ลิขิตกุมภีร์ :: ฟิคไกรทอง :: [ชาละวัน x ไกรทอง]

ตอนที่ 3 : ลิขิตกุมภีร์ : ตอน ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    1 ก.ค. 61

“นั่นใคร?!” มือกอบกุมกริชในมือแนบแน่น เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิดไร้แสงสว่างใดส่องนำ เหงื่อไหลผุดพรายบนใบหน้าหวานความรู้สึกหนักอึ้งกดทับเรือนร่างดั่งพญามัจจุราชกำลังบีบกดกรงเล็บลงจนลมหายใจขาดสะบั้น

เงาวูบไหวในรัตติกาลเรียกให้หัวใจเต้นระรัว ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้มอย่างหนัก ก่อนร่างสูงโปร่งจะสะดุ้งสุดตัวกับความอุ่นที่ถูกสวมทับมาจากด้านหลัง ฝ่ามือที่กำศาสตราวุธยกขึ้นหมายทำร้ายบางสิ่งที่เยื้องย่างเข้ามา หากแต่ความอบอุ่นที่กำลังซึมซาบเข้ามาในดวงใจแตกสลายกลับทำให้ร่างกายหยุดชะงักกึก

เหงื่อเปียกชื้นถูกปลายนิ้วเรียวยาวบรรจงซับเช็ดมันออกให้เบามือ ใบหน้าตื่นตระหนกค่อยๆหันกลับไปมองบุคคลปริศนาผู้มอบความอุ่นวาบให้ด้วยหัวใจลุ้นระทึก

ปรากฎเป็นชายฉกรรจ์ตัวสูงใหญ่กว่าชายใดที่เคยผ่านตามา ผิวสีอิฐเข้มขับรับเรือนผมสีดำสนิทกับอาภรณ์สีขาวนวลเข้าคู่กับโจงกระเบนสีทองสว่างเรืองรอง มันคล้ายเสื้อทรงของข้าราชการตามเมืองหลวงซึ่งขุนไกรคิดว่าเคยผ่านตามาบ้างยามพาดผ่านแถววังของพวกเจ้าขุนมูลนาย ฝ่ามือใหญ่แบออกตรงหน้าเรียกให้คนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจำต้องวางมือทาบทับแล้วเดินตาม ในใจหวังเพียงให้หลุดลอดออกไปจากความมืดมิดแสนน่ากลัวนี่ให้ได้

บรรยากาศรอบด้านถูกกดต่ำ อากาศที่มีอยู่น้อยนิดเริ่มค่อยๆจางหายไป ขายาวก้าวขึ้นบันไดสีใสระคนประกายแก้วผลึก ตามขั้นมีแสงสีของเพชรนิลจินดาประดับประดาเสมือนเป็นทั้งของประดับเพิ่มความวิจิตรตระการตาและตัวช่วยในการนำทางให้ผู้ที่หลงทางได้มองเห็น

กึก!

กรวดหินขนาดใหญ่กลิ้งกระดอนยามขุนไกรเผลอเตะมันเข้าเพราะมัวแต่สนใจกับความตระการตาของบันไดวน ก้อนดินนั้นกระทบกับบางอย่างและหยุดลง ผู้นำทางหันมามองคนที่เริ่มยืนไม่ติดที่ก่อนจะโค้งคำนับให้เล็กน้อยแล้วสลายไปกับสายลมจนหมอจระเข้ต้องเบิกตากว้างด้วยความสับสน และทุกอย่างก็ถูกตัดขาดเมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาสีทองสว่างคู่หนึ่งที่จดจ้องอยู่ก่อนแล้ว...

ร่างสูงใหญ่ก้าวย่ำมาหยุดเบื้องหน้าขุนไกรที่ยังกำของมีคมในมือแน่น หากแต่แววตาสีพื้นดินกลับไม่ได้แข็งกร้าวอย่างที่ควรเป็น

ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สูงศักดิ์พิศมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนมือใหญ่จะเอื้อมคว้าฝ่ามือที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมากอบกุมไว้หลวมๆ...อย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อคมกริชที่เฉียดใบหน้าตนเองยามก้มลงจุมพิตหลังมือนั้นเลย

“......” ไร้ซึ่งคำพูดใดมีเพียงรอยยิ้มเจือจางจากคนที่เฝ้าถวิลหามาแรมปีเท่านั้น ขุนไกรอ้ำอึ้ง คำพูดมากมายที่เอ่อล้นในหัวใจถูกระบายออกมาเป็นธารน้ำใสที่หลั่งรินข้างแก้ม

อาวุธที่เคยหวงแหนถูกปล่อยลงพื้นอีกครั้ง ก่อนมือที่สั่นเทาจะเคลื่อนไปสัมผัสใบหน้าคมเข้มนั้นราวกับย้ำเตือนว่าสิ่งที่มองจ้องอยู่นั้น...คือความจริง

ได้โปรดเป็นความจริง...

