คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF WINTERIRON] แฟนฟิค แฟนกันแค่เรื่องเดียว

โดย SaRa_PAO

บัคกี้บังเอิญเจอโทนี่ แต่อีกฝ่ายดันความจำเสื่อมซะงั้น

ยอดวิวรวม

830

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


830

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


34
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ม.ค. 60 / 20:54 น.
นิยาย [SF WINTERIRON] ΌԤ Όѹͧ [SF WINTERIRON] แฟนฟิค แฟนกันแค่เรื่องเดียว | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

บัคกี้มาพบกับโทนี่โดยบังเอิญ แต่อีกฝ่ายดันความจำเสื่อมเสียอย่างนั้น

เรื่องนี้ผุดขึ้นมาตอนเห็นหัวข้อ "Lost Memory" ของ Superhero Weekly ค่ะ
เรื่องนี้แอบล้อเลียน (หรือเปล่า) หนังเรื่องแฟนเดย์ ตามโปสเตอร์เลยค่ะ
กวาลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าคนที่เคยโดนทำให้ความทรงจำเดิมหายไป มาเจอกับ
คนที่ความทรงจำเรื่องตัวตนของตัวเองหายไปบ้าง มันจะเป็นยังไงนะ (^^ ;)
แต่งแบบเมาๆ ให้บัคกี้คนดีที่ช่วงนี้งอกฟิคทำร้ายนายมากเหลือเกิน 555555
.
written by SaRa_PAO
  B E R L I N ❀        
b e r l i n ?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ม.ค. 60 / 20:54


Title: แฟนฟิค แฟนกันแค่เรื่องเดียว

Pairing: BUCKY x TONY [SF WINTERIRON]

Author: SaRa_PAO

Genre: Romantic

Rate: PG

Note: ร่วมสนุกกับ Superhero Weekly หัวข้อ “Lost Memory” ค่ะ // ล้อแฟนเดย์นิดหน่อย...มั้งนะคะ กวาไม่ได้ดูเรื่องนี้ ;v;

 


บัคกี้ได้รับอนุญาตจากทีชาลาให้มานิวยอร์คได้

ความตั้งใจแรกคือจะกลับมาหาตัวตนเดิมของตัวเอง บัคกี้อยากจำตัวเองในอดีตได้ให้เร็วที่สุด ความตั้งใจที่สอง เขาอยากหาวิธีสลัดคำสั่งของพวกไฮดร้าให้หลุดออกไปจากหัว แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้คือการนั่งดูหนังเรื่อง ลา ลา แลนด์

เป็นหนังที่ดีทีเดียว บัคกี้ชม เขาซาบซึ้งกับหนังเรื่องนี้จนน้ำตาซึมออกมาตลอดทั้งเรื่อง ดูแล้วชวนให้อบอุ่นไปทั้งหัวใจที่โดนแช่แข็งมาหลายสิบปีจริงๆ

พอหนังจบปุ๊บ บัคกี้ก็ลุกเดินออกจากโรงหนังปั๊บ อดละอายใจไม่ได้ที่ดันเถลไถลทั้งที่สัญญากับสตีฟไว้ว่าจะรีบจำเรื่องราวต่างๆ ของตัวตนเดิมให้ได้มากที่สุด แล้วนี่อะไร มานั่งน้ำตาซึมดูหนังอยู่คนเดียว

ในขณะที่บัคกี้กำลังตรงไปยังสี่แยกเพื่อข้ามถนน เขก็พบคนจำนวนมากกำลังมุงดูอะไรกันอยู่ ตอนแรกเขาไม่คิดสนใจหรอก เป็นอาชญากรหนีคดีอยู่แบบนี้จะให้พรวดพราดไปโชว์หน้าตาตัวเองคงไม่ดีแน่ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาเมินเฉยต่อสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้ก็คือ ร่างของโทนี่ สตาร์คที่นอนสลบและหัวแตกอยู่บนพื้น

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย!

 

บัคกี้งานเข้าเสียแล้ว

หลังจากโทนี่ฟื้นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น เจ้าตัวก็นั่งเหม่อลอยพร้อมกับดวงตาเลื่อนลอย หมออธิบายให้ฟังว่าโทนี่ความจำเสื่อมชั่วคราว อาจเป็นผลมาจากการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ซึ่งยอมรับว่าตอนแรกที่บัคกี้ได้ยิน เขาตกใจมาก หัวใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม คิดไปต่างๆ นานาในทางที่ไม่ดีนัก และเหมือนหมอจะจับสังเกตความคิดมากของเขาได้ จึงรีบอธิบายเพิ่มเติมว่าอาการไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่คิด อีกวันหรือสองสามวันความทรงจำจะกลับมาเอง

บัคกี้โล่งใจนิดหน่อย เขาหันไปมองโทนี่ที่หันมามองเขาเช่นกัน พวกเราต่างสบตากันอยู่นาน ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับราวกับนัยน์ตาของเด็กตัวน้อย ตอนนี้เราสองคนอยู่กันที่เคาน์เตอร์จ่ายยา กำลังรอเรียกชื่อให้ไปรับยาเพื่อจะได้กลับตึกอเวนเจอร์ส

โทนี่นั่งทำหน้าเอ๋อมาได้สักพักแล้ว บางทีก็ขมวดคิ้วมุ่น บางทีก็ทำหน้าตกใจ บางทีก็ทำหน้าเขิน บัคกี้ไม่เข้าใจว่าคนตัวเล็กเกิดเสียสติอะไรขึ้นมาอีก เขาอยากถาม แต่คิดว่าเงียบไว้น่าจะดีกว่า

“คือว่า” โทนี่เริ่มพูดหลังเงียบมาตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อน “ผมคือใครเหรอครับ”

บัคกี้อึ้งไปเลย เขาจะบอกโทนี่ว่าไงดีล่ะ เพิ่งมารู้จักกับเจ้าตัวได้ไม่นานมานี้เอง แถมยัง...

