คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Credence x Newt] Magic

โดย SaRa_PAO

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ร้านขนมหวานโควัลสกี ร้านขนมที่จะพาคุณล่องลอยไปในความหอมหวานแห่งรัก

ยอดวิวรวม

950

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


950

ความคิดเห็น


12

คนติดตาม


46
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ธ.ค. 59 / 16:57 น.
นิยาย [Credence x Newt] Magic [Credence x Newt] Magic | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


นิวท์ สคามันเดอร์สามารถช่วยเครเดนซ์ แบร์โบนเอาไว้ได้ทันแบบเฉียดฉิว
เครเดนซ์ย้ายไปอยู่กับเจค็อบ โควัลสกี เพื่อนที่ไว้ใจได้เพียงคนเดียวของเขา
ด้วยเหตุผลอย่างหนึ่ง นิวท์ต้องไปเยือนร้านขนมหวานของเจค็อบ โควัลสกี
ที่นั่น เขาได้พบกับเครเดนซ์อีกครั้งหลังเจอเจ้าตัวในกระเป๋าของเขาก่อนหน้านี้


"มันรู้แค่ว่ารอยยิ้มของคุณน่ะ...ผมไม่อยากเสียไป"
** สามารถเก็บรูปดิสของพี่นิวท์กับน้องเครเดนซ์ได้ที่ จิ้ม
written by SaRa_PAO
   T
B
 
t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ธ.ค. 59 / 16:57


Title: Magic

Pairing: CREDENCE x NEWT

Author: SaRa_PAO

Genre: Romantic

Rate: PG

Note: ร่วมสนุกกับ Fantastic Beasts อะเกน หัวข้อเดิมอะเกน // มีสปอยล์นะคะ

 


นิวท์ไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าเครเดนซ์...อดีตออบคูรัส...อาศัยอยู่กับเขาที่ห้องพักของทีน่าด้วย

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้อุโมงค์รถไฟใต้ดิน เครเดนซ์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากทีน่าและควีนนี่ผู้เป็นน้องสาว ทั้งคู่ช่วยกันลักลอบพาเครเดนซ์ (ซึ่งสลบจากการโดนเหล่ามือปราบมารจัดการ) มาในกระเป๋าของเขาเพื่อพามารักษาตัวที่ห้องเช่าของเธอ

ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงแล้ว นิวท์ไม่เคยรู้สึกถึงการมีอยู่ของเครเดนซ์ตั้งแต่ตอนนั้นจนกระทั่งตอนนี้

นิวท์กำลังสงสัยอยู่ว่าเพราะอะไรเครเดนซ์ถึงได้หลุดรอดสายตาของเขาไปได้ เขาคิด คิด และคิดจนหัวแทบระเบิดแต่ก็ยังไม่เจอคำอธิบายที่ดีพอสำหรับนำมาตอบข้อสงสัยดังกล่าว คำตอบที่ดูไปวัดไปวาได้ที่สุดก็คือเพราะหมอนั่นชอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดภายในความทรงจำสีดำ

และสิ่งที่นิวท์กำลังทำอยู่ในขณะนี้คือการยืนมองเครเดนซ์นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นไม้ภายในกระเป๋าของเขา ว่าแต่เจ้านี่เข้ามาในกระเป๋าของเขาได้ยังไง เจ้านี่รู้ได้ยังไงว่าในกระเป๋าของเขามีที่พักซ่อนอยู่

“เครเดนซ์” นิวท์เรียกเด็กหนุ่มซึ่งสะดุ้งโหยงทันทีหลังเขาพูดจบ เขาไม่ใช่พวกเข้ากับชาวบ้านได้ง่ายๆ ด้วยสิ แล้วแบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องมั้ยล่ะเนี่ย “เอ่อ คุณมา...อยู่ในกระเป๋าของผมได้ยังไง”

“...คุณโควัลสกีบอกว่าอยากได้หนังสือที่ให้คุณยืมไปคืนจึงวานให้ผมมาเอาให้ แต่พอผมเปิดกระเป๋าของคุณออกแล้วพบว่าด้านในมีห้องลับซ่อนอยู่ ผมจึงถือวิสาสะลงมาเอง ขอโทษด้วยนะครับ”

พูดจบเครเดนซ์ก็ลุกขึ้นยืนก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ตัวสั่นเทาเล็กน้อยพร้อมถอดเข็มขัดกางเกงออก

คะ คุณถอดเข็มขัดกางเกงออกทำไม ใส่กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย” นิวท์สั่งด้วยความตกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มถอดเข็มขัดกางเกงเสร็จแล้ว เครเดนซ์เอียงหัวเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ พยายามยื่นเข็มขัดในมือตัวเองมาให้เขา “คุณยื่นเข็มขัดให้ผมทำไม ผมจะเอาเข็มขัดของคุณไปทำอะไร”

“ล่ามผมแล้วลงโทษอย่างที่แม่ชอบทำเวลาผมทำผิด”

แวบหนึ่งนิวท์สงสารเครเดนซ์ขึ้นมาจับใจ เขาเคยได้ฟังเรื่องราวของเด็กหนุ่มมาบ้างจากทีน่า แต่นั่นเทียบอะไรไม่ได้เลยกับการเห็นท่าทางที่แสดงออกถึงความกลัวของอีกฝ่ายด้วยตาตัวเอง

