คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF]SteveTony: My King [SF]SteveTony: My King | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

*เรทนิดๆ ดราม่าหน่อยๆ หวานเล็กน้อย*
ลืมภาพของโทนี่ สตาร์คกับสตีฟ โรเจอรส์
แบบในหนังหรือการ์ตูนให้หมดก่อนอ่าน
แล้วเนื้อเรื่องจะสนุกมากขึ้นค่ะ :D


PAGE: 
SaRa_PAO
TW: @GWAYESUNG

ปล. กวาไม่รู้ว่าเด็กดีมันเป็นอะไรแก้โค้ดแล้วก็ยังไม่หายTvT
จะบอกว่าฟิคเรื่องนี้มีเพลงนะคะ แล้วก็ขอโทษมากๆ
สำหรับตัวหนังสือที่ทำให้ปวดตา ขอโทษจริงๆ ค่ะ

Thx:
โค้ดแมวๆ l Seven Dwarf
 
dwarf.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 มิ.ย. 59 / 21:02


 

อึก...อื้อ อือ

สองเสียงครางประสานดังก้องไปทั่วห้องพักสุดหรูของผู้มีบรรดาศักดิ์สูงสุดในเรือของกษัตริย์แห่งดินแดนอะเวเจราส์ตะวันออก ร่างสองร่างรวมกันเป็นหนึ่งภายใต้ไฟราคะที่พวยพุ่งขึ้นไม่หยุดหย่อน เสียงกระทบกันของเนื้อประสานเข้ากับเสียงลมหายใจที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ส่งผลให้เตียงไม้ชั้นดีที่มีฟูกหนานุ่มและผ้าปูเตียงสีทองสมฐานะสั่นไหวไปตามแรงส่งและแรงรับของทั้งคู่

ท่อนแขนแกร่งโอบรัดกายคนใต้ร่างขึ้นโอบอุ้มอย่างหวงแหนและเสน่หา ตัวของเขากระแทกกระทั้นเข้าใส่ภายในร่างกายบอบบางแสนหอมหวานของคนรักไม่ยั้ง นัยน์ตาคมสีฟ้าอ่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอ้อนวอนสีน้ำตาลชวนหลอมละลายอย่างหลงใหล ยิ่งมองดวงตากลมโตเบื้องหน้าก็ยิ่งเหมือนถูกดูดเอาทุกจิตใต้สำนึกให้หายไปเหลือไว้แค่ราคะและกามารมณ์ พวงแก้มเนียนใสสีชมพูเพราะเลือดสูบฉีดของอีกคนกระตุ้นทุกอารมณ์ดิบภายในตัวจนเขาไม่อาจควบคุมร่างกายได้ ริมฝีปากอิ่มที่ถึงแม้จะมีหนวดเครามาบดบังบ้างแต่ไม่อาจปกปิดความอิ่มเอิบชวนสัมผัสนั่นได้เลย

ท่อนแขนเพรียวโอบรอบคอของเขาแน่นแล้วตอบรับทุกการกระทำอย่างไม่หยุดยั้ง ลมหายใจจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นกระทบเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างยั่วเย้าโดยไม่รู้ตัว คนตัวสูงใหญ่กระแทกกายเข้าไปให้ลึกกว่าเดิมจนในที่สุดปลายทางสีขาวโพลนก็มาถึง ทั้งคู่ร้องประสานออกมาพร้อมกันก่อนสายธารสีขาวขุ่นจะฉีดพุ่งออกจากตัว ร่างทั้งสองล้มลงไปนอนกองกันบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง กลิ่นกายและกลิ่นเหงื่อของกันและกันผสมเป็นหนึ่งเช่นเดียวกับหัวใจสองดวง

ข้ารักเจ้าเสียงพร่าปนหายใจหอบดังขึ้นข้างใบหูของชายผมทอง รักเจ้าเกินกว่าจะรักใครได้อีก

ข้าก็รักเจ้า ยอดรักของข้า

ริมฝีปากอิ่มเมื่อครู่ถูกช่วงชิงไปโดยคนบนร่างของเจ้าของมันเอง ทั้งคู่บดเบียดริมฝีปากกันและกันพร้อมสอดส่ายหาความหวานหอมอุ่นไปทั่วในโพรงปาก มือเล็กจิกกลุ่มเรือนผมทองแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แทรกผ่านทั่วร่างเช่นเดียวกับชายนัยน์ตาฟ้าที่บีบเค้นไปทั่วกายบอบบางของคนรักอย่างหลงใหล เขาผละริมฝีปากออกไปทำรอยรักเอาไว้ใต้ต้นคอ เลื่อนลงมาถึงเนินอก และทั่วหน้าท้องเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนเลื่อนใบหน้าขึ้นมอบจุมพิตแสนหวานอีกครั้ง

กริ๊งๆ!

เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นหน้าห้องนอนของชายสูงศักดิ์ดังขัดอารมณ์ของคนทั้งคู่ สองร่างบนเตียงรีบผละออกจากกันอย่างตกใจก่อนคนดวงตากลมโตจะคว้าเอาเสื้อคลุมสีน้ำตาลปนทองมาสวมเมื่อตั้งสติได้ สีหน้าตื่นตกใจเหมือนดวงตาหันไปมองคนรักด้านหลังซึ่งกำลังสวมชุดทหารกลับคืนอย่างนึกห่วง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นเช่นเดิมแล้วพยายามเดินให้เป็นปกติที่สุดไปเปิดประตู ความเจ็บแปลบที่สะโพกทำเขาแทบเข่าทรุดลงไปนั่งบนพื้นแต่จำต้องฝืนเมื่อความรักที่ไม่อาจเผยให้ใครรู้ได้กำลังค้ำคอของเขาอยู่

มีอะไรเสียงเข้มเอ่ยถามทหารหน้าประตูที่ยืนหน้าขรึมมองเขา ไม่เห็นหรือไงว่าข้าพักผ่อนอยู่

กระหม่อมจะมารายงานองค์ชายว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามเราจะขึ้นฝั่งกันแล้วขอรับ

แค่นี้ใช่มั๊ยดวงตาไม่พอใจจ้องมองใบหน้าของทหารหนุ่ม แล้วข้าจะเตรียมตัวไว้

ขอรับ!!”

ทหารคนเดิมต๊ะเบ๊ะแล้ววิ่งกลับไปยืนใกล้ตัวบันไดซ฿งเป็นทางเชื่อมระหว่างชั้นล่างของลำเรือขึ้นมาบนห้องของเขา ทหารหยุดยืนนิ่งเพื่อทำการอารักขาเจ้าชายของดินแดนพวกตนอย่างขะมักเขม้น

คนตาน้ำตาลเข้มเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้วก็รีบปิดประตูล็อคกลอนปิดผ้าม่านสีเข้มตรงประตูให้มิดชิด เขาที่กำลังจะหันหลังกลับไปหาคนรักบนเตียงต้องตกใจตาเบิกกว้างเมื่อโดนสวมกอดที่เอวอย่างไม่ทันตั้งตัว รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากแดงเจ่อก่อนสองมือจะไล้ขึ้นโอบรอบคอของคนรักตรงหน้า

จะขึ้นฝั่งกันแล้วใช่มั๊ย

ใช่ชายหนุ่มตอบเสียงอ่อย ข้ายังไม่อยากขึ้นฝั่งเลย

ข้าเองก็เช่นกันชายนัยน์ตาฟ้ารั้งตัวคนรักเข้าสวมกอดแน่น เพราะถ้าขึ้นฝั่งเราคงต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่เคยรักกัน เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องเพียงเท่านั้น

สองเสียงเงียบลงเหมือนตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง สองนัยน์ตาสั่นไหว หัวใจที่ไม่อาจรั้งกันและกันเอาไว้ได้กำลังปวดร้าว แขนของทั้งสองกระชับอ้อมกอดเพื่อซึมซาบความอบอุ่นนี่ให้มากที่สุดก่อนต้องทำเมินกันในอีกไม่กี่ชั่วยาม

ข้ารักเจ้านะโทนี่ริมฝีปากหยักกดจูบกลุ่มผมนิ่มอย่างรักใคร่รักแค่เพียงเจ้า

ข้าก็รักเจ้า สตีฟ

 

องค์ชายผู้สูงศักดิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์อะเวเจราส์ตะวันออกเดินวางมาดนำหน้าเหล่าทหารของตนตรงไปยังท้องพระโรงภายในปราสาทซึ่งสร้างขึ้นจากหินอ่อนทั้งหมด ภายนอกมีสวนดอกไม้นานาชนิดจากทั่วโลกปลูกไว้เรียงแบ่งกันตามเฉดสีตามพระประสงค์ขององค์ชายเอง และดอกไม้ที่องค์ชายโปรดที่สุดก็คือดอกกุหลาบขาวซึ่งมีอยู่มากในพระตำหนักด้านในใต้ห้องบรรทมของตัวองค์ชาย

ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อเสียงเข้มเอ่ยทักบิดาผู้นั่งครองบัลลังก์ทองอย่างสง่างาม การไปสำรวจทะเลของข้าในคราวนี้ได้ทำการผูกไมตรีกับดินแดนห่างไกลจากเราเอาไว้มากมาย”

แล้วผลเป็นอย่างไร

ทุกดินแดนที่ข้าผ่านไปยินยอมเป็นมิตรแก่เราและจะส่งผ่านของภายในประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนกับเราตามพระปรสงค์ของท่านทุกประการ พวกเขาทั้งหมดยินยอมและพร้อมใจทำการค้าขายกับเราและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันดีงามเช่นกัน

ฮ่าๆๆๆๆ!เสียงหัวเราะอย่างภูมิใจและพอใจดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือจนก้องท้องพระโรง องค์ราชาของดินแดนก้าวลงจากบัลลังก์ทองมายังเบื้องล่างทีละก้าวเพื่อดูใบหน้าของบุตรชายอันเป็นที่รักให้ชัดเต็มสองตา

ข้าไม่ผิดหวังจริงๆ ที่ส่งเจ้าไปทำการเจรจาเยี่ยงการทูต

ขอบพระทัยพระบิดาโทนี่ตวัดผ้าคลุมสีทองผสมแดงด้านหลังพร้อมค้อมตัวลง แต่ที่ทุกอย่างสำเร็จไปได้ด้วยดีเป็นเพราะท่านสตีฟ โรเจอรส์ผู้เป็นผู้ชี้แนะหนทางแก่ข้า

งั้นรึ

องค์ราชาก้าวลงมายืนหน้าบัลลังก์แล้วเหร่ตามองใบหน้าอ่อนเยาว์ของทหารหนุ่มอย่างวิเคราะห์ นิ้วชี้ลูบคางไปมาเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างแล้วก้าวเท้าเข้ามาใกล้องครักษ์ของตนเองที่ยืนก้มหน้านิ่ง

เจ้านี่เองที่คอยชี้แนะลูกข้าจนเขาสามารถทำการเจรจากับต่างแดนสำเร็จ ดี ดี...งานเจรจาในคราวนี้เป็นที่น่าพึงพอใจของข้านัก ข้าจะขอมอบตำแหน่งอันทรงเกียรติให้แก่เจ้า ตำแหน่งแม่ทัพที่ปรึกษาของลูกชายของข้า!!!”

เสียงหัวเราะอย่างพอใจดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมือก้านโลกขององค์ราชาที่ตบบนไหล่ของทหารนัยน์ตาฟ้าสองสามที สตีฟก้มหัวลงน้อมรับยศตำแหน่งนั้นอย่างยินดีแล้วโค้งตัวลงขอบคุณพระราชาที่ทรงกรุณาเมตตาต่อเขา

ขอบพระทัยฝ่าบาท

ไม่เป็นไร ตำแหน่งนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่องค์ราชายิ้มแล้วเหลือบมองลูกชายตัวเองที่ทำหน้าขรึมเหมือนเดิม เจ้าน่าจะหัดยิ้มเสียบ้าง ทำหน้าบูดแบบนี้หน้าจะแก่เร็วรู้มั๊ย

แต่ก็อีกไกลหลายปีกว่าจะเท่าพระบิดา

เสียงต่อล้อต่อเถียงกันดังขึ้นสร้างเสียงหัวเราะน้อยๆ ให้กับเหล่าทหาร เสนาอำมาตย์ภายในห้องนี้ องค์ราชาเดินมาดีดหน้าผากลูกชายตัวดีแล้วโอบไหล่รั้งตัวให้เดินไปด้วยกัน

โทนี่เหลือบสายตากลับไปมองสตีฟที่ห่างกันออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนอีกคนหายจากสายตาไป โทนี่หันกลับไปมองทางเดินด้วยหัวใจที่หนักอึ้งเหมือนโดนหินผาถ่วงเอาไว้ ความคิดถึงและโหยหาแล่นขึ้นมาจนต้องหันหน้ากลับไปมองยังท้องพระโรงอีกครั้งแต่ไร้ซึ่งผู้ใดแล้ว

 

สตีฟหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงไม้ผุๆ ในห้องนอนของเขาเอง สายตามองไปรอบๆ ตัวบ้านไม้ชั้นเดียวที่ยกตัวสูงขึ้นเหนือพื้นอยู่หลายสิบเซ็นต์ มือแกร่งยกขึ้นลูบหน้าเพื่อคลายความเครียดที่สะสมกันอยู่จนแน่นอก เขามองไปยังภาพวาดสเก็ตซ์ของโทนี่จากถ่านไม้อย่างคิดถึง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอารูปนั้นมาไล้ไปตามโครงเส้นรูปหน้าแล้วยกขึ้นแนบอก

ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ยอดรักของข้า

จะคิดถึงไปก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกในเมื่อเจ้าและองค์ชายไม่มีทางได้สมหวังกันอยู่แล้ว

เจ้ามีธุระอะไร

สตีฟเอ่ยเสียงเรียบเมื่อโดนขัดอารมณ์ เขาม้วนภาพนั้นแล้วใช้เชือกผูกเก็บเข้าในตู้ไม้สักชั้นดีของตัวเอง สายตาคมกริบตวัดมองผู้บุกรุกนัยน์ตาฟ้าเข้มผมสีเดียวกันกับเขาอย่างไม่พอใจ

ข้าได้ข่าวว่าเจ้ากลับขึ้นฝั่งแล้วเลยแค่จะมาเยี่ยม ขอโทษที่เข้ามาผิดจังหวะ และขอโทษที่ต้องถามเจ้าตรงๆ แต่ข้าแค่อยากรู้ว่าตลอดสองเดือนที่ไปกับเรือนั่นและกับองค์ชายของเจ้า เจ้าคงไม่ได้ทำอะไรที่มัน...ผิดศีลธรรมหรอกใช่มั๊ย”

เปล่าสตีฟตอบเสียงเบาแล้วหลุดเข้าในห้วงความคิด ภาพคืนวันแห่งความสุขระหว่างการเดินทางวกกลับมาฉายชัดอยู่ในหัวของเขาอีกครั้ง ความสุขที่เกิดขึ้นฉับพลันจนเจ้าของบ้านเผลอยิ้มออกมาทำให้แขกผู้มาเยือนถึงกับต้องส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

ข้าจะคิดเสียว่าข้าไม่รู้เรื่องแล้วกัน

ข้าก็แค่...อยู่เคียงข้างเขา เท่านั้นเอง

สตีฟตอบเพื่อนเสียงเบาโดยไม่ได้หันไปมอง เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าคำพูดเมื่อครู่จะได้ยินถึงหูของสหายคนสนิทหรือเปล่า เขาแค่อยากเล่าระบายถึงความสุขระหว่างเขาและองค์ชายเท่านั้นเอง แต่ยิ่งพูดยิ่งนึกถึงคนที่ไม่อาจเอื้อมก็ยิ่งคิดถึงจนอยากเจออีกสักครั้ง

 

โทนี่ โทนี่

เสียงเรียกชื่อเจ้าของห้องนอนกว้างขวางสมฐานะดังมาจากหน้าระเบียง คนตัวบางเดินตรงไปยังระเบียงโค้งรับกับตัวห้องซึ่งหล่อขึ้นด้วยปูนขาวและถูกแกะสลักเป็นลวดลายดอกกุหลาบสวยงาม สองมือจับตัวฐานลื่นมนแล้วชะโงกหน้าไปดูด้านล่าง ภาพที่เห็นทำคนตากลมโตตาโตขึ้นกว่าเดิม

สตีฟ! เจ้ามาได้ยังไง ถ้า...ถ้าใครมาเห็นจะทำยังไง

เจ้าช่วยโยนเชือกหรืออะไรให้ข้าปืนขึ้นไปหาหน่อยได้มั๊ย

เสียงเว้าวอนของสตีฟทำคนสีหน้าลนลานลืมหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาสีฟ้าที่มองสบมาเต็มไปด้วยความคิดถึงและห่วงหา ใบหน้าของอีกคนดูทุกข์ใจและไม่มีความสุขต่างจากคืนก่อนขึ้นฝั่ง หัวใจดวงน้อยที่คัดค้านทุกการกระทำอ่อนยวบลง สมองสั่งการว่าห้ามแต่ใจที่อ่อนลงไปแล้วนั้นกลับเพรียกหาใจอีกดวงเพื่อมาเติมเต็มความสุขที่หายไป

โทนี่จับผ้าห่มผืนหนาของตัวเองมาพันและผูกเข้ากับผ้าม่านของเตียงสี่เสาก่อนผูกมันไว้กับเสาระเบียง เขาจัดการโยนปลายอีกด้านลงมาให้ทหารชั้นผู้น้อยซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นแม่ทัพที่ปรึกษาของเขาแล้ว ถึงแม้จะดีใจที่เห็นอีกคนไปได้ดีในหน้าที่การงานแต่อีกใจกลับรู้สึกไม่ยินดีเมื่อคิดว่าต่อไปนี้คงต้องห่างกันไปอีกหากอีกคนถูกเรียกไปร่วมศึก นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มสั่นไหวไปมาพร้อมความเจ็บลึกในจิตใจ ดวงหน้าเหม่อลอยไปไกลคิดห่วงแต่อนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ยอดรัดของข้า

“...”

แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงทุ้มนุ่มอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกและมือแสนอบอุ่นของผู้บุกรุกยื่นมาแตะแก้มของเขาแผ่วเบา คนตัวสูงจดจ้องเข้ามาในดวงตาที่ดูทุกข์ใจของเขาแล้วยิ้มให้ราวกับจะอ่านใจของเขาออกเสียทุกอย่าง

ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน

ข้าก็เช่นกัน ข้าร้อนรนเพราะความคิดถึงเจ้า

สองเสียงเงียบหายไปกลับกลายเป็นรอยยิ้มขึ้นมาแทนที่ คนตัวสูงก้มลงจูบหน้าผากมนอ่อนโยนและเนิ่นนานราวกับว่ากลัวคนตรงหน้าจะหายไปในอากาศ เขาประคองดวงหน้าหวานแล้วจุมพิตหยาดน้ำผึ้งลงบนริมฝีปากสีเชอร์รี่อย่างนุ่มนวล ก่อนจะผละออกแล้วดึงร่างของคนรักให้เข้าไปในห้องด้วยกัน

สองมือใหญ่ปิดบานประตูกระจกกรอบทองสลักลายดอกกุหลาบยกชุดลงพร้อมรูดผ้าม่านสีขาวขุ่นปิดทับอีกชั้น แล้วรีบเดินมานั่งลงข้างคนรักบนเตียงกว้างที่แข็งแรงและคุ้นเคยดี กลิ่นของโทนี่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องชวนให้ใจเต้นไหว

ข้าแทบจะเป็นบ้าเมื่อจะไม่เจอหน้าของเจ้าอีก”

แต่จะทำเยี่ยงไรได้ในเมื่อเราไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ที่แท้จริง ถ้าหากพระบิดารู้เข้าล่ะก็เจ้าต้องโทษถึงชีวิตแน่ๆ”

ดวงตากลมโตของโทนี่สั่นไหวไปมาพร้อมกับม่านน้ำตาที่เข้ามาเคลือบนัยน์ตานั้นไว้ สองมือเล็กกอบกุมมือใหญ่กว่าแล้วยกขึ้นแนบแก้มอย่างห่วงใย เขาช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของคนรักผู้ที่เขารักหมดดวงใจ

สตีฟเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนโยนบางๆ ไปให้เพียงเท่านั้น เขาใช้มือข้างที่ว่างลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ ราวกับจะปลอบโยนให้คนรักหายจากความกลัวถึงแม้เขาเองจะหวั่นใจกับเรื่องนี้ก็ตามที เขารู้ดีว่าเขาเป็นเพียงแค่คนต่ำต้อยไม่อาจไปคว้าของสูงส่งอย่างองค์ชายของดินแดนซึ่งกำลังจะได้ขึ้นครองราชย์ในอีกไม่นาน ทุกอย่างมันเกิดเพราะหัวใจไม่รักดีของเขาที่เฝ้าหลงรักองค์ชายผู้มีเมตตาต่อทุกสิ่งแม้กระทั่งกับดอกไม้และใบหญ้า ภาพขององค์ชายที่ยิ้มอย่างมีความสุขท่ามกลางเหล่ากุหลาบขาวช่างดูบริสุทธิ์และชวนมองมิอาจลืมเลือนไปจากความทรงจำ และอาจถือเป็นความโชคดีก็ย่อมได้เมื่อองค์ชายโทนี่เองก็มีใจให้แก่เขา

ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มเกินเลยถึงขั้นร่วมรักกันเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเดินทางไปเจรจาการฑูต เขาลักลอบขึ้นมาหาองค์ชายที่ห้องนอนเช่นวันนี้เพื่อบอกรักและส่งความคิดถึงที่อยากจะส่งให้ถึงอีกคน หากแต่อาจจะขึ้นมาผิดเวลาก็ย่อมได้เมื่อองค์ชายกำลังฉลองพระองค์และยังไม่เสร็จดี ถึงแม้จะต่างคนต่างเขินอายแต่เพราะความต้องการมากมายในตัวของเขาที่หมายปององค์ชายมาโดยตลอดทำให้เขาพลั้งเผลอทำเกินเลยกับของสูงส่งที่เขาเอื้อมไปคว้าลงมาเปื้อนดินโคลน

เมื่อมีครั้งแรกย่อมมีครั้งที่สอง หากมีโอกาสคราใดเขาจะย่องขึ้นมาหาหรือไม่ก็โกหกว่าเขามีธุระต้องพูดคุยกับองค์ชายเพียงลำพังเพื่อหลอกให้พวกเหล่าแม่นมเปิดทางให้ และโทนี่เองก็คงเห็นด้วยกันกับเขาเช่นกันถึงยอมไล่แม่นมออกไปแล้วล็อคประตูอย่างดี จากนั้นไม่นานบทเพลงรักแสนเร่าร้อนก็บรรเลงขึ้นทุกครั้ง เมื่อใกล้รุ่งสางเขาก็ต้องจากไปโดยไม่ลืมใส่เสื้อผ้าให้คนบนเตียงที่หลับไม่รู้เรื่อง

ตอนอยู่บนเรือเขาก็ทำเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ที่ปราสาท ความลุ่มหลงมัวเมาในราคะของเขามันพาเอาองค์ชายผู้เป็นดั่งเทพบุตรบนฟ้าลงมาคลุกฝุ่นจนเหม็นกลิ่นอัปยศไปทั่วตัว เหมือนกับนางฟ้าไร้ซึ่งปีกจะบินกลับขึ้นไปยังฟากฟ้า เขารู้ดีว่าเขามันเลวและชั่วจนหาสิ่งใดปรียบมิได้ ใจหนึ่งก็อยากจะหยุดและยุติความสัมพันธ์นี้ลงแต่อีกใจกลับประท้วงโดยการอ้างว่าเพราะเจ้าเดินมาไกลแล้ว

สตีฟ...เสียงเรียกคุ้นเคยปลุกสติเขาให้กลับมาอยู่ที่เดิม เจ้าเป็นอะไรทำไมถึงเหม่อเช่นนั้น

ข้า...ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

บอกข้าได้มั๊ย

คนตัวใหญ่เอนกายพิงกับหัวเตียงแล้วใช้สองแขนต่างหมอน ก่อนร่างเล็กๆ ของคนข้างตัวจะล้มเอนลงนอนทับบนอกของเขาแล้วช้อนสายตาขึ้นมองอย่างสงสัย

ใบหน้าและดวงตามีสน่ห์มักจะทำเขาขาดสติ แต่คราวนี้เขาคงจะยอมให้เป็นแบบเดิมไม่ได้ในเมื่อเขามีเรื่องมากมายที่อยากจะพูดออกไปและอยากถามอีกคนให้แน่ใจถึงแม้ว่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตามที เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบอุ้มและกระชับตัวคนรักให้เข้ามาใกล้และก้มลงจูบเรือนผมคุ้นเคย กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยขึ้นแตะจมูกจนเขาไม่อยากจะผละออกไป

ข้าคิดมาเสมอว่าสิ่งที่ข้าทำลงไปนี่ผิดหรือถูกกันแน่ มันเป็นสิ่งสมควรหรือไม่สมควรจะกระทำ หรือข้าควรจะหยุดอยู่แค่นี้ดี

เหตุใดเจ้าถึงต้องหยุดอยู่แค่นี้ในเมื่อเจ้าเดินมาไกลแล้ว

นั่นเพราะข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องเปื้อนมลทินเพราะข้า

โทนี่ที่พอได้ยินแบบนี้ก็ไม่พอใจผละตัวขึ้นนั่งแล้วเสหน้าไปทางอื่น รู้สึกเจ็บแปลบที่ใจจนพูดอะไรไม่ออก และเหมือนสตีฟจะรู้ดีจึงผละตัวขึ้นตามมาสวมกอดเอวเขาจากด้านหลังพร้อมซุกใบหน้าไว้บนไหล่

ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นและข้าไม่สนว่าใครจะมองข้าว่ายังไง

แต่ข้าสนนะเสียงของสตีฟเบาหวิวและเหม่อลอย ข้าไม่อยากให้องค์ชายผู้สูงส่งที่ข้ารักต้องมาโดนข้อหาพรอดรักกับผู้ชายด้วยกันจนมีอันตรายถึงชีวิต เจ้าก็รู้ดีว่าที่แห่งนี้ไม่มีคู่รักชายชายคู่ใดจะรอดพ้นจากความตายไปได้ พ่อของท่านเกลียดคนพวกนี้ยิ่งกว่าอะดี”

ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นในเมื่อข้าเลือกทางเดินของข้าไปแล้ว

ทางเดินนี้อาจจะเป็นทางที่ผิดพลาดก็ได้นะ

ข้าไม่สน!!!”

