Fic BTS In Relation... KookJin, VGa, MonHope

ตอนที่ 11 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    8 ต.ค. 59

บทที่ 10

        อาทิตย์ต่อมา ก็ใกล้เข้าสู่ฤดูสอบกลางภาค ซอกจินที่หายดีแล้วก็กลับมาตามงานให้ทันเพื่อนและมาเรียนตามปกติ

        แต่ที่ผิดปกติ ก็ดูเหมือนจะเป็นลุคใหม่ของเดือนหน้าหวานคนนี้

        “ว้าว คิมซอกจิน ชอบสีชมพูขนาดนี้เลยหรอคะคุณเพื่อน ^o^

        “อย่าแซวน่า ฉันก็แค่เบื่อผมบลอนด์แล้วเท่านั้นเอง” เสียงหวานว่าก่อนจะเสยผมสีชมพูอ่อนของตัวเอง

        ใช่ พอออกจากโรงพยาบาล เขาก็ไปจัดการเปลี่ยนสีผมของตัวเองทันที

        ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเปลี่ยน แต่เขาแค่รู้สึกเบื่อๆ ผมสีบลอนด์แล้วเท่านั้นเอง

        อีกอย่าง เขาก็รู้สึกว่าตั้งแต่ทำผมบลอนด์ตอนก่อนขึ้นปีสามมา ชีวิตเขามีแต่เรื่องวุ่นวายไปหมด

        เรื่องงานที่คณะนี่เขาไม่รวมหรอก แต่เรื่องป่วยนี่ต้องนับ เพราะถึงเขาจะป่วยบ่อย แต่เขาก็ไม่เคยป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลมาก่อน

        และไหนจะจองกุกที่โผล่หน้ามาให้เห็นตลอดเวลาที่เขานอนพักอยู่ที่นั่น

        แถมยังมาดูแลไม่เคยห่าง (เว้นแต่เวลาที่หมอนี่มีเรียนหรือเวลาที่เพื่อนของเขาไปเยี่ยม) ท่าทางของคนเด็กกว่าต่างจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างลิบลับ

        น่าแปลกนะ สำหรับเขาการที่จองกุกทำดีแบบนี้ น่าระแวงมากกว่าเดิมอีก -0-

        เพราะฉะนั้นก็ขอพึ่งการเปลี่ยนแปลงหน่อยแล้วกัน หวังว่าการเปลี่ยนสีผมมาเป็นสีที่ชอบมันคงจะช่วยเขาได้ไม่มากก็น้อย

        ถึงมันจะดูเป็นความคิดที่ประหลาดสำหรับเด็กที่เรียนวิทยาศาสตร์ก็เถอะ แต่ในเวลานี้ อะไรที่คิดว่าจะทำให้เขาวุ่นวายน้อยลง เขาก็พึ่งหมดแหละ

        “แต่จริงๆ มึงทำผมสีนี้ก็ดีนะ ดูสวยขึ้นเยอะเลย”

        “สวยอะไรล่ะ กูเป็นผู้ชาย - -” เสียงหวานตอบเพื่อนตัวขาวอย่างเอือมๆ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ทันที

        “เฮ้ย นี่กูพูดจริงนะ มึงหน้าหวานอยู่แล้วอ่ะ ยิ่งทำผมสีหวานๆ แบบนี้ยิ่งสวยขึ้นไปใหญ่เลย”

        “จริงนะซอกจิน ตอนนี้นายสวยพอๆ กับไอ้ตัวเล็กนี่ซะอีก” นัมจุนพูดพลางขยี้ผมของแฟนหนุ่ม เรียกสายตาเรียวให้หันมาค้อนใส่ทันที

        “หาเรื่องเหรอคิมนัมจุน - -

        “เปล่า ก็เปรียบเทียบให้จินฟังไง ^^

        “กวนตีน”

        “โอ๊ย ไอ้คู่รักคู่นี้ สวีทกันเกรงใจคนโสดกับคนที่กำลังจะไม่โสดตรงนี้ด้วย” ฮเยมินแซวเรียกให้ยุนกิเปลี่ยนสายตามาที่เธอทันที

        “เดี๋ยวเถอะยัยอีริน = =

        “อีฮเยมิน ^o^” เสียงสดใสของใครสักคนที่เรียกชื่อเต็มของฮเยมินอย่างร่าเริง เรียกความสนใจของทุกคนได้ทันที

        “อ้าว กึมโจ มาไงเนี่ย” เสียงหวานทักทายเพื่อนในกลุ่มอย่างสงสัย อีกึมโจเพื่อนสาวที่นับได้ว่าเป็นน้องเล็กของกลุ่มทั้งทางด้านเดือนเกิดและนิสัย เธอเป็นญาติสนิทและเรียนคณะเดียวกับฮเยมิ ซึ่งพวกเธอก็สนิทกันมากในชนิดที่ว่าเห็นฮเยมิที่ไหน จะต้องเจอกึมโจด้วย

        แต่ทำไมช่วงนี้รู้สึกว่าสองคนนี้จะแยกกันบ่อยเหลือเกิน

        “ขับรถมาไง เธอนี่ก็ถามแปลกๆ นะ ^o^ โอ๊ะ สวัสดีค่ะทุกคน” หญิงสาวหันมาโค้งให้ทุกคนจนพวกเขาโค้งรับแทบไม่ทัน

        “กวนนะหล่อนน่ะ - - แล้วคู่หูสายแบ๊วของเธอไปไหนซะล่ะ ถึงได้มาคนเดียวแบบนี้”

        “ก็พี่ฮเยมิติดประชุมพี่ว้ากของพยาบาลน่ะสิ เธอเลยฝากของให้ฉันเอามาให้พี่ฮยอนอา”

        “ฮะ!! ยัยฮเยมิเนี่ยนะเป็นพี่ว้าก” ฮเยมินเสียงดังอย่างอึ้งๆ ในขณะที่อีกสามหนุ่มได้แต่มองกันอย่างสงสัย

        คนหน้าตาน่ารักแถมยังดูใจดีอย่างฮเยมิเนี่ยนะ พี่ระเบียบ -0-

        อย่างนัมจุนที่เป็นพี่ระเบียบของวิศวกรรมศาสตร์หรือสาวโหดอย่างฮยอนอาที่เป็นพี่ระเบียบของวิทยาศาสตร์พวกเขายังพอนึกภาพออก แต่สำหรับสาวใสอย่างฮเยมิแห่งคณะพยาบาลคนนี้ มันนึกไม่ออกจริงๆ

        “อื้อ แต่เห็นแบบนี้พี่ฮเยมิก็โหดพอได้เลยนะ ความดาร์คมาแรงมาก ไม่ต้องพึ่งเวลาอารมณ์เสียเหมือนเมื่อก่อนเลย”

