พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เอาตัวรอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มี.ค. 60

ปาลิตานั่งทำหน้าเซ็งเมื่อถูกผู้ใหญ่จับมานั่งที่โซฟากับสุรีรัตน์สองคน เมื่อคุณแม่ขอร้องให้พูดคุยกับแขกดีๆหน่อยเธอก็จะยอมทำตาม แต่ไม่รับปากว่าจะทนได้นานสักแค่ไหน ปากรุ่นน้องคนนี้มันน่าจับเย็บเป็นที่สุด ถ้ามีร้านไหนรับซ่อมปากเสียเธอจะรีบพายัยแมวเปรตไปซ่อมทันทีเลย หมั่นไส้ชะมัด

“ตกลงพี่จะไปอยู่ห้องเหมียวอีกสองวันใช่ป่ะ”

“เออ ฉันก็บอกไปแล้วนี่ ความจำสั้นหรือไง”

“ความจำไม่สั้นเพราะยังจำทุกอย่างระหว่างเราได้เป็นอย่างดี หึหึหึ”

“กลับห้องไปได้แล้วป่ะ เหม็นขี้หน้า”

“ไม่เหม็นนะ หน้าเค้าออกจะหอมพี่ลองหอมดูก็ได้นะ”  สุรีรัตน์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้พี่รหัสของตัวเองจนอีกคนสะดุ้งรีบถอยหลังแทบตกโซฟา

“นี่! กลับห้องไปได้แล้วฉันปวดหัวกับเธอมากเลยนะวันนี้”

“อะไรกัน แค่คุยด้วยเองนะ”

“ถ้าคุยแบบมนุษย์ธรรมดาฉันพอจะคุยด้วยได้อยู่นะ  แต่เธอเล่นพูดกวนประสาทจนฉันจะเข้าโรงบาลบ้าอยู่แล้ว เฮ้อ...”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปเยี่ยม”

“โอ๊ย... อยากทำอะไรก็เชิญเลย ฉันเครียดกับรายงานมาทั้งวันยังต้องมาเถียงกับเธออีก ฉันไปนอนก่อนนะ”

“เพิ่งหนึ่งทุ่มเองนะจะนอนแล้วเหรอเตี้ย”

“เรื่องของฉัน”

“อยากให้เป็นเรื่องของเราจัง”

“ไม่มีทาง จะไปไหนก็ไปเลยไป”

“ไปกับเธอได้มั้ย อยากนอนด้วย”

“แต่ฉันจำได้ว่าเธอไม่อยากนอนกับฉันนะ”

“ฉันอยากนอนกับเธอ”  คำพูดสองแง่สองง่ามพร้อมสายตากรุ่มกริ่มถูกส่งให้สาวสวยรุ่นพี่ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเจอสายตาร้อนแรงของอีกฝ่ายจนเริ่มทำตัวไม่ถูก

“นี่พวกเธอคุยเรื่องอะไรกันเนี่ย พี่ได้ยินว่าอยากไปนอนด้วยกันอย่างนั้นเหรอ”

“อะไรพี่นิตา พวกเราแค่ตกลงกันว่าอีกสองวันต้องไปนอนห้องเหมียวไม่ได้พูดว่าอยากนอนด้วยกันเลยนะ จริงมั้ยพี่ทราย”

“อื้อจริงค่ะ ทรายขอตัวก่อนนะคะ” ปาลิตาเดินหนีเข้าไปในห้องนอน สุรีรัตน์มองตามหลังปาลิตาแล้วอมยิ้มน้อยๆอย่างไม่รู้ตัว

“พี่ถามอะไรหน่อยสิคุณเหมียว”

“อะไรคะ”

“ที่กวนประสาทน้องทรายเพราะแอบชอบเค้าอยู่หรือเปล่า”

“ไม่รู้ไม่ชี้ ขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”

“อ้าว...เดี๋ยวสิคุณเหมียว ว้า...ไปซะแล้ว”

“เป็นอะไรคะที่รัก”  วาสิตาเดินออกมาจากห้องครัวเห็นคนรักทำหน้าแห้งๆก็หอมแก้มไปฟอดใหญ่เผื่อจะดีขึ้นมาบ้าง