“สิ่งมีชีวิตทั่วสากลโลกเข้าใจผิด...เราทุกคนมีความรักได้เพียงครั้งเดียว...ที่เหลือเป็นเพียงคนที่ผ่านมาให้เราเรียนรู้ว่าควรปฏิบัติกับความรักหนึ่งเดียวนั้นอย่างไร...” เสียงทุ้มที่เฝ้าหลงใหลเอ่ยเบาหวิวขณะไล้ปลายนิ้วแตะเปลือกตาบางแล้วใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาออกให้

“แล้วรักเดียวนั้น...เขาเรียกว่ารักนิรันดร์”

“นิรัน...ดร”

“นิรันดร์...”

ไม่มีวันเสื่อมสลายแม้นตายจากกัน...

อ…

พ่อ..

“พ่อ!!!!!!!” เสียงแหลมของเด็กชายทำเอาร่างที่นอนเอกเขนกบนเปลญวนกระเด้งตัวขึ้นมา ความมืดมิดที่มองเห็นแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างจ้ายามบ่ายแก่

ความร้อนในช่วงฤดูคิมหันต์แผ่ไออบอ้าวมาบาดผิวกายจนแสบระริ้ว ขุนไกรยกมือขึ้นลูบใบหน้าไล่ความงัวเงีย

“นี่มันบ่ายแล้วนะพ่อ...ไหนสัญญาว่าจะพาข้าไปเที่ยวงานวัดคืนนี้ไงเล่า ป่านนี้แล้วยังไม่เตรียมตัวอีก! ถ้าขนมครกยายฉิ้มหมดอีกจะทำยังไงเล่า?!” ไกรทองยืนกอดอกข้างๆร่างพ่อที่ยังอยู่ในภวังค์ ก่อนขึ้นเสียงบอกความต้องการส่วนตัวด้วยความหวังว่าพ่อจะสนใจเขาบ้าง

เพราะจากที่ฟังความจากแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว...พ่อเองก็เป็นสาวกขนมครกยายฉิ้มมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ไม่ต้องคิดให้เยอะเลยว่าเขาได้รับกรรมพันธุ์ความชอบนี่มาจากใคร

เด็กชายวัยสิบขวบนิ่วหน้าขึ้นยามเห็นว่าพ่อตนเองยังคงนิ่งงันแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อสังเกตเห็นบางสิ่งกำลังไหลเอ่อลงมาข้างแก้ม

ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่เคยเห็นพ่อร้องไห้สักครั้ง...ขนาดเป็นงานศพแม่ ใครก็พากันพูดไปทั่วว่าพ่อเป็นบุรุษที่เข้มแข็งหาตัวจับยาก…

เช่นนั้นน้ำตาจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ชื่อ...ขุนไกร

“พ่อ...พ่อ ใครทำอะไรพ่อ...ระหว่างที่ข้าไปเล่นที่วัดใครเข้ามาทำร้ายพ่อหรือ?! พ่อบอกข้าสิ!” ไกรทองตรงเข้าไปแตะแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของผู้เป็นพ่อ สัมผัสจากมืออุ่นเรียกให้ดวงตาที่พร่าเบลอจากหยาดน้ำตาหันมองเด็กน้อยก่อนจำต้องฉีกยิ้มบาง

“พ่อคงต้องไปต่อว่าลุงศักดิ์แกเสียหน่อย ชอบขับเกวียนเร็ว...ฝุ่นเต็มถุนบ้านเลย ดูสิ...เข้าตาพ่อหมดแล้ว...ข้าจะตาบอดไหมเนี่ย” น้ำเสียงติดตลกถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมร่างเด็กตัวจ้อยถูกขุนไกรยกขึ้นมาโอบกอดแน่น มือที่กำแต่ศาสตราวุธโอบหัวลูกชายเพียงคนเดียวลงมาซบบนไหล่ที่สั่นสะท้านจากการสะกดกลั้นความรู้สึกในใจ

ไกรทองซุกใบหน้าลงบนไหล่พ่อก่อนใช้มือเล็กๆนั้นลูบหลังปลอบพ่อตัวเองไปพลาง...

