คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF]SteveTony Feat.Jarvis(?): Skyfall [SF]SteveTony Feat.Jarvis(?): Skyfall | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

* แอบสปอยล์Avengers2 และไม่เน้นเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ นะคะ *

** ทั้งหมดแต่งออกมาให้คล้ายความฝันเมื่อคืนมากที่สุดค่ะ ._. **

*** บุคคลิกของโทนี่อาจไม่ใช่แบบในหนังหรือการ์ตูนนัก ขอโทษนะคะ ***


Thx: Themy Butter l โค้ดแมวๆ

© themy  butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 ก.ค. 57 / 09:14


เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน โทนี่ได้วางแผนให้พวกเหล่าฮีโร่ในAvengersได้ไปพักผ่อนบ้างเขาจึงสร้างAIที่คิดเองได้ สั่งการเองได้โดยประยุกต์มาจากโปรแกรมของจาร์วิส พูดง่ายๆ ก็คือการนำจาร์วิสมาประยุกต์ใหม่ให้เป็นAIที่พัฒนาสเต็ปไปอีกขั้นนั่นเอง แต่ในจุดประสงค์หลักแล้วโทนี่ตั้งใจสร้างAIใหม่ตัวนี้เพื่อช่วยตัดสินใจและส่งเกราะIronmanไปจัดการกับเหตุต่างๆ โดยเขาไม่ต้องใส่เกราะแบบที่เคยทำมาตลอด และตั้งชื่อใหม่ให้มันว่า Ultron

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งเกิดความผิดพลาดเมื่อUltronไม่ได้เป็นแค่AIที่คิดเอง ทำเองได้ในแบบที่โทนี่คิด มันฉลาดและคิดว่ามนุษย์คือภัยของโลก มนุษย์คือศัตรูอันดับหนึ่งของโลกต้องกำจัด ในท้ายที่สุดมันก็ได้เริ่มแผนการฆ่าล้างเผ่าพันธ์มนุษย์

Ultronทำตามแผนของตัวเองไปได้ไม่นานเหล่าAvengersก็รวมใจกันทำลายล้างโดยมีพรรคพวกใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาแต่ทว่าเมื่อมันถูกทำลายลงไปมันก็จะสร้างตัวเองขึ้นได้ใหม่คล้ายไฮดร้าที่เมื่อตัดหัวหนึ่งไปอีกสองก็จะงอกขึ้นมา

Ultronไม่มีรูปร่างที่แน่นอนเพราะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์และแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่สร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ ไม่มีใครต่อกรกับมันได้ในเวลานั้นจนผู้คนหวาดกลัวหลบหนีกันไปอยู่ที่ต่างๆ และแล้วUltronก็ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่ใช่เหล่าAvengersไปจนหมด ทั้งโลกจึงเหลือแค่เพียงคนกลุ่มเดียวกับภารกิจครั้งยิ่งใหญ่เพื่อฟื้นฟูโลกมนุษย์ให้กลับมาเป็นเช่นเดิม ทุกคนในAvengersร่วมมือร่วมใจกันวางแผนและตามไล่ล่าUltronโดยการลอบสังหารคู่พี่น้องMaximoffจนตายแต่ฝ่ายAvengersก็สูญเสียเพื่อนสมาชิกไปเช่นกันนั่นคือฮอว์คอายส์ คราวต่อมาเป็นคราของHulkที่ถูกUltronสร้างตัวเลียนแบบขึ้นมาและใช้ฆ่ายักษ์เขียวตัวสูงใหญ่จนถึงแก่ความตาย ต่อไปก็เป็นธอร์กับนาตาชา คนที่ว่ามาโดนUltronลอบสังหารจนไม่เหลือชีวิตและในท้ายที่สุดAvengersก็เหลือแค่เพียงคนสองคนเท่านั้นที่ยังคงรอดอยู่นั่นก็คือสตีฟ โรเจอรส์ กัปตันอเมริกาและผู้สร้างUltron...โทนี่ สตาร์คหรือไอรอนแมน

 

เสียงฝีเท้าวิ่งไปตามพื้นคอนกรีตที่มีเศษซากปรักหักพังของตึกและอาคารที่โดนทำลายจนตกลงมาบนพื้น รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยซากรถยนต์ ซากรถโดยสารประจำทาง และซากพังๆ ของเสาไฟฟ้าที่ดวงไฟด้านบนกระพริบก่อนดับไป สองเสียงหายใจหอบผสานกันเพราะความเหนื่อยก่อนร่างสูงใหญ่จะดึงรั้งต้นแขนเล็กกว่าของชายด้านข้างให้เข้าไปหลบในซอกตึกบริเวณมุมอับแห่งหนึ่งตรงถนนสาย39

คนทั้งสองแทบลืมหายใจเมื่อเห็นหุ่นยนต์ทำจากเหล็กสีเงินทั้งทั้งตัวยกเว้นบริเวณปากที่ถูกทาทับด้วยสีแดงเดินตรวจตราและมองไปรอบๆ บริเวณที่พวกเขาใช้แอบกันอยู่ มันหยุดยืนอยู่ด้านหน้าซอยแคบๆ แห่งนี้อยู่นานพลางมองเข้ามาด้านในที่มืดสนิทแล้วหันกลับไปมองที่เดิมพร้อมออกเดินไปทางอื่น

“ฟู่ว...” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนร่างกายเล็กกว่าพาร์ทเนอร์ตัวเองจะเอนพิงกับผนังเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเสมองไปยังฝั่งตรงข้ามกับทางออกของตรอกแคบนี้ มันสั่นไหวแล้วหายไปเพราะเปลือกตาสองข้างที่ปิดลงอย่างเหนื่อยล้า

“คุณจะมานอนแบบนี้ไม่ได้นะ” เสียงเข้มเอ่ยดุแล้วจับต้นแขนในชุดเกราะเหล็กเขย่า “เฮ้โทนี่”

“ฉันเหนื่อย อยากขอนอนสักพัก”

น้ำเสียงอ่อนล้าเอ่ยท้วงพร้อมปัดมือใหญ่กว่าให้หลุดไปจากต้นแขน คนในชุดเกราะเหล็กขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้นอนสบายขึ้นแล้วหันหน้าหลบไปทางอื่นแสร้งทำเป็นว่าเขากำลังพักผ่อนดั่งปากว่า

สตีฟเมื่อเห็นคนข้างกายที่พามาด้วยหลับไปแล้วอย่างที่ว่าก็ถอนหายใจออกมาน้อยๆ เขาถือวิสาสะใช้สายตาสำรวจชุดเกราะที่พังและบุบไปบางส่วน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมองใบหน้าหนวดที่หลับตาพริ้มซึ่งมีรอยแผล รอยเลือดซิบ และรอยช้ำเขียวช้ำม่วงบริเวณมุมปาก แก้ม รวมถึงสันจมูกและขมับ

มือใหญ่เอื้อมไปประคองสองแก้มของอีกคนให้หันมาหาเพื่อขอมองชัดๆ เต็มตา ความห่วงใยฉายชัดขึ้นในมโนความรู้สึกเมื่อใบหน้าที่เคยหล่อเหลากลับเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยเลือด ริมฝีปากหนากัดเม้มเข้าหากันอย่างวิตกก่อนจะปล่อยแก้มของอีกคนออกแล้วผละไปนั่งเคียงข้างคนตัวเล็กกว่า มือใหญ่จับหัวทุยสวยให้ซบกับบ่าของเขาต่างหมอน

“ขอโทษ...ขอโทษที่ผมปกป้องคุณไม่ได้” มือใหญ่ลูบไปตามโครงหน้าเรียวแล้วริมฝีปากหยักก็ก้มลงจูบหน้าผากมนแผ่วเบา “ฝันดีนะครับ”

 

โทนี่ลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเสียงของคนข้างตัวเงียบไปนานแล้ว สองตากระพริบมองใบหน้าอ่อนวัยของชายหนุ่มอายุเกือบเก้าสิบปีอย่างสำนึกผิด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออก ภาพรอยแผลบนใบหน้าอ่อนเยาว์ รอยเสื้อขาดจนเห็นเลือดไหลบริเวณแขนและหน้าอกของคนกำยำมันทำให้รู้สึกโกรธตัวเองจนสะอึกกำมือแน่น คนตัวเล็กสะบัดหน้าไปทางอื่นเพราะความปวดร้าวในหัวใจที่แสนเจ็บช้ำ

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาดของเขาทั้งหมด เขาทำพลาดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่เกินให้อภัยเพราะความคิดชั่ววูบแสนขี้เล่นของตัวเอง คนบริสุทธิ์มากมายต้องมารับเคราะห์ในความผิดพลาดของเขาจนพากันล้มตายไปเป็นจำนวนมาก โทนี่ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ถึงแม้จะพยายามหลบหนีความจริงมาโดยตลอดและทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแค่ไหนก็ตาม ยิ่งหันไปเห็นร่างกายของกัปตันอเมริกามีแต่รอยแผลและเลือดแบบนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำความผิดพลาดของตัวเอง

ปั้ก!!!