“คุณเหมียวน่ะสิ พี่อุตส่าห์ถามว่ากวนประสาทน้องทรายเพราะแอบชอบเขาหรือเปล่า คุณเหมียวตอบไม่รู้ไม่ชี้แล้วหนีไปเลย”

“แต่สิตาว่าสองคนนั้นมีใจให้กันนะคะ เวลาพี่เกลียดใครสักคนแววตาจะแข็งหรือหวานล่ะ”

“ก็ต้องแข็งสิ ไม่ชอบถึงขั้นเกลียดใครจะทำตาหวานใส่ได้ลงล่ะ น่าตืบมากกว่า”

“เด็กสองคนนี้ไงคะ เวลาทะเลาะกันชอบทำตาหวานแถมยังทำเป็นพ่อแง่แม่งอนใส่กันอีก ไม่ให้คิดแบบนี้ได้ยังไงล่ะคะ”

“นั่นสินะ เราคงต้องให้พวกเขาเรียนรู้หัวใจของตัวเองแหละ หวังว่าทั้งสองสาวจะรู้ใจตัวเองเร็วๆนะคะ”

“เราไปอาบน้ำนอนกันดีกว่านะพี่นิตา”

“เพิ่งทุ่มกว่าๆเองนะที่รัก ทำไมง่วงเร็วจัง”

“ใครว่าล่ะ เราไปฉลองห้องใหม่กันดีกว่านะคะ”

“อื้อ...น่าสนุกดีนะ งั้นไปกันเถอะ”

“เรื่องนี้ล่ะเร็วเชียวนะ”

“ไม่ได้หรอก เมียพี่ลีลาดี อิอิ” นิตายิ้มกว้างภูมิใจแต่วาสิตาเขินจนหน้าแดง ตอนที่อยู่บนเตียงใครเขาควบคุมอารมณ์สวาทกันได้บ้างล่ะ เขินชะมัดเลย นิตานั้นหื่นมากแต่เธอก็ชอบบทรักที่เร่าร้อนของแฟนสาวมากเลยนะ เร้าใจสุดๆไปเลย >__<

เมื่อเข้ามาในห้องนอนก็ล็อคประตูให้เรียบร้อย สองร่างโอบกอดกันเดินหายไปในห้องน้ำ เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกถอดทิ้งอย่างไม่ใยดี นิตาดึงคนรักไปยืนใต้ฝักบัวแล้วถูสบู่ไปตามสัดส่วนอย่างเบามือ วาสิตาเกาะไหล่คนตัวสูงแล้วปล่อยให้คนรักลูบไล้ร่างกายไร้อาภรณ์อย่างตามใจชอบ

“อืออออ เราไปต่อที่เตียงดีกว่านะคะ สิตาไม่อยากยืนขาสั่นตรงนี้ นะคะที่รัก”

“งั้นรีบล้างตัวดีกว่านะ พี่ชักทนไม่ไหวแล้วสิ”

“หื่นตลอดเลยพี่เนี่ย”

“เมียพี่เซ็กซี่เร่าร้อนนี่นา พี่ห้ามใจตัวเองไม่ได้หรอก”

“พี่นิตาอยากมีลูกจริงๆของเราหรือเปล่าคะ”

“สิตาล่ะอยากมีหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่รู้สิ เราอยู่กันแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว สิตาไม่อยากเลี้ยงเด็กเพิ่มอีกเพราะสิตารู้ว่าคงดูแลเค้าได้ไม่ดีพอ แค่ลูกบุญธรรม 10 คนก็มากพอแล้วนะคะ”

“พี่ยังไงก็ได้ แต่ลูกบุญธรรมของเราก็น่ารักนิสัยดีกันทั้งนั้นเลยนะ”

“นั่นสิคะ งั้นเราอยู่กันแบบนี้แหละ สิตามีความสุขมากและไม่ต้องการอะไรอีก”

“ลูกๆโตแล้วนี่ สิตาจะได้อ้อนพี่โดยที่ไม่มีลูกมาแย่งใช่ป่ะ”

“รู้ทันอีกแล้วนะ เมื่อก่อนสิตาเคยอยากมีลูกมากเลยนะคะ ตอนนี้มีสมใจแล้ว ถึงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่เด็กๆทุกคนก็ทำให้สิตารักเหมือนเป็นสายเลือดเดียวกันเลยค่ะ”

