เจ้าสาวไร้อันดับ

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1. 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

ตอนที่ 1

 

จ้าชายเฮนริค เมอร์เรย์ซี่ เจ้าชายหนุ่มนักรัก รัชทายาทหนึ่งเดียวของกษัตริย์อัลฟรีย์ กำลังตกอยู่ในวงล้อมของสาวๆ ภายในงานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของราชินีโสรยา พระมารดา ราชินีคู่พระทัยของกษัตริย์แห่งนาดาลซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องจัดเลี้ยงของพระราชวังหลวงอันวิจิตรงดงาม ท่าทางเป็นหนุ่มเจ้าสำราญของพระโอรสหัวแก้วหัวแหวนทำให้เจ้าของงานถอนพระปัสสาสะ

“เป็นอะไรที่รัก ถอนหายใจอยู่หลายรอบ” กษัตริย์อัลฟรีย์ชะโงกพระพักตร์มากระซิบ ในพระหัตถ์ถือแก้วทรงสูงบรรจุแชมเปญสีเหลืองอ่อนนุ่มละมุนตามาสองแก้วก่อนยื่นให้พระชายาสุดที่รัก

ปีนี้กษัตริย์อัลฟรีย์พระชนมายุห้าสิบเก้าพรรษา แม้พระเศียรจะมีเกศาปกคลุมเพียงแค่บางเบา แต่ทว่ายังดูน่าเกรงขาม ด้วยลักษณะการประทับยืน ประทับนั่ง พระขนองตรงผึ่งผาย ดูมีอำนาจให้ผู้คนยำเกรงโดยไม่จำเป็นต้องรับสั่งอะไร เพียงแค่ส่งสายพระเนตรมาเท่านั้นก็ทำให้คนถูกมองตัวสั่นได้

ราชินีโสรยารับแก้วมาถือไว้ในพระหัตถ์ ชนแก้วเบาๆ แล้วบุ้ยพระโอษฐ์ไปหาพระโอรสที่ตอนนี้ถูกเจ้าหญิงของประเทศใดประเทศหนึ่งลากออกไปยังฟลอร์เต้นรำ แสงแฟลชจากนักข่าววูบวาบ ท่ามกลางความไม่พอพระทัยของเจ้าหญิงสมิล่าว่าที่พระคู่หมั้นสาวที่มีศักดิ์เป็นพระญาติห่างๆ

พระหัตถ์เรียวกำแน่นจนพระอังสาสะท้าน พระเนตรวับวาวขณะจับจ้องไปยังว่าที่พระคู่หมั้นหนุ่มที่ไม่เคยสนพระทัยตัวพระองค์เลยและจงใจหักหน้าพระองค์ต่อหน้านักข่าว

“ใจเย็นๆ เพคะเจ้าหญิง” ฮันนี่ พระพี่เลี้ยงคนสนิทแตะข้อพระหัตถ์ขาวเป็นเชิงปราม ต่อหน้านักข่าว เจ้าหญิงอย่างสมิล่าจะเผลอแสดงพระอารมณ์ร้ายกาจออกไปไม่ได้เป็นอันขาด

เบื้องหน้าของราชวงศ์คือความสวยงาม ควรค่าแก่การเคารพศรัทธาของประชาชน แต่เบื้องหลังก็เหมือนปุถุชนทั่วไปที่มีรัก โลภ โกรธ หลง

“เจ้าหญิงอยู่นั่น” นักข่าวคนหนึ่งร้องบอกเพื่อน มีนักข่าวไม่กี่คนในบรรดาสำนักข่าวหลายสำนักทั่วโลกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในงานเลี้ยงหรูหรานี้ได้ เพราะคนที่มาร่วมงานหากไม่ใช่เหล่าเชื้อพระวงศ์จากประเทศต่างๆ ก็ล้วนเป็นคนเด่นคนดังหรือนักการเมืองชั้นผู้ใหญ่

