Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 9 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    31 ส.ค. 59

บทที่ 8

        สายแล้ว สายแล้ว สายแล้ว!

        ซอกจินบ่นอยู่ในใจพร้อมกับขนของขึ้นรถของตัวเองอย่างเร่งรีบ เมื่อวานก็หลับยาวเลยตั้งแต่ร้องไห้จนเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เกือบสิบเอ็ดโมงของวันนี้แล้ว ซึ่งเวลานัดประชุมของวันนี้ก็คือสิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาเลยต้องรีบแบบนี้ไง

        ดีนะที่ไม่รีบจนลืมให้อาหารเจ ไม่งั้นลูกชายเขาหิวแย่แน่ๆ

        แต่ตอนนี้เขาลืมของของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย -0-

        ช่างมัน ไม่สนแล้วในตอนนี้

        ร่างเพรียวรีบขึ้นรถทางฝั่งคนขับจากก็สตาร์ทเครื่องแล้วขับมันออกไปจากคอนโดอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิต โทรศัพท์ที่วางอยู่ฝั่งข้างคนขับสั่นขึ้นมาทำให้เดือนหน้าหวานหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทโทรมาเขาก็หยิบมันขึ้นมารับทันที

        “ว่าไงอีริน”

        “(ฮัลโหลซอกจิน ใกล้จะประชุมแล้วนะ มาไหวหรือเปล่า เมื่อวานโทรไปก็ไม่รับ)”

        “ไหวๆ ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้ว กำลังจะไป แค่นี้นะ ขับรถอยู่” พูดจบ มือเรียวก็กดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ไป จากนั้นก็เร่งเครื่องยนต์ให้เร็วขึ้น

        แต่ก็ต้องชะลอลงอีกครั้ง เมื่อใครสักคนในชุดนักศึกษาสถาบันเดียวกับเขากำลังยืนอยู่ข้างมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ที่จอดนิ่งอยู่ข้างทาง ท่าทางของชายหนุ่มดูหัวเสียจนซอกจินอดไม่ได้ที่จะจอดรถเข้าที่ข้างทางเพื่อลงไปดู

        เกิดอะไรขึ้นนะ

        “มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นทำเอาคนที่โวยวายกับโทรศัพท์มือถือถึงกับชะงัก ก่อนที่ร่างหนาตรงหน้าจะหันมามองเขา

        “อ้าว พี่ซอกจิน”

        “อ้าว จีมิน” ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกันอย่างคาดไม่ถึง ตอนแรกก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ปาร์คจีมิน เพื่อนสนิทของโฮซอกกับแทฮยองนั่นเอง

        “พี่มาได้ไงครับเนี่ย”

        “คอนโดพี่อยู่แถวนี้น่ะ ว่าแต่เราเถอะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถึงมายืนหัวเสียอยู่ตรงนี้”

        “ก็ลูกรักของผมดันมาเสียกะทันหันตอนนี้น่ะสิครับ โทรหาช่างก็คุยกันไม่รู้เรื่อง แถมไอ้แทฮยองก็โทรมาเร่งอีก” คนน้องได้ที บ่นยาวให้รุ่นพี่ฟัง ซอกจินหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับท่าทางของรุ่นน้องก่อนจะเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง

        “แล้วโทรตามช่างได้หรือยัง ให้พี่ติดต่อช่างคนอื่นให้มั้ย”

        “ไม่เป็นไรแล้วครับ เมื่อกี้บอกให้น้องชายโทรตามช่างให้แล้ว เดี๋ยวอีกสักพักก็คงมาถึง”

        “มีน้องชายด้วย?” เสียงหวานถามอย่างสงสัย เคยคุยกันตั้งหลายรอบ แต่ไม่เห็นเด็กหนุ่มร่างหนาจะพูดถึงน้องชายตัวเอง

        “อะ เอ่อ มีครับ แต่หมอนั่นไม่ได้อยู่ด้วยกันที่บ้านหรอก” จีมินตอบพลางยิ้มแหยๆ ลืมไปว่าร่างเพรียวตรงหน้ารวมถึงคนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องของน้องชายเขา

        ถ้ารุ่นพี่หน้าหวานรู้ว่าใครเป็นน้องชายของเขา ต่อไปซอกจินคงจะไม่อยากมาคุยกับเขาเลยล่ะมั้งเนี่ย = =

        เดือนหน้าหวานมองท่าทางของรุ่นน้องอย่างสงสัย แค่ถามถึงเรื่องน้องชายเองนะ ทำไมต้องทำท่าทางประหลาดๆ แบบนั้นด้วย

        ช่างมันเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย

        “แล้วนี่จะไปมอยังไงล่ะ”

        “ก็...คงไปแท็กซี่ล่ะมั้งครับ ให้พวกมันรอหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก”

        คนหน้าหวานมองร่างหนาที่มีท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด ร่างเพรียวจึงก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเอ่ยออกไป

        ไหนๆ ก็สายแล้ว คงไม่เป็นไรหรอก

        “งั้นไปกับพี่ก็ได้นะ”

        “เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ซอกจิน ผมเกรงใจ” เสียงทุ้มรีบปฏิเสธ ไม่อยากจะรบกวนคนเป็นพี่ให้วนรถไปคณะบริหารและอ้อมกลับไปที่คณะตัวเอง

        อีกอย่าง เขาไม่อยากจะเอาตัวเองไปเสี่ยงในสงครามของเพื่อนสนิทกับน้องชายสายเลือดเดียวกัน แค่นี้ก็วุ่นวายจะตายแล้ว

        “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงพี่ก็จะไปมออยู่แล้ว ไปด้วยกันนี่แหละ ประหยัดดีด้วย”

        “เอ่อ แต่ว่า...” จีมินพยายามหาทางเอ่ยปฏิเสธ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เขารีบมากแค่ไหน

        ไม่เป็นไรหรอกมั้ง แค่นั่งรถไปด้วยกันเอง

        “งั้นผมรบกวนด้วยนะครับ”

 

        บรรยากาศในรถของซอกจินเงียบจนน่าอึดอัด

        มีเพียงแค่เสียงเพลงจากวิทยุที่ดังขึ้นคลอเบาๆ ทำลายบรรยากาศที่มาคุ แต่คนที่มีความลับอย่างปาร์คจีมินที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็ได้แต่เงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะชวนคนพี่คุยอะไรสักอย่าง

        กลัวว่าพูดไปพูดมาจะหลุดเรื่องของจองกุกออกมาน่ะสิ

        แม้ในใจเขาจะอยากลองถามเรื่องความสัมพันธ์ของน้องชายตัวเอง คนหน้าหวานข้างๆ และเดือนหน้าหล่อผู้เป็นเพื่อนสนิทของตัวเองก็เถอะ