นิวท์มองเครเดนซ์ด้วยสายตาอ่อนลง เขาก้าวเข้าไปใกล้คนที่เอี้ยวตัวหลบกันแต่พยายามยัดเข็มขัดกางเกงตัวเองใส่มือของเขา เขาระบายลมหายใจออกทางจมูก เอื้อมมือไปกดมือของเครเดนซ์ซึ่งกำสายเข็มขัดลง

“ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไรที่คุณลงมาในกระเป๋าของผม ผมแค่สงสัยเฉยๆ ว่าคุณรู้จักที่แห่งนี้ได้ยังไง”

“ครับ”

“แล้วสิ่งที่คุณทำก็ไม่ใช่เรื่องผิดด้วย ผมไม่จำเป็นต้องลงโทษคุณ เครเดนซ์” นิวท์ฉีกยิ้มให้เด็กหนุ่ม คนตัวใหญ่กว่าเงยหน้าขึ้นมองกันอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในแววตาปรากฏความรู้สึกสับสนจำนวนมาก “ใส่เข็มขัดเข้าเหมือนเดิมเถอะครับ คุณทำแบบนี้ผมตกใจนะ”

เครเดนซ์ดูตกใจกับคำพูดของเขาจนเห็นได้ชัดผ่านทางสีหน้า มันแตกตื่น ดวงตากลมๆ นั่นโตขึ้นอย่างกับไข่ห่าน ริมฝีปากอ้าออกเล็กน้อย เสียงตะกุกตะกักดังขึ้นจากริมฝีปากก่อนมันจะเงียบลง นิวท์เอียงคอมองเด็กหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ แล้วหัวเราะให้กับท่าทีที่ชั่วครู่หนึ่งดูต่างไปจากปกติ ซึ่งเขาเองก็ไม่อาจอธิบายมันได้เหมือนกัน

เครเดนซ์รีบก้มหน้าลงเมื่อเห็นเขามองตัวเองอยู่ แล้วรีบใส่เข็มขัดกางเกงเข้าตามเดิมก่อนหมุนตัวหันหลังให้

“ผะ...ผมขึ้นไปข้างบนก่อนนะครับ คุณโควัลสกีคงรอกันแย่แล้ว”

“คุณกับเจค็อบดูสนิทกันดีนะ” นิวท์ตั้งข้อสังเกต “ดีแล้วล่ะครับ”

“ผมเป็นแค่ลูกมือช่วยคุณเจค็อบทำขนมขายเท่านั้นครับ” นิวท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “เราไม่ได้สนิทกันอย่างที่คุณเข้าใจ คนอย่างผม...” แล้วเครเดนซ์ก็เงียบเหมือนโดนสั่งให้หยุดพูดกะทันหัน “ไม่มีอะไรครับ”

นิวท์พอเข้าใจในสิ่งที่เครเดนซ์ต้องการจะสื่อ เพราะส่วนหนึ่งเขาเองก็มีลักษณะตรงกับเด็กคนนี้ เขาแปลกแยก เขาไม่เป็นที่ยอมรับ เขาไม่มีเพื่อนเป็นมนุษย์สักคน ไม่ว่าจะเป็นพวกพ่อมด แม่มด หรือแม้แต่มักเกิล ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมาขลุกตัวอยู่กับเหล่าสัตว์สัตว์วิเศษของเขามากกว่า เพราะอย่างน้อยพวกมันก็เชื่อใจได้มากกว่าพวกมนุษย์

นิวท์ไม่ได้ปฏิเสธการคบหาเพื่อนมนุษย์ เขานับถือและเข้าใกล้แค่บางคนเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เจค็อบ ทีน่า และควีนนี่ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วกว่าเขาจะยอมเปิดใจให้ผู้คนเหล่านี้ก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นิวท์ยังมีเพื่อนและมีคนดีๆ อย่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์คอยชี้แนวทางให้ ต่างจากเครเดนซ์ที่เติบโตมาภายใต้สังคมซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรง การกดขี่ข่มเหง และการบังคับขู่เข็ญ นิวท์พอจะเข้าใจว่าภายใต้สถานการณ์ที่เราถูกบังคับและโดนกดขี่ตลอดเวลามันรู้สึกอย่างไร แต่เรื่องของความรุนแรงนี่สิที่เขาไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของเครเดนซ์ได้ทั้งหมด

แล้วความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาในอก นิวท์อยากช่วยให้เครเดนซ์รู้สึกดีขึ้นและหลุดออกจากบ่วงแห่งฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนตัวเองตลอดเวลา เขาอยากทำให้เครเดนซ์เห็นว่าโลกที่เขาอยู่ในตอนนี้มันสดใสและสวยงามแค่ไหน เขาอยากทำให้เครเดนซ์รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้อยู่ตามลำพังอีกต่อไปแล้ว

เขาอยากทำให้เครเดนซ์มีความสุข

“เครเดนซ์” นิวท์ตัดสินใจเรียกเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายหมุนกลับมามองกัน “ไหนๆ นายก็ลงมาที่นี่แล้ว สนใจมาเล่นเป็นเพื่อนลูกๆ ของฉันสักครู่มั้ย”

 

เครเดนซ์ยังจำวินาทีที่โดนแฟรงค์ สัตว์มหัศจรรย์ของนิวท์ สคามันเดอร์ ขู่คำรามใส่ได้

