云乱 - กลียุคแห่งแคว้นอวิ๋น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81,049 Views

  • 654 Comments

  • 2,100 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    244

    Overall
    81,049

ตอนที่ 52 : บทที่ ๑๖ ไล่ล่ารุ่งอรุณ (หลัง) (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    4 ต.ค. 61

 

          น่ากลัวว่าถ้าหากอวี๋เฟิงมาเห็นภาพนี้เข้า เห็นทีจะต้องสบถออกมาอีกคำว่า

 

          เสี่ยวซู่จื่อ อ้ายบัดซบ ! กล้าหลอกข้าอีกแล้วหรือ !’

 

          หากเพราะอวี๋เฟิงไม่ได้นั่งอยู่ที่นี้ด้วย ผู้ที่นางคงจะสบถด่าอย่างเจ้าบัดซบเสี่ยวซู่จื่อจึงเพียงเอนกายพิงกับเก้าอี้ที่ด้านหลัง เอ่ยคำต่อไปเรื่อยๆว่า

 

          “ถังสือมาถึงนครหลวงแล้ว” มันเอ่ยประโยคที่ทราบดีว่าค่ำคืนนี้คงมีใครหลายคนเอ่ย  แต่เชื่อได้ว่าไม่มีใครเอ่ยคำพูดนี้ด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกับมัน “ดังนั้น....ต่อไปข้ากับเจ้าก็ไม่มีเรื่องต้องพบกันแล้ว”

 

          หลี่เฉิงที่กำลังจะคลี่แผนที่ออกมาดู พอได้ยินคำนั้นจำต้องเปลี่ยนทีท่า

 

          มันย่อมไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อบุรุษหนุ่มในหน้ากากที่ปรากฏตนขึ้นมาในหลายปีหลังนี้ แต่ความสงสัยนับได้ว่ามีเต็มเปี่ยม เพราะแม้จะเคยพยายามสืบหาเบื้องหลังของอีกฝ่ายให้มากที่สุด แต่ยิ่งหลี่เฉิงสืบลึกลงไปเท่าไรกลับยิ่งพานพบแต่ปริศนาที่ชวนให้ฉงนกว่าเดิม

 

          นามที่แท้ของมันสมควรเป็นถังซู่ อักษรซู่ที่แปลว่าไม้

 

          ทว่าในบรรดาศิษย์ของนิกายถังที่ทั้งออกผาดโผนปรากฏตัว หรือเร้นกายอยู่กับแต่ละตระกูลใหญ่ กลับไม่มีใครเคยได้ยินชื่อของคนผู้นี้

 

          เว้นแต่เพียงถังสือผู้เดียว

 

          ถังสือเป็นใคร ? มันเป็นถึงศิษย์เอกที่ว่ากันว่าเป็นที่รักและเอ็นดูที่สุดของประมุขนิกายถัง มีความสามารถโดดเด่น รอบรู้ในเคล็ดวิชายุทธ์

 

          ว่ากันว่าในการประมือกับคนสกุลใหญ่คราหนึ่ง ถังสือสามารถใช้เคล็ดวิชาที่หาได้ยากยิ่งถึงสามเคล็ดวิชาภายในไม่ถึงสิบกระบวนท่า กำราบผู้คนที่รายล้อมมันไปได้โดยไร้แม้แต่รอยขีดข่วน หรือผลกระทบของการฝืนฝึกเคล็ดวิชา

 

          ในยุคสมัยที่แนวทางการฝึกวิชายุทธ์ขาดช่วงไประยะหนึ่ง อีกทั้งเคล็ดวิชายุทธ์ต่างๆยังมีค่ามากกว่าทองคำเช่นนี้ บุคคลอย่างถังสือสามารถถูกขานว่าเป็นอัจฉริยะได้โดยไม่มีใครกังขา

 

          แต่ไม่ใช่กับหลี่เฉิง

 

          มันครอบครองเคล็ดวิชายุทธ์มากมาย ที่จริงบางฉบับยังมีความชัดเจนยิ่งกว่าฉบับที่ปรมาจารย์ซือเต๋อซุ่นส่งมอบให้กับสำนักและตระกูลที่เหลือรอดจากมรสุมโลหิตในครั้งนั้นเสียอีก ซึ่งล้วนแล้วเป็นผลงานอันยากลำบากของบรรพบุรุษมัน

 

