พิชิตใจยัยคู่กัด

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 การปะทะของคู่กัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 803
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

 นิตาย้ายครอบครัวมาอยู่ที่คอนโด ที่นี่มีห้องนอนสองห้องเลยไม่มีปัญหาแถมยังใกล้มหาวิทยาลัยของปาลิตาอีกด้วย ตอนเย็นนิตาเรียกสุรีรัตน์มาที่ห้องเพื่อทำความรู้จักแม่ยายกับน้องสาวของแฟน เมื่อถึงเวลานัดหมายเสียงกริ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนในห้องให้หันไปมองเพราะต่างรู้ดีว่าแขกที่นัดไว้ได้มาถึงแล้ว

“สงสัยแขกของเราจะมาแล้ว ทรายไปเปิดประตูหน่อยสิ พวกพี่จะยกอาหารไปไว้ที่โต๊ะ”

“ค่ะพี่นิตา”

ปาลิตาเปิดประตูกว้างเพื่อให้แขกที่นิตาเชิญมาเดินเข้าไปในห้องแต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูดวงตาเรียวสวยก็เบิกกว้างทันที

“ยัยแมวเปรตมาอยู่นี่ได้ยังไงฮะ”

“อะไรพี่ทรายคุณแม่ขอร้อง ฉันชื่อเหมียวไม่ใช่แมวเปรตเรียกให้มันดีๆหน่อย”

“หรือไม่จริงล่ะ ตัวสูงอย่างกับเปรต”

“พี่เตี้ยเองต่างหาก นมน่ะดื่มบ้างมั้ย อ้อ...ลืมไปว่าอายุเกินแล้วความสูงเลยหยุดไปด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ว่าฉันเหรอยัยแมวเปรต” ปาลิตาถลึงตาใส่สุรีรัตน์แล้วกำหมัดแน่น ความโกรธที่แล่นมาอย่างรวดเร็วทำให้สองขาก้าวเข้าไปประชิดคนตัวสูงกว่า

“ก็ยืนอยู่กันสองคนจะให้ฉันว่าคนแคระที่ไหนอีกล่ะ”

ปาลิตาเข้าไปหยิกแขนสุรีรัตน์แต่สาวร่างสูงเบี่ยงตัวหลบวิ่งหนีเข้าไปในห้องส่วนคนที่โมโหก็วิ่งตามอย่างลืมตัว สุรีรัตน์วิ่งไปทางโซฟาแล้ววิ่งวนไปมาจนปาลิตาเหนื่อยเลยยืนมองหน้าสุรีรัตน์อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“แก่แล้วเลยหมดแรงอะดิ ฮ่า ฮ่า”

“หุบปากไปเลยนะ”

“เสียงดังอะไรกันคะ ทรายเป็นอะไรทำไมหน้าแดงอย่างนั้นล่ะ”

“ยัยนี่เป็นแขกพี่นิตาเหรอคะ”

“ค่ะ คุณเหมียวเป็นน้องสาวคุณบัว ห้องอยู่ข้างๆเรานี่เอง”

“โอ๊ย...ความซวยมาเยือนฉันอีกแล้ว เซ็งจริงๆ”

“ซวยหนักด้วยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“ยัยแมวเปรตเงียบไปเลยนะ ฉันจะฆ่าแก” ปาลิตาลุกขึ้นวิ่งไล่สุรีรัตน์อีกครั้ง สองสาวยังคงไล่กันจนหอบเหนื่อย นิตาเกาหัวออกอาการงงว่าสองคนนี้แค้นอะไรกันถึงได้วิ่งไล่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

“กรี๊ด... พี่สิตาช่วยเหมียวด้วย หมาบ้าจะกัดเหมียวแล้ว พี่สิตาอยู่ไหนคะ”

“ไม่ต้องเรียกพี่สาวฉันมาช่วยเลยนะ วันนี้แกตายแน่”

