คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Be mine [ Lukkade X Marsha ] Be mine [ Lukkade X Marsha ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มี.ค. 61 / 12:41


- Be mine -

Special vol.

 

 

 

หลังจากวันนั้น.. เราทั้งสองได้คุยกันอยู่ตลอด ฉันรักษาสัญญาที่ฉันให้กับเธอไว้

 

 

พี่ช่าสัญญานะว่าเราจะคุยกันตลอด

 

ค่ะ

 

 

 

        ฉันคุยกับเธอทุกวัน ตั้งแต่ ทำอะไร อยู่ที่ไหน ทานข้าวหรือยัง หรือแม้แต่..

 

 

02 January 201X

 

 

[ พี่ช่า.. เกดทะเลาะกับเขาอีกแล้ว ]

 

เขา ทำไมเจ็บจังนะ

 

 

               น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ไม่ต่างจากวันนั้น..วันที่ฉันนั่งปลอบเธอ ฉันเผลอคิดขึ้นมาว่า ถ้าตอนนี้ฉันอยู่ข้างเธอ ฉันคงทำอะไรสักอย่างให้เธอหยุดร้องไห้ แบบที่ฉันเคยทำ.. แต่นั่นก็แค่ความคิด

               เราโทรหากันผ่านแอพลิเคชันสีเขียวแทนที่จะเป็นการพิมพ์เหมือนแต่ก่อน และนี่ก็เป็นอีกข้อที่เธอเป็นคนเสนอ เธอบอกว่าได้ยินเสียงฉันแล้วอุ่นใจกว่า เธอรู้สึกราวกับว่าฉันนั่งอยู่ข้างเธอ

 

อย่าร้องไห้สิคะ

 

[ เกด.. เกดทำไม่ได้ ]

 

               เสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาจากปลายสายทำใจฉันกระตุก ฉันไม่ชอบเสียงนี้เลย ไม่เคยชอบเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะวันนั้นจนถึงวันนี้ 

 

พี่จะปลอบเกดได้ยังไง

 

 

พี่ช่าเชื่อว่าเกดทำได้ ไม่ร้องนะคะคนเก่ง

 

               เสียงสะอื้นของเธอเบาลงมันทำให้ฉันอุ่นใจมากขึ้น เราทั้งคู่ต่างเงียบใส่กันเป็นเวลานาน ฉันรู้ว่าเธอก็อุ่นใจในความเงียบนี้เหมือนกันกับฉัน.. 

 

 

มันคงเป็นแบบนั้นถ้าใจของเรายังตรงกันเหมือนแต่ก่อน

 

 

[ พี่ช่า.. ]

 

               เธอเรียกฉันหลังจากที่เธอเหมือนจะหยุดร้องไห้ ส่วนฉันเองก็เงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่เธอพูด

 

[ เมื่อไหร่พี่ช่าจะกลับมาหาเกด..สักที ]

 

...

 

               ฉันรู้ว่าตัวเองเงียบไปนานเพราะไม่รู้จะตอบเธออย่างไร ในเมื่อฉันผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอ ฉันกลับมาอยู่ไทยได้สักระยะแล้ว แต่ฉันไม่อยากให้เธอรู้.. ไม่อยากให้เราได้พบกัน..

ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากเจอเกดหรอกนะ..

 

 

ฉันกลัวหัวใจของตัวเอง

 

ฉันรู้ว่าความรู้สึกของฉันตอนนี้ยังคงมั่นคงต่อเธอและไม่เคยจางหายไปตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากชีวิตเธอไป

 

ในทุกวันฉันได้แต่ภาวนาให้ลืมเธอได้เสียที

 

แต่ไม่เลย ฉันไม่เคยลืมเธอได้แม้แต่วันเดียว.. 

 

จะโทษอะไรดีล่ะ..

 

สมองที่ยังจำเธออยู่เสมอ แม้ว่าร่างกาย ความคิดและตัวฉันจะสั่งให้ลืมไปจนหมดสิ้น

 

หัวใจที่ดื้อรั้นจะไปรักคนมีเจ้าของแบบนั้น..

