นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Sebastian Stan x RDJ] Humility #ficเจ็ดบาป the series 1

โดย SaRa_PAO

(ตามตอนต่อได้ที่ https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1533471)

ยอดวิวรวม

827

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


827

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


33
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ต.ค. 59 / 17:16 น.
นิยาย [Sebastian Stan x RDJ] Humility #fic紺һ the series 1

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Welcome to HELL

สามารถตามตอนต่อได้ที่ >> [Sebastian Stan x RDJ] Humility



เรื่องนี้เซบรับบทลูซิเฟอร์ ส่วนป๋ารับบทเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ทั้งคู่อายุห่างกันนับหลายพันปีค่ะ
แต่งร่วมกิจกรรมกับ Superhero Weekly อะเกน week 19 หัวข้อ RPS ฝากด้วยนะคะ :D
นี่เป็นหนึ่งในซีรี่ย์ของ #ficเจ็ดบาป ค่ะ มาแชร์ มาเม้าท์กันได้นะคะ =]

 
  CR.SQW
 
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ต.ค. 59 / 17:16


Title: Humility

Pairing: SEBASTIAN STAN x ROBERT DOWNEY Jr

Author: SaRa_PAO

Genre: Drama, Fantasy, Period *AU*

Rate: PG

Note: ร่วมสนุกกับ Superhero Weekly w 19 - หัวข้อ RPS ค่ะ // เซบรับบทพี่ใหญ่แห่งเจ็ดบาป ป๋ารับบทเป็นเจ้าชายค่ะ



ความทะนงตนเป็นสิ่งที่ไม่ดีในสายตาของพระผู้เป็นเจ้าและเหล่ามวลมนุษย์

แต่ใครเล่าจะรู้ว่าความทะนงตนนั้นไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทนี้เลย

ทุกอย่างล้วนมีเหตุผล ทุกอย่างล้วนมีที่มา ทุกอย่างล้วนมีจุดแรกเริ่มของตัวเอง

มนุษย์รู้จักเขาในชื่อลูซิเฟอร์ แต่เขาเกลียดชื่อนี้ ชื่อที่พ่อเป็นผู้ตั้งให้ตั้งแต่กำเนิด

ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนมันใหม่เป็นเซบาสเตียน ชื่อของใครไม่รู้ที่ขอยืมมาใช้ชั่วคราว

.

.

.

เซบาสเตียนไม่ใคร่ชอบมนุษย์เท่าไหร่นัก หลังจากที่เขาโดนพ่อแท้ๆ สาปส่งให้ลงไปอยู่ในนรกแล้ว เขาก็พาลเกลียดพวกมนุษย์ที่พ่อรักนักรักหนา รักเสียยิ่งกว่าลูกในจิตวิญญาณของตัวเอง

เขาก็แค่พูดไปตามที่คิด ไม่ใช่พวกทะนงตนหรือไม่สนหัวใครเสียหน่อย แต่พ่อกลับไม่เคยเข้าใจและสั่งให้เขาไปลงนรกซะเพื่อชดใช้ความผิดที่ล่อลวงให้มนุษย์คู่แรกกินผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดน

ถ้าเหล่ามนุษย์นั้นดีงามจริง พวกมันก็ต้องมองเรื่องโป้ปดของเขาออก ต้องไม่หลงเชื่อคำใครง่ายๆ

เขาพูดถูกใช่ไหมล่ะ คิดเหมือนกันใช่ไหมเหล่ามนุษย์ผู้โง่เขลาทั้งหลาย

วันหนึ่งความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาจำได้ว่าเขาแอบหลบหนีออกมาจากนรกและแฝงตัวไปกับพวกมนุษย์ที่มักใหญ่ใฝ่สูง ประเทศใหญ่ไล่ล่าประเทศเล็ก ทำทุกอย่างให้ประเทศเหล่านั้นกลายมาเป็นอาณานิคมของตัวเอง จับมนุษย์ด้วยกันมาเป็นทาส ทำตัวเสื่อมทรามเสียยิ่งกว่าเหล่าปีศาจในขุมนรกที่ลึกที่สุด ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เซบาสเตียนกลมกลืนไปกับเหล่าคนบาป

แต่นั่นยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาคิดเปลี่ยนไป สิ่งที่ทำให้เขาคิดต่างจากเดิมคือการเดินเข้าไปในสวนของพระราชวังเจ้าของอาณาจักรในแคว้นที่มั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์ที่สุด เขาเจอกับชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในชุดโอ่อ่าและหรูหราขัดกับสภาพความเป็นอยู่นอกปราสาท ชายผู้นี้มีใบหน้างดงามราวกับภาพวาดบนสรวงสวรรค์ ราวกับว่าพ่อของเขาบรรจงสร้างและเติมแต่งให้ชายผู้นี้เกิดมาเพื่อเป็นที่ต้องตาของผู้ได้พบเห็น ชายคนนี้มีทรงผมสั้นรองทรงสีดำประกายน้ำตาล คิ้วเรียวเข้ม ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้งภายใต้แพขนตายาวซึ่งเรียงตัวสวย จมูกโด่งเป็นสัน สองพวงแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกลีบกุหลาบ

นี่ใช่เทวทูตตกสวรรค์หรือเปล่า หรือเป็นปีศาจแปลงกายมาเพื่อหลอกล่อให้เขาตกหลุมพรางกัน

เซบาสเตียนได้แต่ถามตัวเองในใจโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองก้าวเข้าไปหาชายคนดังกล่าวตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายหันมาเอียงคอมองด้วยความสงสัย ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบเผยอขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงทุ้มแต่ติดออกไปทางหวานดังขึ้นถาม “เข้ามาในที่หวงห้ามนี้ได้อย่างไรกัน”

“นี่คือที่หวงห้ามงั้นหรอกหรือ” เซบาสเตียนเลือกที่จะถามกลับ เขาเลิกคิ้วพร้อมวางท่าตามปกติ

ชายตรงหน้าดูไม่พอใจเท่าไหร่นัก แต่ก็เก็บพวกมันเอาไว้ภายใต้คำว่าวางตัวให้สมกับเป็นลูกผู้ดี

ทำไมเขาถึงรู้น่ะหรือ นั่นเป็นคำถามที่ง่ายมาก เพราะเขาคือความทะนงตนยังไงเล่า

“จงกลับออกไปก่อนที่ข้าจะตะโกนเรียกให้เหล่าทหารมาจับเจ้าโยนออกไปนอกวัง”

“เจ้ากล้างั้นรึ?” เซบถามกลับไปเสียงสูง หลุดแค่นหัวเราะออกมา “จับข้าเนี่ยนะ?”

