[Fiction-Blue Exorcist] - Defiance Devil [part]2/2 - [Fiction-Blue Exorcist] - Defiance Devil [part]2/2 นิยาย [Fiction-Blue Exorcist] - Defiance Devil [part]2/2 : Dek-D.com - Writer

[Fiction-Blue Exorcist] - Defiance Devil [part]2/2

โดย AGABLACK

เมื่อคำสั่งจากทางวาติกันสูงสุดตัดสินให้รินถูกประหารชีวิตและถูกเพื่อนๆทำท่าทีห่างเหินไม่พอยูกิโอะก็เย็นชาใส่จนวันหนึ่งที่มีปากเสียงและแตกคอกันเองจนกระทั่ง!!!..

ผู้เข้าชมรวม

2,785

ผู้เข้าชมเดือนนี้

29

ผู้เข้าชมรวม


2.78K

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


93
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 มี.ค. 60 / 14:12 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
****Credit Picture Icon: https://www.pinterest.com/pin/331436853807034718/***















Hello!! Reader everyone


สวัสดีทุกคน เรา DAIN หรืออีกชื่อ DAI (อ่านว่า ได )

ช่วงน้ก็ไกล้จะปิดเทอมแล้วและกำลังติด สองพี่น้องฝาแฝดนักค้ำคอร์อยู่

(ขอเพ้อแปป)

เรารอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอนิเมะเรื่องนี้มาเป็นเวลาเกือบ5ปีแรกๆก็คิดว่ามันน่าจะไม่มีพากย์ต่อที่ไหนได้เล่นเซอร์ไพรส์

ทำเอาใจหายไปหมดพอเห็นสองพี่น้องต่างขั้วต่างไซส์กลับมาก็กะจะใช้เวลาแต่งเรื่งสั้นซึ่งจะแบ่งพาร์ท 1-2 เอาไว้เนื่องจากมุกตัน

และหาอนิเมะ เอย  โดจิน เอย มา บิ้ว อารมณ์

(กลับเข้าสู่เนื้อหา)


อยากจะเกริ่นให้เข้าใจก่อนว่าเราเขียนฟิคเรื่องนี้โดยเอาเหตุการณ์ในเรื่องมาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย(ไม่หน่อยละมากเลย)

โดยเรื่องจะอยู่ช่วงประมาณเกือบๆจะตอนแรกๆของ Season 02  จากนั้นก็ทำการเพิ่มเลเวลของนิสัยตัวละครไปบ้างเล็กน้อย

แล้วก็มีเรื่องจะสารภาพว่าเขียนฟิคครั้งนี้เราเขีนสนองนีดตัวเองล้วนๆพล็อตวางไหม..หึ จะเหลือเรอะ แทบไม่ได้วางจับดน้ตบุ๊คแต่งสดเลย

สุดท้ายนี้เราหวังว่าฟิคเรื่องนี้คงจะให้ความบันเทิงให้กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย อ่านแล้ว คอมเม้นก้ดี ไม่คอมเม้นก้ไม่ว่ากัน

สามารถติได้แนะได้ให้คำแนะนำได้ (ไม่บังคับ)


V
V
V
V
ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    Defiance Devil   [part]1/2

    ณ ห้องโถงขนาดใหญ่พรมด้วยกระเบื้องหินอ่อนลายตารางหมากรุกถัดไปถึงมุมข้างบนทรงโดมประดับโคมระย้าคริสตัลห้อยลงมาบนชั้นสองของห้องมีที่นั่งเรียงล้อมเอาไว้อยู่บุคคลผู้เรียกตนว่าเป็นผู้พิพากษาของวาติกันนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล่านั้นโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ชายผู้หนึ่งลักษณะการแต่งตัวของเขาเหมือนหลุดออกมาจากยุคของนโปเลียนร่างท้วมสวมแว่นกลมในมือข้างขวาถือค้อนไม้ขนาดเล็กแววตาทรงอำนาจของเขาทำให้รู้ในทันทีว่าเขาคือ ศาลตัดสินผู้มีอำนาจสูงสุดในที่แห่งนี้ “มันหมายความว่ายังไงเมลฟิสโต”


    ศาลผู้นั่นเคาะค้อนหนึ่งทีและเริ่มคำถามด้วยใบหน้าสงบนิ่ง “อะไรงั้นหรือครับท่านผู้พิพากษา..” ชายหนุ่มผู้แต่งตัวประหลาดกำลังได้รับขนานนามว่า ตัวตลก แย้มยิ้มไขสือ ไม่รู้เห็นเป็นชอบ “ที่ว่าเจ้าเลี้ยงลูกของซาตานไว้นั่นจริงหรือไม่” ศาลติดสินตอบคำถามเขาอย่างใจเย็นแต่หากจะรู้ทันเล่ห์กลของปีศาจนักตุ้มตุ๋นไม่ เมลฟิสโตยกยิ้มขึ้นตอบไปทันที

    “อะไรกันผมเปล่าบาทหลวงฟุจิโมโตะต่างหากล่ะครับ” สิ้นคำสารภาพเสียงฮือฮาดังขึ้นไปทั่วห้องตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทามุ่งเป้าหมายของความสงสัยไปที่ว่า


    เหตุใดพาราดิน ฟุจิโมโตะถึงได้ลักลอบเป็นกบฎต่อวาติกัน ศาลพิพากษาเคาะส่งสัญญาณเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ “งั้นว่าที่พาราดินฟุจิโมโตะแอบเลี้ยงลูกของซาตานแหกกฏของวาติกันก็เป็นเรื่องจริงสินะ” เสียงของผู้พิพากษาผู้หนึ่งตรงมุมห้องทักท้วงขึ้น “เราควรประหารลูกของซาตานซะ” พร้อมกับมีเสียงทักท้วงจากผู้พิพากษาอีกคนทักตามขึ้นมา  “ช้าก่อน” แต่แล้วก็มีผู้พิพากษาคนหนึ่งทักขึ้นเพียงแค่มีคนคิดต่างทุกคนในห้องจับจ้องที่ผู้พิพากษาท่านนั้นทันที “เขามีจุดประสงค์ใดกันแน่เมลฟิสโต” พร้อมกับอีกคนเกิดความสงสัยกล่าวขึ้น เมลฟิสโตแสยะยิ้ม

