คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Colin Farrell x Newt Scamander] Be with you

โดย SaRa_PAO

อยู่ๆ โคลินก็ไปโผล่ในหนังเรื่อง Fantastic Beasts เฮ้ย มาได้ไงฟะ!

ยอดวิวรวม

545

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


545

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ก.พ. 60 / 16:49 น.
นิยาย [Colin Farrell x Newt Scamander] Be with you [Colin Farrell x Newt Scamander] Be with you | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
I wanna  be with you



อยู่ๆ โคลิน ฟาร์เรลก็มาโผล่ในเรื่อง Fantastic Beasts
แถมยังเจอนิวท์ตัวเป็นๆ อีก! นี่มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่

ร่วมสนุกกับ FB weekly หัวข้อ "Cupid"
เรื่องนี้เป็นคู่ Colin x Newt ค่ะ (/ _ \)
SaRa_PAO
  CR.SQW
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.พ. 60 / 16:49


Title: Be with you

Pairing: COLIN FARRELL x NEWT SCAMANDER

Author: SaRa_PAO

Genre: Romantic-Comedy

Rate: PG

Note: ร่วมสนุกกับ FB Weekly หัวข้อ ”Cupid” ค่ะ

 


โคลิน ฟาร์เรลควรจะตกใจดีไหมที่อยู่ๆ ก็โผล่มาในกองถ่ายทำหนังสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่

เขาจำได้ว่าหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกำลังจะล้มตัวลงนอน อยู่ๆ ก็ถูกหลุมดำที่มาได้ไงไม่รู้ดูดเข้าไปด้วยแรงมหาศาล แล้วก็แวบมาโผล่อยู่ที่กองถ่ายหนังที่เพิ่งออกจากโรงไปได้ไม่นาน

โคลินตั้งสติ เขามองไปรอบตัวเพื่อหาทีมงานหรือใครก็ได้ที่พอจะช่วยเขาได้ อย่างน้อยให้ยืมเงินสักนิดเพื่อเป็นค่ารถกลับบ้านก็ยังดี เขาเดินหาเหล่าทีมงาน ทั้งสต๊าฟและนักแสดงตามที่คิดไว้ ก่อนสายตาจะป๊ะเข้ากับเอ็ดดี้ เรย์แมน...เพื่อนนักแสดงสัญชาติอังกฤษ...ในชุดของนิวท์ สคามันเดอร์

ลัคกี้ โคลินคิดในใจ เริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่ายังมีเรื่องดีๆ ในวันที่ซวยสุดขีดอยู่ เขาตรงเข้าไปหาเอ็ดดี้ที่เดินถือกระเป๋าหนังของนิวท์ไปหยุดอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับ

“ไงเอ็ด” โคลินเอ่ยทักคนตัวเล็กอย่างเป็นกันเอง “คือมันมีเรื่องนิดหน่อยเลยทำให้ฉันมาโผล่อยู่ที่นี่น่ะ แบบ จะเล่าไงดีล่ะ คือมันโคตรเหลือเชื่อเลย นายอาจจะไม่เชื่อก็ได้แต่ว่างี้นะ...”

เอ็ดดี้ไม่หันมาสนใจเลย โคลินทำตาปริบๆ มองคนตรงหน้าที่ก้มๆ เงยๆ ตรงหน้ากระจกอย่างกับหาอะไรอยู่ โคลินลองทักอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เขาสะกิดเรียกเอ็ดดี้

“เฮ้ ได้ยินที่ฉันพูดมั้ยเอ็ดดี้” แล้วคว้าต้นแขนเล็กให้หันมาหากัน ทันใดนั้นก็โดนหมัดหนักๆ สวนเข้าเต็มแก้ม “โอ้ย! อะไรของนายวะ!

“คุณเป็นใครน่ะ” เสียงแหบเสน่ห์เอ่ยถามพร้อมออกไปยืนให้ห่างอยู่มาก ใบหน้าตื่นตูมทีเดียว

“มาทำตลกอะไรของนาย ฉันไม่ขำนะเฟ้ย อยู่ๆ ก็ต่อยมาได้ เจ็บชะมัด

“ผมต่างหากที่ไม่ตลกกับคุณ อยู่ๆ ก็มาโวยวายแล้วจับเนื้อต้องตัวผมแบบนี้ เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ” เอ็ดดี้หยุดพูดพร้อมเดินเข้ามาใกล้ ยื่นหน้ามาสำรวจกัน จ้องอยู่นานก็ผละไปร้องเรียก “คุณเกรฟส์ไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ที่ไหนล่ะ” โคลินรีบตอบ มองเอ็ดดี้ที่เริ่มทำอารมณ์เสียซะแล้ว “ฉันโคลิน ถึงจะรับบทเพอร์ซิวัล เกรฟส์ก็เถอะ แต่ตอนนี้เลิกงานแล้ว เลิกมาหลายเดือนแล้วเฟ้ย” แต่มิวายรับมุกอีกฝ่ายอย่างที่ชอบทำ

“โคลิน? ใครน่ะ รับบทเหรอ คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ” เอ็ดดี้ถาม แต่ยังไม่ทันที่โคลินจะได้ตอบ เสียงข้าวของหล่นเสียหายก็ดังมาจากในร้านขายเครื่องประดับ เอ็ดดี้หันไปมองตาโต สบถ “เจ้าหนูนั่น”

“หนู? หนูที่ไหนทำเสียงของหล่นดังโครมใหญ่อย่างกับระเบิดลง” โคลินแขวะ เขาเอื้อมมือจะไปคว้าตัวเอ็ดดี้ให้อยู่อธิบายเรื่องทั้งหมดให้เข้าใจ แต่อีกฝ่ายกลับหยิบไม้กายสิทธิ์แล้วหายแวบเข้าไปในร้าน

โคลินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลางคืนของมหานครนิวยอร์ค สายลมหนาวที่พัดผ่านไปไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย กลับกัน มันตอกย้ำให้เขารับรู้ได้ถึงความเดียวดายและเรื่องร้ายอะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิต

เมื่อกี้เอ็ดดี้...หายตัว งั้นเหรอ?