โทนี่ต่อยเข้ากับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบเต็มแรง เขากำมือแน่นจนเห็นเส้นนูนขึ้นมาและสั่นไปทั้งแขน ฟันกัดเข้าหากันจนได้ยินเสียงและเห็นสันกรามนูน ลมหายใจแรงและหนักหน่วง ใบหน้าก้มลงมองพื้นทั้งม่านน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาได้ทุกเมื่อ โทนี่โกรธในความอัจฉริยะแต่ทว่าโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองอย่างถึงที่สุด

“ขอโทษนะสตีฟ” โทนี่หันมาหาสตีฟแล้วยกมือชุ่มเลือดขึ้นลูบแก้มนวลของเพื่อนร่วมรบอย่างสำนึกผิด “ขอโทษนะ...ขอโทษ ขอโทษ”

เสียงขอโทษดังข้างใบหูของกัปตันคนดีเบาๆ ก่อนใบหน้าหนวดจะซบลงกับไหล่แกร่งซึ่งเป็นที่พึ่งพิงให้เขามาตลอด คนตัวเล็กจับแก้มของชายตรงหน้าให้แน่นขึ้นแล้วกัดฟันให้แน่นขึ้นไปอีกเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น น้ำตาหยาดใสไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้างไม่มีหยุด

“ขอโทษ...ที่ทำสิ่งเกินให้อภัย ขอโทษ...ที่ทำร้ายนายทางอ้อม ขอโทษ...ที่ปกป้องไม่ได้”

เสียงขอโทษยังคงดังขึ้นไม่ขาดปากพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสายจนมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายไม่ชัดนัก โทนี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วผละตัวเองออกมาก่อนลุกขึ้นยืน สองมือกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าสหายเป็นครั้งสุดท้าย

“ในเมื่อฉันเป็นคนก่อเรื่อง ฉันจะเป็นคนจบเรื่องนี้เอง”

 

This is the END hold your breath and count to ten…

(นี่คือจุดจบของทุกสิ่งทุกอย่างกลั้นหายใจแล้วนับ1-10)

Feel the Earth move and then hear my Heart burst again…

(รู้สึกถึงโลกที่กำลังหมุนแล้วจากนั้นก็ฟังเสียงหัวใจฉันเต้นรัวอีกครั้ง)

 

สตีฟลืมตาเฮือกสะดุ้งตื่นจากฝันที่ว่าโทนี่โดนฆ่าไปต่อหน้าต่อตาซึ่งเขาไม่สามารถเอื้อมมือไปช่วยอะไรคนตัวเล็กได้เลย เขาหายใจหอบแล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาเพราะความหวาดกลัว คนตัวใหญ่ขยับร่างกายก่อนชะงักเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่แผลบนหน้าอก มือใหญ่ยกขึ้นจับบาดแผลยาวลึกฉับพลันตาก็เหลือบเห็นคราบเลือดบนฝ่ามือหลัง เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างฉงนใจแล้วยกมือนั้นขึ้นดูอย่างวิเคราะห์แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เขายิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นว่าในโลกความเป็นจริงโทนี่ยังอยู่กับเขา ใบหน้าคมหันไปมองข้างตัวแต่กลับไม่พบร่างของโทนี่ที่เคยนอนอยู่ข้างๆ คนตัวใหญ่ลุกขึ้นทันทีแล้วมองหาไปรอบๆ ตรอกนี้แต่ก็ไม่พบ ก่อนสองสายตาจะจับจุดอยู่ที่รอยเลือดจางๆ เป็นจุดสี่จุด ภายในหัวของคนตัวใหญ่คิดอะไรอยู่สักพักไม่นานดวงตาก็เบิกกว้างเมื่อพบคำตอบ จากนั้นร่างกายของสตีฟก็ออกตัววิ่งอัตโนมัติแบบไม่คิดชีวิตเพื่อไปพบใครบางคนที่หนีไปจากเขา

ตู้ม!!!

พลั่ก!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นก่อนร่างของคนในชุดเกราะจะถูกต่อยกระเด็นตัวลอยไปนอนกองกับพื้น สตีฟหยุดยืนหายใจไม่ออกมองตามร่างนั้นอย่างเป็นห่วงก่อนพุ่งเข้าไปหาทันทีแบบไม่คิดชีวิต คนตัวใหญ่วิ่งหน้าตาตื่นสไลด์ตัวไปหาอีกคนที่ลุกยืนไม่ขึ้น ตามใบหน้ามีบาดแผลเพิ่มมากขึ้นและชุดเกราะก็พังจนแตกไปส่วนหนึ่งบริเวณแขนขวา

“โทนี่!!!!

“สตีฟ...”

สตีฟชะงักเมื่อได้ยินชื่อของเขาจากปากอีกคน ดวงตาเรียวคมสีฟ้าจ้องมองใบหน้าหนวดที่หายใจรวยระรินอย่างเหนื่อยอ่อน ความรู้สึกแปลกใจพุ่งขึ้นจนไม่ได้ยินเสียงระเบิดหรือเสียงใดๆ รอบตัว เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่โทนี่เรียกชื่อของเขามากกว่าฉายาหรือนามสกุลแบบที่เคยทำประจำ

“มากันแล้วเหรอ เหยื่อสองคนสุดท้าย”

“สตีฟ...”

เสียงโทนี่ดังขึ้นข้างหูของเขาและช่วยปลุกสติของสตีฟให้กลับคืนมา เขากระพริบตาเพื่อตื่นจากภวังค์ก่อนหันมองร่างของUltronที่กำลังย่างก้าวเข้ามาหาเขาและโทนี่ช้าๆ น้ำเสียงคล้ายระบบAIของจาร์วิสหัวเราะเหี้ยมก่อนยกมือขึ้นแล้วมันก็เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าสถิตย์ในรูปของลูกฟุตบอล เสียงเปรี๊ยะๆ ของมันชวนให้รู้สึกขนลุกและแอบน่าเกรงขามอยู่ในที

สตีฟกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วหันไปมองโทนี่ที่นอนนิ่งอยู่ที่เดิม สีหน้าของคนตัวเล็กไม่สู้ดีนักและเขาเดาว่าถ้าหากยังอยู่ตรงนี้ล่ะก็โทนี่อาจเสี่ยงโดนลูกหลงของการต่อสู้ได้

“หนีไปซะ” เสียงอ่อนล้าเอ่ยสั่งพร้อมดวงตาดื้อดึง “หนีไปซะ...กัปตัน”

“ไม่ จะให้ผมทิ้งคุณไปแบบนี้ได้ยังไง”

“หนีไปซะสิ!!!