นาดาล เป็นประเทศเล็กๆ ของทวีปยุโรปตะวันตก มีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลีและออสเตรีย ปกครองโดยกษัตริย์อัลฟรีย์ เมอร์เรย์ซี่ที่ 5 ทรงพบรักกับโสรยา หญิงสาวสามัญชนชาวไทยขณะเสด็จไปประพาสที่ประเทศไทย หลังอภิเษกสมรสสองปีก็มีรัชทายาทซึ่งก็คือ เจ้าชายเฮนริค เมอร์เรย์ซี่ ผู้ซึ่งกำลังตกอยู่ในวงล้อมของสาวๆ อีกครั้งโดยไม่ทรงคิดสนพระทัยกับว่าที่พระคู่หมั้นของพระองค์เองว่าจะคิดอย่างไร

“นักข่าวมาแล้ว แย้มสรวลให้กว้างที่สุดนะเพคะ” ฮันนี่กระซิบ เจ้าหญิงสมิล่าจึงต้องแย้มสรวลออกกว้าง สีพระพักตร์ระรื่นแม้ว่าภายในพระหทัยจะเดือดปุดๆ ราวกับใครเอาน้ำร้อนจัดมาราด

เจ้าชายเฮนริคเหยียบย่ำศักดิ์ศรีพระองค์เกินไปแล้ว!

“เจ้าหญิง แย้มสรวลหน่อยเพคะ” นักข่าวทูลขึ้น เจ้าหญิงจึงต้องโพสท่าฉายพระรูปเคียงคู่กับพระสหายคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหญิงจากประเทศทางตะวันออกกลาง

“เจ้าชายเฮนริคล่ะเพคะ วันนี้ยังไม่ได้ฉายพระรูปคู่กันเลย” นักข่าวคนหนึ่งท้วงขึ้นพลางกวาดสายตามองหา เจ้าหญิงตวัดสายพระเนตรมองว่าที่พระคู่หมั้นแวบหนึ่ง

“เขายังสนุกกับเพื่อนอยู่น่ะค่ะ ไม่ได้พบกันนาน”

“แต่ตั้งแต่เข้างานมา เราไม่เห็นทั้งสองพระองค์อยู่ใกล้กันเลย”

“เราเจอกันทุกวันอยู่แล้วนี่คะ ถ้าอยากได้รูปคู่กันก็อดใจรอสักนิดนะคะ นั่นอย่างไร เจ้าชายมาโน่นแล้ว” เจ้าหญิงสมิล่าสาวพระบาทฉับๆ ไปคว้าตัวว่าที่พระคู่หมั้นหนุ่มแล้วชะโงกพระพักตร์ไปกระซิบ “นักข่าวต้องการภาพคู่กันของเรา หวังว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันขายหน้า”

เจ้าชายหนุ่มทรงเดินตามแรงฉุดของว่าที่พระคู่หมั้นสาวมาด้วยสีพระพักตร์ซังกะตาย เบื่อกับการที่ต้องสร้างภาพว่ามีความสุขและรักกันเต็มประดา

ที่จริงสมิล่าก็ไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่จนเกินรับ แต่เพราะเป็นการบังคับพระองค์ถึงได้ตั้งแง่เอากับเธอ

“แย้มสรวลหน่อยสิเพคะเจ้าชาย ขยับเข้ามาใกล้เจ้าหญิงอีกนิด”

“ไม่ให้กอดกันหรือว่าจูบกันเลยล่ะ หนังสือพวกคุณจะได้ขายดี” เจ้าชายประชดขึ้น ฮันนี่ปิดปากตัวเองอย่างตกใจ ในขณะที่เจ้าหญิงสมิล่าพยายามสะกดกลั้นพระอารมณ์ไว้อย่างยากเย็น