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทรายหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ พี่บอกให้หยุดไง”

วาสิตาเดินเข้าไปหาน้องสาวแล้วกระชากแขนอย่างแรง ปาลิตามองพี่สาวก่อนที่จะอ่อนลงเพราะเกรงพี่สาวไม่น้อย นิตาดึงสุรีรัตน์มานั่งที่โซฟาอีกฝั่งและมองหน้าสองสาวสลับกันไปมาก่อนเอ่ยถามคนข้างๆ

“คุณเหมียวรู้จักทรายด้วยเหรอคะ”

“รู้จักค่ะพี่นิตา รู้จักดีซะด้วย”

“หือ... คุณเหมียวเรียนที่เดียวกับทรายเหรอเนี่ย”

“ใช่ค่ะ พี่ทรายคุณแม่ขอร้องเป็นพี่รหัสของเหมียวเองค่ะ”

“ปากแกนี่มันน่าเอาเข็มเย็บชะมัด”

“ทราย” วาสิตาเรียกน้องสาวเสียงเข้มแล้วหันไปสนใจสาวสวยอีกคน เธอพอจะรู้แล้วว่ารุ่นน้องที่น้องสาวชอบมาเล่าอิทธิฤทธิ์ให้ฟังบ่อยๆคือใคร คงไม่พ้นน้องสาวของเจ้านายคนนี้แน่ๆ

“คุณเหมียวเลิกแหย่ทรายได้แล้วค่ะ คุณแม่ของทรายก็เป็นคุณแม่ของพี่สิตาด้วย เดี๋ยวคุณแม่ได้ขอร้องจริงๆจะหนาว แม่ยายพี่ตอนโมโหก็ร้ายน่าดูเลยนะ”

“แหะๆ ขอโทษค่ะพี่สิตา ต่อไปไม่ล้อพี่ทรายแบบนี้อีกแล้วค่ะ แต่จะเรียกว่าพี่เตี้ยแทนนะคะ”

“ไอ้แมวเปรต! วันนี้ฉันจะฆ่าแกให้ตายไปเลย ดูสิปากจะหาเรื่องได้อีกมั้ย”

ปาลิตาวิ่งข้ามฝั่งไปคร่อมตัวของสุรีรัตน์แล้วเอาหมอนพิงมากดใบหน้าสวย  สองสาวที่เหลือได้แต่ยืนมองน้องสองคนที่ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ สะโพกของปาลิตาขยับไปมาตามแรงดิ้นของสุรีรัตน์จนโยกไปโยกมาเฉียดหน้าท้องที่มีมวลกล้ามนูนแข็ง หน้าสวยเริ่มร้อนผ่าวเมื่อร่างกายมีปฏิกิริยาแปลกประหลาด มือไม้เริ่มอ่อนลงสุรีรัตน์จึงดันปาลิตาให้นอนราบกับโซฟาแทนแล้วก้มตัวล็อคหญิงสาวเอาไว้

“หยุดได้หรือยังยัยเตี้ย ไม่ต้องเรียกมันแล้วพี่เพ่อเนี่ย โอ๊ย...เหนื่อย”

“ปะ ปล่อยฉันนะไอ้แมวเปรต”

“ขืนปล่อยฉันก็ถูกทำร้ายอีกสิ ไม่ปล่อยหรอก”

“ฉันไม่ทำแล้ว เหนื่อยอยากกินน้ำ”

“แน่ใจนะ”

“เออ...แน่ใจ ลุกไปซะทีสิฉันหนัก”

“ก็ได้ ฉันจะเชื่อพี่สักครั้ง”

สุรีรัตน์หันมามองพี่สาวทั้งสองแต่แล้วสายตาก็เจอผู้หญิงสูงวัยยืนอยู่ด้วย เธอจึงรีบลงจากตัวรุ่นพี่แล้วยืนตัวตรงอย่างกับเคารพธงชาติ