          ดังนั้นสมควรบอกได้ว่านิกายถังอันลึกลับที่ผลิตศิษย์ซึ่งมีฝีมือแก่กล้าออกมาทมากมาย ในสายตาของหลี่เฉิงไม่นับเป็นอันใดได้สักนิด แม้พวกมันจะมีฝีมือสามารถจัดวางกำลังคนไว้ตามตระกูลใหญ่หรือแม้แต่ในกลุ่มเชื้อพระวงศ์บางแห่งได้ แต่จากการที่สุดท้ายหลี่เฉิงกระทำสิ่งที่มันอยากทำมาหลายปีโดยปราศจากการแทรกแซงของนิกายถัง ก็ยิ่งเป็นการย้ำความแน่ใจข้อนี้ของมัน

 

          กระทั่งถังซู่พูดขึ้น

 

          “เพราะต่อไป ถังสือคงจะมาช่วยเหลือเจ้า”

 

          “ท่านกล่าวว่าตนเองมิใช่คนของนิกายถังไม่ใช่หรือ” หลี่เฉิงถาม วางแผนที่ไว้บนโต๊ะด้านข้าง “แต่พอถังสือมาถึง ท่านจะรามือยังบอกว่ามันจะมาช่วยข้าแทน นี่ไม่ใช่เพราะท่านก็เป็นคนของนิกายถังหรือ”

 

          ใบหน้าของถังซู่มีหน้ากากปกปิด กระทั่งดวงตาก็หรุบต่ำลงเล็กน้อยจึงไม่แสดงอารมณ์ใด มีเพียงน้ำเสียงที่เย็นเยือกอย่างยิ่งเท่านั้นว่า

 

          “คนแซ่ถังในแผ่นดินนี้ไม่ได้เป็นของนิกายถังทั้งหมด” ถังซู่เอ่ย “ถ้าหากเจ้ายังอยากรู้มาก หลังจากถังสือมาหาเจ้าแล้ว จะลองถามมันดูก็ได้ ด้วยนิสัยของมันหากตอบได้ มันก็จะตอบเจ้าอย่างแน่นอน”

 

          หลี่เฉิงฟังคำพูดประโยคนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์เช่นกัน ผิดกับยามที่มันอยู่ต่อหน้าหลี่เฟิงเอ๋อร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันมากมาย มันในยามนี้ไม่เพียงมีสง่าราศีของขุนนางแห่งราชสำนัก แม้แต่เค้าไอของจิ้งจอกเฒ่าก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ พร้อมกล่าวคำ

 

          “ท่านเชื่อมั่นว่า ถังสือจะมาหาข้าผู้เป็นเจ้ากรมอาญาตัวเล็กๆ ทั้งที่ตระกูลใหญ่หรือแม้แต่อ๋องทั้งหลายต้องการเชื้อเชิญมันงั้นหรือ”

 

          “ข้ารู้ว่ามันต้องมา” ถังซู่ตอบ  เงยหน้าขึ้นจ้องมองหลี่เฉิงแน่วนิ่ง “เหมือนที่เมื่อเกือบสามปีก่อน ข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า และบอกว่าจะช่วยเจ้ายังจำได้หรือไม่”

 

          “ย่อมจำได้” หลี่เฉิงผงกศีรษะ “ปีเทียนอันที่สิบหก...ปีสุดท้ายของรัชศกเทียนอัน ท่านปรากฏตัวขึ้นและช่วยข้าหนุนให้หลีหยางอ๋องในตอนนั้นได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิเสวียนฉีในวันนี้....”

 

          “วันนั้นข้าบอกต่อเจ้าว่าข้าจะช่วยเจ้าจนกว่าจะถึงเวลาที่มีคนมาช่วยเจ้าต่อ” ถังซู่เอ่ยทวนคำที่มันไม่เคยลืม “เพราะว่ามีคนติดค้างคนของเจ้าเอาไว้ ดังนั้น ที่ข้ามาช่วยจึงถือว่าเป็นการจ่ายหนี้ให้แทนคนผู้นั้น...”

 

          “ถูกต้อง” หลี่เฉิงยังพยักหน้าอีกครั้ง “ท่านบอกว่าท่านจะช่วยข้าจัดการเรื่องที่ข้าปรารถนาจะทำ เพื่อจ่ายหนี้แทนคนผู้นั้น แต่กลับไม่ยอมบอกว่าคนผู้นั้นคือใคร และเขาติดค้างอันใดกับคนของข้า”

 

          เป็นทีที่มุมปากของถังซู่จะผุดรอยยิ้มเบาบางขึ้นมาบ้าง

 

          “ข้าได้ให้เบาะแสเจ้าไปแล้ว” มันว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าหากเจ้าแก้ปริศนาได้ว่าของที่ข้าฝากเอาไว้คือสิ่งใด เจ้าก็จะทราบเอง...”