    “ ก็เพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้สู้กับซาตานไงล่ะครับ” “อย่าไปเชื่อมันไอ้ปีศาจหลอกลวง” แต่กระนั้นก็ยังมีคนเห็นต่างอยู่ “ หึ พวกท่านไม่คิดเลยงั้นเหรอว่าถ้าจะสู้กับซาตานได้ก็ต้องใช้ผู้ที่ใกล้ชิดกับซาตานจะไม่ดีกว่างั้นหรือ  ที่สำคัญอีกอย่างก็คือบาทหลวงฟุจิโมโตะเลี้ยงเขามาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเพียงเท่านั้นท่านไม่สนใจเลยงั้นเหรอ” ทุกคนอยู่ในความเงียบ เมลฟิสโตแสยะยิ้มอีกครั้ง

    “มาพนันกันไหมล่ะครับท่านถ้าสามารถทำให้ลูกของซาตานต่อกรกับซาตานได้ล่ะดีไหม” เพียงเท่านั้นชีวิตบนเส้นด้ายของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น…


      หลังจากที่การพิพากษาจบลงทุกอย่างก็กลับสู่ปกติแต่จะมีสิ่งที่ผิดไปจากเดิมก็คือท่าทีของเพื่อนๆและน้องชายที่ดูจะ หงุดหงิดไม่สบอารมณ์บ่อยๆมากกว่าทุกทีพร้อมกับความเย็นชามันมีมากว่าเดิม

    “ยูกิโอะ..” เด็กหนุ่มเรียกหาอีกคนด้วยสายตาอันเหม่อลอยอยู่บนดาดฟ้าของหอพักดวงตาสีน้ำเงินหรี่ลงเล็กน้อยตามด้วยริมฝีปากขบเม้มเข้าหากัน

    “สีหน้าในตอนนั้นหมายความว่ายังไงนะ” เขาพึมพำกับตัวเองพิจารณาเหตุการณ์หลังจากที่เขากลับมาจากศาลของวาติกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกอันยากที่จะคาดเดาไม่ได้ว่า ยูกิโอะ รู้สึกยังไงกับเขา ว่ากันว่าฝาแฝดสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันได้ไม่ว่าจะเก็บงำเอาไว้ก็ตาม แต่กับยูกิโอนั้นไม่ใช่ความรู้สึกที่เขาผู้เป็นพี่สัมผัสได้ถึงท่าทีการแสดงออกทางสีหน้าจะดูเหมือนวิตกกังวล เป็นห่วง โกรธ หงุดหงิด มันปนเปไปหมดภายใต้หน้ากากน้ำแข็งแสนจะภาคภูมิใจนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เขากระจ่างหรือหายสงสัยอยู่ดี




    ในช่วงเวลาความคิดมากเข้ามากดดันจิตใจเขาทีละนิดทำให้เขาผู้ที่มีความสามารถด้านการเรียนย่ำแย่ถึงขั้นต่ำ

    มากบวกสมาธิสั้นสุดๆ    ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาไม่เป็นอันจะเรียนสรุปแล้วเขาจึงเลือกที่จะขลุกอยู่บนนี้ไปตลอดจนถึงเย็น





    ณ  ห้องเรียนพิเศษสำหรับนักเรียนเพื่อที่จะเป็น เอ็กซ์โซซิสต์ โดยตรงในห้องเรียนกว้างขวางดูเก่าเหมือนผ่านการใช้งานมาแล้วหลายครั้งในโต๊ะเรียนที่มีเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวเพียงแค่ไม่กี่คน นักเรียนทั้งหมดแต่เดิมจับกลุ่มคุยกันซุบซิบปรึกษาหารือเรื่องต่างได้เงียบลงเมื่อมีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในห้อง ร่างสูงโปร่งถูกปกปิดด้วยเสื้อโค้ดสีทึบในมือข้างหนึ่งถือกระเป๋าหนังสีดำวางไว้บนโต๊ะมันถูกเปิดออกมาในกระเป๋าบรรจุขวดยาอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆมือซีดขาวหยิบขวดยานั่นออกมาที่ละขวดมืออีกข้างขยับแว่นร่นลงมาตรงโหนกแก้มให้อยู่ตรงระดับสายตาพอดี


    “เอาล่ะผมจะคืนกระดาษคำตอบจากการเรียนเมื่อชั่วโมงที่แล้วนะครับ” เขาหยิบแผ่นเอกสารA4สีขาวหรือกะดาษดำตอบวางจัดซ้อนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบขึ้นมาถือไว้ก่อนจะเอ่ยชื่อเจ้าของกระดาษคำตอบออกมาให้มารับทีละคน “สึงุโระ ชิมะ มิวะ  คุณ ชิเอมิ คุณ คามิกิ … โอคุมูระ” กระดาษถูกส่งกับคืนเจ้าของจนครบ


    แต่..ยังมีอีกคนที่ยังไม่ได้กระดาษกลับคืนทำให้ทั้งกลับเข้าสู่บรรยากาศเงียบกริบไปโดยปริยาย “โอคุมูระ ริน อยู่ไหนมีใครรู้บ้าง” ทั้งห้องยังแน่นิ่งไม่มีใครคิดแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยคำใดๆออกมาหากแต่ว่า “อาจารย์ก็เป็นพี่น้องกับโอคุมูระก็น่าจะรู้นะคะว่าเขาอยู่ที่ไหน” เด็กสาวผมสีม่วงเข้าทรงทวินเทลพูดขึ้นจากนั้นก็หันหน้ากับเข้าหาหนังสือเล่มหนากางวางเอาไว้อยู่บนโต๊ะ  “นั่นสินะครับเรามาเข้าสู่บทเรียนในวันนี้กันก่อนนะครับ” เขาพยายามเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าท่าจะไม่ดีเสียเขาพยายามทำหน้าที่สอนต่อไปโดยไม่ขาดตกบกพร่องแต่หากในใจแล้วเขากลับนักเคืองพี่ชายจอมขี้เกียจอยู่เนืองๆ


    ‘เจ้าพี่บ้านั่นทำไมถึงไม่มาเรียนกันนะ’ ยิ่งนึกก็ยิ่งเคืองหลับจากจบชั่วโมงการสอนของเขาแล้วทันทีที่ออกจากห้องเรียนใบหน้าอันเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นหน้าขึงขังคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันเขากัดฟันตัวเองดัง กรอด เหมือนจะพยายามสกัดกั้นความโกรธของตัวเองเอาไว้ ความจริงเขาไม่ได้โกรธง่ายถึงขนาดนั้นแต่….


