คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Credence x Newt] What's your name?

โดย SaRa_PAO

เครเดนซ์ แบร์โบนไม่มีเพื่อน จะเรียกว่าไม่มีใครคบก็ได้ จนกระทั่งเขาได้พบกับใครคนหนึ่งบนรถเมล์

ยอดวิวรวม

943

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


943

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


40
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 พ.ย. 59 / 07:49 น.
นิยาย [Credence x Newt] What's your name? [Credence x Newt] What's your name? | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 พ.ย. 59 / 07:49


Title: What’s your name?

Pairing: CREDENCE x NEWT

Author: SaRa_PAO

Genre: Romantic

Rate: PG

Note: โดดลงเรือโดยพลัน

 


เครเดนซ์ แบร์โบนเป็นเด็กไม่มีเพื่อน

ความจริงของโลกใบนี้ช่างโหดร้ายนัก มันโหดร้ายตั้งแต่วันแรกที่เขาลืมตาดูโลก เขาถูกพ่อแม่ทิ้งทำให้เป็นเด็กกำพร้า ต้องเติบโตมาด้วยสภาพปากกัดตีนถีบ ก่อนโดนจับส่งไปอยู่สถานควบคุมความประพฤติเมื่อจนตรอกถึงขั้นต้องปล้นธนาคารด้วยวัยเพียงสิบสองปี

เครเดนซ์ แบร์โบนไม่ชอบเข้าสังคม

อาจเป็นเพราะเขาเติบโตมาตามลำพัง ผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาด้วยลำแข้งของตัวเอง ทำให้มองว่าผู้คนที่อยู่รอบข้างนั้นเป็นภาระ ส่วนเกิน และของไม่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ของเขา

แต่สิ่งที่เครเดนซ์ แบร์โบนทำในตอนนี้กลับเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับความรู้สึกซึ่งมีมาตลอด เขากำลังนั่งแอบมองชายตัวสูงโปร่ง เรือนผมหยิกหยอยสีน้ำตาลทอง ใบหน้าคล้ายผู้หญิง แม้มันจะเต็มไปด้วยกระทว่ามันกลับดูมีเสน่ห์ เสน่ห์ในแบบที่เครเดนซ์ไม่เคยเจอ ท่าทางของชายผู้นี้ดูใจดี ซึ่งมันคือสิ่งที่เขาเคยถวิลหาเมื่อยังเด็ก ถึงแม้จะยังคงพยายามเสาะหามันอยู่เพื่อลองสัมผัสมันดูสักครั้งก็ตาม

ชายผู้นี้นั่งที่นั่งบนรถเมล์ข้างเขา ทำให้เขาต้องเบียดตัวเองเข้าชิดกระจกรถจนแทบฝังเข้าไปในมัน พลางเหลือบมองคนข้างกายด้วยสายตาระแวดระวังอย่างที่ชอบทำ ก่อนต้องหลบสายตาทุกครั้งเมื่อชายผู้นี้มองมาแล้วส่งยิ้มให้

เครเดนซ์หน้าร้อนผ่าวในทันที มันเป็นแบบนี้เสมอเมื่อถูกคนข้างๆ มอง เขาพยายามบอกตัวเองว่าที่เป็นเช่นนี้เกิดขึ้นจากความอายที่ถูกจับได้ แต่เจ้าก้อนเนื้อในอกกลับแย้งโดยการเต้นเร็วขึ้นทุกขณะ

รถเมล์ยังคงวิ่งต่อไปบนถนนซึ่งมุ่งตรงไปยังโรงเรียนสำหรับเด็กก้าวร้าว อันที่จริงแล้วมันแทบไม่เรียกว่าเป็นโรงเรียนด้วยซ้ำ เพราะมันคือคุกสำหรับดัดนิสัยเลวร้ายของพวกเด็กเหลือขอ

รถเมล์ยังคงวิ่งต่อไปบนเส้นทางที่ใกล้จะถึงปลายทางของเครเดนซ์ในอีกไม่นาน เขาหันไปลอบมองชายตัวสูงโปร่งข้างกายอีกครั้ง แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อดันสบเข้ากับนัยน์ตาสีเฮเซลพอดี เขารีบหันหน้าหนีพร้อมก่นด่าพระเจ้าที่ทำให้ผู้ชายคนนี้หันมาไม่ถูกจังหวะ

“เอ่อ มีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงแหบและทุ้มในลำคอเอ่ยถาม เครเดนซ์ทำเป็นไม่ได้ยิน