“พี่ก็คิดเหมือนสิตาแหละ เราไปที่เตียงดีกว่านะ พี่อยากกอดสิตา”  นิตาโน้มหน้าสวยไปหาวาสิตาแล้วจูบอย่างดูดดื่ม แขนแข็งแรงตวัดเอวคนรักรีบอุ้มไปที่เตียงนอน

สองสาวต่างมอบจุมพิตแสนหวานให้แก่กัน ปลายลิ้นหยอกล้อกันไปมาแล้วขยับดูดเม้มในโพรงปากให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวซ่าน นิตาพรมจูบไปตามลำคอระหงมือเรียวไล้ไปตามเอวคอดเพื่อปลุกอารมณ์สวาทให้ลุกโชน  หน้าอกอิ่มถูกกอบกุมและบีบเค้นจนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว วาสิตาเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองแล้วปรือตามองอีกคนที่วนลิ้นกับยอดอกชูชันไม่ยอมไปไหนซะที  ร่างกายร้อนรุ่มแทบถูกเผาไหม้ ขนอ่อนลุกชันเมื่อปลายลิ้นลากไปตามสีข้างลงไปเรื่อยๆจนถึงสะโพก ปลายลิ้นซุกซนลากไปตามเรียวขาอ่อนก่อนจะเข้าไปสำรวจในถ้ำน้ำหวานอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ เสียว อ๊า อ๊า”

นิตาได้ยินเสียงครวญครางของคนรักก็ยิ่งได้ใจ ปลายลิ้นตวัดชิมน้ำหวานไม่หยุดจนได้ยินเสียงกรีดร้องตามมา หมอนใบโตถูกหยิบขึ้นมาปิดใบหน้าสวยคมเพราะเสียงที่กรีดร้องออกไปอาจทำให้คนอื่นได้ยินไปด้วย สะโพกมนขยับสู้ปลายลิ้นร้ายไม่คิดจะยอมแพ้เพราะถือว่าเรื่องบนเตียงเป็นการแข่งขันชนิดหนึ่ง ผู้แพ้จะถูกกระทำฝ่ายเดียว เธอไม่ยอมให้นิตาเล่นงานเธอง่ายๆหรอก

“พี่นิตา อ๊า ไม่ไหว” วาสิตาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงนิตาให้นอนลงกับเตียง มือเรียวยกขาข้างหนึ่งของนิตาขึ้นแล้วแทรกตัวเข้าไปจนไม่มีช่องว่างเหลืออยู่เลย

“เมียพี่เร่าร้อนที่สุดเลย ขยับเร็วๆเลยนะคะ”

“อืออออ รักนะคะ”

“พี่ก็รักสิตา อ๊า ขยับแรงๆแบบนั้นแหละ อ๊า อ๊า”

สะโพกขยับระรัวเมื่อความต้องการเพิ่มมากขึ้นจนอยากปลดปล่อย นิตาขยับเอวสู้เพื่อส่งอีกคนไปให้ถึงฝั่งฝันพร้อมกับตัวเอง อีกนิดเดียวพวกเธอก็ถึงสวรรค์กันแล้ว

“อ๊ะ สิตา อ๊าย พี่ใกล้แล้วนะ”

“อีกนิดเดียวค่ะ อ๊า อ๊า สุดยอดไปเลย”

“ไม่ไหว”

“ปล่อยมาเลยค่ะ อ๊า ถะ ถึงแล้ว”

สองร่างกระตุกเบาๆอยู่หลายที วาสิตาขยับสะโพกวนไปมาเพื่อลดความเสียวให้คนรัก นิตาหอบหายใจแรงพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ดวงตามองวาสิตาที่นั่งอยู่บนหน้าท้องของเธอ  กลีบกุหลาบที่ฉ่ำไปด้วยน้ำหวานเปรอะไปตามท้องน้อยเลอะไปหมด กลิ่นน้ำรักหอมหวนลอยมาแตะจมูกทำให้อารมณ์พิศวาสปะทุขึ้นอีกครั้ง

“อย่ายั่วพี่มากนักสิที่รัก”