        “ชวนพี่คุยได้นะ” เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นมาทำเอาคนน้องสะดุ้งเล็กน้อย “พี่เห็นนายทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง ถามมาได้นะ ถ้าพี่ตอบได้ก็จะตอบ”

        “อ่า ครับ” เสียงทุ้มตอบรับก่อนจะนิ่งไปสักพักเพื่อหาทางเข้าเรื่อง “เอ่อ จะว่าไป ช่วงนี้แทฮยองไม่ค่อยอยู่ที่คณะเลยนะครับ พองานเสร็จปุ๊บก็หายไปเลย ไม่รู้ว่ารีบไปไหนของหมอนั่น”

        “ก็มาหาพี่ที่คณะนี่แหละ” ซอกจินหัวเราะเบาๆ “วันหลังหัดให้งานเพื่อนเยอะๆ บ้างนะ จะได้เลิกมาก่อกวนพี่สักที นี่มาบ่อยจนคนในคณะเข้าใจผิดไปหลายคนแล้วนะ”

        “หมอนั่นก็เป็นอย่างนั้นแหละครับพี่ซอกจิน ^o^ ช่วงนี้ก็วุ่นวายหน่อยนะครับ มีคนจับตามองเรื่องของพี่เยอะเลย”

        “พี่ว่าเรื่องของพี่ก็ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้นนะ” ร่างเพรียวหัวเราะอีกครั้ง “ชมรมหนังสือพิมพ์น่าจะเอาเวลาไปสนใจกิจกรรมของมหาลัยดีกว่ามาสนใจนักศึกษาอย่างพี่นะ”

        “ก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ พี่ก็เป็นถึงเดือนคณะที่เคยได้เข้ารอบชิงเป็นเดือนมหาลัยเลยนะ แถมแทฮยองก็ยังเคยเป็นตัวเต็งเดือนมหาลัยด้วยถ้ามันไม่ขาแพลงไปก่อน ไหนจะรุ่นน้องที่ชื่อจองกุกอีก ได้ข่าวว่าเขาดังมากเลยนะครับในคณะพี่ ไม่แปลกหรอกที่คนจะสนใจเรื่องความรักระหว่างคนดังทั้งสามคน”

        จีมินเอ่ยพร้อมกับลอบมองปฏิกิริยาของคนพี่ ซึ่งก็ได้ผล แววตาของซอกจินเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินชื่อของน้องชายเขา แต่เพียงวูบเดียวมันก็กลับมาเป็นปกติ

        แต่เป็นปกติที่เรียบนิ่งจนร่างหนาถึงกับขนลุกวาบ

        “เดี๋ยวข่าวก็ซาลงแหละ” เสียงหวานตอบนิ่งๆ “ยังไงถ้าคนอื่นรู้ว่าสำหรับพี่ แทฮยองก็เป็นน้องชายที่สนิท ส่วนจองกุกก็เป็นแค่รุ่นน้องในคณะ ทุกคนก็คงเลิกสนใจเองแหละ”

        จบประโยค บรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

        ร่างหนาแอบลอบมองซอกจินที่ขับรถที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานและดวงตาคู่สวยที่เรียบนิ่งทำเอาจีมินถึงกับไม่กล้ามองต่อ

        ไม่ใช่แค่แทฮยองหรอกที่เป็นศัตรูที่เหมาะสมกับน้องเขา

        หนุ่มรุ่นพี่คนนี้ก็ดูจะไม่ใช่แฟนเก่าที่แสนเปราะบางอย่างที่จองกุกเคยเล่าให้เขาฟัง

        เพราะถึงภายนอกซอกจินจะดูบอบบางและแตกสลายง่ายอย่างที่น้องชายของเขาเล่าแค่ไหน แต่จากสายตาของร่างเพรียวนั้นทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใน

        ต่อให้ต่อหน้าจองกุก ร่างเพรียวจะอ่อนแอแค่ไหน

        แต่ความเป็นไปได้ที่รุ่นพี่คนนี้จะยอมเดินกลับมาหาน้องของเขานี่แทบจะไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว

        จองกุกได้เจอคนที่สมน้ำสมเนื้อแล้วจริงๆ

 

        “ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” จีมินเอ่ยเมื่อรุ่นพี่หน้าหวานมาส่งเขาที่คณะเรียบร้อยแล้ว ร่างเพรียวส่งยิ้มให้กับหนุ่มรุ่นน้องแล้วเอ่ยตอบกลับไป

        “ไม่เป็นไรหรอก แล้วเรื่องรถถ้าอยากให้พี่ช่วยอะไรก็ติดต่อมาได้นะ เอาเบอร์พี่จากแทฮยองก็ได้ หมอนั่นมีอยู่แล้ว”

        “ได้ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่ซอกจิน” ร่างหนาส่งยิ้มกลับไปก่อนจะยืนรอสักพักให้รถของรุ่นพี่ออกไปจากคณะ จีมินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปให้ตึก

        แต่ก็ต้องหยุดเมื่อเสียงริงโทนที่เขาตั้งไว้ให้แตกต่างจากคนอื่นๆ ดังขึ้น

        “ว่าไงจองกุก”

        ใช่แล้ว น้องชายที่พวกเขาจงใจปกปิดความสัมพันธ์ไม่ให้ใครรู้นั่นเอง

        “(ช่างไปเอารถพี่หรือยัง)”

        “อื้อ ไปเอาแล้ว ขอบใจนะที่เป็นธุระให้กู”

        “(ไม่เป็นไรหรอก)” เสียงทุ้มปลายสายเงียบไปสักพัก “(ก็ว่าอยู่ ไม่งั้นพี่คงไม่มาพร้อมกับพี่จินหรอก จริงมั้ย?)”

        เสียงนิ่งๆ ของน้องชายทำเอาจีมิน ชายหนุ่มหันมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาตัวของจองกุก แต่ก็ไม่พบเจอคนที่คล้ายน้องชายตัวเองแต่อย่างใด

        “เห็นด้วยงั้นเหรอ”

        “(ก็ตอนแรกว่าจะไปบอกพี่ตัวต่อตัวนี่แหละ เลยไปเห็นพอดี)” จองกุกยังคงเอ่ยเสียงนิ่ง “(ไม่ได้คิดจะทำอะไรใช่มั้ยจีมิน)”

        “เปล่านี่ กูบอกแล้วไงว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องของมึง ที่มากับพี่เขาได้ก็เพราะว่ารถกูเสียแล้วพี่เขาก็บังเอิญมาเจอจริงๆ”

        “(แน่ใจนะ)”

        “แค่นี้ชีวิตกูก็วุ่นวายพอแล้วเถอะ กูไม่เอาตัวเองไปยุ่งกับเรื่องของมึงให้ปัญหามันเพิ่มขึ้นหรอก”

        “(...)”

        “อ้อ แต่เมื่อกี้กูแอบถามอะไรบางอย่างจากพี่เขามา เห็นแก่ที่มึงเป็นน้องกู กูก็จะบอกให้มึงรู้ไว้”

        “(...)”