    เมื่อผลจาการพิพากษาจากทางวาติกันรับคำสั่งให้พี่ชายของตัวเองจะต้องถูกประหารชีวิตโดยตรงแต่เพราะมีเงื่อนไขว่าพี่ของเขาจะต้องเป็นเอ็กซ์โซซิสต์ให้ได้ภายในครึ่งปีถ้าหากขัดขืนหรือผิดปกติอะไรก็ให้สั่งเก็บโดยทันทีนั่นจึงทำให้ความเป็นห่วงพี่ชายที่มีอยู่เป็นทุนเดิมก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาโกรธง่ายหงุดหงิดเร็วกว่าปกติเพราะจะต้องเคร่งครัดเข้มงวดกับพี่ชายเป็นกรณีพิเศษเพื่อที่จะปกป้องพี่น้องร่วมสายเลือดคนสำคัญเพียงคนเดียวของตัวเองให้ได้ดั่งคำสาบานที่ให้กับ บาทหลวง ฟุจิโมโตะ เอาไว้





    ตกกลางคืนวันเดือนเพ็ญจันทร์เต็มดวง ท่ามกลางสายลมเย็นๆพัดโชยอ่อนบนดาดฟ้าอันมืดสนิทพื้นที่โดยรอบบริเวณมีเพียงแค่เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นยืนรับลมในฤดูร้อนของคืนวันนี้


    สายตาทั้งสองทอดมอง ดวงจันทร์สีนวลอยู่เป็นพักๆก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีอะไรมาสัมผัสที่ต้นขา “อะ..เฮ้ย!!! คุโระ..!!!นายนี่เอง..อย่าทำให้ตกใจสิ” มือหยาบกร้านจากการจับดาบลูบหัวเจ้าแมวสองหางสัตว์เลี้ยงเพื่อนรักของเขาด้วยความหมั่นเขี้ยวและเอ็นดู “ริน..วันนี้มีอะไรกินบ้างอ่า..เค้าหิวแย้ว” คุโระคลอเคลียเอาหน้าถูกับหน้าขาของริน “วันนี้มีแกงกระหรี่..ล่ะ มาสิ คุโระ”


    เขารีบลงจากดาดฟ้าลงไปยังห้องครัวที่ชั้นหนึ่งแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมที่หน้าห้องครัว “งะ...ไง..ยูกิโอะกลับมาแล้วเหรอ” ริน พยายามปั้นสิหน้าให้เป็นปกติทำเป็นไม่รูไม่ชี้เหงื่อที่ข้างแก้มไหลย้อยลงมาจากใบหน้าเพราะความกังวลว่าความผิดของเขาจะแดงขึ้นมา “อ้อจริงสิอาหารวันนี้มีแกงกระหรี่นะลองกินดูสิ” รินพยายามจะเปลี่ยนเรื่องคุยเขาเดินเข้าไปในครัวหยิบจานตักขาวแล้วเปิดหม้อตักแกงกระหรี่ราดหน้ายื่นมาให้น้องชายของตน  





    ‘เพล้ง!!!!!’ เสียงจานข้าวกระทบกับพื้นกระเบื้อง ภาพเม็ดข้าวสีขาวที่ค่อยๆเละกระจายลงพื้นช้าๆพร้อมกับแกงกระหรี่ฝีมือของเขาลงพื้นไปอย่างรวดเร็ว


    “ยูกิโอะทำไม!!!!!!นายทำบ้าอะไรกันน่ะห๊ะ!!!!” รินเริ่มตบะแตกทันทีที่เห็นความตั้งใจแตกเละแหลกเป็นเสี่ยงๆอยู่บนพื้นห้องครัวซึ่งคนที่ถูกต่อว่านั้นไม่ได้สำนึกผิดแม้แต่น้อยกลับกันซะมากกว่าเขานิ่งเฉยสายตาเย็นชานั้นจ้องมาหาคนตัวเล็กกว่ากำลังเดือดพล่าน และแล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น “ทำไมวันนี้พี่ถึงโดดเรียนล่ะ!!!” “แล้วการฝึกของชูร่าซังล่ะทำไมพี่ถึงไม่ใส่ใจเลยล่ะครับ!!!!” ไม่พูดเปล่ามือหนากำคอเสื้อพี่ชายตัวเล็กจนขาทั้งสองของพี่ชายแทบจะไม่ติดพื้น “ฉัน..ถ..โถ่เว้ย” รินรู้สึกเสียเปรียบเขาหาเหตุผลข้ออ้างไม่ได้ถึงจะมีบ้างก็ไม่อยากให้น้องชายรู้ว่าถูกพวกของสึงุโระเมินเขาทำให้เขาทนบรรยากาศกดดันไม่ได้แถมไม่มีสมาธิทำอะไรก็เลยหนีออกมาทั้งแบบนั้น “แต่ก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลยนี่!!” รินเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่ก็ไม่เทียบกับโทสะของยูกิโอะที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเขากับยูกิโอะมองหน้ากันไม่ติด


    ทุกครั้งที่ใครคนใดคนหนึ่งเริ่มพูดเพียงเท่านั้นทั้งคู่ก็จะเริ่มมีปากเสียงขึ้นมาทันทีแต่ก่อนก็สามารถแซวหยากล้อเป็นเรื่องขำขันได้เดี๋ยวนี้ดูเหมือนว่ายูกิโอะจะไม่เล่นด้วยยิ่งเลวร้ายไม่มากว่านั้นก็คือข้าวกล่องทุกทีเขาจะเตรียมเอาไว้ให้หลังๆมานี้ก็จะกินข้าวกล่องของเพื่อนผู้หญิงที่ทำมาให้เป็นประจำทุกวัน ใครจะไม่รู้บ้างว่าหลังจากผ่านพ้นจากวิตกครั้งนั้น ยูกิโอะพยายามตีตัวออกห่างจากเขาอย่างเห้นได้ชัด


    “แล้วพี่ล่ะคิดจะเป็นเอ็กซ์โซซิสต์จริงๆงั้นเหรอครับ!!!คิดบ้างสิครับว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร!!!” ยูกิโอะขึ้นเสียงพร้อมกับสีหน้าแบบน่ากลัวสุดๆของเขาเท่าที่เคยเห็นมา “หนวกหูน่า!!!!นายไม่ใช่พ่อของฉันสักหน่อยนี่!!!” รินเริ่มเดือดบ้างในใจเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเสียใจและน้อยใจอยู่ลึกๆ “ไม่ใช่แล้วทำไมครับ!!!ก็พ่อไม่อยู่แล้วนิ!!!ใครเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อต้องตาย!!!!ก็น่าจะรู้ดีนี่!!!!!” ยูกิโอะบันดาลโทสะออกมาเพราะอารมณ์ล้วนๆโดยไมรู้ตัวเลยว่าเขากำลังใช้คำพูดต้องห้ามทำร้ายจิตใจพี่ชายตนเองอยู่ และมันก็ส่งผลระทบต่อรินเป็นอย่างมากถึงแม้รินจะรู้ว่าเขาไม่ใช่คนฆ่าพ่อตัวเองแต่ก็มีส่วนที่ทำให้บาทหลวงฟุจิโมโตะต้องตายเพราะเขาโดยไม่สามารถปฏิเสธได้เลย…