ยามพ้นสายตาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนความเข้มแข็งทั้งหมดก็พังทลายลงพร้อมกับอ้อมกอดที่โอบกระชับแน่นเสมือนระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่เต็มอก ดวงตาสีพื้นดินเหม่อมองดวงตะวันที่ทอประกายแสงจ้าบนฟากฟ้าด้วยแววตาขมขื่น

ท่านอยู่บนนั้นรึเปล่า?...ท่านมองเห็นข้าหรือไม่? ยามนี้ดวงตาของข้ามืดบอด

...ใครเล่าจะเมตตาช่วยให้ข้าได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง...เป็นท่านได้ไหม โคจร

รักนิรันดร์ของข้า



57-aLp.png



‘ร่างจระเข้ยักษ์หายสาบสูญ หมอจระเข้ดังออกปากไม่ทราบเรื่องราว แต่อสูรกายนั้นสิ้นชีพแล้วแน่นอน วอนชาวพิจิตรคลายกังวล’

ข่าวพาดหัวถึงเหตุการณ์ที่โจษจันไปทั่วสยาม เมื่อสัปดาห์ก่อนมีข่าวจระเข้ยักษ์อาละวาดที่เมืองพิจิตรและได้หมอจระเข้คนดังจากนนทบุรีกำราบเสียราบคาบ แต่ครั้นจะถามหาซากร่างของมันกลับไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้...แม้กระทั่งคนที่ปลิดชีวิตกุมภีร์ตนนั้น

“เอ็งมั่นใจหรือว่าไม่เห็นซากไอ้จระเข้นั่น...มันใช่ว่าตัวจิ๊บจ้อยเลยนะขุนไกร...บอกข้ามาเถอะ ทางการกำลังเพ่งเล็งว่าเอ็งกำลังปิดบังอะไรอยู่ ค่าจ้างก็ได้ไปใช่ว่าปล่อยมันหนีไปได้หรอกนะ”

ไอ้ชื่นสหายเพียงคนเดียวของขุนไกรที่บัดนี้ผันตัวไปเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์แวะเวียนเข้ามาถามไถ่เรื่องที่ยังเป็นปริศนาอยู่ ถึงแม้มาถึงจะพบไอ้ไกรนั่งหมดอาลัยตายอยากจนเหมือนคนไร้ซึ่งวิญญาณจนไม่อยากรบกวนอะไรมากก็ตามที

แต่ทำไงได้เล่า...เขาเองก็ถูกนายใหญ่ส่งมาเค้นคออีกที เพราะเงินที่ทางการจ่ายขุนไกรมาปราบจระเข้ในครั้งนี้ไม่ได้น้อยเลย

ขุนไกรเลื่อนสายตามองชื่นก่อนจะเม้มปากแน่น ดวงตากลิ้งกลอกก้มลงจ้องพื้นราวกับคนชั่งใจ

“ข้าไม่พบจริงๆ...”

ใครจะพูดได้กันเล่าว่าตัวเขาเองก็เฝ้าตามหาร่างนั้นอยู่เช่นกัน

พลบค่ำคืนวันนั้นเขาจดจำมันได้ดี ขุนไกรหลับตาลง สมองย้อนนึกถึงคืนวันแสนขมขื่นด้วยความอาลัยอาวรณ์

ภาพสองแขนที่เคยกอบกุมไว้มั่นตกลงข้างพื้นพร้อมลมหายใจอุ่นขาดรอนไป น้ำตาหลั่งรินออกมาจนร่างกายแทบแหลกสลาย

คร่ำครวญเท่าใดร่างไร้วิญญาณนั้นก็ไม่หวนคืนมา

กระทั่งกลางดึกที่จันทร์เพ็ญส่องสว่างเต็มดวง…

มือยกปาดคราบน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนสติที่ใกล้หลุดรอมร่อจะตื้อตึงเมื่อศีรษะถูกของแข็งบางอย่างกระแทกเข้าเต็มรัก ภาพเบื้องหน้าหมุนคว้าง ความเจ็บจากแรงกระแทกพื้นแล่นปราดมาตามเรือนร่าง