 

หรือตัวของฉันเอง

 

ที่ไม่ยอมตัดความสัมพันธ์บ้าๆนี้เสียที

 

 

               “ คง.. อีกสักพักมั้งคะ ฉันตอบเสียงแผ่ว แผ่วเหมือนการเต้นของหัวใจฉันในตอนนี้ คนปลายสายส่งเสียงงอแงออกมาเหมือนทุกครั้งที่เธอถามคำถามนี้ขึ้นมา

               สุดท้ายฉันเป็นคนตัดบทสนทนาโดยอ้างว่ามันดึกมากแล้ว และฉันต้องการที่จะพักผ่อน ฉันไม่ได้โกหกหรอกนะ เพียงแค่ฉันต้องการที่จะพัก..พักหัวใจของตัวเองบ้าง

               การที่ต้องอยู่คนเดียวมันก็แค่เหงา แต่ในตอนนี้ ทำไมมันรู้สึกเคว้งขนาดนี้นะ คดีฆ่าตัวตายมักจะเกิดในเวลาที่คนคนนั้นอยู่เพียงลำพัง.. ฉันไม่ได้อยากฆ่าตัวตายหรอก แต่.. ไม่รู้สิ ฉันยังไม่อยากอยู่คนเดียวตอนนี้

.

 

 

.

 

 

.

 

ไงล่ะคุณเธอ เก่งนัก วันนี้เป็นอะไรไปอีกล่ะ

 

               นี่คือคำทักทายแรกที่พี่แอมเอ่ยกับฉันก่อนจะนั่งลงข้างๆ แขนข้างหนึ่งของเธอพาดลงบ่นไหล่ก่อนจะกอดฉันจนแน่น คนเข้มแข็งคนเมื่อกี้หายไปไหนนะมาช่า 

               ฉันเอนหัวพิงไหล่พี่แอมเหมือนเด็กไร้ทางสู้คนนึง มืออุ่นๆยังคงลูบไหล่ฉันอย่างปลอบโยน ทำไมอยากร้องไห้กว่าเดิม คงไม่ใช่แค่อยาก จู่ๆฉันก็ร้องไห้ออกมาแต่พี่แอมดูเหมือนจะไม่ตกใจเลยสักนิด

 

ร้องออกมาเถอะ ฉันรู้ว่าแกเข้มแข็งมามากพอแล้ว

               

               สิ่งที่พี่แอมพูดทำให้ฉันนึกถึงประโยคของเธอคนนั้น..

 

.

 

 

.

 

 

.

 

พี่ช่าเข้มแข็งจัง

 

               จู่ๆเธอก็พูดขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังปลอบเธออยู่ ฉันส่ายหัวให้กับเธอ ไม่หรอกค่ะ จริงๆก็ไม่เลยสักนิด

 

เกดยังไม่เคยเห็นพี่ช่าร้องไห้เลย มีแต่เกด..

 

               หลังจากนั้นเสียงเล็กๆก็เงียบหายไป เจ้าของเสียงนั้นหลุบตาต่ำลง คงจะยังเกรงใจอยู่สินะ

 

 

ใครว่าพี่ช่าเข้มแข็งล่ะ ทุกคนต้องเคยร้องไห้อยู่แล้วค่ะ 

แต่เกดรู้มั้ย การที่เราร้องไห้ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ 

เราแค่กล้า.. กล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกของเราออกมา 

และเกดคือคนที่เก่งที่สุดสำหรับพี่ช่า ร้องออกมาได้แบบนี้ เก่งมากๆค่ะ

 

 

 

               มือข้างนึงของฉันเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้กับเธอในขณะที่พูดไปด้วย

เธอมองหน้าฉัน เธอตั้งใจฟังทุกคำที่ฉันพูดก่อนที่รอยยิ้มที่ฉันหวงแหนจะปรากฏบนหน้าสวยๆนั่นให้ฉันได้เชยชมอีกครั้ง

 

 

 

ใช่ เธอคือคนที่เก่งที่สุด 

 

เธอกล้าเปิดเผยความรู้สึก เธอยอมร้องไห้ให้ฉันเห็น

 

กลับกัน

 

ฉันไม่กล้าแม้แต่จะแสดงความอ่อนแอให้เธอเห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ฉันที่คอยปลอบเธอแม้ในใจจะเจ็บสักเท่าใด

 

ใครจะรู้ว่าคนที่ดูเหมือนเข้มแข็งที่สุด จะมีมุมที่อ่อนแอที่สุดเหมือนกัน 

 

เหมือนกับฉันในตอนนี้

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

ร้องไห้เป็นเด็กเลยนะมึง

 

               ฉันไม่ตอบอะไร ยังคงเอาหน้าซุกกับไหล่พี่แอมอยู่แบบนั้น และถึงพี่แอมจะพูดเช่นนั้น มือของเธอก็ยังคงลูบปลอบใจฉันอยู่เรื่อยๆ

 

มันก็ผ่านมาจะเป็นปีแล้วนะช่า

 

 

นั่นสิ.. คุยไม่กี่เดือน แต่ดันจำมาได้เป็นปี

 

 