นิวท์พาเขาไปทัวร์ภายในกระเป๋าพร้อมพูดถึงเหล่าลูกๆ ของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ ใบหน้าหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เสียงหัวเราะอันสนุกสนานดังประสานไปกับคำบอกเล่าของอีกฝ่าย ท่าทางของนิวท์ทำให้เขารู้สึกสนุกตามไปด้วยอย่างที่ไม่เคยเป็น

เมื่อนิวท์พาเขามาถึงที่อยู่ของธันเดอร์เบิร์ดหรือที่นิวท์เรียกว่าแฟรงค์ เจ้านั่นก็คำรามพร้อมกะพือปีกแสดงอาณาเขตของตัวเอง นิวท์อธิบายว่าแฟรงค์เป็นพวกไม่ถูกกับคนแปลกหน้า มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลาเห็นคนแปลกหน้า เครเดนซ์กำลังคิดอยู่ว่าการกระทำของเจ้าสัตว์ตัวนี้เหมือนลูกหวงคุณแม่เลย

“แบร์โบน นายจะมัวแต่เหม่อแบบนั้นไม่ได้รู้มั้ยเพื่อน” เสียงของโควัลสกีทำเครเดนซ์สะดุ้งโหยง

คะ คุณโควัลสกี”

“ใช่ ฉันเอง นายคิดว่าเป็นสาวที่ไหนล่ะฮึ?”

“เอ่อ เปล่าครับ ผมแค่...”

“นึกถึงสาวอยู่ล่ะสิ ใช่มั้ยล่ะเพื่อน” เครเดนซ์ส่ายหน้าเป็นพัลวัน เขาหันไปมองเจ้านายผู้ซึ่งมีรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยเลศนัยชวนให้สยองพิกล “ไม่ต้องมาปฏิเสธหรอกน่า แค่มองตาฉันก็รู้ใจนายแล้ว”

เครเดนซ์ไม่คิดว่าคุณอาคนนี้จะเข้าใจเขาอย่างปากว่า แต่เขาก็ไม่ได้คิดแย้งหรือต่อว่าอะไร เพราะรู้ดีว่าเจ้าของร้านขายเบเกอร์รี่คนนี้มีนิสัยขี้เล่น ตลก และทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย

หลังเหตุการณ์ออบคูรัสถล่มอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินของนิวยอร์คจบลง เขาที่ได้ทีน่าและควีนนี่ช่วยเอาไว้ก็ถูกพามาอยู่กับเจคอบ โควัลสกี มนุษย์ผู้ไร้พลังใดๆ ไม่สิ แท้จริงแล้วชายผู้นี้มีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ภายในตัวเอง บางทีโควัลสกีอาจจะรู้ตัว บางทีอาจไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เครเดนซ์มองออกว่าเจ้านายของเขามีพลังวิเศษที่ดียิ่งกว่าเวทย์มนต์อยู่ นั่นก็คือพลังแห่งการคิดบวกและพลังของความมีน้ำใจ

ตอนแรกที่เขาได้พบกับโควัลสกีที่ร้านขนมหวานของเจ้าตัว เขามาในฐานะผู้ช่วยทำขนมของอีกฝ่าย เจคอบต้อนรับและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ซึ่งนั่นทำให้เขาผ่อนคลายมากทีเดียว

ทีน่าเล่าให้ฟังว่าเจคอบไม่รู้เรื่องโลกแห่งเวทย์มนต์เพราะโดนลบความทรงจำ เธอย้ำกับเขาว่าห้ามปากโป้งเรื่องของโลกเวทย์มนต์ให้โนแมจคนใดก็ตามรู้เป็นอันขาด เพราะมิเช่นนั้นอาจส่งผลร้ายตามมาในอนาคตได้ ซึ่งไม่ว่ามันจะคืออะไร เครเดนซ์คิดว่าเขาไม่หาเรื่องใส่ตัวมากกว่านี้จะดีกว่า

นอกจากนี้เธอยังเล่าให้ฟังอีกว่าควีนนี่ซึ่งแอบชอบเจคอบอยู่ได้แวะเวียนมาหาเขาบ่อยๆ ทั้งคู่ดูไปกันได้ดีกว่าตอนที่เจคอบยังรู้จักโลกเวทย์มนต์อยู่มาก ความสัมพันธ์ของทั้งสองราบรื่นและน่ารักจนเครเดนซ์อิจฉาอยู่บ้าง

เขานึกอยากมีความรัก คนรัก และประสบการณ์แบบที่โควัลสกีได้รับ เขาอยากลองสัมผัสความรู้สึกพวกนี้ดูสักครั้ง เขาอยากรู้ว่ามันจะหอมหวานเหมือนที่วาดฝันเอาไว้หรือเปล่า

“เจคอบ” เสียงแหบเสน่ห์ดังขึ้นจากทางหน้าร้าน เครเดนซ์เงยหน้าขึ้นจากก้อมขนมปังไปมองแล้วพบนิวท์ สคามันเดอร์ยืนอยู่ตรงนั้น “เห็นเครเดนซ์บอกว่านายอยากได้หนังสือที่ให้ฉันยืมไปคืนงั้นเหรอ”

“โอ้ ใช่แล้วล่ะ ฉันนึกอยากอ่านพอดีน่ะ” เจค็อบตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงสดใส “นายอ่านจบหรือยัง”