แล้วคนถามก็เงียบเสียงไปเลย เครเดนซ์ไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัวโดนจับได้อีก เขาเลือกที่จะดูวิวทิวทัศน์ซึ่งไม่ต่างอะไรจากเมื่อวานมากนักแทน ตีเนียนทำเป็นไม่รู้เรื่องในสิ่งที่อีกฝ่ายถาม

แทนที่บรรยากาศควรกลับเป็นไปเป็นแบบเดิม คือต่างฝ่ายต่างเงียบและใช้เวลาอยู่กับตัวเองตามลำพัง ดันกลายเป็นว่าตอนนี้บรรยากาศอึดอัดและกดดันสุดๆ ไปเลย

เครเดนซ์เริ่มอยู่ไม่สุข ความอึดอัดกำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า หรือไม่ก็สติหลุดแล้วอาละวาดกลางที่สาธารณะ อาการจิตไม่ปกติที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก เป็นมาตั้งแต่...วันที่โดนผู้คุมในโรงเรียนดัดสันดานทุบตี

เครเดนซ์ยกมือขึ้นขยำเสื้อบริเวณอกเมื่ออดีตกลับมาทำร้ายเขา ภาพที่สองข้อมือถูกมัดติดกับเสาด้วยเข็มขัดและแผ่นหลังถูกฟาดด้วยแส้ม้ากำลังฉายอยู่ในหัว ราวกับว่ภายในสมองของเขามีระบบฉายหนังแบบสี่มิติติดตั้งอยู่ ความรู้สึกเจ็บที่เคยสัมผัสเมื่อครั้งนั้นทำเอาเสียวสันหลังขึ้นมา แผลเป็นที่เต็มแผ่นหลังไปหมดคล้ายกับถูกจี้ให้กลับมารู้สึกเจ็บอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เครเดนซ์จึงต้องใช้มือซ้ายเอื้อมพาดแขนขวาที่กำอกเสื้ออยู่ไปจับแผ่นหลังตัวเอง เขาก้มหน้าลงชิดอก กัดฟันกรอด

คำดุด่าว่ากล่าว คำดูถูกเหยียดหยาม คำประณาม และการกระทำอันเลวร้ายเด่นชัดในความทรงจำสีดำ เครเดนซ์กัดฟันแน่นจนรู้สึกเจ็บไปทั้งกราม เขากำเสื้อบริเวณอกและแผ่นหลังแน่นกว่าเดิมสองเท่า

“คุณครับ!?

ก่อนจะสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดผวาเมื่อโดนเสียงแหบๆ ตะโกนขึ้นข้างหู เขาตวัดตามองชายคนที่นั่งข้างๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเป็นกังวลและความห่วงใย

มอบความห่วงใยให้คนไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อเนี่ยนะ?

“เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าคุณซีดมาก ไหวมั้ยครับ”

“...”

“รู้สึกไม่ค่อยสบายหรือว่าเมารถหรือเปล่าครับ”

เครเดนซ์มองคนนัยน์ตาสีเฮเซลด้วยความงง เขาเหลือบตามองมือเรียวข้างหนึ่งซึ่งจับท่อนแขนซ้ายของเขาอยู่ โดยมือข้างขวาของเจ้าตัวจับอยู่บนบ่า

เครเดนซ์สะบัดตัวออกพร้อมกระเถิบไปจนชิดหน้าต่างรถ เบียดตัวเข้าหาของแข็งซึ่งเย็นตามอุณหภูมิของตัวรถ

“เอ่อ ขอโทษที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องครับ” เครเดนซ์มองชายข้างตัวแค่เพียงแวบเดียวแล้วหันหนี “พอดีเห็นคุณดูอาการไม่ค่อยดีเลยอดเป็นห่วงไม่ได้”

เครเดนซ์เงียบให้เป็นคำตอบ แล้วชายข้างตัวเขาก็เงียบเช่นกัน บรรยากาศกดดันและอึดอัดขึ้นกว่าเดิมอีก เขาล่ะอยากจะรีบลงจากรถเมล์บ้าๆ นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อีกใจดันคิดขึ้นมาว่าถ้าเขาถึงป้ายที่ต้องการจะลงเร็วๆ เขาก็จะไม่ได้เจอชายข้างกายอีก เพียงเท่านั้น ความรู้สึกบางอย่างก็ตีตื้นขึ้นมาในอก หมือนจะเป็นความรู้สึกเสียดาย เหมือนจะเป็นความรู้สึกไม่ดี เหมือนจะเป็นความรู้สึกเศร้าสร้อย

