คัดลอกลิงก์เเล้ว

(Mike x Golf : Boy's Love) The Day I'm Sick

...ไม่มีเหตุผลใดจะคิดให้มันเป็นอื่น ทบทวนความรู้สึกที่มีทั้งคืน ต้องห้ามต้องฝืน.. กลัวใจมันเผลอไป...

ยอดวิวรวม

1,710

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


1,710

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


18
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ก.ค. 53 / 17:02 น.
นิยาย (Mike x Golf : Boy's Love) The Day I'm Sick (Mike x Golf : Boy's Love) The Day I'm Sick | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
   

Title: The Day I'm Sick
Pairing: Mike x Golf
Category: One Shot
Rating: P

...ทุกทีที่ใกล้กัน ที่ฉันและเธอคุ้นเคย

...แม้จะมีบางอย่างต้องทำเฉยเมย ก็กลัวจะฝันเกินเลยจน.. มากมาย


...ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองไปมากกว่านี้

...ทุกวันสิ่งที่ดีดี ได้แค่นี้ก็เกินพอใจ
...เธออาจไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ..ไม่บอกสักคำ
...ยอมรักข้างเดียวด้วยซ้ำไป

...ไม่กล้าเผยใจที่ ..แอบรักเธอ..






เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ก.ค. 53 / 17:02


พี่กอล์ฟ เปิดประตูหน่อย ..

ผมยืนทุบประตูอย่างสะลึมสะลืออยู่หน้าห้องนอนของพี่ชายคนที่สาม หลังจากที่ถูกโทรศัพท์แจ้งคิวงานด่วนโทรมาปลุกตั้งแต่เช้าตรู่ อันที่จริงประตูก็ไม่ได้ล็อคหรอกนะครับ แต่ผมไม่อยากบุ่มบ่ามเข้าไปเท่าไร กลัวว่าจะเจอแจ็กพอต เกิดเจอพี่แกนอนโป๊อยู่ล่ะก็ ผมคงทำอะไรไม่ถูก

เอ่อ .. น่าจะพูดว่า ผมกลัวห้ามใจตัวเองไม่อยู่มากกว่า

นานแล้วสินะที่ผมคิดกับเขาเกินคำว่าพี่น้อง อาจจะด้วยความที่เราใกล้ชิดกันมากเกินไปก็เป็นได้ ระยะหลังนี้ผมเลยจงใจถอยห่างออกมาจากพี่กอล์ฟอย่างเห็นได้ชัด เผื่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างมันจะดีขึ้น

แต่ก็ .. ไม่ดีขึ้นเลยสักนิด

กลับกลายเป็นว่ามีแต่ผมที่ต้องทรมานอยู่ฝ่ายเดียว ..

ดูเหมือนพี่กอล์ฟจะรู้ความรู้สึกของผมอยู่เหมือนกันแต่ไม่ได้พูดออกมา อันนั้นไม่เท่าไร แต่พี่กอล์ฟจงใจทำกับผมเหมือนเดิมนี่สิครับ รู้ทั้งรู้ว่าผมคิดยังไงกับเขา แต่พี่กอล์ฟก็ยังแกล้งเข้ามาหยอกผมเล่นเหมือนสมัยเด็ก ทั้งที่อะไรๆ มันได้เปลี่ยนไปแล้ว .. รวมทั้งความรู้สึกของผมด้วย

เขาจงใจยัดเยียดความเป็น พี่ชาย’ มาให้ผมเต็มที่เลยสินะ

 เฮ้! พี่กอล์ฟ ได้ยินไหมเนี่ย

            ผมทุบประตูแรงขึ้นแต่ไม่มีวี่แววว่าเจ้าของห้องจะออกมาเปิด ผมเกาหัวแกรกพลางขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ปกติถ้าไม่ได้ยินเสียงรับคำงึมงำก็จะได้ยินเสียงด่าแว่วมาบ้าง

เอาไงดีล่ะ เปิดเข้าไปเลยดีไหม ?

ผมกลั้นหายใจนิดนึงก่อนจะเอื้อมมือบิดลูกบิดประตูเข้าไป

ร่างเล็กที่นอนซุกอยู่ในผ้าห่มไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเมื่อผมก้าวเข้ามาในห้อง ลมเย็นวูบจากแอร์พัดออกมาจนทำให้ผมชะงักเท้าด้วยความหนาว

หมอนี่ จะเปิดแอร์ให้เย็นไปถึงประตูรั้วเลยหรือไง ..

ผมหยิบรีโมทแอร์ที่หัวเตียงขึ้นมากดเพิ่มอุณหภูมิแล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ พี่กอล์ฟหลับตาพริ้ม อ้าปากหวอ ซุกใบหน้าเข้ากับหมอนเหมือนเด็ก ผมยุ่งๆ สีเข้มตกลงมาปรกใบหน้า ไม่เหลือเค้าของศิลปินชื่อดังเลยสักนิด ผมมองคนตรงหน้าหลับอุตุแล้วส่ายหัวอย่างขำๆ

            “ตื่นเร็ว มีงานนะเช้านี้”

            ผมเอื้อมมือไปเขย่าร่างบนเตียงเบาๆ แต่แล้วก็ต้องรีบชักมือกลับเพราะไอร้อนที่ตัดกับอากาศในห้องอย่างเห็นได้ชัด พี่กอล์ฟส่งเสียงในงึมงำในลำคอก่อนจะขดตัวเข้าหาผ้าห่มราวกับลูกแมว

            “เฮ่ย พี่กอล์ฟ ไม่สบายเหรอเนี่ย”

ผมพูดพลางทาบมือลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย รู้สึกถึงความชื้นของเส้นผมที่เย็นเฉียบ

นอนทั้งๆ ที่ผมเปียกอีกแล้วสิ มิน่า .. จะสงสารดีไหมนะเนี่ย ?

            ผมลุกขึ้นยืนพลางพิจารณาคนป่วยบนเตียง เวลาแบบนี้ต้องทำอะไรก่อนนะ .. อ้อ ใช่แล้ว ต้องเช็ดตัว ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างฝืดคอเมื่อจินตนาการถึงลำดับเหตุการณ์ข้างหน้า แต่แล้วก็ต้องสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป

            หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เราคิดอะไรอยู่ฟะ!

