ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 49 : ยาใจกุมภีล์ : ตอน ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 843
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

ชายฉกรรจ์หลายคนพุ่งเข้าใส่เด็กน้อยไม่เจียมสังขาร วินาทีนี้โคจรหวังจะได้เห็นความปราชัยเพื่อให้ตนเข้าไปช่วยเหลือแต่ผิดคาดไม่ถึงสิบนาทีดีร่างสูงชะรูดเหล่านั้นก็ล้มลงไปกองหมดสภาพบนพื้นโดยมีขุนไกรเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย

แม้สภาพจะดูไม่จืดแต่ก็กล่าวได้ว่าได้รับชัยชนะเห็นๆ

“จะไปไหนวะ--” ขุนไกรยังไม่เลิกห้าวตั้งท่ากระทืบร่างสะบักสะบอมบนพื้นเสียแต่ก็ถูกโคจรดึงออกมาก่อน

“ทำอะไร!” ขุนไกรแหว เจ็บใจมากที่คนเหล่านั้นหนีไปได้ทัน

“พวกมันหลาบจำแล้ว”

“แต่-”

“เออพอดังพ่อหนุ่มนี่ว่าเถิดว่ะไกรข้าไม่อยากให้เรื่องมันเลวร้ายไปมากกว่านี้” ตาวงศ์เอ่ยปรามอีกแรง

ขืนทำอะไรมากเข้าไอ้เศษฐีนั่นก็ตามรังควานไม่เลิกอีก

“ชิ...ฝากไว้ก่อนเถอะ” ขุนไกรบ่น สองแขนก็นวดแผลฟกช้ำตามตัวไปด้วย

อีกนิดก็จะล้มไม่ล้มแหล่อยู่แล้วยังไม่เจียมสังขาร

โคจรได้แต่คิด ไม่วายเอามือบีบกรามคนตัวเล็กกว่าเบาๆ บิดใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นไปมาเพื่อดูว่ามีร่องรอยแผลมากแค่ไหน

“มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าเลย” โคจรเอ่ยตามความจริง ตาวงศ์แกก็เออออตาม

“ก็ใช่แต่จะให้ข้านิ่งดูดายได้เหรอมันจะทำร้ายคนไม่มีทางสู้นะ”

“ไม่รักตัวกลัวตายรึไง” กุมภีล์จำแลงกายยังถามไม่เลิก

ขุนไกรจับมือโคจรออกก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“รัก”

“แล้วทำไมยังช่วยคนอื่นนัก”

“ข้าไม่ชอบอะไรไม่ยุติธรรม จะตายเพราะช่วยให้ความเป็นธรรมแก่ตาสีตาสีมันก็มีเกียรติไม่หยอกนา” มันเหมือนคำพูดสัพยอกเล่นแต่ใครเล่าจะรู้ว่ามันออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจคนพูดทั้งนั้น

โคจรเผยรอยยิ้มกริ่ม

ประหลาดแท้มนุษย์ผู้นี้แต่เป็นความประหลาด...ที่น่ารัก

“เอาเถิดพ่อหนุ่มอย่าเถียงกันเลยเอาเป็นว่าข้าขอบใจพวกเอ็งทั้งคู่มากแล้วกัน” ตาวงศ์พูดแทรก ถ้าไม่ติดว่าอาวุโสกว่ามากคงยกมือไหว้ท่วมหัวไปแล้ว

คำพูดของชายชราทำให้คนที่ตั้งท่าจะถกเถียงเย้าหยอกกันหยุดลงแล้วหันมามองตาวงศ์กับไอ้โขนที่โดนอุ้มอย่างถนอม

ไม่รู้อะไรดลใจให้โคจรถอดธำมรงค์ทับทิมที่สวมนิ้วก้อยอยู่ออกพลางยื่นมันให้กับชายชราตรงหน้า

“เอาไปขายต่อ ลุงน่าจะได้เบี้ยได้อัฒมาจุนเจือตัวเองอยู่พอสมควร”