กระนั้นสติของเขาก็ยังไม่ดับลงเสียทีเดียว...เขาเห็นร่างของโคจรที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนเสียงสวดมนต์ที่ฟังไม่ได้ศัพท์จะดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งของพนาไพร

ขุนไกรกลืนก้อนสะอื้นลงคอยามรู้สึกถึงฝีเท้าที่ย่ำก้าวเข้ามาใกล้ ร่างกายที่หนักอึ้งไม่อาจขยับได้ดั่งใจนึก

สิ่งแรกที่ปรากฎในสายตาคือโจงกระเบนสูงค่าและรองเท้าหนัง เครื่องเเต่งกายของข้าราชการตามเมืองหลวง

ก่อนขุนไกรต้องตวัดกลับมามองร่างไร้วิญญาณของอมนุษย์ที่ครอบครองหัวใจตน เมื่อเห็นว่ามือใหญ่ที่เคยวางทาบสนิทบนพื้นพร้อมแหวนสลักมรกตสัญลักษณ์แห่งขัตติยะวงศ์ของเหล่ากุมภีร์ค่อยๆลอยขึ้นเหนือผืนดินบ่งบอกว่าซากร่างไร้วิญญาณนั้นกำลังถูกพรากไป...

แม้นเพียงร่างที่ไม่หลงเหลือวิญญาณใด...ยังต้องจากกันเลยหรือ?

เปลือกตาบางเริ่มหนักอึ้ง แต่ประสาทหูกลับสดับฟังได้ไม่กี่คำ...

“เนี่ยเหรอ? ร่างของไอ้โคจร...”

เอาไปไหน...เอาเขากลับมา

น้ำเสียงตวาดที่ดังลั่นได้เพียงในใจ ก่อนสติจะต้องดับวูบลงยามของแข็งกระหน่ำทุบลงมาซ้ำสอง

ลืมตาอีกทีก็อยู่กลางดงหมอยา...ใช้เวลาไม่ถึงสามวัน แผลทางกายก็เริ่มหายดี หลงเหลือแต่แผลที่มองไม่เห็นภายในใจ

และยามนี้เขาก็ไม่อยากเอ่ยถึงมันเท่าไร...

“ขุนไกร...” ชื่นร้องออกมาอย่างอ่อนใจ หากไม่ได้คำตอบในวันนี้เห็นทีเขาจะตกที่นั่งลำบาก

“กูไม่รู้...กูไม่รู้อะไรทั้งนั้น กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน?!...มึงบอกทางการได้ไหมว่าให้ตามล่าศพนั่น....ตามล่าที อึก...กูอยากได้เขาคืน” ขุนไกรโถมลุกจากที่นั่งตรงเข้าเขย่าไหล่อีกฝ่าย ปากพร่ำพูดอย่างคนไร้สติ ดวงตาที่หม่นหมองนั่นทำให้เพื่อนสนิทที่แอบมีใจมาตลอดทนไม่ไหว

แม้ไม่เข้าใจในนัยยะที่ขุนไกรพร่ำพูดออกมาเลยก็ตาม...แต่เขาทนเห็นมันเป็นแบบนี้ไม่ได้

“มึงใจเย็นไอ้ไกร...ใจเย็นๆ! เขาไหน?...มึงค่อยๆพูด” แขนที่แข็งแรงกว่าในชุดผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ดึงคนตัวสั่นงันงกมาโอบกอดแน่นพลางลูบหลังปลอบประโลม แม้นไม่มีเสียงใดตอบกลับมามีเพียงมือที่ยกกอดตอบอย่างไร้ที่พึ่งพิงนั้นก็ทำให้หัวใจเต้นระรัว

ความชื้นตรงหัวไหล่เรียกให้แขนกำยำกระชับกอดแน่นขึ้นพลางสูดลมหายใจเข้าลึก

ไม่รู้...ไม่เข้าใจเนื้อเรื่องอะไรสักอย่าง แต่อาการขุนไกรหนักขนาดนี้เพราะไอ้จระเข้ตนนั้น...มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างคืนนั้นและเขาต้องรู้ให้ได้

...เห็นทีคงต้องตามรอยจากต้นเรื่อง คือซากร่างของเดรัจฉานที่หายตัวไปอย่างลึกลับนั่น

57-aLp.png


‘ชาละวัน...อย่าปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปสู่ไฟแค้นจนหลงลืม...จิตวิญญาณของตนเอง’

ถ้าเราไม่ลุกขึ้นประกาศศักดาให้พวกมันรู้จักต่ำสูง พวกมนุษย์ชั้นต่ำก็จะล้ำเส้นเรื่อยไป ครั้งนี้ท่านพ่อ ครั้งหน้าจะใครกัน?!