 

            เสียงกุกกักน่ารำคาญแว่วมาทำให้ผมรู้สึกตัว ..

ทำไมร่างกายผมถึงหนักอึ้งแบบนี้นะ หายใจก็ไม่ออก รู้สึกแย่ชะมัด

อา .. เมื่อคืนหลังจากอาบน้ำเสร็จผมก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อย สงสัยลืมเช็ดผมอีกแล้วสิท่า

            ผมปรือตาขึ้นมอง แผ่นหลังอันคุ้นเคยก้มๆ เงยๆ ทำอะไรอยู่ข้างหน้าต่าง ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหญ่ ผมรีบปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพราะกลัวไมค์รู้ว่าผมตื่นแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่จู่ๆ ก็นึกอยากรู้ขึ้นมาว่าเขาจะทำยังไงเวลาที่ผมนอนป่วยกระแสะอยู่แบบนี้

            แหม .. ก็หมอนั่นขี้โรคจะตาย มีแต่คนคอยประคบประหงมตั้งแต่เด็ก รวมถึงตัวผมเองก็ต้องคอยดูแลไมค์ตลอดเวลาด้วย

โอกาสที่จะนอนป่วยแล้วให้ไมค์ดูแลเนี่ย หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะครับ

            ที่นอนด้านข้างยวบลงตามน้ำหนักของร่างที่หย่อนตัวลงนั่ง ไมค์ปลดกระดุมเสื้อนอนของผมก่อนจะลงมือเช็ดตัวอย่างทุลักทุเลแบบคนไม่เคยทำ

ผมรู้สึกว่าเขามือสั่นนิดๆ แฮะ สงสัยจะหนาว เพราะปกติผมเปิดแอร์แรงน่าดู

ไมค์เอื้อมมาโอบเอวผมแล้วดึงเข้าหาตัว เพียงออกแรงไม่มากผมก็ลอยหวือขึ้นไปซบบ่าของเขาอย่างง่ายดาย ก่อนที่ไมค์จะลงมือเช็ดด้านหลัง ผมแนบแก้มร้อนผ่าวกับไหล่กว้างของไมค์แล้วกระพริบตาปริบๆ แบบงงๆ

            หมอนี่ .. ตัวโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ?

            เมื่อกระดุมเม็ดสุดท้ายถูกติดเสร็จเรียบร้อย ไมค์ก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ผมจนถึงคอ ก่อนจะเลี่ยงเดินไปที่หน้าประตูห้อง ผมเผยอเปลือกตาขึ้นมอง เห็นเขากำลังกดโทรศัพท์มือถือรัวเร็วแล้วยกขึ้นแนบหู ไมค์เอามือป้องปากก่อนจะกระซิบกระซาบกับคนในสาย สงสัยคงกลัวผมตื่น

            “ฮัลโหล เอ่อ .. ไมค์เองฮะ คือว่าพี่กอล์ฟไม่สบายมาก ขอเลื่อนงานไปได้ไหมครับ”

            หือ .. งานเหรอ .. งานอะไร ?

            นี่คือสาเหตุที่หมอนี่เข้ามาหาผมในห้องสินะ

ระยะหลังมานี้ไมค์เอาแต่ผลักไสผมตลอด ไม่เล่นหัวกับผมเหมือนเคย เวลาพักจากทำงาน ถ้าไม่คุยโทรศัพท์ก็คุยกับทีมงาน สรุปคือถ้าไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เราก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย

            “เข้าใจหน่อยสิ พี่กอล์ฟไปไม่ไหวหรอกครับ”

เสียงไมค์ดังขึ้นกว่าปกติแต่กลับรู้สึกว่ามันราบเรียบอย่างประหลาด เหมือนสัญญาณของทะเลที่สงบเงียบก่อนจะมีพายุ

“งั้นผมยกเลิกแล้วกัน”

นั่นไง พายุเข้าแล้ว ..

            “บ้าเอ๊ย!

            ไมค์สบถเสียงดังแล้วโยนมือถือลงบนโต๊ะข้างตัวอย่างหงุดหงิด เขาเอามือขยี้ผมแรงๆ ก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับผมพอดี หมอนั่นชะงักไปนิดหนึ่ง เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วก้าวเร็วๆ มานั่งบนเตียงข้างตัวผม

            “เป็นไงบ้าง ..”

            เสียงไมค์สั่นเล็กน้อย ผมรู้ว่าเขากำลังโมโห ..

            “อืม .. แย่เลย” ผมพึมพำกลับไปพลางพยุงตัวขึ้นนั่ง “มีอะไรหรือเปล่าเมื่อกี้”

            “ก็แค่งานด่วนน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ไมค์ยกเลิกไปแล้ว”

            ผมขมวดคิ้วมองเขาอย่างงุนงง ไมค์สบตาผมนิ่ง สักพักเขาก็รีบหลบตา แต่ยังทันเห็นแววสั่นระริกอยู่ภายใน เขาคงกลัวว่าผมจะบ่นเป็นหมีกินผึ้งอีกตามเคย

            “ยกเลิกงานไม่ปรึกษาพี่ได้ไงเนี่ย ไอ้น้อง” ผมทำปากเก่ง ทั้งที่เสียงแหบพร่าเต็มที

            “อย่าบอกนะว่าสภาพร่อแร่แบบนี้ยังจะไปทำงานอีก” ไมค์ทำหน้าแปลกใจ “นอนเหอะ ไมค์ขี้เกียจแบกพี่กอล์ฟเข้าห้องไอซียู”

            ไมค์ว่าพลางกดหัวไหล่ของผมลงกับเตียงนอน แต่ผมกลับฝืนไว้อย่างอ่อนแรงเต็มที

“งานด่วนถึงขนาดโทรตามแต่เช้าแสดงว่าต้องสำคัญ แล้วเขาก็คงหาคนมาแทนพวกเราไม่ได้หรอก” ผมบอกน้องชายที่กำลังทำหน้าหงิก “ไปเหอะ คงแป๊บเดียว จะได้รีบกลับมานอน”

“แต่ว่า ..”