“เฮนริค” พระสุรเสียงนั้นเล็ดลอดออกมาจากริมพระโอษฐ์เคลือบลิปสติกสีแดงสดเพียงแผ่วเบา แต่พระเนตรวับวาวเอาเรื่อง ฮันนี่เห็นท่าไม่ได้การณ์จึงกวาดสายตามองหาราชินีโสรยา เมื่อเห็นจึงได้สาวเท้าเข้าไปใกล้ เมื่อนักข่าวเผลอจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งฝ่ายนั้นก็รีบปรี่เข้ามาทันที แย้มสรวลอ่อนหวานแล้วรับสั่งกับพระโอรส

“ไม่สบายก็ไปนั่งพักเถอะเฮนริค”

“ครับ” ยักพระอังสา รับคำแล้วหมุนองค์ออกไปทันที

 เจ้าหญิงสมิล่าทรงทอดพระเนตรตามอย่างขัดพระทัย ราชินีโสรยาจึงหันมาหาว่าที่พระสุณิสาของราชวงศ์ก่อนรับสั่งขึ้น

“เขาไม่สบายนิดหน่อยจ้ะ ต้องขอโทษนักข่าวทุกคนด้วยนะจ๊ะ” ประโยคสุดท้ายหันมาหานักข่าวที่มองหาจุดจับผิดตาเป็นมัน

“ไม่เป็นไรเพคะ พวกเราเข้าใจ”

“จริงด้วยสิเพคะท่านป้า หลานลืมไป” เจ้าหญิงสมิล่ารับช่วงต่อ พยายามท่องไว้ว่านี่เป็นหน้าที่ที่พระองค์จะต้องทำ หากไม่เพราะเจ้าชายเฮนริคเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งของนาดาล พระองค์ไม่มีทางยอมทนอยู่อย่างนี้ ตั้งแต่ผู้ใหญ่คิดจะให้หมั้นหมายกัน เจ้าชายเฮนริคไม่เคยให้ความสนพระทัยกับพระองค์เลย

ข่าวคราวฉาวโฉ่ของว่าที่พระคู่หมั้นกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาพลอยดึงพระองค์ให้ด่างพร้อยไปด้วย ทำไมพระองค์จะไม่รู้ว่าถูกนินทาว่าร้ายอย่างไรบ้าง ในยามที่เจ้าชายเฮนริคมีข่าวควงกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ทั้งที่มีพระองค์อยู่ทั้งคน ตั้งแต่เล็กจนโต เจ้าชายเฮนริคกับพระองค์ไม่เคยพูดคุยกันได้เกินสามคำ

หึก็แค่เจ้าชายลูกครึ่งที่มีสายพระโลหิตบริสุทธิ์เพียงแค่ครึ่งเดียว

“อย่างนั้นถ่ายรูปเรากับว่าที่สะใภ้ก็คงพอนะจ๊ะ” ราชินีโสรยารับสั่งกับนักข่าวแล้วดึงตัวเจ้าหญิงสมิล่ามาชิด สองหญิงต่างวัยแย้มสรวลให้กล้อง ในขณะที่เจ้าชายเฮนริคเบ้พระโอษฐ์  ก่อนเสด็จออกมานอกห้องจัดเลี้ยงด้วยความเหนื่อยหน่ายกับชีวิตที่วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ

ชีวิตเจ้าชายสูงศักดิ์ใครว่าน่ารื่นรมย์ เพราะต้องถูกเข้มงวดกวดขันมาตั้งแต่เด็ก จะใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนวัยรุ่นทั่วไปก็ไม่ได้

ทรงจบหลักสูตรทางการทหารจากประเทศฝรั่งเศส จบทางด้านกฎหมายจากประเทศอังกฤษด้วยผลการเรียนดีเยี่ยม มีความรู้หลากหลายภาษา ชีวิตวัยรุ่นจึงถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