        “พี่จินเขาไม่เหมือนเดิมแล้วจริงๆ นะ เขาไม่ใช่คนเดิมที่ยอมให้มึงทุกอย่างแล้วจริงๆ”

        “(...)”

        “กูมั่นใจว่ากูไม่ได้คิดไปเอง ความเข้มแข็ง ความเฉยชาในสายตาของพี่จินมันมีอยู่จริงนะเว้ย”

        “(...)”

        “ทำอะไรก็คิดให้ดีเถอะจองกุก กูไม่อยากให้มึงทำเรื่องวุ่นวายอีกต่อไปแล้ว”

        “(...)”

        “ไม่ได้รักเขาก็แค่ปล่อยเขาไป หลังจากทิ้งพี่เขาไปกูก็เห็นมึงมีแฟนใหม่ได้ปกติ ทำไมตอนนี้ถึงอยากได้พี่เขากลับไปอีก”

        “(...ผมมีเหตุผลของผม พี่ไม่ต้องยุ่งหรอก)” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบกลับมาหลังจากที่เงียบไปนาน “(ไม่ต้องมาพูดให้ผมเปลี่ยนใจหรอก ต่อให้พี่จินจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง แต่สุดท้าย ผู้ชนะต้องเป็นผม)”

        “จองกุก...”

        “(ถ้าพี่พูดอีก ผมจะถือว่าพี่ช่วยไอ้แทฮยอง)”

        “...”

        “(บอกว่าจะไม่ยุ่งก็ไม่ต้องยุ่งสักเรื่องเลยเถอะจีมิน ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเรื่องมันจะวุ่นวายหรือจะต้องมีใครเสียใจ คนคนนั้น ไม่มีทางเป็นผม)”

 

        “ถ้าไม่มีใครมีอะไรแล้ว วันนี้ก็แค่นี้เนอะ เดี๋ยวพี่ระเบียบประชุมต่อด้วยค่ะ” ฮยอนอาบอกแค่นั้นแล้วเรียกพี่ระเบียบหรือพี่ว้ากทั้งหมดไปประชุมนอกรอบ ซอกจินและฮเยมินยืดแขนบิดตัวหลังจากที่นั่งประชุมมาเป็นเวลานาน ก่อนที่ฮเยมินจะลุกออกไปเพราะถูกหัวหน้าฝ่ายสันฯ เรียกตัวไปประชุม ก็เหลือแค่เดือนหน้าหวานที่กำลังเก็บของของตัวเอง นึกดีใจที่วันนี้ปล่อยไวกว่าปกติ เขาจะได้กลับไปดูแลกระต่ายน้อยของเขาได้อย่างเต็มที่ไง ><

        “ซอกจิน/พี่จิน ^o^” เสียงหวานสดใสกับเสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยเรียกความสนใจของเจ้าของชื่อได้ทันที ร่างเพรียวหันไปมองที่ประตู ก็พบกับแทฮยองที่ส่งรอยยิ้มร่าเริงมาให้กับ พโยฮเยมิสาวสายแบ๊วหน้าตาน่ารักแห่งคณะพยาบาลศาสตร์ เพื่อนสนิทในกลุ่มเทพธิดาที่ส่งยิ้มน่ารักมาให้เขา

        “อ้าว สวัสดีฮเยมิ แล้วมาพร้อมกันได้ยังไงเนี่ย” เสียงหวานถามอย่างสงสัย ก็สองคนนี้รู้จักกันที่ไหนล่ะ เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกันแบบนี้มันไม่แปลกหรือไง

        “แหม ไม่ต้องหวงหรอกน่าซอกจิน ฉันแค่เจอน้องเขาอยู่ที่หน้าประตูก็เลยเดินเข้ามาพร้อมกันแค่นั้นเอง >< ว่าแต่ ฮยอนอาล่ะ?”

        “ไปประชุมพี่ระเบียบอยู่อีกห้องน่ะ”

        “อ่อ งั้นฉันยังไม่กวนดีกว่า เดี๋ยวพอยัยนั่นเลิกก็คงโทรมาเอง” สาวหวานพูดเหมือนพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมาหาเดือนคณะวิทย์อีกครั้ง “งั้นฉันไปก่อนนะ ^^

        “อ่า โชคดีๆ” ซอกจินโบกมือแล้วมองตามร่างบางของฮเยมิ รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างระหว่างสาวแบ๊วคนนี้กับสาวโหดของคณะ

        เดี๋ยวต้องไปสืบๆ จากฮเยมินแล้วล่ะว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน

        “มองตามรุ่นพี่ฮเยมิตาไม่กะพริบเลยนะครับ ผมหึงนะเนี่ย” เสียงทุ้มที่เอ่ยทีเล่นทีจริงทำให้ซอกจินตื่นจากความคิด คนหน้าหวานหันไปมองรอยยิ้มทะเล้นของคนที่มานั่งข้างๆ ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ก่อนจะถอนหายใจ

        “บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดจาแบบนี้น่ะ คนเขาเข้าใจผิดหมด”

        “ก็ผมจีบพี่ ผมก็มีสิทธิหึงหรือเปล่า ^o^ ว่าแต่ตอนนี้พี่ว่างหรือยังครับ ผมอยากชวนไปร้านสัตว์เลี้ยงหลังมอหน่อย”

        “ร้านสัตว์เลี้ยง?”

        “ครับ พอดีผมอยากได้แมวไปเลี้ยงที่บ้านน่ะ แต่ไม่รู้จะเอาพันธุ์ไหนดี เลยอยากให้พี่ไปช่วยเลือกหน่อยน่ะครับ”

        “อ่า ได้สิๆ งั้นรอพี่เก็บ...”

        “ซอกจิน มาทางนี้แป๊บนึง” เสียงของเพื่อนจากหน่วยพยาบาลดังขัดขึ้นมา ซอกจินหันไปตอบรับก่อนจะหันมายิ้มแห้งๆ ให้รุ่นน้อง

        “เอ่อ คงไปไม่ได้แล้ว...”

