Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 10 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    17 ก.ย. 59

บทที่ 9

        แสงสว่างที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งของคนหน้าหวานค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ

        ซอกจินขยับตัวเพื่อจะหันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียง แต่เพียงแค่เคลื่อนไหว อาการปวดหัวก็แล่นขึ้นมาจนต้องลงไปนอนเหมือนเดิม

        ทำไมปวดหัวแบบนี้วะ

        แถมยังรู้สึกเหมือนจะกลับมาตัวร้อนอีกด้วย

        ไข้กลับมาอีกแล้วสินะ

        ร่างเพรียวถอนหายใจอย่างเบื่อตัวเองก่อนจะกลั้นใจลุกขึ้นมานั่ง คิ้วเรียวขมวดอย่างสงสัยทันทีที่เห็นสภาพตัวเอง

        ทำไมเขาอยู่ในชุดนักศึกษา

        นั่งนึกอยู่สักพัก เหตุการณ์เมื่อวานก็แล่นเข้ามาในหัวทันที

        เขาไปประชุมที่คณะตามปกติ ตอนแรกหลังเลิกประชุม แทฮยองชวนให้ไปช่วยเลือกซื้อแมว แต่พอประชุมเสร็จก็ยกเลิกนัดกะทันหัน

        เขาจึงกลับมาเล่นกับกระต่ายน้อยของเขา

        จากนั้นก็มีคนมาเคาะห้อง

        คนคนนั้นก็คือจองกุก...

        เพียงนึกถึงสิ่งที่อดีตคนรักทำกับเขาเมื่อวาน หัวก็ปวดจี๊ดขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นมาจับไว้เพื่อบรรเทาอาการ

        แต่นอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว ขอบตายังรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอีกด้วย

        ถึงเมื่อวานจองกุกจะยอมหยุดก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้เขาเสียใจน้อยลงหรอกนะ

        ทั้งการกระทำ ทั้งคำพูด มันช่างทำร้ายและกรีดแทงในความรู้สึกของเขาเหลือเกิน

        ร่างเพรียวเงยหน้าเพื่อห้ามน้ำตาที่คลอหน่วยขึ้นมา พยายามสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติ เมื่อวานเขาร้องไห้มามากพอแล้ว

        จะว่าไป เขามานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไงนะ

        สงสัยคงเพราะยุนกิกับแทฮยองที่มาเจอเขาในสภาพแบบนั้นแน่ๆ

        เฮ้อ ลำบากคนอื่นอีกแล้วนะคิมซอกจิน ไม่ได้เรื่องเลย

        Rrrr~

        เสียงโทรศัพท์ที่เขาวางไว้ข้างหมอนดังขึ้นมาเรียกให้เดือนหน้าหวานตื่นจากความคิด ซอกจินค่อยๆ หันไปหยิบมันมาดูเบอร์ก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสาวโทรมา

        “ฮัลโหล”

        “(ทำไมเสียงงัวเงียแบบนี้ล่ะจิน นี่มันจะแปดโมงแล้วนะ นายจะมาเรียนมั้ยเนี่ย)”

        “วันนี้ฉันคงไม่ไปนะอีริน ถ้าอาจารย์ถามถึงก็ฝากบอกด้วยว่าฉันจะเอาใบลาไปให้ทีหลัง อ้อ ฝากบอกฮยอนอาด้วย เย็นนี้ฉันก็คงไม่ไปรับน้องเหมือนกัน”

        “(มีอะไรหรือเปล่า)”

        “ไข้ขึ้นนิดหน่อยอ่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ว่าจะกินยาแล้วก็นอนต่อ พรุ่งนี้ก็คงหาย” ร่างเพรียวพยายามทำเสียงให้สดใสขึ้นอีกนิดเพื่อไม่ให้เพื่อนเป็นห่วง และคงได้ผลดีเสียด้วยเพราะฮเยมินก็ดูไม่ติดใจอะไร

        “(โอเคๆ งั้นพักผ่อนเยอะๆ นะ ช่วงนี้กิจกรรมเยอะหน่อย ดูแลตัวเองด้วย ดูฉันเป็นตัวอย่างสิ นี่ยังไม่เป็นอะไรเลยนะตั้งแต่ขึ้นปีสามมา)”

        “ใครจะเป็นสายถึกเหมือนเธอล่ะอีริน” เสียงหวานแซวเพื่อน “งั้นแค่นี้ก่อนนะ เธอรีบไปเข้าเรียนเถอะ”

        “(อ่า โอเคๆ)” ตอบรับเสร็จก็กดตัดสาย ซอกจินก็โยนโทรศัพท์ไปไว้ที่เดิมก่อนจะกุมขมับตัวเองเล็กน้อย ร่างเพรียวสะบัดหัวเพื่อลดอาการมึนหัวก่อนจะค่อยๆ ลากสังขารอันไร้เรี่ยวแรงของตัวเองลงจากเตียงช้าๆ

        ถึงจะไม่ไหวแค่ไหน แต่กระต่ายน้อยของเขาต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

        เดือนหน้าหวานเดินสะโหลสะเหลมาทางกรงของเจ้าตัวเล็ก เจที่เห็นปะป๊าของตัวเองก็รีบวิ่งมาเกาะกรงทันที แต่จินก็ใช้นิ้วเคาะหัวเล็กๆ นั่นเบาๆ

        “วันนี้ฉันป่วยนะ คงเล่นด้วยไม่ได้ ไปวิ่งเล่นในสนามก่อนเนอะ” พูดจบก็เปิดกรงแล้วอุ้มเจ้าตัวอ้วนของตัวเองไปใส่ในคอกกั้นเด็กที่จัดทำเป็นสนามให้เจวิ่งเล่นโดยเฉพาะ ก่อนจะจัดการทำความสะอาดที่อยู่ให้กระต่ายน้อยจนเรียบร้อย จึงยกส้วมกระต่ายและจานใส่อาหารของเจมาวางไว้ในสนามเด็กเล่นของลูกชาย ตากลมมองกระต่ายน้อยของตัวเองที่กระโดดไปมาก่อนจะระบายยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูในตู้แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

        อยู่คนเดียวก็ต้องแบบนี้แหละนะ ป่วยก็ต้องเช็ดตัวเอง - -

        เมื่อจัดการธุระทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ซอกจินก็สวมชุดนอนที่เตรียมไว้เปลี่ยนแล้วเดินกลับมาที่เตียง และเพราะพิษไข้ ก็ทำให้เดือนหน้าหวานหลับลงไปอย่างง่ายดาย

 

        กุกกัก กุกกัก...