“ฝากหยิบเสื้อกันหนาวในตู้ให้หน่อยสิ”

ผมรีบขัดขึ้นเมื่อเห็นไมค์อ้าปากจะเถียง เขามองผมครู่หนึ่งแล้วพ่นลมหายใจพรืดก่อนจะยอมเดินไปหยิบเสื้อมายื่นให้ผมแต่โดยดี

“ไปรอข้างล่างก่อนเดี๋ยวตามไป อย่าลืมโทรหาทีมงานคนนั้นด้วยล่ะ”

            ไมค์ยืนนิ่งมองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ผมรู้ว่าเขากำลังเป็นห่วง

แววตาคู่นั้น มักจะมองมาด้วยความห่วงใยเสมอ ..

“ไหวนะ ..”

และน้ำเสียงที่เอ่ยมาทุกคำ ก็มักจะมีแต่ความอ่อนโยนเช่นกัน ..

ผมทำเก่งกำหมัดชูขึ้นมาแล้วส่งยิ้มกว้างกลับไป ไมค์ส่ายหัวแล้วก้าวเท้าออกจากห้อง ก่อนจะปิดประตูเขาก็หันกลับมามองผมอีกครั้ง ด้วยสายตาที่แฝงความหมายบางอย่างเอาไว้

บางอย่าง ..

ครับ ผมคิดว่าผมรู้ความรู้สึกของไมค์ แต่ผมยังไม่แน่ใจ แล้วก็ไม่อยากแน่ใจด้วย

ผมกลัว .. กลัวว่าวันหนึ่ง หากผมเกิดแน่ใจในความรู้สึกของเขา แล้วผมจะเผลอทำร้ายจิตใจไมค์ลงไปโดยไม่รู้ตัว ทำร้ายจิตใจ น้องชาย’ เพียงคนเดียวของผม

ไม่ใช่ว่าผมไม่รักเขา ..

แต่ผมยังไม่มั่นใจว่า คำว่า รัก’ ระหว่างผมกับเขา มันใช่ความรู้สึกเดียวกันหรือเปล่า

 

สายลมโกรกแรงจัดจนผมต้องกระชับเสื้อตัวหนาเข้าหาตัว แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายเมื่อมองจากมุมที่พวกผมนั่งอยู่ หากว่าผมไม่ตาพร่า หูไม่อื้อ และน้ำมูกไม่ย้อย ภาพข้างหน้าคงทำให้ผมตกตะลึงในความงามไม่มากก็น้อย

แต่นี่มันไม่ใช่เลย ..

ผมนั่งสูดจมูกอยู่กลางกองถ่ายริมสะพานพระรามแปด ข้างตัวมีน้องชายขี้โมโหนั่งพ่นลมหายใจครืดคราดอยู่ สงสัยคงหงุดหงิดที่ผมดื้อจะมาทำงานให้ได้

“เป็นไรอ่ะไมค์ ทำหน้าเป็นตูดลิงละ .. แค่ก แค่ก !!

ไม่ทันจะจบประโยคผมก็ไอโขลกออกมาชุดใหญ่ น้ำหูน้ำไหลไปหมด ไมค์ลุกไปหยิบขวดน้ำมายื่นให้ผม ส่วนตัวเขาเทน้ำออกจากอีกขวดนึงลงผ้าขนหนูแล้วโยนโปะลงมาบนหน้าผากผม

“ไงล่ะ พูดอะไรเคยฟังกันบ้างไหม”

ไมค์บ่นกระปอดกระแปดแต่กลับหย่อนตัวลงนั่งที่เดิม ผมแอบมองเจ้าน้องชายตัวดีแล้วก็อมยิ้มออกมา ปกติแล้วถ้าไมค์หงุดหงิดหรือโกรธใครสักคนจริงๆ แม้แต่หน้าเขาก็จะไม่มอง แถมยังไม่เข้ามาใกล้อีกด้วย

เพราะเป็นห่วงผมสินะ ..

น่ารักจริงๆ น้องชายของผม

“น้องกอล์ฟ น้องไมค์ มาแต่งหน้าก่อนนะคะ”

พี่ทีมงานสาวสวย (ประเภทสอง) เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าใบเขื่องในมือ ไมค์ลุกขึ้นเดินไปนั่งประจำที่ก่อนเป็นคนแรกอย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายหันมามองผมบ่อยๆ

“เอ๊ .. น้องไมค์ อยู่นิ่งๆ สิ ทำไมวันนี้ลุกลี้ลุกลนจังจ๊ะ”

เสียงช่างแต่งหน้าบ่นอุบหลังจากที่ต้องลบอายไลเนอร์ออกเป็นครั้งที่สาม เพราะไมค์มัวแต่หันมาพะวงอยู่กับผม เห็นแล้วก็ตลกดีครับ ปฏิกิริยาสดใหม่แบบนี้ไม่เคยเห็นแฮะ สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย

ชักอยากจะป่วยนานๆ แล้วสิ ..

 

            “ฮ้าวววว !!

            พี่กอล์ฟหาวอ้าปากกว้างจนแทบจะยัดช้างลงไปได้ทั้งตัว ผมแอบชำเลืองด้วยหางตาแล้วก็นึกขำ พี่ชายผมนี่น้า .. ทำไมถึงได้ดูเด็กลงทุกวี่ทุกวันแบบนี้นะ จนตอนนี้เวลาไปทำงานด้วยกันในที่ต่างถิ่น มีแต่คนนึกว่าผมเป็นพี่ชายของเขาด้วยซ้ำไป

“อืม .. ไมค์ ง่วงจัง”

            เสียงงอแงของคนที่นั่งแผ่ความร้อนอยู่ข้างผมแผ่วเบาจนน่าสงสาร ผมได้แต่ยื่นผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นให้อีกผืน พี่กอล์ฟเอื้อมมือมารับอย่างอ่อนแรงก่อนจะซบหัวทุยๆ นั้นลงกับบ่าผม ไอร้อนจากใบหน้าเขาแทรกผ่านเสื้อยืดตัวบางเข้ามา

            ตัวพี่กอล์ฟอุ่นจัง อุ่นจนร้อน ..