นิวท์ส่ายหัวพร้อมยื่นหนังสือคืนให้เพื่อนตัวเอง แล้วอีกฝ่ายก็เผลอสบสายตากับเขา เราต่างรีบหลบหน้ากันและกันทันที เครเดนซ์ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องมีปฏิกิริยาแบบนี้ด้วย

“ไหนๆ นายก็มาแล้ว ช่วยอยู่ชิมขนมสูตรใหม่ของฉันให้ทีได้มั้ยเพื่อน”

“เอ่อ...ฉันไม่ค่อยชอบของหวานเท่าไหร่” นิวท์ปฏิเสธอย่างสุภาพ “ขอผ่านดีกว่า”

“อะไรกัน อย่าทำฉันเสียน้ำใจสิ” โควัลสกีพูดอย่างน้อยใจ “ฉันคิดสูตรขนมชิ้นนี้แทบทั้งคืนเลยนา แถมยังทำกับแบร์โบนทั้งวันจนแทบไม่ได้พัก พูดแบบนี้มันเสียกำลังใจนา”

เครเดนซ์ชะงักเมื่อมีนามสกุลของตัวเองอยู่ในบทสนทนาด้วย เขาเงยหน้าขึ้นพอดีกับที่นิวท์มองมา ทำให้พวกเราสบตากันอีกครั้ง คราวนี้นิวท์ไม่หลบตาเหมือนครั้งแรกซึ่งเขาเองก็เช่นกัน เราสองต่างมองตากันและกันราวกับกำลังสื่ออะไรบางอย่างให้ถึงอีกฝ่าย

นิวท์มีนัยน์ตาสีเฮเซล สันจมูกโด่งรับกับใบหน้าคล้ายผู้หญิง ถึงแม้มันจะเจือไปด้วยกระ แต่เครเดนซ์คิดว่ามันไม่อาจปิดบังความสวยงามของใบหน้าของชายคนนี้ได้เลย ริมฝีปากสีกุหลาบเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายกับต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง เครเดนซ์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากคนโดนถามกลับเป็นรอยยิ้มหวานจนตาปิด เพียงเท่านั้นก้อนเนื้อในอกของเครเดนซ์ก็เต้นแรงขึ้นมาในทันควัน เขาหลบแสงเจิดจ้าที่มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสนั่นแล้วยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง

กะ...เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย

“แล้วตกลงว่ายังไง นิวท์” เสียงของเจค็อบดังขึ้นขัดการหาคำตอบของเขา ช่วยอยู่เป็นหนูทดลองให้พวกฉันหน่อยได้มั้ย”

 

นิวท์มองเค้กรูปไข่ออกคามี่ซึ่งเหมือนของจริงมากจนเขาอดทึ่งไม่ได้

เจคอบได้ไอเดียมาจากความฝันเสมือนจริงเมื่อหลายคืนก่อน เขาฝันว่าเขาได้ไปท่องโลกเวทย์มนต์อันเต็มไปด้วยเรื่องราวแสนสนุก มันทั้งตื่นเต้น น่ากลัว และซึ้งยิ่งกว่าละครหลังข่าวเรื่องใด เขาอธิบายต่อว่าในความฝันนั้นเขาได้พบกับเหล่าสัตว์มหัศจรรย์อันเป็นต้นแบบขนมส่วนใหญ่ในร้านของเขา อย่างเจ้าขนมรูปไข่สีเงินที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สำหรับทำขนม

นิวท์กลืนน้ำลายลงคอพร้อมเงยหน้ามองเจคอบด้วยสายตาหวาดหวั่นใจ เขากลัวเหลือเกินว่าเพื่อนมักเกิลคนนี้จะจำโลกเวทย์มนต์ขึ้นมาได้ เขากลัวเหลือเกินว่าถ้าเป็นแบบนั้นเจคอบอาจมีภัยมาสู่ตัว

แล้วนิวท์ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเครเดนซ์เดินมาใช้นิ้วแตะลงบนบ่าของเขา เขาหันไปมองเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายก้มหน้าลงอย่างเจียมตน ก่อนผละนิ้วตัวเองออกไปอยู่ข้างลำตัวตามเดิม

“คุณโควัลสกีกำลังสงสัยในท่าทีของคุณ” เครเดนซ์เอ่ยเสียงเบา “ไม่อยากให้เขารู้เรื่องโลกเวทย์มนต์ไม่ใช่เหรอครับ ไม่ทำให้เขาสงสัยจนถามมากจะดีกว่านะ”

“อะ เอ้อ นั่นสินะ” นิวท์ตอบพลางหัวเราะแห้งๆ แล้วหันกลับไปหาเจคอบ เขาเนียนเอ่ยปากชมขนมของเพื่อน “เป็นไอเดียที่ดีนะ ฉันชอบ”

“ฮ่า กะแล้วว่านายต้องชอบ” สีหน้าของเจคอบดูคลายกังวลลง “ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมต้องอบออกมาเป็นรูปร่างแบบนี้ก็เถอะ

“สีเงินนี่คงไม่ใช่สีเงินจริงๆ ใช่มั้ย” เจคอบมองหน้าเขาด้วยสายตาอ่อนใจ “ฉันพูดอะไรผิดหรือไง”