“ยั่วที่ไหนคะ สิตานั่งอยู่เฉยๆนะ” วาสิตากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ สะโพกกดลงแนบชิดจนนิตารู้สึกถึงจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นเลยขยับหน้าท้องเบาๆ

“อีกรอบนะที่รัก พี่เครื่องติดอีกแล้วอ่ะ”

นิตาลุกขึ้นนั่งลูบไล้กุหลาบงามอยู่สักพักก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปสำรวจ วาสิตาโอบรอบคอคนรักเอาไว้ไม่ให้หงายหลัง  มือขวาค่อยๆเลื่อนหายไปสำรวจถ้ำน้ำหวานที่เธอหมายตาเอาไว้เนิ่นนาน ทั้งสองต่างมอบความสุขให้แก่กัน ดวงตาจ้องมองกันอย่างสื่อความหมาย วาสิตาโน้มใบหน้าเข้าไปหานิตาแล้วจุมพิตอย่างดูดดื่ม  เสียงอู้อี้ในลำคอของทั้งสองสาวช่างเร้าอารมณ์ยิ่งนัก ข้อมือขยับเร็วขึ้นตามจังหวะของอีกฝ่าย นิตาจูบหน้าอกสวยจนเป็นรอยแดง อารมณ์ดำเนินไปจนถึงขีดสุดก่อนระเบิดออกมาพร้อมกัน วาสิตาหมดแรงซบไหล่แฟนสาวแล้วหายใจหอบ นิตายิ้มน้อยๆพรมจูบไหล่เนียนที่ไหวไปตามแรงหายใจของอีกคน

“สงสัยเราต้องอาบน้ำอีกรอบแล้วล่ะ”

“ก็ว่างั้นแหละ เปื้อนไปหมดทั้งตัวเลยดูสิ”

“เมียพี่เร่าร้อนที่สุด พี่ชอบจัง เห็นแล้วมีอารมณ์”

“หื่น แต่สิตาชอบนะ อิอิ”

“รีบไปล้างตัวแล้วมานอนกันดีกว่าค่ะ พรุ่งนี้พี่มีประชุมตอนเช้าอีกนะ”

“ช่วยพยุงสิตาหน่อยสิคะ ขามันอ่อนอ่ะ”

“อุ้มไปง่ายกว่ามั้ง” นิตาลงจากเตียงแล้วช้อนตัววาสิตาขึ้นมา ร่างกายของเธอไม่แตกต่างจากวาสิตามากนัก แต่ว่าเธอมีกล้ามเนื้อเนื่องจากออกกำลังกายตั้งแต่เด็กจึงมีแรงมากกว่าเป็นเท่าตัว

“ล้างตัวให้ด้วยนะคะ”

“อ้อนใหญ่เชียวเมียใครเนี่ย”

“เมียพี่นิตาคนสวยค่ะ”

นิตายิ้มจนตาหยีแล้วอาบน้ำให้คนรักอีกรอบ ตั้งแต่พวกเธอเป็นคู่ชีวิตกันมาชีวิตก็มีแต่ความสุข มีบ้างที่งอนกันแต่ไม่เคยทะเลาะกันเลย ความเข้าใจคือสิ่งสำคัญที่สุด ตลอดเวลาที่ครองรักกันมาพวกเธอจะใช้เหตุผลคุยกันมากกว่าใช้อารมณ์ เมื่อการงานทำให้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา  พวกเธอจึงต้องหนักแน่นไม่หลงใหลไปกับสิ่งยั่วยุที่อาจสั่นคลอนชีวิตคู่ของพวกเธอให้ขาดสะบันลงไปได้

“ฝันดีนะคะที่รัก”

“ฝันดีเช่นกันค่ะ”


 ตอนเช้าปาลิตารีบมาที่มหาวิทยาลัยเพราะอยากปรึกษากับขวัญจิราเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน สำหรับเธอมันเรียกนรกหากต้องอยู่ห้องเดียวกับรุ่นน้องจอมกวนก่อนเรื่องราวต่างๆจะวุ่นวายไปมากกว่านี้จะต้องหาทางเอาตัวรอดจากเหตุการณ์บ้าๆนี้ซะ

