี้

            ป่านนี้ไอ้หน้าอ่อนนั่นคงถูกเกริกลากไปซ้อมปางตายถึงไหนต่อไหนแล้ว ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะเธอที่หาเรื่องให้คนอื่นต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย และถ้าไม่ติดว่าที่นี่อาจจะมีคนไม่น่าไว้วางใจคอยจับตาดูเขาอยู่แล้วหล่ะก็ เขาคงจะจัดการแม่จอมดื้อคนนี้ให้เข็ดหลาบไปเสียตั้งแต่เดินเข้ามาเห็นหน้าไอ้หน้าอ่อนนั่นแล้ว

            “นี่... คุณคิดจะทำอนาจารฉัน เพราะหึงฉันอย่างนั้นหรือ แล้วทีคุณที่ผิดคำพูดกับฉันก่อน ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธคุณบ้างเลยหรือไง” ยิ่งแก้วกานต์ดายิ่งดิ้นรนให้หลุดพ้นจากมือทั้งสองข้างที่กำไว้ มันก็เหมือนยิ่งยั่วให้เขารู้สึกปั่นป่วนหัวใจมากขึ้นเท่านั้น

            “เธอแน่ใจได้ยังไงว่าฉันผิดคำพูดกับเธอ แค่เธอเห็นฉันทำท่าทางหมางเมินแค่นั้น เธอก็พร้อมจะตีจากฉันแล้วไปหาคนอื่นได้อย่างง่ายดายอย่างนั้นหรือหึ... หนักแน่นหน่อยสิแก้วกานต์ดา เอาไว้เธอได้ยินชัดๆ จากปากฉันเมื่อไรว่าฉันไม่ได้รักเธอแล้ว เธอถึงค่อยคิดหาที่หมายใหม่” น้ำเสียงนั้นมีแววเหยียดเจืออยู่ไม่น้อย นัยน์ตาสีฟ้าคมจับจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่สวยของหญิงสาว

            “กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้แก้วกานต์ดา แล้วก็ลืมไอ้หน้าอ่อนนั่นซะ เพราะฟ้าลิขิตให้เธอมาเจอกับฉัน และต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น” พูดจบภัทรพลริมฝีปากของชายหนุ่มก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาประทับที่หน้าผากกลมมนอย่างแผ่วเบา ก่อนดันร่างบางให้ออกห่างแล้วก้าวออกไปที่ประตู

            ท่ามกลางความตกตะลึงนั้น แก้วกานต์ดาสัมผัสได้ถึงความรักและความหวงแหนจากเขา แต่หญิงสาวก็ไม่อาจทำใจลืมเรื่องราวที่เขาทำท่าทางหมางเมิน และยิ่งในวันนี้เขามากับสาวสวยคนนั้นซึ่งทั้งสองดูเหมาะสมกันมากเหลือเกินยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนักที่ต้องมาเจอกับเรื่องราวเช่นนี้

            คนบ้า... ทำไมชอบทำอะไรขัดแย้งกันอย่างนี้ด้วยนะมีอะไรก็ไม่ยอมพูด หญิงสาวมองตามหลังเขาไปผ่านม่านน้ำตาที่มันเริ่มเอ่อออกมาอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับรีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเมื่อได้ยินคำสั่งเกี่ยวกับตัวเธอของภัทรพลกับเหล่าบอดิการ์ดที่ตามอารักขาเขา

            “พาเธอไปส่งให้ถึงบ้าน แล้วจัดการเวรยามเผ้าไว้ให้ดีด้วย” สิ้นคำสั่งชายหนุ่มก็เดินกลับมาหาหญิงสาวอีกคนที่นั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหาร

โดยที่เขาเองก็คิดว่าเขาควรจะเล่าเรื่องให้เธอฟังดีหรือไม่เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้คนที่อกแตกตายต้องเป็นเขาแน่ๆ และที่แน่ๆ ถ้าเธอรู้ว่าเขาสั่งคนให้ไปจัดการกับไอ้หน้าอ่อนนั่นมีหวัง.... โอ้ยแค่คิดก็ปวดหัวแล้วให้ตายสิ