        ทำไมต้องพูดด้วยสีหน้าที่ดูภูมิใจในญาติตัวเองขนาดนั้น -0-

        “ว่าแต่ ยัยฮเยมิฝากอะไรมาให้แฟนสาวของตัวเองเนี่ย”

        “ฮะ? แฟน!!” ชายหนุ่มทั้งสามคนหันไปมองหญิงสาวผมสั้นทันที ซึ่งทั้งฮเยมินกับกึมโจก็พยักหน้ารับด้วยท่าทีสบายๆ

        “ก็ใช่น่ะสิ นี่ไม่รู้กันเหรอ”

        “รู้แล้วจะมีท่าทางกันแบบนี้มั้ยล่ะ -0-

        “ตกข่าวนะคะ พวกนายเนี่ย” กึมโจหัวเราะเบาๆ “พี่ฮยอนอากับพี่ฮเยมิเป็นแฟนกันตั้งนานแล้วล่ะค่ะ ก็ตั้งแต่ขึ้นปีสามกันแล้วมั้ง”

        โห ปิดได้นานมากเลยนะทั้งคู่น่ะ = =

        “งั้นฉันฝากเธอไปให้เลยแล้วกันนะอีริน เดี๋ยวฉันก็ต้องไปประชุมพี่สันทนาการของคณะต่อ” ว่าจบ หญิงสาวก็วางของลงตรงโต๊ะด้านหน้าเพื่อนสาวของตัวเองแล้วหันไปหาชายหนุ่มทั้งสามคน “ฉันไปก่อนนะคะ ป่านนี้ทุกคนคงรอแย่แล้ว”

        “โอเคๆ ขับรถดีๆ นะ” ทุกคนโบกมือลาให้หญิงสาวผมสีชมพูหม่น พอเธอเดินไปลับตา ทั้งสี่คนก็หันกลับมาคุยกัน

        “ตอนแรกฉันนึกว่าฮยอนอาแค่ห้าวเฉยๆ นะ” ซอกจินพูดออกมา        ยุนกิกับนัมจุนก็พยักหน้าเห็นด้วย

        “จริงๆ ยัยฮยอนอาก็ชอบผู้ชายแหละ แต่ฮเยมิเป็นข้อยกเว้น” ฮเยมินยิ้ม “ความรักมันไม่ได้อยู่ที่เพศ แต่มันอยู่ที่คนที่ใช่ต่างหาก พวกนายน่าจะเข้าใจนี่”

        “ก็เข้าใจแหละ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ยุนกิพูด จะบอกว่าไม่เข้าใจก็คงไม่ถูกนักเพราะถ้าไม่เจอนัมจุน เขาก็คงจะชอบผู้หญิงต่อไปเหมือนเดิม “แต่น่าแปลกนะ ที่ผู้หญิงที่โสดมาตลอด 22 ปีอย่างเธอเข้าใจเรื่องนี้”

        “เดี๋ยวนายจะโดนนะมินยุนกิ” หญิงสาวหนึ่งเดียวหันไปแหวใส่คนตัวขาวทันทีที่โดนเขาเอ่ยแซว “อีกสิบห้านาทีพวกฉันจะเข้าเรียนแล้ว พาแฟนนายกลับไปที่คณะเลยนะนัมจุน ก่อนที่ฉันจะกัดหัวไอ้หมอนี่”

        “ฮ่าๆๆ โอเคๆ พวกฉันก็มีเรียนตอนเที่ยงตรงเหมือนกัน งั้นแยกกันเลยก็ได้เนอะ” พูดจบก็ลากแฟนตัวเล็กที่ยังคงทำสีหน้าล้อเลียนเพื่อนสาวไม่หยุดออกไป ฮเยมินหันไปแยกเขี้ยวใส่ยุนกิก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนสนิทอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

        “นายคิดว่ายัยฮยอนอาจะเลิกหรือยัง”

        “เธอเอาเรื่องเด็กฟิสิกส์มาถามเด็กไบโออย่างฉันเนี่ยนะ = = เธอก็ลองไปดูแถวเซคฮยอนอาสิ เดี๋ยวเธอต้องไปเรียนเซคใกล้ๆ แถวนั้นนี่”

        “เออจริงด้วย งั้นคงต้องรีบแล้วล่ะ ฉันไปก่อนนะ”

        “อื้อๆ” ซอกจินตอบรับเพื่อนสาวก่อนจะเดินแยกไปอีกทางเพื่อไปที่ตึกเรียนแลปของตัวเอง

 

        ทันทีที่ขึ้นรถของตัวเอง ใบหน้าสวยก็เปลี่ยนจากร่าเริงกลายเป็นเรียบนิ่งเย็นชาราวกับคนละคน

        กึมโจนั่งนิ่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ ในหัวของเธอมีแต่ภาพใบหน้าที่ทั้งหล่อและสวยในเวลาเดียวกันของเดือนปีสามแห่งคณะวิทยาศาสตร์

        คิมซอกจินงั้นหรอ

        คนที่มีท่าทางนิ่งๆ และดูเหมือนจะไม่เอาเรื่องใครแบบนั้น มันมีอะไรน่าดึงดูดนักนะ

        ทำไมคนธรรมดาๆ แบบนั้นถึงทำให้นายยึดติดได้มากขนาดนี้นะ จอนจองกุก

 

        พอประตูลิฟต์เปิด ร่างเพรียวก็ก้าวออกมาพร้อมกับก้มหยิบเสื้อกาวน์ในกระเป๋าตัวเองออกมาเพื่อเตรียมจะสวมก่อนจะเข้าไปเรียนในแลป

        นั่นทำให้เขาไม่ได้มองทางและไปชนกับใครบางคนที่เดินสวนมา

        ปึก!!

        “โอ๊ะ!” เสียงหวานกับเสียงทุ้มร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนที่เดือนหน้าหวานจะนั่งลงช่วยร่างสูงที่ตัวเองเดินชนเก็บของ

        “ขอโทษนะครับ ผมมัวแต่หยิบของเลยไม่ได้... อ้าว แทฮยอง”

        “ครับ?” ร่างสูงที่ก้มเก็บของอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นพี่ทันที “พี่จินหรอ...”