“ใช่ ทำไมข้าต้องไม่กล้าทำเช่นนั้นกับผู้บุกรุกความเป็นส่วนตัวของข้าด้วยไม่ทราบ”

เซบาสเตียนยกยิ้มมุมปากอย่างหยิ่งทะนง สยายปีกสีรัตติกาลที่เก็บซ่อนเอาไว้ด้านหลังให้ชายตรงหน้ายล จากนั้นก็โน้มตัวไปหามนุษย์ตัวน้อยที่ตกใจเสียจนขวัญหนีดีฝ่อ ตัวแข็งทื่อเป็นขอนไม้

“เพราะข้าคือลูซิเฟอร์ผู้ที่พวกเจ้ากลัวกันยังไงล่ะ”

 

เซบาสเตียนคิดว่าอดัมกับอีฟนั้นโง่ที่สุดในบรรดามวลมนุษย์แล้ว แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเจอคนที่โง่ยิ่งกว่าสองคนนั่น

เขามองมนุษย์ที่อายุห่างกันเป็นพันปีด้วยสายตาไม่เข้าใจเท่าไหร่ หลังจากที่ชายผู้เป็นดั่งภาพวาดรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา เจ้านั่นก็ไม่ปากโป้งและเชื้อเชิญให้เขานั่งร่วมดื่มน้ำชาด้วยกัน

“ข้าชื่อโรเบิร์ต เป็นเจ้าชายของอาณาจักรนี้” ลูซิเฟอร์ไม่สนใจฟัง “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน”

“ยินดีงั้นรึ?” เซบถามกลับเสียงสูง “เหล่ามนุษย์ต่างพากันหวาดกลัวข้าและสาปแช่งข้าไม่หยุด แต่เจ้ากลับบอกว่าเจ้ายินดีที่ได้พบกับข้าอย่างนั้นรึ”

“ทำไมข้าต้องไม่ยินดีด้วยล่ะครับ ท่านเป็นถึงราชาแห่งปีศาจ เป็นพี่ใหญ่แห่งบาปทั้งเจ็ด คือ…ข้าอ่านมาจากตำราของท่านพ่อ”

เซบาสเตียนถึงกับหลุดหัวเราะอย่างขบขัน หรี่ตามองชายตรงหน้าด้วยความสนใจที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าตัว ชายตรงหน้าเพียงแต่ขำตามด้วยไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ก่อนเงียบลงเมื่อเห็นเขาจ้องตัวเองไม่วางตา

ยิ่งจ้องก็ยิ่งหลงใหล เจ้ากำลังเล่นมนต์สะกดใดใส่ข้าหรือเปล่า

“งั้นจงบอกเหตุผลที่เจ้ายินดีที่ได้พบข้ามาซิ เจ้ามนุษย์โง่เขลา”

โรเบิร์ตดูไม่สบอารมณ์ แต่ก็ปกปิดมันเอาไว้แค่ภายในดวงตาคู่งามซึ่งกำลังเรืองรองล้อแสงอาทิตย์

“ข้ากำลังกลุ้มใจเรื่องที่จะทำอย่างไรถึงจะสามารถทำให้มนุษย์เลิกฆ่าแกงกันเสียที ตอนนี้ข้าคิดออกแล้ว ข้าอยากขอความร่วมมือจากท่านในการหยุดยั้งสงครามที่กำลังเกิดอยู่ ด้วยวิธีสันติภาพ”

เซบาสเตียนเงียบ จากนั้นก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่นจนทำศาลาซึ่งสร้างขึ้นจากหินอะไรสักอย่างที่เขาไม่สนใจจำนั้นสั่นสะเทือน โรเบิร์ตมีสีหน้าหวาดกลัว นัยน์ตากลมโตเผยให้เห็นความตกใจที่ปกปิดไม่มิด

“เจ้าคิดจะใช้หนึ่งในปีศาจผู้ยิ่งใหญ่หยุดยั้งสงครามอย่างนั้นหรือ โอ้ นี่เป็นเรื่องขำขันที่ตลกที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยินมาเลย” โรเบิร์ตอยากจะแย้งแต่เปลี่ยนใจเลือกที่จะเงียบแทน “แถมยังมาขอร้องข้าผู้ที่เกลียดชังมนุษย์เสียยิ่งกว่าอะไรดีอีก ข้าว่าการพบกันของเราไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอีกต่อไปแล้วล่ะ”

“ข้ารู้ว่านั่นมันเป็นความคิดที่บ้าที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะคิดได้ แต่หากวิธีการที่ได้มามันนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นสุขแก่โลกใบนี้ มันก็น่าลองไม่ใช่หรือ”

เซบาสเตียนท้าวคางมองโรเบิร์ตด้วยสายตาพออกพอใจ ยิ่งเห็นความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาก็ยิ่งรู้สึกสนใจนชายคนนี้มากกว่าที่เป็นอยู่

เดี๋ยวจะทำให้รู้ว่าการบินสู่ที่สูงแล้วตกลงมาตายน่ะ มันเจ็บปวดและทรมานขนาดไหน

“ข้าไม่อาจทนเห็นเหล่ามนุษย์สิ้นหวังและหวาดกลัวได้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าของพวกเขาที่ซีดเผือดและไร้ความหวังในการมีชีวิตอยู่นั่นน่ะ มันชวนให้ทรมานยิ่งกว่าการดื่มยาพิษใดเสียอีก”

“เจ้าคิดว่านี่คือความทรมานที่สุดแล้วงั้นหรือ หึ นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ในนรกมีอะไรทำให้เจ้าเจ็บปวดมากกว่านี้อีกเยอะ เยอะมากทีเดียว”

“หากเป็นเช่นนั้นคงดีกว่าการต้องเห็นผู้บริสุทธิ์ล้มตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่อาจช่วย” โรเบิร์ตเงียบกะทันหันราวกับถูกปิดปากเฉียบพลัน เซบเลิกคิ้วเพียงเล็กน้อย มองคนที่ดวงตาสั่นไหวและคลอไปด้วยหยาดน้ำตา “ท่านอาจมองว่ามนุษย์นั้นต่ำต้อย ไร้ซึ่งกำลังในการทำอะไรให้สำเร็จ เป็นได้แค่ตัวอ่อนในรังดักแด้ ซึ่งนั่นก็อาจจะจริง แต่มนุษย์เองก็มีส่วนที่พยายามยืนหยัดและต่อสู้ด้วยกำลังของตัวเองเช่นกัน”

