[END] Fic Kaname x Zero: [ Vampire Knight ] Trinity Blood

ตอนที่ 4 : Consult

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    11 ธ.ค. 57

 

 

ในห้องที่มืดสงบหากแต่ยังคงมีแสงจากเชิงเทียนเก่าทอแสงให้เห็นเรือนร่างของชายหนุ่มผู้มีนัยต์สีแดงก่ำยามพินิจออกไปนอกหน้าต่างแล้วรำพึงออกมาแผ่วเบา


 

 

“หายไปแล้ว..”


 

 

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นมาชัดขึ้นเสียงหัวเราะแหลมสูงโทนทุ้มกว่าจะเป็นบุรุษดังก้องกังวานไปทั่วอาณาบริเวณ


 

 

“แสบนักคานาเมะ…แต่…คราวหน้าต่างหากละของจริง”



 

.

.
.



 

 

 

“หนักมือไปหน่อยไหม?...ตอนนี้ทั้งคลาสวุ่นวายกันไปหมดเพราะกลิ่นคาวเลือดเนี่ย”  อิจิโจพูดพลางก้มลงสำรวจสภาพศพของอาจารย์ประวัติศาตร์ที่ถูกคานาเมะชำแหละเลือดเปรอะเละเทะเต็มห้อง



 

 

ร่างสูงที่พิงตัวเองกับพนักเก้าอี้ในมือถือหนังสือเล่มเล็กอ่านอย่างไม่หยี่ระต่ออะไร อิจิโจจึงทำได้เพียงลอบถอนหายใจเพราะต่อให้พูดหยั่งเชิงไปอย่างไร


 

 

หากคานาเมะไม่อยากพูด…ก็คงไม่มีวันที่จะได้ล่วงรู้เจตนาแน่ๆ


 

 

“เขาล้ำเส้นเกินไป…”  อิจิโจที่กำลังจะกลับไปทำหน้าที่ควบคุมบรรดาเด็กไนท์คลาสให้อยู่ในความสงบถึงกับชะงักฝีเท้าลงพลางรับฟัง


 

 

“เขาไม่สามารถทำอะไรนายได้…”


 

 

“ใช่…แต่กับทาสของผม..เขาทำได้”  


 

 

“?!”  อิจิโจหันกลับมามองขวับด้วยสีหน้าตกใจสุดขีดแล้วเดินเข้ามาใกล้


 

 

“หมายความว่าไง?!! นายทำ…พันธะสัญญาเหรอ? คิดอะไรอยู่คานาเมะ?!”


 

 

พันธะสัญญาทมิฬ  เรื่องในตำนานของเหล่าแวมไพร์ที่มีเฉพาะแวมไพร์เลือดบริสุทธ์เท่านั้นที่ทำพิธีกรรมนี้ได้


 

 

เลือดแลกเลือดเกิดเป็นพันธะสัญญาทมิฬคงกระพัน …ไม่สามารถทอดถอนได้

 

ชีวิตของทั้งเจ้านายและทาสจะผูกติดกันและนั่นหมายถึง…

 

ถ้าใครคนใดคนหนึ่งตาย..อีกฝ่ายก็จะต้องตายไปด้วย


 

 

สายตาคมยังคงจดจ้องไปที่ตัวหนังสือไม่คิดแม้แต่จะตอบคำถามผู้มีศักดิ์เป็นรองประธานหอด้วยซ้ำ


.
.

.




 


ภายนอกที่เวลาล่วงเลยไปจนท้องฟ้ามืดสนิทแต่บรรดานักเรียนหญิงกลุ่มใหญ่ก็ยังไม่ยอมแพ้



รวมตัวกันอยู่หน้าหอพระจันทร์เนื่องจากยังไม่เห็นใบหน้าของบุคคลที่พวกหล่อนรออยู่ ยูกิที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันเองก็ชักจะเหนื่อย



 

 

ถึงจะคุมไม่ให้ล้ำเส้นได้แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ตลอดเมื่อรอมาหลายชั่วโมงแรงฮึดของเด็กสาวจึงมีมากขึ้นพวกหล่อนพร้อมใจกันพยายามปีนรั้วหอพระจันทร์เข้าไป


 

 

ยูกิเป่านกหวีดยาวเสียงดังลั่นก่อนจะเริ่มวิ่งเข้าไปขวางคนกลุ่มใหญ่


 