            ผมถือวิสาสะโอบร่างคนตรงหน้าไว้ก่อนจะหงายหลังตึงไปเสียก่อน กลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของคนร่างเล็กไม่ทำให้ผมใจเย็นลงเลยสักนิด ผมเกลี่ยแก้มเข้ากับเส้นผมนั้นเบาๆ ในใจนึกพาลโมโหทุกอย่างไปเสียหมด ทั้งทีมงาน ฉาก ช่างไฟ หรือแม้กระทั่งกระติกน้ำแข็ง

หนอย .. ไหนว่างานด่วนไงฟะ นั่งรอถ่ายจนรากงอกแล้วเนี่ย!

            “พี่ฮะ ถ่ายได้หรือยัง พี่กอล์ฟจะไม่ไหวแล้วครับ”

ผมตะโกนถามพี่ทีมงานที่เดินผ่านมา เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของผม ก่อนจะตอบอย่างหวาดๆ ว่า “เอ่อ .. รอเดี๋ยวนะครับ พอดีฉากมีปัญหา”

            ปัญหาอะไรนักหนาล่ะเฟ้ย! ทำไมไม่แก้ให้เสร็จก่อนจะโทรมาแจ้งคิวงานเล่า!

            ผมกำหมัดแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของพี่กอล์ฟดังสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าร่างเล็กตรงหน้าผล็อยหลับไปเพราะพิษไข้แล้ว

            ผมพยายามทำใจเย็นแล้วก้มหน้าอ่านสคริปต์ในมือเป็นรอบที่ร้อย กระดาษชื้นเหงื่อยับยู่ยี่เพราะผมเผลอขยำไปหลายรอบ ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหวังผมได้ขยำหน้าทีมงานสักคนล่ะ

            “กอล์ฟ ไมค์ ถ่ายได้แล้วครับ”

พี่ทีมงานคนเดิมตะโกนบอกจากระยะร้อยเมตร ไม่รู้รังสีอำมหิตของผมมันแผ่พุ่งไปหาเขามากเกินไปหรือเปล่า เพราะท่าทางเขาดูหวาดๆ ชอบกล ถึงขนาดไม่กล้าเข้ามาใกล้เลยคิดดู

“พี่กอล์ฟ ..”

ผมเขย่าร่างบางในอ้อมกอดเบาๆ พี่กอล์ฟขยี้ตานิดนึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม

“ไปเข้าฉากเถอะ จะได้รีบกลับ” ผมบอกแล้วอังหลังมือเข้ากับหน้าผากมนของอีกฝ่าย “ไหวนะ ?”

“อืม ..”

 

แสงไฟแรงจ้าที่ส่องเข้ามาทำให้ผมแทบจะหลับตาลงโดยอัตโนมัติ ผมหยีตามองข้างหน้า ทั้งตาพร่า แสบตา ตาร้อนผ่าว มึนหัว หูอื้อ น้ำมูกย้อย โอย .. หนักกว่านี้มีอีกไหมครับ

            ลมเย็นสบายพัดโชยมาทำให้ทีมงานในกองถ่ายสูดหายใจอย่างสดชื่น แต่สำหรับผมมันเหมือนมีดกรีดลงไปบนผิวเสียมากกว่า เสื้อกันหนาวตัวหนาไม่ได้ช่วยปกป้องผมเลยสักนิด

            ฮือ .. ผมอยากกลับบ้าน

            “เฮ้ พี่กอล์ฟ ได้ข่าวไม่สบายเหรอ”

            เสียงของชิน นักร้องรุ่นน้องที่สนิทกันกับผมทักขึ้นพร้อมกับแขนที่โอบมารอบคอ แต่ด้วยความที่ผมกับไมค์ยืนติดกัน แขนของชินที่พาดไหล่ผมอยู่เลยยื่นไปถูกไมค์ เขาเงยหน้าขึ้นจากสคริปต์ในมือแล้วหันมามองเรา ด้วยสีหน้าแบบ ..

เอ่อ .. ไม่รู้สิ ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้

“ตัวร้อนนี่นา ไหวหรือเปล่าเนี่ย” ชินวางมือลงบนหน้าผากผม “แล้วกินยาหรือยัง”

“คือ ..”

            “กินแล้ว”

ไมค์พูดแทรกขึ้นมา พร้อมกับสอดมือเข้ามาโอบไหล่ผมแทนที่มือของชินที่ถูกกันออกไป ชินขมวดคิ้วนิดนึงพลางหันไปมองไมค์อย่างประหลาดใจ ก่อนจะยักไหล่แก้เก้อ

“ยังไงก็หายไวๆ นะพี่กอล์ฟ”

            ชินตบบ่าผมสองสามทีแล้วแยกตัวออกไปคุยเรื่องคิวกับทีมงาน ผมมองตามเขาไปด้วยความรู้สึกมึนงง ตัวโคลงเหมือนจะล้ม จนกระทั่งแรงบีบที่หัวไหล่ทำให้ผมรู้สึกตัว

            “อยู่ข้างๆ ไมค์ไว้นะพี่กอล์ฟ” ไมค์พูดโดยไม่มองหน้าผม

            น่าแปลก ทั้งที่อึดอัด แต่กลับรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

            เพราะนายหรือเปล่า .. ไมค์

            “โอเค! เข้าฉากได้แล้วครับ”

            เสียงทีมงานดังขึ้นทำให้ไมค์ผละมือออกไป ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมน้ำที่ถูกจัดขึ้นมาในบรรยากาศแบบสบายๆ เข้ากับคอนเซ็ปต์คุยกันแบบฟรีสไตล์ ส่วนไมค์เดินตามผมมานั่งข้างๆ

รายการดำเนินไปอย่างสนุกสนาน (เอ่อ .. อย่างน้อยคนอื่นก็สนุกล่ะนะ) ผมแทบไม่ได้พูดอะไร ทำหน้าที่หัวเราะอย่างเดียว ในใจก็นึกภาวนา ขอให้รายการถ่ายจบเสียที ผมมึนหัวมากจนคิดว่าจะไม่ไหวแล้ว จนกระทั่ง ..

“เอ้า! กอล์ฟ ไหนโชว์หน่อยสิครับ”

“หา ?” ผมอ้าปากค้าง

“โชว์ท่าเต้นใหม่ไงฮะ ที่ในวีทีอาร์เมื่อกี้ ครูสอนเต้นบอกว่าคุณมีท่าใหม่มาเสนอบ่อยๆ เอ๊ะ! นี่คุณแอบหลับระหว่างถ่ายทำหรือเปล่าครับเนี่ย”

พิธีกรพูดช่วยชีวิตผมแบบติดตลก ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนของคนอื่นๆ

“แหะๆ คือ ..”