“ไม่มีอะไร อย่าไปสนใจเลย” เจคอบโบกมือปัดแล้วหันไปหาเครเดนซ์ “สำเร็จแล้วนะแบร์โบน” จากนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้เด็กหนุ่มซึ่งเอาแต่ก้มหน้าตลอดเวลา

นิวท์พอจะเข้าใจว่าทำไมเครเดนซ์ถึงดูกลัวผู้คนขนาดนี้ แต่ถึงขั้นได้รับคำชมแล้วก้มหน้าหนีนี่เขาไม่เข้าใจเท่าไหร่ เขาคิดว่าแบร์โบนกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำไปแล้ว หลังจากที่โดนเกรฟ ไม่สิ กรเดวัลด์หลอกใช้จนเกือบตาย มันคงหนักมากสำหรับเด็กผู้ซึ่งเจอแต่กับเรื่องเลวร้ายมาตลอดชีวิต

“ดีจังเลยนะที่นิวท์ชอบ แบร์โบน” เจคอบพูดต่อพลางเดินไปตบบ่าเครเดนซ์ แต่คนโดนกระทำสะดุ้งโหยงแล้วตัวสั่นอัตโนมัติ “เฮ้ๆ ฉันไม่ได้จะทำร้ายนายนะเพื่อน ฉันแค่แสดงความสนิทสนมกับนายเท่านั้น”

เครเดนซ์ผงกหัว เจคอบมองเด็กหนุ่มแล้วถอนหายใจเฮือก ยกมือขึ้นลูบบ่าอีกฝ่ายบริเวณที่ตบไปเมื่อครู่

“ขอโทษที่ทำให้นายตกใจนะเพื่อน ฉันลืมไปว่านายกำลังปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ที่นายเพิ่งได้มา”

“คุณไม่จำเป็นต้องขอโทษผมหรอกครับ คนอย่างผมน่ะ...”

“ได้ไง? เมื่อเราทำผิดเราต้องขอโทษไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม จำเอาไว้เจ้าหนูกะลาครอบ”

นิวท์ถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังดื่มอยู่ เขาหลุดขำกับคำแซวของเจคอบเสียยกใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลดเสียงลงเมื่อเห็นเครเดนซ์มองมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขารีบขอโทษขอโพยอีกฝ่ายทันที แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาดันเป็นรอยยิ้มละมุนปนเอ็นดู

เขาถูกเด็กเอ็นดูเนี่ยนะ?

 

“แล้วกับคุณเพอร์ซิวัลเป็นยังไงบ้างล่ะนิวท์ ไปกันได้ด้วยดีหรือเปล่า”

เครเดนซ์สะดุดกึก หยุดยืนถือถาดซึ่งเต็มไปด้วยคัพเค้กหน้าตาประหลาดๆ ของเจคอบ แวบแรกที่เขาได้ยินคำพูดเมื่อกี้ของเจ้านาย ใจมันก็กระตุกแล้วหล่นวูบไปในห้วงอากาศสีดำ เขาไม่แน่ใจว่าที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะนามสกุลของคนที่ทำเขาเกือบตาย หรือเป็นเพราะประโยคด้านหลัง ไม่ว่าจะอย่างไร เขากำลังรู้สึกใจคอไม่ดี

“แล้วทำไมฉันกับคุณเพอร์ซิวัลต้องไปกันได้ด้วยดีด้วยล่ะ”

“ไม่รู้สิ” เจคอบตอบพลางกลั้วหัวเราะ “ดูเข้าขากันดีล่ะมั้ง”

เครเดนซ์ถึงกับทำถาดขนมหล่นลงบนพื้น เสียงของตกปลุกให้สติของเขากลับมา เขารีบหันไปขอโทษขอโพยโควัลสกี รีบก้มลงเก็บคัพเค้กจำนวนสิบสองถ้วยมาไว้บนถาดเพื่อนำไปทิ้ง พลางก่นด่าตัวเองที่ชอบสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทีน่า เจคอบ หรือแม้แต่นิวท์เอง

“นายไหวมั้ยเนี่ย” เสียงของเจคอบดังขึ้น แล้วชายตัวท้วมก็เดินอุ้ยอ้ายมาช่วยเขาเก็บขยะบนพื้น แทนที่เจ้านายจะทุบตีหรือดุด่าเขา อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะแสดงความห่วงใยแทน “ไม่สบายหรือเปล่าเครเดนซ์

เครเดนซ์ส่ายหัว เขาขอโทษเจคอบเรื่องความสะเพร่าของตัวเองอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นเพื่อไปนำอุปกรณ์ทำความสะอาดมาเคลียพื้นที่ที่เปื้อนอยู่ แต่ต้องหยุดสองขาลงเมื่อนิวท์เห็นลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าขี้ริ้วและถังน้ำ อีกฝ่ายนำถังน้ำไปเติมน้ำที่ซิงค์แล้วกลับมายังที่เกิดเหตุพร้อมย่อตัวนั่งลงตรงหน้ารอยเปื้อนบนพื้น จากนั้นก็จุ่มผ้าขี้ริ้วลงในถังพร้อมนำมันขึ้นมาบิดพอหมาด แล้วเช็ดพื้นบริเวณที่เลอะแทนเขา

เครเดนซ์เคยคิดมาตลอดว่าตัวเองนั้นไม่มีทางได้พบกับความสุข แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกยินดีกับพวกมัน เพราะพวกมันทำให้เขารู้ว่าเขายังมีโลกอีกใบหนึ่งรอคอยให้เขาก้าวเข้าไปทำความรู้จัก