        เสียงประหลาดที่ดังมาจากข้างนอกทำให้ร่างเพรียวตื่นขึ้นมา ซอกจินค่อยๆ ฝืนตัวเองลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับทุบหัวเบาๆ คลายความง่วงและอาการปวด ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างสงสัย

        เมื่อกี้มันเสียงอะไร

        เจ้าของห้องลองเงี่ยหูฟังอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้ยินคือความเงียบ ร่างเพรียวจึงส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับแค่นหัวเราะกับตัวเอง

        นี่เขาไข้ขึ้นจนหูเพี้ยนเลยเหรอเนี่ย

        ตึง!

        เสียงที่ดังกว่าเดิมทำเอาเดือนหน้าหวานที่กำลังจะนอนต่อถึงกับชะงัก ซอกจินขยับขึ้นมานั่งพร้อมกับหันไปมองที่ประตูห้องนอน

        คราวนี้เขามั่นใจ ว่าไม่ได้หูฝาดแน่นอน

        มีเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากโซนรับแขกของห้องเขา

        หรือว่า...

        ป่วยแล้วเพ้อหรอคิมซอกจิน มันต้องไม่ใช่สิ่งลี้ลับแบบนั้นสิ = =

        ร่างเพรียวสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัว แล้วหันไปมองที่ประตูอีกครั้ง เสียงกุกกักๆ เบาๆ ยังคงดังมาให้ได้ยินอยู่ตลอด

        หรือว่า ขโมย!!

        เมื่อคิดอย่างนั้น เขาก็รีบหันมองไปรอบห้องเพื่อหาอาวุธทันที แต่ก็ไม่เจอสิ่งใดที่พอจะต่อกรกับใครได้เลย นอกจากนิยายเล่มหนาที่แทฮยองซื้อให้ที่เขาวางไว้ข้างหมอนเพราะยังอ่านไม่จบ

        ทำไงดี ออกไปก็คงสู้ไม่ได้แน่ๆ

        เอาวะ นี่เป็นห้องของเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาต้องจัดการมันได้

        เดือนหน้าหวานคว้าหนังสือเล่มนั้นมาไว้ในมือก่อนจะเดินไปที่ประตูช้าๆ สายตาของเขาเหลือบมองไปเจ้าเจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าลูกชายของตัวเองอยู่ในระยะปลอดภัย มือเรียวก็เอื้อมไปที่ลูกบิดประตู

        เสร็จฉันแน่!

        ปัง!!

        “ใครน่ะ! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” ร่างเพรียวผลักประตูอย่างแรงพร้อมกับเอ่ยอย่างดุดัน หนังสือเล่มหนาถูกชี้ไปข้างหน้าเตรียมพร้อมเล่นงานคนที่มาบุกรุกห้องของเขา

        แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้อง

        “เสียงดังอะไรของพี่น่ะ”

        “จอนจองกุก...” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา  “เข้ามาได้ยังไง”

        “พี่คิดว่าทางคอนโดจะไม่มีคีย์การ์ดสำรองเลยหรอ” จองกุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินเข้ามาหาช้าๆ ทำให้คนหน้าหวานต้องถอยหนี “ผมก็แค่อ้างเหตุผลนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ก็ได้มันมาแล้ว”

        “ออกไปเดี๋ยวนี้” ซอกจินเอ่ยเหมือนพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่เสียงของเขาจะดังขึ้นมาทันที “ออกไปจากห้องพี่เดี๋ยวนี้!!

        ภาพเหตุการณ์ที่ถูกคนตรงหน้าทำร้ายฉายขึ้นมาจนปวดหัวทำให้คนที่รักหนังสือมากๆ อย่างเดือนหน้าหวานถึงกับปาหนังสือในมือใส่ร่างสูง แต่แรงที่มีเหลืออยู่น้อยนิดก็ไม่ได้ทำให้จองกุกสะเทือนเลยสักนิด ซอกจินจึงพุ่งเข้าไปผลักรุ่นน้องไปที่ประตูแทน

        “ออกไปนะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!

        “เดี๋ยวสิ พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย” มือใหญ่คว้ามือเรียวที่ทุบตีเขาไว้ ก่อนที่คิ้วจะขมวดเข้าหากันเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง “พี่จิน ทำไมตัวร้อนแบบนี้”

        “ไม่ต้องมายุ่ง ออกไป!!

        “คิมซอกจิน...”

        “ออกไปสักที ออกไป...”

        พูดได้แค่นั้น ภาพตรงหน้าก็ดับวูบไปทันที

 

        เสียงพูดคุยที่ดังขึ้นมาเบาๆ เรียกให้เปลือกตาหวานลืมขึ้นมาช้าๆ

        ภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวสะอาดที่ไม่คุ้นตา กลิ่นยาโชยเข้ามาในประสาทการรับรู้ทำให้ซอกจินรู้ได้ว่าตอนนี้เขากำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล

        ร่างเพรียวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย สมองก็พยายามประมวลผลว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

        และภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอเมื่อครู่ก็เข้ามาในหัว

        จอนจองกุก...