ทำไมตอนรักมันง่ายกว่าตอนลืมวะพี่

 

 

               พี่แอมถอนหายใจออกมาเบาๆราวกับว่าเอือมฉันหนักหนา แต่ฉันรู้ดีว่าพี่สาวคนนี้แค่เป็นห่วงเท่านั้นเอง

 

 

 

 

————————————————

 

 

 

 

11 February 201X

 

 

               วันนี้จู่ๆฉันก็เกิดอาการขยันขึ้นมา ฉันออกจากบ้านในรอบหลายวันเพื่อมาซื้อตุนอาหาร และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ฉันออกมาในวันที่ใกล้เทศกาลวาเลนไทน์แบบนี้

 

               รอบห้างสรรพสินค้าล้วนเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ตั้งแต่คนที่มาคนเดียวแบบฉัน คนที่มีคู่ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีครอบครัวแล้ว วันนี้ตรงกับวันหยุด แล้วก็เป็นวันหยุดในเดือนแห่งความรัก

 

               ฉันมองผู้คนรอบข้างแล้วก็อดคิดไม่ได้ ว่าถ้าฉันเลือกเปิดใจให้ใครสักคนตั้งแต่หลายเดือนก่อน ตรงนี้ฉันอาจจะมีความสุขแบบผู้คนที่เดินอยู่รอบตัว หรือแม้กระทั่งแบบเธอคนนั้น..

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

[ พี่ช่า ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วนะ ไปเที่ยวไหนหรอ? แล้วกับใครอะ? ]

 

               คนปลายสายส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามประสา ผิดกับฉันที่ยังนึกไม่ออกว่าควรจะไปไหน ทำอะไร และกับใคร..

 

เอ่อ.. ไม่รู้สิคะ

 

               ฉันกลืนก้อนเหนียวๆลงคออึกใหญ่  “ แล้วเกดล่ะ? ครั้งนี้ไปสวีทที่ไหนคะ? ” ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้นะ

 

               เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ฉันสัมผัสได้ถึงความสุขของเธอ ฉันควรมีความสุขไปกับเธอมั้ยนะ มันควรที่จะเป็นแบบนั้น แต่ฉันทำไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ..

 

 

เกดอยู่บ้านค่ะ เขาบอกไม่อยากไปไหน

 

ดีจังเลยค่ะ คงอบอุ่นน่าดูนะคะ

 

 

ถ้าพี่ช่าอยู่ไทยก็คงจะดีเนอะ..

 

...

 

 

               และก็เป็นอีกครั้งที่ฉันเงียบใส่เธอ เธอพูดออกมาราวกับเธอแค่นึกคิดของเธอคนเดียวแต่เผลอพูดออกมาเบาๆเท่านั้น แต่บรรยากาศรอบข้างตอนนี้เงียบ เงียบจนฉันได้ยินเสียงนั้น และฉันก็เลือกที่จะเงียบเป็นคำตอบเข่นกัน

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

               จู่ๆคนที่ฉันนึกถึงก็โทรเข้ามา มันไม่แปลกนักหรอกเพราะเธอจะโทรหาฉันทุกวันเป็นเรื่องปกติ.. กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันกดรับสาย แต่คนปลายสายกลับไม่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนแต่ก่อน น้ำเสียงน้อยอกน้อยใจถูกเปล่งออกมาทันที

 

 

พี่ช่า.. กลับมาแล้วทำไมถึงไม่บอกเกด

 

 

...

 

 

               เสียงของเธอดังขึ้นเหมือนอยู่ใกล้กับฉัน ซึ่งแหงล่ะ.. ฉันหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้นที่ยืนห่างจากฉันไปเพียงไม่กี่คืบ ใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอกเมื่อได้เห็นเธอในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ไม่ได้เห็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว

 

 

ผิวของเธอดูเข้มมากขึ้น คงเป็นเพราะเธอไปอาบแดดอยู่บ่อยครั้ง 

ฉันรู้มากจากที่ฉันติดตาม อินสตาแกรมของเธอ หรือจากทุกอย่างที่เธอชอบเล่าให้ฟัง

 

เธอดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น มันก็เป็นการดี 

เพราะเธอในวันนั้นมักจะดื้อเสมอเวลาที่ฉันพาไปทานข้าว เธอทานน้อยจนฉันต้องดุเอาหลายหน

 

ยอมทานก็ดี.. ดีมากๆ

 

ใบหน้าที่ดูมีความสุข ถึงแม้ตอนนี้จะขมวดคิ้วจนยู่ก็ตามที

 

คงอุ่นใจแล้วสินะ ที่มีคนดูแลเธอได้ดีแบบนี้

 