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมรอได้”

        “แน่ใจนะ นายไม่มีอย่างอื่นต้องรีบไปทำหรือไง” ร่างเพรียวถามอย่างสงสัย คือไม่จำเป็นต้องรีบตอบขัดเขาขนาดนั้นก็ได้มั้ง - -

        “ไม่มีเลย วันนี้ผมว่างมากกกกกก ^o^ มีเวลารอพี่นานโขเลยแหละ”

        พูดเหมือนตัวรุ่นพี่หน้าหวานเป็นคนอยากได้แมวนะจ้ะ -0-

        “อ่าๆ งั้นรอแป๊บแล้วกัน” ร่างเพรียวตัดบทแค่นั้นแล้วเดินออกไปหาเพื่อนที่มาเรียกเมื่อสักครู่ แทฮยองมองตามรุ่นพี่หน้าหวานพร้อมกับยิ้มออกมา

        คราวนี้เขาไม่ได้โกหกนะ แม่ของเขาอยากได้แมวไปเลี้ยงที่บ้านจริงๆ

        เพียงแต่เขาอยากจะให้พี่ซอกจินไปด้วยกันก็เท่านั้นเอง J

        แค่คิดถึงตอนเย็นก็มีความสุขแล้ว

        ครืดๆ~

        เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นทำเอาร่างสูงตื่นจากความคิด แทฮยองล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าเสียงสั่นเมื่อครู่ไม่ได้มาจากโทรศัพท์ของเขา

        แล้วมันมาจากไหนล่ะ

        ดวงตาคู่คมเหลือบไปเห็นโทรศัพท์เครื่องใหญ่สีชมพูที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ร่างสูงจำได้ว่ามันเป็นของรุ่นพี่หน้าหวาน ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้แทฮยองถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์ของซอกจินมาดู

 

        เลิกประชุมแล้วมาหาผมที่ตึกของเมเจอร์หน่อย ผมอยากพาพี่ไปที่ที่นึง – JK’

 

        เจเค?

        เจเคไหนวะ

        แทฮยองขมวดคิ้วอย่างสงสัย ตอนนี้มีใครมาจีบรุ่นพี่ของเขาด้วยหรอ

        แต่แล้ว ชื่อหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวก็ทำเอาเดือนของบริหารถึงกับชะงัก

        เจเค...

        จองกุกสินะ

        ต้องใช้แน่ๆ ดูจากสำนวนและรูปประโยค คนที่กล้าใช้ประโยคในเชิงบังคับกับเดือนหน้าหวานก็มีแค่ไอ้เด็กเวรคนนั้นนั่นแหละ

        ถ้าเขาจะทำในสิ่งที่คิดว่าปกป้องคนที่เขารักได้ เขาจะผิดมั้ย

        มือหนากำลังจะเลื่อนปลดล็อกโทรศัพท์สีหวาน แต่เสียงห้าวที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาในหัวก็ทำให้แทฮยองชะงักสิ่งที่กำลังจะทำได้ทันที

 

        สองคนนั้นมีบางอย่างที่มึงไม่ควรเข้าไปยุ่ง

 

        ‘...มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทุกคนไม่ควรไปยุ่ง เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

 

        ‘...แต่ถ้าไม่เชื่อที่กูพูด ก็คอยดูเอาแล้วกัน

 

        เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าถ้าเขาออกตัวปกป้องพี่ซอกจินของเขา มันจะเกิดอะไรขึ้น

        เมื่อคิดอย่างนั้น มือหนาก็จัดการเลื่อนปลดล็อกโทรศัพท์ของร่างเพรียว ลบข้อความของจองกุกที่ส่งเข้ามาและวางมันลงที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        เอาล่ะ วันนี้คงต้องยกเลิกนัดกับเดือนหน้าหวานไปก่อน

        ถึงจะเสียดายก็เถอะ แต่สิ่งที่จะไปทำในตอนนี้สำคัญกว่า

        แล้วเจอกันที่ตึกภาคชีววิทยานะ จอนจองกุก J

 

        สี่โมงครึ่งแล้ว น่าจะเลิกประชุมได้แล้วนะ

        จองกุกก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองในขณะที่ยืนพิงลูกรักราคาเหยียบหกหลักของตัวเองรอคนที่เขานัดไว้ ตอนนี้ก็น่าจะได้เวลาที่รุ่นพี่ของเขาควรจะมาได้แล้วนะ คนอย่างคิมซอกจินไม่น่าจะกล้าขัดใจเขาหรอก

        “ไม่ทราบว่ามารอใครหรอครับ จอนจองกุก” เสียงทุ้มกวนประสาทที่เคยได้ยินเรียกให้ร่างสูงหันไปหาทันที แทฮยองที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าหล่อคมทำให้จองกุกขมวดคิ้วอย่างสงสัย

        แต่เสียงทุ้มก็ยังเอ่ยกวนประสาทผู้ที่เป็นศัตรูของตัวเอง

        “นี่มันตึกเจอร์กู มึงนั่นแหละ คนที่ไม่สมควรมีธุระแถวนี้เสนอหน้ามาทำอะไรไม่ทราบ”

        “ก็ไม่ได้อยากมาหรอก แค่กลัวคนบางคนจะรอเก้อเพราะนัดพี่จินไว้แต่เขาก็ดันไม่อยากมาเจอตามนัดน่ะสิ”

        ท่าทางของรุ่นน้องเปลี่ยนไปทันทีที่แทฮยองพูดจบ ตาคมมองหน้าเดือนบริหารที่ยังคงส่งยิ้มมุมปากมาให้ด้วยความสงสัย

        “รู้ได้ไงว่ากูนัดพี่จินไว้”

        “แล้วมึงคิดว่าไงล่ะ” แทฮยองขยับเข้าไปใกล้จองกุกมากขึ้น “พี่เขาไว้ใจกูมากนะรู้มั้ย ไม่งั้นไม่ให้กูมาแทนหรอก”

        การยั่วโทสะของแทฮยองดูจะได้ผลเป็นอย่างดี มือหนาของรุ่นน้องกระชากคอเสื้อของเดือนผิวเข้มไว้ทันที นัยน์ตาคมวาวโรจน์ก่อนจะกัดฟันเอ่ยออกมา

        “เมื่อไหร่ไอ้ตัวน่ารำคาญอย่างมึงจะเลิกยุ่งกับเรื่องของกูสักทีวะ”

        “ก็แล้วเมื่อไหร่ไอ้เลวอย่างมึงจะเลิกยุ่งกับพี่จินสักทีล่ะ” เดือนบริหารเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้ามองพี่เขาเป็นแค่ของเล่นก็ปล่อยให้พี่เขามาหากูไม่ดีกว่าเหรอวะ”

        “กูจะทำอะไรมันก็เรื่องของกู ไม่ต้องเสือก!

        “ก็สิ่งที่มึงทำมันเกี่ยวข้องกับคนที่กูรัก กูจะไม่เสือกได้ไงวะ!

        “อย่ายุ่งกับของของกู”

        “มึงนั่นแหละ อย่ายุ่งกับ คนรักของกู!

