WTF!!! เพราะมึงคนเดียว (กิจกรรมจดหมายรัก) [yuri] - WTF!!! เพราะมึงคนเดียว (กิจกรรมจดหมายรัก) [yuri] นิยาย WTF!!! เพราะมึงคนเดียว (กิจกรรมจดหมายรัก) [yuri] : Dek-D.com - Writer

    WTF!!! เพราะมึงคนเดียว (กิจกรรมจดหมายรัก) [yuri]

    เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับจดหมายรักในรอบ20ปี ปีนี้แหละที่ฉันจะได้สละโสดสักที ถ้าไม่ติดที่เพื่อนมันเมา นังเพื่อนเลว!!!!

    ผู้เข้าชมรวม

    84

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    84

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    2
    หมวด :  นิยายวาย
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  15 ก.พ. 65 / 18:58 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

     เนื่องในวันวาวาเลนไทน์เราเลยแวะมาเปิดเรื่องใหม่ในกิจกรรมจดหมายรัก (จริงๆ จะลงเมื่อวานค่ะแต่ง่วง555)

    และใช่ค่ะเรื่องนี้กำลังจะมีเรื่องยาว นั่นคือเรื่อง Red Deadline ขีดเส้นไว้ว่านั้นคือเพื่อน...

    ซึ่งจะลงต่อจากเรื่อง Flip over พลิกล็อควันสงกรานต์ที่กำลังจะจัดจำหน่ายเร็วๆ นี้ คาดว่าไม่เกินเมษายน ส่วนเรื่องนี้จะลงต่อกันเลยค่ะ 

    ที่สำคัญขอบคุณไรท์ข้าวมันเก่าที่ตั้งชื่อเรื่องให้อีกครั้งนะคะ ทั้งเรื่องสั้นแล้วเรื่องยาว

     

     

    วาเลนไทน์ หึ มันก็แค่วันธรรมดามันหนึ่งใครมันจะไปสนใจกัน...ก็อยากจะพูดแบบนี้อยู่หรอกนะ ถ้าไม่ใช่ว่าปีนี้ฉันได้รับจดหมายรัก ไม่ได้อยากจะอวดเลยจริงๆ 

    "พวกมึงดูนี่" ฉันถือจดหมายรักอวดเพื่อนๆ ที่กำลังนั่งรออาจารย์

    "จดหมายเชิญออก? นี่มึงไปทำเรื่องเห้ๆ อะไรมา"

    "ไม่ใช่!!!" หันไปมองตาเหลือกใส่พวกมัน พวกมีตาหามีแววกล้ามองจดหมายรักซองสีชมพูในวาเลนไทน์เป็นจดหมายเชิญออกได้ไง

    "หรือทวงหนี้ที่แกไม่จ่ายค่าเทอม"

    "โอ้ย แหกตาดูตาดูจดหมายซองสีชมพูในวันวาเลนไทน์เขาเรียกอะไร" ไม่ได้อยากจะขิงอะไรหรอกนะ

    "เออ แล้วเขาเขียนว่าไง" ในที่สุดพวกมันก็ถามฉันสักที ฉันบรรจงแกะจดหมายออกยืนตัวตรงเหมือนกำลังประกวดนางสาวไทน กระแอมเล็กน้อยอย่างมีจิต

    "ผมแอบชอบคุณมานานแล้วครับ ถ้าคุณยังไม่มีใครช่วยพิจารณาผมไว้เป็นคนคู่ใจได้มั้ยครับ" ยิ่งอ่านก็ยิ่งเขิน 

    "เสี่ยวมากกกกก" จริงจ้า แต่ถึงยังไงนี่ก็เป็นจดหมายรักครั้งแรกที่ฉันได้รับ ในที่สุดฉันจะได้สละความโสดที่ถือครองมาตลอด20ปีก็วันนี้

    "แล้วเขาคือใครเหรอฟ้า" คนที่ถามคำถามนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากน้ำอิง สมแล้วที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและรูมเมทไม่เหมือนพวกมัน

    "ไม่รู้เหมือนกัน ในจดหมายก็ไม่ได้เขียนชื่อไว้"