        แทฮยองถึงกับนิ่งไปทันทีที่เห็นรุ่นพี่หน้าหวานในลุคที่แปลกตา ดวงหน้าหวานกับผมสีชมพูสวยที่เสริมให้ใบหน้าน่ารักของอีกคนดูหวานขึ้นมาอีกทำให้ร่างสูงถึงกับอึ้งไป

        แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนตัวเล็กเหมาะกับผมสีนี้แค่ไหน

        ใบหน้าหวานที่ตอนทำผมสีบลอนด์ก็น่ารักมากอยู่แล้ว พอในตอนนี้ที่เปลี่ยนมาเป็นผมสีหวานๆ แบบนี้ ก็ทำให้ซอกจินดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอมมากขึ้นกว่าเดิม

        ให้ตายเถอะ คนคนนี้จะทำให้เขาหลงไปถึงไหนนะ

        “...เฮ้ แทฮยอง!” มือบางที่กวาดไปมาตรงหน้าทำให้ร่างสูงตื่นจากความคิดทันที แทฮยองกระพริบตาปริบๆ มองใบหน้าน่ารักที่กำลังขมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างสงสัย

        “เอ่อ มีอะไรหรอครับ”

        “พี่นั่นแหละต้องถามนาย จ้องหน้ากันแบบนี้พี่ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ” พูดจบก็หลบตาไปทางอื่น ทำเอาร่างสูงถึงกับลอบกลืนน้ำลายในท่าทางของรุ่นพี่

        จะผิดมั้ย ถ้าเขาอยากกินของหวานตอนนี้

        เพราะในตอนนี้คนตรงหน้าก็ไม่ได้ต่างจากคำว่าของหวานเท่าไหร่หรอก –///-

        “ว่าแต่ นายมาทำอะไรที่ตึกแลปไบโอนี่ล่ะ” เสียงหวานถามอย่างสงสัย คนที่เรียนบริหารอย่างคนผิวเข้มตรงหน้าไม่ได้จำเป็นต้องเรียนแลปวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว น่าแปลกมั้ยล่ะ ที่จะเจอแทฮยองบนตึกเรียนปฏิบัติการของภาคชีววิทยาแบบนี้

        “อ้อ จริงด้วยสิ” ร่างสูงเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้ เกือบจะลืมจุดประสงค์แรกที่มาที่นี่ไปแล้วนะเนี่ย “ผมจะมาหาพี่นี่แหละครับ เห็นเพื่อนพี่บอกว่าพี่มีเรียนแลปตอนบ่ายเลยมารอที่นี่”

        “รอพี่? รอทำไมหรอ”

        “ก็ผมยังไม่ได้ซื้อแมวเลยสักทีนี่ครับ รอพี่ไปช่วยเลือกให้เนี่ย”

        “อ้าว จริงดิ” ซอกจินถามเสียงสูง ก็เห็นว่าจะไปดูแมวตั้งแต่ช่วงเขาป่วยแรกๆ แล้วนี่ ก็นึกว่าไปซื้อแล้วซะอีก

        แล้วเด็กนี่จะรอเขาทำไมล่ะเนี่ย คนอยากได้แมวก็แม่ของร่างสูงไม่ใช่หรือไง -0-

        “จริงครับ ก็ผมเลือกไม่เป็นนี่นา เลยอยากให้คนที่ชอบสัตว์เลี้ยงอย่างพี่ไปด้วยกันหน่อย”

        “จริงๆ นายเลือกเองก็ได้นะ แค่ถามแม่นายว่าชอบแบบไหนแล้วนายก็ไปเลือกที่ร้าน ยังไงเจ้าของร้านก็ต้องแนะนำอยู่แล้ว”

        “ก็ผมอยากให้พี่ไปช่วยเลือกด้วยนี่นา ยังไงพี่ก็เป็นคนละเอียดอ่อนกว่าผม เพราะงั้นพี่ต้องเลือกได้ดีกว่าผมแน่ๆ >< ไปด้วยกันนะครับ พี่จิน”

        “อ่า ได้ๆ แต่พี่เลิกแลปตอนบ่ายสามน่ะ ตอนนั้นนายจะยังว่างอยู่มั้ยล่ะ”

        “ว่างครับ จริงๆ วันนี้ผมไม่มีเรียน ที่มามอก็เพื่อมาชวนพี่เนี่ยแหละ”

        ร่างเพรียวมองคนตรงหน้าที่ยังส่งยิ้มมาให้ด้วยความสงสัย ไม่มีเรียนแต่มามหาวิทยาลัยเพียงเพื่อแค่มาชวนเขาให้ไปซื้อแมวเป็นเพื่อนเนี่ยนะ

        เข้าใจยากสมฉายาสี่มิติจริงๆ นะเด็กนี่

        “อ่า งั้นเดี๋ยวเลิกแล้วพี่จะไปหานายที่บ้าน...”

        “ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมรอพี่อยู่แถวนี้ก็ได้ จะได้ไปด้วยกันเลย”

        “นายจะบ้าหรอ พี่เรียนแลปตั้งสามชั่วโมงนะ ไปรอที่บ้านก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวเรียนเสร็จพี่จะไปหา”

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปๆ มาๆ มันเปลืองน้ำมัน เดี๋ยวผมรออยู่แถวนี้แหละ แค่สามชั่วโมงเอง”

        เวลาสามชั่วโมงนี่ใช้คำว่าแค่หรอ -0-

        “ตามใจนายแล้วกัน งั้นพี่ไปเรียนก่อนนะ” เมื่อรู้ว่าพูดอะไรก็คงเปลี่ยนใจร่างสูงไม่ได้ คนหน้าหวานจึงว่าแค่นั้นแล้วเดินผ่านหน้าแทฮยองเพื่อไปห้องเรียนของตัวเอง ทิ้งให้เดือนหน้าหล่อมองตามแล้วยิ้มออกมา

        ถึงคนเป็นพี่จะยังไม่เปิดใจรับเขาตอนนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เขายังอยู่ได้อยู่ใกล้ๆ และคอยปกป้องซอกจินใกล้ๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว

        แน่นอนว่าจีบมานานก็ต้องหวังจะได้เป็นแฟนอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอยากเห็นความน่ารักของอีกคนไปแบบนี้เรื่อยๆ และเขาก็พร้อมจะอยู่ตรงนี้แม้จะไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์เลยก็ตาม

 

        กว่าจะเลือกแมวให้แทฮยองเสร็จก็ห้าโมงกว่าแล้ว

        ซอกจินกำลังเดินขึ้นลิฟต์หลังจากเอารถไปเก็บที่ที่จอดรถ เขารอจนลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่ต้องการแล้วเดินออกมา มือเรียวล้วงคีย์การ์ดในกระเป๋าแล้วเปิดเข้าไป และสิ่งแรกที่เขาพุ่งไปหาก็ไม่ใช่อะไร

        นอกจากกระต่ายน้อยของเขาที่อยู่ในห้องนอน

        “ไงเจ” เพียงได้ยินเสียงหวานของปะป๊าทัก กระต่ายตัวกลมที่เล่นอยู่ในสนามที่ร่างเพรียวทำให้ก็วิ่งมาหาทันที ซอกจินหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเอ็นดูในลูกชายของตัวเองก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา

        “ทำไมหนักขึ้นล่ะเนี่ย อ้วนขึ้นอีกแล้วใช่มั้ยเจ้าตัวเล็ก”

        “...”