        “ไอ้แทฮยอง!!” ความอดทนของจองกุกมาได้แค่นี้ หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่มุมปากของเดือนผิวเข้มอย่างแรงซึ่งแทฮยองก็ไม่ได้ยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว หมัดของเขาก็เข้ากระแทกเข้าที่ข้างแก้มของจองกุกด้วยแรงที่ไม่ต่างกัน

        แต่ก่อนที่จะเจ็บตัวกันมากกว่านี้ เสียงห้าวของใครบางคนก็ขัดขึ้นมาก่อน

        “หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!” ราวกับหนังม้วนเดิมแต่เพียงคราวนี้กลายเป็นฮเยมินที่มากับเดือนตัวขาวแทนนัมจุน ยุนกิวิ่งเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่แล้วดันแทฮยองให้แยกออกมาในขณะที่หญิงสาวหนึ่งเดียวก็คว้าแขนจองกุกไว้

        “พวกมึงจะเจอกันโดยไม่สร้างปัญหาสักครั้งได้มั้ยวะ” เสียงห้าวบ่นออกมาอย่างหัวเสีย ก็เขากำลังกินข้าวกับคนรักและน้องชายตัวเองอยู่ดีๆ ก็ต้องพรวดพราดออกมาทันทีที่ฮเยมินโทรไปบอกว่าเจอไอ้สองคนนี่กำลังทะเลาะกันอยู่ จะไปห้ามเองก็คงจะสู้แรงผู้ชายตัวใหญ่ทั้งสองคนไม่ไหว ก็เลยต้องโทรตามเขามาแบบนี้

        โฮซอกน่ะเข้าใจการกระทำของเขาอยู่แล้ว แต่กับนัมจุนนี่สิ เพิ่งเคลียร์กันได้เมื่อวานเองนะ ไม่รู้จะคิดไปไกลถึงไหน

        ไอ้พวกเด็กเวร หาเรื่องให้เขามีปัญหากับคนรักได้ตลอดเวลาจริงๆ = =

        “อีริน พาจองกุกไปทำแผลที ส่วนแทฮยอง มากับกูเดี๋ยวนี้เลย” ว่าเสร็จก็ลากเดือนผิวเข้มออกไปทันที เมื่อมาเห็นว่าออกมาไกลพอสมควรแล้ว ยุนกิก็หันไปเผชิญกับร่างสูงที่ตัวเองลากมาทันที

        “มึงทำอะไร”

        “...”

        “กูทำว่ามึงทำอะไรลงไป ไอ้แทฮยอง!

        “...”

        “ที่มีเรื่องกับไอ้เด็กนั่นน่ะ เรื่องจินใช่มั้ย”

        “...”

        เพราะแทฮยองที่เอาแต่เงียบจนน่าหงุดหงิด ทำให้ยุนกิรู้ทันทีว่าที่ตัวเองเดาๆ ไปมันถูกต้อง มือเรียวยกขึ้นเสยผมสีอ่อนที่ชุ่มเหงื่อของตัวเองเพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะกระชากคอเสื้อของแทฮยองไว้ทันที

        “ทำไมมึงไม่ฟังกูบ้างวะไอ้แทฮยอง ต้องให้กูบอก ให้กูห้ามอีกกี่รอบวะว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องของสองคนนั้น ทำไมมึงเข้าใจอะไรยากขนาดนี้วะ”

        “ก็จะไม่ให้ผมยุ่งได้ยังไง พี่ก็น่าจะรู้นะว่าไอ้เด็กนั่นมันร้ายใส่พี่จินแค่ไหน” ร่างสูงเสียงดังบ้าง พร้อมกับดึงมือของร่างเล็กออกจากคอเสื้อของตัวเอง “ผมไม่มีสิทธิจะปกป้องคนที่ผมรักเลยเหรอพี่ยุนกิ!

        “กูไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น แต่มันก็มีวิธีอื่นที่มันไม่ต้องมาระรานไอ้จองกุกแบบนี้”

        “พี่จะเข้าข้างไอ้เด็กนั่นไปถึงไหน ปากพี่บอกไม่ได้เข้าข้างมัน แต่การกระทำของพี่ มันต่างจากไอ้เลวนั่นตรงไหน”

        “กูไม่ได้เข้าข้างมัน ไอ้จินมันเพื่อนกูนะ เรื่องอะไรกูจะเข้าข้างคนที่ทำร้ายเพื่อนกู” เดือนวิศวะเริ่มหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม “นี่มึงโง่หรือโง่กันแน่วะ ที่กูห้ามมึงทุกวันนี่ยังดูไม่ออกอีกหรอ”

        “ขนาดพี่ยังดูไม่ออกเลย เรื่องความสัมพันธ์บ้าบอของสองคนนั้นผมจะไปดูออกได้ยังไง” เสียงทุ้มประชด แต่เสียงห้าวก็ย้อนกลับไปทันที

        “เรื่องนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่นี่เป็นเรื่องที่มึงสมควรจะมองออก ไอ้โง่” อดไม่ได้ที่จะด่าออกไป “ไม่รู้กูก็จะบอกให้ มึงก็เคยเห็นออกจะบ่อยนี่ เวลาที่จองกุกมันทำร้ายไอ้จินน่ะ มันเกิดขึ้นเพราะอะไร”

        “...”

        “เพราะมีคนไปยั่วโมโหหรือไปกระตุกต่อมมันใช่มั้ย มันเลยเป็นหมาบ้าไปทำร้ายเพื่อนกูแบบนั้น”

        “...”

        “ทีนี้เข้าใจกูหรือยัง ว่าทำไมกูต้องห้ามไม่ให้มึงไปยุ่งกับจองกุก ส่วนหนึ่งก็เพราะเวลาที่มันโมโห มันก็จะเอาไปลงกับคนที่มันมองว่าเป็นของเล่น ซึ่งในตอนนี้ของเล่นชิ้นนั้นก็คือคิมซอกจิน”

        “...”

        “แต่มึงก็แม่ง... ไม่เคยจะเข้าใจเลย” ไม่ทันจะได้ว่าอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของคนตัวขาวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ มือเรียวยกมันขึ้นรับ “ว่าไงอีริน... ฮะ! ไอ้จองกุกกลับไปแล้วหรอ แล้วเธอก็ปล่อยให้มันไปเนี่ยนะ เออๆ ช่างเถอะ แค่นี้นะ”

        ตาคมมองรุ่นพี่ด้วยท่าทีสงสัย จากที่ช็อกเพราะความจริงไปเมื่อครู่ก็ต้องมางงกับท่าทีร้อนรนเกินเหตุกับการที่แค่ศัตรูหัวใจของเขาแยกตัวออกไปแล้ว

        “พี่ยุนกิ...”