“สวัสดีค่ะคุณป้า ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะคะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ว่าแต่พวกเธอทะเลาะอะไรกันเหรอ”

“ไม่มีอะไรหรอกแม่ เรื่องเด็กๆน่ะ” ปาลิตาหลบตามารดาแล้วทำท่าจะเดินหนีไป

“ทรายเล่ามา แม่อยากฟัง” นวลนภานั่งจ้องสองสาวที่เริ่มทำหน้าไม่ถูก จะให้เล่ายังไงล่ะในเมื่อเรื่องมันเกิดตั้งแต่สองปีที่แล้ว

“เอ่อ...คือว่า”

“บอกความจริงมาให้หมด แม่ไม่เคยสอนให้ลูกก้าวร้าวแบบนี้นะ”

“คือเรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่รับน้องปี1ตอนนั้นเหมียวเพิ่งเข้ามาเป็นรุ่นน้อง พวกรุ่นพี่สั่งให้น้องๆเต้นท่าตลกๆแล้วเหมียวก็เต้นจนเซมาหาหนู แล้ว แล้ว เอ่อ...”

“แล้วอะไร”

“แล้วเราก็ล้มปากเลยชนกัน ทุกคนเห็นกันหมดเลยแซวพวกเรามาตลอดค่ะ”

“เรื่องแค่นี้เองนะ ทำไมไม่ขอโทษแล้วจบๆกันไปซะล่ะ”

“เพราะเรื่องมันไม่ยอมจบน่ะสิคะ หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ที่เราสองคนถูกขังในห้องเก็บของหนูโทรให้เพื่อนไปเรียกคนดูแลตึกมาเปิดประตูให้แต่ไฟในห้องมันดับตอนที่ทุกคนเปิดประตูเข้ามา ยัยนี่ตกใจที่ไฟดับกระโดดกอดหนูแล้วเราก็ล้มลง”

“อย่าบอกนะว่าจูบกันอีกน่ะ” วาสิตาหรี่ตามองน้องสาวที่หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ

“อื้อ ไม่พอแค่นั้นกระโปรงของหนูยังถกขึ้นไปถึงขาอ่อน มือของยัยนี่ก็จับที่นมหนูอีก ทุกคนเลยเข้าใจผิดกันไปใหญ่”

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ เตี้ยจะเอายังไงกับเค้าล่ะฮะ”

“หุบปากไปเลยนะ อย่ามาพูดเหมือนฉันเริ่มก่อน ทุกครั้งเธอจะเป็นฝ่ายเข้ามายุ่งกับฉันก่อนนะ”

“ก็เตี้ยน่าแกล้งนี่นา เวลาโมโหเหมือนคนแคระอยากกินกล้วยแต่เอื้อมไม่ถึง”

“ไอ้แมวเปรต!” ปาลิตาตั้งใจจะลุกไปฟาดคนตัวสูงให้มีรอยแดงสักแห่งสองแห่งก็ทำไม่ได้เพราะสายตาของมารดาสุดที่รักจ้องมาอย่างน่ากลัว

“สงบศึกกันก่อนเถอะ แม่ล่ะปวดหัวกับพวกเธอจริงๆ”

“พี่รู้แล้วว่าจะทำยังไงให้พวกเธอไม่ทะเลาะกัน”

“ไม่มีทางหรอกพี่สิตา ทรายไม่อยากญาติดีกับไอ้แมวเปรต”

“ดูพูดเข้า ไปเรียกน้องแบบนั้นได้ยังไงฮะ แม่ไม่เคยสอนนะ”

“ขอโทษค่ะแม่”

“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดขัด พี่จะให้ทรายไปอยู่ห้องคุณเหมียวเผื่อจะทำให้พวกเธอไม่ทะเลาะกันอีก”

“ไม่มีทาง/ไม่มีทาง”

“แต่แม่เห็นด้วยนะ หนูเหมียวรังเกียจลูกสาวป้าเหรอคะ”