‘ยึดมั่นตั้งตนในความดี ปกปักรักษาพวกพ้องประหนึ่งชีวิต อย่าทำตัวมักใหญ่ใฝ่สูงริไปรุกรานผู้ใด...หากไร้ซึ่งข้าในวันใดจงปกครองคุ้งน้ำอย่างเป็นธรรม’

ยึดมั่นแล้วได้อะไร? การสูญเสียงั้นเหรอ?! กับพวกมนุษย์โง่เขลาเบาปัญญาคงเล่นไม้ดีด้วยไม่ได้ ต้องทำให้เจ็บจนมันจำฝังใจว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร!

‘ความรู้สึกเท่านั้นที่ช่วยยึดเหนี่ยวให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี...’

ถ้ารู้สึกเราก็จะอ่อนแอ...จะฟันใครต้องฟันให้สะพายแล่ง เราใช้ผิดชอบชั่วดีกับพวกต่ำทรามไม่ได้หรอกท่านพ่อ...พวกมันจะไม่มีวันเข้าใจ ตราบใดที่พวกมันไม่ได้ลิ้มรสในสิ่งที่พวกมันทำ

ความรู้สึก...มีแต่พวกบุคคลน่าสมเพชเท่านั้นที่ไขว่คว้ามัน

ข้าไม่ต้องการมี...ความรู้สึก

“ชาละวัน...” เสียงดังขึ้นในห้องบรรทมกลางถ้ำทอง เรียกให้กุมภีร์ตัวน้อยหลุดจากห้วงภวังค์ที่หวนนึกถึงคำสั่งสอนบิดา จากว่าจะตำหนิผู้รบกวนให้หน้าเสียจากการหาญกล้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต พอดวงตาพิศเห็นว่าผู้ขัดสมาธิตนเป็นใคร ชาละวันก็จำหยุดวาจาร้ายกาจลง ดวงตาสีทองเหลือบมองพระอัยกาที่เข้ามานั่งด้านข้าง

“ท่าน...มีธุระอันใดหรือ เห็นท่านไม่ออกจากวิปัสสนามาร่วมสัปดาห์เชียว” ชาละวันเค้นรอยยิ้มที่คิดว่าเป็นธรรมชาติที่สุดให้กับผู้อาวุโสในสายเลือด และผู้ทรงศีลก็ทำเพียงมองด้วยสายตาสงบนิ่งจนเด็กน้อยทนต่อแววตาที่เหมือนมองอะไรทะลุปรุโปร่งไม่ไหวและเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึขอรับท่านปู่?”

“เกิดเหตุใดขึ้นกับเจ้ารึเปล่าชาละวัน” คำถามสวนกลับเล่นเอาเจ้าของชื่อเลื่อนหลบสายตาลงต่ำก่อนใบหน้าที่ประดิษฐ์รอยยิ้มจะปรับกลับมาราบเรียบ

วิปัสสนาอยู่ก็ใช่จะไม่รู้...ใบหน้าเลื่อนลอยไร้ดวงวิญญาณนี่แหละที่เด็กน้อยพึงมีมาตลอดสัปดาห์

“ข้าต้องการศพท่านพ่อ...กลับมาทำพิธี ใยคนของเราจึงไม่เร่งไปสืบมาเสียทีว่าร่างท่านพ่อหายไปไหน...ยังไงเสียท่านเป็นคนของเราต่อให้ถูกพวกทรพี--.........”  

