[E-book] Lust หรือจะถูกเพื่อนกิน [Wayward man SET]

ตอนที่ 5 : เธอถูกเพื่อนกินมื้อที่ 5 : เป็นเพื่อนก็หวงได้ [100%] อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ก.ย. 62


เธอถูกเพื่อนกินมื้อที่ 5 : เป็นเพื่อนก็หวงได้


              ฉันนอนเอนตัวกับเตียงดีๆ ดึงหมอนมาไว้ใต้หัวจากเดิมที่มันเบี้ยว ทว่าเมื่อกำลังจะหลับตาลง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ต่อมาก็มีมือมาแหวกผ้าม่านออก

              เขาเป็นใคร?

              “อื้อปากฉันถูกปิดด้วยส่วนหนึ่งของร่างกายคนแปลกหน้า เหมือนเขาจะเข้ามาแบบมึนงง ไม่ได้ลืมตามองด้วยซ้ำว่ามีคนนอนอยู่บนเตียงนี้ จึงทำให้ฉันดิ้นแรงขึ้น แต่เขาก็ไม่ขยับเลย

              ออกโอ๊ย

              ไอ้บ้า คนหรือตัวอะไรเนี่ย หนักชะมัด ขยับทีกระดูกแทบแหลกเป็นท่อนๆ

              ฉันโมโหกระฟัดกระเฟียดอยู่ใต้ร่างคนแปลกหน้า จะขยับก็ไม่ได้ จะโวยวายเสียงก็โดนเก็บจนเบา ถ้าหลุดออกไปได้ฉันจะเอากระเป๋าฟาดรัวๆให้หายมึนซะ

              หมับ!

              อยู่ดีๆเขาก็ขึ้นคร่อมและลืมตามอง ฉันชะงักเพราะความหล่อของเขาปรากฏให้เห็นใกล้มาก ถ้าจำไม่ผิดคนนี้คือคณิต เดือนคณะเทคนิคการแพทย์ที่กำลังเป็นที่เลื่องลือด้าน ล่าผู้หญิง

              “นายไม่เห็นเหรอว่าบนเตียงมีคน อยู่ดีๆก็มานอนทับ

              “ไม่เห็น แต่ตอนนี้เห็นแล้ว

              “งั้นก็ลุกออกไป

              “อือ โทษทีคณิตว่าพร้อมยันตัวขึ้น แต่สักพักเขาก็หลับตาแล้วเซล้มทับตามเดิม

              คณิต! นายโอเคไหม

              “มึนหัว ถ้าเธอไหวก็ช่วยพยุงไปเตียงข้างๆหน่อย

              ฉันรวบรวมแรงลุกแต่ก็ไม่ไหว เราต่างคนต่างเอาตัวเองไม่รอด จึงต้องนอนอยู่อย่างนี้จนกว่าจะมีใครมาช่วย

              เธอชื่ออะไร

              “แตงกวา

              “มีแฟนรึยัง

              “จะจีบฉันหรือยังไง แฟนน่ะไม่มี มีคนที่ชอบ

              “เหรอ เป็นไรมานอนห้องพยาบาล

              “ไข้ขึ้น นายอ่ะ

              “เมาค้าง

              ฉันขำพรืดกับคำตอบ แล้วได้รับการตอบแสนงเป็นศอกที่กระทุ้งมาโดนต้นแขนเบาๆ ก็มันตลกจริงๆนี่หน่า เมาค้างแล้วยังจะมาเรียน มาเรียนสุดท้ายก็ได้มานอน แต่คิดไปคิดมามันก็ไม่ต่างจากเคสฉันนักหรอก

              เมาก็นอนฉันว่าเพื่อหยุดแรงขยับเบียดเสียดที่เกิดขึ้นถี่เกินไปอีกเดี๋ยวยักษ์มาเห็นคงช่วยจับเราแยกเอง

              ป่วยก็หลับ พูดมากคณิตก็อปปี้รูปแบบแล้วพูดย้อน ฉันนอนหมั่นไส้เงียบๆ หันหลังให้ไปอีกทาง กลายเป็นว่าแผ่นหลังของเราชนกันแนบสนิทเนื่องด้วยความแคบของเตียง

              เอี๊ยด~
              พลิกตัวเบาๆไม่ได้เหรอ เตียงมันจะหักอยู่แล้ว
!

              นอนยังคณิตส่งเสียงรบกวนมาใกล้หู ทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มหลับอย่างฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

              ถ้านายเรียกอีกรอบจะเอาเล็บจิกหัวให้ผมหลุดเลย จะหลับได้อยู่ละ

              “อ้าว โทษๆ

              ฉันอ้าปากเตรียมโต้ตอบ แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะ ยังไม่ทันได้ทำอะไร เสียงตุบก็ดังขึ้นพร้อมกับคนอีกคนบนเตียงหายไป

              ใครถีบกูวะ!”