แล้วทำไมต้องรู้สึกแบบนั้นด้วยล่ะ เขาถามตัวเองในใจ พยายามไล่หาคำตอบเพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่...มันก็ไม่เจอ

“ผมต้องลงป้ายหน้าแล้ว”

เดี๋ยวสิ เครเดนซ์เอ่ยห้ามชายข้างกายในใจ เขาหันขวับไปมองทันที ตานี่โตยิ่งกว่าไข่ไดโนเสาร์อีก

“นี่ยาสำหรับแก้เมารถครับ” ชายนัยน์ตาสีเขียวยื่นแผงยาแคปซูลสีขาวมาให้เขา “มันคงช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้

เครเดนซ์มองชายตรงหน้าไม่วางตา อีกฝ่ายระบายรอยยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่นเหมือนเตาผิงในฤดูหนาวให้ ก่อนเขาจะหลุบตามองแผงยาในมือของเจ้าตัว แล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของยาแก้เมาใหม่อีกครั้ง

“ผมไม่ได้เมารถ” นี่คือคำพูดแรกที่เขาพูดกับชายตรงหน้า ขอบอกตามตรงว่ามันไม่ใช่คำพูดแรกที่เขาอยากพูดกับชายคนนี้สักนิด “ยานี่ไม่จำเป็น”

ชายตัวสูงโปร่งดูแปลกใจไม่น้อย แล้วเลือกที่จะยัดแผงยาแก้เมารถใส่ในมือของเขา จากนั้นก็ลุกขึ้น

“เก็บไว้ก็ดีครับ เผื่อฉุกเฉิน” พูดจบก็สะพายกระเป๋าทำงานพร้อมหมุนตัวจะเดินไปยังประตูรถ แต่มีหยุดชะงักพร้อมหันหลังกลับมายิ้มให้เขาอีกครั้ง “รักษาตัวด้วยนะครับ”

 

เครเดนซ์ถามชื่อของชายนัยน์ตาสีเฮเซลคนเมื่อวานไม่ทัน เขาอยากขอบคุณสำหรับน้ำใจที่อีกฝ่ายมอบให้มา เพราะมัวแต่ตะลึงกับความใจดีของชายคนดังกล่าวทำให้เขาไม่ทันคิดเรื่องถามชื่อ ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองคงแห้วเสียแล้ว แต่พอขึ้นรถเมล์คันเดิมเพื่อกลับไปยังโรงเรียนดัดนิสัยหลังจากซื้อวัตถุดิบทำสตูเสร็จ เขาก็ได้พบกับชายคนเมื่อวานอีกครั้ง อีกฝ่ายยังคงแต่งตัวเหมือนเดิม สะพายกระเป๋าทำงานใบเดิม มียกเว้นแค่ที่นั่งของเจ้าตัวเท่านั้น

วันนี้ชายคนนัยน์ตาสีเขียวนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างหน้าของเขา ทำให้เขาเห็นแต่เพียงเรือนผมสีน้ำตาลทองและแผ่นหลังดูอ้อนแอ้น อีกฝ่ายนั่งชิดกับกระจกรถ มีหันมองออกไปด้านนอกบ้างเป็นบางครั้ง มีหันมองตรงบ้างบางคราว แต่ไม่มีหันกลับมามองด้านหลังเลย

เครเดนซ์พยายามหาวิธีเริ่มต้นบทสนทนา เขาลืมไปเสียแล้วว่าตัวเองไม่ชอบเข้าสังคม ลืมไปเสียสนิทว่าเขาไม่เคยทำความรู้จักใครมาก่อนในชีวิต

ในขณะที่เครเดนซ์กำลังจะเอื้อมมือไปแตะบ่าน่าโอบของคนตรงหน้านั้น ก็มีชายอายุวัยกลางคนในชุดสูทดูเป็นผู้ดีมานั่งลงข้างชายตาสีเขียว ฉับพลันความไม่พอใจก็ผุดขึ้นมาในอกของเครเดนซ์ แล้วคำถามก็เกิดตามขึ้นมาว่าเพราะอะไร ทำไมถึงต้องหัวเสียขนาดนี้ด้วย

