[จบบริบูรณ์] Fic 9 Satra : จองจำอสุรา [มารตา x ทารคา]

ตอนที่ 12 : ๑๑ : เผลอไผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    10 เม.ย. 61

๑๑

เผลอไผล  

#มารตาจองจำทารคา






หมู่บ้านนกแอ่น


อ๊อดตักน้ำตักท่ามาสองขัน หนึ่งขันของตนอีกขันเป็นของแขกที่อุตสาหะออกไปตกปลาตัวโตมาให้ตั้งแต่ย่ำรุ่ง

ไม่รู้กลัวผิดสัญญาอะไรปานนั้น...จริงๆพี่บากไม่จำเป็นต้องทำเลยด้วยซ้ำในเมื่อคำขอร้องของเขามันเป็นเพียงข้อแก้ต่างในยามจนตรอกเท่านั้น

แต่ยังไงซะ...ขอปลาสี่ส้าห้าตัวมันก็ฟังดูดีกว่าขอความรักจากอีกฝ่ายตรงๆล่ะวะ!

“นี่จ้ะพี่บาก...ตกมาเสียตัวโตเชียวแล้วข้าจะปรุงยังไงให้หมดก่อนเน่าเสียเล่า” อ๊อดหัวเราะคนที่นั่งกรีดควักไส้ปลาตัวยักษ์ตรงแคร่หน้าบ้าน บัดนี้ปาเข้าไปสองทุ่มแล้วทั้งสองก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเพราะมัวแต่สาละวนจัดแจงหาพื้นที่พักปลาเนื่องจากเจ้าของบ้านไม่คิดว่าพรานทมิฬจะบ้าจี้ตามคำขอไร้สาระของตนขนาดนั้น

เพราะไม่ได้ตระเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้าเจ้าของบ้านจึงไม่ทันหุงข้าวเตรียมแกงอะไรทั้งสิ้น แต่โชคดีที่ยังพอมีสมุนไพรต่างๆกักเก็บไว้บนเรือนบ้างสามสี่อย่างมันพอให้นำมาทำซุปสมุนไพรอุ่นๆซึ่งน่าจะเข้ากันได้ดีกับปลาสวายต้มกับน้ำพริกหนุ่มที่อ๊อดหัดลองทำมาเป็นกับแกล้ม

“ไม่ต้องเติมฟืนแล้วพี่บากมาทานข้าวก่อนเถิดจ้ะเดี๋ยวกับเเกล้มจะเย็นเอา” อ๊อดเอ่ยอีกครั้งเมื่อพรานทมิฬยังขะมักเขม้นกับการสาวไส้ปลาเตรียมหมักเกลือให้ตนอยู่โดยไม่สนใจกับข้าวกับปลาด้านข้างสักนิด

“เสร็จแล้วรึ”

“จ้ะพี่เสร็จจนจะเย็นหมดแล้ว” อ๊อดขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนแคร่ไม้ไผ่พลางหยิบจับจานข้าวและขันน้ำยื่นให้อมนุษย์ตรงหน้า

ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในละแวกบ้านเดียวกันแต่ก็นานทีมีหนถึงจะแวะเวียนมาทานข้าวร่วมกันได้แต่หลังจากกลับมาจากพิธีราชาภิเษกที่คีรีกัณฑ์พรานทมิฬก็แวะมาฝากท้องฝากไข้ที่เรือนอ๊อดบ่อยครั้งและเด็กหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญใจเลยแม้แต่น้อยติดจะดีใจด้วยซ้ำ

เมื่อก่อนได้แต่เชิญชวนลมฟ้ามานั่งทานข้าวเป็นเพื่อน...ก็ตั้งแต่ต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวทั้งสองไปเขาก็ต้องอยู่ลำพังมาตลอดแม้นจะได้เจอชาวบ้านที่ตลาดสดเป็นประจำแต่พอกลับมาบนเรือนก็ต้องจมปลักกับความโดดเดี่ยวอ้างว้าง