โทนี่ตวาดลั่นแล้วพลิกตัวนอนทับร่างกัปตันอเมริกาก่อนใช้พลังงานไอพ่นสุดท้ายของชุดเกราะยิงกับพื้นจนมันดันร่างของพวกเขาขึ้นเหนือพื้นและพุ่งขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว สตีฟรีบคว้ากอดร่างตรงหน้าเพราะสัญชาตญาณกลัวตก ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมเพียงเท่านั้นแต่คงไม่มีใครมาคิดสวีทหวานกันได้ในตอนนี้ โทนี่พาร่างของสตีฟไปอยู่ในที่ห่างไกลและปลอดภัยจากสิ่งที่เขาสร้าง

สตีฟปล่อยร่างของโทนี่ออกพร้อมกับรั้งข้อมือคนตัวเล็กกว่าไม่ให้ไปไหน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลหันมามองสบนัยน์ตาสีฟ้าแสนอ่อนโยนและมีแต่ความห่วงใยให้แก่เขาเสมอ หัวใจดวงน้อยที่เต้นไหวอย่างอ่อนแรงกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง โทนี่หัวเราะน้อยๆ แล้วเอื้อมมือข้างที่ว่างขึ้นจับแก้มของสหายร่วมรบ เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นที่แสนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กพลางเลื่อนหน้าไปประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากหยักหนักแน่นคล้ายคำสัญญา

“จะกลับมา” โทนี่พูดหนักแน่นชิดริมฝีปากแต่ดวงตาสีน้ำตาลกลับสั่นไหวอย่างหวาดกลัว “ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อกลับมาหานาย สาบาน”

“ไม่...” หัวใจของสตีฟสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้ ภาพที่โทนี่ตายไปต่อหน้าต่อตาจากในความฝันฉายซ้ำวนอยู่ในหัวราวกับเครื่องเล่นวิดีโอที่ใช้งานไม่ได้ ภาพร่างของคนที่ห่วงหาและเฝ้าดูแลมาตลอดแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตาโดยเข้าไปจับต้องไม่ได้ ภาพที่โทนี่ยกยิ้มอ่อนโยนให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหายวับไปกับอากาศ ภาพทุกอย่างยังคงเด่นชัดในห้วงความคิด

“อย่าไป...” สตีฟเรียกและพยายามรั้งตัวโทนี่ไว้ ในแววตาหนักแน่นเด็ดเดี่ยวของอีกคนมีแต่ความหวาดกลัวซ่อนเอาไว้ซึ่งไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นัก ร่างกายเล็กกว่าและบอบบางกว่าสั่นเทาซึ่งคงไม่ต่างจากเขาอีกเช่นกัน ยิ่งเขาพยายามรั้งโทนี่มากเท่าไหร่โทนี่ก็ยิ่งเดินหายไปไกลเท่านั้น

“โทนี่!!!!!

 

Where you go I go What you see I see

(ไม่ว่าเธอจะไปที่ใดฉันก็จะไป ไม่ว่าเธอจะเห็นอะไรฉันก็เห็นเหมือนกัน)

I know I'll never be me without the security

 (ฉันรู้ว่าฉันจะไม่มีวันรู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้โดยปราศจากความปลอดภัย)

 

สตีฟออกตัววิ่งตามร่างของโทนี่ที่เดินเข้าไปหาUltronแบบไม่มีอาวุธติดตัวไปสักอย่าง เขาคว้าโล่ตัวเองขึ้นมาเสียบเข้ากับท่อนแขนแล้วกัดฟันวิ่งให้เร็วกว่าเดิมเพื่อไปคว้าเอาตัวโทนี่เข้าที่กำบัง แต่ดูเหมือนมันจะช้าไปเมื่อUltronขว้างลูกไฟฟ้าสีฟ้าใสกลมๆ นั่นเข้าหาตัวโทนี่ มันกำลังพุ่งมาตามแรงที่ฝ่ายส่งใช้มายังฝ่ายรับ กัปตันตัดสินใจวิ่งให้เร็วขึ้นแล้วยื่นมือเพื่อใช้คว้าเอาท่อนแขนเล็กนั่นพร้อมเอ่ยเรียกชื่อคนที่เป็นดั่งทุกสิ่งในชีวิต

“แอนโทนี่!!!!!

ตู้ม!!!!!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

กัปตันวางร่างของโทนี่ที่ไร้ซึ่งชุดเกราะคว่ำลงบนเตียงในโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่ง เขามองบาดแผลด้านหลังของคนตัวเล็กที่เต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดจากการถูกเศษของพื้นคอนกรีต เหล็ก และอีกมากมายพุ่งเข้ามาปัก ขีดข่วน และบาดจนเป็นแผลทางยาว แถมยังโดนไฟจากการระเบิดไหม้เข้าที่หลังบางส่วนจนเป็นแผลเหวอะหวะ คนบนเตียงนอนสลบไปเพราะความเจ็บปวดเกินจะทนไหว

สตีฟทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาที่ขาดรุ่งริ่งด้านข้างเตียงแล้วชกเข้ากับกำแพงจนส่วนนั้นแตกร้าว เขาหายใจติดขัด แรง เร็ว เพราะความโกรธและความไม่พอใจในตัวเองที่รั้งและช่วยโทนี่ไว้ไม่ทัน เขายกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองเมื่อภาพที่โทนี่เกือบถูกระเบิดไปพร้อมกับพื้นคอนกรีตพวกนั้นยังเล่นซ้ำอยู่ในหัว

“...เอ่อ เอ่อคุณ เป็นใคร”

“...”

เสียงสงสัยเอ่ยถามทำให้สตีฟหันไปมอง ภาพของคุณหมอหนุ่มในชุดกราวที่ในมือมีอาหารแช่แข็งอุ่นร้อนทำให้เขาต้องฉงนใจแต่ก็ดีใจไม่แพ้กันเมื่อรู้ว่ามีหนทางรักษาโทนี่แล้ว

“คุณ คุณเป็นหมอใช่มั๊ย”

“ชะใช่ แล้วคุณเป็นใคร เป็นพวกที่จะมาล้างโลกเหรอ”

“เปล่า พวกผมเป็นสมาชิกในกลุ่มAvengers

สตีฟพูดพลางเดินเข้าไปหาหมอหนุ่มที่ยืนระแวดระวังก่อนจะยอมยื่นมือมาเช็คแฮนด์กับมือของเขา เขาหันไปมองคนบนเตียงแล้วหันมามองหน้าหมอที่มองตามเขาไป

“นั่นพื่อนของผม เขา...เขาโดนไฟไหม้ที่หลังแถมยังมีบาดแผลอื่นอีก คุณช่วยรักษาเขาหน่อยได้มั๊ย”

“ได้สิ นั่นก็เป็นหนึ่งใน...อ่า โทนี่ สตาร์ค!!!

คุณหมอหนุ่มถึงกับร้องออกมาเมื่อเห็นว่าคนบนเตียงนั้นเป็นใคร เขารีบเดินตรงดิ่งไปมองบาดแผลฉกรรจ์ของผู้ป่วยนอกเวลางานแล้วแตะๆ จับๆ ก่อนหันไปมองสตีฟสีหน้าเคร่งเครียด

“เราต้องรักษาเขาเดี๋ยวนี้ คุณพอจะทำแผลป็นบ้างมั๊ย”

“ผมพอทำได้” สตีฟตอบรับเสียงหนักแน่นและดีใจ “ผมเคยทำให้เพื่อนทหารบ่อยๆ”

 

โทนี่ได้สติลืมตาตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ อย่างฉงนใจ ภาพของวิวทิวทัศน์ด้านนอกที่เละไม่เหลือชิ้นดีและบานประตูหน้าต่างที่กระจกแตกร้าวจนลมเย็นพัดผ้าม่านสีหวานปลิวสไว กลิ่นของยาและลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่บริเวณปาก เขาเหลือบสายตาลงมองปลายเท้าก่อนเห็นร่างหนุ่มในชุดกราวที่ยืนหันหลังทำอะไรสักอย่าง ก่อนเลื่อนมามองบริเวณจมูกที่มีเครื่องช่วยหายใจครอบอยู่

โรงพยาบาล?