“พี่จินฟื้นแล้ว” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกความสนใจของคนที่นอนอยู่บนเตียงให้หันไปหา แทฮยองรีบเดินเข้ามานั่งข้างเตียงของรุ่นพี่ทันทีที่เห็นว่าคนหน้าหวานฟื้นแล้ว “เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นบ้างหรือยัง”

        “ไม่อ่ะ ปวดไปทั้งตัวเลย” เสียงหวานตอบไปตามตรง ก่อนจะพยายามยันตัวขึ้นมานั่งโดยมีเดือนบริหารช่วยพยุงขึ้นมา “ว่าแต่ พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไงเหรอ”

        “มึงไข้ขึ้นจนสลบไปน่ะ” ยุนกิเดินเข้ามายืนที่อีกฝั่งของเตียงพร้อมกับนัมจุนและโฮซอก “อุณหภูมิร่างกายขึ้นทะลุ 40 องศา มึงอยู่มาได้ไงวะ เป็นคนอื่นนี่ช็อกไปแล้ว”

        “สงสัยกูติดเชื้อถึกมาจากยัยอีรินมั้ง ^^

        “ยังจะมาพูดเล่นอีกนะมึง = = ว่าแต่ ไปทำอีท่าไหนให้ไข้ขึ้นอีกล่ะ เมื่อวานมึงก็ดีขึ้นแล้วนี่”

        “เมื่อวานกูคงจะเครียดไปหน่อยน่ะ” เสียงหวานตอบแค่นั้น แต่ก็ทำให้ยุนกิกับแทฮยองเข้าใจได้ทันที เดือนผิวเข้มตบบนมือเรียวเบาๆ อย่างให้กำลังใจแต่ซอกจินก็หันไปยิ้มให้และส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนที่ร่างเพรียวจะนึกอะไรขึ้นได้ “จริงสิ ถ้ามึงบอกว่ากูสลบไป แล้วใครเป็นคนพากูมาที่นี่วะ”

        พอสิ้นคำถาม ทั้งสี่คนก็มองหน้ากันทันที

        นั่นสิ ใครเป็นคนพาเดือนคณะวิทย์มาที่นี่นะ

        “มึงรู้มั้ยยุนกิ” นัมจุนถามหลังจากที่เงียบไปนาน “มึงกับโฮซอกเป็นสองคนแรกที่รู้ว่าจินเข้าโรงพยาบาลนี่นา”

        “นั่นสิ” แทฮยองสำทับ “มึงพอจะรู้มั้ยโฮซอก”

        สิ้นเสียงทั้งสองคน คนป่วยที่อยู่บนเตียงก็หันไปมองเพื่อนสนิทกับน้องชายทันที โฮซอกสะดุ้งกับสายตาของรุ่นพี่เล็กน้อยก่อนจะก้มหลบสายตาในขณะที่ยุนกิก็ยังคงจ้องกลับมาด้วยท่าทางปกติ

        “ไม่รู้สิ ก็คงพนักงานของคอนโดแหละมั้ง พวกกูสองคนเพิ่งมารู้เรื่องตอนที่ทางคอนโดโทรไปบอกน่ะ มึงอย่าลืมสิว่ามึงให้เบอร์กูกับทางนั้นไว้ในกรณีฉุกเฉินน่ะ”

        “เออ จริงด้วย” ตอบเพียงแค่นั้น ซอกจินก็ก้มหน้าลงอย่างคิดอะไรบางอย่าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

        ทั้งๆ ที่จองกุกเป็นคนทำให้เขาสลบแท้ๆ แต่คนที่ส่งเขามาที่นี่กลับเป็นคนของคอนโดเนี่ยนะ

        หรือว่า สิ่งที่เขานึกได้เมื่อครู่จะเป็นแค่ความฝัน

        วันนี้เขาอาจจะไม่เจอจองกุกเลย แต่เพราะสิ่งที่เด็กนั่นทำร้ายเขา ทำให้เขาเอาเก็บมาฝันเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้

        อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้

        ไม่มีใครเห็นว่าสองพี่น้องแอบลอบสบตากันอย่างมีความหมาย

        จริงๆ พวกเขารู้อยู่แล้วแหละ ว่าใครเป็นคนพาเดือนคณะวิทยาศาสตร์คนนี้มาส่งที่โรงพยาบาล

        ถึงแม้ข้อความที่ส่งมาหาโฮซอกจะไม่ได้บอกว่าเป็นใครก็เถอะ แต่รูปประโยคและคำที่ใช้พูดถึงซอกจินแบบนี้ ก็มีอยู่คนเดียวแหละ

 

        พี่จินไข้ขึ้นจนหมดสติ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ฝากดูแลคนของผมหน่อยนะครับ เดี๋ยวอีกสักพักจะมาดูเอง

 

        แต่จะให้รู้ไม่ได้เชียวว่าจองกุกเป็นคนมาส่งร่างเพรียวที่นี่ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้ไปเจอเดือนหน้าหวานคนนี้ได้ยังไงและไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้จองกุกได้ทำอะไรเพื่อนกับรุ่นพี่ของพวกเขาไปบ้างหรือเปล่า

        ทางที่ดีก็อย่าพูดถึงเด็กนั่นตอนนี้เลย ยังไม่อยากเห็นซอกจินทำหน้าเศร้า แล้วก็ขี้เกียจปรามแทฮยองที่คงจะอาละวาดแน่ๆ ถ้ารู้เรื่อง

        “ไปกันยังยุนกิ ใกล้เวลาเรียนแล้วนะ” เสียงเรียกของแฟนหนุ่มทำให้ทั้งสองคนละสายตาออกจากกันทันที เดือนวิศวะก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะที่ตาเรียวจะเบิกกว้างเมื่อเห็นเวลา

        “จริงด้วยว่ะ อีกสิบห้านาทีต้องเข้าคลาสแล้วนี่นา เราก็ด้วยใช่มั้ยโฮซอก”

        “เอ่อ แป๊บนะครับ” ร่างโปร่งตอบพี่ชายก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูตารางเรียน “ครับ ผมมีเรียนตอนบ่ายโมงพอดีเลย”

        “โอเค งั้นเดี๋ยวพวกกูกับก่อนนะ ตอนค่ำๆ จะเข้ามาหา”

        “งั้นเดี๋ยวตอนนี้ผมอยู่เฝ้าพี่จินเองครับ” แทฮยองรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที “เผื่อพี่จินต้องการอะไร ผมจะได้ช่วยหยิบให้ไง”

        “ไม่ได้!!” สองเสียงประสานกันดังจนคนทั้งห้องสะดุ้ง พอรู้ตัว โฮซอกก็ก้มหลบสายตาทุกคนอีกครั้ง ในขณะที่ยุนกิก็ยังพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