    หยาดน้ำตากำลังค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มทีละนิดรินพยายามที่จะเก็บก้อนสะอึ้นเอาไว้พยายามควบคุมไม่ให้เลียงสั่นเวลาพูด “เออ..ใช่สิ..นายคงเกลียดฉันสินะ!!...นายคงแค้นฉันมากสินะ นายคงรำคาญคงเบื่อที่จะต้องมาดูแลพี่ชายที่ไม่เอาไหนงั้นสิ และนายคงคิดว่า ฉันจะอยู่จะตายที่ไหนก็ได้สินะ …”  รินก้มหน้าลงเล็กน้อยสองขาหน้าของเขารีบวิ่งหนีออกไปข้างนอกหอพักทันที พร้อมกับน้ำตาและเสียงสะอื้น

    “ชั่งเถอะ…” ยุูกิโอะมองร่างที่วิ่งออกไปด้วยสิหน้าอันเรียบนิ่งเหมือนไม่คิดอะไรเขาคิดว่าเป็นการดีสำหรับเขามากกว่าที่ไม่ต้องทนฟังเสียงกรนอันน่าหนวกหูและทำสงครามประสาททุกเช้ากับพี่ชายตัวเอง



    “ทำไมๆ...กันฉัน..น่าจะชินแล้วนิ..ทำไม” บนถนนยามค่ำคืนที่อ้างว้างไร้รถไร้ผู้คนมีเพียงแค่ร่างของเด็กหนุ่มเดินอยู่ตามสายทางบนถนนแววตาสีน้ำเงินคู่สวยเหม่อลอยใต้ตาของเขาดูบวมแดงจากการร้องไห้มาอย่างหนัก ห้วงอารมณ์ขอเด็กหนุ่มในตอนนี้อยู่ในช่วงที่เขาหดหู่เอามากๆ สองขาเริ่มอ่อนล้าเขาพักผิงนอนอยู่ในสนามเด็กเล่นสวนสาธารณะใกล้ๆแถวนั้น


    มันดีแล้วล่ะ..จะได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่มีทั้งเพื่อน และ น้องชายที่คอยเห็นใจ ใช้ชีวิตไร้ค่าไปวันๆเหมือนที่ตัวเองเคยเป็น

    สมควรแล้วล่ะ..


    น้ำตาไหลแอบแก้มเขาอีกครั้งก่อนจะจมสู้ห้วงนิทราไป โดยไม่รู้ว่ามีบางอย่างคล้ายกับหนามเถาวัลย์แหลมๆค่อยคลืบคลานเข้ามาใกล้ๆ เรื่อยๆ


    ในรุ่งเช้าตรู่ของวันถัดมายูกิโอะค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวเสร็จสรรพทุกอย่างยูกิโอะเดินตรงไปที่เตียงของพี่ชายแต่ก็ไม่พบ “นั่นสินะ” เขานึกขึ้นได้และอาจจะเป็นเพราะความเคยชินของเขาที่ต้องคอยปลุกพี่ชายตัวแสบให้ตื่นเป็นประจำ

    วันนี้ ยูกิโอะไปเข้าเรียนตามปกติจนกระทั่งตกเย็นจึงกลับบ้านไปเตรียมบทเรียนแต่แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมากับเสียงปลายสายอันคุ้นเคย “โอคุมุระซังคือว่ารินคุงๆๆ..เขา..อ้ากกกก”  ยังไม่ทันที่ปลายสายจะกล่าวจบเสียงร้องระงบด้วยความเจ็บปวดกระทันหันได้เข้าแทรกแทนที่สัญญาณโทรศัพทืขาดห้วงเอาดิ้อๆ  


    ยูกิโอะไม่ประมวณสถานะการณ์อย่างรวดเร็วว่าพี่ร่วมเสียเลือดต้องตกอยู่ในอันตรายแน่แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวออกจากบ้านเมลฟิสโตก็ทะลุต้นเสาคอนกรีตของหอพักเดินออกมาขวางเอาไว้ “ดูเหมือนว่าเกมส์สนุกๆกำลังจะเริ่มแล้วสิ” เขาหัวเราะเบาๆในลำคอ “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับผู้อำนวยการเมลฟิสโต” ยูกิโอะถามด้วยสีหน้าลนลานมือไม้ทั้งสองสั่นอยู่ไม่สุข เมลฟิสโตเห็นปกิกิริยาแบบนั้นจึงยกยิ้มแล้วผายมือไปยังเสาคอนกรีตอีกต้น “ถ้าอยากรู้ก็ตามผมมาสิครับ..หึหึหึ”

    ทั้งเมลฟิสโตและยูกิโอะรีบรุดหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุทันทีภายในเวลาไม่ถึง10นาที



    สนามเด็กเล่นแต่ก่อนหน้านั้นมันเป็นสถานที่ๆให้เหล่าเด็กๆได้เล่นสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเครื่องเล่นต่างๆนาๆแต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นสถานที่ๆเต้มไปด้วยสงครามการทะเลาะวิวาทของสองสิ่งมีชีวิตกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดฝุ่นคลุ้งตลบเริ่มจางหายไปปรากฏร่างบางในสภาพยับเยินนอนกองอยู่กับพื้นเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเถาวัลย์หนามขนาดใหญ่ได้ขึงร่างกายแสนบอบช้ำเอาไว้ในลักษณะการถูกตรึงด้วยไม้กางเขนเพียงแต่นี่คือเถาวัลย์อันแหลมคมแทน “นายนี่น่าเบื่อจัง..คราวก่อนยังสนุกอยู่เลยแท้ๆผิดหวังชะมัด” เจ้าของเสียงเดินออกมาผิวซีดเผือกไร้เลือดฝาดมาพร้อมกับลักษณะการแต่งตัวทรงผมประหลาดไม่ต่างจากเมลฟิสโตเท่าไหร่นักจงอยผอมแหลมตั้งเหมือนเขาของไดโนเสารืบางสายพันธุ์กระโดดเหยียบที่ศีรษะของรินเอาไว้ “ไปตาย..ซะ” รินสบถออกมาแผ่วเบา ในใจยังคงเจ็บแค้นแต่ก็น้อยกว่าการที่เขาต้องเสียใจกับท่าทีของคนที่เขารักอยู่ดี

    ยูกิโอะ.. ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันขอโทษ


    รินกล่าวขอโทษขอโพยยูกิโอะภายในใจเพราะความสำนึกผิดตีตื้นขึ้นมาอยู่ในอกอย่างเต็มเปี่ยมรินในสภาพนี้เขาไม่ต่างจากเศษเนื้อที่มีชีวิตและจิตใจเท่านั้นแต่กระนั้นแล้วเขาก็ยังไม่รู้ตัวว่ายังมีคนๆหนึ่งกำลังเป็นห่วงเขาอยู่นอกจากบาทหลวงฟุจิโมโตะแล้ว..