              “กูเอง

              “ยักษ์ฉันเรียกเขาเสียงเบา เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อเพื่อปรามไม่ให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทในนี้ เขานอนผิดเตียง มึนหัวขยับตัวไม่ไหว

              “มันตอแหล

              “ฉันอยากไปนอนที่ส่วนตัวเงียบๆ เราไปกันเถอะพอไม่รู้จะทำยังไง ก็ได้แต่โน้มน้าวให้ย้ายไปอยู่ตรงอื่นตามลำพัง

              อืม

              ยักษ์ตอบรับด้วยการอุ้มฉันขึ้น เขาปรายตามองคณิตแล้วเดินออกมาจากห้องพยาบาล มีสายตาหลายคู่จับจ้อง และฉันก็ต้องหลบหน้าด้วยความอาย

              เขาเดินมาถึงรถ เปิดประตูแล้วค่อยๆวางฉันบนเบาะ เอากล่องข้าวสองกล่องวางไว้บนตัก ก่อนที่ตัวเองจะอ้อมไปทำหน้าที่คนขับ

              มันร้อน จะเอามาวางบนนี้ทำไม

              “ร้อนก็หยิบออก

              เหอะ โมโหก็พูด ระบายออกมา ฉันรอฟัง

              “ใช่ โมโหน้ำเสียงดุดันทำเอาความคิดชะงัก ฉันมองทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ หูก็รอฟังคำพูดที่จะเปล่งออกมาจากปาก หวง

              ตึกตัก ตึกตัก

              ใจดวงเท่ากำปั้นเต้นแรง มันมีความสุขที่ได้ยินคำเมื่อครู่ ฉันเผลอยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่ ทว่าอารมณ์ก็มลายหายไปทันทีที่ยักษ์เบรคติดไฟแดงไม่นุ่มนวล

              หมับ!

              หือ?

              ภาพสุดท้ายที่มองเห็น คือริมฝีปากโฉบลงมาบดคลึงกับปากของฉัน มันนุ่มนิ่ม หอมหวาน และลึกซึ้งเกินจะห้ามใจ พลันเกิดความรู้สึกเหมือนมีของสำคัญแสนมีค่าไว้ในครอบครอง ยักษ์เป็นของแตงกวาคนเดียวเท่านั้น

              เขาผละออกอย่างเชื่องช้าไปขับรถต่อ ทิ้งผู้หญิงตัวเล็กๆข้างคนขับให้นั่งเหม่อมโนกับรสจูบต่อไป รุกกันขนาดนี้ปล้ำเลยไหมล่ะ

              จะไปไหน

              นั่นสินะ จะไปไหนดี ห้องนอนก็เบื่อ

              “ไหนก็ได้

              “งั้นไปห้องพี่ยักษ์นะครับคนพูดยิ้มหวานใส่ เปิดไฟเลี้ยวเพื่อไปคอนโดย่านใจกลางเมืองของตัวเอง พอถึงหน้าป้อมยามก็ยื่นบัตร พอตรวจสอบตัวตนเรียบร้อยถึงขับรถเข้าไปจอดช่องวีวีไอพีย้ำนะว่าวีสองตัวเชียว

              โคตรพ่อโคตรแม่รวยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

              อึ้งล่ะสิ

              “อึ้งมาก คาบช้อนทองแต่เกิดเลยนายน่ะ

              “ถ้าเห็นคอนโดที่ฮ่องกงจะตะลึงกว่านี้อีก มีลิฟท์สำหรับรถยนต์ด้วย จอดไว้ในห้องใครห้องมัน

              อวดใช่ไหม

              “จ้า ฉันหิวแล้ว แกะอาหารใส่จานเถอะ

              “คืนนี้นอนห้องนี้เป็นไง

              ฉันครุ่นคิดสักพัก ไม่มีเสื้อผ้าก็คงไม่ลำบากเท่าไหร่ เขาไปนอนห้องฉันบ่อย ฉันมารบกวนห้องเพื่อนสนิทบ้างจะเป็นไรไป

              ชวนก็นอน แต่ฉันใช้อ่างอาบน้ำแพงๆของนายไม่เป็นหรอกนะ ถ้าช่วยเปิดน้ำให้จะดีมาก

              “…เนียน?