    "หรือมึงจะโดนแกล้ง" ฉันรีบหันขวับไปมองนั่นปากเหรอ!!! เดี๋ยวจับตบปากฉีกสะเลย

    "แกล้งบ้าอะไรในวันนี้ แล้วดูลายมือออกจะสวยแสดงว่าคนเขียนต้องตั้งใจเขียนมาเป็นอย่างดี"

    "อะๆ จะรอดู" 

    "รอดูได้เลยแก" เหมือนพวกมันจะไม่มีใครเชื่อว่าฉันได้รับจดหมายรักมาจริงๆ ทั้งที่ฉันก็ออกจะสวย นิสัยก็ดี นี่ไม่ได้ชมตัวเองเลยจริงๆ นะ

     

     

    "ฟ้า แล้วนี่แกรู้แล้วเหรอว่าใคร" 

    "ยัง นอกจากจดหมายรักที่แอบใส่ในล็อกเกอร์ก็ไม่มีอย่างอื่น หรือเขาจะใส่ผิดเหรออิง" 

    "ไม่หรอก คนเช่าล็อกเกอร์สาขาเราก็มีไม่เยอะไม่น่าจะใส่ผิดนะ"

    "หรือเขาจะแกล้งเราแบบที่พวกก้อยมันบอก" เอาจริงตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจ เพราะนอกจากจดหมายฉันก็ไม่รู้อะไร แถมนี่ก็พักเที่ยงยังไม่มีวีแววของเจ้าของจดหมายเลยสักนิด

    "ทำอะไรกันยัยสองน้ำ" เราทั้งคู่ต่างหันมามองพร้อมกัน และนี่คือฉายาที่พวกเพื่อนในกลุ่มเรียกพวกเรา เพราะชื่อของฉันคือน้ำฟ้า ส่วนของเธอคือน้ำอิง และยิ่งเวลาที่เราสองคนอยู่ด้วยกันพวกมันก็ชอบเราสองคนเรียกว่าสองน้ำ 

    "เรียกแบบนี้ครั้งต่อไปฉันจะเก็บ1500แล้วนะ"

    "อุ๊ย เดี๋ยวนี้มีพัฒนาการ"

    "ก็ห้ามแล้วไม่ฟังก็จ่ายตังมาละกัน"

    "ขอต่อเหลือพันหนึ่งได้มั้ย"

    "ได้ แต่แค่น้ำเดียวนะ"

    "อุบาทว์มากพูดอะไรกัน" และคนมาใหม่อย่างจ๊ะโอ๋ก็พูดขัดพวกเรา ทั้งนี่มันนี่แหละตัวดีตัวตั้งตัวตี้ในการตั้งฉายานี้

    "แหม ทีวันก่อนใครนะที่เห็นหนุ่มคณะอื่นแล้วพูดว่าน่ากิน"

    "แกก็เหมือนยัยก้อย เห็นหนุ่มวิศวะทีไรทำเป็นตัวอ่อน ทั้งที่หนักอย่างกับหมีควาย" ใช่ค่ะ ก้อยหรือก็คือกายหนุ่มหล่อร่างกำยำที่เปิดเผยรสนิยมของตัวเองตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัยพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นก้อยเพื่อเพิ่มความสาวของตัวเอง ถึงภายนอกจะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปก็ตาม

    "จะเอาใช่มั้ยนังนี่"

    "เออ จะทำไม"  

    "พวกแกหยุดเลยจะตีกันเองทำไม" และคนที่หยุดมันทั้งคู่คือน้ำอิง ส่วนฉันขอเป็นฝ่ายกองเชียร์ ตาของอยู่ข้างผู้ชนะค่ะ!

    "ก็ดูปากมัน"

    "แกก็ด้วย"

    "งั้นเชิญตบกันเลยค่ะ" คราวนี้ทั้งฉันและน้ำอิงต่างยืนดูพวกมันพร้อมตบมือแปะให้กำลังใจ

    "สามัคคีกันเชียวนะนังสองน้ำ"

    "อะไร/อะไร"

    "แน่ะ พูดพร้อมกันแบบนี้ระวังจะได้กันเองนะมึง"

    "ไม่มีทาง/ไม่มีทาง" ถึงพวกเราจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่ความคิดที่จะคบกันเองไม่เคยมีในหัวของพวกเรา ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้า ใครมันจะไปคบเพื่อนสนิทที่รู้สันดานดิบแถมบางครั้งยังเรียกมึงกูได้ลง 

    "แล้วสรุปเรื่องจดหมายรักของแกว่าไงยัยน้ำ เรื่องจริงหรือจ้อจี้?"