    “พี่ครับ!!!!!!!!!!!!!!!!” ยูกิโอะตะโกนออกมาพร้อมกับวิถีกระสุนโดนเข้าที่ขาของใครอีกคนที่กำลังเหยียบศีรษะของรินให้เซถลาลงไป “ไงไอ้น้องชาย..อาไมม่อนแกคิดจะทำอะไรพอสักทีเถอะถ้าถูกหมายหัวจะเป็นเรื่องนะ” เมลฟิสโต กุมขมับกับความซุกซนดื้อเงียบของน้องชายตนเอง “ไม่ครับผมยังอยากสนุกต่ออีกที” ไม่รีรอพูดพล่ำเพลื่อให้เสียเวลา ราชาแห่งปฐพีเปลี่ยนเป้าหมายมาเล่นกับยูกิโอะทันทีเถาวัลย์หนามยืดออกจากมือทั้งสองข้างเตรียมซัดเข้ากับยูกิโอะโดยที่เขาเองก็หลบหลีกการโจมตีของอาไมม่อนได้ทุกครั้งวีถีกระสุนทะลุร่างของราชาแห่งปฐพีไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ไม่มีท่าทีว่าเจ้าตัวจะสะเทือนเลยแม้แต่น้อยกลับกันเป็นยูกิโอะมากกว่าที่พละกำลังของเขาเริ่มอ่อนแอลงตามศักยภาพของมนุษย์ธรรมดา “แฮ่กๆ..แกทำอะไรกับพี่..” ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยเหงื่อโทรมกายหายใจหอเพราะความเหนื่อยจากการต่อสู้ติดกันสามชั่วโมงร่วมด้วยการแบกภาระร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีนั้นก็ยากที่จะเอาชนะหนึ่งในเจ็ดราชาแห่งเกทเฮนน่าได้

    “โอ๊ะ..โอ..เหนื่อยแล้วเหรอครับคุณน้องชาย..” “แกทำอะไรกับพี่ปล่อยพี่ฉันซะ!!!!” ยูกิโอะขึ้นเสียงแข็งด้วยความโกรธแววตาภายใต้กรอบแว่นสภาพยับเยินเต็มไปด้วยความแข้งกร้าวอยู่ภายในแต่แทนที่จะเป็นการข่มขัวญศัตรูตรงกันข้ามเหมือนน้ำมันราดบนกองไฟอาไมม่อนทำท่าดีใจเหมือนเด็กเล็กได้เจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ดีกว่า


    “ก็ได้ครับผมเบื่อของเล่นชิ้นนี้แล้วสภาพดูไม่ได้เลยแหะ..” เถาวัลย์หนามคลายตัวออกร่างบางๆของรินตกลงที่พื้นสภาพของเขาไมต่างอะไรกับคนที่เพิ่งเดินผ่านสนามรบมาก็ไม่ปาน เสื้อยืดขนาดพอดีตัวขาดวิ่นรอยไหม้จากเพลิงไฟตัวแขนข้างซ้ายขาดลามไปถึงเอวเผยเรือนผิวสีอ่อนเต็มไปด้วยบาดแผลกางเกงขาสั้นขาดไปหนึ่งข้างดูเหมือนโฮมเลสข้างถนนตามย่านสลัมในตรอกซอยของเมือง


    การปะทะกันหนึ่งต่อหนึ่งได้เริ่มเปิดฉากอีกครั้งและไม่ต้องเดาว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบแน่นอนก็คงจะเป้นปีสาจอีกตามเคย อาไมม่อนใช้เถาวัลย์ฟาดฟันยูกิโอะอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยั้งก้เช่นเดิม ยูกิโอะสามารถหลบหลีกได้ทุกครั้งพร้อมกับโต้ตอบกลับไปเป็นระยะๆด้วยกระสุนเงิน “คุณนี่อึดจังน๊า~” อาไมม่อนหยอกเหย้าด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย ยูกิโอะไม่เล่นด้วยเขากระหน่ำแจกกระสุนยิงไปทุกนัดแม่นยำทุกครั้งถึงกระนั้นก้ไม่สามารถทำให้ราชาปฐพีสะเทือนได้เลยแม้แต่น้อย “ชิส์..” ยูกิโอะเดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิดท่าทางกวนโอ๊ยของอาไมม่อนทำให้เขาเสียสมาธิจนเกิดช่องโหว่ทำให้ปีศาจหนุ่มสบโอกาสลอบโจมตีทางด้านข้างแต่ เหตุการณืไม่าดฝันก็ได้บังเกิดขึ้น


    ชั่วอึดใจระหว่างเส้นแบ่งของความเป็นความตายภายในเวลาอันรวดเร็วไม่ถึงหนึ่งวิ รินที่เขาได้สติกลับมาจากก่อนหน้านั้นสกักกั้นรับการโจมตีอันทรงพลังของอาไมม่อนเข้าไปเต็มๆ


    นั่นทำให้รินและยูกิโอะกระเด็นออกไปทั้งครู่ ร่างทั้งสองกลิ้งขลุกอยู่กับพื้น ยูกิโอะพยายามที่จะลุกขึ้นมามือข้าหนึ่งกำศีรษะเอาไว้ดูเมือนว่าเขาจะไม่ป็นอะไรมากแต่เมื่อหันไปมองคนข้างๆดวงตาสีฟ้าเข้มอันต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ.. เลือดไหลออกมาจากช่องท้องบาดแผลขนาดใหญ่ทำให้ร่างกายของรินฟื้นตัวช้าผิดปกติ