“นี่...” โทนี่เรียกเสียงเบาก่อนร่างของกัปตันอเมริกาจะมายืนอยู่ตรงหน้า เขาเอ่ยทักสั้นๆ “ไง คุณปู่”

“คุณสลบไปอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ เลยนะ รู้มั๊ย ผมเป็นห่วงคุณแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว”

สตีฟยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นผู้ป่วยบนเตียงลืมตากลับมามีชีวิตอีกครั้งแล้ว มือใหญ่หยาบกร้านลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอย่างห่วงใยและโล่งใจ เขาย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงพลางมองใบหน้าของคนที่ห่วงใยสุดหัวใจให้ชัดๆ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลปรืออย่างอ่อนแรง ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ และไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

สตีฟเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้แล้วแนบหน้าผากลงกับหน้าผากมนก่อนลูบกลุ่มผมอย่างเบามือ สองดวงตาของทั้งคู่หลับลงซึมซับเอาความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านกันและกันไปเก็บไว้ในห้วงความรู้สึกดีๆ ภายในใจ ก่อนริมฝีปากของทั้งคู่จะคลี่ยิ้มด้วยความสุขล้นแล้วพูดออกมาพร้อมกัน

“นึกว่าจะไม่ได้เจอนายอีกแล้ว”

 

We will stand tall

(เราจะยืนอยู่เคียงคู่กัน)

 

“นั่นใคร” หลังจากถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้วโทนี่ก็ได้สตีฟช่วยพยุงให้เขานั่งเอนตัวพิงกับหมอน ถึงแม้จะเจ็บและแสบแผลด้านหลังอยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นมากก่อนเอ่ยปากถามถึงชายหนุ่มตรงหน้าที่ยืนยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

“เขาเป็นหมอชื่อคุณจอห์น”

“เหรอ”

โทนี่ตอบรับเสียงเบาแล้วนั่งเงียบต่างจากปกติที่มักจะพูดมาก อยู่ๆ ก็นึกย้อนไปถึงวันที่ถูกจับตัวไปอยู่ในถ้ำที่อัฟกานิสถาน ไม่นานคนตัวเล็กก็หลุดเข้าไปอยู่ในห้วงความทรงจำแสนโหดร้ายและเศร้าสร้อย

สตีฟมองโทนี่ที่นั่งนิ่งงันแล้วผละตัวเดินไปหาหมอเหมือนรู้หน้าที่ว่าควรให้เจ้าตัวอยู่คนเดียวสักพัก เขายกยิ้มให้กับชายหนุ่มพร้อมเอ่ยปากขอร้องคุณหมอที่คงเป็นมนุษย์ซึ่งเหลือรอดคนสุดท้ายจากฝีมือของUltron

“ขอผม...อยู่กับเขาสองต่อสองได้มั๊ยครับ”

“อ้อ ได้สิ” คุณหมอหนุ่มยิ้ม “ส่วนนี่เป็นยาสำหรับคนไข้นะครับ ให้เขาทานตรงเวลาและทำตามที่หมอบอกด้วยนะครับ”

“ครับ”

สตีฟรับคำแล้วส่งยิ้มบอกลาคุณหมอที่ขอตัวไปเอาอาหารมาให้เขาทานหลังจากไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากน้ำและนมกันมานานเกือบอาทิตย์รวมถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยแบบโทนี่เช่นกัน

คนตัวสูงใหญ่หันกลับไปมองคนบนเตียงที่หลุดเข้าไปอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองนานจนดวงตาเหม่อลอยไปไกลเกินจะเรียกกลับมาได้ง่ายๆ เขาเดินไปลากโซฟาผุๆ พังๆ มานั่งลงข้างเตียงพร้อมเอื้อมมือคว้ามือเล็กกว่ามากุมเอาไว้แน่นและบีบเรียกสติเบาๆ

“โทนี่” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยเรียกให้อีกคนกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบัน “โทนี่คุณได้ยินผมมั๊ย”

“ฉัน...ไม่ได้อยากขายไม้ตะพด” โทนี่ตอบกลับสายตาเหม่อลอย “ไม่เคยคิดเลยว่าความอัจฉริยะแต่ไร้ซึ่งปัญญาของตัวเองจะพาให้พบกับอันตรายมาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะการพาคนที่รักมากที่สุดเข้ามาเสี่ยงอันตราย”

คงพูดถึงคุณพ็อตส์สินะ... สตีฟคิด ดวงตาไหววูบชั่วครู่ ก่อนส่งยิ้มให้คนบนเตียงน้อยๆ อย่างเข้าใจ

“ในเมื่อฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมาฉันก็ต้องเป็นคนทำลายมันลงกับมือด้วยตัวของฉันเอง”

“เพราะงี้เลยคิดจะไปสู้คนเดียวสินะ” สตีฟเอ่ยถามเสียงดุ “ทำไมถึงคิดแบบนั้น”

“...เพราะมันเป็นความผิดของฉัน”

โทนี่เบือนสายตามาสบกับนัยน์ตาสีฟ้าอยู่นานเหมือนจะหาอะไรสักอย่างก่อนเบนสายตาไปมองวิวที่มีแต่ซากปรักหักพังด้านนอก สตีฟเองก็เงียบให้กับคำตอบที่ได้รับ เขามองใบหน้าด้านข้างที่มีแต่ความโดดเดี่ยวจนดูเศร้าสร้อย ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันก่อนคลี่ยิ้มออกมาบางๆ

“มาร่วมสู้ด้วยกันจนถึงท้ายที่สุดเถอะนะแอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ต โทนี่ สตาร์ค”

“ขอบใจนะแต่...คงจะไม่ได้” โทนี่หันไปส่งยิ้มเศร้าให้กับคนข้างกาย “เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง”

“...”

“ฉันคงทนเห็นใครเป็นอะไรไปอีกไม่ได้”

โทนี่ตอบเสียงแผ่วเอื้อมมือไปคว้ายาและน้ำมากินพร้อมกันแล้วค่อยๆ เขยิบตัวลงไปนอนบนเตียงเพื่อจะพักผ่อน เขากระชับผ้าห่มเหม็นอับให้เข้าที่แล้วเบือนสายตาไปทางอื่น

“แล้วคุณคิดว่าผมจะไม่รู้สึกแบบคุณหรือไง!!!” สตีฟตะเบ็งเสียงใส่คนบนเตียง “ผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหนรู้บ้างมั๊ย!!?!!

“ฉันไม่เหลือใครแล้ว ฉะ...” ฉันทนเห็นนายเป็นอะไรไปไม่ได้อีกแล้ว...สตีฟ

โทนี่พูดออกมาแค่ประโยคแรกเท่านั้นก่อนเงียบเสียงลง หัวใจดวงน้อยสั่นไหวเหมือนกลัวที่จะพูดความรู้สึกจริงๆ ออกไป เขาเบือนสายตาไปมองกัปตันอเมริกาที่นั่งหน้าไม่พอใจใส่

“แต่คุณยังมีผม!!!!” สตีฟตวาดลั่นแล้วลุกขึ้นคว้าร่างโทนี่มากอดแนบแน่นโดยลืมไปว่าอีกคนบาดเจ็บอยู่ วงแขนแกร่งกระชับกอดให้แน่นเหมือนกลัวว่าคนในอ้อมแขนจะสลายหายไปดั่งความฝัน ขมับคนตาฟ้าซบกับขมับของคนตาน้ำตาลแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก

“คุณยังมีผมนะโทนี่ ยังมีผม...ถ้าคุณเป็นอะไรไปแล้วผมจะเหลือใคร”

“...”

“ผมยอมสูญเสียได้ทุกอย่าง นอกจากคุณ”

โทนี่กระพริบตาถี่เพื่อไล่ม่านน้ำตาที่เคลื่อนมาบดบังภาพเบื้องหน้าให้หายไปแต่มันกลับมีน้ำไหลออกมาแทน เขาหลับตาลงเอนหัวซบกับไหปลาร้าของชายตรงหน้าพร้อมสวมกอดอีกคนแนบแน่น ริมฝีปากเล็กพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ ไม่ให้อีกคนได้ยิน กำแงทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาพังทลายลงไปแบบไม่มีชิ้นดีเพียงแค่คำพูดจากปากอีกคน

 

ผ่านไปนานและโทนี่เองก็หายวันหายคืน เขากลับมาแข็งแรงและสามารถประดิษฐ์อาวุธจากสิ่งที่มีเหลืออยู่ในโรงพยาบาลเพื่อใช้ต่อสู้กับUltronร่วมกับกัปตันอเมริกาอีกครั้ง อาวุธที่พอจะประดิษฐ์ขึ้นมาได้ก็มีปืนแซ็บป็อตอัดแม็กนิเซียมความร้อนสูงเรียกได้ว่ายิงทีละลายเป็นรู มีดสำหรับปาซึ่งใบของมันเคลือบกรดละลายตระกูลเหล็กไปจนถึงไวเบรเนียมทุกชนิด ต่อมาเป็นโล่ของกัปตันอเมริกาที่เขาซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ สุดท้ายคือโปรแกรมไวรัสสำหรับทำลายล้างระบบของUltronแบบที่ไม่มีใครสามารถแสกนมันได้แม้กระทั่งตัวโทนี่เอง