จะให้บอกได้ไงล่ะ ว่าแค่ยืนเฉยๆ ตอนนี้ผมยังไม่มีปัญญาเลย

“เดี๋ยวไมค์เต้นให้ดูก็ได้นะฮะ”

ไมค์ขยับตัวลุกขึ้นแต่โดนพิธีกรอีกคนแกล้งดึงให้ลงไปนั่งตามเดิม พร้อมกับแรงเชียร์จากทุกคนทำให้ผมต้องฝืนลุกขึ้น ตัวโงนเงนจนต้องจับพนักเก้าอี้ไว้แน่น

แล้วจู่ๆ ภาพข้างหน้าก็พร่ามัว สติของผมเริ่มเลือนราง เรี่ยวแรงกำลังจะหายไป

สิ่งที่ผมเห็นเป็นครั้งสุดท้าย นั่นคือแววตาสั่นระริกของไมค์ที่กำลังเอื้อมมือมาหาผม ..

 

“พี่กอล์ฟ! .. พี่กอล์ฟ! ..”

ผมเขย่าร่างของพี่ชายในอ้อมกอด แต่พี่กอล์ฟไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาขึ้นมาสักนิด ผมกำหมัดแน่นพร้อมกับช้อนร่างตรงหน้าขึ้นมาแล้วตรงไปยังรถตู้โดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้างที่มองมาอย่างตกตะลึง

“ลุงฮะ กลับบ้านด่วนเลย เหยียบให้มิดเลยนะ!

ผมตะโกนบอกลุงคนขับรถพร้อมกับปิดประตูรถตามอย่างแรง พี่กอล์ฟหัวโงกตามแรงกระแทกของล้อที่บดถนนอย่างบ้าคลั่ง ผมตัดสินใจดึงร่างนั้นมากอดไว้แนบอก ลมหายใจร้อนผ่าวของพี่กอล์ฟตัดกับแอร์เย็นเฉียบในรถอย่างเห็นได้ชัด ผมเอื้อมมือขึ้นปิดแอร์ พร้อมกับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น หวังว่าไออุ่นจากตัวผมจะช่วยให้ความอบอุ่นกับคนตรงหน้าได้บ้าง

ได้โปรด พี่กอล์ฟ อย่าเป็นอะไรไปนะ ..

 

            ผมวางร่างไร้สติของพี่กอล์ฟลงบนเตียง อุณหภูมิในร่างกายขึ้นสูงจนน่ากลัว ผ้าขนหนูชุ่มน้ำถูกลากผ่านผิวเนื้อเนียนมือซ้ำไปซ้ำมาไม่ได้หยุด แต่ทว่าไอร้อนจากตัวพี่กอล์ฟกลับไม่ยอมลดลงเลยสักนิด

            “อือ ..”

            เสียงอืออาดังมาจากคนที่นอนพังพาบอยู่บนเตียง ผมรีบถลันเข้าไปหาพี่กอล์ฟทันที

            “พี่กอล์ฟ เป็นไงบ้าง!

            “อึก .. หายใจ .. ไม่ .. ออก”

            “เฮ่ย อย่าล้อเล่นน่า ไมค์ไม่มีเครื่องปั๊มหัวใจนะ!

            ผมทำปากดีแต่ใจกระตุกวูบ มือควานหาโทรศัพท์มือถือในกางเกงให้วุ่น แต่เมื่อได้มาอยู่ในมือแล้ว สมองผมกลับตื้อไปหมด สายตาจับจ้องคนที่ทำท่าอึดอัดอยู่บนเตียง ในขณะที่นิ้วมือกดค้างอยู่บนแป้นโทรศัพท์นิ่งนาน คิดอะไรไม่ออก แม้กระทั่งเบอร์ฉุกเฉิน!

            “โธ่เว้ย!

            ผมปามือถือทิ้งอย่างหงุดหงิด แล้วตรงเข้าไปประคองร่างปวกเปียกของอีกฝ่ายเอาไว้ พี่กอล์ฟอ้าปากหอบหายใจแรง คิ้วเรียวขมวดอย่างทรมาน หน้าอกกระเพื่อมตามการหายใจ ผมยกท้ายทอยของเขาให้สูงขึ้นมานิดนึง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก

            เอาวะ มีแค่วิธีนี้นี่นา ..

            ผมตัดสินใจก้มลงประกบปากกับใบหน้าซีดเซียวในอ้อมแขนแล้วเป่าลมเข้าไป ริมฝีปากบางกรุ่นไอร้อนจากพิษไข้ตรงหน้าเล่นเอาผมใจเต้นไม่เป็นส่ำ จนต้องผละริมฝีปากออกมาสงบสติอารมณ์หลายครั้งหลายหนเมื่อความร้อนในตัวถูกจุดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ไม่นานอาการของพี่กอล์ฟก็สงบลง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ แต่ท่าทางอะไรมันจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น

เพราะอาการของผมมันชักจะกำเริบขึ้นมาแทนเนี่ยสิ ..

ผมไล้มือไปตามใบหน้าที่ขาวซีดของอีกฝ่าย ร่างเล็กตรงหน้าปรือตาขึ้นมองผม ริมฝีปากขยับหอบหายใจเล็กน้อยอย่างเหนื่อยอ่อน

ไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว ..

ผมปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล .. พอรู้ตัวอีกที ผมก็รับเอาริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นมาครอบครองเสียเอง พี่กอล์ฟเบิกตาโพลง ส่งเสียงครางคัดค้านอยู่ในลำคอ มือเล็กๆ พยายามผลักผมออกตามเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของคนเป็นไข้ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนมายึดเสื้อผมไว้แน่น ร่างกายอ่อนปวกเปียกจนผมต้องประคองรั้งไว้ให้อยู่ในอ้อมกอด

“มะ.. ไมค์”

พี่กอล์ฟผละริมฝีปากออกมาหอบหายใจร้อนผ่าว ผมไซ้จมูกลงบนพวงแก้มและซอกคอขาวเนียน ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปใหม่ เหนี่ยวรั้งร่างตรงหน้าไว้ด้วยลิ้นที่สอดแทรกเกี่ยวกระหวัด กดย้ำหนักๆ ลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นเพื่อบอกผ่านความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ภายในใจ

รู้สึกไหม พี่กอล์ฟ ..