              “ฉันป่วยอยู่

              “อืม ได้

              ว่าแล้วว่ายักษ์ต้องใจดีเสมอ ฉันเกาะสิ่งของพยุงตัวเองเข้าไปในห้องนอน โทนสีมืดเป็นโทนที่เหมาะกับเขาดี พวกของสีเบจ น้ำเงิน น้ำตาล และดำ

              ใกล้ตู้เสื้อผ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มีสูทที่พับไว้หลายตัวกองอยู่ตรงนั้น ด้านบนกองผ้ามีนาฬิกา เสื้อคลุม เข็มขัด และกางเกงในเป้าตุง อุ๊ย! ไม่ใช่ หมายถึงกางเกงในของผู้ชายนั่นแหละ

              เจ้าของห้องเดินออกจากห้องครัว ถือจานเจียวหอมกรุ่นมาล่อหน้า ทำท่าเหมือนจะช่วยป้อน ซึ่งฉันไม่ขัด อ้าปากเป็นลูกนกรออาหาร ยักษ์กลั้นขำและใช้มืออีกข้างช้อนคางแหลมเบาๆ

              รีบหายป่วยก่อนวันจันทร์ได้ไหม

              “…”

              “เป็นห่วง

              “สัญญาว่าจะหายให้ทันก่อนนายไป เพราะฉันจะไปส่งที่สนามบินด้วยตัวเอง จะช่วยถือของ จะบอกลา แล้วจะพูดว่าแล้วเจอกันอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง

              “ขนาดนี้ก็ไปอยู่ด้วยกันเลยเป็นไง

              ก็อยากไป แต่เขาไปทำงานนี่หน่า

              ฉันเก็บคำพูดไว้ในใจตัวเอง ยิ้มอ่อนตอบตอนที่เขาไม่มอง ก่อนจะคว้าเอาจานอาหารมาทานเอง เพื่อที่ยักษ์จะได้ทานมันบ้างแล้วไปทำอย่างอื่นต่อ

              เคลียร์งานค้างหมดหรือยัง

              “เรียบร้อย

              “จ้า พ่อคนเก่ง อยู่ด้วยกันทั้งวันเอาเวลาไหนไปทำ

              “ตอนเธอนอน

              “แล้วคิดว่าไปอยู่นู่นจะเต๊าะสาวมานอนด้วยป่ะฉันหลอกถาม และเจ็บจึกซะเอง

              ก็มีบ้าง แต่เวลาหิวไม่กัดคอใครหรอก เก็บฟันไว้กัดแตงกวาคนเดียวยักษ์ว่าพร้อมโน้มหน้าเข้ามาหา ลมหายใจเป่ารดหลังใบหู เลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ไม่กี่วินาทีต่อมาริมฝีปากเปียกชื้นก็งับเนื้อนิ่มและดูดเบาๆ

              อยากกอดรอบคอเขาแล้วจูบ ทว่าความกลัวครอบคลุมจิตใจมากกว่า กลัวคนตัวสูงจะรู้ว่าฉันคิดเกินเพื่อน

              เก็บคอเธอดีๆ

              “มันก็อยู่บนบ่านี่แหละยักษ์ ฉันมีนายคนเดียว ไม่มีใครมาทับรอยนายหรอก สบายใจได้

              “อืม พูดเข้าหู ให้ยี่สิบ

              “เก็บตังค์ไว้ซื้อข้าวเถอะฉันว่าพลางทำหน้ายุ่ง ไถมือกับโต๊ะไปคว้าแก้วน้ำมาดื่ม ระหว่างนั้นเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น ยักษ์ไม่ได้สนใจมันจนกระทั่งทานเสร็จ เขาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งมารัวๆ สบถหัวเสียพร้อมเอาจานสองใบไปล้าง

              แอร์ในห้องพักทำงานอัตโนมัติ ฉับพลันขมับสองข้างก็ปวดจี๊ดขึ้นมา ฉันเปิดลิ้นชักหายาดมยาหอม นอนแผ่กับเตียงเพื่อพักสมองและสายตา

              เตียงยวบลงข้างหนึ่ง รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของกลับมาแล้ว เขาเงียบไม่ยอมพูดอะไร มีเพียงมือนุ่มนิ่มแตะสัมผัสกรอบหน้าเบาๆ

              เกิดอุบัติเหตุกับธุรกิจที่สเปน ต้องไปช่วยคุมงานเช้ามะรืนนี้ ยักษ์พูดเสียงเบา แต่ก็ยังดังพอจะได้ยินชัดเจน ฉันลืมตาโพลงและหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนนั่งด้านข้าง ดวงตาหลุบมองต่ำ รู้สึกใจหายเหมือนเจอโชคร้ายซ้ำซ้อนนับร้อยครั้ง