จนมีพรานทมิฬนี่แหละที่ย้ายเข้ามาปลูกเรือนใกล้ๆกันและนั่นคือจุดเริ่มต้นของการไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ส่วนมากจะเป็นเขาที่แวะนำสมุนไพรไปฝากคนรักสันโดษ แรกๆพรานทมิฬก็ดูไม่ต้อนรับขับสู้เขาเท่าไรนักแตกต่างจากตอนนี้ที่พี่บากแกเป็นฝ่ายเฟ้นหาวัตถุดิบมาให้เขาทำกับข้าวให้ทานเองกับมือ

เขาพอรู้จักวิธีการทำอาหารพื้นบ้านง่ายๆมาบ้าง มันเป็นสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกับศาสตร์แห่งมวยไทยเลยด้วยซ้ำเพราะพ่อพันธ์ก็สังขารไม่เที่ยงพอจะมาหยิบจับทำอะไรไหว

“อร่อย” เสียงอู้อี้ไปเพราะข้าวอูมแก้มเรียกรอยยิ้มจากอ๊อดได้เป็นอย่างดี คำพูดนั้นเป็นกำลังใจชั้นเลิศให้พ่อครัวหัวป่าได้จัดแจงตักนั่นเติมนี่ให้แขกทานเสียจนพรานทมิฬต้องยกมือปรามไว้ก่อนตนจะได้พุงแตกตาย

ชมเข้าหน่อยก็ดีใจเสียไม่มีกลั้นเลยนะ...เด็กหนอเด็ก

พรานทมิฬลอบมองเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้ฤกษ์ตักข้าวตักปลาทานหลังจากหยิบจับให้เขาอยู่นาน การเอาใจใส่ที่ดีเกินกว่าที่เคยได้รับจากใครทำให้เขารู้สึกพึงใจ

บ่อยครั้งที่เขาถูกเด็กนี่พาไปแลกสิ่งของในรุ่งสางเพราะต้องการให้ชาวบ้านเลิกหวาดกลัวในตัวอมนุษย์ต่างเผ่าพันธุ์อย่างเขาแต่ก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วว่ามันแทบไม่มีวันนั้น เขาไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรกับสายตาหวาดกลัวของชาวบ้าน...เขาติดใจในความพยายามที่จะให้คนอื่นยอมรับในตัวเขาอย่างไม่ลดละของอ๊อดต่างหาก

ทำไมมนุษย์คนนี้ถึงต้องพยายามทำเพื่อเขาขนาดนั้นด้วย

ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมว่าเขาเพิ่งมาสังเกตความดีงามที่อีกฝ่ายทำให้หลังจากที่เผลอได้ยินถ้อยคำที่อ๊อดหลุดพูดในวันนั้น

‘แล้วพี่รู้สึกโชคดีไหมเล่า…’

คำพูดเพียงไม่กี่คำแต่ความหมายของมันเป็นดั่งบานหน้าต่างที่เปิดอ้าออกให้เขาได้มองเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนและเมื่อเขาได้จ้องมองดีๆ...เขากลับพบว่าเด็กคนนั้นมองตามแต่เขาไม่เคยพินละสายตาไปไหน

การกระทำแบบนั้นมัน…

พรานทมิฬเหม่อมองเด็กหนุ่มที่ละสายตาขึ้นมาจากจานข้าวเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกจับจ้องอยู่ก็เผยรอยยิ้มยิงฟันให้

โคตร...น่ารักเลย

ความคิดประหลาดหลุดออกมาเรื่อยๆ น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือห้วงคำนึงถึงฝ่าพระบาทที่ติดตรึงในทุกขณะจิตมันถดถอยลงไปจนแทบไม่เหลือ ไม่สิ...เป็นเพราะอ๊อดเข้ามาอยู่ในความคิดเขามากขึ้นต่างหากและนานวันเข้ามันก็เพิ่มพูนขึ้นทุกวันจนกลายมาเป็นการเปิดรับทุกความหวังดีที่อีกฝ่ายมอบให้รวมไปถึงตอบสนองต่อความดีงามนั้นอย่างทัดเทียม