เขากำลังอิจฉาชายคนที่นั่งข้างชายนัยน์ตาสีเขียวอย่างงั้นเหรอ หรือเพียงแต่อารมณ์เสียเพราะโดนขัดจังหวะในช่วงที่กล้าตัดสินใจชวนคนนั่งอยู่ตรงหน้าคุย ไม่ว่าจะอย่างไร ตอนนี้เครเดนซ์ไม่มีกะจิตกะใจอยากชวนคุยแล้ว ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาแห้วที่จะถามชื่อคนนัยน์ตาสีเขียวอีกตามเคย และได้แต่หวังว่าครั้งหน้าเขาจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับชายคนนี้

วันรุ่งขึ้น เครเดนซ์ตัดสินใจลองดูใหม่อีกครั้ง เขานั่งรถเมล์คันเดิมโดยใช้ข้ออ้างเดิมกับเมื่อวาน คราวนี้เขาเลือกที่จะนั่งที่เก่าตอนเจอกับชายนัยน์ตาสีเขียวเป็นครั้งแรก และเอาแต่มองหาชายคนดังกล่าว

เครเดนซ์แอบสงสัยในตัวเองว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาอยากมีเพื่อน ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อยากรู้จักใครสักคน

ขณะที่เครเดนซ์กำลังคิดหาคำตอบอยู่นั้น ชายนัยน์ตาสีเขียวก็เดินขึ้นรถเมล์มาดั่งที่หวังเอาไว้ แต่คราวนี้ชายคนนั้นไม่ได้มาตัวเปล่า กลับหอบม้วนกระดาษอะไรมากมายจนดูพะรุงพะรังเต็มไปหมดมาด้วย

เครเดนซ์จ้องอีกฝ่าย พยายามใช้พลังจิตบังคับให้ชายคนนั้นเดินมานั่งข้างเขา แต่เพียงแค่เห็นอีกฝ่ายหันมาสบตาด้วย ร่างกายมันก็หันหนีอัตโนมัติ ใจเต้นแรงขึ้นมาจนเจ็บหน้าอกไปหมด

“ไงครับ” เสียงแหบๆ ดังขึ้นข้างตัว มันทำหัวใจของเครเดนซ์หยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ “ขอนั่งด้วยนะ”

คำพูดแบบเป็นกันเองทำให้เครเดนซ์รู้สึกผ่อนคลาย แล้วเสียงข้าวของถูกวางลงบนพื้นก็ดังให้ได้ยินเบาๆ เขาเหลือบตามองชายข้างตัว อีกฝ่ายส่งยิ้มจนดวงตาปิดมาให้

น่ารัก เครเดนซ์เพิ่งรู้สึกแบบนี้กับคนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาพยายามจะฉีกยิ้มตอบให้คนทางซ้าย แต่มุมปากกลับไม่ยอมขยับ มันเอาแต่คว่ำตก

ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อไม่มีใครยอมเริ่มต้นบทสนทนา เครเดนซ์บอกตัวเองให้เป็นฝ่ายชวนคนนัยน์ตาสีเฮเซลคุย คำพูดที่ถูกเตรียมมาโดนความขี้ขลาดและความกลัวละลายหายไปทีละนิด เขาทำได้แค่นั่งมองหน้าของคนที่นั่งข้างๆ ไม่ยอมหยุด

“เอ่อ...มีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” สุดท้ายอีกฝ่ายก็เป็นคนเริ่มต้นบทสนทนาก่อนเหมือนทุกครั้ง “ผมเห็นคุณชอบมองผมบ่อยๆ เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า”

เครเดนซ์หลบตาพร้อมส่ายหัวไปมา คำพูดทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้หายไปจากสมองของเขาโดยสิ้นเชิง

“แล้วอาการป่วยดีขึ้นหรือยังครับ” เครเดนซ์ชะงักเมื่ออะไรบางอย่างในคำถามของอีกฝ่ายมันโจมตีความรู้สึกบางอย่างภายในตัวของเขา

“หะ...หายแล้วครับ”

“โล่งอกไปที ห่วงแทบแย่”

“...”