รับรู้ถึงความรู้สึกที่ไมค์ส่งไปให้หรือยัง

“รัก .. ไมค์รักพี่กอล์ฟนะ .. พี่กอล์ฟ ..”

ผมพร่ำกระซิบวนเวียนอยู่แถวริมฝีปากร้อนผ่าวตรงหน้าเหมือนคนเสียสติ ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากดูดกลืนความหอมหวานที่ยิ่งทวีมากขึ้นทุกที ริมฝีปากถูกกดซ้ำย้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ร้อนที่ปะทุขึ้นมาในร่างกาย

แต่แล้วเสียงครางอือของคนข้างใต้ที่ประท้วงเพราะขาดอากาศหายใจก็ทำให้ผมรู้สึกตัว ผมผละริมฝีปากออกพลางก้มลงมองคนร่างเล็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด ดวงตาปรือเอ่อล้นไปด้วยน้ำตามองกลับมาอย่างคาดเดาความรู้สึกไม่ถูก ริมฝีปากแดงก่ำผลพวงจากความเอาแต่ได้ของผมสั่นระริก

นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ ?

“พี่กอล์ฟ .. ไมค์ขอโทษ ..”

ผมนิ่งงันจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่เอื้อมมือไปปาดหยดน้ำตาของคนตรงหน้าที่ไหลมาเปียกหมอน พี่กอล์ฟกระพริบตาสองสามทีก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะพิษไข้ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เขา

นี่มันบ้าที่สุด ..

ผมกัดริมฝีปากตัวเองอย่างแรงจนรู้สึกถึงรสฝาดของเลือดจางๆ

เจ็บสิ .. เจ็บให้พอ .. เจ็บให้เท่ากับแววตาของพี่กอล์ฟที่มองมาเมื่อครู่นี้

ผมเกือบจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกเราด้วยอารมณ์ชั่ววูบของผมแล้ว

จู่ๆ ผมก็ขนลุกซู่เมื่อคิดได้ว่า หากผมรู้สึกตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ผมคงต้องทำร้ายพี่กอล์ฟแน่ๆ ..

 

.

.

 

            “ฮ้าดดดด เช่ย !!

            ผมสูดจมูกอย่างแรงหนึ่งทีก่อนจะสะบัดหัวไปมา ผมยุ่งๆ ตกลงมาปรกตาจนต้องเอามือสางขึ้น เลยกลายเป็นยุ่งกว่าเดิม มองผ่านๆ คงเหมือนลูกหมาตกน้ำนั่งสะบัดขนไม่มีผิด

            “เฮ่ย! ไมค์ ภูมิแพ้กำเริบเรอะ”

            พี่กอล์ฟเงยหน้าขึ้นจากคอนโทรลเกมในมือแล้วมองผมอย่างแปลกใจ .. แหงล่ะครับ พอพี่แกหายปุ๊บ ผมก็กลายเป็นไข้ต่อปั๊บราวกับนัดไว้

            หนอย .. เป็นเพราะใครกันล่ะเฟ้ย!

            ประโยคนี้ผมได้แต่บ่นอยู่ในใจนะครับ ไม่กล้าพูดออกไปหรอก เพราะดูท่าพี่กอล์ฟจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ได้เลย เพราะเขาไม่เคยเอ่ยปากเรื่องนั้นกับผมเลยสักครั้ง

            แต่ก็ดีแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่อยากเสียพี่กอล์ฟไปด้วยความหน้ามืดเอาแต่ได้ของผม ..

            “ไม่ไหว ไปนอนนะ ..”

            ผมโยนคอนโทรลเกมทิ้งไว้ข้างตัวแล้วลุกขึ้นยืนอย่างเบลอๆ น้ำมูกใสๆ ไหลย้อยลงมา เห็นแล้วน่าสมเพชพิลึก ดีนะที่พวกเราได้หยุดยาว ต้องขอบคุณพี่กอล์ฟล่ะที่แกล้งสำออยทำให้บริษัทต้องเคลียร์คิวงานให้อย่างเลี่ยงไม่ได้

            เฮ้อ การเป็นศิลปินชื่อดังก็ลำบากเหมือนกันนะครับ

 

            คืนนั้น ..

            เสียงประตูดังแกร๊กทำให้ผมเผยอเปลือกตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เงาตะคุ่มๆ หน้าประตูทำให้ผมแทบตาสว่าง แต่พอได้เพ่งดูดีๆ แล้ว กลับเป็นพี่กอล์ฟที่มายืนเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าเข้ามาในห้องนอนผม

            แหม .. นึกว่าผีจะใจร้าย หลอกคนป่วยได้ลงคอซะแล้ว

            “ไมค์ ตื่นอยู่หรือเปล่า”

            พี่กอล์ฟเรียกเบาๆ แต่ เอ .. ทำไมเสียงเขามันดูอู้อี้ชอบกลไม่รู้แฮะ

            ผมค่อยๆ พยุงตัวขึ้นนั่ง ให้ตายเหอะ มึนหัวไปหมด พี่กอล์ฟเห็นผมตื่นอยู่ก็เดินมานั่งที่ปลายเตียงอย่างหมิ่นเหม่ นี่ถ้าพี่แกกระโดดไปนั่งบนขอบหน้าต่างได้คงทำไปแล้ว

            และที่สำคัญกว่านั้น .. พี่กอล์ฟคาดผ้าปิดปากไว้อีกต่างหาก!

            เขาเห็นผมเป็นตัวอะไร ปรสิตแพร่เชื้อหรือไง ?