“...!” อ๊อดมองเนื้อปลาที่ถูกต้มจนเปื่อยขาว มันถูกแล่ก้างออกให้ก่อนคนตัวสูงกว่าจะค่อยๆตักมันมาไว้ในจานเขา มันจะไม่น่าตกใจเลยหากนี่ไม่ใช่ครั้งแรก...ที่พี่บากทำอะไรแบบนี้

อ๊อดกลั้นยิ้มไว้จนปวดแก้มไปหมดสุดท้ายแล้วเลยปล่อยเลยตามเลย จักยิ้มให้โดนคนตรงหน้าล้อเลียนว่าเป็นบ้าก็คงต้องยอม

ไม่รู้ทำไมต้องดีใจกับเรื่องแค่นี้...อาจเพราะที่ผ่านมาทุกการกระทำไม่เคยได้รับความสนใจเลยกระมั้ง

“ข้าอิ่มเเล้ว” พรานทมิฬว่า รอยยิ้มกว้างของคนที่ไม่เคยปิดบังอะไรได้ทำให้เผลอยิ้มตามอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยหาเหตุผลในการยิ้มแต่ละครั้งแทบเป็นแทบตายแต่ครานี้มันกลับผุดพรายขึ้นมาง่ายๆโดยไม่มีเหตุผลใดรองรับเลย

“โอเคจ้ะพี่” อ๊อดรีบทานของตนจนหมดจากนั้นก็ลุกช่วยกันเก็บกวาดทุกอย่างก่อนจะช่วยกันแบกหามปลาตัวโตขึ้นไปไว้บนเรือน

“วันนี้ขอบใจมาก” พรานทมิฬถูมือไปมาหลังจากวางสัมภาระทั้งหมดเสร็จ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกพี่…....ข้าอยากให้ท่านมากินข้าวกับข้าทุกวันเลยด้วยซ้ำ” ประโยคแรกคือคำตอบรับแต่ประโยคต่อมากลับแผ่วเบาคล้ายการพึมพำบอกตนเอง แต่เพราะเรือนไม้หลังนี้มันไม่ได้กว้างขวางนักจึงทำให้ทุกกระแสเสียงแม้กระทั่งลมหายใจเด่นชัดไปหมด

คำพูดน่าเอ็นดูเมื่อสักครู่เองก็เช่นกัน

“หืม?” พรานทมิฬที่ได้ยินทุกคำกล่าวแสร้งทำเสียงขึ้นจมูกเพื่อหยั่งเชิงถาม แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนคราก่อน

“ไม่มีอะไรจ้ะพี่...ขะ...ข้าก็แค่บอกขอบคุณไงที่อุตส่าห์มาทานข้าวด้วยกัน--!”

สองแขนของอมนุษย์ตรงเข้าผลักแผ่นอกเด็กหนุ่มจนเซถอยหลังไปชิดผนังก่อนคร่อมกั้นไม่ให้คนช่างอ้ำอึ้งหนีพ้น

“เมื่อกี้เอ็งพูดอะไร?”

“มันไม่มีอะไรนี่พี่บากข้าแค่…” อ๊อดอ้าปากพะงาบคล้ายปลาขาดน้ำ ลนลานเสียยิ่งกว่ากระดังงาลนไฟเพราะระยะห่างของใบหน้าที่คืบคลานเข้ามาจนริมฝีปากสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นรินรด

ใกล้...เกินไปแล้ว

ครูมวยแห่งรามเทพนครกลืนน้ำลายอึกใหญ่กลีบปากเผลอเม้มเข้าหากันจนขึ้นห้อเลือดก่อนมันต้องคลายออกเพราะปลายนิ้วชี้ที่มีเล็บแหลมคมของพรานทมิฬกดเข้ามาที่ริมฝีปากล่างส่งผลให้ปากต้องเปิดเผยอออก