โทนี่ตวาดออกมาแล้วแกะมือของสตีฟออก เขาหันตัวไปมองใบหน้าอีกคนพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม สองมือนุ่มกอบกุมแก้มของคนรักเอาไว้เบาๆ ด้วยความรัก ดวงตาของเขาจ้องเข้าไปในดวงตาของสตีฟที่มีแต่ความเสียใจเช่นเขาส่งกลับมา

ข้าไม่สนว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ข้าไม่กลัวความตาย นั่นเป็นเพราะข้ารักเจ้า ข้ารักเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดและหากรักนี้จะทำให้ข้าต้องตายข้าก็ยอม

อย่าพูดเช่นนั้นสตีฟเลื่อนนิ้วไปแตะริมฝีปากอีกคนพร้อมดวงตาอ้อนวอน อย่าพูดถึงความตาย

หากเจ้าหรือข้าต้องตายข้าก็ไม่เสียใจเลยที่เราได้รักกัน และข้าขอสาบานว่ารักนี้ของข้านั้นจะยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าผืนฟ้าหนักแน่นยิ่งกว่าภูผาใดในโลก ข้ารักท่านด้วยใจบริสุทธิ์ดั่งกุหลาบขาวจริงๆ

ริมฝีปากอุ่นนุ่มประทับลงบนริมฝีปากหนาอย่างแผ่วเบา สตีฟที่พยายามห้ามใจตัวเองมาโดยตลอดกลับต้องยอมแพ้ให้กับคนในอ้อมกอดอีกครั้งและคงตลอดไป เขาโอบรัดร่างกายของคนรักให้เข้าใกล้แล้วจูบตอบกลับเช่นกัน เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เคยส่วมใส่นั้นถูกถอดออกไปไม่เหลือแม้แต่ชั้นใน ก่อนคนตัวเล็กจะขึ้นคร่อมร่างคนรักแล้วมอบกายและใจของตนให้อีกคนเช่นเคย

 

ฟ้ามืดลงแล้วจนแสงของพระจันทร์ส่องผ่านบานประตูกระจกและผ้าม่านเข้ามาถึงภายในห้อง โคมไฟตรงข้างหัวเตียงถูกจุดขึ้นก่อนร่างเปลือยกำยำสมเป็นทหารจะกลับมานอนกอดร่างของเจ้าของห้องที่หลับไม่รู้เรื่องหลังเสร็จกิจ มือหนาลูบไล้กลุ่มผมนิ่มพร้อมมองใบหน้ายามหลับใหลด้วยสายตาหวานซึ้งก่อนก้มลงจูบขมับ แก้ม และลำคอนั่นแผ่วเบา

อือ…

ทำให้ตื่นเหรอ ขอโทษนะ

เสียงครางอืออึงในลำคอและร่างกายที่ขยับไหวน้อยๆ ของคนขี้เซาทำให้สตีฟยิ้มกว้าง เขามองคนรักที่กระพริบตาปริบแล้วมองเขาพร้อมรอยยิ้ม มือบางโอบรอบคอของเขาแล้วก้มลงประทับรอยจูบอีกครั้งอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละออกไป

ข้าตื่นเพราะคิดถึงเจ้าโทนี่พูดพร้อมกลั้วหัวเราะ เมื่อครู่ข้าฝันถึงเรื่องของเราด้วย เราสองคนได้ไปอยู่ในที่ห่างไกลจากที่นี่ รอบๆ เต็มไปด้วยกุหลาบขาวและผืนหญ้า เราสองมีบ้านหลังเล็กๆ อยู่บนภูเขา เรามีความสุขกันอยู่ที่นั่นชั่วนิรันดร์”

งั้นเหรอสตีฟถามพร้อมรอยยิ้มแล้วกระชับผ้านวมหนาขึ้นมาจนถึงอกอีกคน ข้าควรจะพาเจ้าหนีไปตามฝันของเจ้าสินะ

ข้ายินยอมพร้อมใจเลยทีเดียว

เสียงหัวเราะผสมโรงดังตามกันขึ้นมาเมื่อจบประโยคของโทนี่ คนตัวเล็กขยับไปนอนพิงอกของสตีฟแล้วกระชับกอดเอวอีกคนพร้อมหลับตาพริ้ม เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะต้องพรากจากสตีฟไป ไม่รู้ว่าอนาคตของพวกเราจะไปสิ้นสุดที่หนทางไหน ดีหรือร้าย สุขสมหรือระทมทุกข์ แต่ในตอนนี้เขามีความสุขมากจนลืมทุกอย่างแทบจะหมดสิ้นแม้กระทั่งยศถาบรรดาศักดิ์ของตัวเอง

ปั้ง!

โทนี่!!! เจ้าอยู่ที่ไหน!!! โท...นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน!!!!

เสียงตะโกนก้องเรียกชื่อเจ้าของห้องและเสียงตวาดกร้าวอย่างไม่พอใจดังขึ้นขัดอารมณ์สุขของคนทั้งสองที่นอนกอดกันอยู่บนเตียง โทนี่หันใบหน้าตื่นตระหนกมามองบิดาของตนที่ยืนหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธและความอาย ราชาของดินแดนมองมาที่เขาและสตีฟด้วยสายตาสงสัยระคนรังเกียจ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าเอาเสื้อคลุมแถวนั้นมาห่อหุ้มตัว

สตีฟที่เห็นว่าองค์ราชาเดินเข้ามาในห้องแล้วเจอภาพที่ไม่ควรเจอก็ได้แต่ตะลึงงันและอึ้งไปหลายนาที ก่อนสมองจะสั่งการให้เขาเอาผ้าห่มผืนหนานั่นมาคลุมกายตัวเองแล้วลงไปยืนอยู่ข้างเตียง

ทุกอย่างในห้องเงียบสงบไม่มีใครพูดอะไรออกมา โทนี่ลงไปยืนตัวแข็งและพยายามหาทางอธิบายให้พ่อของตนฟังแต่ดูเหมือนผู้ฟังจะไม่คิดเช่นนั้น ฝ่ามือใหญ่ของผู้เป็นพ่อฟาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของลูกชายเต็มแรงจนอีกคนล้มไปนั่งกองที่ขอบเตียง

สตีฟที่เห็นคนรักของตนล้มไปกองกับพื้นก็รีบวิ่งเข้ามานั่งย่อพยุงตัวอีกคนแล้วเงยหน้ามองพระราชา สายตาของเขาอ้อนวอนแต่ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึงผู้ชายวัยกลางคนเมื่อชายผู้เป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินเดินเข้ามาใกล้โทนี่แล้วกระชากกลุ่มผมนั่นขึ้น

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!! ทำไม!!!! ทำไมเจ้าถึงได้มาทำเรื่องบัดสีกันในที่ศักดิ์สิทธิของข้า!!!

พระบิดา พระบิดาได้โปรด ได้โปรดฟังข้าก่อน

โทนี่กุมมือของพ่อตัวเองแน่นแล้วส่งเสียงอ้อนวอนพร้อมดวงตาคลอไปด้วยน้ำ เขาพยายามทำตัวดีๆ และยอมทุกอย่างเพื่อไม่ให้พ่อหันไปทำอะไรสตีฟที่พยุงเขาอยู่

ทหาร!! มาจับเอาไอ้สารเลวนี่ออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้!!!

ขอรับ!!!!!

เสียงของทหารนับสิบนายดังขึ้นพร้อมกันก่อนจะเดินเข้ามาจับตัวสตีฟแต่คนตัวใหญ่ขัดขืน เขาต่อสู้และพยายามจะเข้าให้ถึงตัวโทนี่แต่ต้องสะดุดกึกเมื่อโดนทหารนับสิบนายรั้งตัวเอาไว้แล้วรุมกระทืบจนเขาทำได้แค่ส่งเสียงร้องอย่างโอดครวญ

อย่า!!! อย่าทำเขา!!!