“ไอ้หนู...แต่ลุง…”

“รับไว้เถิดจ้ะ ถือว่าผลตอบแทนที่เจ้าโขนอดทนยืนหยัดต่อสู้”

คราวนี้ถึงคราวที่ตาวงศ์ได้ไหว่ท่วมหัวสมใจ น้ำตารื้นเอ่อดวงตาฝ้าฟางไปหมด ขุนไกรเองก็ทำปากมุบมิบนินทาคนรวยที่เอะอะก็เอาเงินเข้าแลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีรอยยิ้มประดับอย่างแอบตื้นตันแทนตาแกไปด้วย

บางทีไอ้รวยนี่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดแฮะ

“เอาล่ะ…” โคจรว่าขณะยื่นเจ้าเผือกไก่ชนที่เฟ้นหาอยู่ทั่วพระนครส่งให้คนติดตามนำมันไปรักษาแผล

“เศรษฐีตาลไม่ปล่อยเอ็งแน่” ขุนไกรเดินไปตามเส้นทางพร้อมโคจร จากเส้นทางก็รับรู้ได้ว่ามันคือทางกลับบ้านและเป็นอันรู้กันแล้วว่าโคจรจะเดินไปส่งขุนไกรถึงเรือนในคืนนี้

“เขาเป็นคนต่างถิ่นไม่ใช่รึ” โคจรนึกสงสัย

คนต่างถิ่นจะมาตามล่าเขาทำไม

“ก็เอ็งเสือกไปชนะไก่มันเข้าไง มันราวีไม่เลิกแน่เตรียมตัวได้เลย”

“ไม่ใช่ที่เจ้าไปทำร้ายคนของเศรษฐีตาลจนง่อยกระรอกไปหมดหรอกรึ”

“โฮ่ย! มันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

“ระวังตัวไว้บ้างก็ดี หากวันไหนมันส่งคนมาเพื่อทำร้ายเจ้าจะทำยังไง”

“.....” ขุนไกรเงียบไป จะไม่เป็นเช่นนั้นเลยถ้าดวงตาสีอำพันเหลืองไม่หันกลับมาจรดจ้องด้วยแววตาจริงจังเสียจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“ยะ...ยังไงข้าก็...”

“ข้าเป็นห่วงเจ้า”

“.....มาห่วงข้าทำไมเล่า” ขุนไกรถึงกับเงียบไปพักใหญ่ จะทำสมาธิไม่ให้แตกตื่นกับวาจาประหลาดเหล่านั้นก็ทำไม่ไหว แก้มก็พาลร้อนตามหน้าไปด้วย ป่านนี้หน้าเขาจะแดงจนน่าสมเพชไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

โคจรก็เหมือนจะลืมตัวพูดไปแต่เพราะความที่เป็นคนเถรตรงอยู่เป็นนิจจึงไม่ได้กระดากอะไรเท่าผู้ฟังนัก

“ไม่อยากให้ข้าห่วงก็ห่วงตัวเองเสียบ้าง”

“รู้แล้วน่า”

ขุนไกรมีสหายเป็นบุรุษอยู่มากมาย เป็นห่วงกันก็มากมายแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่คำว่าเป็นห่วงทำให้หน้าแดงจัดได้ขนาดนี้

ขุนไกรนึกโทษบุรุษที่ทำให้ตนไม่เป็นตัวของตัวเองไปตลอดทาง แต่กระนั้นก็ลอบสังเกตุคนพูดน้อยต่อยหนักไปด้วย

อีกฝ่ายเหมือนเขาทุกประการ มีสองแขน สองขา หนึ่งหัว หนึ่งตัว แต่ทำไมบางครั้งเขาถึงรู้สึกว่าหมอนี่มีอะไรที่แตกต่างไปจากผู้อื่นกันนะ

อาจจะเป็นเพราะนัยน์ตาสีประหลาดนั่นกระมัง

เขาเคยเจอฝรั่งมังค่าตามท่าเรือมาก็เยอะแต่ยังไม่มีแววตาของผู้ใดสะท้อนในความมืดได้ขนาดนี้มาก่อน