“นอนไม่หลับเหรอทราย หน้าแกหมองมากเลยนะ”

“อย่าทัก เฮ้อ...ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”

“เป็นอะไรไป แกมีความรักครั้งใหม่เหรอ”

“ใช่ที่ไหนเล่า ฉันไม่คิดเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก”

“ตั้งแต่ถูกพี่กันต์หักอกแกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”

“เปลี่ยนยังไง”

“เมื่อก่อนแกวางมาดนิ่งๆออกเย็นชาแต่พอเลิกกับพี่กันต์แกกลับคุยเก่งมากขึ้น ที่สำคัญนะตอนแกอยู่กับน้องเหมียวแกระเบิดพลังมากเลยอ่ะ”

“ฉันไม่ใช่โงกุนนะถึงได้ระเบิดพลังออกมาน่ะ พูดถึงยัยแมวเปรตแล้วของขึ้น”

“ทำไมเหรอ น้องเหมียวจูบแกอีกหรือไง”

“ไอ้กวาง เดี๋ยวเถอะแก”

“ทำไมอ่ะ เจอกันทีไรพวกแกจ๊วฟปากกันทุกที ฉันอยากถูกน้องเหมียวจูบบ้าง แกนี่มันน่าอิจฉามากเลยนะ”

“น่าสะอิดสะเอียนมากกว่ามั้ง”

“ปากคอเราะร้ายมาก ถ้าสะอิดสะเอียดทำไมแกไม่โวยวาย ฉันเห็นแกหน้าแดงที่ถูกน้องเหมียวจูบทุกที”

“ฉันโกรธเลยหน้าแดง ไม่ได้เขิน”

“เหรอ ตกลงแกมีเรื่องอะไรก็รีบพูดมาก่อนที่ป๊อบจะมาถึง”

“เรื่องยัยแมวเปรตนั่นแหละ เมื่อวานพี่นิตาชวนแขกไปกินข้าวด้วย แต่แขกคนนั้นดันเป็นยัยแมวเปรตน่ะสิ เราทะเลาะไล่ตีกันรอบห้องทุกคนเลยสั่งให้ฉันย้ายไปอยู่ห้องของยัยนั่น ซวยชะมัดเลย จะมีอะไรซวยเท่านี้อีกมั้ยเนี่ย”

“ทำไมต้องย้ายไปอยู่ด้วยกันล่ะ ฉันงงว่ะ”

“ก็ยัยเหมียวเป็นน้องสาวเจ้านายพี่สาวฉันไง ทุกคนเห็นว่าการที่อยู่ด้วยกันจะทำให้เราเลิกทะเลาะกัน แม่ฉันเลยเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่ห่วงฉันเลยสักนิด”

“อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น แล้วห้องน้องเหมียวอยู่ไหนล่ะ”

“ก็อยู่ข้างห้องพี่นิตานั่นแหละ แถมในห้องมีกล้องซ่อนอยู่ด้วย ตายแน่งานนี้”

“ใช่ตาย เพราะไม่มีโอกาสจูบกันอีกแล้วล่ะ”

“ไอ้กวาง! ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ฉันจะฉีกอกตูมๆของแกเดี๋ยวนี้เลย”

“แหะๆ เลิกพูดก็ได้ ทำเป็นโมโหนะแก”

“นี่! ฉันไปนอนห้องแกได้มั้ย”

“ฮะ! เอ่อ... คงไม่ได้หรอก น้องสาวฉันจะมาอยู่ด้วยเพราะเข้าเรียนปี 1เทอมหน้า ขอโทษนะเพื่อน”

“ทำไงดี เส้นตายอยู่ที่สองวันเอง ฉันไม่อยากนอนกับยัยเหมียว”

“แต่ฉันอยากนอนกับเตี้ยนะ”

“ไอ้แมวเปรต!