    "เอาจริงตอนนี้ฉันก็เริ่มไม่มั่นใจ ฉันอาจจะโดนแกล้งแบบที่พวกแกบอกก็ได้" ใจหนึ่งก็อยากจะหวังว่าเรื่องจริง แต่นี่มันก็ผ่านมาครึ่งวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เหงาของคนที่ส่งจดหมาย

    "พวกฉันก็พูดไปเรื่อยอย่าถือสาเลย เอาเป็นว่าเรามาคิดกันดีกว่าว่าใครเป็นคนส่งจดหมายให้ยัยน้ำ" จ๊ะโอ๋เริ่มเปิดประเด็นถามหาคนที่ส่งจดหมาย 

    "กูว่าพี่เควิศวะ กูสังเกตมานานแล้วพี่เขาชอบแอบมองมันตั้งแต่ตอนงานเฟรชชี่ปีที่แล้ว"

    "กูว่าไม่น่าใช่ น่าจะพี่เบสบริหารยังจำงานเฟรชชี่ได้มั้ย พี่เขาเอาน้ำให้ยัยน้ำด้วย แล้วอิงล่ะว่าไง" 

    "ทีเรียกน้ำอิงว่าอิง ทีกูเรียกว่ายัยน้ำอะไรของพวกมึงงงง" ทั้งที่เราสองคนชื่อน้ำเหมือนกัน แทนที่มันจะเรียกฉันว่าฟ้า เสือกเรียกยัยน้ำ

    "ก็มึงหยาบกว่ามัน มึงลองดูอิงมันพูดมึงกูกี่คำ ยิ่งถ้าไม่เมาแทบไม่พูด"

    "ส่วนถ้าเมาพูดนับไม่ถ้วน ดีแล้วที่ไม่เมา" ฉันรีบขัด สำหรับน้ำอิงปกติเจ้าตัวแทบจะไม่พูดมึงกูจะมีบ้างก็แก ส่วนถ้าเมามึงกูทุกคำแถมยังชอบเลื้อยยิ่งกว่างู 

    "อะไร! ทำไมต้องวนมาที่เราด้วย พูดเรื่องของฟ้าไม่ใช่เหรอ"

    "เออๆ กลับมาเรื่องของยัยน้ำ แล้วอิงคิดว่าใคร"

    "เราคิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ที่คณะ ไม่งั้นคงไม่เลือกส่งจดหมายใส่ล็อกเกอร์"

    "พวกเรามาพนันกันมั้ยว่าใครคือคนที่ส่งจดหมายให้ยัยน้ำ ส่วนคนชนะคืนนี้กินเหล้าฟรีส่วนคนแพ้ก็แชร์กันออกรวมทั้งแกด้วยยัยน้ำ"

    "อะไร ทำไมมีแค่ฉันที่ต้องเลี้ยงเหล้าไม่เห็นยุติธรรม" นี่มันไม่แฟร์มัดมือชกกันเห็นๆ 

    "ยังจะพูดทั้งกลุ่มมีแค่แกคนเดียวที่ได้รับจดหมาย แล้วดูคนอื่นแห้งเหือดกันหมด"

    "เออๆ ก็ได้" เห็นว่าเป็นวันนี้หรอกนะ ถึงจะไม่รู้ว่าอีกใครฝ่ายเป็นใครแต่การได้รับจดหมายรักในวันแบบนี้มันชวนให้รู้สึกดี

    "เดี๋ยวก่อน ฉันไม่แห้งนะยะ"

    "อ๋อเหรอ แล้วไหนล่ะพี่ก้องของแก"