ใครให้เปรียบคงเสมือน...ดวงตาของสัตว์นั่นล่ะ

ขุนไกรสะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดออกไปและพบว่าถึงเรือนพอดิบพอดี

“ที่นี่แหละ”

เพื่อนก็เคยมาเล่นเรือนเขาบ่อยครั้งนะแต่ไม่เคยมีใครมาส่งตอนค่ำมืดดึกดื่นเช่นนี้เพราะแบบนี้กระมังถึงได้ประหม่านัก

ขุนไกรหาข้ออ้างให้ตัวเองไม่ต้องกระดากอายกับเรื่องไร้สาระไปมากกว่านี้

นักมวยหนุ่มเดินอ้อยอิ่งขึ้นไปบนบันไดไม้ก่อนหันมาถามคนที่มาส่งซึ่งบัดนี้กำลังหมุนตัวกลับไปทิศทางเดิม

บางอย่างดลใจให้ถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก

“พรุ่งนี้เอ็งจะไปซื้อขนมครกรึเปล่า”

“.....อยากเจอไหมล่ะ?” โคจรนึกขำตัวเองที่มาต่อล้อต่อเถียงด้วยการสัพยอกเยี่ยงนี้ มันคือการกระทำที่เขาไม่เคยทำกับผู้ใดมาก่อนไม่ว่าจะมนุษย์หรือกุมภีล์

“ไม่อยาก! เดี๋ยวเจ้าก็มาแย่งขนมข้าอีก”

“หึหึ...นั่นสินะ” โคจรทิ้งทวนไว้แต่เพียงเท่านี้ก็หมุนตัวเดินหายลับไปในความมืดทิ้งไว้แต่เพียงคำพูดกำกวมเหล่านั้นให้ขุนไกรได้สับสน


…..


ลึกลงไปใต้บาดาลยังมีถ้ำคร่ำครึแห่งหนึ่งอันเป็นที่อยู่อาศัยของกุมภีล์ชั้นพระยาแห่งคุ้งน้ำเหนือ ภายในนั้นประดับประดาไปด้วยเครื่องเงินอันวิจิตร ณ บัลลังก์ก็มีท้าวพันศูรราชาแห่งเหล่ากุมภีล์ประทับอยู่ ซ้ายแลขวามีมหาอุปราชพันวังและพันตา วันนี้มีขุนนางมากมายเข้าเฝ้าและคนที่เพ็ดทูลข่าวสารล่าสุดก็โก่งโค้งถวายบังคมอยู่ตรงกึ่งกลางท้องพระโรง

“บุตรของรำไพขึ้นไปบนเมืองมนุษย์อีกแล้วรึ” ท้าวพันศูรตรัสถาม

เรื่องใดของฝั่งคุ้งน้ำใต้ก็น่าสนใจทั้งนั้น มันอาจใช้เป็นจุดอ่อนในศึกสงครามคราหน้า

“ขอรับ”

“มันชอบกลอยู่นะ”

“มากขอรับกุมภีล์ที่ไหนจะสนิทชิดเชื้อกับมนุษย์ได้เล่า” อ้ายขาวเพ็ดทูลตามที่เข้าใจ

มันเป็นเรื่องแปลกที่กุมภีล์สักผู้จะคบค้าสมาคมกับมนุษย์ยิ่งเป็นกุมภีล์ยุคสมัยนี้ที่มีอาคมแก่กล้าพอจะจำแลงกายได้ยิ่งแล้วใหญ่ พวกเราไม่แลหางตาใส่เผ่าพันธุ์ที่ต้อยต่ำกว่าเราด้วยซ้ำแต่โคจรกลับทำมัน

จะบอกว่าเพราะเป็นเด็กเดียงสาจึงมีมากก็พูดได้ไม่เต็มปาก บัดนี้โคจรอายุร่วมสิบแปดปีแล้วหนาจักมาด่งมาเด็กได้อย่างไร