“แม่ให้มาดูว่านายกินยาก่อนนอนหรือยัง”

พี่กอล์ฟพูดพลางมองรอบตัวหาซองยาแก้ไข้ ผมไม่พูดอะไรต่อได้แต่นิ่งมองคนตรงหน้า ถ้าไม่จำเป็น เขาก็คงไม่ชายตามองผมเลยสินะ พี่กอล์ฟหันมาเห็นผมจ้องขนาดนั้นก็สะดุ้งนิดๆ คงกลัวสายตาผมแหละ ก็ผมมันตาดุนี่ครับ

“ถ้ารังเกียจกันขนาดนั้นล่ะก็ .. ออกไปเหอะ”

ผมส่งเสียงแหบพร่ากลับไปก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างเก่า เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเหลือแต่ลูกตาแล้วทำท่าจะหลับต่อ แต่ก็มีมือเล็กๆ ของพี่กอล์ฟมาดึงออกไปเสียก่อน

“เฮ่! ไมค์ ลุกขึ้นมาพูดกันก่อนสิเฟ้ย!” พี่กอล์ฟโวยวาย

หนอย .. ไม่ยอมแพ้หรอกน่า

ผมพยายามออกแรงดึงกลับมาเลยกลายเป็นเกมชักเย่อผ้าห่ม แย่งกันไปแย่งกันมา สุดท้ายผมก็สู้แรงเขาไม่ไหวเพราะพิษไข้ ไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมล่ะครับ ทั้งที่ผมตัวโตกว่า แรงเยอะกว่า แต่ดันแพ้ชักเย่อผ้าห่มกับพี่ชายตัวบางอ้อนแอ้นแบบนี้

เฮ่อ .. ถ้าใครรู้เข้าผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

พี่กอล์ฟกระชากผ้าห่มออกไปที่ปลายเท้าก่อนจะขยับมานั่งข้างผม เขาถอดผ้าปิดปากออก แล้วเอื้อมมือมาผลักหัวผมเบาๆ

“ทำงอนไปได้ ก็แม่สั่งให้ใส่ พี่ไม่ได้อยากใส่สักหน่อย”

            ผมเงียบแล้วหลับตาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อที่จะพยายามไม่สนใจเขา เฮ่อ .. พี่กอล์ฟก็อีกคน ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ความรู้สึกของผมอยู่เต็มอก แต่กลับชอบเข้ามาทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนตอนเด็กๆ ถ้าวันนึงผมเกิดทนไม่ได้ขึ้นมาล่ะก็ ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเราจะเปลี่ยนไปในทางไหนกันนะ ไม่อยากคิดเลย


            
.

            .

            อา .. ที่ผมเผลอหลับไปหรือเนี่ย

ผมลืมตาขึ้นเมื่อมีมืออ่อนนุ่มของพี่กอล์ฟมาแตะเบาๆ ที่หน้าผาก พี่กอล์ฟเห็นผมตื่นก็ชะงักไปนิดนึงก่อนจะรีบดึงมือกลับ แต่ไม่รู้อะไรมาดลใจ หรือสมองไม่สั่งการก็ไม่ทราบ ผมกลับคว้ามือเล็กนั่นมากุมไว้แน่น ทั้งที่เคยห้ามใจตัวเองเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง

ผมกำลังสูญเสียการควบคุมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ..

สงสัยยาแก้ไข้จะทำพิษเสียแล้ว

            “.. ทำอะไร”

            “เอ่อ .. พี่ลองวัดไข้ดู” พี่กอล์ฟอึกอัก “ไม่คิดว่าจะทำให้นายตื่น โทษที”

            แล้วจู่ๆ ผมก็ทำในสิ่งที่ทำให้เราต่างตกตะลึงทั้งสองฝ่าย ..

ผมยกมือบางนั้นขึ้นมาแนบแก้มแล้วประทับริมฝีปากอุ่นๆ ลงไปบนฝ่ามือ พี่กอล์ฟสะดุ้งโหยง เขาพยายามดึงมือกลับแต่ผมกุมมือนั้นไว้แน่น ราวกับว่าผมสามารถสูญเสียพี่กอล์ฟไปได้ตลอดเวลา

แย่แน่แล้ว ..

ถ้าสติผมยังเลอะเลือนแบบนี้ต่อไป ผมคงต้องทำร้ายพี่กอล์ฟแน่ๆ

            “เฮ่ย! ขนลุกนะเฟ้ยละเมอถึงสาวอยู่หรือไงไอ้ไมค์ ปล่อย!

            เวลานี้คำพูดของพี่กอล์ฟไม่มีอิทธิพลกับผมอีกต่อไปแล้ว .. ผมซุกแก้มเข้ากับฝ่ามือพี่กอล์ฟแล้วแกล้งหลับตาลง พี่กอล์ฟฮึดฮัดอยู่ไม่นานอาการขัดขืนก็หายไป และเมื่อผมเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบว่าสายตาคู่นั้นมองกลับมาที่ผมเช่นกัน

            ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเอง ..

แต่สายตาที่มองมามันมีความหมายมากกว่าความเป็น พี่น้อง

            เราสองคนนิ่งกันไปครู่หนึ่ง พี่กอล์ฟก็ได้ทีดึงมือตัวเองให้เป็นอิสระแล้วขยับถอยห่างออกไป

            ถ้าผมตาไม่ฝาดในความมืด ผมว่าผมเห็นพี่กอล์ฟหน้าแดงนะ ..

            “เอ่อ .. กินยาก่อนนอนหรือยังล่ะ”

            “.. กินแล้ว”

            “งั้นนายก็นอนซะจะได้หายไวๆ พี่ไปล่ะ”

            พี่กอล์ฟขยับหันหลังหมายจะกลับห้อง แต่ผมกลับลุกขึ้นเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนบอบบางตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว เจ้าของร่างที่ผมเกาะกุมอยู่หันกลับมามองอย่างสงสัย

วินาทีนั้นเอง ..

ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา ทำให้ผมตัดสินใจรวบร่างตรงหน้ามากอด

เฮ่!.. ทำอะไรของนายน่ะ

พี่กอล์ฟส่งเสียงประท้วงพลางยันตัวหนี หลังจากที่หงายหลังตึงลงมาทับผมทั้งตัวตามแรงดึง แต่ผมกลับรัดร่างบางนั้นมาไว้แนบอก

อา .. อุ่นจังเลย

ผมฝังจมูกลงบนซอกคอขาวของคนตรงหน้าที่กำลังตัวสั่นก่อนจะสูดหายใจแรง กลิ่นสบู่อ่อนๆ กับเส้นผมชื้นระต้นคอ ทำให้ผมแทบคุมสติไว้ไม่อยู่

ปล่อยนะไมค์!”