        “ไม่ตอบแสดงว่าใช่แน่ๆ ^o^ แต่จะโทษนายอย่างเดียวก็ไม่ได้หรอก เพราะฉันเป็นคนเตรียมอาหารให้นายนี่นา”

        “...”

        “ป่ะ เดี๋ยวออกไปนั่งอ่านหนังสือกับฉันข้างนอกดีกว่าเนอะ วิ่งอยู่ข้างในมาทั้งวันคงจะอุดอู้น่าดู” ว่าจบก็ลุกขึ้นทั้งๆ ที่ยังอุ้มกระต่ายไว้ ก่อนจะวางกระต่ายน้อยลงบนกองหนังสือของตัวเองแล้วยกทั้งหมดขึ้นมา

        “อย่าดิ้นนะ ถ้าตกลงไปนายจะเจ็บนะรู้มั้ย” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาพร้อมกับประคองกองหนังสือกับเจ้าเจที่อยู่บนนั้นอย่างระมัดระวัง และดูเหมือนเจ้าตัวอ้วนของเขาจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะเจ้าตัวน้อยก็นั่งนิ่งตาโตอยู่บนนั้นทันทีที่เขาบอก จนกระทั่งเขาวางหนังสือลงบนโต๊ะทานข้าว เจก็กระโดดลงมาไปนั่งมองหน้าเขาอยู่บนโต๊ะ ซอกจินยิ้มแล้วยื่นมือไปลูบหัวเล็กๆ ด้วยความเอ็นดู

        “ดีมาก เจ้าตัวน้อย”

        กริ๊ง!

        เสียงกริ่งหน้าห้องเรียกความสนใจของซอกจินทันที ภาพเหตุการณ์ที่เจอบ่อยๆ หลังจากเสียงกริ่งห้องตัวเองแบบนี้ทำให้ร่างเพรียวเริ่มลังเลที่จะเปิดมัน

        จะใช่จองกุกอีกมั้ย

        ถ้าไปเปิดเขาจะเจออะไรหรือเปล่า

        แต่ช่วงนี้จองกุกก็ดูจะไม่ค่อยแผลงฤทธิ์อะไรแล้วนะ

        เดี๋ยวสิ คนรู้จักคนไหนก็มาห้องเขาได้หรือเปล่า ทำไมจะต้องคิดว่าเป็นเด็กนั่นด้วย

        คงเป็นเพราะเด็กนั่นที่บุกมาบ่อยแน่ๆ ถึงทำให้เขาหลอนได้ขนาดนี้

        กริ๊ง!

        “ครับๆ จะไปเปิดให้เดี๋ยวนี้แหละ” เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นอีกรอบก็ไม่มีเวลาให้เขาต้องตัดสินใจอีกแล้ว ร่างเพรียวเดินไปที่ประตูห้องแล้วเปิดมันออก

        และก็ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดมันไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว

        “สวัสดีครับ พี่...” เสียงทุ้มหายไปทันทีที่เห็นหน้าเจ้าของห้อง ใบหน้าสวยที่มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์กับผมสีหวานที่เสริมให้อีกคนดูน่ารักไปอีกแบบทำให้จองกุกถึงกับชะงักไปทันที

        สวย...

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพตรงหน้าสวยมากจริงๆ

        “ถ้าจะกดกริ่งแค่เพื่อมาจ้องหน้ากันแบบนี้ พี่ขอตัวล่ะนะ” เสียงหวานที่เอ่ยอย่างหงุดหงิดเรียกให้ร่างสูงตื่นจากความคิดทันที คนตัวเล็กกว่ากำลังจะปิดประตูแต่มือหนาก็รั้งมันไว้ก่อน

        “เดี๋ยวสิครับพี่จิน ผมแค่ตกใจนิดหน่อย สีผมใหม่สวยดีนะครับ พี่...ดูน่ารักขึ้นเยอะเลย”

        “...มีเรื่องแค่นี้ใช่มั้ย” ซอกจินดึงประตูอีกครั้ง แต่ก็สู้แรงของมือจองกุกที่ยึดประตูไว้ไม่ได้ “จองกุก!

        “อย่าเพิ่งโมโหสิครับ ผมแค่อยากจะขอความช่วยเหลือจากพี่เท่านั้นเอง” ไม่ว่าเปล่า ยังยกกองหนังสือที่อยู่ในมืออีกข้างให้คนหน้าหวานดูด้วย “ติวหนังสือให้ผมหน่อยสิ ^^

        “พี่ลืมเนื้อหาปีหนึ่งไปหมดแล้ว ให้เพื่อนนายติวให้เถอะ” เสียงหวานปฏิเสธอย่างเย็นชา จริงๆ เขาก็ไม่ใช่คนใจร้าย ถ้ารุ่นน้องคนอื่นมาขอ เขาก็คงติวให้อย่างไม่ลังเลอยู่แล้ว

        แต่เพราะคนที่ขอคือจองกุก

        และเขาก็รู้ว่าถ้ายอมติวให้และต้องอยู่กับร่างสูงแค่สองคนในห้อง มันอันตรายแค่ไหน

        คนอย่างจองกุกไว้ใจไม่ได้...

        “ผมไม่เชื่อหรอก เพราะอย่างน้อยพี่ก็ต้องใช้วิชาชีวะเป็นพื้นฐานในการเรียนของปีอื่นๆ”

        เออ รู้ดีอีก - -

        “แล้วทำไมต้องขอให้พี่ติวให้ เพื่อนนายที่เรียนเก่งๆ ก็มีเยอะแยะ อีกอย่าง คนอย่างนายก็เรียนรู้อะไรไวจะตาย พี่ว่าอย่างนาย อ่านคนเดียวก็ทำมันได้สบายๆ อยู่แล้ว”

        “โธ่พี่ พี่ก็น่าจะรู้ว่ามหาลัยกับมัธยมมันไม่ได้เรียนเหมือนกัน” เสียงทุ้มโอดครวญ “จริงๆ ผมว่าจะอ่านตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้ว แต่คนแถวนี้ก็ดันมาป่วย ทำให้ผมต้องเอาเวลาไปดูแลเขากับกระต่ายของเขาแทน”

        แล้วใครขอไม่ทราบ?