 

“หยุดนะ!! ”


 

 

“รุ่นพี่คานาเมะคะ!!!”  สาวๆพร้อมใจกันตะโกนเรียกเสียงเซ็งแซ่ไปหมดพร้อมทั้งไม่สนใจคำปรามใดๆทั้งสิ้น


 

 

หญิงสาวชั้นปีเดียวกันกับยูกิเจ้าของเรือนผมยาวสีบลอนด์มีศักดิ์เป็นลูกนักการเมืองใหญ่โตปีนขึ้นไปด้านบนได้สำเร็จในขณะที่กำลังพยายามทรงตัวยืนขาเจ้ากรรมก็บาดเข้ากับขดลวดสลักลายจนเลือดซิบออกมา



ขาที่บาดเจ็บทำให้สูญถ่วงเสีย ร่างทั้งร่างของสาวเจ้าตกลงมาจากความสูงไม่น้อยท่ามลางเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบด้าน




 

 

ผลัก!! เสียงร่างกระแทกพื้นใบหน้าของหญิงสาวที่หลับตาแน่นค่อยๆลืมตาขึ้นมายามไม่รู้สึกถึงความเจ็บอย่างที่คิดเอาไว้ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างยามเห็นว่ามีร่างโปร่งของกรรมการรักษาระเบียบนอนนิ่งเป็นเบาะรองตัวอยู่



 

 

คิ้วเรียวที่มักขมวดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ตอนนี้กำลังขมวดข่มความเจ็บปวดจนจุกให้ลงไปด้านใน


 

 

เซโร่ที่วิ่งเอาตัวเองมารับเอาไว้ผลก็คือหัวกระแทกกับพื้นเต็มๆจนเลือดไหลซึมออกมากระนั้นใบหน้าก็ปรับกลับมาเรียบเฉยได้ในเวลาไม่นาน



 

 

บรรดานักเรียนหญิงกรี๊ดร้องยามเห็นเลือด โดยเฉพาะคนบนตักที่เอามือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นอย่างรู้สึกผิด เซโร่เม้มปากพยายามยันกายขึ้นมามองสบแล้วพูดเสียงอ่อน



 

 

“อย่าฆ่าตัวตายเพราะผู้ชายคนเดียว” คำพูดห้วนๆแต่คนฟังก็รับรู้ได้ว่าเป็นคำเตือนเจือปนความห่วงใยจากกรรมการรักษาระเบียบที่มักจะมีหน้ายักษ์คนนี้



 

 

“ขอโทษนะ..คิริยูคุง…เจ็บตรง….”



 

 

“ไม่…”  เซโร่รีบตัดบทพลางขยับตัวลุกขึ้นยืนโซเซเล็กน้อยจากอาการมึนงงยามสมองกระทบกระเทือนแล้วรีบเอาเสื้อตนเช็ดคราบเลือดจนหมด



 

 

หากปล่อยให้มีกลิ่นเลือดนานๆ…เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่อีก


 

 

“เซโร่!! เป็นอะไรไหม? เจ็บมากรึเปล่า”  ยูกิแหวเข้าใส่พลางวิ่งมาจับๆตรวจดูบาดแผลคนตัวสูงกว่า



 

 

“ไม่เป็นไร รีบเคลียสถานที่เถอะ เดี๋ยวจะดึกเกินไป” เซโร่พูดเสียงแข็ง ยูกิมองเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้



 

 

นกหวีดถูกเป่าขึ้นอีกครั้งคราวนี้หลายๆคนยอมล่าถอยไปโดยดี ทุกคนกรูกันออกไปยังประตูหน้าโดยมีเซโร่และยูกิเดินตามไปเตรียมปิดประตูเข้าออกของโรงเรียน



 

 

ปึงเสียงประตูเคลื่อนเข้าตำแหน่งทั้งสองคนตั้งท่าจะกลับไปพักผ่อนแต่ก็ต้องสะดุดยามมีมือของบางคนจับปลายเสื้อตัวนอกร่างโปร่งไว้



 

 

“คิริยูคุง..เอ่อ…..”   เด็กสาวคนที่เพิ่งถูกเซโร่ช่วยไว้พูดเสียงอ้อมแอ้ม เจ้าของชื่อทำเพียงหยุดเดินและปรายตามองเล็กน้อยเชิงรอฟังคำตอบ



 

 

หญิงสาวยืนนิ่งชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะบรรจงล้วงไปในกระเป๋านักเรียนและหยิบกล่องที่ห่ออย่างดีด้วยกระดาษสีหวานและโบว์สีชมพูแปร๋นก่อนจะจับมือเรียวมาวางมันอย่างถือสิทธ


 

 

“ช่วยเอาไปให้รุ่นพี่คานาเมะหน่อยได้ไหม…ปีที่แล้วฉันก็ไม่ได้ให้ปีนี้ก็เลย…..”