    “พี่ครับ..!!!!!!” ยูกิโอะรีบถลาเข้าไปพยุงพี่ชายของตัวเองเอาไว้ “อย่าเมิน..” “พอแค่นั้นแหล่ะอาไมม่อน.สนุกมากเกินพอแล้ว” เมลฟิสโตกระชากแขนน้องชายของตัวเองยัดใส่หมวกเอาไว้เขาถอนหายใจพรืดยาวออมาด้วยความเบื่อหน่ายกับการเอาแต่ใจแบบไร้เหตุผลของผู้เป็นน้อง


    “พี่ครับๆๆ..” ยูกิโอพยายามเขย่าตัวของรินให้รู้สึกตัวแต่ไร้การตอบสนอง เมลฟิสโตเดินเข้าไปตอบไหล่ของยูกิโอะพูดเชิงปลอบว่า “วางใจเถอะครับโอคุมูระคุง..เขาแค่หมดสติจากการเสียเลือดเท่านั้นแหล่ะ เอาเป็นว่ากลับกันเถอะครับก่อนที่จะมีคนแห่มามากกว่านี้” ประตูปริศนาท่ามกลางลานกว้างที่เละเทะ ยูกิดอะและรินกลับหอพักโดยสวัสดิภาพ





    see you next part 2/2.....


    Defiance Devil   [part]2/2


    “ขอโทษ..” “ยูกิโอะ” เสียงละเมออันแผ่วเบาดังออกมาจากปากของพี่ชายในขณะที่เขากำลังนอนหลับอยู่ ทำให้ยูกิโอะเผลอหลุดอมยิ้มออกมาจากนั้นมือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนลูบศีรษะของพี่ชายตัวเองเบาๆเพราะความเอ็นดู


    ยูกิโอะนั่งเฝ้าอาการบาดเจ็บของรินอยู่ถึงสองวันเต็มๆโดยไม่ห่างหายไปไหนเพราะยังมีสิ่งที่ค้างคาความรู้สึกของเขาอยู่คำๆหนึ่ง ‘ขอโทษ’ เช่นเดียวกันริมฝีปากบางจุมพิตหน้าผากมนแผ่วเบาก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัวจนเสร็จแล้วเดินกลับมานั่งเฝ้าเหมือนเดิมในระหว่างฆ่าเวลารอพี่ชายโดยการเตรียมบทเรียนชดเชยเอาไว้ล่วงหน้าและทำการบ้านจนเสร็จไปหลายวิชาจนกระทั่งถึงเวลา 19:00พี่ชายตัวน้อยของเขาก็ไม่มีท่าทีจะตื่นจากนิทราจนแล้วจนรอดนั้นเองที่ความง่วงได้เข้ามาคุกคามทำให้หนังตาดูหนักขึ้นเรื่อยๆภาพตรงหน้ามืดสนิทไปในทันที

    “อืม…” มือทั้งสองข้างของคนบนเตียงกระดิกไปมารินเริ่มรู้สึกตัวพลิกตัวซ้ายขวด้วยความกระสับกระส่ายดวงตาสีฟ้าใสค่อยๆลืมตาขึ้นมาเขาพยายามลุกขึ้นแต่ก้ลุกไม่ได้เพราะมีอะไรบางอย่างทับอกเอาไว้สายตาหันมองไปยังต้นตออย่างฉับไว

    ยูกิโอะ มือข้างใดข้างหนึ่งลูบเส้นผมสีดำขลับเบาๆโดยไม่ให้ใครอีกคนรู้สึกตัวแต่ยูกิโอะมีสัมผัสไวเป็นพิเศษเขาลุกขึ้นคลำหาแว่นของตัวเอง “เอ่อแว่นตาของนายอยู่กับฉันเองแหล่ะ” “เอ๊ะ!!..พี่ครับ” ยูกิโอะหันเหลือบมามองด้วยความแปลกใจ

    รินส่งยิ้มกวนๆไปให้แบบเด็กๆ “ไง..ยูกิโอะ” รอยยิ้มของคนตัวเล็กกว่าฉีกยี้มกว้างจนเห็นฟัน


    “เอ่อ..พี่ครับคือว่า..ผมขอโทษ..” รินลอบหัวเราะเบาๆมือขยี้ผมสีดำของยูกิโอะด้วยความเอ็นดูแทนคำพูดว่าอย่าใส่ใจเลยอะไรทำนองนั้นยูกิโอะโผเข้าโอบกอดรินแน่นเขากลัวว่ารินจะไม่ฟื้นืนมาหาเขาอีกแล้วรินลูบหัวเด็กน้องชายตัวโตด้วยความห่วยใย “นี่..ยูกิโอะ” รินส่งสัญญาณกวักมือเรียกบอกให้ตามมาด้วยกันแล้วขึ้นไปบนดาดฟ้าของหอพัก

    ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดมีแต่แสงของดวงคาวพร่างแพรวสุกสกาวอยู่บนนั้น “นายจำได้ไหมตอนเด็กๆที่เราเคยบีนหลังคาออกมาออกมาดูดาวด้วยกันบ่อยๆนายว่าไหม” รินยิ้มแฉ่งออกมาท่าทีซุกซนเหมือนเด็กๆทำให้ยูกิโอะอดไม่ได้ที่จะโน้มเข้าไปจูบ รินสะดุ้งตกใจทันทีเขาผลักตัวเองออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความคาดไม่ถึง

    “ยูกิโอะทำไมนายถึงได้..” ดูเหมือนว่าเขากำลังตกใจและช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้นความรู้สึกวิงเวียนศีรษะจากการประมวณภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และนั่นเองที่ยูกิโอะก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป

    “เอ่อคือว่า..พี่ครับ..ผมขอโทษบรรยากาศมันพาไปแต่ว่า..” ยูกิโอะพยายามแก้ตัวกับการทำตามอำเภอใจของตนเองรินส่ายหน้าและไม่พูดอะไรเขารีบวิ่งลงไปยังชั้นร่างพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นอีกครั้ง


    ยูกิโอะตบหน้าตัวเองหนึ่งทีแล้วกุมขมับและสบถคำหยาบคายออกมาด่าตัวเอง “เรากำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่” เขานั่งคิดทบทวนเรื่องราวตลอดที่ผ่านมาตั้งแต่วันก่อนที่ต่างคนต่างเป็นฝ่ายผิดมาวันนี้ต่างคนต่างรู้สึกผิด ตอนนั้นพวกเขาทั้งคู่กล่าวโทษซึ่งกันและกันวันนี้ทั้งสองต่างของโทษซึ่งกันและกันเพราะอะไร??ยังไง รินขยี้ผมตัวเองจนกระเซิงไม่เป็นทรงเขาสลัดความคิดอันน่าปวดหัวนี้ทิ้งแล้วเตรียมบทเรียนที่จะเรียนและสอนในวันรุ่งขึ้น เป็นเวลาประมาณดีสองกว่าๆที่ยูกิโอะจะทำธุระแล้วเสร็จเขาเดินตรงไปที่เตียงนอนของผู้เป็นพี่ชายกำลังนอนหลับอยู่น้ำตาที่รื้นอยู่ริมหางตายูกิโอะใช้นิ้วหัวแม่มือปัดเช็ดออก บอกราตรีสวัสดิ์จากนั้นเขาก็เดินตรงไปปิดไฟเข้านอนก่อนจะถึงวันถัดไป