        “มึงจะอยู่เฝ้าไอ้จินไม่ได้”

        เพราะถ้าปล่อยให้แทฮยองอยู่ต่อ ได้มีศึกกลางโรงพยาบาลแน่นอน

        “ทำไมล่ะครับพี่ยุนกิ แล้วพี่จะปล่อยให้พี่จินอยู่คนเดียวหรอ” เดือนผิวเข้มขมวดคิ้วอย่างสงสัย ท่าทางแปลกๆ ของทั้งรุ่นพี่และเพื่อนสนิทสร้างความสงสัยให้เขาไม่น้อย

        “มันไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก พยาบาลก็อยู่เยอะแยะ แต่มึงอ่ะ มีเรียนเซคเดียวกับน้องกูไม่ใช่หรือไง วิชานี้มันขาดได้งั้นหรอ”

        “โธ่พี่ ก็ลาแค่คาบเดียวเอง ยังไงเดี๋ยวผมให้โฮซอกจดเลคเชอร์ให้ก็ได้”

        “มึงจะบ้าหรือไง อย่ามาใช้แรงงานน้องกูแบบนี้นะ”

        “นั่นสิ ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะแทฮยอง” ซอกจินเอ่ยขึ้นมาบ้าง “ไม่ต้องลาเรียนเพื่อมาดูแลพี่เลยนะ พี่แค่เป็นไข้ ไม่ได้ขาหักหรือแขนหักที่จะทำอะไรไม่สะดวก เพราะฉะนั้นพี่อยู่คนเดียวได้อยู่แล้ว”

        “แต่ว่า...”

        “อย่าเสียการเรียนเพราะเหตุผลไร้สาระเลยคิมแทฮยอง ยังไงพี่ก็เป็นแค่คนอื่น นายควรเห็นเรื่องของตัวเองสำคัญที่สุดนะ”

        “...เฮ้อ ก็ได้ครับพี่จิน” เสียงทุ้มยอมเอ่ยเพราะไม่อยากขัดใจคนที่ตัวเองชอบ “งั้นถ้าผมเลิกแล้วจะรีบมาหานะ”

        “อื้อ ^^” เสียงหวานตอบรับ รู้สึกดีไม่น้อยที่ตัวเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ยุนกิก็แอบลอบถอนหายใจออกมาเช่นกันที่เพื่อนสนิททำให้แทฮยองยอมเปลี่ยนใจไปเรียนได้

        และทำให้เขาลืมสังเกตไปว่า ท่าทางของเขาอยู่ในสายตาของแฟนหนุ่มตัวเองทั้งหมด

        นัมจุนขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในท่าทีของร่างเล็ก กะอีแค่แทฮยองจะโดดเรียน ทำไมแฟนเขาจะต้องเดือดร้อนขนาดนั้น

        ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนตอนที่เขาโดดเรียน แม้จะมีบ่นๆ บ้าง แต่ยุนกิก็ยังไม่เห็นจะห้ามอะไรขนาดนี้

        โฮซอกที่เป็นเพื่อนสนิทแท้ๆ ยังไม่ห่วงอะไรขนาดนั้นเลย แล้วแฟนตัวขาวของเขาจะร้อนรนอะไรมากมาย

        มือหนาเผลอกำแน่นเมื่อเริ่มคิดไปต่างๆ นานา แต่ก็ค่อยๆ คลายลงเมื่อสัมผัสได้ถึงมือเรียวที่เข้ามาแตะมือเขาเบาๆ

        น้องชายของแฟนที่สังเกตเห็นท่าทีของร่างสูงก็เอื้อมมือมาแตะมือของนัมจุนเบาๆ อย่างปลอบประโลม ดวงตาหวานสบตากับแฟนพี่ชายพร้อมส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงว่าไม่ให้เขาคิดมาก

        และที่น่าประหลาดคือ แค่โฮซอกทำท่าทางแบบนั้น เขาก็ค่อยๆ ลดความกังวลลงได้

        ก็ถ้าน้องชายของแฟนเขายืนยันขนาดนี้ ประกอบกับที่ยุนกิเคยบอกว่ารักเขาคนเดียว เขาก็ควรจะเชื่อใจทั้งคู่ใช่มั้ย

 

        ตอนนี้ทั้งยุนกิ นัมจุน โฮซอกและแทฮยองก็ออกไปได้สักพักแล้ว

        ร่างเพรียวพลิกตะแคงหันหลังให้ประตูก่อนจะหลับตาลง ในหัวก็คิดถึงแต่เรื่องคาบเรียนที่ไม่ได้เข้าวันนี้และกิจกรรมต่างๆ ที่เขายังต้องทำ

        ไม่อยากจะคิดสภาพเลย ถ้าฮเยมินรู้ว่าพี่พยาบาลอย่างเขาเข้าโรงพยาบาลจะเป็นยังไง

        แม่ของเขายังไม่ขี้บ่นเท่าเพื่อนสาวผมบลอนด์คนนี้เลย -0-

        เอาเถอะ ยังไงยัยนั่นก็ต้องรู้อยู่แล้ว ก่อนจะไปเจอกับเสียงแหลมๆ และกองเลคเชอร์มหาศาลที่เพื่อนสาวเตรียมให้ ขอหลับสักงีบแล้วกัน อาการป่วยจะได้ฟื้นไวๆ

        ก๊อกๆๆ

        เสียงเคาะประตูทำให้ตาหวานลืมขึ้นมาอีกครั้ง ซอกจินพลิกกลับมาหาประตูอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ยันตัวขึ้นมานั่งแล้วขานออกไปเมื่อเดาว่าอาจจะเป็นพยาบาลที่คอยดูแลเขา

        “เชิญครับ”

        และคนที่เปิดเข้ามา ก็ทำให้ร่างเพรียวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

        “ไง คงจะดีขึ้นบ้างแล้วสินะครับพี่จิน”

        “...จองกุก”

        “ครับ? อ้อ คงไม่คิดสินะว่าผมจะมาหา” ร่างสูงเดินมานั่งที่ข้างเตียง ทำเอาคนเป็นพี่ถึงกับถอยติดกับราวเตียงอีกฝั่ง “พี่จะหนีผมทำไมเนี่ย”