        ร่างเพรียวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย มองคนที่ตัดพ้อด้วยรอยยิ้มตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะผลักประตูให้กว้างขึ้น

        เห็นแก่ที่ดูแลเจให้เขาเถอะนะ

        “เข้ามาสิ”

 

        หลังจากที่อธิบายคร่าวๆ ให้ร่างสูงฟังเสร็จ ซอกจินก็ปล่อยให้จองกุกได้ทบทวนด้วยตัวเอง

        คนเป็นน้องก้มอ่านชีทในมือพลางลอบมองคนพี่ที่ก้มเขียนสรุปของเนื้อหาตัวเองอยู่ตรงข้ามโดยมีเจ้ากระต่ายตัวน้อยนอนนิ่งอยู่ข้างๆ ภาพของคนตัวเล็กกว่าในเสื้อแขนยาวตัวโคร่งที่คลุมทับชุดนักศึกษาและมีสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ อยู่ด้วยเป็นภาพที่ทำให้จองกุกอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

        น่ารัก...

        ยิ่งทำผมสีหวานๆ แบบนี้ คนตรงหน้าเขายิ่งน่ารัก

        น่ารักจนอยากจะขยี้ให้แหลกคามือ

        ยังไงเขาก็ไม่มีทางปล่อยรุ่นพี่คนนี้ไปง่ายๆ แน่

        “สงสัยตรงไหนเหรอ ถึงได้จ้องหน้ากันแบบนี้” เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นเรียกให้จองกุกตื่นจากความคิด คนเป็นพี่เงยหน้าจากหนังสือพร้อมกับขยับแว่นแล้วมองหน้ารุ่นน้อง         “ว่าไง อยากได้คำอธิบายอะไรเพิ่มหรือเปล่า”

        หลังจากหายป่วยนี่ ของเล่นของเขาดูกล้าขึ้นนะ ว่ามั้ย?

        “ก็นิดหน่อยน่ะครับพี่” แต่ร่างสูงก็ยังคงไม่ใส่ใจกับท่าทีของรุ่นพี่ “พี่ช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังอีกรอบได้มั้ย”

        “ไหน เรื่องอะไร” พูดพร้อมโน้มตัวมาดูชีทที่ร่างสูงดันมาให้ “หืม? ไหนตอนแรกบอกว่าเข้าใจ...”

        เสียงหวานหายไปทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา ไม่รู้ว่าจองกุกที่ในตอนแรกดันแค่ชีทมาให้เขาดูโน้มตัวมาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

        ใกล้ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

        ตากลมมองลึกเข้าไปในตาคมตรงหน้า สิ่งที่อยู่ในดวงตาคู่นี้มันไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

        แต่มันมีแต่สิ่งที่เขาอ่านไม่ออกเลยสักนิด

        แต่กระนั้น มันก็ทำให้เห็นภาพที่เคยเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

 

        จองกุก กลับไปแล้วหรอร่างเพรียวถามขึ้นเมื่อในห้องของตัวเองมีแต่ความเงียบ ไร้ร่างของคนรักที่บอกว่าจะมานั่งรอเขาที่คอนโดในระหว่างที่เขาเรียนพิเศษเพื่อจะให้เขาติวสอบให้

        แต่ไหงเปิดประตูเข้ามาแล้วมีแต่ความมืดแบบนี้

        สงสัยมีธุระด่วนแหละมั้งเสียงหวานว่าคนเดียวก่อนจะไปเปิดไฟให้ห้องสว่างแล้วเอาของที่เพิ่งซื้อมาไปเก็บในครัวตามปกติ

        โดยไม่รู้เลยว่า มีใครบางคนที่แอบอยู่เมื่อครู่กำลังย่องเข้าไปหา

        พี่จิน! ^o^’

        ‘เฮ้ย!!’ ซอกจินร้องเสียงดังเมื่อแขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอดของตัวเองอย่างรวดเร็ว กำลังจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยก็ทำให้ร่างเพรียวแค่หันไปมอง

        เล่นอะไรของนายเนี่ย จอนจองกุก - -’

        ใช่แล้ว คนคนนั้นก็คือแฟนเด็กของเขานั่นเอง

        ก็แค่อยากแกล้งพี่นิดหน่อยเอง

        ‘นิดหน่อยของนายนี่พี่หัวใจวายได้เลยนะ = = พี่ก็นึกว่าโจร เกือบจะตีศอกกลับไปแล้ว

        ‘โห ตัวแค่นี้โหดจังเลยนะครับ ^^’

        ‘เดี๋ยวนายจะโดนนะ แล้วจะให้พี่ติวหนังสือให้ใช่ป่ะ หยิบหนังสือแล้วไปนั่งรอโต๊ะเลย เดี๋ยวพี่ตามไป

        ‘ครับผม ^o^’

        ซอกจินมองตามกระต่ายยักษ์ของตัวเองที่รับคำแล้วเดินออกไป ริมฝีปากอิ่มยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปแล้วกอดคนตัวสูงกว่าจากด้านหลัง

        พี่จิน...เสียงทุ้มเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะกุมแขนเรียวที่กอดเอวตัวเองไว้แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ มีอะไรหรือเปล่าครับ

        ‘เปล่าหรอก แค่อยากกอดน่ะว่าพลางซบหน้าหวานลงบนแผ่นหลังกว้าง รักนะจองกุก

        รักพี่เหมือนกัน พี่จินของผม ^^’

 

        ความนุ่มนิ่มที่แตะลงบนแขนเรียวเรียกให้ซอกจินตื่นจากความคิดทันที

        ตาหวานกระพริบตาปริบๆ เมื่อพบตัวเองกับร่างสูงตรงหน้ายังอยู่ในระยะประชิดจนดูอันตรายก็รีบผละออกมานั่งที่เดิมทันที

        ร่างเพรียวนึกขอบคุณกระต่ายน้อยของตัวเองที่ไปล้มตัวลงนอนข้างแขนของเขาเมื่อครู่เลยทำให้เขาได้สติกลับมา

        ไม่งั้นคงเผลอปล่อยให้ตัวเองจมกับอดีตไปนานกว่านี้แน่นอน

        และยิ่งอยู่ใกล้กับจองกุกแบบนั้นด้วย...