หลังเรียนจบทุกหลักสูตรตามที่พระบิดาต้องการ พระองค์ก็ขอหาความสุขให้กับองค์เองบ้าง ด้วยการคบหากับผู้หญิงสาวสวยในวงสังคม ไม่ว่าจะเป็นดารา นางแบบหรือแม้แต่เจ้าหญิงของประเทศใกล้เคียง แต่ทว่าทำตัวเป็นเจ้าชายเจ้าสำราญได้ไม่นานพระมารดาก็หาห่วงมาผูกคอ

สมิล่า

พระญาติห่างๆ พระธิดาองค์เล็กของพระภราดร เห็นกันมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แถมยังเป็นคู่กัดกันมากกว่า จู่ๆ พระมารดาก็บีบบังคับด้วยการให้หมั้นหมายกัน ด้วยเหตุผลว่า

ตัวพระองค์เองเป็นลูกครึ่ง มีสายพระโลหิตของนาดาลแค่ครึ่งเดียว เพราะนอกจากพระมารดาจะเป็นเพียงแค่หญิงสามัญชนแล้วก็ยังเป็นหญิงต่างชาติ ทำให้พระองค์เป็นรัชทายาทที่ไม่ได้รับการสนับสนุนเต็มร้อย มีประชาชนและผู้นำประเทศแบ่งเป็นสองฝ่าย

 ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับการเป็นรัชทายาทของพระองค์ แต่อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนเจ้าชายมาติน พระเชษฐาของเจ้าหญิงสมิล่า แม้ว่าจะเป็นพระญาติเพียงห่างๆ แต่เพราะไม่มีเชื้อพระวงศ์สายตรงที่ไหนอีกแล้ว เหลือเพียงพระองค์กับเจ้าชายมาตินที่สามารถครองบัลลังก์ต่อจากกษัตริย์อัลฟรีย์ได้ และเพื่อรักษาเกียรติยศและเรียกคะแนนนิยมให้กลับคืนมา เจ้าชายเฮนริคจึงจำเป็นต้องรักษาภาพพจน์ให้ดี แต่ทว่าพระองค์กลับสร้างแต่ข่าวคราวฉาวๆ เรื่องผู้หญิง นอกจากเจ้าชายเจ้าสำราญ อีกหนึ่งฉายาก็คือเจ้าชายนักรัก คาสโนว่าแห่งนาดาล

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ราชินีโสรยาจำเป็นจะต้องให้พระโอรสอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงสมิล่า เจ้าหญิงผู้มีสายพระโลหิตของนาดาลเต็มร้อย ไม่เคยมีข่าวเสียหายด่างพร้อยและมีคุณสมบัติคู่ควรกับการเป็นราชินีเคียงคู่กับเจ้าชายเฮนริค

“เสด็จมาทำอะไรตรงนี้คนเดียวเพคะ เจ้าชาย” สุรเสียงหวานใสของใครคนหนึ่งดังขึ้น ไม่จำเป็นต้องหันพระพักตร์มาก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นน้ำหอมฉุนจัดจนแทบทำให้แมลงที่บินมาไต่ตอมสวนดอกทิวลิปจามได้แบบนี้มีแค่คนเดียว เจนนิเฟอร์ เจ้าหญิงของประเทศหนึ่งในเอเชียที่เรียนโรงเรียนเดียวกับพระองค์เมื่อตอนมัธยมและบังเอิญได้พบกันอีกครั้งตอนพระองค์เสด็จประพาสฝรั่งเศส เธอจึงได้รับเชิญมางานนี้ด้วย

“เจน คุณเองก็มาเงียบๆ เหมือนกัน”

“ใครว่าฉันมาเงียบๆ ล่ะ เดินเหยียบใบไม้มาตั้งหลายใบ แต่เพราะเจ้าชายมัวแต่เหม่อลอยเองต่างหาก เลยไม่ได้ยิน” เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์ขยับเข้ามาใกล้ พระหัตถ์วางทาบไปบนพระอุระแกร่งภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีราคาแพงที่สั่งตัดโดยตรงจากช่างชาวฝรั่งเศสฝีมือเยี่ยม