 

 

“เลยยอมฆ่าตัวตายเพื่อแค่อยากให้ของ?”   เซโร่พูดกลับเสียงนิ่งพลางทำท่าจะปล่อยกล่องสีสวยนั้นคืน



ยูกิที่เห็นสีหน้าหมองของสาวเจ้าและพอจะเข้าใจจิตใจของคนแอบรักดีจึงรับมันไว้แทน



 

 

“ไม่ต้องห่วงนะ…ถึงมือรุ่นพี่คานาเมะแน่นอน สบายใจได้”   ยูกิยิ้มให้บางๆ สาวน้อยคนดังกล่าวโค้งปะหลกๆให้พร่ำพูดคำขอบคุณออกมามากมาย



 

 

เซโร่ที่เห็นดังนั้นถึงกับพ่นลมหายใจมอง



 

 

ผู้หญิงนี่เข้าใจกันดีซะจริง….



 

 

หลังจากจัดการเคลียปิดประตูโรงเรียนได้สำเร็จสองกรรมการถึงกับเดินกลับหอด้วยสภาพสะบักสะบอมเต็มที



 

 

เซโร่ยกมือขึ้นกุมตรงปากแผลที่บัดนี้แห้งสนิทเหลือไว้เพียงคราบเลือดสีแดงฉานเท่านั้น ยูกิยกมือขึ้นสัมผัสแผลนั้นเบาๆดวงตาสีอมเทิสจ้องมองไม่กระพริบตายิ่งยามใบหน้าน่ารักนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะเป่าลมอุ่นเบาๆเข้าที่แผล



 

 

“เพี้ยง! เอาละหายแล้ว..”  หญิงสาวตัวเล็กยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี จนคนด้านข้างอมยิ้มออกมาในท่าทางเด็กๆนั้น



 

 

“ยัยบ๊อง…”



 

.

.

.




 

 

“นี่มัน…..”   ซองจดหมายสีขาวประทับตาสภาแวมไพร์ถูกวางไว้บนโต๊ะผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการที่นั่งจิบชาอยู่ถึงกับหน้าถอดสีออกมา



 

 

จดหมายถูกส่งมากระทันหันแบบนี้ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ…



 


 

 

 

 

“เซโร่ รอตรงนี้นะเดี๋ยวฉันไปเอา กล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ นั่งรอดีๆล่ะ!!!”  ยูกิที่กำลังจะวิ่งออกจากห้องหันมากำชับร่างโปร่งบางที่บัดนี้เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตตัวใน



 

 

เซโร่มองเล็กน้อยก่อนจะเสมองอีกฝั่งอย่างไม่คิดตอบแต่ท่าทางแข็งๆนั่นสำหรับเซโร่แล้วมันก็หมายถึงตกลงนั่นละ หญิงสาวแย้มยิ้มออกมาก่อนจะวิ่งออกไป



 

 

 

กล่องสีสวยถูกวางไว้บนโต๊ะ ดวงตาสีม่วงเข้มมองมันไม่วางตา



 

 

ในนั้นจะมีอะไรนะ….



 

 

ก็คงเป็นช็อกโกแลตแต่ทำไม่ต้องทำท่าทางอยากให้ขนาดนั้นด้วย



 

 

เจ้านั่นมีดีอะไร? ทำไมต้องทำให้ขนาดนี้ละ..



 

 

เซโร่ชะงักไปเล็กน้อยยามเริ่มได้สติหลังจากที่เฝ้าคิดถึงเรื่องนายเหนือหัวของเหล่าแวมไพร์มานานหลายนาที



 

 

บ้าจริง….ใครจะให้อะไร เจ้านั่นก็ช่างสิ!



.

.

.