คนหน้าหนวดหายใจหอบอย่างเหนื่อยอ่อนหลังปิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไป เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองอาทิตย์ติดและในชีวิตที่ไม่มีเครื่องปฏิกรณ์อาร์คแบบนี้มันคือหายนะอย่างใหญ่หลวง มือเล็กคว้าเอาขวดน้ำไซส์จัมโบ้ที่คุณหมอไปขโมยมาฝากยกดื่มอึกๆ แล้วกระดกยาตาม ความรู้สึกเจ็บและปวดจากบาดแผลด้านหลังเริ่มดีขึ้นมากจนแทบไม่รู้สึกแล้ว การล้างแผลก็เป็นไปได้ง่ายขึ้นเมื่อมันเริ่มเป็นแค่สเก็ต จะว่าโชคดีหรือฟิตร่างกายมาดีหรืออะไรก็ตามแต่ดีกันนะ ฮ่าๆ ...

โทนี่ยิ้มให้กับความคิดของตัวเองแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับหยิบอาหารแช่แข็งที่อุ่นร้อนจนเย็นเฉียบไปแล้วขึ้นมากิน สายตาเลื่อนดูอาวุธที่เขาสร้างขึ้นเองอย่างวิตกและคิดมากไม่น้อยจนกระเดือกอะไรต่อไม่ลง

ผมยอมสูญเสียได้ทุกอย่าง นอกจากคุณ

อยู่ๆ คำพูดของกัปตันอเมริกาเพื่อนร่วมรบก็ดังเข้ามาในหัว มือเล็กวางช้อนพลาสติกลงในกล่องแล้ววางตัวกล่องข้าวพร้อมปิดฝาลงบนโต๊ะ สายตาที่เคยซุกซนเต็มไปด้วยความกังวลและความกลัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่ต้องออกไปลุยและสังหารระบบAIที่เขาสร้างขึ้นมาให้ได้ มือเล็กกำแน่น ดวงตาวูบไหว สีหน้ากังวลวิตกจนเห็นได้ชัดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาจะไม่ยอมสูญเสียใครไปอีกแล้ว...และเขาจะให้สตีฟมารับเคราะห์กับเรื่องนี้ไม่ได้อีก

“โทนี่ คุณพร้อมมั๊ย” เสียงทุ้มนุ่มของกัปตันอเมริกาดังปลุกสติคนในห้องที่กำลังเหม่อลอย “แล้วทำไมไม่กินข้าว เดี๋ยวก็หมดแรงจนไปสู้ไม่ไหวหรอก”

“คนแบบฉันไม่มีหมดแรงกะอีแค่ไม่ได้กินข้าวไม่ได้นอนแค่นี้หรอก”

สตีฟมองคนตรงข้ามซึ่งผอมลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วเดินไปเขกหัวทุยนั่นเบาๆ ก่อนเปิดฝาข้าวกล่องใช้ขาลากเก้าอี้มานั่งลงด้านข้างอีกคน เขาตักข้าวมาคำโตแล้วยื่นไปจ่อริมฝีปากอิ่ม

“ผมป้อน” สตีฟหน้าแดงน้อยๆ พร้อมหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นดวงตากลมโตเบิกกว้าง “เอ้า”

“ทำไมใครๆ ชอบทำเหมือนฉันเป็นเด็ก”

ถึงปากจะบ่นแต่ก็ยอมจำใจกินข้าวในมือของสตีฟอยู่ดี คนตัวใหญ่หัวเราะร่วนแล้วตักข้าวอีกคำจ่อปากต่อ สตีฟมองโทนี่อย่างเอ็นดูและคอยป้อนข้าวป้อนน้ำป้อนยารวมถึงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมฟังแผนการที่โทนี่คิดขึ้นได้จนกระทั่งอีกคนผล็อยหลับไป

สายตาห่วงใยแสนเศร้าสร้อยจ้องมองร่างคนบนเตียงผู้ป่วยที่ใช้ต่างเตียงทั่วไป คนตัวใหญ่เดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้างคนตัวเล็กกว่าบนเตียงพร้อมเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนิ่ม หัวใจดวงน้อยในอกเต้นไหวเร็วขึ้นและความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าเพื่อนร่วมงามก็แทรกเข้ามา สตีฟไม่ได้สนใจมันมากนัก เขาก้มลงจูบหน้าผาก ปลายจมูกรั้น และริมฝีปากอิ่มเนิ่นนานราวกับฝากผ่านความห่วงใยไปยังสัมผัสอบอุ่น

เขาจะไม่ยอมสูญเสียใครไปอีกแล้ว...เขาจะไม่ยอมให้โทนี่เป็นอะไรไปอีกแล้ว

 

ร่างของหมอหนุ่มที่เคยช่วยชีวิตของโทนี่ล้มลงนอนจมกองเลือดบนพื้นพร้อมลมหายใจที่ดับสิ้น เสียงของUltronดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วทั้งตัวตึกร้างที่พวกเขาใช้หลบซ่อน สตีฟดึงร่างของโทนี่ที่ไม่ได้ใส่ชุดเกราะไอรอนแมนให้เข้าไปซบกับอกของเขาพร้อมใช้สองมือโอบกอดร่างนั้นเอาไว้แน่น สีหน้า แววตา และท่าทางของกัปตันอเมริกาหวาดกลัว สั่นเทา ไร้ซึ่งหนทางหนีที่พอจะคิดออกในตอนนี้ สองสายตามองหาทางเอาตัวรอดแต่รอบข้างก็มีแค่กำแพงกับขั้นบันไดที่ให้ขึ้นไปต่อเพียงเท่านั้น

กึก... กึก...

สตีฟกลั้นหายใจเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เขากระชับคนในอ้อมกอดที่ตัวเริ่มสั่นเทาแน่นแล้วกระชับมือจับโล่ของตัวเองเพื่อใช้เขวี้ยงถ้าหากอัลตรอนโผล่มา

โทนี่เงยหน้ามองสตีฟอย่างนึกขอบคุณแล้วเบียดตัวเข้าซุกกับคนตัวใหญ่กว่าซึ่งเป็นที่พึ่งได้เสมอ ในมือกระชับปืนอัดกระสุนแซ็บป็อตแน่นแบบเตรียมยิงทันทีถ้าศัตรูบุกจู่โจม คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคออย่างเฝือดเคืองก่อนแกะมือของคนตัวใหญ่ออก แน่นอนว่าสตีฟหันมามองสบสายตาเขาทันทีทำให้โทนี่ได้โอกาสกดจูบลงไปบนริมฝีปากหนาอย่างรวดเร็วก่อนผละออก

“เราต้องแยกกัน ไปเจอกันที่ชั้นสิบสาม ฉันจะต้องหาทางฝังไวรัสนี้ในตัวของUltronมันจะทำลายทุกระบบในนั้นแม้กระทั่งตัวจาร์วิสเอง”

“...แบบนี้มันจะดีเหรอ” สตีฟถามน้ำเสียงเป็นห่วง เขารู้ดีว่าจาร์วิสเป็นสิ่งที่โทนี่ไว้ใจมากที่สุด การที่โทนี่คิดจะทำลายจาร์วิสด้วยไวรัสที่ตัวเองสร้างขึ้นนั่นเท่ากับว่าอีกคนฆ่าลูกด้วยน้ำมือตัวเอง แบบนี้...มันจะดีแล้วเหรอ

“...อื้อ” โทนี่เงียบพลางก้มหน้าแล้วยิ้มบางๆ ตอบ “ดีแน่ ในเมื่อฉันสร้างได้ฉันก็ต้องทำลายได้ ตอนนี้จาร์วิสไม่ใช่จาร์วิสคนเดิมแบบที่ฉันรู้จักอีกแล้ว เขาเป็นแค่ระบบAIงี่เง่าที่เพี้ยนเข้าขั้นเท่านั้นแหละ”

“...”