 

เซบาสเตียนกำลังสยายปีกเพื่อทรงตัวดูสงครามที่อาณาจักรทางเหนือซึ่งเป็นอาณาจักรของโรเบิร์ต กำลังต่อสู้กับอาณาจักรทางใต้ที่บุกขึ้นมาเพื่อรวมสองอาณาจักรให้เป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน

โรเบิร์ตสู้ไม่ถอยและพยายามปกป้องเหล่าทหารทั้งของตนและของศัตรูให้ปลอดภัยจากการเข่นฆ่า โดยไม่สนว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ จะมีอันตรายถึงชีวิตหรือเปล่า ซึ่งนี่มันช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาที่สุดในสายตาของเขาเสียเหลือเกิน อีกทั้งยังไร้สาระและไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแม้แต่น้อย

โรเบิร์ตไม่เคยรู้เลยหรือว่ามนุษย์นั้นโลภมากและใฝ่สูงขนาดไหน มนุษย์นั้นเห็นแก่ตัวและทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แถมยังกล้าพูดและด่าว่าใครต่อใครโดยไม่ดูตัวเองเลยสักนิด

แต่ถึงอย่างนั้นเซบาสเตียนก็บินโฉบลงไปฉกตัวโรเบิร์ตซึ่งกำลังจะโดนลูกธนูยิงขึ้นมาบนท้องฟ้าด้วยกัน เขาทำไปโดยไม่มีเหตุผล ก็คิดว่าไม่มีเหตุผลให้ตอบคำถามของตัวเองในตอนนี้ และก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไร เขาก็ตัดสินใจใช้พลังทำให้สงครามครั้งสิ้นสุดลงด้วยมือของตัวเอง นั่นคือการสังหารหมู่กองทัพของทั้งอาณาจักรโรเบิร์ตและอาณาจักรศัตรู

“ไม่!” โรเบิร์ตกรีดร้องลั่น ยื่นมือออกไปราวกับจะไขว่คว้าหาผู้รอดชีวิต อีกฝ่ายดิ้นและพยายามขืนตัวเองออกจากการกอดรัดของเขา แต่ในเมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถสู้แรงของเขาได้ก็ยอมหยุดไปเอง “ไม่…”

เสียงสะอื้นปนมากับความชิงชัง เซบาสเตียนสัมผัสได้จากรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากคนในอ้อมแขน แล้วใบหน้าบึ้งตึง โกรธแค้น และรังเกียจเดียดฉันท์ก็เงยขึ้นมองกัน เขาได้แต่เลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

“เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าต้องการให้ข้ายุติสงครามครั้งนี้ ข้าก็ทำแล้ว แล้วเจ้ามาโกรธทำไมกัน”

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้ายุติมันด้วยวิธีการแบบนี้ ข้าไม่ได้อยากให้เจ้าจบมันด้วยการฆ่าคนแบบนี้!

โรเบิร์ตตะโกนใส่หน้าของเขา จากนั้นก็เงียบลงเก็บซ่อนเสียงสะอื้นที่จะหลุดออกมา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยโทสะมากมายที่แม้แต่เจ้าโทสะเองก็ยังเทียบไม่ได้ ความชิงชังเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เขาตัดสินใจบินพาอีกฝ่ายไปยืนบนพื้นดินดังเดิม และเพียงแค่เขาปล่อยตัวโรเบิร์ตออก เจ้านั่นก็เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“ข้ามันโง่อย่างที่เจ้าว่า ข้าไม่น่าสิ้นคิดถึงขั้นขอความร่วมมือจากปีศาจ ข้ามันโง่เง่าสิ้นดี” มือนุ่มแต่ก็หยาบกร้านจิกกำต้นหญ้าจนมันขาดติดมือ เศษดินเข้าไปติดอยู่ในซอกเล็บ โรเบิร์ตก้มหน้าลง “ข้ามัน…”

“เจ้าเป็นคนบอกเองว่าต่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีจะใช้วิธีการไหนก็ช่าง แล้วทำไมถึงได้มาเศร้าเสียใจแบบนี้ มนุษย์นี่ตลกดีนะ ชอบทำอะไรตามใจและเอ่ยปากขอร้องอ้อนวอนใครต่อใครไปทั่ว พอไม่ได้ดั่งหวังก็มาโทษและพาลคนอื่น ไม่เคยถามตัวเองเลยว่าตัวเองนั้นดีพอให้ไปตัดสินคนอื่นแบบนั้นหรือเปล่า”

“…”

“เพราะแบบนี้ไงข้าถึงได้เกลียดและชังน้ำหน้ามนุษย์ยิ่งกว่าอะไร เจ้าพวกโสมมที่ดีแต่พึ่งพาผู้อื่น!

ทันทีที่เซบาสเตียนตะเบ็งเสียงจบก็ต้องชะงัก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อโรเบิร์ตลุกขึ้นชักดาบขึ้นตวัดมาจ่อที่คอของเขา ดวงตาคมกริบดั่งสัตว์ร้าย เหมือนว่าชายคนนี้หลุดเข้าไปในด้านมืดมิดของจิตใจเสียแล้ว

“จะดูถูกมนุษย์ก็เชิญตามสบาย แต่อย่ามาว่าร้ายกันผ่านอคติของตัวเอง” ลูซิเฟอร์แสยะยิ้มเย็น “ต่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีแต่ใช้วิธีการชั่วช้าเสียยิ่งกว่าการลงทัณฑ์ในนรก มันก็ไม่อาจเรียกผลลัพธ์นั้นว่าผลลัพธ์ที่ดีได้ และมนุษย์ไม่ใช่พวกที่ดีแต่แบมือขอโดยไม่ดิ้นรน พวกเราทำและทำกันมาช้านานแต่ที่พวกเจ้าไม่เคยรู้ก็เพราะพวกเจ้าไม่เคยสนใจ ใส่ใจ และคำนึงถึงพวกเรา ใครกันแน่ที่โสมมและดีแต่พึ่งพาผู้อื่น!