    "ก็..." ที่จ๊ะโอ๋ถึงกลับเงียบนั่นก็เพราะพี่ก้องของมันเพิ่งจะบอกเลิกสายฟ้าแลบเมื่อสัปดาห์ก่อนนั่นเอง จากที่รับบทนางขิงเรื่องคู่ประจำกลุ่ม ตอนนี้กลับเงียบเป็นเป่าสากแต่เราทุกคนต่างคิดว่าเดี๋ยวมันก็กลับไปคืนดีกันเหมือนทุกครั้ง 

    "เราคิดว่าแยกกันไปสืบมั้ยว่าใครที่ส่งจดหมายให้ฟ้า"

    "โอเคเดี๋ยวฉันจะแยกไปสืบเรื่องพี่เค"

    "ส่วนฉันจะแยกไปสืบเรื่องพี่เบส"

    "งั้นตกลงตามนี้ แล้วเย็นนี้เราค่อยกลับไปเจอกันร้านเดิม"

    "เดี๋ยว แล้วกูล่ะ" ฉันหันไปมองเพื่อนทุกคน เมื่อพวกมันกำลังแยกย้ายโดยที่ไม่มีใครสนใจฉัน

    "ฟ้ามากับเราก็ได้"

    "เออสมแล้วที่เป็นสองน้ำไปไหนต้องตัวติดกันตลอด ระวังเถอะจะได้กันเอง"

    "อีก้อย/อีก้อย

     "ไปแล้วไว้เจอกันพวกชะนี"

     

    เราต่างแยกกันไปคนละทาง ส่วนฉันกับอิงกลับเลือกที่จะกลับห้องโดยไม่สนใจที่จะสืบหาว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และถึงฉันจะดีใจที่มีคนส่งจดหมายรักมาให้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันอยากคบกับคนคนนั้นซะเมื่อไร ก็แค่ดีใจที่ครั้งหนึ่งเคยมีประสบการณ์อะไรแบบนี้

    "แล้วฟ้าคิดว่าใครเป็นคนส่งจดหมายให้ฟ้า"

    "เอาจริงเราก็ไม่รู้อ่าแก ก็ยอมรับนะว่าดีใจแต่แล้วยังไงต่อ..."

    "หมายความว่าต่อให้จะรู้ว่าใครแกก็ไม่คิดจะคบเหรอ" ฉันลองจิตนาการเล่นๆ ถึงคนที่ส่งจดหมายรักว่าเป็นคนแบบไหนแล้วฉันคิดยังไง

    "ก็ถ้าหล่อรวย อาจจะมั้ง"

    "นี่ฟ้าชอบคนรวยเหรอ"

    "บ้า เราก็พูดไปเรื่อยจริงๆ เราแค่ชอบคนบ้านๆ "

    "แบบคนธรรมดาทั่วไป?"

    "เปล่า บ้านรวย"

    "ฟ้า!!!" แล้วฉันก็หัวเราะคิกคักรู้สึกตลกที่ได้แกล้งน้ำอิง

    "แล้วเรื่องนิสัยล่ะ ฟ้าชอบคนแบบไหน"

    "ก็นิสัย...รวย!"

    "ฟ้า!!! สรุปที่แท้ก็ชอบคนรวย"

    "เราล้อเล่น ก็คงเป็นคนที่เข้ากับเราได้ละมั้ง"

    "แค่นี้เหรอ"

    "อื้ม ส่วนหน้าตาเรายังไงก็ได้ แต่นั่นแหละก่อนที่จะรู้นิสัยเราก็ต้องรู้จักหน้าตากันก่อน ก็คงจะแบบธรรมดาละมั้งจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องเจ้าชู้ แล้วอิงล่ะ"

    "เราเหรอ เราชอบคนที่เป็นสุภาพบุรุษและมีเราแค่คนเดียว"

    "โรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย"

    "ว่าแต่เรา ฟ้าก็ด้วยเถอะ" คงมีแค่เธอที่เรียกฉันด้วยชื่อแบบนี้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นคงเรียกฉันว่าน้ำฟ้า

    จะนับว่าโชคดีได้รึเปล่านะ ที่เราสองต่างบังเอิญมีชื่อคล้ายกันแถมยังเป็นรูมเมทแล้วที่สำคัญนิสัยเราสองคนยังเข้ากันได้เป็นอย่างดี นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่เราอยู่สาขาและคณะเดียวกัน ใช่ว่ารูมเมททุกห้องจะได้อยู่คณะหรือสาขาเดียวกันสักหน่อย