ทำไมจะทำมันไม่ได้!! แล้วเจ้า!!! เจ้าคิดบ้าอะไรถึงได้มานอนเปลื้องผ้ากอดก่ายอยู่กับเจ้าคนสารเลวนี่!!!!”

ข้ารักเขา!!!! เรารักกัน

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือของผู้เป็นพ่อตวัดมายังใบหน้าด้านซ้ายของบุตรชายเช่นเดิมพร้อมความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อได้รู้ความจริง สองสายตาของชายวัยกลางคนมองใบหน้าของลูกชายอย่างไม่เชื่อหูแล้วหันไปมองสตีฟที่นอนเอามือกุมท้องตัวงอเป็นกุ้ง เขาค่อยๆ หันใบหน้าผิดหวังมายังลูกชายตัวเองแล้วถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

เจ้าว่าอะไรนะ รักงั้นเรอะ...กับผู้ชาย เจ้ากับผู้ชายคนนี้รักกันรึ!!!”

ข้ารักสตีฟ!!! พระบิดาได้ยินหรือไม่ว่าข้ารักสตีฟ!!!

เพี๊ยะ!

บัดสีที่สุด!!!!เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลริน คนเป็นพ่อมองลูกชายที่ร้องไห้เช่นกันด้วยความเสียใจแล้วผลักหัวอีกคนลงเต็มแรง ก่อนจะเดินไปชี้หน้าสตีฟแล้วออกคำสั่งอย่างเกรี้ยวกราด

ข้าขอสั่งประหารชีวิตเจ้าในเช้าพรุ่งนี้!!! เมื่อตะวันทอแสงเมื่อไหร่เพชรฆาตจะตัดคอเจ้าด้วยเครื่องกิโยติน!! ทหาร จับมันผู้นี้ไปขังไว้ในคุกใต้ดินของปราสาท สั่งการลงไปถึงธอร์และโลกิให้เฝ้าคนอัปปรีย์นี่หากมีผู้ใดคิดช่วยให้ฆ่าทิ้งได้ทันทีรวมไปถึงลูกของข้าอย่างไม่มีข้อยกเว้น ส่วนเจ้าลูกชั่วของข้าข้าจะขังมันไว้ในห้องนี้แล้วให้บรูซมาเฝ้า วันพรุ่งนี้เจ้าต้องไปดูตัวเจ้าหญิงฝั่งตะวันตกของดินแดนเพื่ออภิเสกสมรส!!!

ไม่ ไม่นะท่านพ่อ!!!!”

เสียงของโทนี่ไล่ตามหลังบิดาของตนไปแต่ไม่รับความเห็นใจ เขารีบลุกขึ้นคลานไปหาสตีฟที่โดนทหารลากตัวให้ออกจากห้อง สองมือเล็กคว้าเอาสองมือใหญ่มากุมแน่นพร้อมกับสองดวงตาที่มีน้ำไหลลงมาไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นและขอร้องอย่างหมดศักดิ์ศรีดังระงมไปทั่วทั้งห้องแต่ไม่มีใครสนใจ และในที่สุดร่างของสตีฟก็ถูกลากออกไป

 

ทำไม!!! ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนี้!!!

โทนี่

โทนี่ร้องตะโกนออกมาลั่นห้องหลังจากโดนจับแต่งตัวให้ดูสมฐานะขึ้นมาแล้ว บรูซที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กและรู้ความลับนี้ได้แต่กอดเพื่อนเอาไว้อย่างปลอบใจพลางลูบหัวของเพื่อน เขามองคนในอ้อมแขนที่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา น้ำตาของเขาซึมที่หางตาแล้วกระชับวงแขนกอดปลอบเพื่อนให้คลายจากความเศร้า

ข้าต้องไปช่วยเขา เจ้าได้ยินมั๊ยบรูซ ข้าต้องไปช่วยเขา!!!”

เจ้าจะไปช่วยได้ยังไงในเมื่อพระราชาสั่งให้ธอร์และโลกิเฝ้าคุกเอาไว้และให้ฆ่าคนคิดช่วยทุกคนรวมถึงเจ้าด้วย

มันต้องมีสักทาง ถึงแม้ต้องตายฆ่าก็จะต้องไปช่วยเขา สตีฟไม่ได้ผิดอะไรและความรักนี้มันก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไรไม่ใช่เหรอไง ทำไมใครๆ ต่างต้องจำกัดความของคำว่ารักให้มีแต่คู่ชายหญิง ทำไมไม่จำกัดที่หัวใจของคนสองคน

เพราะพระเจ้าลิขิตให้มาเป็นแบบนี้ โทนี่

บรูซผละอ้อมกอดออกแล้วไล้มือเช็ดน้ำตาให้เพื่อนสนิทกันตั้งแต่เยาว์วัย เขายิ้มอย่างยากลำบากให้เพื่อนที่สติหลุดคล้ายคนบ้า ผมเผ้าที่ถูกทึ้งกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าบางส่วนขาดจากการถูกฉีกของเจ้าตัวเอง มุมปากยังมีคราบเลือดและรอยช้ำม่วงเขียวจากการถูกตบอยู่

พระเจ้าไม่ใช่ผู้ลิขิต มนุษย์ต่างหากที่ลิขิตให้เป็นแบบนี้โดยอ้างพระเจ้า

โถ่โทนี่บรูซมองเพื่อนด้วยสายตาเวทนา เจ้าช่วยเขาไม่ได้หรอก

เจ้ารู้เรื่องการผสมยาจากสมุนไพรดีที่สุด ช่วยข้าหน่อยได้มั๊ยเพื่อนยาก ช่วยผสมยานอนหลับให้ข้าเพื่อที่ข้าจะได้ใช้มันกับธอร์และโลกิเพื่อช่วยสตีฟ เราจะหนีไปด้วยกันและจะไม่มีทางทำให้พวกเจ้าเดือดร้อนเป็นอันขาด ข้าสาบาน ข้าสาบานจริงๆ”

โทนี่กอดขาเพื่อนแล้วซบหน้าลงกับท่อนขา เขาพยักหน้าและพึมพำขอร้องอ้อนวอนพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่หยุด สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนไร้สติเลยสักนิดเดียว

ข้าไม่ได้กลัวความเดือดร้อนที่จะตามมา!!”

“...”

บรูซเขย่าตัวโทนี่ที่เสียสติไปแล้วพร้อมสะอื้นออกมาเสียงดัง เขามองใบหน้าของเพื่อนทั้งน้ำตาก่อนซบใบหน้าลงกับไหล่ของคนที่เหมือนเป็นพี่น้องกันด้วยความสงสาร สองมือโอบกอดผู้เป็นน้องเอาไว้แล้วทั้งคู่ก็พากันร้องไห้อย่างเศร้าสร้อย

 

สตีฟ...ข้าไม่ได้อยากมาเฝ้าเจ้าเลย”

ไปได้ไม่ดีเท่าไหร่เหรอไง

ทุกอย่างมันจบลงแล้ว จบลงเพราะน้ำมือของข้าเอง

สตีฟยกสองมือของตัวเองขึ้นดูแล้วหัวเราะประชดชีวิตออกมาทั้งน้ำตา เขายกมันขึ้นปิดหน้าแล้วปล่อยให้น้ำตาลบล้างความเศร้าในใจให้ทุเลาลงไปบ้าง

ข้าอยากช่วยเจ้านะสหายธอร์หันมากระซิบเสียงเบากับสตีฟสองคน ข้าจะพาเจ้าหนีออกไป”

ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาเสี่ยงชีวิตเพราะข้า ขอบใจมากนะเพื่อนยาก

ข้ากับธอร์ลงความเห็นกันแล้วว่าเจ้าไม่ควรมาตายเพราะความรักที่ไร้สาระแบบนี้ และข้าเองก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับความคิดตัวเองเป็นใหญ่ของราชามากเท่าไหร่ เพราะงั้นข้าถึงยอมช่วยเจ้าและหวังว่าเจ้าจะพาไอ้หนวดนั่นหนีไปด้วยกันให้ไกลโพ้นของโพ้น

หากข้ารอดออกไปแล้วข้าจะพาเขาหนีไปไหนได้ยังไง ทหารต้องออกตามล่าตัวของพวกเราและไม่แน่ถ้าหากพระราชาสาวเรื่องมาถึงพวกเจ้าได้จะซวยเอาเปล่าๆ

จะหนีไปไหนก็เรื่องของเจ้านั่นมันเรื่องของเจ้าไม่ใช่พวกข้า ไม่ต้องห่วงถ้าหากโดนจับได้เราจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วโทษว่าพวกเจ้าพากันหนีออกไปเอง