“เอ่อ ฉันก็ไม่รู้อ่ะ” บัคกี้ตอบตามตรง “ฉันเพิ่งได้เจอกับนายเมื่อไม่นานนี้เอง รู้แต่ชื่อโทนี่ สตาร์ค”

โทนี่เอียงคอ ทำตาปริบๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนบัคกี้กำลังอยู่กับเด็กตัวน้อยในร่างผู้ใหญ่ และมันชวนให้เขาเอ็นดูโทนี่ขึ้นมาด้วย

“งั้นเหรอ แย่จังเลยนะครับ” โทนี่ดูนิสัยเปลี่ยนไปนิดหน่อย บัคกี้คิดว่านะ “ผม...จำอะไรไม่ได้เลย”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า หมอบอกว่านายความจำเสื่อมแค่ชั่วคราว เดี๋ยวอีกวันสองวันก็จำอะไรได้หมดเองนั่นแหละ

“ผมอึดอัดน่ะครับ” โทนี่ไม่ได้ฟังเขาเลย น่าตีจริงๆ “มันรู้สึกทรมานยังไงไม่รู้ ถึงขั้นจำไม่ได้แม้กระทั่งตัวเองเนี่ย...”

บัคกี้เอื้อมมือไปบีบบ่าของโทนี่เบาๆ “ฉันเข้าใจ เข้าใจดีเลยด้วย ความรู้สึกที่ตัวตนถูกลบเลือนไป”

โทนี่ดวงตาเป็นประกายวิ้งวับ อ้าปากหวอเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้า บัคกี้ยิ้มบางตอบ

“คุณเป็นคนดีจริงๆ ขอบคุณที่ช่วยเหลือผม” โทนี่บอก เอื้อมมือข้างขวามาคว้ามือเขาไปจับไว้แน่น

บัคกี้ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ดึงมือตัวเองกลับมาแล้วลุกขึ้น เดินไปซื้อน้ำส้มจากตู้กดน้ำมายื่นให้คนตัวเล็ก โทนี่รับไปด้วยสีหน้าแฮปปี้ ปากเป็นรูปตัว w ถ้าเติมหนวดแมวลงบนแก้มทั้งสองข้าง บัคกี้คิดว่าหมอนี่ก็ไม่ต่างอะไรจากลูกแมวยามได้ของถูกใจเลย เขายิ้มขำพร้อมหย่อนตัวนั่งลงข้างอีกฝ่ายตามเดิม เปิดกระป๋องกาแฟพร้อมยกขึ้นดื่ม

“คุณแฟนครับ” บัคกี้ถึงกับพ่นกาแฟออกมาพรวดใหญ่ เขาสำลัก หันไปมองโทนี่ตาโตอย่างตกใจ “อะ...เอ่อ ขอโทษที่ทำให้ตกใจครับ เป็นอะไรมั้ย” โทนี่บอกพร้อมเขยิบมาใช้ผ้าเช็ดหน้าซับปากให้เขา

บัคกี้ตาแทบถลน ตัวแข็งทื่อไปหมด ในหัวสมองตื้อเหมือนทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้ว เขาทำได้แค่นั่งมองโทนี่ซึ่งกำลังเช็ดปากให้อย่างเบามือ พักใหญ่คนตัวเล็กก็ผละออกไป พร้อมกับสติของเขาที่กลับมา

“เดี๋ยว เมื่อกี้นายว่าไงนะ” บัคกี้ตัดสินใจถามคนตัวเล็กให้รู้เรื่อง “แฟน? ใครแฟนนายฟะ”

“เอ๋? คุณไงครับคุณแฟน ก็คุณหมอกับคุณพยาบาลบอกผมมาแบบนี้ตอนผมตื่นขึ้น พวกเขาบอกว่าคุณแฟนวิ่งตามเตียงคนไข้มาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีแถมยังดูเป็นกังวลมากเป็นพิเศษ”

บัคกี้ลองคิดตาม เขาทำปากเป็นคำว่าอ้อ ดูท่าหมอกับพยาบาลจะเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ถึงว่าทำไมไม่ถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโทนี่ตอนไปกรอกประวัติผู้ป่วย

“แล้ว...ไม่ใช่เหรอครับ” โทนี่มีสีหน้าสลดลง ก้มหน้ามองกระป๋องน้ำส้มของตัวเอง “ถ้างั้นผมเป็นใครล่ะ มาจากไหน และจะไปไหน”

บัคกี้ไม่รู้ว่าควรแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้ายังไงดี จะยอมรับว่าเป็นแฟนก็ไม่ได้ เพราะเขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของโทนี่ มันไม่มีใครยอมรับศัตรูมาเป็นคนรักได้หรอก ไม่มีวันอย่างเด็ดขาด แล้วถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะ จะคอยเฝ้าดูแลคนตัวเล็กยังไงดี หรือจะบอกว่าเป็นญาติ...พอคิดอีกทีไม่ดีกว่า มันไม่สมเหตุสมผลเลย ญาติที่ไหนจะหน้าตาไม่คล้ายคลึงกันขนาดนี้ ถ้าบอกว่าเป็นเพื่อนคงดูโอเคสุดแล้วล่ะ

ถึงอย่างนั้นบัคกี้ก็รู้ดีว่าเขาไม่เหมาะกับสถานะเพื่อนของโทนี่ ไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาหักหลังกันอย่างโหดร้ายแบบนั้นหรอก ต่อให้ชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย โทนี่คงไม่มีวันยอมรับแน่ ทุกสิ่งที่ชายคนนี้เจอมามันหนักหนาและเจ็บปวดเกินกว่าจะให้อภัยเขาได้โดยง่าย

“เอ่อ คุณครับ?” โทนี่หันมามอง สะกิดเรียก “ตกลงว่าผมไม่ใช่แฟนของคุณจริงๆ ใช่มั้ยครับ”

“เป็น” บัคกี้ตัดสินใจตอบในที่สุด ถึงภายในหัวจะมีแต่ข้อโต้แย้งถกเถียงกันดังระงมก็เถอะ

โทนี่ยิ้มหวานทันที “จริงเหรอครับ!” แล้วร้องเยสอย่างดีใจ โผเข้ากอดบัคกี้แน่นเสียจนแทบจะรวมร่างกัน “นึกว่าจะอยู่ตัวคนเดียวแบบที่กลัวเสียอีก”

“หื้ม?”