        “สาบานว่านายไม่รู้เหตุผลจริงๆ น่ะ” เสียงหวานเอ่ยแข็งๆ “ออกไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่พี่จะให้พยาบาลตามยามมาลากนายออกไป”

        “พี่คิดว่าผมกลัวก็เรียกมาสิ แล้วมาดูกันว่าพยาบาลจะเชื่อใครมากกว่ากัน ระหว่างผมกับพี่”

        “...เหอะ” เสียงหวานได้แต่แค่นหัวเราะ ต่อหน้าคนอื่นเขาจะไปเถียงสู้กับคนที่ตีสองหน้าเก่งยิ่งกว่าใครอย่างจองกุกได้ยังไง “แล้วมาทำไม รู้ได้ไงว่าพี่เข้าโรงพยาบาล”

        “พี่คิดว่าไงล่ะ” ปากหยักยกยิ้มมุมปากขึ้นมา “พี่คิดว่าใครเป็นคนพาพี่มาส่งที่นี่ล่ะ น่าเสียใจนะครับ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกันเมื่อเช้าแท้ๆ แต่พี่กลับจำมันไม่ได้”

        “แสดงว่านาย...” ซอกจินเอ่ยเสียงแผ่ว แสดงว่าเหตุการณ์เมื่อเช้าที่จองกุกบุกเข้ามาที่ห้องของเขาก็เป็นเรื่องจริง

        “ดูเหมือนจะจำได้แล้วนะครับ”

        “แล้วไง คิดว่าพี่จะรู้สึกดีที่นายช่วยพี่ไว้หรอ” คนหน้าหวานก็ยังคงเอ่ยอย่างไม่ยอม “นายน่าจะปล่อยให้พี่ช็อกตายไปเลยนะ พี่จะได้หลุดจากนายสักที”

        “ผมบอกแล้วไงว่ายังไงผมก็ไม่ปล่อยพี่ไป” เสียงทุ้มเอ่ยรวนบ้าง “ทำไม รังเกียจกันมากหรือไง ผมไม่ใช่ไอ้แทฮยองของพี่นี่”

        “อย่าลากคนอื่นมาเกี่ยวได้มั้ย นี่ไม่รู้จริงๆ หรอว่าทำไมพี่ถึงอยากจะหนีจากนาย”

        “...”

        “พี่ก็บอกแล้วไงว่าเบื่อ พี่เหนื่อยกับการต้องมารองรับอารมณ์ของนายทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

        “...”

        “เมื่อวานนายยังจะทำร้ายพี่อยู่เลยนะ แล้ววันนี้กลับมาหากันแบบนี้ จะมาทำร้ายกันอีกหรือไง”

        “...”

        “ไม่รักกันก็ปล่อยกันไปสักทีเถอะ แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจนายอีกหรือยังไง”

        “...ทำไมพี่แม่งชอบพูดซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ วะ โคตรน่ารำคาญ” จองกุกเอ่ย ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่คนพี่เผลอ ส่งมือหนาไปทาบลงบนหน้าผากมน “ไข้ก็ยังไม่ลดเท่าไหร่ ทำไมพูดมากจัง”

        “...”

        “เอางี้ กินผลไม้หน่อยแล้วกัน เอาวิตามินเข้าไปจะได้ช่วยให้หายป่วย” ว่าจบก็ลุกขึ้นแกะกระเช้าผลไม้ของตัวเอง “พี่อยากกินอะไร เดี๋ยวผมแกะให้”

        “ถามพี่หรือยังว่าอยากกินหรือเปล่า”

        “งั้นเอาส้มแล้วกันเนอะ วิตามินซีเหมาะกับคนที่กำลังป่วยที่สุดแล้ว”

        นี่ไม่คิดจะฟังกันจริงๆ ใช่มั้ย = =

        ซอกจินถอนหายใจออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่กำลังปอกเปลือกส้มให้เขา ท่าทางที่ดูตั้งใจมากๆ ของรุ่นน้องทำให้เขาถอนหายใจอีกครั้ง

        ถึงจะยังรู้สึกกลัวและไม่ไว้ใจในท่าทีของจองกุกก็เถอะ แต่ก็ต้องยอมรับ

        ว่าการที่ร่างสูงทำดีให้แบบนี้ มันก็ย้อนเวลาของเขาได้จริงๆ

        เมื่อก่อนตอนที่ยังคบกัน เขาเป็นคนป่วยง่ายกว่าร่างสูง และพอไข้ขึ้นแบบนี้ก็จะมีจองกุกคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

        “อ่ะ ผมป้อนให้”

        และก็คอยปอกผลไม้และป้อนให้แบบนี้ด้วย

        “ไม่เป็นไร พี่กินเองได้” มือเรียวยื่นออกไปหมายจะรับจานผลไม้มาจากรุ่นน้องเพราะไม่อยากจะนึกถึงอดีตอีกต่อไป แต่จองกุกก็ไม่ยอม มือข้างที่ถือจากหลบมือของรุ่นพี่ก่อนที่มือข้างที่ถือส้อมก็ยื่นไปใกล้ปากของซอกจินมากขึ้น

        “ไม่ต้องหรอกน่า เดี๋ยวผมป้อนให้”

        “พี่แค่เป็นไข้หรอกน่า ไม่ต้องป้อนหรอก พี่กินเองได้”

        “หรืออยากให้ผมป้อนด้วยอย่างอื่น” เสียงทุ้มเอ่ยทีเล่นทีจริง “เลือกเอาครับ จะกินดีๆ ตอนนี้ หรือว่าจะให้ผมป้อนพี่...ด้วยปาก”

        “...นายมันบ้า” เสียงหวานเอ่ยก่อนจะรีบงับส้มที่เขาป้อนเข้าปากทันที ใบหน้าหวานที่ฉายแววหงุดหงิดในขณะที่ยังเคี้ยวส้มตุ้ยๆ เป็นภาพที่ทำให้จองกุกอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