“หือ... ต้องเรียกน้องเหมียวค่ะ พี่รหัสทำไมพูดไม่เพราะอย่างนี้ล่ะคะ”

“มาทำไม ฉันยังไม่ได้จุดธูปเชิญมาเลยนะ”

“แรง! สวัสดีค่ะพี่กวางคนสวย เหมียวขอนั่งด้วยคนนะคะ”

“เชิญเลยจ้ะ นั่งตักพี่ก็ได้นะ พี่ยอม”

“แหม...กลัวตรงนั้นทิ่มหลังค่ะ”  สุรีรัตน์ทำท่าวาดรูปหน้าอก ขวัญจิรายิ้มชอบใจที่รุ่นน้องหยอกเย้าเล่น

“ไม่ชอบเหรอคะ พี่อยากทิ่มให้ทะลุถึงหัวใจน้องเหมียวเลยล่ะค่ะ”

“แค่โยนมาก็รับแล้วไม่ต้องทิ่มหรอก ว่าแต่เตี้ยเป็นไรทำหน้าเหมือนตูดลิงเลย”

“ลิงบ้านแกหน้าสวยขนาดนี้เหรอยะ”

“ตูดลิง ฟังให้ดีๆก่อนสิเตี้ย”

“ไอ้แมวเปรตอย่ามาเรียกฉันเตี้ยนะ ฉันสูงกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก”

“แต่ไม่ใช่ฉันกับพี่กวาง เวลายืนกับพวกเราพี่ก็เตี้ยอยู่ดี”

“ฉันจะไปเรียนแล้ว เหม็นขี้หน้าคนกวนประสาท”

“อยากกวนใจแต่เตี้ยไม่ให้กวนนี่นา”

“หุบปากไปเลยนะ”

“หุบปากได้แต่ใจเปิดรอเธออยู่นะจ๊ะ”

“เสี่ยวจนอยากจะอ้วก”

“ไม่ทันไรแพ้ท้องแล้วเหรอ ฉันจะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย โอ้...ดีใจชะมัดเลย”

“ฉันไม่ใช่ปลากัดนะไอ้แมวบ้า”

“อยากให้เป็นเราจะได้มีลูกด้วยกันเยอะๆไง”

“ถ้าฉันมีลูกเหมือนแก ฉันเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่มันเกิดแล้ว”

“น่ากลัว ผู้หญิงอะไรสวยแต่ใจร้ายที่สุด”  สุรีรัตน์สะบัดหน้าสะดีดสะดิ้งแกล้งยั่วให้ปาลิตาโมโหมากยิ่งขึ้น ใบหน้าสวยตอนแดงระเรื่อช่างน่ารักที่สุดเลย

“ปวดหัวชะมัด ไปเถอะกวางฉันไม่อยากฆ่าแมว”

“อีกสองวันเจอกันนะ เค้าจะซักผ้าปูรอตะเองนะจ๊ะ จุ๊บๆ”

“............” ปาลิตาไม่พูดอะไรเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ใบหน้าที่เริ่มแสดงความเย็นชาทำให้ขวัญจิราใจเสียเล็กน้อยจึงรีบดึงเพื่อนสาวออกห่างรุ่นน้อง กลัวว่าองค์ลงแล้วนางจะวิ่งไล่ฆ่ารุ่นน้องรอบมหาวิทยาลัย ไม่ต้องไปเรียนกันพอดี

“พี่ไปก่อนนะเหมียว ไปกันเถอะทราย”

สุรีรัตน์ยืนกอดอกมองร่างเล็กเดินย้ำเท้าตามอารมณ์โมโห ไม่รู้ว่าการยั่วอารมณ์ให้อีกฝ่ายโกรธบ่อยๆจะเป็นผลดีหรือเปล่า เธออยากพิชิตใจของปาลิตาแต่ไม่อยากไปเหมือนคนอื่นที่ตามจีบปาลิตาอยู่ คนอย่างเธอต้องแหวกแนวออกไป ถ้าได้อยู่ลำพังในห้องนอนเธอจะเริ่มแผนใกล้ชิดให้อีกคนหวั่นไหว ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #7 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 22:08
    แผนสูงนะน้องเหมียว สู้ๆๆๆพิชิตใจให้ได้ละ
    #7
    0
  2. #6 yurisica (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 21:27
    เอาตอนที่ 2 มาลงแล้วนะ ไรท์จะพยายามมาลงให้อ่านวันละตอนนะคะ

    ต้องตรวจทานและแก้ไขก่อนเอาลงด้วยค่ะ รอได้ใช่ป่ะตะเอง

    #6
    0