[END] Fic Kaname x Zero: [ Vampire Knight ] Trinity Blood

ตอนที่ 3 : Midnight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    25 มิ.ย. 58

 


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..เผ่าพันธุ์ของปิศาจร้ายที่แสนป่าเถื่อนมักจะออกล่าเหยื่อในยามราตรี มันมาพร้อมกับเสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ดวงตาสีแดงก่ำคมเขี้ยวเล็บฉีกทึ้งร่างอย่างทารุณ…ไม่มีแม้เสี้ยวความเมตตาสงสาร

กลางดึกอย่าส่งเสียงไป…ข่มตาหลับให้ไวก่อนย่ำราตรี


 


นิทานปรัมปราที่เคยถูกผู้ใหญ่ใช้ขู่ให้หลับนอนใครจะรู้ละว่าปิศาจป่าเถื่อนนั้นมีตัวตนอยู่จริง..

 


น่ารังเกียจ…


 


ความคิดที่ประดังเข้ามาในหัวของร่างโปร่ง ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงฉายชัดในหัวสมอง


 

“เรื่องแบบนั้นไม่มีทาง…แกโกหก!” ปากพร่ำตะโกนด่าแม้เรี่ยวแรงในกายแทบจะไม่มีเหลือสองขาเรียวยาวทรุดลงกับพื้นหญ้ายามความเจ็บปวดทวีความรุนแรงจนเกินกลั้น


 


คานาเมะเดินมาหยุดตรงหน้าดวงตาสีแดงสดจ้องมองราบเรียบอย่างใช้ความคิดสองขาของร่างสูงย่อลงก่อนเอามือเชิดคางอีกคนขึ้นมาสบตา


 


เผียะ!!! ฝ่ามือใหญ่ถูกปัดออกไปอย่างไม่ใยดี


 


“อย่าเอามือโสโครกของพวกแกมาแตะต้องตัวฉัน!!” เซโร่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายตวาดเสียงแข็งกร้าวออกไปดวงตามองขึ้นสบกับผู้ทรงอำนาจอย่างท้าทาย


 


ร่างสูงปรายตามองด้วยสีหน้าทึ่งปนขุ่นเคือง


 


“ครั้งที่สองแล้วนะ…ที่เธอกล้าทำอะไรเสียมารยาทกับผมขนาดนี้….” เสียงทุ้มกดต่ำจนคนฟังกระตุกวาบไอปิศาจพวบพุ่งไปรอบด้านแต่มีหรือคนทิฐิสูงอย่างเซโร่จะยอมเผยท่าทีหวาดกลัวออกมา


 


“จะอีกกี่สิบครั้ง…ฉันก็จะทำแบบเดิม…อึก!!!!” มือแกร่งตรงเข้าบีบกรามเล็กยกร่างขึ้นตรึงกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังก่อนจะยื่นหน้ามาแนบชิด รอยยิ้มชั่วร้ายที่หาดูได้ยากของผู้ที่ถนัดควบคุมอารมณ์ฉายชัดออกมา


 


“แก…แกทำอะไรกับร่างกาย..อึก…ฉัน” ร่างโปร่งบางเค้นเสียงถามดวงตาสีม่วงเข้มปรือลงร่างกายหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับส่วนใดได้ไหนจะอากาศที่ลดน้อยลงทุกที


 


“จัดการปราบพยศทาส…ให้รู้จักที่ต่ำที่สูงละมั้ง….” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดีพลางยื่นหน้าไปใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นปะทะเข้าที่ต้นคอ ดวงตาสีแดงสบเข้ากับอีกคนก่อนจะยิ้มบางให้จนเห็นเขี้ยวคมแล้วฝังลงบนคอคนที่กระหายอยู่อย่างไม่ทันตั้งตัว


 


“อ๊ะ!!!!..” ร่างกายกระตุกเกร็งไปทุกสัดส่วนเรี่ยวแรงที่ไม่เคยมีอยู่แล้วก็ลดฮวบลงไป ความกระหายที่เพิ่มเป็นทวีคูณยามเป็นฝ่ายถูกดูดกลืนสิ่งที่ต้องการไป


 


“ฮ๊า….หยุด!!...” เสียงหวานร้องออกมาอย่างเจ็บปวดหากแต่อีกฝ่ายกลับไปสนใจฟังสักนิด ร่างสูงดูดกลืนเลือดสีเข้มตรงหน้าก่อนจะผละริมฝีปากเปื้อนเลือดออกเชิดคางมนของคนที่เริ่มไม่มีสติขึ้นมา