        “อย่างนี้สิครับ ค่อยสมกับเป็นพี่จินหน่อย” พูดพลางป้อนส้มให้คนพี่อีกชิ้น

        “เหอะ” ซอกจินแค่นหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเมื่อนิ้วโป้งของร่างสูงเข้ามาปาดที่มุมปากของเขาเบาๆ

        “กินยังไงให้เลอะเนี่ย” เสียงทุ้มหัวเราะอีกครั้ง “นี่ขนาดผมเป็นคนป้อนนะ ถ้าปล่อยให้กินเองจะเลอะขนาดไหน”

        “เรื่องของพี่น่า” ร่างเพรียวบ่นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองรุ่นน้องเป็นเชิงให้เอามือออกไปจากใบหน้าของเขาได้แล้ว

        แต่ทันทีที่สบตากัน ก็เหมือนว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุน

        มือหนาข้างที่ปาดมุมปากให้คนตัวเล็กเปลี่ยนมาประคองใบหน้าสวยไว้อย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งที่เกลี่ยอยู่บนแก้มนุ่มทำให้รุ่นพี่ถึงกับร้อนวูบ

        “หัดดูแลตัวเองบ้างสิครับ ถ้าวันนี้ผมไม่เข้าไปให้ห้องพี่มันจะเป็นยังไง”

        “...มันเป็นเพราะใครล่ะที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้”

        ตาคมมองไล่ไปที่ลำคอขาว เมื่อเห็นรอยแดงจางๆ ที่ตัวเองทำไว้ก็กลับมามองหน้าคนพี่ต่อตามเดิม

        “พี่ก็ป่วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนี่ จะโทษผมคนเดียวก็คงไม่ได้หรอก”

        “...” เสียงหวานเงียบไปเพราะรู้ว่ายังไงก็เถียงจองกุกไม่ได้

        “รู้ตัวว่าป่วยก็พักผ่อนเสียบ้าง ไม่ใช่เอาแต่โหมงานหนัก ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้นะว่าพี่เป็นคนยังไง ผมก็บอกแล้วว่าถ้าพี่ไม่ได้เปลี่ยนไป ผมก็จำเรื่องของพี่ได้ทุกอย่าง”

        “...”

        “ยังไงผมก็ยังเป็นห่วงพี่เสมอนะ พี่จิน”

        ร่างเพรียวถึงกับสบตารุ่นน้องทันทีที่จบประโยค สายตาที่ไม่ได้มีความว่างเปล่าเหมือนทุกๆ ครั้ง ถึงจะเขาจะมองไม่ออกว่ามันคืออะไรแต่ก็ทำให้คนหน้าหวานประหม่าได้อย่างดี

        บอกแล้ว คนอย่างจอนจองกุกน่ะอันตราย

        มือบางดึงมือของร่างสูงออกก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังให้ร่างสูง

        “พี่ง่วงแล้ว ถ้าจะอยู่ต่อก็อย่ารบกวนแล้วกัน”

        “...ได้ครับ ^^

 

        จองกุกรอจนคนหน้าหวานหลับสนิท

        มือใหญ่ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมให้รุ่นพี่ที่พลิกตะแคงกลับมาหาเขาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่รอยยิ้มจะประดับขึ้นบนใบหน้าหล่อ

        แต่เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ถ้าซอกจินตื่นมาเห็นก็คงจะคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี

        บอกแล้ว คนอย่างคิมซอกจินน่ะเก่งแต่ปาก J

        ถึงปากจะบอกว่าเบื่อหรือเหนื่อย แต่ร่างเพรียวก็ยังคงหลงในเขาวงกตของเขาอยู่ดี

        ร่างสูงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดโทรหาใครสักคนในขณะที่มืออีกข้างก็ยังลูบหัวเดือนหน้าหวานที่นอนอยู่บนเตียง

        “(...ยอโบเซโย)”

        “นี่พี่ไม่ได้คิดจะเมมเบอร์ผมเลยเหรอครับ”

        “(...ก็เพราะรู้ว่าเป็นคุณ ฉันเลยไม่คิดจะเมมมันในเปลืองความจำเครื่อง)” เสียงหวานตอบกลับมานิ่งๆ “(มีธุระอะไรอีกไม่ทราบ ฉันว่าเรื่องของเรามันควรจะจบได้แล้วนะ)”

        “เสียใจที่ผมจะบอกว่ามันยังไม่จบนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยความระรื่น “แต่รับรองว่างานนี้ง่าย”

        “(จะให้ทำอะไร)”

        “ความเคลื่อนไหวของกลุ่มรุ่นพี่อีริน”

        “(...ไหนว่าง่ายไง)”

        “ผมเชื่อว่ามันไม่ยากเกินไปสำหรับพี่หรอกครับ แลกกับการที่ผมเก็บ เรื่องของเธอไว้ถือว่าสบายๆ มากเลยนะ”

        “(...)”

        “ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ” พูดจบ ก็ตัดสายโดยไม่รอให้ปลายสายตอบรับ ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าหวานของซอกจินอีกครั้ง

        ยังไงพี่ก็หนีผมไม่พ้นหรอกนะคิมซอกจิน

        อะไรที่ผมอยากได้ ผมก็ต้องได้มันกลับมา ไม่มีข้อยกเว้นให้หรอกนะ ^^

--------------------------------------------------------------------

        จอนจองกุกกกก มันเกือบจะดีแล้วลูกแม่!! 555555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันนานเลย ขอโทษทีนะคะ พอดีไรท์ติดกิจกรรมของมหาลัย ใครเรียนปีหนึ่งหรือเคยเรียนปีหนึ่งเราจะเข้าใจกัน 5555 มาๆ เข้าเรื่องกันดีกว่า ไอ้กระต่ายมันชักจะดึงคนอื่นเข้ามาเรื่อยๆ แล้วนะเจ้าค่ะ จริงๆ นี่อยากจะแต่งให้แทฮยองมาเจอกับจองกุกในห้องพักของพี่จินแต่เกรงว่าจะมิเหมาะมิควร 55555 เอาเป็นว่าพี่จินของเราจะทำยังไงต่อ และเจ้ากระต่ายจะร้ายต่อมั้ย ต้องติดตามในตอนหน้า ซึ่งกว่าจะมาอีกทีก็นานโขเพราะช่วงนี้ไรท์จะสอบมิดเทอมแล้ว 55555 แต่สัญญาว่าจะรีบมาต่อให้ทันทีหลังสอบเสร็จนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งกันนะ แล้วเจอกันนะคะ ><