สตีฟผละมือออกขึ้นมองหน้าของสองพี่น้องคนละสายเลือดอย่างนึกขำแล้วยิ้มกว้างออกมา ถึงแม้จะสบายใจและโล่งใจขึ้นมาหน่อยหนึ่งแต่ก็ยังไม่หายห่วงโทนี่อยู่ดี เขาไม่รู้ว่าคนรักของเขาจะโดนโทษอะไรร้ายแรงบ้างหรือเปล่า หรือป่านนี้จะโดนเฆี่ยนตีไปกี่ยกแล้ว

 

นี่เป็นผงยานอนหลับใช้ได้ประมาณชั่วโมงเศษๆ เจ้ารีบนำมันไปเป่าใส่พวกทหารที่ใช้เฝ้าทางลงไปคุกแล้วพาสตีฟหนีไปให้ไกล ไม่ต้องห่วงข้าข้าไม่มีทางโดนจับได้อยู่แล้ว ข้าเอาตัวรอดได้ เจ้าไปเถอะ

ขอบใจเจ้ามากนะบรูซ

โทนี่ร้องออกมาอย่างดีใจเหมือนสีหน้า เขาคว้าเอาห่อผงนอนหลับมาถือด้วยยิ้มอย่างสุขใจแล้วทำท่าจะวิ่งออกจากห้องไปหากแต่โดนขัดเอาไว้ก่อน

โทนี่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แต่ข้าอยากจะบอกเจ้าว่าเจ้าเป็นเพื่อนที่ข้ารักมากที่สุด

โทนี่อึ้งไปสักพักแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนพร้อมเดินเข้ามาสวมกอดเพื่อนในวัยเด็กแน่น ข้าก็เช่นกัน

ดูแลตัวเองให้ดี หนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ไปมีความสุขกับคนที่เจ้ารักเช่นที่เจ้าเคยวาดฝันแล้วบอกข้ามาตลอด อย่าห่วงสิ่งใดเลยเพื่อน ข้าเต็มใจและยินดีช่วยเจ้า”

ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ นะ

ข้าจะไปส่งเจ้าถึงแค่คุกใต้ดิน จะไปช่วยคุยกับธอร์และโลกิ ข้าเชื่อว่าสองคนนั้นต้องช่วยเจ้าและสตีฟอยู่แล้ว

ข้าจะไม่ลืมพระคุณนี้ไปชั่วชีวิต

 

บรูซลักลอบพาโทนี่หนีออกมาจากห้องนอนจนถึงคุกใต้ดิน โทนี่จัดการเป่าผงนอนหลับใส่ทหารยามทุกชั้นจนพวกนั้นหลับกันหมดแล้วรีบลงไปยังคุกใต้ดิน เมื่อถึงที่คุมขังสตีฟบรูซก็ถอดผ้าคลุมหัวออกแล้วดันโทนี่ให้ไปหาคนรัก ธอร์และโลกิที่คิดจะช่วยคนด้านในอยู่แล้วรีบไขกุญแจห้องขังแล้วยัดมันใส่เสื้อโทนี่ก่อนจะทำเหมือนว่าเขาโดนทำร้ายจนสลบ บรูซลอบพาคนทั้งสองขึ้นไปยังชั้นบนของปราสาทเพื่อให้ทั้งคู่หนีไปยังด้านหลังของห้องครัว เขาจัดการบอกเส้นทางการหนีในป่าให้กับสตีฟและโทนี่ก่อนจะขอตัวแต่ถูกโทนี่รั้งข้อมือเอาไว้

ข้าจะไม่ลืมเจ้า พี่ชายของข้า

ดูแลรักษาตัวเองดีๆ อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ

บรูซลูบกลุ่มผมของเพื่อนรักทั้งน้ำตาแล้วพยักหน้าให้เป็นเชิงสั่งให้อีกคนรีบไป เขาดึงข้อมือออกแล้วรีบกลับไปทำตามแผนที่วางเอาไว้

โทนี่ที่เห็นว่าทางสะดวกแล้วก็จับมือกับสตีฟแล้ววิ่งออกไปจากปราสาทด้วยกันทันที ทั้งคู่กระชับมือที่ประสานกันแน่นหวังเพียงว่าพระเจ้าจะเข้าข้างพวกเขาบ้าง

 

หลบหนีไปแล้ว!!! นักโทษหลบหนีแล้วลักพาตัวองค์ชายไป!!!

ตามหาให้พบ

เจอตัวแล้ว!!! อยู่ทางนี้

เสียงกึกก้องดังไปทั่วป่าก่อนทหารม้านับสิบนับร้อยนายจะวิ่งกันตามสตีฟและโทนี่มาในป่ามืดทึบ ทั้งคู่ต่างออกแรงวิ่ง วิ่ง และวิ่งเพื่อให้หลุดพ้นจากความผิดที่พวกเขาก่อขึ้น

ยิงธนูเลย!”

เสียงของพระราชาดังก้องก่อนเสียงลูกธนูแหวกสายลมจะดังให้ได้ยินนับสิบนับร้อย คนสองคนที่พากันหนีพยายามวิ่งหลบลูกธนูพวกนั้นภายใต้ร่มไม้ ก่อนทั้งคู่จะหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีที่กว้างพอจะใช้ซ่อนคนสองคน สองมือที่ประสานกันแน่นอยู่แล้วกระชับให้แน่นขึ้นไปอีก

สตีฟมองโทนี่ที่นั่งตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดอย่างวาดกลัว เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นแล้วเหลือบมองทหารหลายร้อยนายที่ควบม้าผ่านไปส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่แถวที่พวกเขาแอบกันอยู่

สตีฟ ข้ากลัว

ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ข้าอยู่ตรงนี้

นิ้วโป้งของสตีฟไล้ปาดน้ำตามากมายที่ไหลลงมาจากดวงตากลมโต เขาส่งยิ้มอย่างหนักแน่นและมั่นใจให้อีกคนพร้อมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น มือใหญ่กดหัวทุยสวยให้ซบกับอกของเขาแล้วก้มลงจูบเรือนผมนุ่มเพื่อปลอบโยนเจ้าตัวเล็กและตัวเขาเอง

ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยู่ตรงนั้น

“...”

เสียงของพระราชาดังขึ้นพร้อมกับไฟที่ฉายผ่านต้นไม้จนเป็นเงา ตัวของโทนี่สั่นอย่างหวาดกลัวซึ่งสตีฟเองก็ไม่ต่างกัน

มาคุยด้วยกันดีๆ แล้วข้าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้า ในเมื่อเจ้าเป็นคนเลือกเส้นทางนี้แล้ว อย่างมากก็แค่ตัดพ่อตัดลูกกัน

“...”

โทนี่เสียงเรียกเชิงอ้อนวอนทำโทนี่ใจอ่อนลงนิดหน่อย โทนี่...ในฐานะที่ข้าเป็นพ่อของเจ้า เจ้าไม่คิดจะฟังคำสั่งเลยเหรอ

เสียงขององค์ราชาดูผิดหวังและเสียใจซึ่งมันทำให้โทนี่ยิ่งรู้สึกผิด เขาค่อยๆ ดันตัวเองออกแล้วเงยหน้ามองสตีฟด้วยสายตาขอร้องแต่อีกคนกลับส่ายหัวให้เขา

ถ้าข้าออกไป...ท่านต้องไม่ทำอะไรพวกข้า

ได้ ข้าจะไม่ให้ใครทำร้ายพวกเจ้า ขอแค่พวกเจ้าออกมาแล้วเรามาเจรจากัน

ไม่...โทนี่ เขาหลอกเรา

สตีฟพูดเสียงเบาแล้วรั้งตัวโทนี่ไว้แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ฟังเขา โทนี่ผละตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตาลอยออกไปหาผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่บนหลังม้าอ้าแขนรอต้อนรับเขา ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูผิดหวังและเสียใจอย่างถึงที่สุดแต่มันก็เต็มไปด้วยความรักอย่างมหาศาลเช่นกัน

ข้าขอเป็นแค่สามัญชนธรรมดาและข้าสัญญาว่าจะหายตัวไปราวกับข้าไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ จะไปใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่บนเขาหาเช้ากินค่ำกับสตีฟคนที่ข้ารักและจะไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าอีก

เจ้าไม่ห่วงข้าบ้างรึเสียงของผู้เป็นพ่อฟังเศร้าสร้อย หากเจ้ายอมกลับวังไปกับข้าข้าจะไม่เอาผิดเจ้า แน่นอนว่าคนที่เจ้ารักก็จะไม่โดนลงโทษเช่นกัน ข้าจะให้พวกเจ้าครองรักกันดั่งที่ปรารถนา

เชื่อได้แค่ไหน

หากข้าผิดคำสัตย์ขอให้ชีวิตพังพินาศจากความรักแท้ของพวกเจ้า

โทนี่เงียบไปหลังจากได้ยินคำพูดของพ่อตัวเอง ในหัวของเขากำลังคิดจนสับสนไปหมด เหมือนกับกำลังเดินหลงทางอยู่ในเหวลึกและมืดสนิทเพียงลำพัง