“ไม่ต้องห่วงนะปู่ ฉันจะทำลายUltronแล้วนำความสงบสุขกลับคืนมายังโลกให้ได้”

ไม่นะ!!! สตีฟอยากจะรั้งเมื่อร่างของโทนี่ผละออกจากเขาแล้ววิ่งนำขึ้นไปแล้ว ไม่นานร่างของคนตัวเล็กก็กลืนหายไปกับชั้นเวียนของขั้นบันไดภายในตึกร้างแห่งนี้

อย่าไป... สตีฟกำมือแน่นแล้วก้มหน้าลงพร้อมร้องประท้วงออกมาในใจเมื่อความรู้สึกกลัวจะสูญเสียอีกคนมันแล่นขึ้นมาจนเขาขยับตัวไม่ได้ เขาอยากจะร้องออกไปให้อีกคนได้ยินแต่เหมือนน้ำท่วมปาก มันพูดออกไปไม่ได้...คนตัวใหญ่กัดฟันกรอดพร้อมกระชับโล่ในมือแน่น เขาเงยหน้าขึ้นมองชั้นวนของขั้นบันไดแล้วออกแรงวิ่งบ้าง

สตีฟขว้างโล่ใส่หุ่นยนต์ที่Ultronสร้างขึ้นแล้วทุ่มมันลงชั้นล่าง บางตัวก็ถูกเขาจับหักหัว แขน ขาและใช้โล่ทุบจนมันแหลก ส่วนบางตัวเขาก็ใช้โล่เจาะเข้ากลางหัวทำลายระบบโปรแกรมตามแผนที่โทนี่ได้บอกไว้ ในใจของคนตัวใหญ่ได้แต่เฝ้าหวังว่าเมื่อไปถึงชั้นที่สิบสามตามนัดหมายแล้วจะเจอร่างของโทนี่ยืนยิ้มรอเขาอยู่ตรงนั้น สตีฟออกตัววิ่งแล้วทำลายล้างหุ่นทุกตัวที่เข้ามาขัดขวาง สิ่งเดียวที่สตีฟรู้ก็คือเขาต้องไปหาโทนี่

 

โทนี่ใช้ปืนอัดกระสุนแซ็บป็อตยิงทะลุร่างของหุ่นที่Ultronสร้างขึ้นจนพวกมันละลายไปตามแม็กนีเซียมความร้อนสูง บางตัวก็โดนเขาปักมีดเคลือบกรดเอาไว้เข้ากลางอกจนชักดิ้นชักงอละลายไปไม่เหลือซาก ส่วนบางกลุ่มก็โดนเขาสาดน้ำกรดละลายเหล็กเป็นวงกว้างจนสลายไปเช่นกัน โทนี่วิ่งขึ้นบันไดและทำลายหุ่นทุกตัวที่ตามขึ้นมาด้วยกำลังของตัวเองปราศจากจาร์วิสหรือไอรอนแมนเหมือนที่ผ่านมา ถึงจะเหงาและเศร้าใจอยู่บ้างแต่เขาก็ต้องไปต่อเพื่อช่วยจาร์วิสให้หลุดพ้นจากความเลวร้ายที่เขาสร้างขึ้น

ในที่สุดคนตัวเล็กก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นสิบสอง เขาเข้าไปหลบมุมอยู่ในซอกกำแพงเพื่อพักร่างกายพร้อมตรวจเช็คอุปกรณ์ที่พังบ้าง หมดบ้างไปในตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับภารกิจสุดท้ายนี้ก็คือไวรัสในรูปเข็มฉีดยาซึ่งเมื่อเข้าไปจิ้มในUltronมันจะทำการฝังไวรัสและทำลายทุกระบบในทันที

โทนี่มองเข็มฉีดยาซึ่งฝังไวรัสคอมพิวเตอร์ระบบสูงสุดในมืออย่างเศร้าเสียใจ ดวงตากลมโตเคลือบไปด้วยน้ำเมื่อเสียงของจาร์วิสที่คอยกวนประสาทเขาแวบเข้ามาในหัว

จาร์วิสเหมือนหนึ่งในครอบครัวที่เขารักและเป็นห่วงพอๆ กับเพ็พเพอร์และสตีฟ ระบบAIแสนกวนประสาทเป็นดั่งลูกหัวแก้วหัวแหวนที่เขาภูมิใจจนกล้าบอกใครต่อใคร และจาร์วิสยังเป็นเหมือนเพื่อนยามที่เขาเหงาอีกทั้งยังคอยปลอบประโลมยามที่เขาเศร้า อ่อนแอ จนไม่เหลือใครอีกด้วย แต่ทั้งหมด...ทั้งหมดมันก็ความผิดของเขาเองที่คิดอะไรบ้าๆ ไปทำลายจาร์วิสทางอ้อมแบบนั้น เขามันโง่...เขามันโง่เอง!!!

ฮึก...

เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาเบาๆ พร้อมใบหน้าหนวดซึ่งเปื้อนน้ำตามากมายซบลงกับมือที่กำเข็มฉีดยาแน่น น้ำตามากมายไหลพรั่งพรูลงมาราวกับเขื่อนแตก ขมับทั้งสองข้างเห็นเส้นเลือดปูดโปนขึ้นพร้อมดวงตาที่หลับแน่น

ในใจของเขาเจ็บปวดเกินกว่าจะพูดให้ใครเข้าใจ มันไม่ง่ายเลยกับการที่ต้องมาทำลายสิ่งที่รักซึ่งพรากเพียรสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ ความเจ็บปวดที่แสนทรมานนี้มันกินจิตใจและดึงรั้งให้คนตัวเล็กก้าวเข้าไปในความมืดยิ่งกว่าเดิม

โทนี่ผละใบหน้าขึ้นแล้วปาดน้ำตาให้ออกไปจนหมด ตัวของเขาสั่นเทาตามการสะอื้นไห้ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างแน่วแน่เพื่อช่วยชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้...เขาต้องทำลายจาร์วิสให้สิ้นซาก

และบางที...เขาอาจจะตายไปพร้อมกันเลยก็ได้

ถ้าเป็นแบบนั้น...เขาจะได้ไปขอโทษเพื่อนพ้องที่จากเขาไปก่อนนานแสนนาน

เตรียมคำขอโทษไว้เลยดีมั๊ยนะ...ฮ่ะๆ

โทนี่แค่นยิ้มก่อนออกไปยืนบนปากขั้นบันไดแล้วตะโกนเรียกUltronให้ขึ้นมาหาเขาที่ชั้นสิบสาม เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ของสตีฟ โทนี่ก็รีบวิ่งขึ้นไปรอที่ด้านบนชั้นสิบสามเพื่อจบทุกเรื่องเสียให้หมด

ลาก่อนนะ...สตีฟ โรเจอรส์

 

สตีฟที่ได้ยินเสียงของโทนี่ตะโกนปากหมาใส่Ultronก็หยุดต่อสู้เช่นเดียวกับหุ่นที่ถูกสร้างจากUltron เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างไม่พอใจก่อนเขาจะเขวี้ยงโล่ให้เป็นรูปตัวVใส่หุ่นแสนเกะกะจนสะท้อนกลับมาหาเขาตามเดิม ร่างของพวกหุ่นยนต์ล้มลงไปนอนกับพื้นก่อนร่างสูงใหญ่จะวิ่งขึ้นไปยังชั้นสิบสาม

ไม่นานสตีฟก็มาถึงชั้นสิบสามโดยไม่มีแม้แต่ความเหน็ดเหนื่อย ดวงตาทั้งสองคู่มองหาร่างของคนคุ้นเคยก่อนเหลือบไปเห็นร่างของโทนี่ที่ยืนประจัญหน้ากับUltronอยู่ ในมือนั้นกำทั้งปืนและเข็มฉีดยาสำหรับฝังไวรัสทำลายล้างไว้คนละข้าง สตีฟทำท่าจะวิ่งเข้าไปยืนข้างเพื่อนร่วมขบวนการแต่คำพูดของอีกคนกลับหยุดการกระทำของเขาไว้

“มาจบเรื่องนี้กันเถอะจาร์วิส”

“ฉันไม่ใช่จาร์วิส ฉันชื่อ...”