 

โคลินเข่าอ่อนแทบทรุดไปนั่งกับพื้น เขายังคงอยู่หน้าร้านขายเครื่องประดับซึ่งเป็นหนึ่งในฉากของหนังเรื่องนี้ มันอดช็อกไม่ได้เมื่อเห็นเอ็ดดี้หายตัวด้วยเทคนิคพิเศษบางอย่างเข้าไปในร้านตรงหน้า แถมกลับออกมาพร้อมนิฟเฟอร์ซึ่งดิ้นดุ๊กดิ๊กเพื่อให้หลุดจากมือของเอ็ดดี้

“เลิกซนเสียทีน่า” เอ็ดดี้เอ็ดนิฟเฟอร์ แต่เดี๋ยวนะ นิฟเฟอร์จะมีตัวตนจริงได้ยังไงในเมื่อมันเป็นสัตว์ในจินตนาการของเจ เค โรลลิ่ง “กลับเข้ากระเป๋าไปเลย”

เอ็ดดี้วางกระเป๋าของนิวท์ลงบนพื้นแล้วเปิดมัน ก่อนหย่อนนิฟเฟอร์ลงไปในนั้นแล้วปิดดังเดิม จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบกระเป๋ามาถือใหม่อีกรอบ

โคลินถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเป็นจริงกำลังเป็นจริงต่อหน้า เขาอ้าปากค้างจนกรามแทบยานติดพื้น ก่อนมันจะกลับไปปิดสนิทเมื่อเอ็ดดี้เดินเข้ามาหา สีหน้าบึ้งตึงและดูดื้อรั้นผิดจากทุกที โคลินไม่คิดว่าเอ็ดดี้จะเป็นพวกดื้อเงียบหรอกนะ หมอนั่นเป็นคนตลกแบบน่ารักๆ จะตายไป

“สัตว์พวกนี้ไม่อันตรายนะครับ คุณเกรฟส์” เอ็ดดี้บอก นี่ก็เรียกคุณเกรฟส์จัง อะไรจะอินบทขนาดนั้น “ถึงนิฟเฟอร์จะซนแต่ว่าเขาไม่มีพิษไม่มีภัย ผมยืนยันได้”

“ฉันบอกนายแล้วว่าฉันชื่อโคลิน โคลิน ฟาร์เรลเฟ้ย!” โคลินย้ำ ยื่นหน้าไปแนะนำตัวใกล้ใบหน้าหวานราวกับเด็กผู้หญิง เอ็ดดี้ผละถอยไปเล็กน้อยแต่ยังคงจ้องตากันอยู่ “ฉันรู้ว่านายอินกับบทมาก แต่ตอนนี้กองถ่ายเลิกแล้ว ถึงฉันจะงงว่าทำไมตัวเองมาโผล่อยู่ที่กองถ่ายก็เถอะ แต่นี่ไม่ใช่กองถ่ายนะเฟ้ย

“กองถ่าย? มันคืออะไร” เอ็ดดี้เอียงคอถาม ตาแป๋วแหววน่ารักสุดๆ มะ...ไม่ดีต่อใจเลยจริงๆ “จะยังไงก็ตาม ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าสัตว์ของผมไม่มีวันทำร้ายใคร แล้วที่ผมกลับมาที่อเมริกาก็เพราะมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย” เอ็ดดี้พูดจบก็เงียบ แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงพูดต่อ เห็นทีน่าบอกว่าคุณกลับมาเป็นคนเดิมแล้ว”

ประโยคหลังเอ็ดดี้แอบช้อนตาขึ้นมอง โคลินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่มันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเสียจนเขานึกว่าแก้วหูจะระเบิดเสียแล้ว โคลินเขินจนไม่กล้าสู้หน้าเอ็ดดี้ รีบหมุนไปยืนค้อมตัวเพื่อเอามือกุมหัวใจ และซ่อนท่าทางน่าอาย

“คุณเกรฟส์?”

“เลิกเรียกฉันแบบนั้นเสียที” โคลินพูดเสียงแข็ง ทั้งไม่พอใจแบบไม่มีสาเหตุ ทั้งหงุดหงิด ทั้งเขินกับท่าทางน่าปล้ำ เอ้ย น่ารักนั่น “ฉันบอกว่าฉันชื่อโคลินไง”

“แต่คุณหน้าเหมือนคุณเกรฟส์ พี่น้องเหรอ?

“ไม่ใช่! ฉันรับบทเป็นหมอนั่นต่างหาก” โคลินหันไปบอกเอ็ดดี้ เขม่นตาใส่คนที่ยืนเอ๋อกินแต่ก็ยังน่ารัก

“รับบทเหรอครับ” เอ็ดดี้ทำท่าคิดอะไรสักพักก็อ้าปากหวอ หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาถือ “ริเวลิโอ!

เอ็ดดี้ร่ายคาถาเผยตัวตนจบก็เกิดแสงสีขาวขึ้นก่อนหายวับไป โคลินไม่เป็นอะไร แน่ล่ะ ก็นี่เขาตัวจริง เอ็ดดี้งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามจะร่ายคาถาใหม่อีกครั้งแต่ก็โดนเขาคว้าเข้ามาจูบเสียก่อน

ราวกับโลกหยุดหมุนในทันที ราวกับเวลาที่มีถูกทำให้หยุดลง โคลินกระชับต้นคอของคนตัวผอมสูงให้แนบริมฝีปากลงกับริมฝีปากของเขา จูบนี้มันเต็มไปด้วยความงุนงง แม้โคลินจะเข้าไปเก็บเกี่ยวความหอมหวานภายในโพรงปากนุ่มได้ แต่มันก็ไม่ชวนให้รู้สึกวาบหวามแต่อย่างใด

พักใหญ่เอ็ดดี้ก็ผลักเขาออก ประเคนหมัดหนักๆ ลงมาบนแก้มของเขาแล้วสะบัดตัวเดินหนีไป

“เฮ้! เดี๋ยวสิ!

โคลินตะโกนเรียก รีบวิ่งตามคนตัวผอมบางไปทันที

มาให้ฉันรับผิดชอบนายก่อนสิ เจ้าหนูเอ็ดดี้

 

“ผมไม่ได้ชื่อเอ็ดดี้ เรย์แมน ผมชื่อนิวท์ สคามันเดอร์

โคลินนั่งตาค้างด้วยความตกใจเมื่อโดนเอ็ดดี้ตะคอกใส่หน้า เขาวิ่งตามเอ็ดดี้มาจนถึงหน้าร้านขายขนมปังของเจค็อบ เขาจำฉากนี้ได้จากในหนังเรื่องนี้นี่แหละ มันเป็นร้านขนมปังที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ภายในนั้นมีขนมปังรูปร่างหน้าตาประหลาดๆ เต็มไปหมด พอเขาวิ่งมาถึงหน้าร้านของเจค็อบ เอ็ดดี้ก็หันมาตะคอกใส่ (เขาตะโกนเรียกเอ็ดดี้ให้หยุดน่ะ)

ใบหน้าหวานบูดบึ้งเป็นแมวโดนงดอาหาร เขาชินเสียแล้วกับใบหน้าบูดบึ้งแบบนี้ เห็นบ่อยมากเวลาอยู่ด้วยกัน ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันชวนให้อยากแกล้งมากกว่าอยากขอโทษ

“นี่นายจะอินบทบาทไปถึงไหนเนี่ย” เอ็ดดี้ทำหน้าห๊ะ? “เลิกเล่นเถอะน่า”

“ผมไม่ได้อินบทบาทอะไรทั้งนั้น คุณนั่นแหละเลิกเล่นได้แล้ว คุณเกรฟส์”

“ก็บอกว่าไม่ใช่คุณเกรฟส์”

“ผมก็ไม่ใช่เอ็ดดี้เหมือนกัน”

หลังเอ็ดดี้พูดจบ ความเงียบก็เข้ามปกคลุมพื้นที่ โคลินเริ่มจะเชื่อเสียแล้วว่าเขาหลุดเข้ามาในมิติประหลาดๆ เจอคนประหลาดๆ และเรื่องประหลาดๆ ที่ยิ่งกว่าความฝันเสียอีก

ทำไมถึงมั่นใจว่าไม่ใช่ฝันน่ะเหรอ มาลองโดนต่อยสักสามสี่รอบดูมั้ยล่ะ

“โอเค” โคลินเริ่มหมดความอดทน เขาอยากกลับบ้านใจจะขาด อยากตื่นจากฝันบ้าๆ นี่ด้วย “นายไม่ใช่เอ็ดดี้ เรย์แมน แต่คือนิวท์ สคามันเดอร์ตัวจริงเสียงจริง?” เอ็ดดี้ ไม่สิ นิวท์พยักหน้ารับ “ในขณะที่ฉันก็ไม่ใช่เพอร์ซิลวัล เกรฟส์ แต่คือโคลิน ฟาร์เรล”

“แต่คุณกับคุณเกรฟส์...”