 

          มันเว้นช่วงมองหลี่เฉิงที่ยังนั่งนิ่งแล้วได้แต่ส่ายหน้าพร้อมส่งเสียวหัวร่อที่เจือแววสมเพช

 

          “น่าเสียดาย ที่สุดท้ายเจ้าก็แก้ปริศนานี้ไม่ตก !

 

          หลี่เฉิงไม่ใช่คนหูหนวก มันย่อมได้ยินความสมเพชทั้งจากเสียงหัวเราะและคำพูดของอีกฝ่าย แต่มันยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้าได้อย่างสงบนิ่ง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมไว้แล้วออกมา

 

          “น่าเสียดายอยู่บ้างจริง” มันเอ่ยไปด้วย “เงื่อนไขของท่านที่ห้ามทุบทำลายสิ่งของชิ้นนี้ย่อมทำให้ข้าไม่อาจตรวจสอบได้โดยละเอียด จึงไม่อาจไขปริศนาความเป็นมาของท่านได้”

 

          หรืออันที่จริง หลี่เฉิงไม่คิดว่าของเพียงแค่นี้จะเป็นปริศนาจริงๆด้วยซ้ำ นอกจากพินิจพิจารณาอย่างละเอียดในคราวแรกที่ได้มา มันจึงไม่เคยสังเกต

 

          ถังซู่เห็นมันหยิบของชิ้นนั้นออกมาก็ไม่เกรงใจอีก มันตวัดมือวูบเดียว กล่องไม้เรียวยาวก็ถูกแรงลี้ลับฉุดเข้ามาหาฝ่ามือของมันที่รับไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะเปิดออก

 

          ในกล่องไม้คือขลุ่ยเลาหนึ่ง

 

          ถังซู่กวาดตามองหนึ่งรอบ ก่อนปลายนิ้วไล้ลงบนเลาขลุ่ยไปตามลวดลายอย่างคุ้นเคย เพียงเท่านี้มันก็ทราบว่าขลุ่ยเลานี้สมควรไม่ถูกแตะต้องมาเนิ่นนาน....บางทีอาจจะนานเกือบสามปี

 

          มันจึงพยักหน้าอย่างพอใจ

 

          “หนี้ที่คนของข้าติดค้างคนของเจ้า ถือว่าใช้กันหมดแล้ว เจ้ามีอะไรจะค้านหรือไม่”

 

          ค้าน ? จะค้านอะไรได้ ในเมื่อหลี่เฉิงยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าคนสองคนที่เป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้พวกนั้นคือใคร อีกทั้งจะให้มันหน้าด้านบอกว่าค้าน พิจารณาจากนิสัยบุรุษผู้นี้ เกรงว่าเอ่ยดังนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์เห็นจะมีแต่โทษมากกว่า

 

          หลี่เฉิงจึงไม่คัดค้านอันใด

 

          ถังซู่เองก็ไม่คิดเสียเวลาอีก มันผุดลุกขึ้นจะย่างเท้าออกไป แม้ในชั่วพริบตานั้นจะยังนึกถึงพันธะหนี้ระหว่างมันกับดรุณีสกุลหลี่ผู้นั้น ซึ่งเป็นลูกสาวของหลี่เฉิงผู้นี้...

 

          แต่สุดท้ายมันก็ยังก้าวเท้าออกไป เพราะหนี้ระหว่างนางกับมันก็เป็นหนี้ระหว่างนางกับมัน ไม่เกี่ยวข้องกับใครทั้งสิ้น

 

          มันออกจากเรือนรับรองของสกุลหลี่ ไม่แยแสแม้จะรู้ว่าหลี่เฉิงย่อมให้คนตามติดมันมา หนำซ้ำยังถือโอกาสใช้แสงไฟจากด้านหน้าของสกุลหลี่สาดส่องกล่องใส่ขลุ่ยนั้นอีกครั้งให้ชัดๆ

 

          ใต้แสงไฟทำให้ร่องรอยแกะสลักของเส้นสายลวดลายนั้นชัดเจนขึ้น มองคล้ายเป็นภาพของเมฆาที่ถูกวาตะพัดพาให้เคลื่อนไหว แต่เมื่อดูอีกทีก็คล้ายเป็นเพียงก้อนเมฆบนท้องฟ้าอันว่างเปล่า ซึ่งไม่ว่าจะสิ่งใดก็ล้วนแต่บอกใบ้ที่มาของผู้สร้างมัน