 


บ้า…ชะมัด



 

 

ความคิดแล่นในหัวสมองคนตัวเล็กยามที่บัดนี้สองขาก้าวเข้ามาหยุดยืนหน้าหอพระจันทร์ในมือยังคงถือกล่องสีสวยนั้นติดมาด้วย



 

 

ใบหน้าของเจ้าของกล่องที่แทบจะขอร้องทั้งน้ำตานั่นไม่ได้เป็นแรงจูงใจในการมามากเท่ากับความขุ่นเคืองใจที่มีคนสนใจร่างสูงนั่นเป็นพิเศษไหนจะไอความมืดแปลกๆที่แผ่ซ่านเชิญชวนให้เปิดดูนี่อีก..



 

 

เซโร่ยืนชั่งใจอยู่นาน ขณะนี้เวลาเกือบเที่ยงคืนกว่าบรรดาเหล่าเดย์คลาสทุกชีวิตหลับไปไหลกันหมดจะเหลือก็เพียงคนที่กำลังยืนค้างเติ่งตัดสินใจอยู่ว่าควรจะหันหลังกลับหรือเข้าไป



 

 

เข้าไป? เข้าไปทำไมวะ? แล้วนี่จะเอามาให้ทำไม?



 

 

เป็นอีกครั้งที่เหมือนจะเพิ่งได้สติ เซโร่ยกมือกุมขมับอย่างขัดใจ



 

 

ตั้งแต่เรื่องราวในวันนั้น…วันที่เผลอสัมผัสแนบชิดกับอีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะคิดว่าร่างกายเริ่มทำอะไรแปลกขึ้นทุกที



 

 

เซโร่สบถพึมพำพลางหันหลังเดินเตรียมจะกลับไปที่หอตนเอง แต่ขาเรียวก็ตัดสินใจเดินก้าวไปวางกล่องใบเล็กนั้นตรงพื้นติดกับรั้วของหอพระจันทร์



 

 

“เธอไม่ควรทำแบบนั้นนะ..เวลาเอาของมาให้คนอื่นน่ะ…เค้าต้องให้กับมือสิ”  เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นขณะที่ร่างโปร่งหันหลังเตรียมจะหันเดินหลับไปตามเส้นทาง



 

 

คนตัวเล็กสะดุดกึก ดวงตาสีม่วงเข้มสั่นระริกพยายามสะกดกลั้นความตื่นตระหนกที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีสาเหตุ



 

 

เสียงเท้ากระทบพื้นตามมาด้วยเสียงลูกกรงบานประตูจะถูกไขและเปิดออก



 

 

ร่างที่หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่สมองรีบปราดประมวลผลคิดหาคำตอบในการมาของตน



 

 

แต่ร่างก็ต้องกระตุกวาบมือเย็นเชียบทาบทับลงมาแผ่วเบาผ่านผ้าก็อตผืนหนาแต่ผู้ที่ถูกสัมผัสกลับรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา



 

 

“แผลเป็นยังไงบ้าง?”   น้ำเสียงทุ้มเเฝงไปด้วยความเป็นห่วงฉายออกมา คานาเมะขยับกายเข้ามาใกล้พลางมองสำรวจผ้าก็อตที่ปิดบาดแผลไว้



 

 

กลิ่นเลือดของร่างตรงหน้านี่ลอบอบอวลตั้งแต่หัวค่ำเล่นเอาบรรดานักเรียนไม่เป็นอันเรียนอยู่พักใหญ่จนตนต้องลงไปควบคุมถึงจะสงบลงได้แต่ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้น..



 

 

ปัญหาคือใครทำต่างหาก



 

 

“ออกไปห่างๆเลยนะ…”   ร่างบอบบางคว้าปืนคู่ใจขึ้นมาพลางจะจ่อไปยังผู้มาเยือนและเป็นอีกครั้งที่คนตัวสูงไวกว่าจัดการจับหมับเข้าที่ปากกระบอกและออกแรงเพียงนิดปลดอาวุธออกแล้วจัดการยัดมันกลับเข้าไปในกางเกงให้คนตัวเล็กที่มีสีหน้าเหวอออกมา



 

 

“คุยกับผมเลิกหยิบเจ้านั่นเถอะ…ผมไม่ทำร้ายทาสตัวเองหรอก”   คานาเมะกดเสียงต่ำเน้นสถานะอีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกครั้งสองขาขยับถอยห่างออกไปพลางจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง



 

 

“ระวังตัวเองด้วยล่ะช่วงนี้….”  คานาเมะหาได้สนใจท่าทีปิดกลั้นนั้นไม่ เรียวปากได้รูปขยับเอื้อนเอ่ยเตือนอีกฝ่าย



 

 

“อะไร?”