ข้าและโทนี่จะไม่กลับไปยังปราสาท หากองค์ราชาอยากให้เราไปมีความสุขกันดั่งที่ท่านว่า ท่านต้องปล่อยพวกเราไป

“...สตีฟ

และก็เหมือนทุกทีเมื่อเวลาโทนี่กำลังอยู่ในที่เลวร้ายจะมีมือใหญ่ๆ ของสตีฟมาฉุดเขาขึ้นไปจากขุมอเวจีเพื่อไปพบกับแสงสว่างอันอบอุ่น โทนี่เหลือบมองสตีฟที่สอดประสานมือกับเข้าแน่นอีกครั้ง สายตาของอีกคนจริงจังและท้าทายจนเขาหายกลัวไปปลิดทิ้ง โทนี่หันกลับไปมองใบหน้าของบิดาตนแล้วกระชับมือของสตีฟแน่น

ข้าขอไปใช้ชีวิตกันตามลำพังสองคนในที่ไกลโพ้นจากที่นี่เถอะนะพระบิดา ข้าสาบานต่อหน้าฟ้าดินว่าจะไม่กลับมาเหยียบแผ่นดินของท่านให้เป็นที่ครหาอีก จะไม่กลับมาก้าวก่ายกับท่านหรือเรียกร้องสิ่งใด ได้โปรด...พวกข้ารักกันจริงยิ่งกว่ารักแท้ของคู่รักใดที่ท่านเคยเห็นมา”

ได้ ข้าอนุญาต ไปสิ ไปให้พ้นสายตาของข้า”

โทนี่ยิ้มกว้างแล้วหันไปมองสตีฟด้วยความดีใจ สตีฟเองก็มองโทนี่ด้วยความดีใจเช่นกันก่อนจะดึงคนรักเข้ามากอดแน่นแล้วพากันหันหลังเดินจากองค์ราชาไปด้วยความยินดีและรอยยิ้มอย่างสุขใจ

แต่ทุกอย่างก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อลูกธนูดอกหนึ่งยิงพุ่งมายังโทนี่จนทะลุผ่านร่างอีกคนไป โทนี่แอ่นตัวขึ้นตาเหลือกกว้าง มือที่จับกับมือของสตีฟบีบแน่น ไม่นานลูกธนูอีกสองสามดอกก็พุ่งปักที่หลังจนทะลุหัวใจของโทนี่ออกมา คนตัวเล็กค่อยๆ ล้มตัวลงไปนอนกองกับพื้นตาเบิกกว้าง เลือดมากมายไหลอาบไปทั่วผืนหญ้าแห่งนั้น

โทนี่!!!!!”

ในเมื่อเจ้ามันไม่รู้จักคำว่ากตัญญู ก็คงถึงเวลาไปชดใช้กรรมในอเวจีแล้วล่ะองค์ราชาพูดขึ้นพร้อมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ยิงธนู

ไม่ ไม่นะโทนี่ ไม่

สตีฟทรุดตัวลงนั่งมองร่างของคนรักที่นอนนิ่งไปแล้วอย่างเศร้าเสียใจ มือสั่นเทายกขึ้นอังใต้จมูกคนรักแต่ทว่าอีกคนไม่หายใจแล้ว คนตัวใหญ่ตะโกนร้องลั่นออกมาเสียงดังอย่างโกรธเกรี้ยวและเสียใจ น้ำตามากมายไหลอาบใบหน้าหล่อเหลาซึ่งไร้ความสุขแบบที่เคยมีมา เขายกมือสั่นๆ ข้างนั้นขึ้นลูบแก้มนวลพร้อมกระชับกอดร่างอีกคนไว้ในอ้อมแขน

ฉึก!!!

สตีฟแอ่นตัวขึ้นเมื่อถูกลูกธนูยิงปักเข้าที่กลางหลัง เขาค่อยๆ หันหน้ากลับไปมองใบหน้าโฉดชั่วของราชาที่ตอนนี้จิตใจกลายเป็นปีศาจไปแล้ว ราชาเพียงแค่ยกยิ้มให้กับพวกเขา สตีฟหันกลับมามองโทนี่ที่นอนนิ่งไม่หายใจด้วยความโศกเศร้า เขารู้...เขารู้ดีว่าถ้าหากเขาคิดต่อสู้หรือขัดขืนยังไงสุดท้ายก็ตายอยู่ดี เพราะงั้นเขาถึงไม่คิดสู้และเลือกจะจากไปให้ไกลเท่าที่แรงในกายจะไปไหว เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักก่อนสองมือจะช้อนอุ้มเอาร่างคนรักขึ้นมาแนบอก ในใจคิดแต่ว่าเขาต้องพาร่างของคนรักให้หนีไปด้วยกันให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้

สตีฟยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินพาร่างของคนรักไปต่อ เมื่อเขาก้าวขาข้างหนึ่งลูกธนูก็จะพุ่งมาปักหนึ่งดอก สตีฟไม่ย่อท้อ เขาข่มความเจ็บปวดไว้ให้ลึกที่สุดและพยายามลากขาพาตัวคนรักไปให้พ้นจากที่ที่แสนโหดร้ายนี้ เขาร้องไห้ พร้อมเรียกชื่อของคนรักที่คงไม่ได้ยินอีกแล้วไม่ขาดปาก สองมือกระชับร่างคนรักเอาไว้แนบอกก่อนจะล้มลงเมื่อลูกธนูหลายสิบดอกพุ่งปักเข้าที่หลังของเขาในคราเดียว

สตีฟล้มลงกองกับพื้นจนทำร่างคนในอ้อมแขนตกลงตาม คนตัวกำยำเรียกหาแต่ชื่อของโทนี่ที่ไม่ขยับตัวอีกแล้ว เขาตะเกียกตะกายเข้ามาหาร่างคนตัวเล็ก ริมฝีปากหนากัดเข้าหากันแน่นพร้อมเอื้อมมือสั่นระริกไปปิดดวงตาของคนรักให้หลับลงอย่างหมดห่วงแล้วกอดร่างนั้นเอาไว้แนบแน่นด้วยความรัก สตีฟซบหน้าลงกับหน้าผากอีกคนปล่อยให้น้ำตามากมายไหลเประเปื้อนใบหน้างามสง่าของคนใต้ร่าง เขาหลับตาลงพร้อมกระชับร่างคนรักให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกของเขา

ฉึก ฉึก ฉึก!!!

ลูกธนูอีกนับไม่ถ้วนพุ่งมาใส่เขาจนสตีฟกระอักเลือดออกจากปาก ร่างทั้งร่างแข็งเกร็งแต่อ้อมแขนที่โอบกอดร่างของโทนี่ไว้ก็ไม่ยอมปล่อยไปไหน ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหายไปพร้อมกับคำพูดสุดท้ายข้างใบหูของคนที่เป็นดั่งดวงใจของเขา

ข้า...รักเจ้า โทนี่ ชั่วนิจนิรันดร์”

 

หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงนี่ผ่านพ้นไป องค์ราชาเอาแต่กักตัวอยู่ในห้องและร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับซาตานที่ถูกเผาด้วยไฟนรก ไม่ออกว่าราชการ ปล่อยปละละเลยหน้าที่ของตน และในที่สุดโลกิกับธอร์ก็ทำการยึดอำนาจของราชาและประหารปีศาจในร่างคนจนถึงแก่ความตาย เป็นไปดั่งที่องค์ราชาเคยให้สัตย์สาบานเอาไว้ต่อหน้าฟ้าดิน ธอร์ขึ้นเป็นกษัตริย์และยกเลิกกฏทุกอย่างก่อนตราขึ้นมาใหม่ เขาให้อิสรภาพกับทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะเรื่องของความรักและได้ก่อสร้างปราสาทให้กับคู่รักแท้ในสถานที่ที่พวกเขาเสียชีวิตลง

ผู้คนในดินแดนต่างยกย่องและจารึกตำนานรักเรื่องนี้ พวกเขาบอกเล่ากันปากต่อปากจนกระทั่งโด่งดังไปทั่วทุกมุมโลก

 

 

















































































































































































 

หลังจากราชาและเหล่าทหารกลับไปแล้วนั้น ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นกับร่างของคู่รักทั้งสองที่นอนเลือดอาบไปทั้งตัว แสงสีทองสว่างสไวไปทั่วทั้งผืนป่าก่อนมันจะโอบอุ้มเอาร่างของทั้งคู่ขึ้นสูงเหนือพื้นดินก่อนปรากฏร่างของเทพธิดาองค์เล็กเท่านิ้วมือเจ็ดตนบินโบกคฑาพร้อมร่ายคาถาไปรอบๆ ร่างของสตีฟและโทนี่