ท้าวรำไพมองด้วยแววตาสงบยามกุมภีร์ตัวน้อยหลุดคำไม่สมควรออกมา...ตั้งแต่แรกแล้วที่เด็กน้อยเลือกจะโกหกสิ่งที่คิดแล้วพูดเหตุผลรองออกมา

ท้าวรำไพหลับตาลงด้วยสีหน้าอิดโรย...ใจอยากจะออกตัวกับเหตุการณ์ที่เริ่มวิปลาสลงทุกนาทีแต่เกรงว่ายิ่งเข้าไปยุ่มย่ามอาจทำให้กุมภีร์และมนุษย์ต่อกรรมกันไม่จบไม่สิ้น

...ทุกสิ่งมีชีวิตเกิดมามีกรรมเป็นของตน ไม่ช้าก็เร็วมันจะตามสนอง

ไม่มีข้อยกเว้น...กระทั่งเทวดาชั้นพรหมยันสัมภเวสีในอเวจี นับประสาอะไรกับอมนุษย์อย่างเรากัน

“คืนนี้เป็นวันพระใหญ่...เจ้าไม่ลองไปเดินเล่นในงานวัดที่ริมฝั่งท่าดูเล่า” ท้าวรำไพพูดหยั่งเชิง หวังจะเห็นเด็กน้อยที่เคยชื่นชอบเทศกาลของมนุษย์จะยังหลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณบ้าง...

ชาละวันเลื่อนสายตาขึ้นมองคู่สนทนาอย่างใช้ความคิดก่อนรอยยิ้มร้ายจะเหยียดขึ้นเมื่อค้นพบแผนการบางอย่าง

“อาจจะดีอย่างท่านว่า...บางทีข้าอาจต้องพักผ่อนบ้าง”

ในเมื่อชักช้ากันนัก ข้าจะขึ้นไปสืบสาวด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องศพท่านพ่อและตระกูลทรพีนั่น

เป็นอีกครั้งที่ผู้ทรงศีลทำได้เพียงยิ้มขมขื่น ความเดียงสา...ได้ตายไปจากผู้สืบสกุลแห่งเหล่ากุมภีร์แล้ว

“ชาละวัน...หัวใจที่ถูกหลอมละลายจนเหลือเพียงเถ้าถ่านน่ะ แม้ยังไม่สิ้นชีวาวายก็ไม่ต่างอะไรกับซากศพเดินดินหรอกนะ...” คำพูดที่ไม่ได้ตรงกับบทสนทนาในครั้งแรกถูกเปรียบเปรยขึ้นมาลอยๆ และความหวังว่าแสงสว่างจะสาดกลับเข้าไปในดวงใจที่สุมไปด้วยไฟแค้นจะดับวูบลงยามกุมภีร์ตัวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ถ้ามันบรรลุสิ่งที่ต้องการ...ต่อให้ถูกตราหน้าว่าเดรัจฉานข้าก็ยินดี” เด็กน้อยยิ้มรับคำไม่แม้แต่จะสนใจคำเตือนที่ถูกมอบให้ สองขารุดหมายเตรียมออกไปเที่ยวงานวัดของพวกมนุษย์

ริมฝีปากยกขึ้นเผยให้เห็นเขี้ยวสีเงินเรืองรองด้านใน มันสว่างวาบยามต้องแสงจันทร์เหนือผิวน้ำ ดวงตาสีทองวาวโรจน์ขณะก้าวผ่านพ้นปากถ้ำออกไป ก่อนร่างของเด็กชายจะแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายแหวกว่ายในผืนน้ำ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,734 ความคิดเห็น

  1. #2686 nattyaunchun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 19:35
    ใครที่ทำร้ายขุนไกรแล้วเอาร่างโคจรไป
    #2,686
    0
  2. #2320 Yook-Yik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 00:51
    สงสารคู่พ่อจัง ไม่อยากให้โคจรตายเลยอ่ะ
    #2,320
    0
  3. #2210 Mamimilky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 13:31
    โคจรยังไม่ตายแน่ๆ ขอให้ไม่ตายอ่ะ แงงงงงงงง
    #2,210
    0
  4. #1930 KKMP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:16
    เป็นพวกฝั่งศัตรูใช่ไหมนะที่เอาร่างโคจรไป เดาล้วน 555
    #1,930
    0
  5. #1687 น้ำผึ้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 18:59