“ฝันน่ะครับ” โทนี่บอกเสียงแผ่ว แรงกอดคลายลง “มันเป็นฝันร้ายก่อนผมจะฟื้นขึ้นมา ฝันที่มีแค่ผมเดินไปตามทางซึ่งเต็มไปด้วยเสียงก่นด่า ความโศกเศร้า และความสูญเสียตามลำพัง ผมกลัวมากเลย

บัคกี้ดวงตาไหววูบ ยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มแล้วขยำมันเบาๆ พยายามหาคำพูดดีๆ มาปลอบใจคนที่กอดกันแน่น แต่มันก็ไม่มีคำไหนดีพอเอามาใช้ได้เลย ในฐานะฆาตกรและผู้ที่พรากทุกอย่างไปจากโทนี่ จะให้ทำยังไงมันก็ดูเหมือนเขาเสแสร้งทั้งนั้น มันให้อารมณ์เหมือนเขาถือมีดโชกเลือดอยู่ด้านหลัง แล้วยืนมอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้คนตัวเล็ก

“แต่พอรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวมันก็ใจชื้นขึ้นมา รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ ฮ่าๆ

“อืม” บัคกี้ตอบได้แค่นี้ แย่ล่ะสิ เขาอยากร้องไห้ยังไงไม่รู้ ทำไมหัวใจถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้นะ

“ขอบคุณที่ไม่ทิ้งผมไปไหนนะครับ”

 

ขอบคุณเหรอ จริงๆ ต้องบอกว่าไปตายซะมากกว่า

บัคกี้นึกย้อนไปถึงประโยคสุดท้ายที่โทนี่บอกกับเขาก่อนจะไปรับยาด้วยกัน

โทนี่ดูสดใสกว่าเมื่อเช้ามาก พูดจ้อไม่หยุดอย่างกับไม่เคยพูดมานานหลายปี ชี้นู่นชี้นี่ ถามนั่นถามโน่น แล้วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นเขาตอบคำถาม หรือว่าเป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง

บัคกี้ไม่ใช่พวกชอบพูดนัก หลังจากตื่นขึ้นมาในยุคปัจจุบัน เขาก็ลืมไปหมดแล้วว่าตัวเองคือใคร ชีวิตเดิมเป็นยังไง และควรทำอะไรบ้าง ดังนั้นเขาจึงพยายามพาอดีตของตัวเองกลับมา พยายามย้อนกลับไปเป็นเจมส์ บาร์นส์คนเดิมอย่างที่เคยเป็น

บัคกี้โดนโทนี่ลากไปยังซูเปอร์มาร์กเก็ตด้วยกัน คนตัวเล็กเดินยิ้มแป้นตรงไปยังโซนขนม ก่อนกวาดทุกอย่างลงในตะกร้าสินค้าทำเอาคนทั้งร้านหันมามองตาโต รวมถึงบัคกี้ด้วยเช่นกัน บัคกี้ดุแล้วหยิบขนมบางส่วนกลับไปวางบนชั้นตามเดิม ทำให้โดนสายตาไม่พอใจของโทนี่มองมา ไหนจะสีหน้างอง้ำ แก้มซึ่งพองลมจนมันป่องทั้งสองข้าง และท่าทางดื้อรั้นไม่ต่างจากเด็ก บัคเริ่มกี้ไม่แน่ใจแล้วว่าเขากำลังเป็นแฟน (ปลอมๆ) กับเด็กสามขวบหรือเปล่า แต่ดูเหมือนจะใช่นะ

“ก็มันหิวนี่” โทนี่งอแง “ทำไมต้องขัดกันด้วยไม่รู้”

“ถ้าหิวก็ไปหาข้าวหาปลากิน ไม่ใช่กินพวกขนมพาอ้วนแบบนี้”

“อ้วนเหรอ ไม่ซะหน่อย” โทนี่ยืดอก บัคกี้ส่ายหัวไปมา จิ้มลงไปบนพุงกลมๆ “นี่! อย่ามาจิ้มนะ”

“พุงนายกลมบ๊อกขนาดนี้ยังจะมาบอกว่าไม่อ้วนอีกเหรอ” บัคกี้เอ่ยถาม โทนี่หน้าบึ้ง แล้วก็เปลี่ยนเป็นหงอย “อะ...อะไร?”

“ถ้าผมอ้วนคุณแฟนก็จะไม่รักใช่มั้ยครับ” โทนี่ว่าเสียงตัดพ้อ หยิบขนมวางคืนบนชั้นทีละถุง “นั่นสินะ พออายุเริ่มมากขึ้นระบบเผาผลาญก็จะมีประสิทธิภาพลดลงทำให้ร่างกายอ้วนได้ง่าย พออ้วนแล้วก็จะกลายเป็นคนไม่มีใครสนใจ เพราะรูปร่างไม่ชวนมองอีกต่อไป”

บัคกี้อยากตีโทนี่จริงๆ เขาคิดนะว่าถ้าหมอนี่เป็นลูกของเขาล่ะก็ จะดุให้เลิกเอาแต่ใจและไม่ทำตัวตัดพ้อคนอื่นเก่งแบบนี้เลย แต่เพราะว่าเขากับโทนี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างจนใจ