    ในรุ่งเช้าจนถึงตกเย็นพวกเขาจะเรียนในชั้นเรียนปกติแต่หลังจากโรงเรียนเล็กพวกที่เ็นเอ็กเซอร์ซิสต์ฝึกหัดจะต้องไปเรียนในชั้นเรียนพิเศษ ความจืดชืดในชั้นเรียนธรรมดา่าน่าเบื่อแล้วแต่พอเข้ามาเรียนที่ชั้นเียนพิเศษบรรยากาสมาคุที่ทั้งเงียบและน่าอึดอัดทำให้เรียนอยู่ไม่สุขนักยิ่งถ้าเขาเป็นคนจำพวกอดทนต่ำแล้วก็ยิ่งยากที่จะกลั้นเอาไว้แต่ก็พยายาม

    หลังจากการเรียนผ่านไปที่พวกเขาได้รีบภารกิจให้ไปที่เกียวโตตลอดทางเหล่ากลุ่มสึงูโระแทบไม่สนใจหรือพูดคุยอีกเลยมีเพียงแค่อิสึโมะเท่านั้นที่ยอมรับและเข้าใจคนอย่างเขา

    ภารกิจที่เหล่านักเรียนได้รับคือการช่วยเหลือและเป็นกำลังเสริมให้กับเอ็กเซอร์ซิสต์สาขาเกียวโตเรื่องราวทั้งหมดทั้งการเสาะหาผู้ทรยศในสาขาแล้วทั้งการหาตัวการคนที่ทำให้ราชามลทินคืนชีพนับตั้งนั้นมาหลังจากปราบราชาแห่งมลทินได้พวกเขาสองพี่น้องก็แทบจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยสักนิด

    นั่นจึงทำให้ยูกิโอะกระสับกระส่ายหงุดหงิดทำหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาคิดอะไรต่างนาๆว่าพี่คงจะสร้างเรื่องเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างอีกแล้วแน่ๆแต่ก็ได้แค่คิด


    หลังกลับจากภารกิจอันใหญ่หลวงแล้วภายในห้องหอพักที่มีเพียงสองหนุ่มมีแต่บรรยากาศแห่งความอึมครึมแผ่ซ่านอกมาจนภูติแห่งการทำอาหารทนไม่ไหวถึงกับยกเรื่องไปร้องเรียนเมลฟิสโต

    “อืม..นั่นสินะทำยังไงดีล่ะ..ต่างฝ่ายต่างถือทิฐิกั้นกันเอาไว้อยู่” สายตาอันเฉียบคมเหลือบมองยูกิโอะแล้วยกมุมปากแสยะยิ้มร้าย “ทางฝั่งน้องชายไม่รู้จะเข้าไปหายังไงสินะ ทั้งที่ตัวเองชอบพี่ชายขนาดนั้น” เขากระดิกนิ้วหนึ่งครั้งไม่กี่เพียงเสี้ยววินาทีขวดเล็กจิ้วบรรจุของเหลวสีชมพูก็อยู่ในมือของเขา “ดูเหมือนว่าผมจะต้องสวมบทบาทแสดงเป็นกามเทพซะแล้วสิ” ไม่พูดเปล่าแล้วยื่นขวดโหลใบจิ๋วให้ภูติที่ทำอาหารให้พวกสองหนุ่มพร้อมกำชับว่าให้ผสมลงไปในจานข้าวให้รินกินมันเข้าไปตบท้ายว่าให้เก็บเป็นความลับ

    พอถึงเวลาตกเย็นกลับมาได้เวลาที่ทั้งสองคนนั้นกลับมาที่หอพัก อาหารเย็นข้าวแกงกระหรี่สูตรพิเศษที่ทำเตรียมเอาไว้ก็วางเสิร์ฟอยู่บนโต๊ะ รินกันแกงกระหรี่เข้าไปโดยไม่เอะใจว่ามีส่วนผสมอะไรอยู่ในข้าวจานนั้นหลังจากที่เวลาผ่านไปจนถึง 21:00 นาฬีกา ระหว่างที่รินกำลังอ่านหนังสือและจะลุกออกจากโต๊ะเพื่อที่จะไปดื่มน้ำเพราะคอแห้ง จู่อาการหน้ามืดปวดศีรษะโดยไม่ทราบที่มาเข้ารุมเร้าอุณหภูมิในร่างกายของเขาสูงขึ้นบางส่วนสำคัญบางอย่างในร่างกายกำลังสั่นระริก ยูกิโอะที่เห็นดังนั้นเขาก็เกิดสงสัยจึงพยายามถามออกไปว่า “พี่ครับ..เป็นอะไรรึเปล่า” ยูกิโอะลุกออกจากโต๊ะนั่งลงอยู่ในท่าคุกเข่าเขากำลังสังเกตอาการแปลกๆของพี่ชายตนเอง


    รินได้กลิ่นของยูกิโอะกระทบจมูกของตนเองอย่างรุนแรงโดยในปกติแล้วกลิ่นเหล่านี้มันจะเบาบางไม่แรงขนาดจนทำให้เขาเมาได้แต่แปลก เขาเป็นอะไรไปกันแน่ รินพยายามหาคำตอบของอาการเหล่านี้แต่เขาควบคุมอารมณ์บางอย่างไม่ได้ เจ้าสิ่งสำคัญของเขากำลังชูชันนูนขึ้นมา มือทั้งสองข้างซุกเข้าระหว่างขาและพยายามพลิกตัวหนีเพื่อไม่ให้ยูกิดอะรู้ว่าเขากำลัง ฮีท อยู่  