 

          ในฐานะผู้ใช้เคล็ดวิชาคลื่นเสียงผู้หนึ่ง ถังซู่ย่อมมีความสนใจในเครื่องดนตรีหลายอย่าง ทั้งยังเคยสัมผัสกับเครื่องดนตรีชั้นเลิศมาไม่น้อย ดังนั้นถึงแม้ขลุ่ยเลานี้จะถูกสร้างจากหินล้ำค่า แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เลิศล้ำที่สุด

 

          ทว่ามันมีความหมาย.....อย่างน้อยก็สำหรับเจ้าของที่แท้จริง

 

          “นี่เป็นขลุ่ยที่สวยที่สุดแล้ว...เท่าที่ศิษย์พี่ใหญ่จะทำออกมาได้ ถือเป็นของที่ระลึกไม่กี่ชิ้นที่เหลืออยู่ของศิษย์พี่ใหญ่ของยาย...”

 

          บนเลาขลุ่ยนั้นมีรอยขีดสลักอยู่มาก หากมีแต่คนที่ใช้เคล็ดวิชาคลื่นเสียงที่สามารถแยกแยะจังหวะกังวานการเคาะลงไปแต่ละรอยขีดซึ่งให้เสียงแตกต่างกันอย่างบางเบาเท่านั้น จึงจะเข้าใจได้ว่าเมื่อนำแต่ละขีดมาประกอบกันตามลำดับ จะได้คำสองคำ

 

          “นี่ยังถือเป็นการใช้ความคิดที่สุดในการซ่อนนามผู้ทำของสิ่งประดิษฐ์แล้ว ปกติศิษย์พี่ใหญ่ขี้เกียจจะตาย แถมยังโดนอาผิงว่าอยู่บ่อยๆว่าช่างไร้ความคิด ดังนั้นสร้างขลุ่ยเลานี้มากำนัลให้ยายได้....จะเรียกว่าเป็นปาฎิหาริย์เพียงชิ้นเดียวไม่มีชิ้นที่สองก็ไม่ผิด เพราะศิษย์พี่ใหญ่ประกาศอยู่ว่าคงทำอีกไม่ได้....ทั้งไม่ได้กลับขึ้นเขามาทำอีกจริงๆ”  หญิงชรานางนั้นเอ่ยไปทอดถอนไป แม้จะกล่าวดังนั้น แต่บนใบหน้าชราของนางมีแต่ความรักและความอาลัยที่มี่ต่อศิษย์พี่ใหญ่ผู้จากไปอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้พวกศิษย์น้องติดค้างมัน

 

          ถังซู่ที่ได้การถ่ายถอดเคล็ดวิชาจากนางจึงรับขลุ่ยอันนี้มา เพื่อชดใช้หนี้ให้แก่ทายาทของศิษย์พี่ใหญ่ของหญิงชราที่มันเคารพรักที่สุด

 

          มันลำดับประกอบขีดอย่างคุ้นชิน ออกมาเป็นคำที่กลายเป็นความคุ้นเคยอย่างน่าแปลกกว่า

 

          อวี๋เฟิง

 

          พร้อมกับที่เพิ่งประกอบขีดตัวอักษรเฟิงเสร็จ มันก็เก็บกล่องใส่ขลุ่ยเอาไว้ และหันไปทางหอสูงที่พอมองเห็นได้รำไร

 

          ซึ่งที่นั่นมีคนที่ใช้อักษรเฟิงอยู่ในชื่อเช่นเดียวกัน

 

(โปรดติดตามต่อตอนถัดไป)

 

          ได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ววว พอจะทำให้บางท่านหายงงได้บ้างหรือเปล่าคะ

 

          พอจะเดาเหตุการณ์กันได้บ้างไหมคะ หรือหากไม่ชอบเดา ถ้าท่านรู้สึกสนุกกันได้ ผู้เขียนก็จะดีใจมากค่ะ ><

 