“เจ้าชอบพูดแล้วก็อ้ำอึ้งหายไป…” พรานทมิฬขยับเข้ามาจนปากชิดกัน จากนั้นเปลี่ยนมาใช้ริมฝีปากเคล้าเคลียกับกลีบปากที่เผยอเปิดแทนปลายนิ้วที่ผละมาเกลี่ยไล้แก้มที่ขึ้นสีตำลึงสุก “รู้ไหมว่า…”

นัยน์เนตรทองปลั่งดุจบุษราคมหรี่ลงพลางเอ่ยเน้นย้ำจนผู้สดับฟังแทบลืมวิธีหายใจ

“...บางทีข้าก็อยากฟังมัน”

“!.....” คำพูดของพรานทมิฬไม่ต่างอะไรกับหยาดฝนพรำที่ชุ่มฉ่ำในหน้าแล้งและพืชพรรณแห้งเหี่ยวใกล้โรยราก็ไม่อาจปิดกลั้นต่อความปิติที่เอ่อล้นในดวงใจได้ เด็กหนุ่มก้มหน้าจนคางชิดคอก่อนค่อยๆหลุดพูดออกมาคล้ายต้องมนต์ขลัง

“ขะ...ข้าอยากให้พี่มาทานข้าวกับข้าทุกวันเลย”

“.......” พรานทมิฬอมยิ้มระยะใกล้แค่คืบนี้ส่งผลให้คำเอ่ยนั้นเด่นชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆและเหมือนคนตกในห้วงภวังค์จักรู้ตัวแล้วว่าเผลอไผลพูดเรื่องน่ากระดากอายใดไปแต่มันก็ช้าเกินกว่าความเอ็นดูที่ผู้สดับฟังมีมากนัก

“อื้มม!” อ๊อดเบิกตาโพลงเมื่อริมฝีปากที่เคลียใกล้เมื่อครู่บดเบียดมาทาบสนิทจนไม่เหลือช่องว่าง คนด้อยประสบการณ์กว่าเผลอส่งเสียงด้วยความตกใจส่งผลให้กลีบปากอ้าออกกว้างและนั่นทำให้ลิ้นร้อนชื้นสอดเข้าไปตักตวงความหวานได้ง่ายขึ้น

รสจูบไม่ประสาถูกสอนสั่งทีละขั้นทีละตอนด้วยลิ้นของพรานทมิฬจากที่อ๊อดหลับตาแน่นไปเพราะความตกใจบัดนี้ดวงหน้าของเด็กหนุ่มค่อยๆผ่อนคลายลงหลงเหลือเพียงความเคลิบเคลิ้มต่อรสสัมผัสที่ถูกชักนำนั้น

“อืม พี่...บาก”

เฮือก!

เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกก่อนเป็นฝ่ายถอนจูบออกมาเองเมื่อเพิ่งได้สติเต็มร้อย พรานทมิฬลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่หัวใจเต้นถี่รัวไปด้วยความรู้สึกผิดและอีกความรู้สึกที่เขายังไม่อาจยอมรับได้

“พี่...บาก” เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกไม่เต็มเสียง ดวงหน้าเห่อร้อนจนแทบหาสีผิวเก่าไม่เจอไม่ต่างอะไรจากหัวใจที่กระเด้งกระดอนจนเหมือนจะทะลุออกจากอกได้อยู่แล้วตอนนี้

“ไว้...ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมาทานข้าวด้วย” พรานทมิฬที่เหมือนจะตั้งสติได้ก่อนรีบพูดรัวเร็วจนผิดๆถูกๆไปหมดแต่ก็ไม่คิดจะกลับมานั่งแก้ใจความต่างๆให้กระดากอายกันไปกว่านี้ กล่าวเจตจำนงค์จบพรานทมิฬก็รีบจ้ำอ้าวออกจากเรือนไปทันทีทิ้งให้อ๊อดได้แต่ตะโกนรับคำบอกลมฟ้าอีกหนเพราะคู่สนทนาได้หายตัวเข้ากลีบเมฆไปแล้ว

“จะ...จ้ะพี่ข้าจะรอ”

เมื่อกี้พี่บาก...จูบข้า?