        “มากับกู เดี๋ยวนี้เลย” ไม่ว่าเปล่า มือบางยังคว้าข้อมือแกร่งแล้วลากให้เดินตามตัวเอง แต่คนเป็นน้องก็ยังขืนตัวไว้

        “เดี๋ยวครับ พี่จะพาผมไปไหน”

        “ไปดูผลงานที่มึงก่อไว้ไง” เสียงห้าวบอก “ตามมา กูจะพาไปดูเอง”

 

        ซอกจินกำลังมองกระต่ายน้อยของตัวเองที่กระโดดเล่นบนเตียงอย่างมีความสุข

        ใบหน้าหวานซบลงบนแขนของตัวเองก่อนจะใช้นิ้วแตะลงบนจมูกเล็กๆ ของเจ้าตัวน้อยที่กระโดดเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าสวย นานๆ ทีจะได้ผ่อนคลายกับลูกชาย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เขามีความสุขจริงๆ นะ

        กริ๊ง!ๆๆๆๆๆ

        เสียงแสบแก้วหูที่ดังขึ้นรัวๆ ทำเอาเดือนหน้าหวานและลูกชายถึงกับสะดุ้ง เจรีบกระโดดมามุดแถวแขนเรียวในขณะที่ซอกจินก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไอ้บ้าที่ไหนมากดกริ่งห้องของเขาถี่ๆ แบบนี้

        นี่ถ้าไม่ใช่ไฟไหม้คอนโดก็ต้องมีเรื่องด่วนมากจริงๆ นะเนี่ย -0-

        งั้นรีบไปดูก่อนแล้วกัน ก่อนที่เจตัวน้อยจะตกใจเพราะเสียงกริ่งไปมากกว่านี้

        คิดดังนั้นก็อุ้มเจไปใส่ในกรงแล้วเดินออกไปที่ประตูของห้องพักตัวเอง

        “รู้แล้วๆๆ กดรัวขนาดนี้กลัวไม่ได้ยินเหรอ” เสียงหวานพูดติดตลก ก่อนรอยยิ้มจะหายไปเมื่อว่าใครมากดกริ่งหน้าห้องตัวเอง “จองกุก...”

        แต่ยังไม่ทันที่ร่างเพรียวจะได้ทำอะไรมากกว่านี้ คนตัวเล็กกว่าก็โดนผลักเข้าไปในห้องก่อนจะถูกกดไหล่ไว้กับผนังจนต้องนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ

        “อะ อะไรของนาย แล้วหน้านายไปโดน...”

        “คิดว่าทำแบบนี้แล้วพี่จะหนีผมพ้นหรือไง!!” เสียงทุ้มไม่ตอบแต่ตวาดเสียงดังกลับมา ในขณะที่ซอกจินได้แต่ขมวดคิ้ว

        เขาไปทำอะไรไว้เหรอ

        “พูดบ้าอะไรของนาย แล้วก็ปล่อยด้วย มันเจ็บ”

        “คิดว่าทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วจะรอดหรือไง!” ไม่ว่าเปล่า ยังออกแรงกดไหล่ร่างคนเป็นพี่จนแทบจะแหลกคามือ “ทำไมช่วงนี้ถึงมีแต่ตัวน่ารำคาญ ทั้งรุ่นพี่โซจิน รุ่นพี่มินฮา รุ่นพี่อีริน ไหนจะไอ้แทฮยองอีก!

        “ช่วยพูดให้รู้เรื่องหน่อยได้มั้ย” เสียงหวานเอ่ยอย่างหงุดหงิดที่ถูกทำรุนแรงโดยไร้สาเหตุ “แล้วพวกนั้นมาเกี่ยวอะไรด้วย”

        “หรือผมต้องทำให้พวกนั้นรู้ว่าพี่เป็นของของผม ถึงจะได้เลิกมาวุ่นวายกับเรื่องของเราสักที” จองกุกยิ้มมุมปาก “แล้วก็ทำให้พี่รู้ตัวสักทีว่าตัวเองไม่มีสิทธิหนีผมไปไหน”

        “พูดอะไรของนายฮะ พี่ชักจะ อื้อ!” ยังไม่ทันจะถามจบ ปากหยักก็เข้ามาทาบทับบนปากอิ่มอย่างรวดเร็วจนคนหน้าหวานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สัมผัสที่จาบจ้วงและรุนแรงทำให้มือเรียวยกขึ้นทุบที่อกแกร่งอย่างแรงเพื่อให้ร่างสูงยอมปล่อย แต่ก็ไม่ได้ผล มือใหญ่คว้าข้อมือเรียวแล้วกดมันแนบผนังก่อนที่ริมฝีปากจะส่งสัมผัสที่เต็มไปด้วยโทสะไปให้

        ซอกจินหลับตาแน่นเมื่อฟันคมของรุ่นน้องกัดลงบนปากล่างของจนได้เลือด สัมผัสที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเป็นพี่เริ่มน้ำตาคลอด้วยความกลัว

        นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่ เขางงไปหมดแล้ว

        จองกุกยอมผละออกไปเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบนแก้มนุ่ม ตาคมมองหน้าของคนในพันธนาการเล็กน้อยก่อนที่มือหนาจะยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้รุ่นพี่อย่างแผ่วเบา

        “โอ๋ๆ แค่นี้ถึงกับร้องไห้เลยหรอครับ คนสวยของผม”

        “นาย...”

        “ใจเย็นๆ สิ มันกำลังจะเริ่มต่างหาก” รอยยิ้มร้ายกาจถูกส่งไปให้คนหน้าหวานก่อนที่ใบหน้าหล่อจะเข้าไปซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอขาว ปากหยักขบเม้มผิวขาวอย่างแรงจนซอกจินสะดุ้ง มือบางพยายามดันตัวรุ่นน้องพร้อมกับปัดมือร้อนที่สอดเข้ามาสัมผัสใต้เสื้อแต่ก็ดูเหมือนแรงของเขาจะไม่สามารถสู้จองกุกได้เลย

        “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย! ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้!!

        “อยู่นิ่งๆ ผมกำลังจะทำให้พี่มีความสุขอยู่นะ”

        “ความสุขบ้าอะไร อ๊ะ!” เสียงหวานร้องออกมาเมื่อริมฝีปากของรุ่นน้องสัมผัสบนกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นเสื้อออกมาในขณะที่มือใหญ่ก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวแผ่นอกบาง ซอกจินพยายามกดอารมณ์ที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา สมองสั่งให้เขาต่อต้านกับสิ่งที่รุ่นน้องกำลังทำกับร่างกายของเขา

        “ปล่อย!! อย่ามายุ่งกับฉัน!!!

        “เลิกปฏิเสธสักที ยังไงวันนี้ผมก็ไม่ปล่อยพี่ไปแน่” พูดจบ ก็กระชากเสื้อของร่างเพรียวจนกระดุมหลุดกระเด็น ซอกจินร้องเสียงหลงแต่เสียงหวานก็ถูกรุ่นน้องดูดกลืนไปอีกครั้ง

        “อื้อ!!! อื้อ!!!!” คนเป็นพี่ครางประท้วงในลำคอ พยายามหลีกหนีสัมผัสรุนแรงที่ส่งเข้ามาแต่ทำยังไงก็ไม่พ้น น้ำตายังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย

        ยังไงเขาก็เอาตัวรอดไม่ได้ใช่มั้ย

        โอเค อยากทำอะไรก็ทำเลย เขายอมแล้ว

        จองกุกที่เห็นว่าคนพี่นิ่งไปก็ยอมผละออกมา ใบหน้าสวยที่แดงจัดและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาทำให้ร่างสูงชะงักไปได้ทันที

        “ไม่เป็นบ้าต่อแล้วหรอ” เสียงหวานเอ่ยอย่างสั่นเครือ “พี่ไม่รู้ว่ามีใครไปทำอะไรให้นายนะ แต่พี่บอกไว้เลยว่าพี่ไม่รู้เรื่อง”

        “...”