 


ปากหยักประกบเข้ากับเรียวปากบางร่างที่ถูกตรึงด้วยไอปิศาจขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นโลมเลียกับปากหยักออกของอีกฝ่ายเคลิบเคลิ้มด้วยรสโลหิตที่คละคลุ้งไปทั่ว สติสัมปชัญญะเริ่มหายไปแทนที่ด้วยความกระหายเยี่ยงอสูรกาย


 


ยังไม่พอ…


 


คนตัวเล็กกว่าออกแรงดิ้นคมเขี้ยวเล็กกัดลงบนกลีบปากหยักของร่างสูงแล้วดูดซับกลิ่นไอและรสชาติหวานหอมนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ


 


คานาเมะปราดตามองนิ่งปล่อยให้อีฝ่ายกระทำตามใจชอบเพราะทุกอย่างกำลังเต้นไปตามแผนการณ์ที่วางไว้


 


พันธะสัญญาเลือด....ตราบาปตลอดชีวิตที่เธอจะไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้


.
.
.



 


นัยต์ตาสีอเมทิสปราดมองไปด้านนอกหน้าต่างที่มีแสงสว่างจ้า อีกวันของคาบเรียนประวัติศาสตร์แสนน่าเบื่อถ้าไม่ติดว่าถูกยัยจอมจุ้นอย่างยูกิลากมาละก็จ้างให้เขาก็ไม่มีวันมาเหยียบเป็นแน่


 


น่ารังเกียจๆ!!!....



ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีจัดยิ่งนึกถึงภาพตนเองและอีกฝ่ายที่แสนเกลียดยามประกบจูบซึมซับเลือดนั่นถึงแม้ว่าการกระทำทั้งหมดจะเกิดมาจากความขาดสติแต่มันก็เกิดขึ้นจริง..



 


เย็นนี้ต้องออกไปทำหน้าที่เนื่องจากเซนต์ช็อกโกแลตเดย์อีกด้วย…ถ้าต้องเจอกันละ…จะทำหน้ายังไง…….


 


ไม่ๆ!!!! นี่คิดบ้าอะไรวะ….ทำหน้าอะไรก็ทำตัวปกติไง!!


 


เซโร่ที่นั่งพยายามปรับอารมณ์จากความคิดบ้าบอที่กำลังจะพาให้สติเขาแตกกระเจิงอีกครั้ง


 


“ยู….คิริยู!!! ตอบคำถามครูข้อนี้ซิ!!” เสียงเรียกที่พาให้คนตัวเล็กตื่นจากภวังค์

ร่างโปร่งบางตวัดสายตาจากหน้าต่างข้างห้องเรียนมาสบกับอาจารย์ที่เอาไม้เรียวชี้หน้าเขาปาวๆท่ามกลางนักเรียนคนอื่นๆที่กลืนน้ำลายกันเป็นแถว


 


เซโร่มองนิ่งไปสักพักก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา


 


“ถามมาสิครับ..”


 


คำพูดที่เล่นเอาทั้งห้องหันกลับหลังมามองเป็นตาเดียว


 


คนอย่างคิริยู เนี่ยนะให้ความร่วมมือ?!!!


 


ร่างโปร่งขมวดคิ้วจิ๊ปากเล็กน้อยอย่างเริ่มไม่สบอารมณ์ บรรดานักเรียนทั้งห้องจึงรีบหันขวับกลับไปสนใจกระดานดำต่อ แต่ก็ยังมีสาวน้อยที่นั่งข้างๆหัวเราะออกมาเบาๆอย่างไม่กลัวเกรง


 


“อุ๊บ ฮะๆๆ...ฉันไม่ขำแล้วเซโร่ตอบคำถามไปเถอะ ฮะๆๆ” ยูกิที่พยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ยามดวงตาสีม่วงหันมาสบพร้อมใบหน้านิ่งสงบก่อนเจ้าตัวจะจัดการยื่นหนังสือให้เซโร่ได้อ่านคำถามที่อาจารย์ถาม


 


สายตาเรียวปราดมองคาดโทษสาวน้อยก่อนจะเหลือบลงมาอ่านคำถามก่อนจะชะงักค้าง


 


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..เผ่าพันธุ์ของปิศาจร้ายที่แสนป่าเถื่อนมักจะออกล่าเหยื่อในยามราตรี มันมาพร้อมกับเสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ดวงตาสีแดงก่ำคมเขี้ยวเล็บฉีกทึ้งร่างอย่างทารุณ…ไม่มีแม้เสี้ยวความเมตตาสงสาร

กลางดึกอย่าส่งเสียงไป…ข่มตาหลับให้ไวก่อนย่ำราตรี


 


บทความสั้นที่แสนคุ้นตา หากแต่ที่ติดใจที่สุดคงหนีไม่พ้นความนัยจากผู้เขียนนั้น เซโร่เงยหน้ามองอาจารย์ก่อนจะถามเสียงเรียบ


 


“อะไร?”