        อุตส่าห์พยายามเข้มแข็งมาได้ขนาดนี้แล้วนะซอกจิน อย่าเผลอแบบนี้สิ

        ก็รู้ตัวตนที่แท้จริงของเด็กนี่มาตั้งนานแล้วนะ เลิกให้อดีตของเด็กนี่มาหลอกสักทีสิ

        จองกุกมองรุ่นพี่ที่หลบตาเขาอย่างขัดเขินในขณะที่ถอยกลับมานั่งแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

        แววตาที่ฉายแววสับสนแบบนั้นแหละ ที่เขาต้องการ

        อีกไม่นานหรอก

        อีกไม่นาน พี่จินจะต้องแพ้ให้เขาอย่างแน่นอน J

 

        “ทำอะไรน่ะโฮซอก กลิ่นหอมไปถึงหน้าบ้านเลย” เสียงทุ้มที่ทักขึ้นเรียกให้โฮซอกทำอาหารอยู่หันไปมองทันทีด้วยความตกใจ แต่ตาหวานก็ต้องเบิกกว้างขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าใครเข้ามาในบ้านของเขา

        “พี่นัมจุน เข้ามาได้ยังไงครับ” เพราะเขามั่นใจว่าเขาล็อกบ้านไว้ดีแล้วก่อนจะเข้ามาทำอาหารในครัว

        “ก็เอากุญแจที่ยุนกิให้นี่แหละไขเข้ามา พี่เรียกตั้งนานแล้วไม่มีใครเปิดก็เลยเข้ามาเลย”

        “แล้วพี่ยุนกิ?”

        “หมอนั่นโดนที่คณะดึงไว้น่ะ เห็นว่าเป็นเรื่องดาวเดือน ก็เลยให้พี่มาหาโฮซอกก่อน”

        “ให้พี่มาหาผม?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันหนักเข้าไปใหญ่ ก็ปกติเวลานัดทานข้าวที่บ้านก็จะมีแค่ยุนกิกับเขาเท่านั้นนะ

        เพราะมาอยู่ที่นี่แค่สองคน แถมยุนกิยังเข้าไปอยู่ที่คอนโดเพราะใกล้มหาวิทยาลัย ทำให้ช่วงก่อนที่ยุนกิจะคบกับนัมจุนพวกเขาทั้งสองพี่น้องจะเจอกันน้อยมาก เลยตกลงกันไว้ว่าจะนัดทานข้าวด้วยกันที่บ้านพักหลังนี้อาทิตย์ละหนึ่งครั้งเพื่อให้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบ้าง พวกเขาทำแบบนี้กันจนเคยชิน จนกระทั่งยุนกิคบกับนัมจุนแล้วก็ยังทำแบบเดิมและแฟนหนุ่มของพี่ชายก็เข้าใจ ไม่เคยมาเวลาเขานัดกับคนตัวขาวด้วยซ้ำ

        แต่วันนี้นึกยังไงถึงมา

        “อื้อ ยุนกิยังไม่ได้บอกหรอว่าวันนี้พี่จะมาฝากท้องด้วย พอดีว่าต้องไปติวหนังสือที่คอนโดหมอนั่นต่อ”

        “อ่อครับ” เสียงหวานตอบรับ “งั้นผมคงต้องทำอาหารเพิ่มแล้วสินะเนี่ย พี่ยุนกินี่นะ ทั้งที่เมื่อกี้ก็เพิ่งไลน์คุยกันแท้ๆ แทนที่จะบอกกันก่อน”

        “หมอนั่นคงลืมแหละ เราก็รู้ว่าพี่เราขี้ลืมแค่ไหน ^^ ว่าแต่เมื่อกี้ทำอะไรอยู่น่ะ พี่ได้กลิ่นตั้งแต่อยู่ตรงประตูเลย”

        “อ้อ ไก่บอนชอนน่ะครับ เพิ่งทำเสร็จเลย” ไม่ว่าเปล่า นิ้วเรียวยังชี้ไปที่จานไก่ทอดบนเคาน์เตอร์ด้วย “และตอนนี้ผมว่าจะทำต๊อกบกกีต่อ พี่ออกไปรอที่โต๊ะเลยครับ เดี๋ยวผมทำเสร็จจะยกออกไป”

        “ให้พี่เป็นลูกมือเราดีกว่า อุตส่าห์มากินข้าวบ้านเขาทั้งที จะให้ไปรอเจ้าของบ้านทำอาหารมันก็คงจะน่าเกลียด”

        “ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนั้นหรอก” เสียงหวานรีบเอ่ยออกไปทันที เหตุผลหนึ่งก็เพราะเกรงใจร่างสูงเลยรีบให้เขาออกไป

        และอีกเหตุผลก็คือ มันคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ที่เขาจะอยู่ใกล้กับแฟนของพี่ชายตามลำพังแบบนี้

        ยิ่งคนคนนี้ เป็น รักแรกของเขาด้วย

        ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก

        คิมนัมจุนคือรักแรกของจองโฮซอก

        คนที่โฮซอกเคยแอบชอบถึงแม้ในตอนนั้นพวกเขาจะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม

        ถึงมันจะนานจนเขาลืมทุกความรู้สึกไปแล้วก็เถอะ แต่ร่างบางก็รู้สึกว่ามันไม่เหมาะไม่ควรอยู่ดี

        แต่เหมือนคนเป็นพี่จะไม่คิดแบบนั้น

        “ไม่เป็นไร ให้พี่ช่วยเถอะ พี่เกรงใจจริงๆ”

        “แต่ว่า...”

        “เอาเป็นว่าตกลงนะ” พูดจบ ก็หันไปสนใจวัตถุดิบต่างๆ ทิ้งให้ร่างบางอ้าปากค้างกับความขี้ตู่ของร่างสูง

        ให้ตายเหอะ เห็นนิ่งๆ โหดๆ แบบนี้ก็เอาแต่ใจพอได้เลยแฮะ -0-

        แต่คนน้องก็ไม่อยากจะต่อความอะไรให้มากมาย โฮซอกหันไปหยิบเขียงกับมีดเพื่อเอามาหั่นเนื้อโดยมีนัมจุนคอยยืนมองอยู่ข้างๆ

        ตาคมมองท่าทางของน้องชายแฟน ใบหน้าสวยที่จดจ่อกับการหั่นเนื้ออย่างตั้งใจทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มมันออกมา

        พี่น้องคู่นี้นี่เวลาตั้งใจทำอะไรนี่จะจดจ่อไม่สนใจโลกเหมือนกันจริงๆ เลยนะ

        “โฮซอกดูทำอาหารเก่งเนอะ”

        “ก็ไม่เก่งหรอกครับ” เสียงหวานตอบ “แค่เพราะผมต้องอยู่คนเดียว มันเลยต้องทำเป็นบ้างเท่านั้นแหละ”

        “ยุนกิก็อยู่คนเดียว ไม่เห็นหมอนั่นจะทำเป็นเลย”