            แต่ทางซาร่าเริ่มมีสีหน้ากังวลเมื่อไม่เห็นภัทรพลกลับมาที่โต๊ะเสียที แล้วพอหันไปมองยังโต๊ะที่เยื้องออกไปก็ไม่เห็นแม่หญิงสาวคนที่พอลบอกว่าเป็นแฟนอยู่ที่โต๊ะนั้นเช่นกัน แต่เพียงไม่นานคิ้วเรียวสวยก็ต้องขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่ออยู่ดีๆ ก็เห็นร่างของคู่เดทที่นั่งโต๊ะเยื้องกันนั้นได้ถูกบุรุษนิรนามสามสี่คนหิ้วตัวออกไปจากร้านอาหารในเวลาต่อมา

            “รอผมนานไหมซาร่า” น้ำเสียงททุ้มแต่ติดจะแหบห้าวหน่อยๆ เอ่ยทักขึ้นพร้อมกับทรุดร่างนั่งลงตรงข้ามกับเธอ สายตานั้นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยก่อนที่จะแย้มริมฝีปากยิ้มหวานให้กับเธอ

            “โธ่... ซาร่านึกว่าพอลจะทิ้งซาร่าไว้ที่นี่คนเดียวแล้วซะอีก เห็นหายไปซะนานเลย” ซาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเชิงตัดพ้อที่ชายหนุ่มไปห้องน้ำเสียนาน

            “พอลหายไปไหนมาหรอคะ” ซาร่าถามออกไปด้วยความอยากรู้ว่าชายหนุ่มหายไปไหนนานขนาดนั้นแล้วคู่เดทของแม่สาวนั่นเกี่ยวข้องกับเขารึเปล่า

            “พอดีผมมีธุระนิดหน่อยที่ต้องให้เกริกไปจัดการให้ด่วนน่ะ” ท้ายประโยคสายตาของชายหนุ่มตวัดไปมองโต๊ะที่เยื้องไปซึ่งในตอนนี้มันว่างเปล่าไร้เงาของคู่หนุ่มสาวสองคนที่เคยนั่งอยู่พร้อมกับลอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือออกไปกุมมิอบางของซาร่าแล้วยกขึ้นมาจุมพิตต่อหน้าทุกคนภายในร้านอาหารนั้นอย่างแสดงความเอาใจในตัวหญิงสาว ซาร่าเองจึงส่งยิ้มหวานตอบชายหนุ่มอย่างเอียงอาย

            “พอล... ซาร่ายังไม่เคยได้รู้จักแฟนสาวที่พอลเคยแนะนำให้ซาร่ารู้จักในวันนั้นอย่างเป็นทางการเลยนะคะ” ซาร่าถามออกไปเนื่องจากเธอยังสงสัยว่าหญิงสาวคนนั้นมาจากไหนทั้งๆ ที่พอลแทบจะอยู่กับเธอตลอดเวลาก็ว่าได้

            “เออ... แล้วผมจะพาเธอมาแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการแน่นอนซาร่า” ภัทรพลจำเป็นต้องบอกซาร่าไปอย่างนั้นก่อนพร้อมกับคิดว่าเย็นนี้เขาคงต้องไปพูดคุยกับสาวเจ้าให้รู้เรื่องซะแล้ว....



------------------------------------------------------------------

คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันบ้างนะคะ ขอบคุณคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

205 ความคิดเห็น

  1. #192 Rcasia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:04

    ง่ะ = .  , = 
    เค้าทำอะไรกัน หุหุ

    #192
    0
  2. #174 weelyone (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2552 / 12:12
    อัพไวๆๆนะโหวตแล้วจ้า
    #174
    0
  3. #157 nujthana (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2552 / 10:54
    พี่ชอบมากค่ะอ่านรวดเดียวจนถึงตอนนี้เลย
    #157
    0
  4. #156 Nut :+: ta :+: Karn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 11:31
    สู้สู้  แล้วมาต่อนะค่ะ
    #156
    0
  5. #155 Nubeer_Onlylove_Yunho (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 22:59

    หึงโหดจัง พอล

    ยังไงก็เข้าใจกันไวๆนะ

    พี่กันศสู้ๆค่ะ ^^

    #155
    0
  6. #154 pang_ra (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 14:11

    จะเข้าใจกันไหมนิ

    #154
    0
  7. #153 Rcasia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2552 / 12:11

    คงห้ามทัพไม่ทันแล้วซิ ><

    #153
    0
  8. #149 mydei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 / 09:32
    #149
    0
  9. #148 mydei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 17:32
    ทะเลาะกันซะแล้ว
    #148
    0
  10. #147 pang_ra (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 15:43

    สนุกค่ะเป็นกำลังใจให้

    #147
    0
  11. #146 mydei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 / 07:17
    #146
    0
  12. #143 mydei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 / 20:01
    #143
    0