“หน้าเหมือนกัน ใช่ ไม่แปลกหรอก” โคลินหัวเราะแห้งๆ จ้องนิวท์เพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าหมอนี่ไม่ใช่เอ็ดดี้ที่ตีบทแตกเพื่อหลอกเขา “นายคงไม่ได้แกล้งฉันด้วยเทคนิคพิเศษอะไรอยู่ใช่มั้ย”

“ผมไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้นนะ” นิวท์ว่า ถอนใจเฮือกใหญ่ “ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย

“ฉันสิที่ต้องถาม” โคลินตอกกลับ “อยู่ๆ ก็โดนหลุมอากาศอะไรบางอย่างดูดเข้ามาโผล่ในโลกหนังสือเนี่ย”

นิวท์หน้าซีดเผือดทันทีที่เขาพูดจบ อึกอักเหมือนมีอะไรปิดบังกันอยู่ แล้วรีบกลบเกลื่อนด้วยการหมุนตัวเดินเข้าร้านขนมปังของเจค็อบแทน

นี่นาย... อย่าบอกนะว่านายมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยน่ะ

โคลินไม่รอช้า ก้าวขาฉับๆ ตามนิวท์เข้าไปในร้านของเจค็อบ เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างทันที ก่อนมันจะหุบลงเมื่อเห็นเขา ใบหน้าอวบอูมเปลี่ยนเป็นตกตะลึงแทน

“คุณเป็นใครน่ะ ทำไมถึงมากับเพื่อนของผมได้ แล้วนั่น...ชุดเหรอ” โคลินก้มลงมองเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นผงกหัว “แบบนี้เขาเรียกเสื้อผ้าได้ด้วยเหรอ”

โคลินไม่แน่ใจว่านั่นมันหมายความว่าอย่างไร เขาไม่มีเวลามาสนใจเจค็อบนัก ยังไงตอนนี้ก็ต้องคุยกับนิวท์ให้รู้เรื่องและหาทางกลับโลกเดิมของตัวเองให้ได้

“นิวท์” โคลินเรียกนิวท์ที่เอาแต่เดินเข้าไปด้านหลังร้านของเจค็อบ “นิวท์” แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหยุด “สคามันเดอร์” เขาเลยตัดสินใจเรียกนามสกุลแทน

มันได้ผล นิวท์หยุดกึกยืนตัวแข็งทื่อ ท่าทีดูน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก โคลินก้าวเข้าไปคว้าข้อมือบาง ดึงให้เจ้าตัวหันหน้ามาหากัน

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลุมนั่นมันคืออะไร ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง นายเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยสินะ”

นิวท์ทำท่าจะปฎิเสธ ท่าทางดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหมือนคนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ได้ โคลินจิกตามอง นั่นล่ะนิวท์ถึงยอมอธิบายให้ฟัง

“เหมือนโลกเวทมนตร์จะเชื่อมกับโลกมักเกิ้ลเข้าโดยบังเอิญ พอดีผมทดลองอะไรนิดหน่อย...”

“แล้วฉันจะกลับไปโลกของฉันได้ยังไง” โคลินถามแทรกเสียงเครียด นี่เริ่มไม่สนุกซะแล้ว “บอกมา”

ไม่รู้เหมือนกัน” นิวท์ยอมรับตามตรง หลบตา “ผมเองก็เพิ่งรู้เมื่อกี้ว่าการทดลองมีข้อผิดพลาด

โคลินควรจะช็อกหรืออัดหน้าหมอนี่ก่อนดี แต่คิดอีกทีจับโยนลงเตียงแล้วทำโทษซะให้เข็ดดีกว่า

อะไรนะ ใจเย็นไว้ก่อนงั้นเหรอ ลองมาอยู่กับหมอนี่สองต่อสองดูมั้ยล่ะ

“นายต้องทำให้ฉันกลับไปโลกจริงให้ได้” โคลินกึ่งสั่งกึ่งบังคับ “ฉันจะไม่มีวันยอมอยู่ในโลกหนังสือนิยายนี่แน่นอน”

“โลกหนังสือ? คุณพูดอะไรของคุณ” เสียงเจค็อบที่ดังขึ้นทำให้โคลินหันไปมอง ร่างอุ้ยอ้ายของเจ้าของร้านขนมปังเดินตรงเข้ามาหาเขาและนิวท์พร้อมถาดขนมปังอบใหม่ มันส่งกลิ่นหอมจนทำโคลินหิวขึ้นมา “หนังสือเรื่องอะไร สนุกมั้ย แต่ยังไงก็ต้องกินอะไรรองท้องกันก่อนนะ โดยเฉพาะนาย นิวท์

“หือ?” โคลินส่งเสียงในลำคอ

“มาซะยามวิกาลแบบนี้คงหิวมาล่ะสินิวท์” เจค็อบถามเพื่อนตัวเอง นิวท์ไม่ตอบ หลุดเข้าไปในโลกของตัวเองแล้วเรียบร้อย “ฮะๆ ชอบเป็นแบบนี้เสมอเลยนะ”

“เขามาหาคุณบ่อยหรือครับ”

“ใช่ครับ แทบทุกคืนเลยล่ะ” เจค็อบพูดด้วยน้ำเสียงพออกพอใจ แต่โคลินกลับหึงและโมโหสุดๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ เอ้อใช่ ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อเจค็อบ โค...”

“รู้อยู่แล้ว” โคลินตัดบท ไม่แม้แต่จะจับมือของคนตรงหน้า “เอ่อ หมายถึงนิวท์บอกแล้ว ผมชื่อโคลิน ฟาร์เรล ยินดีที่ไม่รู้จัก”

“หื้ม?” เจค็อบทำตาโตพร้อมลากเสียงสูงในลำคอ แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “คุณนี่น่าสนใจดีนะ

“ไม่ต้องสนใจหรอก” โคลินรีบเบครเจค็อบก่อนจะมีเรื่องเลยเถิด อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ “ขำอะไร

เจค็อบยักไหล่ เดินเอาถาดขนมปังไปวางไว้บนโต๊ะในห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำขนมวางระเกะระกะ เมื่อวางเสร็จแล้วก็เดินไปจับไหล่นิวท์ พูดอะไรด้วยสักอย่างนิวท์ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที มันบึ้งตึงและแฝงความลำบากใจเอาไว้ ก่อนจะยอมจำนน โคลินเลิกคิ้วด้วยความสงสัย กำลังจะเอ่ยปากถามแต่ถูกนิวท์เดินเข้ามาขัด อีกฝ่ายวางกระเป๋าตัวเองลงตรงปลายเท้าของเขา พร้อมเปิดมันก่อนพยักเพยิดให้เขาลงไปในนั้น

“เฮ้ย เปิดต่อหน้ามักเกิ้ลแบบนี้ไม่กลัวมาคูซ่าแตกเรอะ” โคลินถามด้วยความตกใจและเป็นห่วง

“กับนายน่ะ...”