“ฮะๆ อย่าทำหน้าเหมือนว่าผมเป็นพวกแปลกประหลาดสิครับ ถึงมันจะจริงก็เถอะนะ”

เครเดนซ์ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายสื่อเท่าไหร่ เขาพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูดีขึ้นกว่าเก่า แล้วเลือกที่จะเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนบ้าง

“แปลกประหลาด? ผมว่าไม่ใช่สักนิด”

“คนส่วนใหญ่บอกผมแบบนั้นน่ะครับ” อีกฝ่ายเริ่มเล่าด้วยท่าทางสบายๆ “อาจจะเพราะผมเป็นพวกชอบคิดหรือทำอะไรแปลกแยกจากคนอื่นด้วยล่ะมั้ง ผมเป็นพวกนอกคอกน่ะเลยไม่ค่อยมีเพื่อนคบ”

เครเดนซ์สะดุดกับประโยคสุดท้ายของชายนัยน์ตาสีเขียว เขามองคนข้างกายด้วยความสนอกสนใจอย่างที่ไม่เคยเป็น คนประเภทเดียวกับเขาก็ยังมีอยู่บนโลกใบนี้สินะ

“ถึงจะเศร้าบ้างก็จริง แต่ผมว่าการได้ทำอะไรตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่เดือดร้อนใคร...มันก็ดีนะ”

“...”

“การได้เป็นตัวของตัวเองมันทำให้ชีวิตมีแต่ความสุข นี่คือคติที่ผมใช้ดำเนินชีวิตน่ะ ตลกดีใช่มั้ยล่ะ”

“...ชอบ” เครเดนซ์หลุดพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว แล้วก็หน้าร้อนจนแทบระเบิดขึ้นมาในฉับพลันเมื่อคิดขึ้นได้ว่าเผลอหลุดพูดอะไรออกไป “เอ่อ เปล่า อย่าใส่ใจคำพูดของผมเลย”

ชายนัยน์ตาสีเขียวกะพริบตาตัวเองปริบๆ แล้วหลุดหัวเราะ นั่นยิ่งทำเครเดนซ์อายมากกว่าเดิม

“เป็นคนตรงๆ ดีนะครับ ฮะๆ ถ้าชอบจะนำไปใช้ก็ได้นะ ผมไม่คิดค่าลิขสิทธิ์

“...”

“ผมต้องลงป้ายหน้าแล้วล่ะ ถ้ามีโอกาสเราคงได้พบกันอีก” ชายนัยน์ตาสีเขียวหอบข้าวของพะรุงพะรังของตัวเองมาถือไว้เต็มสองแขน จากนั้นก็ลุกขึ้นโดยไม่ลืมหันมาสั่งลา “แล้วไว้เจอกันใหม่นะครับ”

เครเดนซ์ชะงัก ภายในหัวก้องไปด้วยคำพูดสุดท้ายของชายนัยน์ตาสีเฮเซล เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายลงไปจากรถตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่รถเคลื่อนตัวออกไปจากป้ายที่ชายคนดังกล่าวลงประจำแล้ว

เครเดนซ์กะพริบตา ก้มหน้าลงมองสองมือตัวเอง มันกำลังสั่นด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับม้วนกระดาษขนาดเอสามซึ่งวางอยู่ข้างเท้าของเขา เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาดูให้ละเอียด ก่อนจะลุกขึ้นทันควันเมื่อการเดาของเขามันบอกว่านี่อาจเป็นของที่ชายคนนั้นลืมเอาไว้

เครเดนซ์ลงจากรถเมล์ก่อนถึงป้ายที่ต้องการ เขาร้อนรนออกตัววิ่งกลับไปยังป้ายที่รถเมล์เพิ่งขับผ่านมา เขาไม่ได้ต้องการนำม้วนกระดาษที่ถูกลืมนี้ไปคืนเจ้าของ วัตถุประสงค์หลักของเขาคือการได้พบกับชายคนนั้นอีกครั้ง เครเดนซ์คิดว่าการที่เขาอยากรู้จักชายคนนั้นมากขนาดนี้อาจเป็นเพราะเรามีอะไรตรงกัน ชายคนที่มีอะไรคล้ายกันแต่ก็มีส่วนต่างด้วย ชายคนที่อาจช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดไป ชายคนที่อบอุ่นเวลาได้อยู่ใกล้แค่เพียงไม่กี่นาที

เครเดนซ์วิ่งกลับมายังป้ายที่ชายนัยน์ตาสีเขียวลงประจำ เขากวาดสายตามองรอบตัวเพื่อหาร่องรอยเกี่ยวกับชายคนนั้น เขาพยายามคิดว่าชายคนนั้นทำงานอะไรโดยการเอารูปลักษณ์ การแต่งตัว และม้วนกระดาษจำนวนมากมาใช้วิเคราะห์เพื่อสืบหาชายคนดังกล่าว แล้วทุกอย่างก็สรุปออกมาว่า