        ปล. ชักอยากจะแต่งให้พี่จินเป็นฝ่ายยั่วจองกุกซะแล้ว แต่ละโมเม้นนี่ดูแม่นางเมนเราสิคะ อ่อยน้องขนาดนั้น ยิ่งตอนกอดอีตากระต่ายในวีแอพนี่แบบ...แกะกระดุมน้องทำไมคะยัยซอกจิน ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #380 Sptfon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 01:49
    กุกโหยนึกว่ากลับใจได้ละ
    #380
    0
  2. #314 TNT&NY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 20:42
    พี่ม่อนพี่คิดไรมากเนี่ย..พี่ก้าไม่ได้คิดไรเล้ยพี่คิดไปไกลซะยังดาวพระเสาร์(?)...ส่วนนางกุกก็ยังร้ายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง...คอยดูนะวันไหนรักพี่จินขึ้นมาจริงๆล่ะก็...หึๆ ...^^ ป.ล.อินเกิน.
    #314
    0
  3. #297 ปงจี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 00:46
    จองกุกนี่ไม่เคยดีเลยจริงๆ แถมเส้นสายยังจะเยอะอีก55555555555//หวั่นไหวกับม่อนโฮป โฮปบี้น่าร้ากกกกกกก
    #297
    0
  4. #253 Bismarck (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 11:41
    แอบห่วงนัมจุนแฮะ ถ้าเกิดว่าทะเลาะกับยุนกิเรื่องมันน่าจะยากขึ้นกว่าเดิม ดีแล้วที่ไรท์ไม่แต่งให้แทฮยองมาเจอจองกุก สงสารจิน 555555 แล้วดูสิเนี่ย จองกุกทำตัวดี๊ดีอ่ะ...แต่มันก็เป็นการเสแสร้งล้วน ๆ หนูเสียไต แง
    #253
    1
    • #253-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      29 เมษายน 2560 / 15:40
      เราก็เป็นห่วงพี่นัมจุน T^T นั่นสิคะ ถ้าเจอกันน่าจะวุ่นวาย 55555
      #253-1
  5. #86 princessJIN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:39
    จอนจองกุก ที่ทำไปทั้งหมด มันคือแผนสินะ
    หึ เจ้าพ่อแผนสูง ซักวันเถอะจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า หึหึหึ (คำโบราณมากกกก 555)
    เหิ้มมม ต่อไปพี่จินต้องเจออะไร ต้องรับมือกับอะไรอีก ไม่รู้เลย
    ได้แต่เอาใจช่วบค่ะ
    ปล.อยากให้ซอกจินเป็นฝ่ายยั่วอ่า เอาให้กระต่ายกล้ามมันอกแตกไปเลย เชอะ 55555

    ไรท์สู้ๆนะคะ ปีหนึ่งจะหนักหน่อย
    เดี๋ยวปีสองปีสามก็จะหนักขึ้นเริ่อยๆ
    แล้วพอปีสุดท้ายก็จะคลานค่ะ งืออออ
    #86
    2
    • #86-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      18 กันยายน 2559 / 23:44
      พี่จินก็จะเจอจองกุกต่อไปค่ะ 55555 (โดนตบ) คนอย่างจองกุกในเรื่องนี้ก็ตามนั้นนะคะ อย่าเดาอะไรนางเลยยยยยย
      ปล.พี่จินเรื่องนี้เป็นคนนิ่งๆ เนอะ จะฉีกไปแบบนั้นก็กระไรอยู่ 55555 แต่คนแบบพี่จินนี่ก็คาดเดาไม่ได้เหมือนกันนะคะ ^^