        “พี่ยุนกิเขาไม่ชอบอะไรที่มันดูวุ่นวายนี่ครับ พี่ก็รู้อยู่” โฮซอกตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่พี่ยุนกิเก่งเรื่องงานบ้านมากเลยนะ สังเกตห้องพี่เขาสิครับ ไม่เคยจะสกปรกเลย”

        “อื้ม นั่นก็จริง” เสียงทุ้มตอบรับ “แต่พี่ว่าคนทำอาหารเป็นนี่ได้เปรียบกว่านะ ใครได้นายไปเป็นแฟนนี่คงต้องโชคดีมากแน่ๆ เลย”

        ร่างบางชะงักสิ่งที่ทำอยู่ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ตาคู่สวยแอบเหลือบมองท่าทางของคนเป็นพี่แต่เพราะดูเหมือนนัมจุนจะไม่ได้คิดอะไร เสียงหวานจึงเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ใครได้คนน่ารักอย่างพี่ยุนกิเป็นแฟนก็โชคดีเหมือนกันครับ”

        “ฮะๆ ก็คงงั้นแหละมั้ง” เสียงทุ้มเอ่ย “แต่ช่วงนี้พี่เราดูแปลกๆ ไปนะ ทำตัวมีความลับตลอดเวลา น่าสงสัยจริงๆ”

        “พี่ยุนกิก็เป็นแบบนั้นแหละครับ”

        “แล้วก็นะ ทำไมต้องร้อนรนเวลาเพื่อนสนิทเราอยู่ใกล้กับซอกจินด้วย เอ แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะบางครั้งพี่ชายเราก็ไม่ได้สนใจอะไร” นัมจุนเอ่ยเหมือนพูดกับตัวเอง “พอจะรู้อะไรมั้ยโฮซอก”

        “โอ๊ย!”เพราะเอาแต่ฟังอีกคนพูด พอโดนพุ่งเป้ามาดื้อๆ แบบนั้นก็ทำให้ร่างบางตกใจ เผลอทำมีดบาดเข้าที่นิ้วตัวเอง โฮซอกรีบยกมือขึ้นมามองแผลตัวเองแต่ก็โดนนัมจุนคว้าไปดูก่อน

        “เป็นยังไงบ้างโฮซอก”

        “เอ่อ...”

        “ไปล้างแผลก่อน เดี๋ยวพี่ทำแผลให้” ไม่ว่าเปล่า ยังลากข้อมือไปที่อ่างล้างมือ จัดการล้างแผลให้อีกคนแล้วพาออกไปนั่งที่โซฟา

        “กล่องยาอยู่ตรงไหน เดี๋ยวพี่ทำแผลให้”

        “เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับพี่นัมจุน...”

        “อยู่นี่นี่เอง” และร่างสูงก็ไม่ได้ฟังคนร่างบางเลย มือหนาคว้ามือเรียวไปแล้วเริ่มจัดการทำแผลให้ “ตกใจขนาดนี้แสดงว่ายุนกิกับแทฮยองมีอะไรจริงๆ เหรอ”

        “ไม่ใช่หรอกครับ ผมก็แค่ตกใจที่อยู่ๆ พี่ก็พุ่งเป้ามาที่ผมแบบนั้น” เสียงหวานรีบปฏิเสธ “สองคนนั้นไม่มีอะไรจริงๆ นะครับพี่นัมจุน ไอ้แทฮยองมันเพ้อเรื่องพี่ซอกจินทุกวัน ส่วนพี่ยุนกิก็รักพี่มากๆ ด้วย เพราะฉะนั้นสองคนนั้นไม่มีทางคิดเกินเลยกันแน่นอน”

        “แต่ว่า...”

        “เชื่อใจพี่ยุนกินะครับ พี่ผมคงจะเสียใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าพี่ระแวงขนาดนี้”

        นัมจุนเงียบ เริ่มคิดตามที่คนน้องบอก จริงอย่างที่โฮซอกว่า เขาไม่รู้หรอกว่าเขาควรจะเชื่ออย่างที่คนน้องว่าดีมั้ย แต่ยุนกิที่แสดงออกว่ารักเขามากๆ ขนาดนั้นคงเสียใจน่าดูถ้ารู้ว่าเขายังไม่ไว้ใจอีกคนขนาดนี้

        ดังนั้น เขาควรเลิกเอาเรื่องนี้มาคิดมากได้แล้วสินะ

        “ขอบใจมากนะโฮซอก” เสียงทุ้มว่าก่อนจะปล่อยมือรุ่นน้องที่เขาทำแผลให้เสร็จแล้ว จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวคนที่เรียกสติของตัวเองกลับมาได้

        “ไม่เป็นไรหรอกครับพี่นัมจุน ผมก็แค่เห็นว่าพวกพี่รักกันมาก เลยไม่อยากให้ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้” โฮซอกบอกพร้อมรอยยิ้มก่อนจะอาศัยจังหวะที่ร่างสูงหันไปอีกทางแล้วถอนหายใจออกมา

        คงจะช่วยกันพี่นัมจุนได้สักระยะตามที่พี่ยุนกิต้องการแหละนะ

        ช่วงนี้เขาคงต้องคอยเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

        เขาจะไม่ยอมให้คนที่เป็น รักแรกของตัวเองและ รักปัจจุบันของพี่ชายเข้าไปยุ่งในเรื่องวุ่นวายของสี่คนนั้นแน่นอน

--------------------------------------------------------------------

        จบแบบงงๆ นะคะตอนนี้ 5555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันมานาน จริงๆ เราเหลือสอบอีกตัวนะแต่มาอัพก่อน เพราะสอบเสร็จเราก็จะไปนั่งหวีดกับเอ็มวีแล้วค่ะ ^o^ ขอเวลาหวีดนิดนึง ทุกคนแบบหล่อมากกกกกก งานดีมากกกกกกก หลงรักเมนตัวเองมากขึ้นไปอีก >< พี่จินของเราในลุคผมสีชมพูมันช่างงานดีจนกระทั่งต้องยอมเปลี่ยนสีผมในเรื่องให้พี่เขา งานดีมากจริงๆ ค่ะซิส รู้สึกดีใจที่เมนสวยได้ขนาดนี้ //ซับน้ำตา แต่คนอื่นเราก็ชอบนะ เห็นแล้วหวีดมาก ทีเซอร์ยิ่งงานดีไปอีก นั่งยิ้มคนเดียวจนเมทว่าเป็นบ้า (มีเมทไม่ติ่งเกาหลีนี่ชีวิตน่ารันทดนะคะ 55555) เข้าเรื่องดีกว่า ในตอนนี้เราเพิ่มม่อนโฮปเข้าไปแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาก คู่นี้ก็มาแค่นี้เนอะ ส่วนอีตากระต่ายกุก เราจะไม่พูดถึงนางนะคะ 555555 แต่สังเกตมั้ยว่าพี่จินเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ตากุกจะทำให้พี่เขาเย็นชาขึ้นหรือยอมใจอ่อนต้องติดตามนะคะ >< ยังไงไรท์ต้องขอลาไปก่อนเพราะง่วงมาก อ่านแล้วก็คอมเม้นหรือส่งฟีดแบคไปทางทวิตเตอร์บ้างนะคะ รักทุกคนนะคะ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