“ปะ เปล่าค่ะ เอ่อ...ถ้าเราสองคนอยู่ห้องเดียวกันไม่ไล่ฆ่ากันทุกวันเหรอคะ”

“พี่จะสังเกตการณ์เองค่ะ รับรองว่าสองคนไม่กล้าทะเลาะกันอีกแน่  ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันพี่คงต้องให้นายใหญ่กับนายหญิงมาจัดการคุณเหมียวแล้วล่ะ”

“อุ๊ย! เล่นของสูงเลยเหรอคะ”

“พี่พูดจริงทำจริงนะคะ อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ความเป็นไปในห้องคุณเหมียวนะ”

“มีกล้องซ่อนอยู่เหรอคะ”

“นั่นสินะ มีกล้องซ่อนอยู่หรือเปล่าน๊า นายหญิงบอกให้ดูแลน้องสาวให้ด้วย แต่พี่ไม่รู้ว่ามีกล้องซ่อนอยู่ไหนบ้าง เอาไงดีนะ”

“ชิ เหมียวขอปฏิเสธที่จะอยู่ห้องเดียวกับพี่ทรายเพราะมีห้องนอนแค่ห้องเดียว”

“ทรายก็ไม่อยากนอนเตียงเดียวกับเหมียวค่ะ ขอปฏิเสธนะคะ”

นิตาแอบแชทไปหาบัวชมพูแล้วเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้อีกคนรับรู้  ไม่นานมือถือของสุรีรัตน์ก็ดังขึ้นทุกคนจึงหันไปมอง สุรีรัตน์ขมวดคิ้วนึกสงสัยว่าพี่สาวโทรมาตอนนี้มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า

“ค่ะพี่บัว”

“พี่รู้เรื่องของเรากับน้องสาวพี่สิตาแล้วนะ”

“เอ่อ...แล้วไงล่ะคะ” สุรีรัตน์มองไปทางนิตาที่นั่งอมยิ้มทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“พี่ขอสั่งให้เหมียวดูแลน้องทรายและให้เธอไปอยู่ที่ห้องด้วย กว่าบ้านหลังใหม่จะสร้างเสร็จคงอีกนาน”

“แต่ว่า”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น อย่าให้รู้ว่าทะเลาะกับพี่เค้าอีก พี่เกรงใจพี่นิตากับพี่สิตา”

“ก็ได้ค่ะ”

“พูดง่ายๆค่อยน่ารักหน่อย ช่วงนี้พี่ปวดหลังบ่อยๆคงไปหาเราไม่ได้นะถ้าว่างเข้ามาที่บ้านบ้างล่ะ พี่คิดถึง”

“ค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะพี่บัว เดี๋ยวหลานเหมียวไม่แข็งแรง”

“จ้า แค่นี้นะ อย่าดื้ออย่าซนกับพี่ๆล่ะ”

“ค่ะ รู้แล้วค่านายหญิง”

สุรีรัตน์กดวางสายแล้วมองหน้าทุกคนที่จ้องเธอไม่วางตา เสียงถอนหายใจดังจนทุกคนแอบขำคงยกเว้นปาลิตาที่เอาแต่หน้าบึ้งไม่สบอารมณ์เพราะพอจะเดาได้ว่าเธอต้องระเห็จไปอยู่ห้องเดียวกับรุ่นน้องจอมกวนคนนี้

“ตกลงนายหญิงว่ายังไงคะคุณเหมียว” นิตายิ้มกว้างทำหน้าทะเล้นใส่อีกคน

“พี่บัวบอกให้พาพี่ทรายไปอยู่ด้วยที่ห้องค่ะ”

“ฉันไม่ไปนะ”