    คู่พ่อไปรักกันตอนไหนน ส่วนคู่จะรักกันยังไงละเนี้ย

    #1,687
    0
  6. #1620 bloodc2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:21
    คู่พ่อน่าสงสารจังเลยค่ะฮือ
    #1,620
    0
  7. #1317 tensita (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 08:35
    คนหรือจระเข้นะ ที่เอาร่างของพ่อโคจรไปปป
    #1,317
    0
  8. #1199 ROS195 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:10
    พี่ชาลสายโหดเด้อ เกียมผ้าเช็ดหน้าไว้ให้น้องไกรเลย
    #1,199
    0
  9. #1063 dearlychpd ♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 17:26
    ทีแรกนึกว่าจะเป็นท้าวนำไพมาเอาร่างไปซะอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แฮะ
    #1,063
    0
  10. #1056 ฉันคือความฝัน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 08:55
    ศึกขนมครก5555
    #1,056
    0
  11. #1051 PoPPy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:49
    มาต่อ มาต่อ มาต่อ มาต่อ

    ชอบอ่ะแนวนี้.... กรี๊ด.....
    #1,051
    0
  12. #1043 คน ไร้ความรู้สึก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 00:43
    กิ๊ฟฟฟฟฟฟ นี้ฉัยบ้าไปเเล้วใช่ไหมอ่านไปนั่งยิ้มไป โอ้ยยย คู่พ่อน่าร๊ากกกกกกกกกกกก เห็นลางมาม่ามาเเต่ไกลเลยโถถถ
    #1,043
    0
  13. #1027 Crazy June (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 23:34
    อย่าบอกนะว่ารักกันได้เพราะขนมครก โอ้ว~กูละเพลีย รักกันเพราะขนมครกยายฉิ้ม55555+
    ติดตามแล้วน้าค้า เนื้อเรื่องดีสุดๆค่ะชอบม๊วกๆรักเลยล่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #1,027
    0
  14. #1025 parn parn indy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:35
    ขุนไกรน่ารักกกกกก รับรู้ได้ถึงความฟินและความข่มในอนาคตเลยทีเดียว 555

    กว่าจะปราบพยศได้คงเหนื่อยหน่อยนะคะท้าวโคจรรรร

    โธ่ นี่ตอนเอ๊าะๆ กันอยู่เลย รอติดตามนะคะ ชอบคู่พ่อมากกกกกกก
    #1,025
    0
  15. #1024 Loognam26 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:33
    ชอบบบบ ชอบคำอุทานยาย5555555
    #1,024
    0
  16. #51 RoseColor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 07:52
    โคจรแกล้งขุนไกรอ่ะ ขุนไกรงอนได้น่ารักมากกกกอ่าา รอท่านโคจรมาง้อขุนไกร//ได้ข่าวว่าช่วยง้อ มาอัพเร็วๆนะคะพี่เฟย รอๆๆ
    #51
    0
  17. #50 เต้าทึง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 07:03
    หยอกน้องมากๆระวังโดนนะจ๊ะพ่อ
    #50
    0
  18. #49 Smile...^^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 01:01
    แหน้ะมีแกล้งๆนะพ่อโคจร 555
    #49
    0
  19. #35 HyukHaeTW (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 20:39
    ชอบบบบบบบ แต่งดี ชอบมาก ;-; ฟหฟหห
    #35
    0
  20. #34 คิมดงจุน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 20:27
    คัมมิ่งซูนนนน!!! โวะ!
    #34
    0
  21. #33 YaoiZang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 18:47
    คู่นี้ทำไมมัน่าง น่ารัก เยี่ยงนี้ เฮือกก 
    #33
    0
  22. #32 Noname (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 17:49
    อุ๊ตร่ะะ!!!ทำไมเหมือนมีกลิ่นอายมาม่าผสมโรเเมนซ์ลอยมาขนาดนี้มันผสมกันจนเกิดเป็น..โกโก้คราชชชช

    ข้ามเมนท์นี้ได้เลยน่ะเจ้าค๊ะ~0~??

    #32
    0
  23. #31 ศะนะคะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 17:11
    อยู่กับเขานานๆนะๆ
    #31
    0
  24. #30 RoseColor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 16:36
    มาให้อยากแล้วจากไปหรอคะพี่เฟย..................กรี๊ดดดดดดดดดดดด!! คู่ท่านพ่อน่ารักมากเลยอ่าาาาา ชอบๆๆๆ มาอัพเร็วๆนะคะพี่เฟย อยากอ่านแล้วค่าาาาา
    #30
    0