 


อาจารย์สาววัยกลางคนแสยะยิ้มกว้างออกมาจนปากเริ่มฉีกออกเป็นแผลเหวอะเลือดไหลซึมออกมาตารอยโหว่ ก่อนเสียงหัวเราะน่าขนลุกจะดังตามมาติด


 


ร่างโปร่งถึงกับสะดุ้งสุดตัวพยายามมองบรรยากาศรอบด้านที่เกิดไอสีขาวคลุ้งบดบังทัศนียภาพเดิมจนหมดสิ้น เสียงหัวเราะโหยหวนยังคงดังใกล้เข้ามาทุกที


 


ร่างเรียวยาวตัดสินใจลุกและพาตัวเองหนีออกไปให้ห่างจากสิ่งนั้น ความมืดที่เริ่มเข้าปกคลุมช้าๆทั่วทางเดิน ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามาในร่างจนแทบกระอักแต่ก็จำฝืนพาร่างออกวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย


 


“คนอย่างแกไม่คู่ควร.....คนไม่คู่ควรต้องถูกกำจัด” เสียงของอาจารย์สาวที่แหบพร่าลงดังกังวานในความมืดมิด


 


“คุณพูดอะไร?!!!!!” เซโร่ตะคอกเสียงถามกลับไป เลือดในกายซูบฉีดไปทั่วด้วยความหวาดกลัวที่เข้ามาเกาะกุมในจิตใจบรรยากาศที่เขาแสนเกลียดค่ำคืนในความทรงจำที่โหดร้าย


 


ภาพซากศพไร้วิญญาณของครอบครัวอันเป็นที่รักและความเจ็บแปลบที่ต้นคอเริ่มตรึงเข้ามาในร่างอีกครั้ง


 

“ไม่คู่ควร......ตายไปซะ....”


 


“ไม่!!!!!!!!” เซโร่โพล่งออกมาเสียงดังภาพบรรยากาศบิดเบี้ยวกลับมาเป็นดังปกติท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของนักเรียนในห้องและอาจารย์ที่ยินตัวสั่นเทิ้มจากเสียงดังเมื่อครู่


 


“เซโร่!...ไม่อะไรของนายอาจารย์แค่ให้นายอ่านเองนะทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยนะ” ยูกิลุกพรวดพราดเข้ามาดูอาการคนด้านข้างที่มีสีหน้าตื่นตระหนกและหอบหายใจถี่ราวกับประสบเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวมา


 


เจ้าของชื่อยังคงหอบหายใจสติยังแทบไม่กลับมาอยู่กับตัว ดวงตาตวัดขึ้นมองสบอาจารย์ที่มองตอบด้วยท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อย


 


เมื่อกี้มันอะไรกัน......


 


คิ้วเรียวขมวดยุ่งเหยิงไปหมดก่อนจะผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหยิบเสื้อคลุมตัวนอกเดินออกจากห้องเรียนไป


 


ยูกิที่มองเหตุการณ์นั้นด้วยความสงสัยปนกังวลมากขึ้น


 


เซโร่อาการแปลกขึ้นทุกที......ฉันควรจะทำยังไงดี...


 


.

.

.


 


ซ่า~



ก็อกน้ำถูกมือเล็กเปิดก่อนจะรองมือสาดมันเข้าที่ใบหน้าเพื่อเรียกสติให้กลับมา ดวงตาสีม่วงเข้มมองใบหน้าตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าหม่นหมอง ความรู้สึกหวาดกลัวที่พยายามอดกลั้นมาตลอดสุดท้ายก็ยังคงหลุดออกมา มืออันสั่นเทายกขึ้นปิดใบหน้าปกปิดความเป็นจริงในจิตใจ



 


หยุด....อย่าอ่อนแอ...อย่าอ่อนแอให้ใครเห็น

เข้มแข็งไว้...