วางใจแล้ว

 

ไม่สิ

 

เลิกหวังลมๆแล้งๆได้แล้ว

 

เลิกสักที

 

 

               ไม่รู้ว่าฉันนิ่งไปนานเท่าไหร่ แต่รู้แค่ว่าตอนนี้ ฉันไม่อยากเจอ เขา  คนนั้นของเธอเลย

               เมื่อเธอเห็นฉันไม่ตอบอยู่นาน มือนุ่มๆที่ฉันคิดถึงก็ตรงมาจับที่มือฉันเพื่อจะพาฉันไปนั่งคุยล่ะมั้ง ในใจก็อยากจะกอดคนตรงหน้าแน่นๆให้หายคิดถึง แต่ฉันเป็นใครล่ะ..ที่จะไปกอดเธอแบบนั้น พี่สาวที่แสนดีหรอ?

แล้วหัวใจของฉันก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ก้มดูมือของเธอ

 

 

แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย

 

ทุกๆอย่างชัดเจน 

 

มีแต่ฉันที่ยังคงดื้อด้านหลอกตัวเองอยู่แบบนี้

 

 

               จู่ๆเหมือนขาจะหมดแรงเสียดื้อๆ ดวงตาของฉันเริ่มร้อนขึ้นมาและอีกไม่นานฉันก็คงจะร้องไห้ต่อหน้าเธอ.. ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น

               ฉันดึงมือของฉันออกจากการจับกุมนั้น ก่อนจะรีบวิ่งหนีเธอไป หนีไปที่ไหนก็ได้ สักที่ที่ฉันสามารถร้องไห้ออกมาได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงว่าเธอจะรู้สึกผิด

 

 

.

 

 

.

 

 

               ฉันขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำของห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม ตลกสิ้นดี.. จะน่าสมเพชไปถึงเมื่อไหร่ 

               ความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี ที่พยายามสร้างมาเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อหลอกตัวเอง..วันนี้มันทลายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้เจอกับเธอ ฉันร้องไห้ออกมาอย่างไม่เกรงว่าคนภายนอกจะตกใจเพียงใด

 

               ในตอนที่ฉันวิ่งออกมา เธอเพียงแต่ตะโกนเรียก ขาของเธอยังไม่ขยับเลยสักนิด.. ไม่คิดจะวิ่งตามฉันเลยล่ะมั้ง ฉันคงไม่สำคัญให้เธอวิ่งตามขนาดนั้นหรอก เลิกเข้าข้างตัวเองสักที..

 

               โทรศัพท์ในกระเป๋าของฉันยังสั่นอยู่ต่อเนื่อง จากทั้งการโทรและส่งข้อความจากเธอ ส่วนฉันเองก็ยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมเหมือนคนเสียสติ

               ในชีวิตของฉัน ฉันไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยเลย.. ในเวลาเกือบปีที่ฉันเก็บทุกอย่างเอาไว้ วันนี้ความรู้สึกทั้งหมดเหมือนได้ถูกระบายออกมาจากทุกสิ่งที่พังทลายลง รวมถึงใจของฉันเองที่แหลกจนไม่เหลือชิ้นดี

 

               ฉันนั่งอยู่ในนั้นนานร่วมชั่วโมงจนน้ำตาบนใบหน้าแห้งไป.. แต่โทรศัพท์ของฉันก็ยังไม่หยุดสั่นเสียที

 

เอาเถอะ ให้มันจบสักที

 

ฮัลโหลเกด ว่าไงคะ..

 

               เธอร้องไห้อีกแล้ว.. เธอร้องไห้ให้กับฉันเป็นครั้งที่สองแล้ว

 

[ พี่ช่าเกลียดเกดหรอ..ฮึก เกลียดเกดแล้วหรอ ]

 

 

พี่ไม่เคยเกลียดเกดเลย ไม่มีทางเกลียด 

 

ไม่เลยสักวัน หรือแม้แต่วินาทีเดียว

 

 

ไม่.. ไม่ช..

 

               ฉันพูดตะกุกตะกักเพราะพยายามบังคับเสียงของฉันให้นิ่งที่สุด ฉันไม่อยากให้เธอรู้ว่าฉันร้องไห้ แต่มันทำไม่ได้..

 

 

ไม่ใช่ค่ะ

 

[ พี่จะหนีเกดทำไม.. ฮึก ทำไมอะ ไม่อยากเจอเกดแล้วหรอ ]

 

 

               เธอยังคงงอแงเหมือนเดิม เหมือนเดิมจริงๆ

 

 

พี่.. แค่ตื่นเต้นค่ะ

 

 

ยิ่งตอนนี้ฉันอ่อนแอ เสียงร้องไห้ของเธอก็ยิ่งบีบให้ฉันร้องไห้ตามอีกครั้ง แย่มาก..