เซบาสเตียนยอมรับว่าช็อคและอึ้งไม่น้อยกับคำตอกกลับนั่น ได้แต่ยืนขมวดคิ้วตีหน้าบึ้งอยู่อย่างนั้น คำพูดมากมายไหลกลับลงไปในลำคอ กลืนหายไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอก

พักใหญ่โรเบิร์ตก็ผละดาบไปเก็บเข้าฝักดังเดิม หมุนตัวจะเดินจากไปแต่กลับโดนเขาคว้าข้อมือเอาไว้ เขาดึงรั้งอีกฝ่ายให้มาอยู่ในอ้อมกอดพร้อมกระซิบถาม

“หากข้าช่วยให้เจ้าบรรลุผลดั่งที่หวัง เจ้าจะให้อะไรตอบแทนข้า”

“…”

“…”

“หากเจ้าทำได้ดั่งปากว่า จะขออะไรข้าก็พร้อมยอมมอบให้ทั้งนั้น”

เซบาสเตียนยิ้มกริ่ม สยายปีกทั้งสองออกพร้อมบรรจงจูบริมฝีปากอิ่ม “สัญญาปีศาจเสร็จสมบูรณ์”

 

เซบาสเตียนกำลังสงสัยอยู่ว่าที่ตัวเองเกิดพลาดท่าหลงรักมนุษย์ผู้นี้เป็นเพราะการเล่นพิเรนทร์ของเจ้าราคะหรือเปล่า หรือเป็นคำสาปจากพ่อ หรือเป็นการกลั่นแกล้งกันของเจ้ากามเทพ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขามีความรู้สึกดีๆ ให้โรเบิร์ตไปแล้ว

เขาเริ่มมองมนุษย์ในทางที่ดีขึ้น ความทะนงตนที่เป็นฉายาของเขาเริ่มเลือนหายไปจากตัวตน เขารับฟังและใส่ใจโรเบิร์ตมากกว่าที่เคยทำกับผู้ใด สนใจและคิดถึงความรู้สึกของชายผู้นี้เป็นอันดับแรกเสมอ

โรเบิร์ตเองก็มีท่าทีที่ดีต่อเขา แม้ว่าจะยังไม่ลืมความเคียดแค้นที่เขาฆ่ามนุษย์จำนวนมากตายต่อหน้าตัวเองก็ตาม แต่มันก็ไม่เท่ากับเมื่อก่อนและสักวันหนึ่งคงเลือนหายไป ดั่งสายน้ำไหลซึมลงในพื้นทราย

เซบาสเตียนเคยเปรยความในใจให้โรเบิร์ตรู้ทางอ้อม อีกฝ่ายตอบรับและขอเวลาในการทบทวนจิตใจของตัวเอง แต่เขาไม่อาจรอได้ ดังนั้นจึงเอ่ยปากขอสานสายสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมจนเรากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

ใช่แล้ว ปีศาจแห่งความทะนงตนผู้เย่อหยิ่ง ถือตัว ขี้โม้ โอ้อวด และไม่สนใจใครกำลังมีความรักกับมนุษย์

คืนนี้เป็นคืนจันทร์เสี้ยวข้างขึ้น แสงจันทราที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างมาตกกระทบใบหน้าครึ่งเสี้ยวของโรเบิร์ตยามหลับใหลยิ่งขับให้อีกฝ่ายดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิม เซบาสเตียนไล้มือไปตามแก้มนุ่มมือ มองคนที่หลับไปด้วยความเพลียจากการฝึกดาบมาแทบทั้งวันด้วยความเอ็นดู

เสียงใบไม้เสียดสีกันจากการถูกสายลมพัดผ่านดังให้ได้ยินอยู่รอบข้าง สายลมเมื่อครู่ยังโชยพากลิ่นบุปผามาให้ชื่นใจอีกด้วย เซบาสเตียนโน้มตัวลงไปฝังจมูกลงบนแก้มนวล สูดกลิ่นกายที่หอมยิ่งกว่าดอกไม้ใดให้ชื่นใจ นั่นทำชายในอ้อมแขนขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่พอใจนัก ก่อนปลุกให้ดวงตากลมโตปรือขึ้นมองกันอย่างงัวเงีย

แสงจันทราถูกเมฆากลืนกิน ความมืดคล้อยเข้ามาบดบังการมองเห็นแทบจะสิ้นเชิงหากไม่ได้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันช่วย เขากดจูบมุมปากของคนรัก ไล่เลียไปตามริมฝีปากได้รูปก่อนโดนประท้วงเบาๆ

“อย่าทำแบบนี้” คำบอกห้ามดังขึ้น แต่มีหรือที่ลูซิเฟอร์จะเชื่อฟัง “หากมีใครมาเห็นมันจะเป็นเรื่องเอาได้”

เซบาสเตียนผละออกมาอย่างขัดใจ เขาจิ๊ปาก “คิดว่าในยามวิกาลอย่างนี้จะมีใครขึ้นมากวนเจ้าอีกนอกจากข้า” โรเบิร์ตตาโต ไม่รู้ว่าตกใจหรืออึ้งกับคำพูดของเขากันแน่ “อย่ากังวลไปเลยองค์ชายของข้า”

“เจ้าไม่นอนพักหรือไง” เซบส่ายศีรษะไปมา “นั่นสินะ เจ้าเป็นถึงปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งเจ็ดบาปนี่นะ”

เซบาสเตียนหัวเราะให้กับคำตัดพ้อที่ดูน่ารักนั่น “พรุ่งนี้ข้าจะทำให้คำขอของเจ้าเป็นจริง จงเล่นไปตามเกมที่เจ้าวางเอาไว้ เมื่อใดที่สบโอกาสข้าจะทำให้มนุษย์เห็นว่าการฆ่ามันไม่ช่วยอะไรดั่งคำขอของเจ้า”

โรเบิร์ตมองเขาอย่างตื่นตะลึง จากนั้นก็คลี่ยิ้มพลางหัวเราะร่วน “นี่ใช่ลูซิเฟอร์ตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย”

“เงียบปากแล้วนอนไปซะ”

 

เซบาสเตียนเคยคิดมาตลอดว่าปีศาจนั้นไร้หัวใจ แม้จะมีความรู้สึกแต่ก็ไร้ก้อนเนื้อที่เต้นตุบตับ แต่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นมันทำให้ความคิดนี้ถูกนำกลับมาทบทวนใหม่อีกครั้ง