“หมายถึงเจค็อบต่างหาก เขารู้แล้วเหรอว่านายเป็นพ่อมดน่ะ” ประโยคหลังโคลินโน้มตัวลงไปกระซิบกับนิวท์สองคน นิวท์หน้าขึ้นสีเล็กน้อยแล้วหนีไปยืนเว้นระยะห่าง “นิวท์?”

“รู้แล้ว” นิวท์ตอบ “รายละเอียดน่ะช่างมันเถอะ สนใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อดีกว่านะ”

โคลินยืนนิ่งทำท่าคิด นี่เขาไม่ได้กำลังโดนนิวท์แอบด่า หลอกแขวะ หรือแซะอะไรใช่ไหม

“ช่วงที่นายอยู่ที่นี่ก็มาหลบอยู่ในกระเป๋าฉันก่อนแล้วกัน” โคลินอ้าปากค้างอีกรอบ ตาแทบถลน นี่เขาโดนนิวท์ชวนเข้าห้องเรอะ! เขินจุง “เลิกทำหน้าตลกๆ แล้วรีบตามลงมาได้แล้ว”

 

ภายในกระเป๋าของนิวท์ก็เหมือนที่เห็นในหนังนั่นแหละ เพียงแต่ความกว้างใหญ่ไพศาลของมันนั้นเกินกว่าที่หนังจะบรรยายออกมาได้หมดในเฟรมเดียว

โคลินเดินตามนิวท์ไปยังกระท่อมที่เป็นบ้านพักอีกฝ่าย คนตัวผอมสูงผายมือเชิญให้เขาเดินเข้าไปในบ้าน แต่เขาไม่ทำ ยืนอยู่ตรงหน้าบันไดแล้วเอาสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง นิวท์ยืนนิ่ง ดูอารมณ์ไม่ดีที่โดนขัดใจ ก่อนจะเดินไปยังกะละมังที่มีพวกผักใบหญ้าหน้าตาประหลาดๆ อยู่ มันวางอยู่บนโต๊ะไม้ห่างจากตัวบ้านไม่เท่าไหร่

“พวกนี้มันคืออะไร” โคลินเอ่ยถาม นิวท์เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาประมาณว่า อย่าสอดจะรู้ได้มะ

เจ้าหมอนี่มันน่าโดนตีสักหลายๆ ทีจริงๆ โคลินคิดในใจ ผละตัวเดินไปนั่งทางขวามือของนิวท์ซึ่งมีโขดหินเตี้ยๆ ให้พอนั่งได้ เขามองคนตรงหน้าที่ยืนทำอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว มีบ้างบางเวลาที่หยิบพวกใบไม้หน้าตายึกยือขึ้นมาเพ่ง มีบ้างที่ลองเอาพวกพืชประหลาดๆ ไปแตะปลายลิ้น

“ไม่กลัวมีพิษหรือไง” โคลินถามอีกรอบ นิวท์ยักไหล่ “ตั้งแต่เจอกันนายก็ดูไม่สบอารมณ์เลยนะ”

นิวท์หยุดกึกเหมือนโดนสาป หัวทุยสวยก้มลงชิดอก ก่อนหันมาเขม่นตามองกันเป็นแมวหิวปลา

“ใครจะไปสบอารมณ์กับคนที่ลวนลามตัวเองได้ลงล่ะครับ คุณเกร...คุณฟาร์เรล!” นิวท์ตะเบ็ง โคลินเลิกคิ้ว อีกฝ่ายถอนหายใจแล้วกลับไปทำงานของตัวเองต่อ “ผมไม่เสกคุณเป็นหินก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

“นายไม่ทำแบบนั้นหรอก”

“รู้ได้ไง”

“อ่านจากในบทหนังมาน่ะสิ” โคลินตอบ นิวท์วางพืชในมือลงคืนในกะละมัง หันมาทำหน้างงใส่ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร ฉันมาจากโลกจริงๆ ที่ไม่ใช่โลกในนิยายแบบที่นายอยู่ มันออกจะดูเหลือเชื่อแบบโคตรเหลือเชื่อก็จริง แต่ฉันคิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความฝันของฉันหรือนายหรอก”

“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด” นิวท์บอก “แล้วก็ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ ผมจะหาทางทำให้คุณกลับไปโลกจริงๆ ของคุณให้ได้ แต่ช่วงที่ผมกำลังหาวิธีพวกนั้นอยู่ ก็ช่วยอยู่ในนี้แบบเงียบๆ ไปก่อนแล้วกัน เพราะด้านบนนั่นมีคนหน้าตาเหมือนคุณอยู่ เหมือนอย่างกับฝาแฝดเลยล่ะ”

โคลินยักหน้า “เอาเหอะ รีบหาทางพาฉันกลับไปโลกของฉันให้ได้เร็วๆ แล้วกัน”

นิวท์ไม่ตอบ หันกลับไปทำงานของตัวเองต่ออย่างขะมักเขม่นราวกับเมื่อกี้ไม่มีการสนทนาเกิดขึ้น

 

โคลินไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ในโลกนิยายนี่นานเท่าไหร่แล้ว เขาไม่รู้ว่าควรนับเวลาตามโลกจริงหรือโลกนิยายที่เขาอาศัยอยู่ดี เริ่มกังวลขึ้นมาแล้วว่าโลกที่เขาอยู่จริงๆ จะกำลังว้าวุ่นกับการหายตัวไปของเขาอยู่หรือเปล่า

ถึงอย่างนั้น ตลอดเวลาที่โคลินอยู่ที่นี่ นิวท์ก็คอยช่วยในหลายๆ อย่าง เช่น เรื่องเสื้อผ้าที่ให้ควีนนี่ตัดให้ แต่มันดันเป็นชุดแบบเดียวกับเพอร์ซิวัล เกรฟส์ ตัวละครที่เขารับบท ทำให้ใครหลายคนยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่ว่าเขากับเกรฟส์ต้องเป็นญาติกันอย่างแน่นอน ถึงขั้นทีน่าจะพาไปพบกับเกรฟส์แล้วถามตรงๆ

แน่นอนว่าใครจะไป โคลินไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นมากกว่านี้ เขาไม่อยากโดนคุณเจ้าหน้าที่ขี้เก๊กนั่นสอบสวน แถมยังไม่อยากเจอหน้าเพอร์ซิวัลด้วย อยู่ๆ ก็หงุดหงิดใบหน้าของเจ้านั่นขึ้นมาทั้งที่มันก็เป็นใบหน้าแบบเดียวกันกับของเขา และจะหงุดหงิดสุดๆ เมื่อเห็นเกรฟส์มาวอแวกับนิวท์