      ฮืออออ งั้นแปลว่าเราต้องอัพทุกเรื่องให้จบก่อนเราจบปีหนึ่งใช่มั้ยคะ นี่วางแผนซิ่วด้วยนะเนี่ย T^T เอาเถอะ ชีวิตต้องสู้ต่อไป 55555
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
      #86-1
  6. #85 Jung Tien-In (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 07:40
    จองกุกนี่วางแผนทุกอย่างเพื่ออะไรทำไมถึงอยากได้จินคืนนัก คิดค่ะคิด ต้องทำเรื่องร้ายๆขนาดไหนก็ยอมนี่มันแค่อยากได้ของอล่นคืนเนี่ยนะ นี่รอวันจองกุกโดนเอาคืนบ้าง ชิ
    #85
    1
    • #85-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      18 กันยายน 2559 / 21:23
      ของเล่นชิ้นโปรดของตากระต่ายเขานี่คะ นางก็ทำทุกทางแหละ ^^ แต่เราก็อยากให้จองกุกโดนเอาคืนบ้างเหมือนกัน 55555
      #85-1
  7. #84 ohmopy02 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 01:06
    บทจะดีก็ดี บทจะร้ายก็ร้ายนะจองกุกไม่สงสารพี่จินบ้างรึไงกัน อยากให้พี่จินมาแบบร้ายแบบคนที่เหนือกว่าบ้างอะจองกุกจะได้เข้าใจความรู้สึกพี่จิน(จะสมน้ำหน้าให้) ส่วนนัมจุนก็หวงพี่ก้าจังแต่ก็ยังเชื่อในตัวพี่ก้า เป็นผู้ชายทีทแสนดีมากๆ
    #84
    1
    • #84-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      18 กันยายน 2559 / 21:20
      จองกุกนางไม่ค่อยสงสารใครหรอกค่า 55555 พี่จินก็ต้องเจ็บต่อไปปปป (แต่เมนเราเป็นคนเข้มแข็งนะ เป็นคนอื่นไม่ทนหรอก) ส่วนพี่นัมจุน รักมากก็หวงมากอ่ะเนอะ ^o^ แต่ยืนยันกันทั้งคู่ซะขนาดนี้ก็ต้องไว้ใจแหละค่า
      #84-1
  8. #83 MycutieSJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 23:10
    จองกุกนี่จะร้ายไปถึงไหนคะซิส แล้วพี่จินก็ยังสับสนอยู่ด้วยอีก โอ้ยยยย จองกุกไม่ได้รักพี่จินจริงๆหรอ แต่ทำไมจำเป็นต้องอยากได้คืนขนาดนั้นอ่ะ เราไม่เข้าใจ แต่คิดว่าคงมีบ้างแหล่ะมั้งที่จองกุกจะฉุกคิดได้อ่ะว่ารักยัยพี่ ถ้าไม่รักจะอยากได้ยันพี่คืนทำไมเนอะ สงสารพี่จินอ่ะ เหมือนจะทำตัวเข้มแข็งแต่ก็ไม่ได้ไง โอ้ยย เรื่องจะเป็นยังไงต่อน้าา รอนะคะ ส่วนในเรื่องที่อยากให้ยัยพี่เคะแตกขี้ยั่วนั้น เรา+1 ค่ะ อยากให้พี่จินอ่อยแรงๆยั่วๆดูบ้าง คึคึ สู้ๆค่ะ
    #83
    1
    • #83-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      17 กันยายน 2559 / 23:56
      ของชิ้นโปรดที่เราทำหาย พอมาเจออีกครั้งก็ไม่แปลกที่จะอยากได้มันคืนนี่คะ ^^ (ไรท์ว่าตัวไรท์เองชักจะน่ากลัวกว่าจองกุกแล้วนะ 55555) พี่จินนางสตรองนะ แต่นางก็หวั่นไหวง่ายอ่ะ 55555
      โหหห เราไม่กล้าฉีกนางให้เป็นแบบนั้นอ่ะ เดี๋ยวพล็อตจะออกทะเล 55555 แต่ถ้ามีแพลนเรื่องใหม่ก็ไม่แน่ (หาเรื่องอีกแล้ว 55555)
      #83-1
  9. #82 k_922 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 20:28
    อยากถามว่าจองกุกเจ้าใจตัวเองมั้ย เราไม่เข้าใจจองกุกอ่ะ
    #82
    1
    • #82-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      17 กันยายน 2559 / 23:25
      จองกุกไม่ใช่คนที่ควรทำความเข้าใจค่ะ 55555
      #82-1
  10. #81 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 08:48
    อีกนิดจองกุก อีกนิดก็ดีแล้ว...
    หลุดสบถตอนเด็กนี่ยิ้มร้ายเลยค่ะ แบบเฮ้ย บ้าาาาา ทำไมเป็นงี้อ่ะ อุตส่าห์เคลิ้มแล้ว
    แล้วนี่โทรหาใครอีก นี่นายไปก่อเรื่องอะไรกับใครเอาไว้กี่รายเนี่ย โอยตาย เด็กนี่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆแล้วนะคะ
    แต่ดีแล้วค่ะอย่าเพิ่งให้ตะยองมาเจอกันเลย ห้องแตกแน่ๆ...
    เป็นห่วงชูก้ามอนส์เตอร์ T_T ไม่อยากจะคิดตอนสองคนนี้ร้าวเลยค่ะ ฮือออออ

    สู้ๆนะค้า ปีหนึ่งหลายๆอย่างหนักหน่วงจริงๆโดยเฉพาะกิจกรรม เยอะแยะไปหมด แต่ปี2+จะหนักเรียนแล้วค่ะ :'D 
    ปล. พี่จินจะมาแกะกระดุมน้องออกสื่อไม่ได้นะคะ!! แต่แกะราวกับว่าเคยแกะเป็นเรื่องปกติกันอยู่แล้ว ว้าย----
    #81
    1
    • #81-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      17 กันยายน 2559 / 23:24
      โลกคือละครนะคะ 55555 คู่กรณีตากุกมีเยอะค่ะ จะโผล่มาเรื่อยๆ -0-
      เราก็สงสารคู่นี้สุดแล้วค่าาา แต่จริงๆ ชูก้ามอนสเตอร์เราก็สตรองมากพออยู่นะ พล็อตอาจจะพลิกก็ได้ (เราล้อเล่นนะคะ 55555)

      จริงค่ะ กิจกรรมหนักหน่วงมาก ที่เพิ่งมาตอบเม้นก็เพราะเราเพิ่งกลับจากกิจกรรมของมอนี่แหละค่ะ เวลาพักผ่อนน้อยมาก ช่วงนี้ก็ต้องอ่านหนังสืออีก T^T ตอนนี้คงทำได้แค่ตอบเม้น ไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าถ้าขึ้นปีสองแล้วจะเป็นยังไง -0-
      ปล.เขาอาจจะทำบ่อยก็ได้นะคะ และรู้สึกว่าหลังเราอัพตอนนี้ก็มีโมเม้นนวดให้กันมาอีก คบก็บอกว่าคบเถอะค่ะกุกจิน -..-
      #81-1
  11. #80 ณ. ล้านนา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 08:31
    จอนจองกุกนี่มันจอนจองกุกจริงๆ ร้ายกาจมาก เกือบทำมิดีมิงามใส่พี่ นัมจุนก็หวงมากยุนกิมากกกก คิดว่าคู่รองก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน แต่ถ้าพี่จินเป็นฝ่ายยั่วนี่เกมเผ็ดแน่นอน งูยยยยยยตานี้จองกุกหัวหมุนแน่
    #80
    1
    • #80-1 ILovePCY(จากตอนที่ 10)
      17 กันยายน 2559 / 23:18
      และแน่นอนว่าเราไม่กล้าเปลี่ยนพล็อตให้พี่จินไปสายนั้นเด็ดขาด 55555 (แม้โมเม้นที่เห็นนี่อยากจิพาไปมาก -w-) จอนจองกุกก็ยังเป็นจอนจองกุกค่ะ ยังไงก็อย่างนั้น เด็กนี่ยังรักษาระดับของตัวเองไปเรื่อยๆ 55555
      นัมจุนเขารักของเขามากกกกกกก (ก ไก่ ห้าล้านตัว) ก็เลยหวงมากเช่นกันค่ะ อยากรู้ว่าเป็นยังไงต่อต้องติดตามกันเนอะ ><
      #80-1