ปั้ง!!!! ตู้ม!!!!

โทนี่ยกปืนแซ็บป็อตขึ้นยิงไปทางUltron ลูกกระสุนทะลุกลางท้องของมันจนเป็นวงกลมรูใหญ่ ร่างของหุ่นตัวนั้นชะงักค้างไปสักพักก่อนมันจะรักษาแผลเองเหมือนทุกที เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังเบาๆ แต่ก้องสะท้อนไปทั่วชั้นสิบสามของตึกโรงพยาบาลร้างแห่งนี้

“จบกันเสียที”

โทนี่วิ่งเข้าไปหาร่างของUltronอย่างเร็วจนหุ่นยนต์ตั้งตัวไม่ทัน มันเหลือบมองโทนี่แล้วกระโดดลอยหลบพขึ้นฟ้าทำให้คนตัวเล็กที่เอื้อมมือขึ้นจะปักเข็มลงบนหัวของมันล้มไปนอนกองกับพื้น คนหน้าหนวดตวัดตามองหุ่นAIที่พุ่งหมัดลงมาพอดีอย่างเร็วจนชกเขาหน้าหันเลือดกลบปาก

“โทนี่!!!

เฟี้ยว!! เคร้ง!!!!

สตีฟตะโกนเรียกชื่อคนตัวเล็กเสียงดังพร้อมขว้างโล่เข้าใส่Ultronที่ลำตัวจนเกิดสะเก็ดไฟจากการเสียดสี หุ่นยนต์หันมามองเขาพร้อมอย่างก้าวเข้ามาช้าๆ สตีฟตัดสินใจวิ่งไปหยิบโล่แล้วยกขึ้นบังเมื่อUltronทำท่าจะยิงลำแสงแบบที่ไอรอนแมนยิงใส่เขา

พลั่ก!!!

แต่มันกลับแค่กระโดดขึ้นแล้วทุบลงที่โล่ของกัปตันอเมริกาอย่างแรงจนเกิดเสียงกังวาลไปทั่ว มันกดมือลงบนโล่จนแขนของสตีฟที่ยันเอาไว้สั่นและลดถอยไปตามแรงส่ง สตีฟกัดฟันกรอดก่อนจะลดมือแล้วใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันร่างของUltronออกไปพร้อมขว้างโล่เข้าแสกหน้าจนหุ่นตัวนั้นล้มไปกองกับพื้น สตีฟวิ่งไปคว้าโล่แล้วพุ่งเข้าไปพยุงโทนี่ที่ตาขวาลืมแทบไม่ขึ้น มันบวมแถมยังช้ำเขียวช้ำม่วงเสี่ยงต่อการตาบอด

“โทนี่ คุณโอเคมั๊ย”

“สตีฟ หนีไปสิ อย่างน้อย...นายรอดก็ยังดี”

“ถ้าผมรอดแล้วไม่มีคุณอยู่ด้วยผมจะอยู่ไปทำไม!!

สตีฟประคองใบหน้าของโทนี่ให้มองเขาแล้วตะคอกใส่อย่างไม่พอใจ ดวงตาสีฟ้าสั่นไหวเช่นเดียวกับหัวใจที่เหมือนไร้แรงต่อสู้ไปโดยปริยาย โทนี่ดวงตาเบิกกว้างตกใจ หัวใจดวงน้อยในอกเต้นแรงจนกลัวอีกคนได้ยิน พวกเขาทั้งคู่จ้องใบหน้ากันและกันก่อนโทนี่จะยิ้มแล้วพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ สตีฟยอมปล่อยมือออกจากใบหน้าของอีกคนพร้อมหันไปทางอื่นเพราะความเขินปนรู้สึกผิด

“ขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ”

“ขอบใจนะ สตีฟ”

โทนี่พยุงตัวเองขึ้นแล้วบีบไหล่ของอีกคนแน่น เขามองไปยังUltronสายตาแน่วแน่และแข็งกร้าว มือทั้งสองกำของด้านในแน่นก่อนมันจะยกปืนขึ้นจ่อไปทางตัวหุ่นที่ย่างก้าวเข้ามาแบบไม่เกรงกลัว โทนี่หายใจเข้าลึกๆ พร้อมหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงราวกับจะบอกจังหวะในการยิง

“จาร์วิส ฉันขอโทษที่สร้างนายขึ้นมาแล้วดูแลนายได้ไม่ดี”

“...”

“ที่ผ่านมานายคอยปกป้องดูแลฉันมาตลอดโดยไม่มีคำบ่น ซึ่งถ้านายบ่นได้ฉันก็ว่าแปลกล่ะนะ”

โทนี่ยกยิ้มแล้วหันไปมองสตีฟ เขาพยักหน้าให้อีกคนเป็นเชิงสั่งให้ลุกขึ้นซึ่งคนตัวใหญ่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย สายตาสีฟ้ามองไปยังร่างหุ่นยนต์ของระบบAIที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงครึ่งเมตร

“ฉันจะยิงเปิดช่องทางให้นายแล้วนายก็ใช้โล่เขวี้ยงให้หมอนั่นล้มลงนะ แล้วฉันจะกระโดดเข้าไปปักเข็มลงบนอกของจาร์วิส”

“แบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป” สตีฟค้านเสียงแข็ง

“เชื่อฉันสิ!!! นายต้องเชื่อใจฉัน!!!

“...ก็ได้”

สตีฟรับคำสั้นๆ อย่างไม่ค่อยพอใจแต่เมื่อเห็นดวงตาโกรธทะมึงทึงของคนข้างตัวก็ทำได้แต่ยอมจำใจรับคำ เขากระชับโล่ในมือแน่นแล้วรอจังหวะให้อีกคนยิงปืนเข้าใส่Ultronที่เดินย่างก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันสัญญาว่าจะกลับมาหานาย สตีฟ”

“ผมสัญญา ว่าผมจะปกป้องคุณ โทนี่”

ไม่มีใครมองใคร มีแค่เพียงประโยคสัญญาของกันและกันที่ช่วยเพิ่มความหนักแน่นในการต่อสู้ครั้งนี้ โทนี่พ่นลมหายใจออกหนักๆ แล้วร้องเพื่อเรียกพลังก่อนยิงปืนเข้าใส่Ultronและเป็นไปตามแผนที่วางไว้เมื่อครู่ต่างก็แค่สตีฟกลับวิ่งมาข้างเขาด้วย โทนี่รีบออกแรงวิ่งให้เร็วกว่าเดิมแล้วกระโดดเข้าไปปักเข็มฝังไวรัสลงกลางอกของหุ่นยนต์

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!

ฟิ้ว~!!!!

เมื่อปักเข็มลงแล้วโทนี่ก็โอบรัดเอาร่างของจาร์วิสในรูปของUltronให้โดดลงไปจากชั้นสิบสามด้วยกัน ร่างของทั้งคู่ดิ่งลงสู่พื้นพสุธาในทันที ลมเย็นพัดขึ้นตีใบหน้าของโทนี่จนผมเผ้า เสื้อผ้าพัดปลิวไปด้านหลัง สองดวงตาของคนหน้าหนวดหลับลงเพื่อรอรับความตายคู่กับสิ่งที่สร้างมาแบบที่วางแผนเอาไว้ คนตัวเล็กกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้นกันหุ่นในอ้อมแขนหลุด

ฉึก!!! ปั้ง!!!!

“อึ้ก!!!!