มันต้องมีอะไรมากไปกว่าการเที่ยวเล่นเป็นแม่นมั่น

“สืบสาวให้ข้าที”

“ขอรับ เรื่องอย่างไรบ้างขอรับพระองค์ตรัสมาได้เลยข้ากระหม่อมจักจัดการให้เรียบร้อย” ขาวรับคำสั่งพลางประนมมือแนบอก

“จับตาดูพวกมันให้ข้าไม่ว่าจะขึ้นไปทำอะไร อ่อ! สืบเรื่องของเด็กที่อยู่กับมันด้วย”

“เด็กมนุษย์นั่นน่ะหรือขอรับ” นี่ก็อีกราย มนุษย์นั่นก็ดูรุ่นราวคราวเดียวกับโคจรใยท่านพันศูรถึงยังเรียกว่าเด็ก

เพราะมันหน้าอ่อนกระมัง...จะอะไรก็ช่างมันเถิดว่ะ

ขาวคิดเองเออเองอยู่ในใจ

“เออแล้วเรื่องตัวรำไพได้ความว่าอย่างไรบ้าง” พันศูรตรัสถามต่อ

“เหมือนดังเดิมขอรับ ตั้งตัวในศีลในธรรม ตั้งแต่สละราชบัลลังก์ให้บุตรชายดูแลต่อก็ไม่ยุ่งกับงานบ้านงานเมืองอีกเลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขอรับจะมีเคลื่อนไหวมากเข้าก็มีแค่โคจรเท่านั้นแหละขอรับ”

“ดี...งั้นจับตาดูมันไว้”

ต่อให้ขึ้นชื่อว่ารังแกเด็กข้าก็ยอมล่ะวะ...ขอแค่ได้ปกครองทั้งสองคุ้งน้ำแห่งพิจิตรก็พอ


---------------------------------------------------------------

มาอัพเพิ่มให้แล้วค่ะ ป่วยเลยหายไปนาน จะพยายามไม่หายไปขนาดนั้นอีกนะคะแง แต่ต้องดูสังขารก่อนด้วยเอาเป็นว่าจะทยอยทำแล้วกันเนอะ

ฝากเม้นติชมด้วยค่ะหนึ่งเม้นหนึ่งล้านกำลังใจค่ะ

#ยาใจกุมภีล์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2583 reluz (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:33
    ความแก้ปห.ด้วยเงิน
    #2,583
    0
  2. #2336 Yook-Yik (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:47
    ชอบนิสัยของพ่อลูกจระเข้มากเลย นิสัยรวย
    #2,336
    0
  3. #2253 Mamimilky (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:54
    อ่านไปอ่านมาคืออยากเป็นขุนไกรไม่ก็ไกรทองเลยจ้ะแม่ แงงงงงงงงงงง
    #2,253
    0
  4. #2139 ฉันคือความฝัน (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 14:05

    อุบ๊ะ! ยิ่งอ่านยิ่งสงสัย ทำไมเจ้าชาละวันไม่ได้นิสัยพ่อมาบ้าง!

    #2,139
    0
  5. #2091 despasito (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:09
    พ่อคนตรงลูกปากแข็ง จะเหมือนก็ตรงที่พอยอมรับความรู้สึกแล้วจะเปย์เก่ง555
    #2,091
    0
  6. #2065 ที่คนจริงๆนะ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 22:06