    "สมมุตินะ ถ้าฟ้ามีแฟนฟ้าจะย้ายไปอยู่กับแฟนหรือจะยังอยู่กับเรา"

    "ถึงเราจะมีแฟน เราก็จะอยู่กับอิงแบบนี้ ไม่ใช่อะไรนะเรากลัวพ่อแม่ตีเราหัวแตก"

    "โธ่ ก็คิดว่าเพราะแคร์เรา"

    "เดี๋ยวเถอะ ทำไมพูดเหมือนเราจะมีแฟนอิงเถอะยังไง เห็นมีคนโน้นคนนี้เข้ามาไม่ขาดเลยนะ"

    "ก็ยังดูๆ กันอยู่ แต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะไม่ว่ายังไงเราก็ยังเป็นรูมเมทฟ้าเพราะเราชอบอยู่กับฟ้า"

    "จะไม่ชอบได้ยังไง กับข้าวก็ทำให้กิน เสื้อผ้าก็ซักให้รีดให้ รูมเมทดีขนาดนี้จะหาได้จากที่ไหน" ที่ฉันทำงานบ้านให้ทุกอย่างไม่ใช่ว่าอิงเอาเปรียบ แต่เพราะเจ้าตัวทำอะไรไม่เป็น พอสอนก็ออกมาแย่แม้จะพยายามจนฉันเสียดายค่ากับข้าวหรือน้ำยาต่างๆ ฉันถึงเลือกที่จะทำให้อิงทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ส่วนเจ้าตัวก็ยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือวัตถุดิบในการทำอาหาร โดยอ้างว่าไม่อยากเอาเปรียบถึงบางอย่างจะเป็นของใช้ส่วนตัวแต่เจ้าตัวกลับยินดีที่จะออกให้ 

    "เราเหมือนคู่สามีภรรยาเลยเนอะ"

    "แล้วใครจะเป็นสามีใครจะเป็นภรรยา"

    "ฟ้าไงเป็นภรรยา ส่วนเราก็เป็นสามีที่ออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว"

    "ไม่เอาด้วยหรอกเราอยากออกไปทำงานมากกว่า"

    "แบบนี้ก็แย่สิ เพราะเราทำอะไรไม่เป็นเลยหรือเราจะเป็นภรรยาที่ร่ำรวยแล้วเอาเงินมาเลี้ยงสามีดี"

    "เดี๋ยวเหอะ เอาแต่พึ่งเราแบบนี้ถ้าวันข้างหน้าอิงแต่งงานไปจะทำยังไงห๊ะ"

    "เราก็คงจะจ้างแม่บ้าน ยุคนี้ผุ้หญิงทุกคนไม่จำเป็นต้องเก่งงานบ้านงานเรือนสักหน่อย"

    "แต่อย่างน้อยก็ทำเป็นบ้าง ถ้าเกิดอิงอยู่คนเดียวจะทำยังไง"

    "ก็ให้ฟ้ามาช่วยเราไง"

    "พูดอย่างกับว่าจะให้เราอยู่กับอิงตลอดไปนั่นแหละ"

    "แล้วฟ้าจะอยู่กับเราตลอดไปไม่ได้เหรอ" ไม่ใช่แค่คำพูด แต่สายตาของน้ำอิงกับมองมาที่ฉันอย่างจริงจัง

    "ไม่รู้ด้วยแล้ว" ฉันหยิบหมอนไปฟาดน้ำอิงเบาๆ รู้หรอกน่าว่าที่พูดมาแค่ขี้เกียจ

    "เราพูดจริงๆ นะ ถ้าฟ้าจะอยู่กับตลอดไปเราก็ไม่ว่าอะไร ออกจะยินดีด้วยซ้ำ"

    "ทำเป็นพูดดี อย่าเห็นนะว่าถ้ามีแฟนแล้วลืมเรา "

    "ใครจะไปลืมลงรูมเมทเราออกจะน่ารักขนาดนี้"

     

     