 

 

“ระวังตัวด้วย”   คานาเมะกล่าวย้ำ แต่คนที่ฟังกลับมีสีหน้าเหยเกทั้งสับสนและขุ่นเคือง



 

 

ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้เสียทีเดียว..ถึงขนาดจะต้องให้พวกแวมไพร์มาออกมาปากตักเตือนอะไร…เขาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น!



 

 

“ผมเป็นห่วง”  ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาราวกับกำลังอ่านใจอีกฝ่าย



ได้ผล..เซโร่ที่มีท่าทีแข็งขืนหยุดชะงักมองค้างนิ่งกับคำพูดเพียงประโยคเดียว ดวงหน้าที่เคยซีดเผือดด้วยความหนาวเหน็บของอุณหภูมิยามราตรีบัดนี้กำลังขึ้นสีระเรื่อขึ้นแล้วเสลงมองอีกทาง




 

 

“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ…”



 

 

คานาเมะอมยิ้มบางๆก่อนจะก้มลงหยิบกล่องสีสวยนั้นขึ้นมาพิจารณา สายตาคมเงยขึ้นมองสบแผ่นหลังบางที่ตั้งท่าจะหุนหันออกจากตำแหน่งนั่นก็พูดขึ้นเสียงเรียบ



 

 

“ขอบใจสำหรับของขวัญ…”



 

 

เซโร่ตีหน้ายุ่งขึ้นแล้วรีบตวัดเสียงกลับไป



 

 

“เอาไปบอกคนให้เองเถอะ!”   



 

 

สองขาเรียวรีบจ้ำกลับหอด้วยความไว ปากเรียวสบถพึมพำไปตลอดทาง  



ร่างสูงสมส่วนของนายเหนือหัวยืนพิงขอบรั้วจ้องมองจนอีกร่างกลับไปแล้วยกยิ้มน้อยๆก่อนจะโยนกล่องเล็กนั้นลงพื้น



ตามด้วยเชิงเทียนที่ถูกโยนตามลงไป กล่องที่มีสีสันบัดนี้บิดเบี้ยวไปตามความร้อนสิ่งของที่อยู่ภายในละลายออกมากองรวมกัน



ช็อกโกแลตสีเข้มกำลังเดือดปุดๆบนพื้นหญ้าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นวงเวทตร์สัญลักณ์ที่แสนคุ้นตา




 

 

“หึ…คำเตือนเหรอ? หมาลอบกัด..ยังไงก็ลอบกัดอยู่วันยังค่ำจริงๆ…”

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #12 แคโรไรน่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 21:05
    ตามหามานานล่ะ ชอบแนวนี้มากๆๆเลยค่ะ
    #12
    0
  2. #11 Mad .M.N.D." (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 21:39
    รีบมาอัพน้าคร้าาาาาา

    สู้ๆรอหยายเดือนเเว้ววววคร่ะะ><
    #11
    0
  3. #9 Demon's Yoru (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 01:53
    เซโร่น่ารักอ่ะ :)
    #9
    0
  4. #8 Thanchanok Jungkiardkajorn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 18:58
    รอนะค้าา อัพเถอะพลีสสสสสสสสสส

    #8
    0
  5. #7 mokona (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 04:42
    เห็นถึงซัมติ้งบางอย่าง อิอิ

    ท่านคานาเมะ ดูจะโปรดปรานทาสอยู่นะคะ ^^
    #7
    0
  6. #2 Darkmool (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 10:50
    ไรท์สู้ๆน้า
    แต่งให้จบน้าTwT
    ตามหาคู่นี้มานาน ไม่ค่อยมีใครแต่งจบ
    จะรออ่านจ้า
    #2
    0
  7. #1 Welkin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 21:02
    คำว่า เดี๊ยว ต้องเป็น เดี๋ยวนะ เห็นผิดเกือบทุกตอนเลยล่ะค่ะ =w= เอาใจช่วยนะไรท์สู้ๆ เราเองชอบคู่นี้พอสมควร สู้ๆนะค่ะ
    #1
    0