              ไม่เป็นไร โตแค่นี้ช่วยงานพ่อแม่ นายเก่งมาก

              “…ขอโทษที

              งั้นพรุ่งนี้…” อยากทำบางอย่างก่อนแยกกัน

              “…”

              พรุ่งนี้เย็นไปกินเลี้ยงที่คลับนายกัน ชวนพวกนั้นมาด้วย ลากันดีๆ จะได้กลับมาเจอกันดีๆ

              “เดี๋ยวเลี้ยง

              “บ้า คนไปจะเลี้ยงได้ไง ฉันกับเจ้าพวกนั้นต่างหากต้องเลี้ยง แต่ก็พูดไปนั่น ฮ่าๆๆ คลับเจ้าของกินฟรีอยู่แล้วนี่

              “อืม โควตาเพื่อน กินฟรี

              โอเคตามนี้แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนนะ ตื่นอีกที…” ไม่ไหว มึนไปหมด ลืมตาต่อแทบไม่ได้เลย ค่อยคุยด้วยกันอีกครั้ง

              ฉันหลับตาลง พยายามปล่อยสติให้ไหลลอยออกไป จินตนาการถึงเรื่องสนุกและมีความสุข เพื่อที่จะช่วยให้ตัวเองผ่อนคลายความเครียดได้มากขึ้น

              หลับเถอะเสียงแผ่วเบามาพร้อมกับแรงลูบเบาๆบนหัว

              “…”

              อยากเห็นเธอหายป่วยไวๆ

              “…”

              “อยากได้ยินเสียงสดใสของเธอ

              “…”

              “ป่วยบ่อยแบบนี้ทำให้คนอื่นเป็นห่วงรู้หรือเปล่า

              “…”

              หายป่วยเร็วๆ เข้าใจไหมแตงกวาสิ้นสุดประโยค เสียงจุ๊บบนหน้าผากก็ดังขึ้น ความอ่อนนุ่มของริมฝีปากชั่วขณะนำพาฝันหวานล่องลอยมาหา

              ยักษ์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน เขารู้ว่าสุขภาพแตงกวาเป็นแบบไหน มันเหมือนผีเข้าผีออก อยู่ดีๆก็ป่วย อยู่ดีๆก็หาย แล้วตอนนี้เขาก็เป็นห่วงจนไม่อยากไปไหนไกล

              ขอพ่อแล้ว ขอแม่แล้วว่าอยากดูแลเพื่อนก่อน แตงกวาไม่มีใคร เธออยู่คนเดียวตามลำพัง แต่งานมันก็สำคัญมากจนต้องวิ่งไปดูแลด้วยตัวเอง พี่โดเรม่อนอยู่อเมริกา แต่ในจังหวะที่เขาไปพี่ต้องขึ้นเหนือไปบริหารสาขาย่อย พ่อ (ทูนหัว) เสือใหญ่ไปญี่ปุ่น พ่อเสือน้อยไปเที่ยวอินโดนีเซีย

              เพราะฉะนั้นยักษ์เลี่ยงงานนี้ไม่ได้หรือจะพาแตงกวาไปด้วยดี แล้วในฐานะอะไรล่ะ เขาไม่สามารถปล่อยให้เธอขาดเรียนโดยไม่จำเป็นได้

              โทรศัพท์สั่นบ่งบอกว่ามีคนโทรมา เขาหยิบมันมารับและเดินออกไปคุยนอกห้อง ไม่ได้มองว่าใครโทรมา

              พี่ยักษ์

              “ว่าไงรักเขากรอกเสียงลงไป ได้ยินเสียงหวานของน้องสาวฝาแฝดแล้วใจชื้นขึ้นเยอะ ก็ช่วงนี้แทบไม่ได้เจอกันเลย

              รักอยากคุยกับพี่…”

              “คุยกับใคร!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังแทรก ผู้เป็นพี่ชายขมวดคิ้ว พยายามถามน้องสาวทว่าสายก็ตัดไปทันที

              ฟังจากน้ำเสียง รักไม่ได้กำลังลำบาก มีใครบางคนอยู่ด้วยกับเธอ งั้นก็น่าจะเป็นเพื่อนผู้ชายล่ะมั้ง ช่างเถอะ ไปเตรียมน้ำอุ่นให้แตงกวาอาบดีกว่า




TALK : แตงกวาจะมีหวั่นไหวกับคณิตบ้างไหมน้อ เขาอุตส่าห์มาอ่อยข้างๆ มีถามด้วยว่าโสดเปล่า

TALK 2 : ได้มานอนห้องยักษ์สักที ใช้งานเจ้าของห้องหนักๆเลยแตงกวา เอาให้สาสมก่อนเขาจะทิ้งเราไปทำงาน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น