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของนิวท์ สคามันเดอร์ ชายผู้มีอายุมากกว่าหลายปี ด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง เครเดนซ์จับความใจดีและไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของชายคนนี้ได้ มันช่วยทำให้เขารู้สึกดีและมีกำลังใจขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หากจะให้เขาบรรยายชายคนนี้ออกมาเป็นคำพูดเพียงคำเดียว เขาคงเลือกเวทย์มนต์

เวทย์มนต์แห่งแสงสว่างและความสดใสราวกับดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าสีคราม

“เครเดนซ์!” เสียงของเจคอบทำให้เครเดนซ์รู้สึกตัว เขาหันขวับไปมองนายตัวเอง “มองนิวท์อย่างกับจะกลืนกิน เพื่อนฉันเป็นคนนะไม่ใช่ขนม”

เครเดนซ์พยักหน้ารับคำว่ากล่าวของเจคอบ จากนั้นก็หันไปขอโทษนิวท์ที่หน้าแดงก่ำจนเห็นได้ชัด นิวท์โบกมือปัดแล้วลุกขึ้นถือถังน้ำจะนำไปเททิ้ง เครเดนซ์รีบรุดไปช่วยอีกฝ่ายทันที ทำให้มือของเราแตะโดนกัน เราต่างสะดุ้ง เขาผละมือตัวเองออก ถอยไปยืนก้มหน้ามองปลายรองเท้าตัวเอง ใจเต้นแรงไปหมด

“โฮ่ อย่างกับฉากรักในละครหลังข่าว” เจคอบเอ่ยแซวแล้วผิวปากพอเป็นพิธี “พวกนายสมควรได้รับรางวัลคู่พระนางแห่งปีนะเนี่ย

“หยุดแซวเลยโควัลสกี” นิวท์ดุ เครเดนซ์แอบเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิดที่ตัวเองก่อปัญหาให้เจ้าตัวอีกแล้ว “ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย นายนี่ล่ะน้า”

“ทำมาเป็นโหด เป็นคุณแม่ที่ดุจริงๆ แต่ฉันคิดว่าก็เหมาะกับคุณเพอร์ซิวัลดีนะ หมอนั่นดูจริงจังแต่ก็มีบางมุมที่เอาแต่ใจเป็นเด็กคงต้องมีนายไว้คอยดุ” เจคอบว่าติดตลก “เนอะ แบร์โบนเองก็คิดแบบนั้นใช่มั้ย”

เจคอบหันมาถามเขา เขาก้มหน้าลง จำใจพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในใจกลับปฏิเสธหัวชนฝา

อย่าทำตามที่โควัลสกีบอกเลยนะ

 

นิวท์ตัดสินใจกลับไปยังห้องพักของทีน่าเพื่อเอากระเป๋าของตัวเองมาค้างที่ร้านขนมของเจคอบ

หลังจากที่เขาช่วยทำความสะอาดพื้นเสร็จแล้วก็ได้ลองเป็นลูกมือช่วยเจคอบอบคัพเค้กชุดใหม่ เขาพบว่าการทำขนมนั้นยากกว่าการเลี้ยงสัตว์วิเศษหรือตามหาพวกมันเยอะมาก เขาไม่เคยต้องมานั่งใช้จินตนาการในการสร้างอะไรบางอย่างมาก่อน สิ่งเดียวที่พวกมันมีเหมือนกันคือการเอาใจใส่

เจค็อบให้คัพเค้กที่เขาทำเองเป็นของขวัญ ซึ่งมันมีรูปร่างธรรมดาต่างจากของเจคอบที่มีเจ้านิฟเฟอร์ยืนอยู่บนหน้าเค้ก นิวท์ทึ่งมากที่เพื่อนมักเกิลสามารถผลิตขนมรูปร่างธรรมดาๆ ให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองได้ เขาทึ่งจนอดคิดไม่ได้ว่านี่มันคือเวทย์มนต์อย่างหนึ่งของพวกมักเกิลหรือเปล่า

ตอนที่เขาและเจคอบกำลังทำคัพเค้กกันนั้น เครเดนซ์คอยช่วยเขาอยู่ข้างๆ ไม่ห่างไปไหน เด็กหนุ่มสอนและบอกตลอดเวลาว่าเขาควรใช้น้ำหนักมือเท่าไหร่ในการตกแต่งหน้าเค้ก ควรผสมแป้งยังไงให้ตัวเค้กออกมาพอดี และอีกมากมายจนไม่อาจนับไหว

นิวท์พบว่าแท้จริงแล้วเครเดนซ์เป็นเด็กนิสัยดีคนหนึ่ง ถึงจะเข้าหาและเข้าใจยากไปเสียหน่อย แต่เด็กคนนี้ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร

ตลอดเวลาที่ทำขนมด้วยกัน เขาแอบเหลือบมองคนข้างตัวซึ่งดูจริงจังและใส่ใจทุกรายละเอียดบนคัพเค้กของเขา หากเจ้าตัวพบจุดที่ดูขัดใจ จะรีบขออนุญาตแล้วนำคัพเค้กของเขาไปแก้ไขให้ จนพวกเราโดนเจคอบแซวว่าเหมือนพระนางในบทละครคุณครูกับนักเรียน