สายฝนกระหน่ำลงมาไม่หยุดท่ามกลางการสู้กันของสองอาณาจักรทั้งทางเหนือและทางใต้ มันบดบังการมองเห็นของมนุษย์และของเขา เขาพยายามบินวนมองหาโรเบิร์ตที่ไม่รู้หายไปอยู่ที่ไหน ก่อนจะพบว่าคนรักของตัวเองโดนนายพลผมสีทองตัดสั้นเตียนคนหนึ่งใช้ดาบแทงทะลุหัวใจ เพียงแค่ดาบถูกชักออกไปร่างของเจ้าชายผู้เป็นดั่งลมหายใจของเขาก็ร่วงไปนอนจมกองเลือดตัวเอง

ราวกับโดนสายฟ้าฟาดเข้าที่กลางอก โลกทั้งใบนั้นล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา ทุกอย่างพังครืนลงมา ทั้งความหวัง ความรัก ความสงสาร ความเห็นอกเห็นใจ และการมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกแสนโสมมใบนี้

เซบาสเตียนกรีดร้องลั่นทำเอาเกิดเสียงกัมปนาทดังขึ้นจนมนุษย์ทุกคนต่างพากันล้มลงไปนอนกับพื้น บ้างสมองแตกตาย บ้างมีเลือดไหลออกจากหู บ้างเพียงแค่มึนงง แต่เขาไม่สน รีบบินโฉบไปทรุดลงนั่งข้างกายของโรเบิร์ต ค่อยๆ เอื้อมสองมือช้อนประคองอีกฝ่ายให้มานอนหงานอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าซึ่งเคยสวยงามกลับเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน เลือด และรอยฟกช้ำมากมาย

น้ำตาของปีศาจแห่งความทะนงตนไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ลูซิเฟอร์ผู้ไม่เคยใส่ใจใครกำลังร้องไห้ให้การจากไปของมนุษย์ มนุษย์ผู้เป็นดั่งดวงใจซึ่งไม่เคยเชื่อมาก่อนว่ามันมี

“ฮะ…เฮ้” เขาเอื้อนเอ่ยเรียกคนในอ้อมกอด ใช้มือขวากุมแก้มซีดขาวเช่นเดียวกับริมฝีปาก “ตื่นสิ”

แต่ไร้เสียงใดตอบกลับ ริมฝีปากที่เคยปรากฏสีสวยดั่งกลีบกุหลาบไม่ขยับเขยื้อนแม้สักนิด เซบาสเตียนพยายามหลอกตัวเองว่าเป็นเพราะสายฝนซึ่งกำลังซัดสาดอยู่นี้ทำให้เขามองเห็นหรือได้ยินไม่ชัดนัก เขาพยายามหลอกตัวเองว่าโรเบิร์ตยังไม่จากไปไหน อีกฝ่ายยังอยู่กับเขา ยังอยู่กับเขาตรงนี้

“ตื่นขึ้นมาซะ” เสียงแบบปีศาจดังขึ้น ความโศกเศร้ากัดกินจิตใจของเซบาสเตียนจนเขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป “ข้าขอสั่งให้เจ้าตื่นขึ้นมา ตื่นขึ้นมาหาข้า ตื่นขึ้นมาอยู่กับข้า ตื่นมาตอบข้าก่อนว่าเจ้ารักข้าหรือไม่!” แต่โรเบิร์ตก็ยังนอนนิ่งอยู่เช่นเดิม

เซบาสเตียนกอดโรเบิร์ตแน่นขึ้น เอ่ยสั่งคำสั่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จบ

จะกอดเจ้าเอาไว้ เพราะเจ้ากำลังซ่อนเร้นคำตอบ ถ้อยคำหนึ่งเดียวที่เฝ้ารอฟังมาตลอด

สายฝนกระหน่ำมามากขึ้นจนรอบกายของพวกเขาต่างกลายเป็นสีขาว เสียงของมันดังกลบเสียงโห่ร้องของสองกองทัพที่ยังไม่เลิกห้ำหั่นกันเอง ลูซิเฟอร์ได้แต่กระชับกอดร่างคนรักเอาไว้ไม่ยอมปล่อย รั้งกายเย็นเฉียบและเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกให้เข้ามาแนบชิดกับตัวเอง แนบชิดเสียจนเขาเกือบจะกลืนกินร่างนี้เข้าไป

พิรุณเอ๋ย เหตุใดเจ้าจึงซัดซาไร้แววจะหยุด

เขากัดฟันแน่นจนเห็นสันกรามนูนขึ้นมา สะอึกสะอื้นกับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของคนรัก ก่อนตะโกนก้องกู่ร้องออกมาให้สามโลกได้ยินกันทั่ว สยายปีกออกปลดปล่อยความชั่วร้ายให้ทำลายทุกสิ่งรอบข้าง เปลี่ยนสายฝนเย็นฉ่ำเป็นฝนเลือดซึ่งเต็มไปด้วยพิษอันยากจะหายารักษา

เซบาสเตียนก้มหน้าลงแนบหน้าผากลงกับหน้าผากของโรเบิร์ต พร่ำบอกขอโทษที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรอีกฝ่ายได้ เขากำกระชับเสื้อของคนในอ้อมแขนเอาไว้แน่น ละทิ้งทุกอย่างเพื่ออ้อนวอนต่อสรวงสวรรค์ให้ประทานพรแก่เขา พรครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาจะเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนบนนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครยื่นมือลงมาช่วย แม้แต่พ่อที่เป็นผู้สร้างทุกสิ่งก็ยังไม่เอื้อมมือมาช่วยเขาแม้แต่น้อย

ไหนท่านบอกว่าท่านรักมนุษย์นักรักมนุษย์หนา แล้วเหตุใด เหตุใดจึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

ทำไมถึงไม่ช่วยโรเบิร์ต ทำไมถึงไม่มอบโอกาสที่สองให้แก่มนุษย์ผู้เชื่อมั่นในตัวของพ่อ ทำไมกัน!

เซบาสเตียนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าซึ่งกลายเป็นสีแดงเพลิง เขาลุกขึ้นพร้อมช้อนตัวคนรักขึ้นมา บินขึ้นสู่ฟากฟ้าและเลือกที่จะพังโลกอันเน่าเฟะใบนี้ลงกับมือ

รู้ไหมว่าทำไมเขาถึงได้ทะนงตนนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเย่อหยิ่งที่มีมาตั้งแต่เกิด อีกส่วนคงเป็นความทะเยอทะยานที่มีมาตั้งแต่พ่อสร้างเขาขึ้น แต่อีกส่วนนั้นคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ที่เขาไม่ฟังคำพูดหรือคำแนะนำจากใครเป็นเพราะเจ้าพวกนั้นไม่เคยฟังหรือใส่ใจคำพูดของเขา

ถ้าเขาไม่โอนอ่อนไปตามคำพูดของโรเบิร์ตแล้วฆ่าเหล่ามนุษย์ให้สิ้นซากไปซะ เขาก็คงไม่ต้องเสียอีกฝ่ายไปเร็วเช่นนี้ ถ้าเขาเชื่อมั่นในตัวเองมากกว่าคนที่จากไปแล้ว เขาก็คงไม่ต้องมองการจากไปนี้เกิดขึ้น

 

เซบาสเตียนบินพาโรเบิร์ตไปวางบนเทือกเขาสูงชันซึ่งเตียนโล่งจากการโดนเขาทำลายไปเมื่อก่อนหน้า แล้วลุกขึ้นมายืนมองศพของคนรักพร้อมกับเสกขวดโหลขนาดสิบห้าเซ็นต์ขึ้นมา จากนั้นก็เปิดฝาออกพร้อมดึงดวงวิญญาณของโรเบิร์ตมาเก็บไว้ในนั้น แล้วปิดขวด เก็บซ่อนมันไว้ให้พ้นจากสายตาของผู้ใด

เขารู้ว่านี่มันบ้ามากสำหรับการลักลอบเก็บดวงวิญญาณของมนุษย์ไม่ให้ขึ้นสรวงสวรรค์หรือลงนรก เขารู้ว่ามันเห็นแก่ตัวที่จะรั้งโรเบิร์ตให้อยู่กับเขาไปตลอดกาล เขารู้ว่าอีกฝ่ายควรได้ไปอยู่ในที่ที่สุขสบายกว่านี้ และเพราะเขารู้ เขารู้เขาจึงทำใจไม่ได้!

ลูซิเฟอร์หันไปมองสองอาณาจักรที่โดนเขากวาดล้างไปเกือบหมด จากนั้นก็บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตัดสินใจแล้วว่าจะถล่มโลกนี้ให้เหลวแหลกเสียยิ่งกว่าโคลน และใครก็ไม่มีทางหยุดเขาได้ทั้งนั้นแม้แต่พ่อ

แล้วเมื่อเสร็จธุระกับโลกอันน่ารังเกียจนี้แล้ว เขาจะกลับไปรับโทษทัณฑ์ในนรก และจะไม่มีวันหวนคืนกลับมาหาเหล่ามนุษย์ผู้ชั่วร้ายอีกต่อไป

พอกันทีสำหรับความเมตตา

“หยุดนะ” เสียงของพ่อดังขึ้น เขาหันไปมองทางขวามือตัวเอง “เจ้าคิดจะทำอะไรกัน ลูซิเฟอร์”

“เพิ่งมาหาเอาตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไรครับ พ่อ”

“ข้ารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ข้ารู้เหตุผลของเจ้า แต่เจ้าไม่มีสิทธิมาทำลายโลกนี้ตามอำเภอใจ”

“โลกที่โสมมแบบนี้พ่อจะปกป้องไปทำไม โลกที่เต็มไปด้วยการฆ่าฟันและความเห็นแก่ตัวนี่น่ะ พ่อจะเสียแรงและเสียเวลาปกป้องคอยดูแลมันต่อไปทำไม!

“โรเบิร์ตบอกให้เจ้าเข้าใจดีแล้วไม่ใช่หรือ” พ่อย้อนถามกลับ เซบกัดฟัน เขาเกลียดจริงๆ เวลาตัวเองโต้ตอบอะไรกลับไปไม่ได้ “ต่อให้เจ้าทำลายโลกใบนี้โรเบิร์ตก็ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมา การฆ่าหรือทำลายทุกอย่างมันไม่ช่วยอะไร”

เซบาสเตียนขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงลอดออกมา เขาก้มหน้าลง กำหมัดจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ

“เส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วยากจะเข้าไปเปลี่ยนแปลง จงปล่อยให้มันดำเนินไปอย่างที่มันควรเป็น การฝืนโชคชะตามีแต่จะทำให้เรื่องยุ่งยากกว่าเดิม”

“คนอย่างพ่อจะเข้าใจอะไร” เซบเอ่ยถามเสียงแตกพร่าราวกับเขากลายเป็นกระจกที่แตกร้าวไปทั้งบาน “คนที่ดีแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นแบบพ่อจะไปเข้าใจผู้อื่นได้ยังไง!

ทันทีที่เขาตะโกนจบ ร่างกายก็โดนมัดตรึงให้หยุดอยู่กับที่ ปากแข็งค้าง ตัวแข็งทื่อขยับไม่ได้เลย

“จงกลับไปรับโทษทัณฑ์ที่นรกซะ” เซบาสเตียนพยายามขัดขืนแต่ไม่สามารถทำได้ “ลูซิเฟอร์เอ๋ย”

แล้วร่างของเขาก็โดนผลักลงสู่ความมืดมิดพร้อมกับขวดดวงวิญญาณของโรเบิร์ตที่ลอยออกไปจากตัว มันลอยไปอยู่กับพ่อของเขาแล้วรัตติกาลก็กลืนกินเขาจนหมดสิ้น

ขอราตรีกาลนำพาหัวใจไปซ่อนไว้เพื่อรอเพียงเจ้าตลอดกาล

 

“คงยังไม่รู้สินะลูซิเฟอร์” เสียงของราคะดังขึ้นที่หน้ากรงขัง “ว่าคนรักของเจ้าได้ไปกำเนิดใหม่แล้ว”

เซบาสเตียนใจกระตุก ความหวังที่ดับมอดไปนานเริ่มกลับมาฉายชัดใหม่อีกครั้ง เขาหันไปมองราคะ…หญิงสาวใบหน้างดงามยิ่งกว่าคำว่างดงาม ผมสีแดงเพลิงสะบัดไปตามสายลมอันร้อนระอุของนรก

“ข้าให้พวกปีศาจชั้นต่ำไปออกสืบข่าวมาให้จนได้ความดังที่บอกไป เห็นว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมทีเดียว แต่จิตจะใช่ดวงเดิมมั้ยนั้นข้าไม่แน่ใจ”

ฝากเสียงกระซิบถึงเจ้าว่าข้ายังมั่นคงเสมอ และขอเจ้านั้นอย่าเปลี่ยนไปได้มั้ย ได้โปรด