    “พี่ครับ” มือของยูกิโอะแตะเข้าที่ไหล่ของพี่ชาย รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกสัมผัส “อ๊ะ..” เสียงน่าอายเล็ดลอดออกมาจากปากของเขารินพยายามกลั้นความใคร่ของตนเองเอาไว้ “พี่..” “อย่ามาแตะตัวฉันยูกิโอะออกไปให้ห่างๆเถอะขอร้องล่ะนะ” น้ำเสียงสั่นๆของรินเขาพยายามพูดออกมาโดยที่ระวังไม่ให้กัดลิ้นตัวเอง ผู้เป็นพี่ชายรีบกระเถิบตัวหนีและใช้มือดันตัวเองลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หวังจะรีบไปเปิดประตูและไปปลอดปล่อยมันที่ห้องน้ำแต่ขาท้องสองข้างนั้นอ่อนแรงและด้านชาเกินกว่าที่จะเดินไปตรงนั้นได้เขาล้มลงหัวกระแทกพื้นเข้าอย่างจริง ยูกิโอะถึงต้องกับอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ “พี่ครับ!!!” ร่างสูงโปร่งรีบไปพยุงร่างที่บอบบางตัวเล็กกว่าล้มลงตรงหน้าประตูอุ้มขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงไปส่งที่เตียงนอนของพี่ชาย รินที่ทนฤทธิ์ยาแปลกๆของเมลฟิสโตเอาไว้ไม่ไหวแล้ว  แรงปราถนาความใคร่ล้นทะลักออกมาจากสัญชาติญาณขอความเป็นมนุษย์จนหมดสิ้น รินรุกล้ำเข้าประกบปากจูบที่ริมฝีปากบางเจ้าของร่างสูงสวมแว่นตามือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในสาบเสื้อลูบแผ่นหลังเรียบอย่างโหยหา “อุ๊บ..อึก..พี่ครับ” ยูกิโอะรีบผลักรินออกมาจากตัวทันใดนั้นเองพี่ายตัวน้อยของเขาก็ปล่อยโฮออกมา “ยูกิโอะ...ฉันไม่รู้ทำไมถึงทำแบบนี้กับนายตั้งแต่เมื่อวานที่นายกำลังจูบฉันๆๆ..ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลาทั้งอึดอัดทรมานจะมองหน้าก็ไม่กล้า..” รินปล่อยคำพูดที่อยู่ในใจออกมาจนเกือบจะหมดเปลือกยูกิโอะได้ยินดังนั้นก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเขาตีหน้าเศร้า “แล้วทำไมพี่ถึงไม่บอกกผมตั้งแต่เมื่อวานล่ะ..ว่ามาเลยว่าพี่เกลียดผมว่าพี่ไม่ชอบที่ผมทำแบบนั้นให้ตายเถอะ” ยูกิโอะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายกับการต้องทำความเข้าใจกับนิสัยเข้าใจยากของพี่ชาย


    รินปิดปากเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยคำพูดด้วยเสียงสั่นๆไม่คงที่ออกไป “มะ..ไม่ใช่แบบนั้นนะ ตอนนั้นตอนที่นายจูบฉันที่ฉันผลักออกมาไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจมันแต่.” รินเว้นช่วงคำพูดเขาสูดหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับใบหน้าที่แดงแปร๊ดอยู่แล้วตอนนี้มันแดงเถือกไปถึงคอเลบก็ว่าได้  “เพราะฉันกลัวว่ามันจะหยุดไม่ได้ฉันอยากให้นายจูบฉันอีกหลายๆครั้งและเกรงว่ามันจะเลยเถิดไปยิ่งกว่านั้นและหลังจากนั้นความสัมพันธ์ที่เป็นพี่น้องมันจะเปลี่ยนไ..” “พอเถอะครับพี่หยุดเถอะ” อาการหน้าแดงเหมือนจะกลายเป็นโรคติดต่อไปเสียแล้ว ยูกิโอะกุมหน้าปกปิดความเขินอายเอาไว้ใบหน้าของเขาคงจะแดงไม่แพ้กัน  เขาถอนหายใจอีกครั้งและจูบเข้าที่หน้าผากมนของคนตัวเล็กกว่าความรู้สึกกระวนกระวายมาร้อมกับกลอกตาไปมาพูดด้วยความเขินอายสุดขีดว่า

    “เดิมที..ความสัมพันธ์ของเราก็มากเกินกว่าพี่น้องว่าตั้แต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะครับพี่”  “เอ๊ะ” รินจ้องหน้าหล่อตรงหน้านิ่งไปก่อนที่ยูกิโอะจะโน้มตัวลงจูบแทรกกายขึ้นคร่อมร่างอันผมบางของรินเอาไว้      (ต่อจากนี้ R+)

    ลิ้นร้อนแทรกผ่านซุกไซร้ทั้งโพลงปากซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งที่คนใต้ร่างจะส่งเสียงอื้ออึงประท้วงจึงผลักออกมามือซุกซนไล้ผ่านสัมผัสผิวกายบางริมฝีปากอุ่นประทับรอยเป็นเครื่องหมายตีตราเอาไว้กางเกงหลุดรุ่ยลงไปถึงเข่าสะโพกแอ่นรับแกนกายของผู้เป็นน้องชายตอดรัดเข้าไปติ่งไตสีระเรื่อบนอกบวมเป่งจากการหยอกเย้าด้วยลิ้นที่ดุนดันให้มันตั้งชันเสียงครางกระเซ่าดังออกมาจากริมฝีปากบางถูกกระทำอยู่ใต้เรือนร่างสูงกำลังกอบโกยทุกอย่างจากร่างกายของเขาทั้งลมหายใจ ความบริสุทธิ์ และ หัวใจ ถูกชิงไปจนหมดสิ้น “ยูกิโอะ” “พี่ครับ” ก่อนที่ทั้งสองจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว..คราบราคะแห่งความใคร่สีขาวขุ่นเปรอะเปื้อนหน้าท้องแบนราบของผู้เป็นพี่


    ยูกิโอะรีบจัดการทำธุระต่างๆจนกว่าพวกเขาจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสามกว่าๆ รุ่งเช้าของวันรุ่งขึ้นรินต้องพยายามหอบร่างกายอันอ่อนล้าจากความหนักหน่วงเมื่อคืนนั้นเข้าห้องน้ำกว่าจะลากสังขารไปลงโรงเรียนก็ปาเข้าไปเก้าโมงเช้ายี่สิบนาทีเสียแล้ว จนเมื่อพักเที่ยงที่ถูกชิมะแซวนักแซวหนาว่าเมื่อคืนคงจะจัดหนักมาแน่นอนรินหน้าแดงเถือกเป็นลูกมะเขือเทศแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น


    กว่าจะรู้สาเหตุต้นตอของเมื่อคืนว่าเป็นเพราะอะไรเขาต้องเล่นใช้ดาบไล่ฟันเมลฟิสโตให้หายแค้น


    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น

    ×