อ๊อดทุบกำปั้นลงกับอกสามสี่ครั้งด้วยหวังว่ามันจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจทุเลาลงบ้างแต่เหมือนจะไม่ได้ผลเลย เด็กหนุ่มมองบานประตูที่ยังเปิดอ้าค้างไว้ จับจ้องผ่านไปถึงผืนนภามืดมิดที่มีจันทร์เสี้ยวส่องสว่างอยู่ แสงของมันบดบังดวงดาราเกือบทุกดวงบนฟากฟ้าแต่กลับกันมันยิ่งทำให้มองเห็นดวงดาวพวกนั้นเเจ่มชัดกว่าที่พบเห็นได้ในคืนแรม

ไม่ว่ามันจะเกิดมาจากห้วงอารมณ์ไหนแต่อย่างน้อยๆนั่นหมายถึง…

“พี่มองเห็นข้าแล้ว…”

พี่มองเห็นข้า





---------------------------------------------------------------------------------

พักตับพักไตมาอยู่กันที่เกาะนกแอ่นก่อนแล้วกันค่ะ ไว้ดื่มด่ำกับกระยาหารที่นี่เสร็จค่อยกลับไปกรีดไตกันที่คีรีกัณฑ์ ฮาาา

คู่รองนี่มีไว้เพื่อฮีลไตโดยเฉพาะ แต่คู่หลักก็อาจใกล้ได้มีโมเม้นดีๆกับเค้าบ้างละมั้งคะ...มั้งนะ 5555

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยเหมือนเคย 1 เม้น 1 ล้านกำลังใจจ้า

#มารตาจองจำทารคา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

395 ความคิดเห็น

  1. #333 kimimill (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 13:54
    ฟินกับคู่นี้จริงๆ
    #333
    0
  2. #279 Mamimilky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 21:13
    คำเดียวสั้นๆ 'ฟิน' *///*
    #279
    0
  3. #218 matchar_r (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:34
    อ๊อดไม่นกแล้วฮื้อ55555555
    #218
    0
  4. #184 iitow141150 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:52
    อบอุ่นดีค่ะแต่มาใหม่ไม่ค่อยชิน. .....ฝากตัวด้วยนะคะ0//0;;;
    #184
    0
  5. #125 prem (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:12
    พี่บากอบอุ่นไปอีกกกก
    #125
    0
  6. #123 Sin30° (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    โอยยยยย ละมุนนี โคตรน่ารักอร้ายยยยยย น้องอ๊อดก็พ่อบ้านพ่อเรือน ละลายยยยย ภาษาก็สวยมาก ชอบจังเลยภาษาวรรณคดี ไรท์ต้องเก่งภาษาไทยเเน่นอน
    #123
    0
  7. #122 ตะวันบนตาชั่ง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:43
    โอยยยย ฮีลลิ่งงงงง ละมุนละม่อมเหลือขนาดดดด

    อ้ายบากบ่น่ารวดปิ๊กบ้าน ระวังผะเลิดหนาา



    โอยยเขินนน อารมณ์แบบ คู่นี้ที่รอคอยยยย นุ้งอ๊อดดดด มีความแม่ศรีเรือนสูงมาก โอยยย เด็กน้อย เขินจริงจังงง
    #122
    0
  8. #121 phonphimon0123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:31
    ยังค้างอีกคู่อยู่เลย
    #121
    0
  9. #120 บีเบอร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:29
    อียยยย~ คู่รองนี้โคตรฮีลลลลลล
    #120
    0
  10. #119 Pinkk88 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:23
    รู้สึกพลังฟื้นฟู แต่!ก็ยังเครียดกับคู่หลักอยู่ดี ฮือๆๆTT ทารคาาา
    #119
    0
  11. #117 MoonFour4 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:17
    ละมุนนน
    #117
    0