เป็นอาทิตย์ได้แล้วมั้งที่เกรฟส์มาหานิวท์ถึงบ้านของทีน่า โคลินไม่รู้ว่าหมอนั่นมาหานิวท์ทำไม เขารู้แต่ว่าเขาจะต้องหาทางขัดขวางให้ได้ เขาจะไม่ยอมให้สองคนนั้นได้อยู่สานสัมพันธ์กันเด็ดขาด

ทุกครั้งที่เกรฟส์มาหานิวท์ โคลินจะโผล่หน้าออกไปจากในกระเป๋าของนิวท์เพื่อสอดแนมคนทั้งคู่ แล้วต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกับตัวเองเมื่อเห็นสองคนนั้นดูสนิทกันเกินหน้าเกินตา

ในวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวัน คือเกรฟส์มาหานิวท์โดยอ้างว่ามีธุระจะคุยด้วย แถมยังขอยืมห้องพักของทีน่าเป็นสถานที่นัดพบอีก โคลินพยายามจะเข้าใจการกระทำของเกรฟส์ แต่เขาก็อ่านความคิดของหมอนั่นไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมต้องนัดนิวท์มาเจอกันที่บ้านของทีน่า ถ้าอยากเจอนิวท์ทำไมไม่ไปเจอที่อื่น

“เรื่องที่เราตกลงกันไว้ยังไงขอความร่วมมือด้วยนะ” เกรฟส์พูดขึ้น โคลินแอบแง้มปากกระเป๋าของนิวท์ให้กว้างขึ้นเพื่อสอดส่องสถานการณ์ “ถ้าคุณช่วยพูด ผมเชื่อว่าทีน่าต้องฟังคุณแน่”

“ทำไมทีน่าต้องฟังผมด้วยล่ะ”

“ไม่รู้สิ” เกรฟส์พูดกลั้วหัวเราะ “อาจจะเพราะคุณเป็นคนที่เธอไว้ใจและผมก็ไว้ใจเหมือนกันล่ะมั้ง”

นิวท์ไม่ได้พูดอะไร ภายใต้ใบหน้างุนงงนั้นแอบซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ แววตาของนิวท์ไม่ต่างอะไรจากคนอกหัก ท่าทางลำบากใจทีเดียว โคลินหลุบตาลงต่ำ เขาวิเคราะห์ท่าทางของนิวท์เงียบๆ

“ผมเป็นหัวหน้าของเธอ จะไปขอเธอออกเดทก็เกรงว่าคนอื่นจะมองเธอในทางที่ไม่ดี แถมผมไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดว่าผมใช้อำนาจของตัวเองบังคับเธอให้ไปเดทด้วย”

“แล้วคุณมาขอร้องผมนี่นะ” นิวท์เอ่ยถาม ถึงจะทำหน้านิ่งก็เถอะ แต่โคลินเห็นความกระอักกระอ่วนที่แฝงออกมา นี่ทำให้เขาเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นอีก “ผมไม่คิดว่าผมจะทำให้ทีน่ายอมไปเดทกับ...”

“คุณเป็นความหวังเดียวของผม สคามันเดอร์” เกรฟส์พูดเห็นแก่ตัวจบก็ลุกขึ้นยืน โคลินนี่แทบอยากออกไปซัดปากหมอนั่นให้เจ่อ ถ้าไม่ติดว่าโดนนิฟเฟอร์ดึงหลังเสื้อเอาไว้น่ะนะ “ช่วยผมทีนะครับ”

แล้วเกรฟส์ก็เปิดประตูเดินสวนกับทีน่าที่เข้ามาในห้องด้วยใบหน้าอ้ำอึ้ง เธอมองนิวท์ที่นั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม ก่อนตรงเข้าไปทำท่าจะถามอะไรสักอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจ หยุดยืนอยู่ข้างนิวท์ที่ลุกขึ้น เอื้อมมือมาคว้ากระเป๋าตัวเองไปถือ

โคลินรีบกลับไปอยู่ด้านในทันที เขาไม่รู้ว่าด้านบนนั่นเกิดอะไรขึ้น แต่ดูท่านิวท์จะไม่โอเคเอามากๆ ฉับพลันความโกรธก็พุ่งขึ้นมาสุมเต็มอก เขานึกแค้นไอ้คุณเกรฟส์จนอยากหายไปปรากฏตัวต่อหน้าเจ้านั่นแล้วสั่งสอนให้มันรู้ว่าห้ามมาทำนิวท์ของเขาเสียใจนะเฟ้ย

แล้วนิวท์ก็ลงบันไดมายังห้องทำงานตัวเอง ใบหน้านิ่งกว่าปกติจนผิดสังเกต โคลินพอจะเข้าใจว่ามันเป็นเพราะอะไร เขาเดินเข้าไปใกล้ นิวท์ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองกัน

“นิวท์” โคลินเรียก เดินเข้าไปหาแต่นิวท์ก้าวถอยหลังหนี “นิวท์?

“ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ” นิวท์พูดเสียงสั่น โคลินไม่ยอมไปไหน “ออกไปจากห้องทำงานของผม”

“ทำไมต้องไปด้วย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”

“ผมไม่อยากเห็นหน้าของคุณ” นิวท์ย้ำอีกครั้ง “ออกไปซะ”

โคลินเลือกเดินเข้าไปคว้าตัวนิวท์ที่พยายามขัดขืนมากอดแทน คนโดนกระทำดิ้นขลุกขลักและออกคำสั่งไม่ขาดปาก เขาไม่สน กระชับกอดแน่นขึ้นจนนิวท์ขยับตัวไม่ได้ แล้วก็จูบปิดปากคนตัวเล็กที่สั่งไม่เลิก

สักพักใหญ่โคลินก็ถอนจูบออก มองคนที่ตาแข็งค้าง มันเต็มไปด้วยโทสะและความตกใจ นิวท์ดิ้นขัดขืนอีกครั้ง เขาตัดสินใจรั้งคนตัวบางมาจูบอีก ยิ่งนิวท์ดื้อเขาก็ยิ่งจูบจนในที่สุดคนตัวเล็กก็หมดแรง แทบจะทรุดไปนั่งกับพื้นหากไม่ได้เขากอดเอาไว้

วิธีปราบคนดื้อแบบนี้แจ่มแมวแฮะ

“มีเหตุผลได้หรือยัง” โคลินถามเสียงกระด้าง นิวท์ไม่ตอบ “ฉันไม่รู้ว่าด้านบนนั่นมันเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันกับเกรฟส์ไม่ใช่คนเดียวกัน แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ ถึงจะหน้าตาเหมือนกันแต่ไม่ได้หมายความว่าความคิด นิสัย หรืออะไรอย่างอื่นจะเหมือนกันด้วย”

“ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ” นิวท์พูดเสียงอ่อนแรง ริมฝีปากสั่นระริก ก้มหน้าลงชิดอก “เพราะมันทำให้ผมนึกถึงคุณเกรฟส์ ผม...”