“คนเราจะรักกันแค่รูปลักษณ์ภายนอกจริงน่ะเหรอ น่าเจ็บปวดชะมัดเลยน้า” พูดไปก็หยิบขนมวางคืนบนชั้นไป แต่ท่าทางของโทนี่ดูเสียดายขนมมากกว่าแฟน (ปลอมๆ) อย่างเขาเสียอีก “ผมเสียใจจังครับ”

แล้วก็หันมามองกันด้วยสายตาวิ้งวับ บัคกี้รีบหันหน้าหนีทันที เขาถอนใจเฮือกเมื่อใจอ่อนจนได้ หันกลับไปมองคนตัวเล็กอีกครั้ง

“ให้กินขนมก็ได้ แต่แค่นิดเดียวนะ แล้วก็ต้องกินหลังกินข้าวเสร็จแล้ว โอเคมั้ยเจ้าเด็กดื้อ”

โทนี่ทำงอนเล่นตัว สักพักก็พยักหน้า ท่าทางสดใสแสนน่ารักกลับมาแล้ว บัคกี้ชักชอบขึ้นมาแล้วสิ

 

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว บัคกี้ก็พาโทนี่ไปเที่ยวสวนสัตว์ เจ้าตัวดี๊ด๊าไม่ต่างจากเด็ก ดวงตาเป็นประกายวิ้งวับ ดูตื่นเต้นกับการเดทครั้งนี้เป็นอย่างมาก

บัคกี้ต้องคอยเตือนให้โทนี่ทำตัวดีๆ และอย่าดื้อ คนตัวเล็กมีท่าทีขัดขืนในตอนแรก แต่พอเห็นว่าเขากำลังทำสีหน้าไม่พอใจก็รีบแจ้นมาอ้อน ยื่นนิ้วก้อยมาให้สัญญาว่าจะไม่ดื้อกับเขาตลอดการเดทครั้งนี้

บัคกี้พาโทนี่ไปดูสิงโต คนตัวเล็กทำหน้าว้าว ประกายตาระยิบระยับไม่ต่างกับเด็กจริงๆ จนบัคกี้เริ่มเชื่อแล้วว่าเขากำลังเป็นแฟนกับโทนี่เวอร์ชันเด็กมากกว่าเวอร์ชันผู้ใหญ่

เขาไม่เคยเห็นโทนี่ในมุมนี้มาก่อน และไม่คิดว่าจะได้เห็นด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่านี่เป็นโชคดีมากๆ โชคดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

บัคกี้พาโทนี่ไปดูหมีแพนด้า คนตัวเล็กเอาแต่ล้อว่าหน้าเหมือนเขา แล้วทำท่าหมีแพนด้าล้อเลียนเขาด้วย เห็นดังนั้นเขาจึงเขกหัวอีกฝ่ายเบาๆ ทำทีเป็นโกรธ และเหมือนโทนี่จะเข้าใจผิดว่าเขาโกรธจริงๆ จึงง้อด้วยการยื่นหน้ามาจุ๊บปากเขาท่ามกลางสายตาของประชาชี โทนี่ผละออกไปด้วยใบหน้าแป้นแล้น แก้มขึ้นสีชมพูเล็กน้อย ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง

เมื่อกี้หัวใจคนแก่เกือบวายแหนะ

ต่อจากแพนด้าก็เป็นเพนกวิน คราวนี้เป็นฝ่ายบัคกี้ล้อโทนี่บ้าง เขาหัวเราะคนที่ยืนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง งอนตุ๊ปป่อง ก่อนจะเริ่มหยุดหัวเราะเมื่อเห็นโทนี่ไม่เล่นด้วย ความรู้สึกผิดก่อเกิดขึ้นในใจ เขารีบขอโทษขอโพยโทนี่ทันที ยื่นนิ้วก้อยไปง้อคนตรงหน้าซึ่งสะบัดตัวหนีทันควัน

“โทนี่ ฉันขอโทษ เรามาดีกันเนอะ” โทนี่ส่ายหัวไปมา “ต้องทำยังไงนายถึงจะหายโกรธฉันเหรอ”

“ต้องบอกว่าผมน่ารักกว่าเจ้านี่” โทนี่ว่าแล้วชี้ไปยังเพนกวิน บัคกี้งงเป็นไก่ตาแตก “ก็คุณแฟนน่ะเอาแต่หัวเราะตอนมองเจ้านี่ เหมือนว่ามันทำให้คุณแฟนมีความสุขมากกว่าผม มันยอมไม่ได้นี่ครับ”

กับเพนกวินนายก็หึงเรอะ!? บัคกี้ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ เขามองโทนี่ที่ยังไม่เลิกงอนกัน แล้วอมยิ้มก่อนหัวเราะร่วนออกมาอย่างมีความสุข เขาหัวเราะหนักมากจนต้องเอนตัวไปพิงไหล่ลาดให้ช่วยพยุง คนตัวเล็กจับเสื้อบริเวณเอวของเขาเอาไว้ เอ่ยถามด้วยความห่วงใย

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ รู้สึกไม่สบายเหรอ หรือว่า...”

“เปล่าหรอก” บัคกี้ตอบ เขาค่อยๆ หยุดขำลงได้ในที่สุด “แค่คิดว่าไม่อยากให้วันนี้จบลงเลย”

“เอ๋?”

“ถ้าวันนี้จบลงนายคงไม่อยากให้ฉันพูดแบบนั้นหรือว่าทำตัวแบบนี้ใส่หรอก

“ทำไมจะไม่ล่ะ เราเป็นแฟนกันนะ” โทนี่บอก พยายามดันเขาให้เงยมองตัวเอง “ทำไมพูดแบบนั้น”

“ก็เราเป็นแฟนกันได้แค่ฟิคเดียวนี่นะ” บัคกี้ตอบแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่นัยน์ตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำ จมูกของโทนี่เริ่มแดง ริมฝีปากก็ด้วย “เฮ้ อย่าร้องไห้สิ”

เพียงแค่บัคกี้พูดจบ โทนี่ก็น้ำตาไหลพราก “ใจร้าย” แล้วว่ากันเสียงดัง “คุณแฟนใจร้ายที่สุดเลย!