    ตกเย็นพวกเรานัดกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหัวข้อในการสนทนาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อจ๊ะโอ๋โทรมาร้องไห้น้ำตาแตก ว่าอดีตแฟนอย่างพี่ก้องของมัน เพิ่งตั้งสถานะคบกันคนใหม่แถมยังลงรูปคู่ชนิดที่ว่าหวานจนมดต้องแห่ขบวนมาทำรัง 

    " แxง ทีตอนกูบอกลงรูปไม่ได้เดี๋ยวแม่ว่า แล้วนี่เXยอะไร ถึงว่าหายรอบนี้หายไปเลย"

    "เอาน่ามึงสวยๆ อย่างพวกเราไม่นานก็หาใหม่ได้" และคนที่ปลอบมันคือก้อยถึงปกติพวกมันจะทะเลาะกันตลอดเวลา แต่ช่วงเวลาแบบนี้มันกลับดูแลกันและกัน 

    "แล้วนี่อะไรไม่ได้อกหักอะไรกับเขาดื่มเอาดื่มเอา"  ฉันเหล่มองน้ำอิงที่ยกซดเหล้าพอๆ กับจ๋ะโอ๋ แน่นอนว่าที่ดื่มเพราะชอบไม่ได้มีเรื่องทุกข์ใจแต่อย่างใด

    "ใจเย็นก่อนแกค่อยๆ ดื่ม" และที่ฉันห้ามไม่ใช่เพราะเป็นห่วงแต่กลัวว่าเดี๋ยวสักพักมันจะเมา และภาระจะตกที่ใครถ้าไม่ใช่ฉัน 

    "มึงงง~" นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ น้ำเสียงแบบนี้ สายตาแบบนี้ ตามด้วยมือที่เริ่มจะเลื้อย...

    "หยุดเลย" และถึงฉันจะพยายามแกะมือออกยังไง เจ้าตัวก็ยังคงเอามือมาพันรอบตัว นี่มือคนหรือหนวดปลาหมึก?

    "มึงงง~"

    "แกขยับไปหน่อย" ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ซบขนาดนี้ไม่ลากฉันไปกินในน้ำเลยล่ะ

    "ยัยน้ำมาช่วยกูก่อน เดี๋ยว...อีโอ๋อย่านะมึง" 

    "มึงดูสภาพกู!!!" ช่างกล้าเรียกให้ฉันไปช่วย ดูมือที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงจะแกะยังไงก็ไม่ออก

    "ไอ้XXX มึงจะมาอ้วกใส่กูไม่ได้ กรี๊ด เสื้อกู...." 

    "เชี่ย" เชื่อแล้วว่าฝั่งมันหนักกว่า ฉันถึงขั้นอุทานออกมาเพราะจ๊ะโอ๋เล่นอ้วกใส่เสื้อก้อยเต็มๆ 

    "มึง ฝากดูโต๊ะก่อนนะเดี๋ยวกูพามันไปห้องน้ำ"

    "เออมึงรีบไป แล้วฝากเรียกพนักงานมาช่วยด้วย" นี่ฉันคิดถูกคิดผิดที่เลือกมาร้านเหล้า แล้วดูขนาดกลิ่นอ้วกลอยหึ่งขนาดนี้ มันยังกล้ามาเกาะฉันไม่เลิก ไม่พอถึงขั้นขยับมานั่งตักแถมซบชนิดที่ว่าถ้าสิงร่างฉันได้มันคงสิงไปแล้ว

     

    ~ คนเราจะแอบรักใครสักคนได้นานแค่ไหน

    คนเราจะแอบรักใครสักคนได้จนถึงเมื่อไหร่

    คนเราจะแอบรักใครสักคนได้อีกนานแค่ไหน

    แล้วฉันต้องรักเธออย่างนี้ถึงเมื่อไหร่ ~ 

    จู่ๆ ทางร้านก็เปลี่ยนเพลง แถมยังดับไฟ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? และคำตอบมันก็ชัดเจนเมื่อฉันหันไปมองทางเวที พี่เบสบริหารกำลังถือดอกไม้ช่อใหญ่เดินตรงมาทางฉัน ไม่จริงน้า คนที่เขียนจดหมายคือพี่เบสงั้นเหรอ!?