“ผมไม่ได้ยิน แต่ผมได้กลิ่น” เจ้าชายรับสั่ง พระเนตรสีมะฮอกกานีเลิกขึ้นสูง ริมพระโอษฐ์ที่คลี่รอยแย้มสรวลน้อยๆ เผยลักยิ้มบุ๋มสองข้างพระปราง ทำให้ดูเป็นเจ้าชายทรงเสน่ห์ที่สุดตั้งแต่เธอเคยเห็นมา

“กลิ่นไกลๆ มันจะไปรู้อะไรเล่า มันต้องใกล้ๆ แบบนี้” เจ้าหญิงแห่งซานเดียร์เอื้อมพระหัตถ์เรียวโอบรอบพระศอเจ้าชายนักรักเอาไว้ ริมพระโอษฐ์เคลือบสีแดงสดเผยอปรืออย่างเชิญชวนเต็มที่

“ไม่มีปัญหา” เจ้าชายหนุ่มสนองตอบคำเชิญชวนแบบไม่ให้เสียชื่อคาสโนว่านักรักแห่งนาดาลด้วยการฉกริมพระโอษฐ์เข้าหาริมพระโอษฐ์เคลือบสีสวยเชื้อเชิญ บดขยี้รุนแรง เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์เองก็ตอบสนองอย่างถึงพริกถึงขิงด้วยการตวัดพระชิวหาพัวพันดูดดึงขบเม้ม หัตถ์แกร่งนาบมาบนแผ่นพระขนองเปลือยเปล่า เพราะชุดราตรีเป็นแบบเว้าหลังโนบรา ทำให้หน้าถันอวบใหญ่เบียดเสียดกับเสื้อสูท ของพระองค์จนก่อให้เกิดแรงเสียดสีร้อนฉ่า

“เจ้าชาย” เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์หลุดเสียงครางผะแผ่ว เมื่อพระหัตถ์หนาเลื่อนลงต่ำบีบเคล้นพระโสณีผายหนักหน่วง แล้วซุกพระนาสิกลงกับซอกพระศอหอมกรุ่นไปด้วยน้ำหอมราคาแพงลิ่วที่หลอมรวมดอกไม้นานาชนิดมาลงในขวดเดียว

“ไปต่อกันเถอะ” เจ้าชายรับสั่งชวนง่ายๆ คนฟังพยักพระพักตร์รับด้วยความเต็มพระทัย แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็วูบวาบเข้าพระเนตร ส่งผลให้สองร่างกระเด้งออกจากกันในทันที

“นั่นมันเจ้าหญิงเจนนิเฟอร์แห่งซานเดียร์นี่นา”

“ถ่ายเร็วๆ” เสียงนักข่าวดังขึ้น

เจ้าชายหนุ่มพระเนตรวาว เบื่อที่จะต้องทนถูกคุกคามความเป็นส่วนพระองค์ เจ้าพวกนี้ควรจะโดนอะไรที่ทำให้เข็ดหลาบเสียบ้าง

ไวเท่าความคิด เจ้าชายสาวพระบาทเข้าหา ตวัดสองพระหัตถ์รวบคอเสื้อเจ้านักข่าวตาไวที่สอดรู้สอดเห็นเรื่องพระองค์แล้วยังไม่พอ ยังเรียกคนอื่นๆ มาด้วยอีก

“เอากล้องมา” พระองค์ตะคอก ดวงพระเนตรวาววับน่ากลัว

“ไม่ได้หรอกครับเจ้าชาย นี่มันเป็นงานของผม” นักข่าวเสียงสั่น ทั้งกลัวทั้งตกใจ แต่ก็อยากได้ข่าว และภาพที่เจ้าชายเฮนริคแห่งนาดาลทำกิริยาข่มขู่นักข่าวก็ถูกกล้องตัวอื่นบันทึกเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