บัคกี้ซวยล่ะสิ เขาต้องทำยังไงถึงจะทำให้ชายคนนี้เลิกร้องไห้ได้ล่ะเนี่ย สตีฟทำยังไงเวลาโทนี่ร้องไห้กันนะ หมอนั่นไม่เคยบอกวิธีรับมือกับเจ้านี่เอาไว้ซะด้วย

บัคกี้หันซ้ายแลขวา คนอื่นๆ พากันมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว แล้วหันไปซุบซิบนินทากัน ดูเหมือนว่าถ้าเขายังไม่ทำให้โทนี่หยุดร้องไห้ คนพวกนั้นก็จะยังไม่เลิกมอง

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ” บัคกี้ลองปลอบด้วยวิธีปลอบแบบเดียวกับเด็ก “ที่พูดไปมันแค่ความคิดสับสนน่ะ”

“เพราะผมดื้อเลยทำให้คุณแฟนไม่พอใจใช่มั้ยครับ” โทนี่ปาดน้ำตาออก เงยหน้าถามเสียงสะอื้น

บัคกี้อยากลักพาตัวโทนี่ไปขังไว้ที่บ้านจริงๆ แล้วจะนอนกอดทั้งวันทั้งคืน คนอะไรจะน่ารักได้เบอร์นี้

“ไม่ใช่” บัคกี้รีบปฏิเสธ เขาก้มลงไปมองโทนี่ใกล้ๆ ไล้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้อีกคน “ไม่ใช่เพราะโทนี่ดื้อหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันเองต่างหาก ฉันทำผิดกับนายเอาไว้อย่างร้ายแรง”

“นอกใจผมเหรอ”

“อย่างฉันจะนอกใจใครเป็นเหรอไง” บัคกี้ถาม โทนี่คิด มองหน้าเขาอยู่นานมากแล้วพูดว่านั่นสินะ

นั่นสินะบ้าอะไรฟะ

“ฉันไม่ได้นอกใจนาย และไม่มีวันนอกใจด้วย แต่มันเป็นเรื่องที่นายในตอนนี้จำไม่ได้”

“งั้นผมจะจำให้ได้ บัคกี้จะได้ไม่ต้องเลิกกับผม” โทนี่ทำหน้ามุ่งมั่น สีหน้าจริงจังทีเดียว

“ไม่ต้องจำได้นั่นแหละดีแล้ว อย่างน้อยก็ในวันนี้” บัคกี้บอก น้ำเสียงที่ใช้ในประโยคหลังเบาหวิว เขาพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว บัคกี้เอื้อมมือไปคว้ามือเล็กมากุมไว้แน่น “ขอฉัน...เห็นแก่ตัวสักวันได้มั้ยโทนี่

“เอ๋? หมายความว่ายังไงน่ะครับ ผมงงไปหมดแล้ว”

“จนกว่าจะหมดวันนี้ ขอให้ฉันเป็นแฟนนายจริงๆ ได้มั้ย”

โทนี่ยังคงไม่เลิกงง แต่พอเห็นสายตาและสีหน้าของเขา อีกฝ่ายก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม

 

หลังจากไปสวนสัตว์แล้ว บัคกี้ก็พาโทนี่ไปเที่ยวสวนสนุก ไปเล่นเครื่องเล่นนานาชนิดด้วยกัน หัวเราะและมีความสุขไปพร้อมกัน บัคกี้ตั้งใจว่าจะขอตักตวงช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ให้ได้มากที่สุด

โทนี่ดูสดใสเหมือนแสงแดด เจิดจ้าและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน บัคกี้อยากหยุดเวลานี้เอาไว้ อยากให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปแบบนี้ คือมีแค่เขากับโทนี่ที่จำอะไรไม่ได้ ถึงแม้จะคิดเช่นนั้น บัคกี้ก็รู้ดีที่สุดว่าการจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้สักอย่างมันแย่แค่ไหน ทรมานแค่ไหน และเจ็บปวดเพียงใด

หลังจากเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์กันครบสองรอบแล้ว บัคกี้ก็ถูกโทนี่ลากให้ไปนั่งม้าหมุนด้วยกัน โทนี่นั่งรถฟักทอง ส่วนบัคกี้ขี่ม้า การกระทำของพวกเขาดันไปแย่งเด็กคนอื่นเล่นจนโดนมองแรงใส่ ด้วยเหตุนี้บัคกี้จึงต้องหันไปขอโทษขอโพยหนูๆ เหล่านั้น

“เหมือนเรื่องซินเดอเรลลาเลยเนอะ” อยู่ๆ โทนี่ก็พูดขึ้นมา บัคกี้ที่นั่งอยู่บนม้าตัวข้างๆ รถฟักทองหันไปมองคนพูด “ผมเป็นซินเดอเรลลา ส่วนบัคกี้เป็นเจ้าชายที่ขี่ม้ามาตามซินเดอเรลลากลับไปอยู่ด้วยกัน”

บัคกี้เคยอ่านเรื่องนี้ตอนไปเลือกซื้อหนังสือเมื่อนานมาแล้ว เขาจำได้ว่าซินเดอเรลลาเป็นฝ่ายถูกกระทำตลอด โดนกลั่นแกล้งต่างๆ นานา ซึ่งจะว่าไปก็ตรงกับชีวิตโทนี่ดี เจ้านี่ช่างเปรียบเปรยได้เยี่ยมจริงๆ