        “หยุดทำร้ายกันสักทีจะได้มั้ย พี่เป็นคน พี่มีความรู้สึกนะเว้ย นายไม่คิดบ้างหรอว่าพี่เจ็บแค่ไหนกับการที่ต้องมารองรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของนายทั้งที่พี่ก็ไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด”

        “...”

        “ปล่อยกันไปสักทีเถอะ นายจะยังต้องการอะไรจากของเล่นเก่าชิ้นนี้นักหนาวะ ขอร้องล่ะ ถ้าไม่รักก็ปล่อยกันไปสักที”

        “...ทำไมต้องเสียเวลาขอวะ ทั้งๆ ที่ผมก็บอกพี่ไปแล้วว่าถ้าผมยังไม่เบื่อ ยังไงผมก็ไม่มีทางปล่อยพี่ไป” จองกุกเอ่ยออกมาหลังจากที่เงียบไปนาน

        ซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้น้ำตาของร่างเพรียวไหลออกมามากกว่าเดิม

        “...”

        “เลิกพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้สักที” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป พอพ้นสายตาของร่างสูง ซอกจินก็ค่อยๆ ทรุดลงนั่งลงกับพื้น มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองแต่ก็ยังไม่สามารถห้ามน้ำตาของตัวเองได้เลย

        เขาจะต้องอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

        จะต้องมานั่งระแวงเด็กนี่อีกนานไหม

        เขาเหนื่อยแล้วนะ เหนื่อยมากเกินไปแล้วจริงๆ

        “ไอ้จิน!!/พี่จิน!!” เสียงของคนที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางหน้าประตูแต่เขาก็ไม่มีแรงหันไปมอง รู้เพียงแค่ว่ามีใครสักคนเข้ามากอดเขาไว้และอีกคนหนึ่งก็ตบไหล่เขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม

        แทฮยองกดหัวรุ่นพี่ที่ตัวเองรักให้ซบลงบนไหล่กว้างของตัวเอง ภาพของซอกจินที่นั่งร้องไห้กับพื้นในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและเหมือนจะแตกสลายไปได้ตลอดเวลามันบีบหัวใจเขาจนปวดหนึบไปหมด มือหนาลูบหลังคนในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้ามามองเพื่อนสนิทของร่างเพรียวที่ตบไหล่ปลอบอยู่

        “ไว้ค่อยคุยกัน” ยุนกิบอกแค่นั้น แทฮยองจึงหันไปสนใจกับการปลอบคนที่ตัวเองรักต่อ

 

        แทฮยองวางร่างของซอกจินลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาหลังจากที่รุ่นพี่ร้องไห้จนเผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขา

        มือหนาเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าหวานก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้คนตัวเล็กกว่า

        เพิ่งจะหายป่วยแท้ๆ ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก

        เพราะเขาแท้ๆ เลย

        “ฝีมือจองกุกใช่มั้ยพี่” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อหางตาเห็นว่ายุนกิกำลังเดินเข้ามา คนตัวขาวนั่งลงอีกฝั่งของเตียงก่อนจะตอบกลับมา

        “รอยที่คอขนาดนั้น มันไม่มีคนอื่นหรอก” เสียงห้าวเอ่ยนิ่งๆ “แต่คราวนี้ก็รุนแรงพอได้เลยล่ะนะ ถึงจะยังไม่ถึงขั้นนั้นก็เถอะ มันคงจะโมโหมึงมากจริงๆ”

        “ผมจะไปเอาเรื่องมัน” พูดจบก็ลุกพรวด จะเดินออกไปจากห้องนอนของซอกจิน แต่ยุนกิก็คว้าแขนแกร่งไว้ได้ทัน

        “มึงยังไม่เห็นอีกหรอ ว่าผลจากการที่ไปยุ่งกับไอ้เด็กนั่นมากๆ เป็นยังไง”

        “...”

        “จะให้เพื่อนกูเจ็บอีกกี่ครั้ง มึงถึงจะเข้าใจ”

        “...”

        “ทางที่ดี มึงควรจะเลิกยุ่งกับไอ้เด็กนั่น มันมีทางอีกมากมายที่มึงจะช่วยปกป้องเพื่อนกูได้ คงไม่ต้องไปยุ่งกับมันมากหรอก”

        “...แต่คนอย่างหมอนั่นควรได้รับบทเรียนบ้าง” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ผมเข้าใจที่พี่พูดนะครับ แต่ผมคงยอมให้ไอ้จองกุกทำร้ายคนที่ผมรักแบบนี้ไม่ได้”

        “...มึงจะไม่ทำตามที่กูบอกจริงๆ สินะ” ยุนกิแค่นยิ้มออกมา “งั้นมึงก็จำคำกูให้ดีเลยนะแทฮยอง”

        “...”

        “ถ้าสิ่งที่มึงจะทำมันเสี่ยงให้เพื่อนกูโดนไอ้จองกุกทำร้ายหรือว่ามึงเข้าไปยุ่งกับเรื่องของเด็กนั่นและจินมากเกินไป กูก็จะขัดขวางมึงทุกทาง”

--------------------------------------------------------------------

        เอาแล้ว วีก้าประกาศศึกกันแล้ว >_< สวัสดีค่ะ รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคน วันนี้เราได้ฤกษ์งามยามดีมาต่อ (ถ้าเมทรู้ว่าเราเล่นคอมถึงตอนนี้เราอาจจะโดนด่าได้ 55555) วันนี้ช่วงทอล์คจะไปอย่างรวดเร็วเพราะเราง่วงมากกกก -0- เข้าเนื้อเรื่องเลยเนอะ ถ้าเราขอว่าอย่าเกลียดน้องกุกจะขอได้มั้ยเนี่ย 555555 (ขนาดเรายังเกลียดเลยนาจาาา) มันเริ่มอิรุงตุงนังจนไรท์เริ่มเครียดแล้วค่าาาา >o< ในส่วนของม่อนโฮปนั้นจะตามมาเนอะ ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสใส่เท่าไหร่ แต่คู่นี้ ถ้ามีโอกาส เขาจัดเต็มแน่นอน 55555 เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ อ้อๆๆ อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นหรือส่งฟีดแบคทางทวิตเตอร์เป็นกำลังใจให้เราบ้างนะคะ ><