เสียงเอะอะวุ่นวายทำให้หลายคนเดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยง ราชินีโสรยาทำท่าจะประชวรพระวาโยให้ได้กับภาพที่เห็น เช่นเดียวกับเจ้าหญิงสมิล่าที่สูดพระอัสสาสะลึกจนสุดเพื่อระงับพระอารมณ์ขุ่นมัว ว่าที่พระคู่หมั้นบังอาจพลอดรักกับผู้หญิงอื่นในสวน

“พระทัยเย็นๆ นะเพคะ” ฮันนี่บีบพระหัตถ์เป็นเชิงเตือน

“นี่เรายังเย็นไม่พออีกหรือฮันนี่ มีใครที่ใจเย็นได้เท่าเรา” เจ้าหญิงตวัดสายพระเนตรมองไปยังว่าที่พระคู่หมั้นหนุ่ม ที่ตอนนี้พระดำเนินฉับๆ ออกไปจากสวนดอกทิวลิปผ่านหน้าทุกคนออกไป พระพักตร์หล่อเหลาบูดบึ้ง ไม่รับสั่งกับใครอีก

ในขณะที่เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์เองก็หลีกไปอีกทางด้วยความอับอาย แต่เมื่อเดินผ่านพระพักตร์ผู้เป็นว่าที่พระคู่หมั้นของเจ้าชายเฮนริคก็ตวัดรอยแย้มสรวลเย้ยหยันส่งมาให้ ขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงแผ่ว

“เสียใจด้วยนะคะเจ้าหญิง”

“เรื่องอะไร” เจ้าหญิงสมิล่าสุรเสียงห้วน พยายามระงับพระทัย เพราะอยู่ต่อหน้านักข่าว ถ้าหากไม่ต้องรักษาภาพพจน์ละก็ พระองค์จะตบแม่นี่ให้หน้าหัน

“ก็เรื่องที่เจ้าชายสนใจฉันมากกว่าว่าที่พระคู่หมั้นนะสิคะ”

“แก

“จุ๊ๆ อย่าหยาบคายสิคะ เดี๋ยวนักข่าวได้ยินเอานะ” เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์บุ้ยพระโอษฐ์ไปหานักข่าวที่ตอนนี้วิ่งมาทางนี้กันทั้งขบวน เมื่อมาถึงก็ยิงคำถามทันที

“เจ้าหญิงเจนจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรคะ”

“เจ้าหญิงสมิล่าละเพคะ จะถึงขั้นแตกหักกับเจ้าชายเลยหรือเปล่า”

“จะถึงขั้นล้มเลิกหมั้นเลยไหมเพคะ”

หลากหลายคำถามที่ประเดประดังเข้ามาหาทำให้เจ้าหญิงผู้เย่อหยิ่งอย่างเจ้าหญิงสมิล่าไม่สบพระอารมณ์ หากไม่เพราะมีฮันนี่คอยกระซิบเตือน พระองค์คงได้ตวาดพวกมันไปแล้วที่บังอาจมาตั้งคำถามเอากับเจ้าหญิงอย่างพระองค์ หากเป็นสมัยก่อนที่ประเทศนาดาลปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พวกมันคงไม่กล้า

แต่นี่!

ตั้งแต่ประเทศนี้เปลี่ยนการปกครอง ตำแหน่งของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ก็เหมือนกับเครื่องประดับของประเทศ ไม่ได้รับความเคารพเท่าที่ควรจะเป็น

“แค่ของเล่นผู้ชาย เราไม่สนใจหรอก ขอตัว” เจ้าหญิงสมิล่าตอบคำถามได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ พระองค์ไม่อาจเสแสร้งฝืนแย้มสรวลต่อพระพักตร์นักข่าวได้อีก จึงสะบัดพระพักตร์หนีแล้วเสด็จออกไป

“เจ้าหญิง รอหม่อมฉันด้วย” ฮันนี่รีบสาวเท้าตาม

เจ้าหญิงแห่งซานเดียร์แสยะรอยแย้มสรวลตามหลัง จากนั้นจึงหันมาแย้มสรวลต่อให้นักข่าว แล้วบีบน้ำพระเนตรตามมาด้วยสุรเสียงสะอื้นจนพระอังสาสะท้าน