“รู้แล้วล่ะน่า” โคลินแทรก ประคองนิวท์ให้นั่งลงบนพื้นดีๆ ก่อนเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อเห็นว่านิวท์ไม่อยากเห็นหน้าของเขาจริงๆ เขายกมือขวาวางลงบนศีรษะเล็กทั้งที่ยังคงโอบกอดเจ้าของของมันเอาไว้ “แต่ฉันไม่ใช่หมอนั่น เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่มีวันทำนายเสียใจอย่างที่หมอนั่นทำ”

“...”

“อกหักแล้วไง นายก็หาคนใหม่ที่พร้อมจะดูแลนายสิ เช่นฉันเงี้ย” นิวท์ขำก๊าก โคลินควรจะงงกับเจ้าพ่อมดแสนน่ารักคนนี้ดีไหมเนี่ย “เฮ้อ เจ้าเด็กน้อยเอ้ย ฉันจะทำให้นายลืมความเศร้าให้ได้ คอยดูแล้วกัน”

 

โคลินมั่นหน้ากล้ารับปากกับนิวท์ไปแบบนั้นได้ยังไง เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตัวเองไปเก่งกล้ามาจากไหนถึงได้มั่นใจเสียเหลือเกินว่าจะทำให้นิวท์ลืมความเศร้าให้ได้ ถ้านิวท์ยังเห็นหน้าของเขาอยู่ หมอนั่นก็ต้องนึกถึงคนที่ทำตัวเองเสียใจ แบบนี้มันไม่ได้แปลว่าเขาจะยิ่งตอกย้ำหรือไง แล้วอีกเรื่องที่สำคัญมาก เขาจะเป็นคบกับนิวท์ได้ที่ไหนล่ะในเมื่อเขามีที่ที่ต้องกลับไป

หลังจากวันที่เกรฟส์มาขอให้นิวท์ช่วยพูดให้ทีน่าไปเดทกับตัวเอง เจ้านั่นก็หมั่นมาหานิวท์ที่ร้านเจค็อบบ้าง ห้องพักของทีน่าบ้างเพื่อมาขอให้นิวท์ช่วยเรื่องทีน่าอีก โคลินไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ไปปรึกษาควีนนี่ผู้เป็นน้องสาวของทีน่า

อย่างไรก็ตาม โคลินสังเกตคนทั้งคู่อยู่ด้านหลังเสมอ และคอยขัดขวางไม่ให้เกรฟส์เข้าใกล้นิวท์เกินจำเป็น แกล้งทำของตกบ้าง กระแอมเสียงดังๆ บ้าง และอีกมากวิธีที่สรรหามาไล่เกรฟส์ให้กลับไปเร็วๆ

ิวท์ไม่รู้หรอกเพราะโคลินคอยทำอยู่ลับๆ เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กรู้สึกลำบากหรืออึดอัดใจกับการกระทำของเขา เขาไม่อยากให้นิวท์รู้สึกแย่มากกว่าเดิม นอกจากนี้เขายังไม่อยากโดนนิวท์เหม็นขี้หน้าด้วย

ตอนนี้โคลินแอบอยู่ในตรอกเพื่อสังเกตการณ์เช่นทุกวัน บรรยากาศที่เห็นนั้นสวยมาก คือเกรฟส์ยืนโอบไหล่นิวท์อย่างสนิทสนม สวยมากจริงๆ สวยมากเสียจนเขาอยากจะพุ่งไปกระโดดถีบเกรฟส์ขาคู่เลย

ไม่นานทีน่าก็มา นิวท์รีบขอตัวกลับทันที เมื่อเห็นคนตัวเล็กหมุนตัวเดินจากมาได้สักพัก โคลินก็รีบโผล่ไปหาคนที่เงยหน้ามองกันงงๆ แล้วอมยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดออกมา

“อยู่ตอนช่วงเวลาแบบนี้เสมอเลยสินะครับ”

โคลินยืนตัวแข็งทื่อทันที ความเขินและความอายพุ่งขึ้นมาจากทุกพื้นที่ในร่างกายแล้วระเบิดบนหัว ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวไปหมดจนต้องรีบก้มมันลง นี่นิวท์รู้ตัวด้วยเรอะ!

“ถึงจะพยายามไม่ทำให้ผมรู้สึกตัวก็เถอะ แต่สายตาจดจ้องของคุณมันส่งมาถึงผมเสมอเลยล่ะ”

โคลินได้แต่ยืนเงียบ ตั้งแต่เกิดมาก็มีครั้งนี้ที่อายจนอยากจะมุดดินหนี นิวท์หัวเราะร่วนก่อนเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาจับท่อนแขนของเขาแผ่วเบา

“ไปเที่ยวด้วยกันมั้ยครับ คุณโคลิน”

 

ตั้งแต่นั้นมาโคลินกับนิวท์ก็สนิทกันมากขึ้น โคลินกลายมาเป็นลูกมือช่วยนิวท์เลี้ยงดูบรรดาสัตว์เลี้ยง โชคดีที่เขาเคยรับมือกับพวกเด็กๆ มาก่อนทำให้เขาพอจะจัดการกับเหล่าเด็กแสนซนของนิวท์ได้

นิวท์กลับมาสดใสดังเดิมแล้ว บางทีอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ โคลินไม่อยากคิดหรอกนะว่าทั้งหมดเป็นเพราะเขา แต่ว่ามันก็คิดไปแล้วด้วยสิ แถมชอบกว่าเดิมด้วยสิ

ในระหว่างที่โคลินกำลังคิดอะไรเพลินๆ เขาก็โดนอะไรบางอย่างขว้างเข้าเต็มหัว เขาส่งเสียงร้อง หันไปมองด้านหลัง นิฟเฟอร์กำลังขู่เขาอยู่ ดูท่าหมอนี่จะรับรู้ความคิดของเขาได้ เขายักไหล่ ทำท่าควงอากาศเย้ยนิฟเฟอร์ เจ้าสัตว์ปากเหมือนเป็ดนั่นวิ่งมาตบตีเขาใหญ่ เขาไม่สนใจแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดี

แล้วนิวท์ก็เดินมาหาเขาพร้อมรอยยิ้มไม่สู้ดี “ผมหาวิธีพาคุณกลับโลกจริงๆ ของคุณได้แล้วนะครับ”

โคลินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ คำพูดที่ยังไม่ได้พูดคลานกลับไปตายในลำคอ ช่องท้องว่างโหวงไปหมด ความคิดที่เคยมีมาตลอดว่าอยากกลับบ้าน อยากไปจากที่นี่หายไปหมดเลย ความรู้สึกทั้งหมดทิ้งดิ่งลงในห้วงแห่งความมืดมิด ภาพรอบตัวของเขาค่อยๆ ถูกสีดำเข้าปกคลุม มันกลืนกินทุกอย่างรวดเร็วมากจนใกล้จะถึงตัวนิวท์ในอีกไม่นาน โคลินหน้าไร้สีเลือด หัวใจหายไปไหนไม่รู้ เขารีบวิ่งไปยื่นมือคว้านิวท์ไว้ทันที

“นิวท์!

“ครับ?”