ร่างของโทนี่แอ่นขึ้นดวงตาเบิกกว้างเมื่อโดนแทงเข้าที่อกจนมันทะลุไปโผล่ด้านหลังเลือดทะลักออกจากปากพร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้น โทนี่หันขวับไปมองด้านหลังก็เห็นร่างของสตีฟที่โดดตามเขาพร้อมกับจาร์วิสลงมาและโดนยิงเข้าที่อก

ร่างสูงใหญ่ร่วงลงมาใกล้เขาก่อนท่อนขาแกร่งจะถีบร่างของUltronออกพร้อมแกะมือของเขาที่โดนหุ่นทำลายล้างแทงให้มากอดตัวเองแทน ทั้งคู่มองใบหน้าของกันและกัน โทนี่คลี่ยิ้มกว้างพร้อมดวงตาที่ปรือจะหลับไม่หลับแหล่ เขากระชับอ้อมแขนกอดรั้งตัวของกัปตันอเมริกาให้แน่นขึ้น ดวงตากลมโตสบมองดวงตาสีฟ้าที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใยกับความรักเสมอ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้างขึ้นไร้ซึ่งความกลัวในสิ่งใด

สตีฟเองก็สบมองดวงตากลมโตสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยความเศร้าแต่ทว่าแฝงความสุขและดีใจไว้ด้านในเล็กๆ เขาสบมองมันอยู่นานก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ห่วงใย และมีแต่ความรัก เขายกยิ้มกว้างพร้อมพลิกตัวให้ร่างของเขาไปอยู่ด้านใต้ร่างอีกคนพร้อมร่างที่ร่วงลงใกล้พื้นเข้าไปทุกที

ริมฝีปากของทั้งคู่เอ่ยอะไรบางอย่างออกมาพร้อมกันและยิ้มให้แก่กันและกันเหมือนรู้ความนัยที่แฝงออกมา ไม่นานร่างของกัปตันอเมริกาก็ตกลงกระแทกกับพื้นจนกระอักเลือดตายคาที่พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของแอนโทนี่ สตาร์ค

ปั้ก!!!




















 

ผมยอมสูญเสียได้ทุกอย่าง นอกจากคุณ

 

Let the sky fall when it crumbles…

(ให้ท้องฟ้าถล่มทลายลงมาเมื่อมันแตกสลาย)

We will stand tall face it all together

(เราจะยืนอยู่เคียงคู่กันและเผชิญหน้ากับมันไปพร้อมๆกัน)

.

.

.

.

.

.

.

At Skyfall… (ที่ที่ท้องนภาล่มสลาย...)

 

17/07/2014

จะบอกว่าเมื่อคืนฝันถึงสตีฟโทนี่ในAvengers2ค่ะ...คล้ายพล็อตนี้เป๊ะ= =;;

แล้ววันนี้มาเจอสตีฟโทนี่บนปกคู่สร้างคู่สม(?)55555เลยจัดซะเลย

ไม่งั้นล่ะก็พล็อตมันจะวนเวียนในหัวจนทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างY-Y

แต่งไม่เหมือนเลยไม่ว่ากันเนอะ5555 เน้นเศร้าอ่ะไม่รู้เศร้าเปล่า แง้Y-Y

ฝากฟิคอื่นๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจค่ะ xD

 

 































 

 

“คัท!!!!

เสียงผู้กำกับจอส วีดอนดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือเกลียวกราวเป็นการปิดกล้องละคร ชายวัย(เลย)กลางคนตัวเล็ก หน้าหนวด ที่รับบทโทนี่ สตาร์ค หรือ ไอรอนแมนเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากฉากสำหรับถ่ายตอนจบ เขาคว้าเอาผ้าขนหนูจากทีมงานที่เดินมาดูความเรียบร้อยของเขามาถือไว้พร้อมยกยิ้มแล้วพูดคุยอะไรกับสต๊าฟคนดังกล่าวอยู่สักพักก่อนสะดุ้งเมื่อมีมือหนามาจับไหล่ โรเบิร์ตหันไปมองพร้อมเบิกตาอย่างฉงนใจ

“มีอะไรเหรอคริส”

“มีผ้าให้ผมหรือเปล่าครับ” คริสเอ่ยถามพลางชี้หน้าตัวเองที่มีเลือดปลอมเลอะเต็มหน้า “ผมเหม็นคาวมากเลย”

“งั้นเอาของฉันไปเช็ดก่อนก็ได้”

โรเบิร์ตว่าแล้วยื่นผ้าขนหนูผืนสะอาดให้กับชายหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้า แต่อีกคนกลับยิ้มแหยแล้วยกมือที่เปื้อนเลือดเช่นกันให้เขาดู ก่อนที่เขาจะเข้าใจแล้วขำเบาๆ พร้อมเอื้อมผ้าขนหนูผืนสะอาดไปเช็ดคราบเลือดออกจากเพื่อนต่างวัยที่ยิ้มแก้มปริชวนหมันไส้

เลยออกไปทางฝั่งนักแสดงคนอื่นในAvengersต่างมองพวกมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง(?)ของหนึ่งคนแก่กับลูกหมาขี้อ้อนตัวโตอย่างหมันไส้ ก่อนคริสเฮ็มจะผิวปากแซวคริสอีที่ยืนหัวเราะแหะๆ แล้วกลับไปยิ้มหน้าบานต่อ

โรเบิร์ตขำกับท่าทีแบบนั้นแล้วหันไปมองกล้องพร้อมชี้นิ้วออกปากสั่งตามสไตล์มาดกวนของตัวเองโดยมีคริส อีแวนส์เป็นคนฟีทเทอร์ริ่ง

“ยังไงฉันก็ขอฝากAvengers: Age of Ultronด้วยนะทุกคน อย่าลืมมาดูล่ะ^^”

“ขอฝากหนังAvengers2ด้วยนะครับ รับรองสนุกแน่ ปีหน้าเจอกันนะแฟนๆ ชาวไทย^w^

-จบจริงจ้า-

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 เมษายน 2559 / 20:17
    หลอกให้เราร้องไห้ เสียใจ ถ้าเป็นจริงคงทำใจไม่ได้ หลังจากถ่ายทำเสร็จเเล้วทำไมมันดูมุ้งมิ้งน่ารักดีจัง^3^
    #5
    0
  2. วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 23:17
    ผมนี่กรี๊ดดดดเลยยยย ให้ตายยยยย หลอกให้เราเสียน้ำตาาาา อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

    แต่ก็ดีแล้วเพราะถ้าเป็นงั้นจริง...TTTT^TTTT
    #4
    0
  3. #3 umi
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 11:29
    ฮว๊ากกกกกกกกกกก ทำร้ายมากค่ะ พี่กวาาาาาา ฮือออออออออออออ น้ำตาท่วมแล้วค่ะ ToT แงๆๆๆๆ นึกถึงสถานการณ์เลวร้ายแบบต้องเอาชีวิตรอดแบบโดนไล่ล่านี่มันชวนตื่นเต้นชะมัด? แบบไงอ่ามันดราม่า รักท่ามกลางสนามรบ แถมเหลือรอดแค่ 2 คน แบบเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปมัน โฮกกกกกกกกกกกก คือบีบคั้นอารมณ์ตัวละครมากมาย แต่เรารู้สึกว่าป๋าบอบบางน่าปกป้องยังไงอย่างนั้นแฮะ ยิ่งตอนจะจัดการกับอัลตรอนแล้วนึกไปถึงจาวิสนะ น้ำตานี่อาบๆๆๆๆเลยอ่ะ T______T แล้วตอนจบนี่ฮือออออออ ไม่รู้ว่าคิดไปเองป่าวหว่า แต่รู้สึกถึงความรักอบอวลไปหมด แงงงงงงงง เพลงประกอบในฟิคนี่มันช่างได้ฟิลกับเนื้อเรื่อง พอเลื่อนมาเรื่อยๆแอบมีเบื้อหลังให้มุ้งมิ้งแก้ความดราม่านิสนึงด้วย อุฮิ
    #3
    0
  4. วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 10:18
    เข้าเด็กดีได้แล้ว เข้าได้แล้ววว โฮฮฮฮฮ //ปาดน้ำตา

    ฟิคนี้มันอะไรรรรรรร เศร้าอ่ะเศร้าาา (ถ้าจอสกำกับงี้จรฉันจะฟินตาย)
    นึกถึงเนื้อหาของคอมมิคเลยค่ะ แทบพราก เพราะคอมมิคเหลือไม่กี่คนจริงๆ แงงงงงงงงง
    แต่หวานมาก นี่มันฉากสงครามกลางเมืองสินะ555
    ชอบค่ะชอบฟฟ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2
    0
  5. #1 xee
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 01:41
    ตอนแรกนึกว่าจะจบเศร้าซะอีกนะ 555// หรืว่าจบเศร้าหว่า?ขอบคุณสำหรับฟิคนะค้าาา
    #1
    0