552 ความคิดเห็น

  1. #381 Sptfon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 10:22
    พี่จินอย่าไปหวั่นไหวกับมัน งื้ออออย่านะ
    #381
    0
  2. #315 TNT&NY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 21:57
    อีกุกกกจะทำอะไรพี่จินห่ะ? ฮึ่ย! ... #อินจัด คริๆ ป.ล.ในที่สุด #monhope ก็มาแล้ววว
    #315
    0
  3. #298 ปงจี้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 01:10
    แงงงงง้ ม่อนโฮปมาแล้ว พี่จินอย่าไปยอม หวั่นได้แต่อย่ายอมเค้านะ สู้!!!
    #298
    0
  4. #92 SkyStep. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 05:32
    นี่ยังไม่เห็นแววคู่ม่อนโฮปเลยคะ อยากรู้จังว่าทำยังไงเค้าถึงรักกันทั้งๆที่ โฮปก็กลัวพี่กิเสียใจ นัมจุนก็รักพี่กิมากจริงๆ ถึงคอยหวง คอยระแวงแบบนี้ ไหนคือแววว่าจะรักกัน ส่วนพี่กิกะแทแทก็แทบไม่มีเลย แค่เตือน คุยกัน ได้แค่นั้น งานยากมากที่จะรักกัน 5555 ส่วนจกุก อย่าทำร้ายพี่จินเลย ขอร้องละ เป็นคนหน่อย ไม่งั้นนะ โกรธสุด
    #92
    1
    • #92-1 ILovePCY(จากตอนที่ 11)
      10 ตุลาคม 2559 / 00:35
      และแน่นอนว่าเราไม่ให้เขารักกันง่ายๆ แน่นอนค่ะ 5555 (รู้สึกว่าไรท์เองโหดร้ายกว่าตัวละครในเรื่องอีก -0-) ส่วนตากระต่าย คอนเซ็ปต์นางยังไง ก็อย่างนั้นนะคะ ><
      #92-1
  5. #91 princessJIN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 18:14
    ผมสีจมปูวมาอยู่กับซอกจินแล้ว ซอกจินดูตะมุตะมิเพิ่มเอกล้านหนึ่งเลยค่ะ
    แบบขนาดใส่ชุดดำทั้งชุดเรายังมองเป็นก้อนชมพูได้อ่ะ โอ้ยยย ตะมุตะมิเพื่อใครคะ

    จองจองกุก มาแกล้งทำดีกับซอกจินใช่มั้ย แต่บอกไว้เลย ซอกจินหน่ะรู้นะว่าจกุกเป็นยังไง ซอกจินจะต้องระวัง ระแวงมากขึ้นแน่ๆ แล้วก็ไม่ใจอ่อนง่ายๆด้วย รึป่าว 5555
    ม่อนคะ ระแวงมากขึ้นไปอี้ก แต่ก็น่าระแวงอยู่หรอก ก็ยุนกิเล่นทำอะไรไม่บอกกล่าว ลับๆล่อๆนี่เนอะ
    แต่ว่า โฮปต๋าของเราาาาา แอบชอบพี่ม่อนสินะ โฮ
    สู้ๆค่ะไรท์
    #91
    1
    • #91-1 ILovePCY(จากตอนที่ 11)
      10 ตุลาคม 2559 / 00:33
      จริงค่ะ เราก็ไม่เคยรู้สึกว่าเมนเราเป็นยัยก้อนขนาดนี้มาก่อน น่ารักขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย (ปล. แต่เอ็มวีวันนี้นี่...บรรยายไม่ถูกจริงๆ 5555)

      ซอกจินรู้ทันหรือเปล่าไม่รู้ แต่ตอนนี้ซอกจินไม่ไว้ใจจอนจองกุกค่ะ 55555 แต่จะใจอ่อนมั้ยต้องอีกเรื่องนึงค่ะ ><
      พี่นัมจุนเขารักของเขา เขาไม่อยากให้ใครมายุ่งกับที่รักเขา ยิ่งพี่กิเป็นคนแบบนี้ด้วย 55555
      โฮปต๋าชอบมั้ยไม่รู้ แต่พี่นัมจุนน่ะรักแรกของโฮปต๋า ><
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ^^
      #91-1
  6. #89 Jung Tien-In (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 13:29
    จินผมชมพูนี่ดีงามมากจริงๆ
    จินแค่นึกถึงเรืีองเก่าๆแหละความระแวง ระวังตัวยังมีเราว่าแต่บางทีมันก็เผลอใช่มะล่ะ จองกุกต้องได้บทเรียนบ้างจินต้องไม่ยอมนะ
    #89
    1
    • #89-1 ILovePCY(จากตอนที่ 11)
      10 ตุลาคม 2559 / 00:19
      ใช่ค่ะ คนอย่างอีตากระต่ายต้องโดนบ้าง ^o^
      #89-1
  7. #87 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 09:41
    พี่จินนนน อย่าเพิ่งใจอ่อนกับเจ้าเด็กกุกนะะะ ไว้ใจไม่ดัายยยยย
    แต่พอเปลี่ยนสีผมนี่พาตะลึงกันมากมายเลยทีเดียว 555
    งืออม่อนโฮปแอบละมุน แต่ว่าม่อนยังเป็นแฟนพี่ก้าแกอยู่เลย งืออ
    พี่จินผมชมพูนี่งานดี ปังมากค่ะ หกฟกหแแหกกห หวีดจนบ้านแทบพัง ฮื่อออออ ;//////;
    #87
    1
    • #87-1 ILovePCY(จากตอนที่ 11)
      8 ตุลาคม 2559 / 13:23
      ต้องดูกันต่อไปค่ะ 5555 พี่จินเปลี่ยนสีผมแล้วน่ารักมากไงคะ ต้องตะลึงกันเป็นธรรมดา ><
      ม่อนโฮปเค้าเอ็นดูกัน น้องชายของแฟนเขานี่นา ><
      ทีเซอร์ใหม่นี่งานดีจริงๆ ค่ะ หวีดจนไม่รู้จะหวีดยังไงแล้ว ฮืออออ ยอมแล้วค่ะซิส T///T
      #87-1