เจคอบบอกว่าเขาคือนักเรียนแสนเงอะงะและมุ้งมิ้ง ส่วนเครเดนซ์เป็นคุณครูแสนเข้มงวดแต่ใจดี

แล้วทำไมเขาต้องมุ้งมิ้งด้วยหว่า

นิวท์ยกนิ้วชี้แตะคางพลางทำท่าคิด เมื่อหาคำตอบไม่ได้เขาจึงยักไหล่แล้วก้มลงมองถุงบรรจุคัพเค้กของตัวเองในมือ ทันใดนั้นเหตุการณ์ในห้องเรียนทำขนมก็ลอยกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ เขาอมยิ้มให้พวกมันอย่างอารมณ์ดี

ขณะที่นิวท์กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น เสียงของเครเดนซ์ก็ดังขึ้น

“คุณสคามันเดอร์!” นิวท์ชะงักพร้อมหมุนตัวกลับไปหาเจ้าของเสียง อีกฝ่ายวิ่งหน้าเสียตรงมาหากัน “กรุณาหยุดก่อนครับ!

นิวท์พยักหน้ารับ เครเดนซ์มาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าโดยเอาสองมือยันหัวเข่าตัวเองเอาไว้ ใบหน้าของอีกฝ่ายชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ

ผมเห็นคุณดูอารมณ์ไม่ค่อยดีหลังโดนแซวเรื่องคุณเพอร์ซิวัล ผมจึงอยากมาขอโทษที่เออออห่อหมกตามคุณโควัลสกีไป”

“อ่า อื้อ”

“ที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับคุณโควัลสกีเลยสักนิดเดียว ไม่เลยครับ”

เครเดนซ์เงยหน้าขึ้นจ้องนิวท์อย่างเอาเป็นเอาตาย เขากัดฟันเมื่อมีคำพูดมากมายอยากบอกออกไปแต่ใจไม่กล้าพอ ภายในอกล้นทะลักไปด้วยความขี้ขลาด ความกดดัน และความกลัวผสมปนเปกัน

นิวท์กะพริบตาปริบ มองเครเดนซ์ที่มีท่าทีแปลกไป เขาก้าวเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่อธิบายต่อพอดี

“จริงๆ ผมไม่เห็นด้วยเรื่องของคุณกับคุณเพอร์ซิวัล ผมคิดว่าคุณกับคุณเพอร์ซิวัลไม่เหมาะกันครับ” นิวท์ตาโตด้วยความตกใจ มันเป็นความรู้สึกที่ไร้สาระของผมเอง เพราะงั้นอย่าถามหาเหตุผลเลยนะครับ”

นิวท์พยักหน้าและพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ได้รับรู้มา

“แต่คุณไม่จำเป็นต้องฟังคำพูดของผมนะครับ เพราะในวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าคุณเพอร์ซิวัลคือคนที่ใช่ก็ได้” เครเดนซ์ละล่ำละลักพูดแล้วก้มหน้าลงชิดอก ขบริมฝีปากแน่นจนเป็นขีดขาว “ขอโทษนะ แต่ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมคงเชียร์ไม่ไหวหรอก ช่วย...ยกโทษให้ด้วยนะครับ”

“...”

“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา มันรู้แค่ว่ารอยยิ้มของคุณน่ะ...ผมไม่อยากเสียไป” เครเดนซ์กัดฟัน รอยยิ้มของคุณมันเหมือนตาข่ายดักฝันร้าย รอยยิ้มของคุณมันคือเวทย์มนต์สำหรับผม”

“ผมควร...งงมั้ย”

เครเดนซ์ยกมือขวาขึ้นกุมขมับ ท่าทีของอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นิวท์เขยิบเข้าไปใกล้กว่าเดิมแต่กลับโดนแขนของเด็กหนุ่มตวัดโอบเอวแล้วดันให้ตัวเขาไปอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง ความเงียบเกิดขึ้นทันที นิวท์พยายามหาคำอธิบายมาอธิบายสถานการณ์ตรงหน้า ทว่ามันมีแต่เพียงความว่างเปล่าที่ชวนให้งงกว่าเดิม

“พอคิดแบบนั้นขึ้นมาใจก็ดันเผลอคิดไปอีกว่าไม่อยากให้คุณถูกใครครอบครอง ขอโทษครับ

“เลิกขอโทษแล้วช่วยอธิบายให้ผมฟังทีว่านี่มันเรื่องอะไร ผมงงไปหมดแล้วเครเดนซ์”

“ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมกำลังเป็นอะไร ผมเองก็อยากได้คำตอบเหมือนกัน” นิวท์ถึงกับพูดไม่ออก เอ๋อกินไปเลย “ผมแค่...อยากเห็นคุณยังไม่มีใคร แค่อยาก...ให้คุณยิ้มให้ผมแค่คนเดียว”

“ผมจะไปทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน

“นั่นสินะ ฮะๆ ผมนี่บ๊องจริงๆ เลย”

เครเดนซ์พูดเสียงสั่นแล้วซบหน้าผากลงกับบ่าของนิวท์ ปล่อยมือที่โอบเอวอีกฝ่ายออก ความรู้สึกสับสนมันทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วคำถามก็เกิดขึ้นมาว่าตัวของตัวเองที่มีนี้มันคือของจริงงั้นเหรอ

แล้วเครเดนซ์ต้องสะดุ้งเมื่อโดนนิวท์วางมือลงบนหัว เสียงใจเต้นแรงดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้นเรื่อยๆ

“ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่แต่ผมคิดว่าคุณเองก็สามารถมีรอยยิ้มเหมือนผมหรือคนอื่นได้เช่นกัน”

“...”