    คิดถึงพ่อไกร พ่อโครจรที่สู๊ดดดดดดดดดดด

    #2,065
    0
  7. #2062 KKMP (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:42
    ตัวร้ายโผล่มาแล้วววว
    #2,062
    0
  8. #2051 Gee Orra (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 12:24
    ยิ่งอ่านยิ่งอัศจรรย์ พ่อโคจรคนตรงเลี้ยงลูกยังไงให้โค้งไปคดมา ทีตอนจีบคนพ่อนี่ห่วงคือห่วงเปย์คือเปย์ ช่างแตกต่างยิ่งนัก
    #2,051
    0
  9. #2048 newexo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 04:39
    รวยมากไม่พอ ยังใจกว้างอีก สละแหวนให้ไปขายยยย พี่คะ นั่นไม่ใช่ของสำคัญรึ! คนดีเกินไปแล้วพ่อคุณ
    นี่ขนาดขุนไกรแสบซ่าปานนั้น ชกต่อยเก่งกาจ คุณพี่ยังชมน่ารักตลอดๆ เอากับพี่เขาซิคะ หลงแล้วหลงอีกไม่หยุด เก็บไปเลี้ยงที่บ้านมะ ชมจังเลยยยย ตอบพี่จับคางน้องแล้วดูว่ามีแผลที่หน้าไหมคือเขินมาก คิดดดภาพตาคู่นั้นของพี่จ้องมองดิ ฟหกด่าสวฟกฟห เขินจะตายแล้ว แถมห่วงเก่ง ดุเก่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนเป็นพ่อหรือเป็นผัวกันแน่ พูดมาเต็มปากเลยด้วยนะว่าห่วงเขา คนพูดไม่เขินหรอก คนฟังนี่หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน แง๊ น่ารักมาก ทั้งยังเดินมาส่งที่บ้านอีก.. มองจากนอกโลกยังรู้ว่ามีใจให้กันอะ ไม่ไหวละเด้อ รุกอีกๆ
    #2,048
    0
  10. #2045 sommah7777 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:03
    น่าร้ากกกก ขุนไกรน่ารักก ฮือออ ขอหยิกแก้มได้มั้ยย
    ไรท์พักผ่อนเยอะนะคะ เรารอได้ค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ><
    #2,045
    0
  11. #2044 lay zhang (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 18:21
    แงงง รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อย่าหักโหมนะคะ เรารอไรท์ได้อยู่แล้ว
    #2,044
    0
  12. #2043 ooy1565 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 17:26
    ทั้งโคจรทั้งชาละวันนี่มนต์รักขนมครกจริงๆดำเนินรอยตามกันเลยนะ
    #2,043
    0
  13. #2042 Wupa_a (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 16:21
    อ้อยยยย รักเวอร์ น่ารักๆๆๆๆๆๆๆ เขินจนตัวบิด อ๊ากกกก

    ปั่นต่อไปนะคะไรท์ แค่ไหนก็แค่นั้นแหละค่ะ เค้ารอได้ ขอแค่อย่าทิ้งกันก็พอ รักไรท์นะ จุฟๆ ปล.โคจร...โคตรผัวเลยค่ะ ชอบบฮรือออ ...แอ้ก!!(โดนขุนไกรตบกบาล)
    #2,042
    0
  14. #2041 Theamzard (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 15:53
    ดูช้างให้ดูหางดูนายให้ดูพ่อ(?) ว้าวคุณพ่อสมัยหนุ่มนี่ห้าวจัดฮ่อลโคจรลั่นเหนื่อยใจคนไม่เจียมตัวกลัวตาย แอบสะดุ้งเบาๆตอนเห็นคำว่ารักคิดว่าเขาบอกรักกัน รู้สึกเหมือนกำลังฟังพ่อแม่เล่าว่าตอนหนุ่มๆจีบกันยังไงเลยค่ะมีความเบสิคมา ส่งถึงบ้าน เสียแต่ยังไม่ได้เข้าไปไหว้กราบขอแต่ง บอกเป็นห่วงกันขนากนี้ไม่แห่ขันหมากขอไปอยู่ด้วยกันไปเลยล่ะไปเรยยยยย ไปสู่ประตูแห่งฟามร้ากกกกก

    ฮื่อขำความแอบกัดในใจของขาวไม่ดงไม่เด็กแล้วมั้ง โถ่ถ้าให้เทียบอายุกันก็น่าจะเด็กกว่าจริงๆไม่ใช่เรอะลุงขาว
    #2,041
    0