โคลินเงียบ มองนิวท์ที่ยืนทำหน้าตื่นตกใจ เขาหายใจไม่เป็นจังหวะ บีบกระชับท่อนแขนเล็กแน่น เมื่อแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายยังอยู่ด้วย เขาก็ปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็นปกติแต่ไม่ยอมปล่อยแขนเล็กออก

“หน้าคุณซีดมากเลย ไม่สบายหรือเปล่า”

“เปล่า ผมแค่...” โคลินพูดไม่ออก ก้อนอะไรบางอย่างเคลื่อนมาอุดอยู่กลางลำคอ “ไม่มีอะไร”

“แต่หน้าของคุณดูมีอะไรนะครับ” นิวท์แย้ง “ไม่ดีใจที่จะได้กลับบ้านเหรอครับ แปลกคนดีนะ ฮะๆ

“ถ้ากลับไปแล้วไม่มีนายฉันไม่อยากกลับหรอก” โคลินพูดตามตรง นิวท์อึ้งไปเลย “ทะ...โทษที”

นิวท์ไม่ได้ว่าอะไร หลบตาเขาไปมองบรรดาสัตว์ในความดูแลของตัวเอง “ที่โลกของคุณเป็นยังไง”

“หื้ม?”

“ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย เผื่อมันจะมีประโยชน์ในการเขียนหนังสือสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ของผม

โคลินพยักหน้า เริ่มเล่าถึงโลกที่เคยอยู่ก่อนมายังโลกนิยายแห่งนี้ นิวท์ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี หัวเราะไปกับมุกที่เขาเล่น และยิ้มให้กันอย่างสดใสเช่นทุกที

โคลินเลิกเล่า เขาค่อยๆ หุบยิ้มลงแล้วคว้านิวท์มากอด ฝังหน้าลงกับไหล่ลาด กระชับอ้อมแขนให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าเขายังมีนิวท์อยู่ด้วย นิวท์กอดตอบเขา

“ฉันไม่อยากจากนายไปไหน” โคลินพูดตามที่ใจคิด “ฉันอยากอยู่กับนายที่นี่ อยากอยู่กับนายไปชั่วชีวิต อยากอยู่กับคนที่ฉันชอบ”

“แต่คุณเคยบอกว่าผมเหมือนคนที่คุณรู้จัก คนที่คุณปลื้ม นั่นมัน...”

“ไม่เหมือนกัน” โคลินรีบบอก “กับเอ็ดดี้มันเป็นความรู้สึกพิเศษก็จริง แต่มันไม่ได้รู้สึกโหยหาตอนไม่ได้อยู่ด้วย มันไม่ได้รู้สึกขาดอะไร กลับกัน พออยู่กับนายฉันเหมือนคนที่ถูกเติมเต็มตลอดเวลา แถมยังโหยหาอยู่ทุกวันอย่างกับนายเป็นอีกครึ่งชีวิตที่ขาดไปไม่ได้”

“คุณบอกว่าโลกของผมคือโลกในนิยาย แล้วอย่างนั้นเราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง”

โคลินตอบไม่ได้ เอาแต่ยืนนิ่งกอดนิวท์ไม่ยอมปล่อย พวกสัตว์เองก็เริ่มเข้ามามองเหตุการณ์ด้วยความสนใจ สีหน้าพวกมันดูไม่ดีเท่าไหร่นัก หรือไม่ก็เขานี่แหละที่มโนเห็นสีหน้าพวกสัตว์ในแบบที่อยากจะเห็นเสียเอง

“ไม่ว่ามันจะโลกนิยายหรือโลกอะไรก็แล้วแต่ ฉันอยากอยู่กับนิวท์อยู่ดี” โคลินคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อยแล้วกระชับใหม่ให้ตัวของนิวท์เข้ามาใกล้ชิดมากกว่าเดิม “เพราะฉันชอบนาย นิวท์”

นิวท์ดูตกใจ โคลินผละตัวออกมาแค่เพื่อให้มองนัยน์ตาสีมรกตได้ชัดๆ เขากุมแก้มนุ่มแล้วเขย่งตัวไปจูบหน้าผากมนแผ่วเบา ค้างไว้สักพักก็ผละออกมายืนดีๆ ตามเดิม

“ไม่กลับได้มั้ย” โคลินร้องขอ นิวท์ส่ายหน้า “ทำไมล่ะ นายไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วยงั้นเหรอ”

“อยากสิครับ” นิวท์รีบตอบ “ผมเองก็อยากอยู่กับคุณโคลินเหมือนกัน แต่คุณเองก็มีชีวิตของคุณ มีคนที่รอคุณกลับไป คุณไม่คิดว่าพวกเขาจะเป็นห่วงคุณบ้างเหรอ”

โคลินตอบไม่ได้อีกแล้ว เขาจนในคำพูด ได้แต่สบสายตาเศร้าสร้อยของนิวท์ที่ส่งมา

“ช่วงเวลาที่ผมได้ใช้กับคุณ...ผมจะไม่มีวันลืมเลย คุณเองก็อย่าลืมผมเหมือนกันนะ”

“...นิวท์”

“ไปกันเถอะ” นิวท์พยายามคลี่ยิ้มแต่มุมปากกลับตกลง “กลับบ้านของคุณเถอะนะครับ”

โคลินโดนคำพูดของนิวท์กระชากวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว เขาโดนคนตัวผอมบางดึงให้เดินตามไปด้วย เขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขัดขืน ทำได้แค่เดินไปอย่างที่นิวท์อยากให้เดิน

โคลินหยุดยืนอยู่หน้าหลุมสีดำที่กำลังดูดทุกสิ่งรอบกายเข้าไปในด้านใน พลังของมันคือพลังแบบเดียวกับที่ดูดเขามาในโลกนิยาย นิวท์ยืนอยู่ด้านหลังของเขา ถือไม้กายสิทธิ์เอาไว้

พอมองรอบตัวโคลินก็เพิ่งรู้ว่าออกมาอยู่ด้านนอกกระเป๋าของนิวท์แล้ว ที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้คือป่าตอนกลางคืน มันไม่มีแม้แต่แสงไฟหรือแสงดาวสักดวง จันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าก็สว่างไม่พอช่วยขับไล่ความมืดมิดให้หายไปจากใจของโคลิน

“ขอโทษที่การทดลองของผมมันทำให้คุณเดือดร้อนนะครับ” นิวท์พูดอย่างรู้สึกผิด “จากที่ตรวจสอบดู เหมือนว่าเวทมนตร์ของผมจะทำให้มิติเวลาผันผวนจนเกิดช่องว่างระหว่างโลกของคุณกับโลกของผมขึ้นมา”

“แล้วมันจะมีโอกาสผันผวนอีกมั้ย”

“ระดับผมแล้วไม่มีผิดพลาดเป็นครั้งที่สอง” นิวท์พูดกลั้วหัวเราะ ไม่ยอมเข้ามาส่งกันใกล้ๆ “ถึงจะเห็นแบบนี้แต่ผมเก่งในระดับนึงเลยนะครับ”

โคลินอมยิ้ม ดูท่านิวท์ตัวจริงกับในหนังจะมีมุมที่ต่างกันอยู่ แต่ไม่ว่าจะยังไง นิวท์ก็ยังคงเป็นนิวท์ที่น่ารักของใครหลายคนอยู่ดี โดยเฉพาะของเขา