“จะสื่ออะไร” บัคกี้เลือกจะถามตรงๆ เมื่อแปลในส่วนของเจ้าชายไม่ออก

โทนี่ยิ้มเขิน “อยากให้บัคกี้มาเป็นเจ้าชายของผมตลอดไปน่ะ ฮะๆ เขินแฮะ”

คราวนี้บัคกี้เขินตามไปด้วย เขาถึงกับหน้าร้อนวูบจนแทบระเบิดเหมือนภูเขาไฟ ได้แต่หลบตาคนที่นั่งหน้าแดงอยู่ในรถฟักทอง หัวใจเต้นระรัวจนห้ามไม่ได้ เสียงดับตึกตัก ตึกตัก ตึกตักอยู่ในหัว

ยิ่งใกล้หมดวันลง ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าบัคกี้กำลังจะหายไป” โทนี่หยุดพูดแล้วทำท่าคิด “เอ๊ะ ถ้างั้นผมสิที่ต้องเป็นเจ้าชายแล้วออกตามหาบัคกี้ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเหมาะจะเป็นซินเดอเรลลามากกว่านะ”

“โทนี่” บัคกี้เรียกคนตัวเล็กให้หันมามอง เมื่ออีกฝ่ายทำตามแล้วเขาก็พูดต่อ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ไม่ว่าตอนนั้นนายจะคิดกับฉันยังไง ฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่าความทรงจำในวันนี้ฉันจะไม่มีวันลืม”

โทนี่หน้าแดงไม่ต่างจากมะเขือเทศ อ้าปากพะงาบๆ แล้วก้มหน้างุด นั่นทำให้บัคกี้เห็นใบหูแดงก่ำได้อย่างชัดเจน

“ฉันเองก็จะไม่ลืมเรื่องในวันนี้เหมือกัน” โทนี่ให้คำมั่นสัญญา เงยหน้าขึ้นมาทำหน้าจริงจัง “เพราะว่ามันเป็นเรื่องราวของฉันกับบัคกี้ไงล่ะ!

บัคกี้อยากจะดีใจและร้องไห้ไปพร้อมกัน เขาอยากจะยิ้มแต่กลับยิ้มไม่ออก ความรู้สึกก้ำกึ่งนี่มันทรมานเสียจริง

ม้าหมุนหยุดลงแล้ว โทนี่เดินลงจากรถฟักทองไปรอบัคกี้ด้านล่าง บัคกี้ลงจากม้าแล้วรีบตามไปสมทบ แล้วจู่ๆ คนตัวเล็กก็โผเข้ากอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปในทันทีหากไม่รีบคว้าเอาไว้

“บัคกี้รักผมมั้ย” จู่ๆ โทนี่ก็ถามอะไรแปลกๆ ออกมา อะไรแปลกๆ ที่มีอิทธิพลกับหัวใจของเขา

“...”

“แต่ผมรักบัคกี้นะ” โทนี่พูดออกมาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันไม่แปลกเลยในเมื่อชายคนนี้กำลังเข้าใจผิดว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน “รักจริงๆ นะ”

“อื้ม ฉันก็รักนาย” บัคกี้ตอบกลับไป กอดตอบพร้อมก้มลงจุ๊บกระหม่อมโทนี่ “ขอบคุณนะโทนี่”

โทนี่ผงกหัวแต่ไม่ยอมผละตัวออกมา สงสัยจะเขินจนไม่กล้าสู้หน้ากัน บัคกี้ได้แต่หัวเราะด้วยความเอ็นดู เขาปล่อยให้คนตัวเล็กกอดอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะพอใจ

 

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา บัคกี้ทำใจยอมรับข้อเท็จจริงนี้ได้ แต่โทนี่กลับเบ้ปากและดื้อไม่ยอมกลับบ้าน เรามีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนโทนี่จะยอมเมื่อเห็นว่าเขาโกรธเข้าให้จริงๆ แล้ว

บัคกี้ไม่อยากดุโทนี่หรอก แต่ถ้าเขาไม่พาเจ้าตัวไปส่งที่ตึกอเวนเจอร์สล่ะก็ มีหวังคนที่นั่นเป็นห่วงแย่ แถมเขายังไม่แน่ใจด้วยว่าความทรงจำของโทนี่จะกลับมาตอนไหน ถ้าเห็นว่าตัวเองอยู่กับเขาตอนความทรงจำทั้งหมดกลับมาแล้ว มีหวังได้อาละวาดแล้วไล่ฆ่าเขาอีกชัวร์ๆ

บัคกี้ไม่ได้กลัวโดนฆ่าตาย แต่เขาไม่อยากทำร้ายร่างกายโทนี่ การจะหยุดคนบ้าคลั่งให้กลับมาสงบ วิธีเดียวที่นักฆ่าแบบเขานึกออกก็คือการต่อสู้ แล้วนั่นจะทำให้เราสองคนวนกลับไปยังช่วงเวลาของซีวิลวอร์

“กลับพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ” โทนี่หันมาถามหลังเขาพาเจ้าตัวมาส่งที่หน้าตึกอเวนเจอร์สแล้ว “ค้างที่นี่ได้มั้ย อยู่ด้วยกันต่ออีกนิดก็ยังดี นะ บัคกี้”

“ไม่ได้หรอก” บัคกี้ยืนยันเสียงหนักแน่น “ฉันต้องกลับแล้ว เป็นเด็กอนามัยต้องนอนก่อนสี่ทุ่มน่ะ”

“จะได้ใต้ตาไม่ดำเหมือนหมีแพนด้าใช่มั้ย” โทนี่พยายามจะเล่นมุกไม่ให้การจากลามันเศร้า แต่ดันน้ำตาไหลเสียอย่างนั้น โทนี่หุบยิ้ม ก้มหน้าลง “ขะ...ขอโทษนะ ทั้งที่ไม่อยากบอกลาด้วยน้ำตาแท้ๆ แต่มัน...”