“แต่แม่อนุญาตให้ไป ถ้าดื้อคงต้องบังคับกันหน่อยแล้วล่ะ” นวลนภาจิกตาดุมองลูกสาวคนเล็กที่ทำท่าไม่พอใจเมื่อถูกบังคับให้ไปอยู่กับคู่กัดจอมกวน

“แม่อ่ะ หนูไม่อยากไปจริงๆนะ”

“กลัวล่ะสิ ป๊อดจริงๆเลยนะรุ่นพี่”  สุรีรัตน์มองปาลิตาก่อนจะยั่วอีกคนให้หลงติดกับ คนอย่างปาลิตาไม่ชอบให้เธอมาท้าแต่ก็แปลกที่คนอื่นท้านางไม่เคยของขึ้นเลย

“ฉันไม่ได้กลัวเธอ ก็ได้ ฉันจะไปอยู่ด้วยเดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่กล้า”

ปาลิตาหลงกลคำยั่วยุของสุรีรัตน์จึงรับปากตกลงไปอย่างไม่คิด พอรู้ตัวก็สายไปซะแล้ว ใบหน้าสวยได้แต่งอง้ำเม้มปากจนแน่น  นึกเจ็บใจที่หลงคำยุของสุรีรัตน์ตลอด ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับคนอื่นเลย

“หึหึ งั้นไปเก็บเสื้อผ้าแล้วย้ายมาคืนนี้เลยดีมั้ย”

“อีกสองวัน”

“หือ“”

“ฉันขอเวลาทำใจสองวันแล้วฉันจะขนของไปเอง”

“ต้องทำใจเลยเหรอ เอาที่พี่สบายใจเลยละกันนะ”

“ตกลงกันได้แล้วเราไปกินข้าวกันเถอะ ระหว่างกินข้าวแม่หวังว่าจะไม่ได้ยินพวกเธอทะเลาะกันอีกนะ”

“หนูมีมารยาทบนโต๊ะอาหารค่ะ  ไม่แสดงกิริยาไม่น่ารักแบบนั้นหรอก ใช่มั้ยคะพี่ทราย เราจะไม่ทะเลาะกันบนโต๊ะอาหารใช่มั้ยคะ”

“อือ”

“ตอบดีๆสิคะ พูดไม่เพราะเลย”

“ค่ะ เราจะไม่ทะเลาะกันบนโต๊ะอาหาร พอใจหรือยัง”

“น่ารักที่สุดเลยค่ะ”

กรรมการทั้งสามมองเด็กสาวทั้งสองแล้วคิดไปในทางเดียวกันว่าสองคนนี้ต้องได้ลงเอยกันแน่ๆ สายตาตอนที่ทะเลาะกันไม่มีความเกลียดชังเลย เหมือนกับว่าสองสาวกำลังหยอกล้อเล่นกันอยู่เท่านั้นเอง

 มื้ออาหารเริ่มต้นขึ้นด้วยความเงียบ  สายตาของสุรีรัตน์มองอาหารตรงหน้าก่อนจะอมยิ้มเมื่อเจออาหารบางอย่างวางอยู่ด้วย มือเรียวตักขึ้นมาแล้วยื่นให้ปาลิตาทันที

“เหมียวขอโทษที่ทำให้พี่โมโหนะคะ ถ้าพี่ไม่กินแสดงว่าพี่รังเกียจเหมียว”

ใบหน้าสวยทำหน้าเศร้าแต่ในใจกลับหัวเราะชอบใจเพราะปาลิตาไม่ชอบขิง เธอเลยตักผัดขิงไก่ให้อีกคนไปตั้งเยอะ ดูสิจะปฏิเสธยังไง

“กินเข้าไปเถอะลูก น้องขอโทษแล้วนะ”

“แต่ว่า”  ปาลิตาหน้าซีดเล็กน้อยจ้องมองขิงในจานอย่างเอาเป็นเอาตาย พอมองคนที่ตักมาให้ก็นึกเคืองไม่น้อยทั้งที่รู้ว่าเธอเกลียดขิงยังตักมาให้อีก วอนตายซะแล้ว