“ผมคิดมาตลอดว่าอยากทำให้คุณยิ้มได้ แล้วพอเห็นคุณยิ้มออกมันก็อดดีใจไม่ได้ขึ้นมา เหมือนว่าผมประสบความสำเร็จในความพยายามของตัวเอง ผมคงบ๊องกว่าล่ะมั้งเนี่ย ฮ่าๆ

เครเดนซ์เงยหน้ามองนิวท์ด้วยสายตาอึ้งปนตะลึงงัน อีกฝ่ายเองก็อยากได้รอยยิ้มของเขางั้นเหรอ

“ผมดีใจที่ช่วยคุณเอาไว้ได้ เครเดนซ์” น้ำเสียงแหบเสน่ห์เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น เหมือนฟองครีมแต่งหน้าเค้กที่ถูกตีจนนุ่มละมุน “ทีน่า เจคอบ และควีนนี่เองก็เหมือนกัน พวกเราดีใจที่ทำให้คุณยังอยู่กับพวกเรา”

“คุณสคามันเดอร์”

“ผมคงต้องไปแล้วล่ะ ทิ้งพวกลูกๆ ไว้นานๆ มันไม่ดี เดี๋ยวพวกนั้นจะเหงาเพราะคิดถึงแม่เอาได้ เป็นแม่คนนี่ก็ลำบากดีเนอะ ฮ่าๆ

เครเดนซ์หน้าร้อนผ่าวให้กับคำพูดน่ารักของคนอายุมากกว่า เลือดในกายสูบฉีดไปที่แก้มอย่างรวดเร็ว สติก็เลือนหายไปเหลือไว้แต่คำพูดของคนตรงหน้า จนไม่รู้เลยว่าตัวเองโดนผละออกตั้งแต่เมื่อไหร่

ก่อนที่นิวท์จะเดินจากไปอีกครั้งนั้น เครเดนซ์เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กกว่าพร้อมรั้งให้หยุดอีกครั้ง

“ขอบคุณที่ช่วยผมเอาไว้ครับคุณสคามันเดอร์ ผมจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย”

“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ” นิวท์ตอบด้วยท่าทีหนักใจนิดหน่อย แล้วพวกมันก็หายไปเมื่อเห็นเครเดนซ์ส่งยิ้มกว้างมาให้

“ถ้าหากผมขอไปช่วยเลี้ยงเด็กๆ บ้าง คุณจะว่าอะไรมั้ยครับ”

“...”

“...”

“มีคนช่วยเลี้ยงก็ดีเหมือนกัน”

นิวท์ตอบพลางส่งยิ้มกว้างกลับไปให้เด็กหนุ่มเช่นกัน

 



THE END
03/12/2016
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจค่ะ :D

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

12 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:50
    พยายามอาสาเป็นพี่เลี้ยงไปเรื่อยๆนะเครเดนซ์แล้วจากนั้นก็ขอผันตัวเป็นคุณพ่อขออยู่ใกล้ชิดคุณแม่ไปตลอดเลย
    แต่ถ้าทำแบบนั้นก็ระวังพวกลูกๆหน่อยนะ แต่ละคนหวงแม่ซะยิ่งกว่าอะไรดี
    โดยเฉพาะแฟรงค์กับนิฟ ยิ่งรายหลังยิ่งชอบหาทางเรียกความสนใจจากคุรแม่นิวท์จนปวดหัวซะทุกครั้งที่ก่อเรื่องเลยล่ะ
    #12
    0
  2. วันที่ 21 มกราคม 2560 / 23:55
    อู้ยยยยยยยยยยย ละมุนละไมยิ่งนัก
    #11
    0
  3. วันที่ 11 มกราคม 2560 / 17:42
    เเค่กกก.!!! น้ำตาลในเลือดขึ้น

    #10
    0
  4. วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 03:24
    จะน่ารักเกินไปแล้ววววว ละมุนมากๆ เหมือนครีมเค้กนุ่มๆเลย คู่นี้มันที่สุดของการเยียวยาจิตใจจริงๆ ดีจริงๆ รู้สึกเขิน รู้สึกฟิน น่ารักทั้งคู่เลยจริงๆ 555
    #9
    0
  5. วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 02:47
    #8
    0
  6. วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 00:48
    น่ารักมากค่ะ อ่านไปยิ้มไป งึ้ยยย ////^////!
    #7
    0
  7. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:42
    งุ้ยยยย น่ารัก ////
    #6
    0
  8. #5 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:07
    ชั่งดีต่อหัวใจจริงๆ อั้ยยยยยยย
    #5
    0
  9. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 08:55
    ฮืออออออ ย่ารักมากค่ะแงง
    #4
    0
  10. วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 22:48
    ฮื้ออออออออออออเขินนนนน เอาอีกค่ะเอาอีก T////////////T 
    #3
    0
  11. วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 22:20
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัวเลยค่ะ รอเรื่องต่อๆไปอยู๋นะคะ :D
    #2
    0
  12. #1 ฟางข้าว
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 21:21
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกมากกกกกกกกก
    #1
    0