“ฉันมาอธิบายความจริงให้เจ้าหญิงสมิล่าทราบน่ะค่ะ พระองค์กำลังเข้าพระทัยผิด”

“แต่ภาพที่เห็น เจ้าหญิงเจนจะอธิบายว่าอย่างไรคะ” นักข่าวเริ่มต้นคำถาม แต่เจนนิเฟอร์ เจ้าหญิงผู้เจนสังคมกลับแย้มสรวลตีพระพักตร์ซื่อ

“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ ฉันกับเจ้าชายเราเป็นเพื่อนกันเท่านั้นเองนะคะ เราแค่ทักทายกันตามธรรมดาตามประสาคนรู้จัก”

“แต่นั่นถึงกับจูบ

“ตามธรรมดาของการทักทายนี่คะ ไม่เห็นแปลก” เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์ยักพระอังสะ “ฉันอธิบายให้เจ้าหญิงสมิล่าฟังแล้วล่ะค่ะ พระองค์เข้าใจดี พวกคุณอย่าเขียนข่าวเรื่องนี้เลยนะ”

“ค่ะ” นักข่าวรับปาก แต่พระองค์รู้ดีว่าพรุ่งนี้ข่าวนี้จะต้องได้ขึ้นพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของที่นี่แน่ และบางทีอาจจะแถมท้ายด้วยหนังสือพิมพ์ประเทศต่างๆ ทั่วโลก คราวนี้ไม่ทะเลาะกันถึงขั้นล้มเลิกงานหมั้นก็ให้มันรู้ไป

ถอนหมั้นแล้วพระองค์นี่แหละจะเป็นคนเสียบแทนเอง

 

 

พียงแค่รุ่งขึ้น ข่าวพาดหัวร้อนๆ ใต้ภาพจุมพิตดูดดื่มระหว่างเจ้าชายเฮนริคกับเจ้าหญิงแห่งซานเดียร์ก็กระฉ่อนไปทั่วทั้งเมือง และเพราะข่าวนี้ทำให้พระองค์ถูกเรียกพบเป็นการด่วน

“คราวนี้นักข่าวเขียนเสียหายหนักกว่าคราวที่แล้วอีก ฉาวโฉ่ไม่เลิกนะเฮนริค” ราชินีโสรยาชี้พระดรรชนีเรียวไปบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ แต่คนเป็นข่าวยักพระอังสา

“แม่น่าจะชิน”

“แม่ไม่ชินง่ายๆ หรอกนะเฮนริค เมื่อไรจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เลิกทำตัวเสเพลแบบนี้สักที” อดบ่นขึ้นไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้พระโอรสจะโตเป็นหนุ่ม และมีตำแหน่งเป็นถึงรัชทายาท ที่ในอนาคตจะได้นั่งบัลลังก์แทนกษัตริย์อัลฟรีย์ ผู้เป็นพระบิดาก็ตาม

“แค่เรื่องเดียวน่าแม่” เจ้าชายหย่อนพระโสณีลงประทับนั่งบนโซฟา แล้วหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน ภาพนั้นนอกจากไม่ทำให้พระองค์ทุกข์ร้อน รอยแย้มสรวลขำขันยังปรากฏขึ้น

ดีจะทำทุกอย่างให้เจ้าหญิงสมิล่าโกรธ โกรธจนถอนหมั้นไปเลยยิ่งดี

“แม่จะให้ลูกแต่งงานกับสมิล่าให้เร็วที่สุด” ประโยคนี้ทำให้เจ้าชายหนุ่มทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากโซฟาตัวสวยปักดิ้นทองออกแบบโดยนักออกแบบลือชื่อจากฝรั่งเศส เป็นแบบยุคเรอเนสซองซ์นั้นในทันที พร้อมกันนั้นก็ส่ายพระพักตร์ดิก ปฏิเสธสุรเสียงแข็ง