 

               “ อย่าร้องไห้สิเกด.. ฉันพูดแบบนั้นออกไปถึงแม้เสียงของฉันจะสั่นแบบเดียวกับเธอก็ตาม

 

[ พี่ช่าก็ร้อง ฮือ.. เพราะเกดใช่มั้ย ]

 

               เธอร้องไห้ออกมาหนักกว่าเก่า ฉันทำผิดอีกแล้ว ผิดทุกอย่าง.. ผิดตั้งแต่เริ่ม 

 

               ในตอนนี้แม้จะอยากปลอบเธอเพียงใด แต่แค่เปล่งเสียงฉันยังทำไม่ได้ มันเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกที่คอของฉัน มันพูดอะไรไม่ออก จนจู่ๆเธอก็ตัดสายไป..

 

 

               ใจของฉันร้อนรนไปหมด ฉันไม่ควรให้เธอร้องไห้แบบนั้นอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเพียงลำพัง ฉันสร้างความเข้มแข็งครั้งสุดท้ายขึ้นมาก่อนจะเดินออกไปหาเธอ

 

 

.

 

 

 

               คนที่เคยอยู่ข้างเธอมาตลอดแบบฉัน ไม่ควรทิ้งเธอเพราะตัวเองก็อ่อนแอแบบนี้สิ

แต่แล้ว.. ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิด

 

 

 

ในตอนนี้

 

ฉันไม่ใช่คนที่จะอยู่ข้างเธอแบบเดิมอีกแล้ว

 

แต่ควรเป็น เขา


ฉันมองเขาคนนั้นกำลังลูบไหล่เธอ เธอที่กำลังก้มหน้าร้องไห้อยู่

 

หน้าที่นั้นเคยเป็นของเธอ ในที่สุดคนที่เหมาะสมก็ได้มาทำหน้าที่นี้แทนเธออย่างที่ควรจะเป็นสักที

 

แต่ผิดกับฉัน

 

คนที่คอยปลอบเธอในตอนนั้นกลับกลายมาเป็นคนที่ทำให้เธอร้องไห้ 

 

 

 

แล้วน้ำตาที่แห้งไปก็ไหลลงมาอีกครั้ง..

 

 

ก็ดีเหมือนกัน ทุกอย่างจะได้จบเสียที

หัดปลอบตัวเองให้ได้.. เหมือนที่ปลอบคนอื่นบ้างนะมาช่า

 

 

.

 

 

.

 

 

คราวนี้ฉันจะไม่โทษฟ้าหรือโชคชะตาที่เล่นตลกกับความรักของฉันแบบนี้

 

ฉันต้องโทษตัวเอง


และแม้ว่าฉันจะย้อนเวลากลับไปได้ ฉันก็ยังยืนยันที่จะทักเธอไปแบบเดิม

 

ให้ฉันได้อยู่ในความทรงจำของเธอบ้าง ถึงแม้จะได้พบเจอกันเพียงแค่นั้น

 

มันก็พอแล้ว .. พอแล้วจริงๆ

 

สักวันหนึ่ง 

 

เธอคงจะเลิกตามหาฉัน 

 

ให้เราได้เป็นเพียงความทรงจำที่ดีต่อกันก็พอ

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

——————————————

 

 

 

[Talk] 

 

พอแล้ววว กูเนี่ยพอได้แล้ว ฮือออออ แล้วทุกอย่างก็จบแบบแฮปปี้นะคะ(หร๊อ)

นี่คือพาร์ทมุมมองของพี่ช่า ถ้าใครรู้สึกว่ายังไม่แฮปปี้ เอามุมมองของพี่เกดด้วยก็ได้ค่ะ 55555 เป็นบ้า 

 

สำหรับใครที่ลืมเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ แนะนำให้ไปอ่านย้อนก่อนค่ะ เพื่อฟีลที่เพิ่มมากขึ้น

 

ปล.เพลง ฉันยังอยู่ได้..คนดี เป็นเกียรติเกินพอ เปิดได้ค่ะถ้าไม่กลัวตาบวม

 

สุดท้าย สกรีมได้ในแท็ก #bemineks ด่าได้ค่ะ แท็กมาด่าเฉยๆก็ได้ @itsyellowgirlx และเราขอจบการขยี้เพียงเท่านี้ 

 

ขอบคุณค่ะ.


ผลงานอื่นๆ ของ yellowgirlx

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น