“เฮ้โทนี่” บัคกี้เรียก ช้อนปลายคางมนขึ้นมา เขาก้มลงจูบซับน้ำตาให้คนตัวเล็ก “ไม่เป็นไรหรอก”

“...”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ เราจากกันแค่แป๊บเดียวเท่านั้นเดี๋ยวเราก็ได้พบกันใหม่แล้ว”

“พรุ่งนี้เหรอ” โทนี่เอ่ยถามอย่างมีความหวัง “หรือว่าวันรุ่งขึ้น วันไหนล่ะ บัคกี้บอกได้มั้ย”

บัคกี้ส่ายหัว พยายามทำตัวเข้มแข็งและไม่ร้องไห้ออกมา จะทำให้โทนี่เสียใจกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด

“ฉันตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องของอนาคต”

“ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าเรากำหนดอนาคตตัวเองไม่ได้ ผมจะไปหาบัคกี้เองถ้าบัคกี้ไม่ยอมมาหาผม”

“นายต้องไม่มาแน่ถ้านายจำทุกอย่างได้”

“บัคกี้หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ”

บัคกี้ไม่อธิบาย เขาจุ๊บปากคนตัวเล็กแล้วผละออก โทนี่ทำหน้างอ เริ่มกลับไปดื้ออีกแล้ว แต่บัคกี้ไม่โกรธหรอก เขาน้อยใจโชคชะตามากกว่า เฝ้าถามตัวเองว่าทำไมเราสองคนถึงต้องเป็นเส้นขนานกันด้วยนะ

“งั้นผมจะไม่จำเรื่องในอดีตแล้ว จะความจำเสื่อมแบบนี้ต่อไปนี่แหละ จะได้อยู่กับบัคกี้ไปตลอด”

“ไม่ได้!” บัคกี้ตวาด โทนี่สะดุ้งเฮือก “นายเป็นคนบอกเองว่าการจำตัวเองไม่ได้มันทรมาน แล้วนายจะให้ฉันทนเห็นคนที่รักทรมานได้ยังไง อย่าดื้อ!

“แต่มันทำให้ผมไม่ได้อยู่กับบัคกี้ ผม...”

“จำให้ได้เถอะนะ ทุกเรื่องเลย” บัคกี้ปรับเสียงให้อ่อนลง ยกมือกุมแก้มนุ่มเอาไว้ เขามองโทนี่ด้วยสีหน้าแน่วแน่เป็นพิเศษเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธอีก และส่งผ่านทุกความรู้สึกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ “แล้วฉันจะรีบกลับมาหานายเองเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ฉันสัญญา”

“จริงนะ”

“จริงสิ” บัคกี้ยิ้มกว้างจนตาปิดเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาเอาไว้ “ต่อให้โดนนายเกลียดหรือไล่ตะเพิดออกไปฉันก็จะไม่ยอมแพ้ เราเป็นแฟนกันนี่เนอะ”

ถึงโทนี่จะทำหน้างงก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา กลับตกปากรับคำแล้วฝืนยิ้มเพื่อทำให้เขาสบายใจ

“กลับขึ้นตึกไปได้แล้ว ใครหลายคนคงเป็นห่วงนายแย่แล้ว”

“เพื่อเป็นหลักฐานของคำสัญญาของบัคกี้ มาถ่ายรูปคู่กัน”

บัคกี้ทำหน้างงก่อนโดนโทนี่ลากเข้าไปอยู่ในเฟรมกล้อง คนตัวเล็กปาดน้ำตาออกให้หมด ฉีกยิ้มสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ บัคกี้เหลือบมองคนข้างกาย สักพักใหญ่ก็ทำตาม กล้องของมือถือที่ทันสมัยที่สุดในยุคนี้กดบันทึกภาพ แล้วโทนี่ก็นำมันไปตั้งเป็นภาพปลดล็อคหน้าจอ ก่อนสั่งให้เขาทำตามตัวเอง เมื่อเห็นว่าเขาทำตามแล้วก็ยิ้มแก้มปริ

“ผมมั่นใจว่าผมจะไม่ลืมเรื่องวันนี้ของเราแน่นอน” โทนี่ให้คำมั่น “สัญญาด้วยหัวใจของผมเลย”

“ขอบคุณนะ” บัคกี้บอก ก้มลงไปจูบคนตัวเล็กอยู่นานแล้วจึงผละออกมา “ขอบคุณจริงๆ โทนี่”

 

บัคกี้กลับมาเจอโทนี่ สตาร์คในหลายอีกปีต่อมา เขาต้องเข้าร่วมต่อสู้กับธานอสเพื่อปกป้องโลกแสนสำคัญใบนี้เอาไว้

โทนี่ไม่พูดกับเขาสักคำ ดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมเรื่องของเราไปหมดแล้วจริงๆ บัคกี้ก็คิดแบบนั้นจนกระทั่งวันนี้

โทนี่เดินเข้ามาหาเขา กระชากคอเสื้อของเขาพร้อมชูหน้าจอมือถือตัวเองให้ดู มันเป็นรูปคู่ของเขากับเจ้าตัวในวันนั้น...วันที่เขาจากมา

สายตาของโทนี่คาดคั้นกันเป็นอย่างมาก เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “ภาพนี้มันหมายความว่ายังไงวะ ทำไมฉันถึงมีรูปคู่กับแกได้ จำไม่เห็นได้ว่าเคยไปสนิทสนมกับแกตอนไหน

คำพูดของโทนี่เชือดเฉือนหัวใจของบัคกี้จนเป็นแผล บัคกี้ตอบไม่ได้ เขาเองก็อยากจะเล่าทุกอย่างให้โทนี่ฟัง แต่ติดตรงที่ว่าถ้าเล่าไปแล้วเจ้าตัวรับไม่ได้ขึ้นมา จะยิ่งทำให้เราแยกห่างกันไปมากกว่านี้