ด้วยอำนาจแห่งรักแท้ พวกข้าขอมอบพลังชีวิตคืนให้แก่พวกท่าน และนำพาพวกท่านไปใช้ชีวิตในดินแดนสรวงสวรรค์ห่างไกลมนุษย์เพื่อครองรักกันไปชั่วนิจนิรันดร์

สิ้นเสียงของนางฟ้าทั้งเจ็ดลูกธนูมากมายนับไม่ถ้วนก็สลายหายไปกับอากาศก่อนสายลมเย็นวูบหนึ่งจะพัดผ่านร่างของทั้งคู่ไป ไม่นานร่างที่เคยสิ้นอายุขัยทั้งสองก็ขยับตัวน้อยๆ พร้อมกับหัวใจที่กลับมาเต้นไหวอีกครั้ง

 

... แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล หรือสิ่งใดจะขวางกั้นเรา

เมื่อเธออยู่ตรงนี้ ไม่มีสิ่งใดที่ฉันต้องหวาดกลัว

เธอช่วยประคองฉันให้สามารถยืนขึ้นได้อีก

ทำให้ฉันก้าวผ่านพายุกลางทะเล

ใกล้ หรือไกล ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ฉันเชื่อว่าความรักของเรายังคงอยู่เสมอไม่จากไปไหน

เราจะอยู่ด้วยกันตราบนี้ไปจนนิจนิรันดร์ ...

 

 

-THE END-
29/06/2014
อย่าตบหนูนะ... #หลบหลังป๋า หนูเปล่าให้มันเศร้าน้าาา '^'
ตอนแรกจบเศร้าแต่เห็นว่าถ้าเศร้าคงไม่ดีแน่เลยให้ฟื้นดีกว่าเนอะ(-.-)
ช่วงนี้เด็กดีเป็นอะไรไม่รู้หรือว่าเน็ตบ้านเรามันกาก ไม่รู้อะไรกาก 555555
ปล.ลงทะเบียนเรียนของม.มันเหนื่อยเจรงๆTwT #ไม่เกี่ยว
ปล.2 ฝากติดตามฟิคK.O.น็อคหัวใจนายหน้าหนวดด้วยนะคะ

 

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ployironman (@ployironman) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 13:38
    ร้องไห้เละค่ะ...????
    #8
    0
  2. วันที่ 24 มกราคม 2559 / 10:19
    พึ่งอ่านแล้วแบบบับ คือเรื่องที่ตามหามานานอยากให้ไรต์แต่งแนวพีเรียตอีกอ่ะ ชอบมากกกกกกกก หน่วงดี อยากให้มีหลายตอนอ่ะ ติดตามผลงานอยู่นะคะสู้สู้
    #7
    0
  3. วันที่ 28 เมษายน 2558 / 03:44
    ร้องตามเลยงะ อ๊อก
    #6
    0
  4. วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 22:52
    แง สครีมดังมากกกกกกกกกก





    ไม่มีภาคต่อสักหน่อยเหรอ เอาให้หวานหยดเลย
    #5
    0
  5. วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 21:06
    อ่านแล้วเจ็บจังค่ะ มันทั้งหวานทั้งเศร้า บีบหัวใจเก๊ามากง่ะ ;_;
    ถึงตอนหลังจะแอปปี้ก็เถอะ แต่ไม่ทันแล้วววว เราร้องไปแล้วว T.T
    ว่าไปแล้ว...อยากอ่านแนวนี้อีกจังค่ะ ชอบแนว angst ...//บ้านี่ซาดิส
    #4
    0
  6. วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 12:22
    T[]T.................. ร้องไห้ไปอ่านไปเลยตอนอ่านแง้วววว

    แต่จริงๆตอนจบแบบธอร์มาตั้งกฎใหม่ให้เพศไหนรักกันก็ได้เราก็โอเคนะคะถึงมันจะเศร้าเเต่ในใจก็ชอบ ๕๕๕๕๕๕๕๕มันดูรักกันแบบมากๆๆๆๆTvT ตอนแรกที่บอกว่าให้ลบภาพในหนังในคอมมิคออกเราก็นึกว่าเป็นแบบไหนเป็นAUนี่เองฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    แม้จะแอบเขินแปลกๆกับคำเรียกที่แคปเรียกโทนี่ว่ายอดรักอยู่มากกกกกกกกกกก แบบไม่ชิน๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕แต่ก็ชอบค่ะข้ารักเจ้าๆนี่ไม่ได้ยินมานานมาก๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ ดราม่าและซึ้งโอยชอบบบ หลังนี่ซึ้งมากๆ แรกเรายังเขินกับคำเรียกมากมายๆ๕๕๕๕๕๕๕หลังนี่เริ่มแบบเอื้อพ่อขะอย่าทำป๋าาแงงงงง เรื่องนี้ป๋ายิ่งดูอ่นแออยู่เเง้งๆๆ   และต้องปรบมือรัวๆให้บรูซ ธอร์ และกิต้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ชอบตอนมาตั้งกฎจริงๆนะคะเหมือนได้ประกาศให้รู้เรื่องของคู่ที่เรารักจริงอ่าาาาฟินนน  แต่รักของชช ในสมัยก่อนเราว่ามันก็คงลำบากจริงนั่นล่ะค่ะถึงจะรู้ว่ามันมีมานานๆๆๆตั้งกะกรีกโรมันนู่นเเล้ว แค่คิดว่าคนเพศเดียวกันยุคนั้นที่ชอบกันคงเจอสภาพแบบนี้แล้วเศร้า; ;;; แต่ดีนะที่มีปาฏิหารณ์ฮืออไปสร้างครอบครัวเเล้วเอาลูกมาฝากเขาไวๆนะTvT//โดนต่อย

    ขอบคุณที่แต่งหลากหลายแบบมาให้เสพกันเลยนะคะฟฟฟเราจะรออีกนะคะ๕๕๕๕๕๕๕/โดนตรบ สู้ๆนะค่าาา<333

    #3
    0
  7. วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 17:25
    นี่มันพล๊อตฟิคที่เราเฝ้าตามหา!!! ให้ตายฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

    ตอนแรกนึกว่าสตีฟจะเป็นองค์ชาย แต่โทนี่ก็เหมาะดี 55555

    แล้วนั่นอะไร องค์-ชาย-ผู้-เมต-ตา-ต่อ-ทุก-สิ่ง!! ใช่เรอะโทนี่ยยยย์ //โดนมิซไซล์ 



    แงงงงงงงงงงงงงง ปู่ป๋าเอ้ยยยยยยย ไปเถิดไป ไปสร้างอาณาจักรรักในทุ่งกุหลาบขาวกันสองคนนนนนนนนนนนนนน

    ฮว้ากกก เอาจริง ๆแม่งเขิน บ้าเอ้ยย 555555 //ตะกุยจออย่างก้าวร้าว

    ไรท์ขาาาา เอาแบบนี้อีกฟฟฟฟ ฟินเว่ออ //เขย่าแขน

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ  
    #2
    0
  8. #1 umi
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 15:41
    โฮกกกกกกกกกก สครีมใส่รัวๆๆๆๆๆ แบบน้ำตาไหลพรากเลย พี่กวาทำร้ายยยยยยย แงงงงงงง ToT ถ้าไม่ฟื้นนี่คงตบตีคอมรัวๆๆๆ55555 ตอนแรกมาอย่างหวานอ่ะ อ่านไปเขินไป(พี่กวาแต่งเรทได้เยี่ยมไปเลยค่าาา -.,-bbbb// ปาดเลือด )พอเข้าซีนดราม่าปั๊บ บ่อน้ำตาพังทลาย ท่านพ่อโหดร้ายมากกกกทำงี้กะลูกได้ไง ถถถถถถ พี่ธอร์ยึดอำนาจหละดีแล้ว

    ชอบบรูซมากกกก มาในมาดพี่ชายแสนอบอุ่น แอบฟินเบาๆ >_< โอ๊ยยยย แบบชอบอ่ะ รักต้องห้ามมันกร๊าวใจจจจจจจ ฟฟฟฟฟฟ แต่ป๋าแอบเจ้าหญิงมากเรื่องนี้ มุ้งมิ้ง แบ๊วๆ บอบบางน่าทะนุถนอม 5555 ชอบกุหลาบขาวด้วย นางเอกโคตรๆ แบบนี้สิ แคปถึงได้ทั้งรักทั้งหลง//โดนป๋าตรบ 555555 คือไม่รู้จะเมนท์ไรต่อละ แบบบอกได้เลยว่าสุดยอดดดด แต่งมาให้อ่านอีกน้าาา//กอดขาพี่กวา
    #1
    0