พนักงานบริษัท

เครเดนซ์มองหาบริษัทที่อยู่ในละแวกนี้ โชคดีที่มันมีเพียงสามบริษัทให้ลองตามหา เขาสุ่มเลือกมาหนึ่งบริษัทจากการนับเลข จากนั้นก็เดินเข้าไปยังบริษัทที่ชื่อว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์

เครเดนซ์ขอให้ตัวเองเดาถูก เขาเดินเข้าไปภายในองค์กรดังกล่าวด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ แล้วหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าเมื่อเจอชายนัยน์ตาสีเขียวซึ่งกำลังง่วนอยู่กับม้วนกระดาษในอ้อมแขนของตัวเอง

เครเดนซ์เดินเข้าไปหาชายคนดังกล่าว ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับมือขวาที่ยื่นออกไปคว้าต้นแขนซ้ายของอีกฝ่ายเอาไว้ เขาดึงให้คนซึ่งทำหน้าเหวอหันมายืนมองกันตรงๆ จากนั้นก็ยื่นม้วนกระดาษของเจ้าตัวคืนกลับไปให้

“คุณ...ลืมไว้บนรถเมล์”

ขะ ขอบคุณมากนะครับ” ชายคนดังกล่าวตอบกลับมาอย่างจริงใจ พยายามหามือที่ว่างมารับของของตัวเองคืน “ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้มีหวังผมแย่แน่”

“มือคุณมีแต่ม้วนกระดาษเต็มไปหมด” เครเดนซ์พูดขึ้นด้วยท่าทีเกร็งเล็กน้อย แล้วชักม้วนกระดาษในมือตัวเองกลับมาถือให้แทน “อันนี้ผมถือให้ก่อนแล้วกัน”

ชายนัยน์ตาสีเขียวดูอึ้งไป จากนั้นก็หลุดขำออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนพยักหน้าแล้วลืมตามองกัน

“ขอบคุณมากนะครับ คุณ...”

“เครเดนซ์ แบร์โบน” เครเดนซ์แนะนำตัวและถามต่อด้วยเสียงไม่มั่นใจนัก “...คุณชื่ออะไร

ชายนัยน์ตาสีเขียวยิ้มกว้างพร้อมแนะนำตัวบ้างผมนิวท์ สคามันเดอร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

THE END
27/11/2016
ชอบตอนที่นิวท์พยายามเข้าไปช่วยเครเดนซ์ ฮือออ ในส่วนของความอบอุ่นนั้นช่างกร๊าวใจ ฟฟฟฟ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจค่ะ :)

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 14:29
    กรีดร้องงงงคุณคะะ นี่มันกร๊าวใจี คุณแมวขี้ขลาดจะต้องเริ่มทำอะไรบ้างแล้ว ไม่งั้นจะได้นิวท์ไปไงหละ! เรื่องแบบนี้ /กำมือ
    #10
    0
  2. วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 02:57
    #9
    0
  3. วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:10
    ฮืออออ น่ารักกก T////T
    #8
    0
  4. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 22:16
    แงง อันนี้ก็ชอว์บบบบบบบบบบบบบบบบบบ กลายเป็น All นิวท์เต็มตัว TvT)///////
    #7
    0
  5. #6 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 19:59
    จบเร็วจุงอิๆ ยังเขินอยู่เลย
    #6
    0
  6. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 14:51
    ฮือ น่าร้ากกก ?
    #5
    0
  7. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 02:38
    เขียนได้น่ารักดีจัง เด็กเนิร์ดกับเด็กเก็บกดอยู่ด้วยกันฮิลลิ่งกันเอง น่ารักมาก
    #4
    0
  8. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 00:02
    ฟิคน่ารักงานดีมากเลยค่ะ แงแง //หัวโขกโต๊ะปึงๆ
    #3
    0
  9. #2 VpupinaV (@meeepanda) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 23:46
    โดนใจแม่ยก อร๊ายยยยยย ชอบอ่ะ รักเลย
    แต่งต่ออีกเยอะๆนะค้าาา
    #2
    0
  10. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 22:14
    ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    กับคู่นี้ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากน่ารัก น่ารักทั้งสองคนเลย
    น้องหนูเครเดนซ์กว่าจะกล้าก็เกือบกินแห้วแล้ว ส่วนอีกคนก็เงอะๆงะๆแต่น่ารักกกกก
    ในหนังก็หวีดโมเม้นที่นิวท์ช่วยเครเดนซ์เหมือนกันค่ะ มันดีมากเลย
    ฟิคก็น่ารักมากเลยค่ะ >w<
    #1
    0