“เอาเหอะ ไม่อยากอธิบายก็ไม่ต้องอธิบาย จะคิดว่าเป็นรูปตัดต่อแล้วกัน”

โทนี่ผละตัวออกพร้อมหันหลังจะเดินจากไป บัคกี้เอื้อมมือไปเพื่อคว้าคนตัวเล็ก แต่กลับโดนกำแพงที่มองไม่เห็นตั้งขึ้นมาขวางกั้น มันเป็นกำแพงที่เขาคงไม่มีวันฝ่าเข้าไปหาคนตัวเล็กได้ เพราะมันคือกำแพงแห่งความเกลียดชัง

“เดี๋ยว สตาร์ค” โทนี่ยอมหยุดเดิน หันกลับมาเลิกคิ้วให้ “นาย...จำเรื่องของเราไม่ได้เลยเหรอ”

เรื่องของเรา? สติดีหรือเปล่า” โทนี่ถามกลับเสียงห้วน “ฉันไม่ยอมมีเรื่องของเรากับแกหรอก”

บัคกี้เจ็บไปถึงไขกระดูก อยู่ๆ ก็อยากร้องไห้ขึ้นมา หัวใจปวดร้าวไปหมด เขาลดมือลง มองกำแพงที่หนาขึ้น ได้แต่บอกตัวเองว่าทุกอย่างจบลงไปตั้งแต่วันที่เขาเลือกจะเดินจากมาแล้ว และเขาควรยอมรับมัน

“นายเนี่ยเหมือนเพนกวินเลยเนอะ” แต่อะไรบางอย่างก็ทำให้บัคกี้ตัดสินใจพูดประโยคนี้ออกมา

“หา?” โทนี่เลิกคิ้วถามอย่างไม่สบอารมณ์

“เปล่า แค่แซวเฉยๆ น่ะ”

“อยากตายหรือไง”

“เปล่าครับคุณสตาร์ค”

โทนี่หันกลับไปเดินต่อแล้วพูดขึ้นลอยๆ ว่า

“แกเองก็หน้าเหมือนหมีแพนด้าเหมือนกัน”

อยู่ๆ บัคกี้ก็ใจชื้นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาพุ่งตัวไปคว้าข้อมือเล็กแต่กลับโดนสะบัดออกอย่างไม่ใยดี แล้วได้แต่ตกใจอยู่คนเดียวที่เห็นว่ากำแพงทั้งหมดไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว โทนี่ยอมปลดมันลงแล้ว? โทนี่ยอมให้เขาเข้าใกล้แล้วหรือ

“ทะ...ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ แค่แซวเหรอ หรือว่ามีอะไรพิเศษกว่านั้น

ไม่มี” โทนี่ตอบ “ไม่รู้ดิ อยู่ๆ ปากมันก็ไปเอง แล้วทำไม ไม่พอใจหรือไง”

“เปล่า” บัคกี้ส่ายหัวไปมา ก่อนยิ้มแป้น “ชอบต่างหากล่ะครับ

โทนี่หน้าแดง ถึงจะแค่แป๊บเดียวแต่บัคกี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจน

“พูดบ้าอะไรไร้สาระจริง ตัดใจซะเพราะฉันไม่มีวันชอบแกหรอก”

ถึงจะพูดแบบนั้นโทนี่ก็ไม่ยอมลบรูปคู่ของเรา ทั้งที่มาถามกันแล้วแต่ทำไมถึงยังไม่ลบมันล่ะ ทั้งที่จะลบต่อหน้าเขาเลยก็ได้ ทั้งที่จะทำลายมันให้สิ้นซากเลยก็ได้ ทำไมถึงไม่ทำล่ะ นี่มันทำบัคกี้อดสงสัยไม่ได้ขึ้นมา

“รูปคู่นั่นน่ะ...”

“อยากลบจะตาย” โทนี่กัดฟันพูดขึ้นขัด “แต่พอจะกดลบทีไร อะไรบางอย่างก็เข้ามารบกวนความคิดตลอด มันเป็นภาพความทรงจำที่แทรกผ่านเข้ามาในหัว เหมือนเวลาเรานอนหลับแล้วฝันนั่นแหละ เป็นภาพความทรงจำเห่ยๆ ที่มีหน้าแกเต็มไปหมด บ้าชะมัด เป็นผีหรือไงถึงตามหลอกหลอนกันอยู่ได้

โทนี่แขวะเขาจบก็เดินจากไปจนหายลับสายตา บัคกี้ได้แต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว ทั้งที่โดนด่าเสียเจ็บแสบแต่ก็ยังมีความสุข จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

แล้วไว้เจอกันใหม่ในฐานะคุณแฟนตัวจริงนะ โทนี่

 


THE END
19/01/2017
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ :D

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Mister=ปลาวาฬ (@misterB-e-a-n) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 05:36

    คือมันดีย์ มันใช่ สุดน่ารัก บัคกี้โทนี่นี่มันดีจริงๆ แฟนกันวันเดียว ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนตลอดไป แต่ก็ยังดีที่ได้อยู่ด้วยกันน้า;-; ชอบตรงหัวใจคนแก่เกือบวายเนี่ยแหละ ทั้งบัคกี้ ทั้งสตีฟเนี่ยก็ผู้ชายวัยชราดีๆนี่เอง5555 ถึงหน้าจะยังหล่อเหลาหนุ่มแน่น โอ๊ยชอบ
    #3
    0
  2. #2 Damsel in distress
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:16
    คู่นี้น่ารักมากค่ะ ชอบมากๆ เลยค่ะะะะะะ
    #2
    0
  3. #1 หมูบิน
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 23:07
    น่ารักมากเลยค่ะ ชอบคู่นี่มากกก แล้วก็หาอ่านยากด้วย ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะคะ



    #1
    0