          ที่จริงตอนเขียน ผู้เขียนก็มีภาวะกังวลเป็นอย่างมาก ว่าจะเขียนอย่างไรดี ลองปรับการเล่าหรือการนำเสนอบางอย่างแล้ว แต่กลายเป็นว่าพล็อตเรื่อง ตัวละครต่างๆไม่ยอมทำกันเลยค่ะ TvT ซึ่งถ้าว่ากันจริงๆก็ช่วยไม่ได้ เพราะปัญหาของเรื่องนี้ค้างคามาหลายสิบปี ทับถมพันซ้อนกันมาเรื่อยๆ บางคนคิดว่าจะแก้ได้กลับทำให้ปมยุ่งยากขึ้น บางคนไม่เคยสนใจ ก็เติมปมกันลงไปอีกเหมือนกัน ท่านแม่ทัพฟื้นขึ้นมาก็เจอปมพวกนี้ถล่มทับ (เช่นเดียวกับท่านผู้อ่าน TvT ) อย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุใดๆทั้งสิ้น ต้องมาเก็บเบาะแสกันเองนี่ล่ะค่ะ

 

          ถ้าหากท่านผู้อ่านท่านไหนมีข้อสงสัยหรืออื่นใด สามารถสอบถามหรือบอกได้เสมอนะคะ ผู้เขียนยินดีเสมอที่ได้รับคอมเม้นต์จากทุกท่าน รวมถึงกำลังใจและการติดตามที่มอบให้อยู่เสมอด้วย ขอบคุณทุกท่านจริงๆนะคะ ที่อยู่ด้วยกันมาตลอด

 

          ขอบคุณมากค่ะ ><


          ปล.ช่วงนี้ก็จะมาได้ความยาวแค่ราวๆนี้นะคะ ขออภัยด้วยค่ะ ฮือ OTL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #500 Theoneintheworld (@Theoneintheworld) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:09
    พระเอกคือผู้ใด
    #500
    1
    • #500-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:34
      ขออนุญาตตอบรวดเดียวตรงนี้นะคะ

      เรื่องคนใส่หน้ากากตอนนี้มีสองคน(?)ค่ะ แต่เดี๋ยวเขาจะได้ออกมาคู่กันให้เทียบชัดๆในวันหน้าๆแน่ค่ะๆ ส่วนพระเอก ตอนนี้หลายท่านลังเลระหว่างเรือโซ่วอ๋องกับเรือคนใส่หน้ากากคนหนึ่ง แต่บางท่านก็ประกาศเรือท่านแม่ทัพเดี่ยวก็มี เลือกลงได้ตามอัธยาศัยก่อนเลยค่า TvT

      ขอบคุณที่ติดตามกันมากนะคะ OTL
      #500-1
  2. #497 hiziji (@hiziji) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 15:48
    ตอนนี้อ่านเข้าใจง่ายมากค่าาา
    #497
    1
    • #497-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:32
      เย้ ดีใจที่คนอ่านเข้าใจดีค่า ><
      ขอบคุณมากนะคะที่ติดตามอ่านมาเสมอ OTL
      #497-1
  3. วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 17:58
    อ้าวชดใช้ผิดคนดิ.งี้.
    #496
    1
    • #496-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:31
      ที่จริงมันก็มีเหตุค่ะ ! อีกไม่กี่ตอน(ใหญ่)ก็จะได้เฉลยส่วนนี้แล้วค่ะ
      ขอบคุณที่ติดตามกันมากๆนะคะ ><
      #496-1
  4. #495 เจ้าลูกหมู (@katay123) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 13:54

    รออออ อยากอ่านอีก ชอบๆ

    #495
    1
    • #495-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:31
      ยินดีที่ชอบค่า ขอโทษที่ให้รอด้วยจริงๆนะคะ
      และขอบคุณสำหรับการติดตามค่า ><
      #495-1
  5. #494 Ammyuhi (@Ammyuhi) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 12:24
    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นง่าาาาขุ่ยของท่านแม่ทัพจริงๆๆ
    #494
    1
    • #494-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:31
      ศิษย์น้องที่่ได้ขลุ่ยไปต้องบอกว่าขลุ่ยนี้เป็นของนางแล้วแน่ๆค่ะ >< ดีใจที่ชอบนะคะ
      ขอบคุณที่ติดตามกันด้วยค่า
      #494-1
  6. #493 Around_Me (@Around_Me) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:53

    อ๊ายยยย ตกหลุมรักท่านแม่ทัพอีกแล้วววว นี่ถ้าเกิดเสี่ยวซู่จื่อรู้ว่าเป็นศิษย์พี่ใหญ่จะเป็นยังไงน้าา แต่ยังไงศิษย์พี่ใหญ่ก็สุดยอดที่สุดดด