    "น้องน้ำฟ้าครับ พี่แอบชอบน้องมานานแล้วครับ เป็นแฟนกับพี่ได้มั้ยครับ" สิ้นเสียงของพี่เบสกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น จุ๊บ แน่นอนว่านั่นคือเสียงจูบของนังเพื่อนตัวดีที่ลากฉันไปจูบหน้าตาเฉยในจังหวะที่มีคนกำลังของฉันเป็นแฟน!!!

    "ขอโทษนะครับ...พี่ไม่รู้มาก่อนว่าน้องน้ำฟ้ามีแฟนอยู่แล้ว"

    "ไม่ใช่อย่างที่พี่เบสคิดนะคะ!!!" ไม่ว่าฉันจะตะโกนยังไงพี่เบสยังคงเดินคอตกออกจากร้าน ส่วนนั่งเพื่อนตัวดีหลังจากแผลงฤทธิ์ไปยกใหญ่ตอนนี้กลับหลับสนิทโดยที่ไม่รู้เลยว่ารอบข้างวุ่นวายขนาดไหน 

     

    และเหตุการณ์ในคืนนี้ดังไปทั่วมหาลัยในชั่วข้ามคืนเนื่องจากคนในร้านได้บันทึกภาพและวีดีโอไปลงตามช่องทางโซเชียล ใครจะไปคิดว่าการเซอร์ไพรส์ขอเป็นแฟนจะจบลงด้วยฉากแบบนี้ แน่นอนว่าผู้คนต่างเข้าใจผิดว่าฉันกับน้ำอิงกำลังคบกัน ทั้งที่เรื่องมันเกิดเพราะมันเมา ส่วนเจ้าตัวเมื่อตื่นมาแล้วพบว่าเรื่องมันวุ่นวายขนาดไหนทำเพียงแค่ยิ้มแล้วขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น

    "ฟ้าก็รู้ว่าถ้าเราเมา เราจะเป็นแบบนี้"

    "ก็รู้ แต่ไม่คิดไงว่าแกจะจูบเราต่อหน้าพี่เบส"

    "นี่หรือว่า...ฟ้าจะชอบพี่เบส?"

    "ก็เปล่า" แต่มันก็เสียดายเพราะพี่เบสทั้งหล่อทั้งรวย ถ้าลองคบกันจริงๆ ฉันก็ไม่ได้ติดอะไร แต่ก็ไม่ได้เสียดายอะไรขนาดนั้น

    "งั้นก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย

    ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย~ แล้วรู้อะไรไหมไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ข่าวลือเรื่องที่ฉันคบกับอิงก็จางหายไปเพราะอิงได้ตั้งสถานะคบกับใครบางคน ในขณะที่ฉันพลาดโอกาสการมีแฟนคนแรก แต่ไอ้คนที่บอกว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย กลับมีแฟนหน้าตาเฉย ไอ้เพือนXXX เพราะมึงคนเดียว...

     

     

     

    ก็จบกันแล้วนะคะสำหรับเรื่องสั้น และข่าวดีตอนนี้เราจัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยแล้วค่ะสบายใจได้ 

    และเราจะกลับมาอัพนิยายทุกเรื่องแบบไฟลุกพร้อมเปิดพรีออเดอร์อลังการแบบยิ่งใหญ่ต้นเดือนเมษานะคะ 

    เตรียมตังกันให้พร้อมเพราะเป็นครั้งแรกที่เราเปิดพรีออเดอร์เล่ม แน่นอนว่าทำจำนวนจำกัดค่าาา

    เอาภาพฉบับเต็มมาอวด อาจจะเปลี่ยนFONT นิดหน่อย 

    ส่งท้ายถ้าชอบเรื่อง Red Deadline ขีดเส้นไว้ว่านั้นคือเพื่อน... กดหัวใจและคอมเม้นท์กันเยอะๆ นะ 

    และถ้าใครใจดีจะคิดแท็คให้จะยินดีมากค่ะ เพราะตอนนี่ที่เราคิดคือ #สองน้ำ ซึ่งดู18+สุดๆ (ฮ่า)

    ป้ายหน้า Flip over พลิกล็อควันสงกรานต์ จะลงตอนแรกปลายเดือนมีนาคมค่ะ 

    sds

     

     


     

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×