“ข้าจะออกไปหาเขา” ลูซิเฟอร์ลั่นวาจา ลุกขึ้นยืนทั้งที่ร่างกายบอบช้ำจากการถูกทรมานมาตลอดเป็นร้อยๆ ปี “ข้าจะออกไปพบเขาอีกครั้ง”

ราคะไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแต่ผละถอยออกไปเฝ้ามองเขาทุบทำลายกรงขังด้วยพลังทั้งหมดที่มี ลูซิเฟอร์รีบหนีออกจากนรกเพื่อกลับไปยังโลกมนุษย์ กลับไปหาคนที่เฝ้ารอมาตลอดชั่วชีวิตที่ผ่านมานี้

ห่างออกไปจรดขอบฟ้าเจ้านั้นยังอยู่ สักวันจะได้เจอกันอย่างแน่นอน

เจ้าอยู่ทางใด ทิศไหนช่วยวานบอกที เพราะเจ้ากำลังซ่อนเร้นคำตอบ

 

 

 

ถ้อยคำเพียงหนึ่งที่รอฟังมาตลอด

 

 



THE END
25/09/2016
ฟิคนี้ต้องอาศัยการตีความนิดนึงนะคะ หากใครมีข้อสงสัยทิ้งไว้ได้เลยค่ะ
หรือว่าจะไปถามกันที่ @GWAYESUNG ก็ได้ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจค่ะ :D
ขอฝาก #ficเจ็ดบาป ไว้ด้วยนะคะ

ผลงานอื่นๆ ของ SaRa_PAO

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ผู้อวยสตีฟกับโทนี่สุดหัวใจ
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 23:26
    รอเรื่องนี้อยู่น้าา อยากอ่านต่อง่ะ ;3;
    #8
    0
  2. #7 Snowdome
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 18:48
    อยากอ่านตอนต่อไปค่ะ อยากให้เซบได้ฟังคำสุดท้ายจริงๆ นะ
    #7
    0
  3. #6 ผู้อวยสตีฟกับโทนี่สุดหัวใจ
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 15:46
    อยากอ่านต่ออ่าาา โรเบิร์ตจะจำเซบได้ไหม อยากอ่านต่อออ พลีซซซ T^T
    #6
    0
  4. #5 pierce
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 09:35
    ขอตอนต่อล่วยยยยย

    ฮือออออออออออออ สงสารเซบ TwT
    #5
    0
  5. #4 ผู้อวยสตีฟกับโทนี่สุดหัวใจ
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 22:03
    อยากอ่านต่อ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ เราชอบการบรรยายเรื่อง...แบบนี้มากๆ มันเข้าถึงอารมณ์ เหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องด้วยเลย อยากรู้ว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไงงง เซบจะเจอสุดที่รักไหม ติดตามจ้าาาา
    #4
    0
  6. #3 smilegirl
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 21:51
    เราลองตีความนะ.... เซบที่มีความทะนงตน เกลียดชังมนุษย์ เพราะคิดว่ามนุษย์นั้นโงเขลาเห็นแก่ตัว

    แต่พอได้ใกล้ชิดกับโรเบิร์ตมันทำให้เซบยอมลดความทะนงของตัวเองลงบ้าง และคงเพราะเซบรักโรเบิร์ต

    และเพราะโรเบิร์ตทำเขาก็คงเริ่มมองเห็นด้านดีๆของมนุษย์ และยอมใฟ้ความร่วมมือช่วยโรเบิร์ต

    แต่สุดท้ายเมื่อต้องเสียคนที่ตนรักไปเพราะสิ่งที่ตนเองคิดว่ามันไร้สาระ หัวใจคงพังยับเยินเลยที่เดียว

    ก็เลยอยากทำลายล้างทุกอย่างบนโลกนี้ให้สิ้นซาก และเพราะรักโทนี่มากมั้ง จึงยอมอ้อนวอนสรวงสวรรค์

    อ้อนวอนขอต่อทุกสิ่งเพื่อให้คนที่รักกลับมา แต่ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้แล้ว โรเบิร์ตไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว

    แต่เซบก็ยังอยากจะให้โรเบิร์ตอยู่กับเขาไปตลอด จึงดึงวิญญาณโรเบิร์ตออกมาเก็บไว้ (อันนี้เศร้า)

    แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง เซบก็คงยอมทุกอย่าง ยอมโดนลงทณฑ์ในนรก

    เพราะคิดว่าอยู่ไปก็ไม่เหลืออะไรแล้ว T^T



    เราชอบประโยค "ขอราตรีกาลนำพาหัวใจไปซ้อนไว้เพื่อรอเพียงเจ้าตลอดกาล.." มันดูน่าขนลุกยังไงไม่รู้

    //ชอบเรื่องแบบนี้ แนวนี้เราชอบ แต่ไม่ดราม่าแบบนี้อ่ะ เศร้า T^T
    #3
    1
    • 26 กันยายน 2559 / 09:27
      กวาก็ชอบประโยคนี้เหมือนกันค่ะ แล้วก็ประโยค "พิรุณเอ๋ย เหตุใดเจ้าจึงซัดซาไร้แววจะหยุด" /มือทาบอก
      ดีใจที่ชอบฟิคเรื่องนี้นะคะ ส่วนเรื่องดราม่านั้น... /กอดพร้อมปลอบโยน
      ส่วนเรื่องการตีความใช่แบบที่คุณว่ามาเลยค่ะ ชอบการตีความเรื่องดึงวิญญาณไปเก็บไว้มากเลยค่ะ ฟฟฟฟ มีความโรแมนติค สัมผัสได้ถึงความรักที่เซบมีให้โรเบิร์ตเลยค่ะ xD
      #3-1
  7. วันที่ 25 กันยายน 2559 / 19:33
    เศร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา T^T
    #2
    2
    • 25 กันยายน 2559 / 20:49
      โอ๋ๆ น้า
      #2-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. วันที่ 25 กันยายน 2559 / 19:30
    อืม...ตีความยากเหมือนกันนะครับ orz
    เริ่มจาก เซบ ที่เป็นปีศาจบาปอัตตาที่มีซ่อนอยู่ในตัวทุกคนรวมถึงในตัวโรเบิร์ตด้วย ความยึดมั่นเเละทะนงในความคิดสันติภาพของตนทำให้โรเบิร์ตเกือบตายถ้าเซบไม่เข้ามาช่วย จากนั้นเมื่อเซบอยู่ใกล้ชิดโรเบิร์ตเข้าทัศนคติเเละความเชื่อของเขาก็เปลี่ยนไป ทำให้โรเบิร์ตเชื่อเเละทะนงในความคิดตัวเองมากกว่าเดิม  จนเสียชีวิต เมื่อโรเบิร์ตตายดูเหมือนความทะนงของเซบจะหายไปด้วย เขาถึงกับยอมอ้อนวอนเทพที่ตนเกลียด หรือเเม้กระทั่งกักเก็บวิญญาณโรเบิร์ตไว้กับตัว ผมตีความว่สที่อยู่ในกรงเพราะเซบสิ้นหวังเเละเชื่อในความคิดที่ว่าโรเบิร์ตหายไปเเล้ว เเต่เมื่อราคะ(ผมตีความว่าตรงนี้เหมือนความรัก ความหลงใหลที่ทำให้คนพยายามหาเหตุผลเพื่อตัวเองเเละความรักว่ายังมีหวัง) มาบอกว่าเจอโรเบิร์ต เซบก็ออกจากกรง คำตอบที่รอคอยที่ได้กล่าวไว้ในท้ายๆของเรื่องผมกะว่าน่าจะได้สองทาง คือหนึ่ง คำตอบว่าโรเบิร์ตยังเชื่อเเละทะนงในความคิดตนเรื่องสันติภาพอยู่หรือไม่ หรืออีกอย่าง คือคำตอบว่ารักเเละยินยอมอยู่ข้างเขาหรือเปล่า---