        ปล.เมื่อสองวันก่อนมีข่าวว่าเมนเราได้รับบาดเจ็บ -0- โธ่พี่จิน ดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก คงต้องฝากพ่อกระต่ายดูแลหน่อยแล้วล่ะ

        ปล2.โมเม้นถล่มมาเรื่อยๆ นาจาาา ชอบโมเม้นแบ็คฮักและนอนซบกันจังเลยค่ะ -///-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #313 TNT&NY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:20
    โอ้ยย!! ตายๆๆมีแต่ปมเต็มไปหมด งงงง
    #313
    0
  2. #296 ปงจี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 00:18
    เอาเว้ย วีก้าฆ่ากันตายแน่งานนี้//ตอนที่แล้วพึ่งพูดถึงจีมินไป ตอนนี้ก็มาเลย5555555555555555
    #296
    0
  3. #252 Bismarck (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 11:08
    แทฮยองเอ้ย... ก็เข้าใจนะว่าไม่อยากให้จองกุกมายุ่งกับจิน แต่เราก็เข้าไปยุ่งกับสองคนนี้ไม่ได้อยู่ดี อึดอัดแทนน้อ 5555
    #252
    1
    • #252-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      29 เมษายน 2560 / 15:36
      ใช่เลยค่ะ มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าแทททท
      #252-1
  4. #239 Aewlabelle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 09:28
    แต่เราเชียกุกอะ มันเหมือนมีอะไรสักอย่างตอนหลัง 555555555
    #239
    1
    • #239-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      22 เมษายน 2560 / 18:47
      มีทีมกุกอีกคนแล้ว เราดีใจจังค่ะ 5555
      #239-1
  5. #79 ohmopy02 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 20:38
    คิดว่าจะมี nc ซะอีก 5555 จองกุกนี้ก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆเหลือเกิน แทแทก็ไม่ฟังพี่ก้าเลย พระเอกดลอด5555
    #79
    1
    • #79-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      10 กันยายน 2559 / 23:12
      ใจเย็นค่ะ ถ้ามีต้องไม่รุนแรงแบบนี้ 5555 (ขีดเส้นใต้คำว่าถ้ามีนะคะ) จองกุกเป็นไบไพลาร์ค่ะเรื่องนี้ (ล้อเล่นนะๆ 55555) ส่วนแทแทก็อย่างนี้แหละค่ะ เกิดมาเพื่อเป็นพระเอกของเรื่อง(?)
      #79-1
  6. #78 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 23:55
    ทำไม!! ทำไมเพิ่งมาเห็นเรื่องนี้ T^T!! กรี๊ดๆ
    นั่งอ่านรวดเดียวเลยค่ะ อ๊ากกก มันแบบว่า โอ้โหดุเดือดเลือดพล่าน น้องกุกร้ายสุดอะไรสุด เจ้าแทไม่ต้องเดี๋ยวเราต่อยเอง------
    สงสารพี่จินนน โอ้ยยยเมนจ๋า ฮือออออ เจ็บมากมั้ย แงงง หน่วงไปหมดเลย 
    เป็นห่วงพี่ก้าด้วย กลัวครอบครัวเขาร้าวฉานมากค่ะ... ถึงจะชอบวีก้ากับม่อนโฮปแต่ชูก้ามอนสเตอร์ก็ดี TT ฮือๆๆ
    #78
    1
    • #78-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      9 กันยายน 2559 / 00:00
      รีดเดอร์ต้องใจเย็นนะคะ อย่าต่อยกระต่ายเลยยยย 55555 เราก็สงสารเมนเรานะ แต่เราก็ชอบทำร้ายนางอยู่ร่ำไป -w-
      คู่นี้เขาสตรองพอได้เลยนะคะ ร้าวฉานยากอยู่ พี่นัมจุนเขารักจริงหวังแต่ง ><
      #78-1
  7. #72 k_922 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 21:02
    จอนจองกุกกกไอ่เด็กนี่นิ
    #72
    1
    • #72-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      31 สิงหาคม 2559 / 21:14
      เด็กจอนมันน่ากระทืบค่ะ (ต่างกับตัวจริงลิบลับ 5555)
      #72-1
  8. #71 Pukky120245 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 17:29
    น้อววว รู้สึกว่าจองกุกนี่จะลงที่คนอื่นไม่ได้เลยต้องมาลงที่จิน?
    ใช่เหรอ55 พี่จินใจแข็งไว้นะ????
    #71
    1
    • #71-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      31 สิงหาคม 2559 / 18:15
      ลงกับพี่จินง่ายสุดนี่คะ ของเล่นของเขานี่นา 55555 ส่วนพี่จินเราเห็นอย่างนี้ก็น่ากลัวอยู่นะ ^^
      #71-1
  9. #70 princessJIN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 10:37
    อื้ม อิรุงตุงนังจริงแหละค่ะ
    กะแล้วเชียว
    สงสารจินอ่ะ ไม่รู้เรื่อง แต่ต้องได้รับบทลงโทษ แบบนี้ก็ได้เหรอ
    เราเข้าใจยุนกินะ คือยุนกิมองออกว่าจองกุกเป็นคนยังไง
    แต่เราก็เห็นใจแทฮยอง เข้าใจว่าอยากปกป้องคนที่รัก
    เอาหล่ะ พันกันมั่วเลยค่ะตอนนี้

    สู้ๆค่ะไรท์
    สู้ๆนะซอกจินนนน
    #70
    1
    • #70-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      31 สิงหาคม 2559 / 17:02
      อย่าลืมนะคะ ยุนกิบอกว่า 'ส่วนหนึ่ง' ของเหตุผลที่ไม่อยากให้แทไปยุ่งกับจองกุก ^^
      ตราบใดที่อีตากระต่ายยังบ้าอยู่แบบนี้ พี่จินก็เจ็บต่อไปสิคะ และเรื่องก็จะวุ่นวายต่อไปปปปป
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^o^
      #70-1
  10. #69 Jung Tien-In (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 09:39
    แทแทททท ฟังมั่งไหมเนี่ย จินก็ต้องโดนทำร้ายจิตใจอยู่เรื่อยไปแบบนี้หรอ จองกุกกกก บอกความรู้สึกจริงๆมาเดี๋ยวนี้พี่จะยกโทษให้
    #69
    1
    • #69-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      31 สิงหาคม 2559 / 16:56
      แทรักของนางค่ะ ยังไงถ้าจองกุกไม่เลิกรา แทแทก็ไม่ยอมค่ะ ^^
      #69-1
  11. #68 ณ. ล้านนา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 09:07
    เป็นอะไรที่โคตรหนักหน่วง สงสารแต่พี่มันที่ไม่รู้เรื่องก็โดน โฮรรรรรรรรรรรรรรร
    #68
    1
    • #68-1 ILovePCY(จากตอนที่ 9)
      31 สิงหาคม 2559 / 16:30
      ตากุกมันพาล เมนของไรท์ก็เจ็บไปสิ ToT
      #68-1