    #493
    1
    • #493-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:30
      เกิดเป็นศิษย์พี่ใหญ่ทั้งทีก็งี้แหละค่ะ <<< เอ๊ะ หรือเราควรเปลี่ยนชื่อเรื่องและแนวดีไหมคะ ท่าทางจะแอบเบากว่าเรื่องนี้เยอะ ฮืออออ TvT (ที่จริงแอบเครียดเวลาเขียนเหมือนกันค่ะ ฮือ)

      ถ้าเสี่ยวซู่จื่อรู้ว่าเป็นศิษย์พี่ใหญ่.....ความนับถือ(?)ที่ได้มาจากการฟังคนอื่นเล่าอาจจะแตกเป็นชิ้นๆก็ได้ค่ะ ฮา

      ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ
      #493-1
  7. #492 magkwa (@magkwa) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:01

    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์
    #492
    1
    • #492-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:28
      ขอโทษที่ให้รอค่า มาต่อแล้วค่ะ
      ขอบคุณที่ยังแวะเวียนกันมานะคะ ><
      #492-1
  8. #491 junojang (@junojang) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 08:13
    รอไรต์มาต่อนะคะ
    #491
    1
    • #491-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:28
      มาต่อแล้วค่า ขอโทษที่ช้าจริงๆค่ะ
      ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะคะ
      #491-1
  9. #490 Leila-Liora (@sorn160744) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 08:08
    เพิ่งเห็นว่าพาร์ทหลังนี้คำว่าไล่ล่าใช่เป็นไล่ร่าแทน ไม่รู้ว่าไรท์เขียนผิดหรือตั้งใจ
    #490
    1
    • #490-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:28
      ผู้เขียนพลาดอย่างแรงค่ะ ! แง ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้สับสนและขอบคุณที่ทักท้วงความเบลอ
      และขอบคุณที่ยังติดตามกันค่า ><
      #490-1
  10. #489 STI .45 (@gval) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 07:30

    รอน้าา
    #489
    1
  11. #488 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 02:45
    ชอบวิธีการ&#8203;ดำเนินเรื่อง
    ไม่เหมือนใครดี
    #488
    1
    • #488-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:27
      ดีใจที่ชอบจริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ชอบและอุตส่าห์ติดตามกัน
      ขอโทษที่ทำให้รอด้วยค่ะ !
      #488-1
  12. #487 DuFruit (@DuFruit) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 02:25
    เราคิดว่าความมึนๆงงๆเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้นะ
    และคิดว่าเคล็ดวิชาคลื่นเสียงทั้งตำรับเป็นของท่านแม่ทัพ
    ถ้าถังซู่รู้ว่าเป็นอวีเฟิงคงลากท่านแม่ทัพไปหายาย
    ดูๆแล้วคงรักยายมาก
    #487
    2
    • #487-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:26
      ไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะว่าความมึนก็เป็นเสน่ห์ แต่พอได้ยินก็ดีใจจริงๆค่ะที่มีคนชอบ TvT
      เรื่องเคล็ดวิชา ท่านแม่ทัพมีศิษย์น้องตั้งหกคน เดี๋ยวเบาะแสแต่ละคนจะค่อยๆโผล่ค่ะ.... ส่วนคนที่อยู่กับถังซู่คนนั้น....อ๊าาา อยากสปอยจังค่ะ TvT

      แต่อันนี้สปอยนิดได้ว่า ความดีของถังซู่ทั้งเรื่องมีไม่กี่อย่าง(?) หนึ่งในนั้นก็เรื่องที่ว่ารักยายนี่แหละค่ะ ><
      #487-1
  13. #486 nuknikkmitl (@nuknikkmitl) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:21
    ชอบตอนนี้นะ บรรยายดี หายงง ตอนที่แล้วมึนๆ ชอบสนุกดี
    แนวการเขียน แต่ง เป็นตัวของตัวเองดี
    #486
    1
    • #486-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:25
      ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์และความชอบด้วยนะคะ !
      ผู้เขียนได้รับแรงใจแล้วและจะพยายามให้มากขึ้นไปอีก ขอบคุณจริงๆค่ะ !
      #486-1
  14. #485 fantar2544 (@fantar2544) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:48
    รอๆๆๆๆ ท่านแม่ทัพเข้าฉากที >~<
    #485
    1
    • #485-1 มัจฉาน้อยฯ(小鱼) (@xiaoyu-linghua) (จากตอนที่ 52)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:24
      ท่านแม่ทัพมาเข้าฉากแล้วค่ะ ! แถมสามตัวเอกยังได้กลับมาเข้าซีนพร้อมกันอีกครั้งด้วย ขออภัยที่ให้รอด้วยนะคะ ><
      #485-1