 


เสียงสัญญาเลิกเรียนดังขึ้นมาร่างที่กำลังนั่งจมอยู่กับห้วงความคิดถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วลุกขึ้นเดินไปรอแถวทางเดินเชื่อมระหว่างสองตึกเรียน


 


ไม่นานนักรั้วของหอพระจันทร์ก็เต็มไปด้วยบรรดาสาวๆทั้งในและนอกโรงเรียนคุโรสึที่ต่างพากันมาเตรียมมอบของขวัญให้บรรดาไนท์คลาสที่เลื่องชื่อในแถบนี้แถมปีนี้ผู้อำนวยการยังเปิดให้โรงเรียนอื่นสามารถเข้ามาได้ทำให้รอบด้านเต็มไปด้วยหญิงสาวซึ่งเบียดเสียดกันจนไม่เหลือทางจะเดิน


 

 

 

ยูกิที่ตามมาสมทบเริ่มเป่านกหวีดจัดระเบียบสาวๆอีกครั้งโดยมีเซโร่ยืนกอดอกมองยู่ไม่ห่าง  



เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มไปทั่วหลังจากที่รั้วหอเปิดออกบรรดาเหล่าไนท์คลาสเดินออกมาตามลู่ที่ถูกจัดไว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจะเห็นก็แค่ไอโด้ที่ออกนอกหน้ามากเกินเหตุเท่านั้น



 

 

“ว้าวๆๆ สาวๆจากโรงเรียนอื่นมาด้วยเหรอเนี่ยปีนี้พิเศษชะมัด”ไอโด้ที่คอยโบกไม้โบกมือไปทั่วทิศทาง ยิ้มแก้มแทบปริ



ไนท์คลาสแต่ละคนเริ่มรับสิ่งของมากมายที่ถูกยื่นให้แต่ก็ยังมีสาวๆอีกหลายคนที่ชะเง้อการมาของบุคคลสำคัญที่หายไปเสียเฉยๆ



 

 

ยูกิเองก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ไม่เห็นผู้ที่เป็นถึงหัวหน้าของไนท์คลาสเดินออกมาจากหอด้วย


 

 

รุ่นพี่หายไปไหนกัน…


 

 

สาวๆหลายคนถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความผิดหวังแต่ก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่รู้สึกโล่งใจแปลกๆยามที่รับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปรากฏตัวออกมา


 

 

เพราะยังไม่รู้…ว่าจะปั้นหน้าอย่างไรยามจะต้องพบเจอกัน


 

 

“ชิ….” ร่างโปร่งยกมือขึ้นลูบใบหน้าอย่างหงุดหงิดที่เผลอนึกย้อนกลับไปเรื่องเมื่อเช้าอีกจนได้ เซโร่สะบัดหัวไล่ความคิดก่อนจะเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้าไปช่วยยูกิกันคนที่เริ่มถลำเข้าไปในรั้วที่ถูกกั้นไว้


 

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นเข้ามาในหอพระจันทร์ที่เงียบสงบ ร่างสูงของนายเหนือหัวถอดชุดนักเรียนเปื้อนคราบเลือดทิ้งก่อนจะหยิบอีกชุดมาเปลี่ยนใหม่


 

 

สายตาสีเข้มเลื่อนลงมองเลือดที่เจิ่งบนพื้นด้านข้างมีชิ้นส่วนแขนมนุษย์ฉีกขาดและร่างไร้วิญญาณของอาจารย์สอนประวัติศาสตร์คนใหม่นอนลืมตาโพล่ง ร่างกายถูกฉีกกระชากออกจากกันอย่างสยดสยอง


 

 

ก่อนร่างสมส่วนจะหยิบหนังสือเรียนและกระเป๋าเดินผ่านร่างนั้นออกไปอย่างไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง


 

 

หมาลอบกัด….ก็ต้องเจอดีแบบนี้แหละ





 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #38 Machiro Chan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 16:58
    นายมันร้ายนักคานาเมะ!!
    #38
    1
    • #38-1 _MoonRose(จากตอนที่ 3)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 09:37
      ้เป็นคนร้ายๆค่ะ แต่ถึงร้ายก็มีคนแถวนี้รัก ><
      #38-1
  2. #30 RhongTood (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 10:44
    O M G ! ! !
    #30
    0
  3. #15 Zero (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 21:12
    มะ...เมะซังน่ากลัว~=[]=
    #15
    0
  4. #14 ทาสแมว[คุง] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 12:34
    =-= ) น่ากลัว...
    #14
    0
  5. #6 mokona (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 04:31
    ดูเหมือนจะใส่ใจทาสเหมือนกันนะคะ ^^

    แต่วิธีน่ากลัวว๊ากกกกกก
    #6
    0