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กันยายน 2559 / 19:31
    #1
    2
    • 25 กันยายน 2559 / 20:48
      ที่ตีความมาใช่หมดเลยค่ะ ในเรื่องนี้กวาให้เซบเป็นตัวแทนของอัตตาที่ทะนงตน ไม่ฟังใคร และเชื่อแค่ตัวเอง ที่หลบหนีออกมาก็เพื่อเอาตัวรอดจากการโดนทรมานในนรก และคิดจะมาทำให้พ่อ (God) รู้ว่าที่ตัวเองเคยบอกพ่อไปว่ามนุษย์นั้นไม่ได้มีดีอะไรให้น่านับถือนั้นมันเป็นจริง (คือจะมาแสดงให้พ่อตัวเองเห็นค่ะ) แต่แล้วก็เจอเข้ากับโรเบิร์ตซะก่อน ที่เซบเข้าไปทำความรู้จักโรเบิร์ตนั้นก็เพราะการหลงใหล (อันนี้กวาขอข้าม แหะๆ)
      ส่วนโรเบิร์ตนั้นยึดถือในแนวคิดของตัวเองตามที่คุณกล่าวมาเลยค่ะ และเชื่อมั่นในตัวมนุษย์มากๆ เชื่อมากว่าตัวเองจะทำให้มนุษย์กลับมารักกันกลมเกลียวได้ และยึดติดกับคุณค่าของชีวิตมนุษย์มาก
      พอทั้งสองได้คุยกันก็เหมือนได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกันและกันค่ะ นั่นคือความทะนงตนในตัวเอง (อัตตา) แล้วเซบก็ค่อยๆ ลดมันลง แต่กลับกัน มนุษย์นั้นไม่สามารถละอัตตาไปได้โดยง่าย แม้จะมองเห็นแต่สุดท้ายก็ให้อารมณ์ประมาณว่า ฉันไม่ยึดถืออัตตา ไม่ยึดนะแต่สุดท้ายกลับโดนอัตตาผูกแน่นกว่าเดิม (อันนี้ใช้หลักอัตตาและอนัตตาของพุทธมาเล่นค่ะ)
      เหตุการณ์หลังโรเบิร์ตตายนั้นเซบเปลี่ยนไปจริงค่ะ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตนเพื่อขอชีวิตของโรเบิร์ตกลับมา เพียงแต่ตัวเองก็ยังไม่ลดอัตตาในความคิดของตัวเองที่ว่าก็ฉันบอกแล้วทำไมไม่มีใครฟัง ดังนั้นฉันจึงไม่สนใครแล้ว เห็นมั้ยบอกแล้วว่าคำพูดของฉันมันจะเกิดขึ้นจริง อะไรทำนองนี้ค่ะ ส่วนเทพที่เซบขอความช่วยเหลือนั้นเป็น God ค่ะ (กวาไม่ค่อยอยากเอาประเด็นทางศาสนามาเล่นเท่าไหร่ ;v;) เรื่องที่เก็บวิญญาณโรเบิร์ตไว้กับตัวก็เพราะกลัวว่าถ้าโรเบิร์ตไปขึ้นสวรรค์แล้วจะไม่ได้เจอตัวเองอีก (เพราะเซบต้องกลับไปรับโทษที่นรก) แล้วการพาไปนรกก็เป็นการปกป้องไปในตัวเพราะถ้าโรเบิร์ตไปนรกเองจะโดนลงโทษ (เซบกลัวตรงนี้)
      ส่วนเรื่องที่เซบยอมกลับไปในกรงขังเป็นเพราะโดน God ผลักค่ะ (สู้ไม่ได้) และสองคือหมดอาลัยตายอยาก คือทุกอย่างของเซบพังทลายหายไปหมดแล้ว
      ส่วนเรื่องของราคะนั้นเธอช่วยเซบเพราะเห็นว่าเซบเป็นพี่น้องในตระกูลเจ็ดบาป (อันนี้กวาเขียนถึงปีศาจในมุมกลับ คนส่วนใหญ่เวลาคิดถึงปีศาจจะคิดว่าชั่วร้ายไรงี้ กวาเลยเขียนในมุมตรงกันข้ามดูบ้าง) ส่วนการตีความของคุณก็ใช่เลยค่ะ กวาไม่ได้ใส่ตรงนี้ไปแต่พอมาอ่านแล้ว...เออว่ะมันคิดแบบนี้ได้จริงด้วย
      เรื่องที่เซบหนีออกจากรงไปขอคำตอบกวาเขียนให้ไปขอคำตอบเรื่องความรักค่ะ เพราะโรเบิร์ตตายไปก่อนจะได้บอก
      ขอบคุณสำหรับตีความดีๆ นะคะ Y-Y

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กันยายน 2559 / 21:22
      #1-1
    • 25 กันยายน 2559 / 21:10
      ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเช่นกันครับ.ตอนเเรกต้องอ่านซ้ำสองรอบ กลัวตีความผิด (ฮา)
      #1-2