“ไม่มีทาง”

“หุบปากเสียเฮนริค อย่าคิดว่าโตแล้วและเป็นถึงรัชทายาท แม่จะไม่กล้าว่านะ”

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ต่อให้ผมเป็นรัชทายาทหรือเป็นกษัตริย์ ผมก็เป็นลูกแม่ แต่ผมยังไม่อยากแต่งงาน โดยเฉพาะกับเจ้าหญิงสมิล่า” พระองค์ยืนกราน

“สมิล่าไม่ดีอย่างไร ไม่มีข้อเสียอะไรสักอย่าง” ราชินีโสรยาสงสัย จะว่าไปเจ้าหญิงสมิล่าสวยมากกว่าคู่ควงหลายคนที่ผ่านมาของเจ้าชายเฮนริคด้วยซ้ำ

“มีสิ”

“อะไร”

“เพราะผมไม่ชอบเธอ” พระองค์ตอบสั้นๆ แต่ทว่าได้ใจความ

“แล้วชอบใคร เจ้าหญิงเจนนิเฟอร์อย่างนั้นหรือ”ราชินีโสรยารับสั่งย้อนถาม หากเป็นเจ้าหญิงแห่งซานเดียร์ก็ยังดีกว่าแม่พวกดารานางแบบนั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าเจ้าหญิงสมิล่าอยู่นั่นเอง แล้วยังเป็นญาติกันด้วยอย่างนี้ อย่างไรเจ้าชายรัชทายาทก็ไม่มีทางบิดพลิ้ว เพราะหากเป็นคนล้มเลิกการหมั้นหมายทั้งที่มีข่าวออกมาเป็นระลอกมาหลายปี คะแนนนิยมของเจ้าชายรัชทายาทจะตกฮวบทันทีและคนที่จะถูกเห็นใจมากกว่าใครก็คือเจ้าหญิงสมิล่า และท้ายสุดเจ้าชายมาติน ก็จะยิ่งได้รับความเห็นใจจากประชาชน เพราะเป็นพระเชษฐาของเจ้าหญิงสมิล่า

“เปล๊า”

“โล่งอกไปที เพราะแม่ไม่ชอบเจ้าหญิงซานเดียร์คนนี้สักเท่าไร สวยแต่เปรี้ยวไปหน่อย” ราชินีโสรยาถอนพระปัสสาสะด้วยความโล่งพระทัย

“พูดอย่างกับว่าถ้าผมหาเจ้าหญิงสักคนมาได้ แม่จะยอมรับ”

“ไม่” ราชินีโสรยายืนยันหนักแน่น พระเนตรเรียวเล็กหรี่มองพระโอรส “ไม่มีใครเหมาะสมกับลูกอีกแล้ว นอกจากสมิล่า”

“งั้นป่วยการที่เราจะพูดกัน” พระองค์ส่ายพระพักตร์แล้วพระดำเนินตัวตรงออกไปจนถึงพระทวารทรงสูงโค้ง แกะสลักลวดลายวิจิตร ด้านนอกกรุด้วยกระจกสีเงินสะท้อนกับโคมไฟแก้วเจียระไนดูแวววาวประดุจห้องทั้งห้องทำจากแก้ว ทุกอย่างในราชวังล้วนหรูหรา แต่น่าแปลกที่พระองค์ไม่ยินดียินร้ายเลยซักนิด

เป็นไปได้พระองค์อยากให้พระบิดากับพระมารดาเป็นคนธรรมดาสามัญ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องถูกกดดันไปทุกอย่าง แม้แต่การเสวย จะเสด็จไปไหนมาไหนกับใคร ล้วนถูกจับตามองจากนักข่าวหรือปาปารัสซี่ อยากจะรักใครก็ทำไม่ได้อย่างใจ ชีวิตแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น