“อย่าบอกนะว่าลูกกินขิงไม่ได้ ตอนนั้นลูกยังเด็กแต่ตอนนี้โตแล้วคงกินได้นะ”

“ดะ ได้ค่ะแม่ หนูโตแล้วนี่คะ”  ปาลิตากลั้นใจตักข้าวเข้าปากพร้อมขิงทั้งหมดในจาน รสเผ็ดแสบร้อนเริ่มออกอาการเมื่อน้ำตาคลออยู่ที่เบ้าตาทั้งสอง เธอไม่อยากเห็นรอยยิ้มสะใจของสุรีรัตน์ ฉะนั้นเธอต้องอดทนให้มากกว่านี้ T^T

“อร่อยมั้ยคะพี่ทราย เอาอีกมั้ยคะ”

“ไม่ค่ะ พี่ไม่โกรธเหมียวแล้วเดี๋ยวพี่ตักกินเองดีกว่า เออใช่พี่รู้มาว่าเหมียวชอบกินมะระยัดไส้มากเลยนี่นา ลองชิมหน่อยนะแม่พี่ทำอร่อยมาก พี่รับรองว่าเหมียวต้องติดใจไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ”

“.........” ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ซวยแล้วไง หายตัวหนีกลับห้องทันมั้ยเนี่ย

“กินสิคะ อร่อยนะ”

“ค่ะ” สุรีรัตน์กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะตักมะระเข้าปากไปคำโต ใบหน้าเหยเกขึ้นเรื่อยๆเพราะเธอไม่ชอบกินมะระมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะไม่ขมมากแต่มันก็ฝาดติดลิ้นอยู่ดี

“อร่อยใช่มั้ยคะ อีกชิ้นนะ”

“อื้ออออ” สุรีรัตน์เบิกตาโตเพราะห้ามไม่ทัน ในปากยังไม่กลืนเลยนะ T^T

ปาลิตายิ้มหวานอารมณ์ดีที่แกล้งสุรีรัตน์ได้สำเร็จ พวกผู้ใหญ่ไม่ได้สนใจพวกเธอกันหรอกเพราะไม่ได้พูดจาทะเลาะกันเหมือนเมื่อกี้แต่เปล่าเลยนิตาแอบสังเกตทั้งสองอยู่ตลอดเวลา อดีตบอดี้การ์ดสาวกำลังคิดเรื่องสนุกๆถ้าสองคนนี้กินนอนด้วยกันอาจทำให้สองหัวใจใกล้ชิดกันมากขึ้น ความรักที่หลบซ่อนอยู่ข้างในอาจเผยออกมาก็ได้

คนที่ไม่รู้ตัวว่าแอบถูกสังเกตก็ยังแกล้งกันไปแบบเนียนๆ พอเห็นใบหน้าอีกฝ่ายก็ยิ้มพอใจแต่พอโดนบ้างก็แทบจะร้องไห้ หากอยู่ด้วยกันสองต่อสองจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ คงไม่มีใครรู้ดีเท่าคนสองคนที่กำลังจะเริ่มต้นขยับหัวใจเข้าหากันหรอก

++++++++++++++++++++++

 

มาส่งตอนที่ 1ก่อนนอนค่ะ ^__^ 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

73 ความคิดเห็น

  1. #59 Driek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 15:44
    ภาคต่อจากอันก่อนของตุ๊กตาหน้าหวานนี้เอง สนุกมากเลยจะรอลุ้นคู่น้องสาวด้วย สนุกแน่ตอนต่อไป
    #59
    0
  2. #5 ลิงน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 15:03
    อยากอ่านต่อเร็วๆจัง รออยู่นะค่ะ ^_^
    #5
    0
  3. #4 เล็กหมูน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 08:17
    คุณเหมียว ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นจึงย้อนคืน5555
    #4
    0