โคลินตัดสินใจหันกลับไปมองหลุมมิติ ห้วงเวลา อะไรก็ตามแต่แล้วก้าวเข้าไปใกล้มัน ก่อนหันกลับไปมองนิวท์ที่ยืนยิ้มส่งลากันอย่างไม่ทุกข์ร้อน ทั้งที่บอกว่าอยากอยู่ด้วย ทั้งที่บอกไม่อยากให้เขาจากไป แต่ทำไมถึงไม่แสดงท่าทีอะไรเลยล่ะ

นายไม่เสียใจที่ฉันจะจากไปเลยเหรอ นิวท์

โคลินตัดพ้อ ในระหว่างนั้นก็เดินเข้าไปหาห้วงมิติมากขึ้น แรงดูดของมันมากพอดูดเขาให้หายแวบไปโผล่ในโลกที่เคยอยู่ในครั้งเดียว และมันมากพอพรากเขากับนิวท์ให้แยกจากกันด้วย

“ลาก่อนครับ” นิวท์พูดเสียงสั่นเครือด้วยรอยยิ้มเศร้าจนตาปิด กำสองหมัดแน่นแล้วตะโกนเสียงดัง “ผมเองก็ชอบคุณโคลินเหมือนกัน!

 

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นิวท์รู้สึกเศร้าจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

ตั้งแต่วันที่นิวท์ปิดห้วงมิติผันผวนลง เขาก็ซึมกะทือมาตลอดเหมือนโดนห้วงมิตินั่นดึงเอาวิญญาณไปด้วย เขาเหม่อลอยจนโดนเจค็อบกับทีน่าดุในหลายครั้ง นิวท์ม่เป็นตัวของตัวเองเลย เอาแต่คิดถึงคนที่จะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว แต่เขาจะเห็นแก่ตัวไม่ได้ โลกนี้ไม่ใช่โลกของโคลิน แถมอีกฝ่ายต้องมาซวยก็เพราะความคิดเอาแต่ใจของเขา

“นิวท์” ควีนนี่เรียก นิวท์หันไปมองพร้อมเอียงคอเป็นเชิงถาม “ออกไปสูดอากาศหน่อยเถอะ คุณดูไม่ค่อยดีแบบไม่ดีจริงๆ มาหลายวันแล้วนะ”

“ผมไม่เป็นอะไร” นิวท์โกหก พยายามส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าแต่มุมปากกลับไม่ขยับตามใจคิด

“เลิกฝืนเถอะ ฉันอ่านใจคุณออกนะ อย่าลืมสิคะ” ควีนนี่บอกเสียงห่วงใย เธอเดินเข้ามาบีบบ่าของเขาเบาๆ แล้วยื่นขนมปังให้ “กินซะหน่อยจะได้ไม่ป่วยนะ”

“ผมไม่หิวเลยครับ”

ควีนนี่มองกันแล้วถอนใจ วางขนมปังก้อนลงบนโต๊ะไม้ในห้องครัวที่ร้านของแฟนตัวเอง ก่อนเดินจากไปเพื่อให้เขามีเวลากับตัวเองต่อ

นิวท์นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ก่อนต้องหันกลับไปมองก้อนขนมปังที่ถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้ง เขาระบายลมหายใจออกทางปาก หันไปบอกคนที่ยื่นมันมาหา

“คุ...” แล้วต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นคนด้านหลัง โคลินยืนยิ้มแฉ่งให้อยู่ตรงหน้า “คุณโคลิน!?

“อื้ม ฉันเอง”

“ผมไม่เชื่อ” นิวท์บอก ลุกขึ้นพรวด “คุณต้องเป็นคุณเกรฟส์ปลอมตัวมาแน่ หรือไม่ก็...”

นิวท์โดนโคลินดึงเข้าไปจูบอีกแล้ว รสชาติคุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วในปาก มันช่วยยืนยันให้เขามั่นใจว่าชายตรงหน้าคือโคลินจริงๆ ไม่นานโคลินก็ผละออก

“พอดีลืมของไว้เลยยังกลับไม่ได้ คงต้องขอรบกวนต่ออีกหน่อยนานๆ แล้วล่ะ

“ตะ...แต่ห้วงมิติผกผันผมปิดไปแล้ว เห็นกับตาด้วยว่าคุณโดนมันดูดเข้าไป

“ดูดเข้าไปที่ไหน ตอนนายยิ้มแล้วหลับตาลงฉันก็รีบแวบไปแอบที่อื่น ก็นะ ใครจะกลับทั้งที่ลืมหัวใจของตัวเองไว้ที่นี่ได้กันล่ะ”

นิวท์หน้าร้อนผ่าวเหมือนอุณหภูมิทั้งหมดในร่างกายมารวมกันอยู่ที่สองแก้ม เขาอยากจะหลบตาโคลินแต่ก็ทำไม่ได้ หัวใจกลับมาเต้นไหวได้อีกครั้ง นิวท์โผเข้ากอดโคลินเต็มรัก

“บ้าจริงๆ เลย แทนที่จะกลับไปโลกของตัวเอง กลับไปยังที่ที่จากมาอย่างที่ชอบบ่นประจำ

“ก็ที่ที่มาอยู่ชั่วคราวมันน่าอยู่มากกว่าเลยไม่อยากกลับแล้วอ่ะ อีกอย่าง ไว้ฉันอยากกลับเมื่อไหร่จะบอกให้นิวท์ช่วยสร้างมิติผกผันอะไรนั่นให้อีกแล้วกัน เรื่องแค่นี้ทำได้อยู่แล้วเนอะ แฟนของผมน่ะ

นิวท์ที่หน้าแดงซ่านไม่ได้ตอบแต่เลือกจะถามแทน

“ทำไมถึงอยากอยู่ที่นี่ต่อล่ะครับ”

โคลินยิ้มกว้างแล้วกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม

“เพราะคนที่ผมรักอยู่ที่นี่ไงล่ะครับ นิวท์

 


THE END
27/02/2017
เมื่อวานนั่งดู delete scene ของ Fantastic Beasts แล้วลั่นคู่นี้แรงมากค่ะ
อยู่ๆ ก็อยากแต่งขึ้นมา แล้วมาเห็นหัวข้อของ FB weekly ยิ่งมีแรงปั่น ฟฟฟ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจนะคะ 
☆*:.。.o(≧▽≦)o.。.:*☆

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Lili
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:06
    โคลินรุกแรงมาก ตั้งแต่นึกว่าเป็นเอ็ดดี้ก็จับเขาจูบแล้ว อะไรกันคะ?

    โดนต่อยเลยเป็นไง นี่นิวท์นะไม่ใช่เอ็ดดี้ #อ้าวแล้วเอ็ดดี้จะไม่ต่อยหรอ? =..= 55555

    ชอบตอนทะเลาะกับนิฟเฟอร์ฮาดี ไม่ยอมกันเลย XD

    หวานเว่อร์ น่ารัก ยอมไม่กลับบ้านเลยทีเดียว >////<
    #2
    0
  2. #1 เรียกขาน
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:16
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ดีต่อใจมักกกกกกกกก
    #1
    0