พี่กอล์ฟพยายามแกะมือกาวของผมออก มือเล็กๆ นั้นทั้งทุบทั้งทึ้งแขนผมไม่ยั้ง แถมมีประเคนศอกให้อีกต่างหาก

หึ ตัวเล็กแค่นี้ แต่มือหนักชะมัด ..

อยู่อย่างนี้สักพักนะ ผมกระซิบแผ่วเบากับคนตรงหน้า ขอแค่นิดเดียว ..

พี่กอล์ฟนิ่งไปสักพัก ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงกับอกกว้างของผมอย่างยอมแพ้

“ละเมอถึงสาวแล้วเอาพี่เป็นตัวแทนหรือไง เจ้าน้องบ้า”

ประโยคด่าแต่น้ำเสียงอ่อนโยนจัง พี่ชายผม ..

ผมซุกใบหน้าเข้ากับต้นคอตรงหน้า สูดดมพวงแก้มขาวเนียน แล้วแนบแก้มเข้ากับเส้นผมนุ่มสลวย พี่กอล์ฟตัวสั่นเล็กน้อยและสะดุ้งทุกครั้งที่ผมฝังจมูกลงไปบนเส้นผมของเขา แต่ก็ยังคงนิ่งยอมผมแต่โดยดี

เพราะเห็นว่าผมเป็นน้องสินะ ..

เพราะพี่กอล์ฟเป็นพี่ชายที่แสนดีแบบนี้น่ะสิ ผมถึงทำร้ายเขาไม่ลงสักที

            ผมเลิกรังแกร่างเล็กตรงหน้าแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พี่กอล์ฟเองก็ยอมใจอ่อน เบียดหัวทุยๆ เข้าหาความอบอุ่นจากอกผม ผมอมยิ้มก่อนจะเอาคางเกยไหล่คนตรงหน้าแล้วหลับตาลงอีกครั้ง

            ไม่ได้กอดเต็มมือแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะเนี่ย

ระหว่างที่ผมกำลังอุ่นสบายและมีความสุขกับกลิ่นหอมหลังอาบน้ำของพี่กอล์ฟอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงเขาแว่วมาจนต้องเผยอเปลือกตาขึ้นมอง

เสียงอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง หรือผมหูอื้อเพราะพิษไข้ก็ไม่รู้แฮะ

ผมส่งเสียงตอบรับในลำคอ กระชับอ้อมแขนเข้ามา ซุกใบหน้าลงกับซอกคอนั้นแล้วหลับตาลง

ไม่อยากตื่นเลย ..

.

.

“ที่ยอมให้ เพราะว่านายช่วยพี่หรอกนะ”

 


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ยาอมแก้ไอ จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 อิอิ
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:56
    น่ารักมาก ละมุน อ่านแล้วเขินไปหมดเลยค่ะ ><
    #14
    0
  2. #13 ฟิน
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 02:02
    อ๊ายยยยย

    น่าร๊ากกกกกกก

    ชอบๆ

    หวานๆ -/////////-
    #13
    0
  3. #12 ....
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 / 19:49
    บรรยาเป็นคำพูดไม่ได้ ๕๕๕

    หวานๆๆๆๆ
    #12
    0
  4. วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 05:36
    อ๊ายยย ชอบอย่างรุนแรง...
    ว่าแต่ไมค์ดูน่ากลัวพิลึกเวลาโกรธ
    พาลโกรธทุกอย่างจริงๆ 555+
    #11
    0
  5. วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 09:21
    รู้สึกมันค้างๆ >0<//

    แต่โคดหวานเลยอ่า :)
    #10
    0
  6. วันที่ 3 กันยายน 2553 / 22:28
    > <

    หวานดีน้าาาา

    น่ารักดี อิอิ
    #9
    0
  7. วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 / 00:02

    (ใบหน้ากระตุกเล็กน้อย)เมื่อไหร่จะhappyเเบบบริบูรณ์เนี่ยยยยยย

    (วิ่งหนีออกไปอีกครั้ง)

    #8
    0
  8. #7 Love _sweet
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 22:58
    น่ารักพี่กอล์ฟได้ใจกับประโยคสุดท้ายมากกกกกกกก
    #7
    0
  9. #6 พีๆ
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 21:29
    มาเม้นช้าอะไรเตอร์

    ขอโทดดดด



    แต่ก้อไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนเดิม





    ไปและบะบาย
    #6
    0
  10. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 20:08
    เขิน~ ฮ่าๆๆ พี่กอล์ฟพูดแบบนั้นแสดงว่า
    เหตุการณ์ตอนนั้นจำได้ ^^

    เรื่องหน้าขอแบบ แฮปปี้ได้มั้ย?
    #5
    0
  11. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 18:29
    ก็จิงนะ ทุกเรื่องเส้าทั้งนั้นเลย เรื่องนี้ไม่เสา้จนเกินไป อยากให้สมหวังบ้างจังอะ
    #4
    0
  12. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 18:21
    สนุกมากเลยจ้า
    อ่านแล้วเขินแทนกอล์ฟอ่ะ~
    จัดเรียงตัวหนังสือเป็นระเบียบอ่านง่ายด้วย.

    - - - - -

    Ps. อยากให้ไรท์ลองแต่งเรื่องยาวดูบ้าง
          รับไว้พิจารณาหน่อยนะ ๕๕
    #3
    0
  13. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 18:05
    สนุกมากเลยจ้า
    อ่านแล้วเขินแทนกอล์ฟอ่ะ~
    จัดเรียงตัวหนังสือเป็นระเบียบอ่านง่ายด้วย.

    - - - - -

    Ps. อยากให้ไรท์ลองแต่งเรื่องยาวดูบ้าง
          รับไว้พิจารณาหน่อยนะ ๕๕
    #2
    0
  14. วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 17:21
    เห็นบอกว่าฟิคแต่ละเรื่องเศร้ากัน เลยเอาเรื่องนี้มาเบรคความเศร้า 555

    SPOIL Alert!
    .
    .

    อย่าถามว่าทำไมไมค์ไม่พากอล์ฟไปส่งโรงพยาบาล เพราะถ้าทำงั้นก็ไม่วายน่ะสิ! 5555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กรกฎาคม 2553 / 17:25
    #1
    0