wullopp
ดู Blog ทั้งหมด

กินมังสวิรัติหรือกินเนื้อ ดีไปคนละแบบ

เขียนโดย wullopp
 

...

อาจารย์ 'Peta Bee' แห่ง 'MailOnline' ตีพิมพ์เรื่องทำนอง "กินเนื้อกับกินผัก ดีกันไปคนละอย่าง" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ MailOnline ]

ประชากรโลก 5% กินอาหารแบบมังสวิรัติ (vegetatian) และเร็วๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ก็ประกาศว่า การกินมังสวิรัติมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะกินแบบไหนดี

...

(1). ข้ออักเสบ > กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยง

  • คนสหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งมีประชากรพอๆ กับไทยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ประมาณ 1/2 ล้านคน > การกินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ 5 ส่วนบริโภคขึ้นไปต่อสัปดาห์เพิ่มเสี่ยง
  • การศึกษาที่ได้รับทุนจาก Arthritis Research Campaign (โครงงานรณรงค์วิจัยข้ออักเสบ) พบว่า คนที่กินเนื้อทุกวันเพิ่มเสี่ยงข้ออักเสบ 2 เท่าของคนที่กินเนื้อ 2 ครั้ง/สัปดาห์
  • กลไกที่เป็นไปได้ คือ โปรตีนคอลลาเจนในเนื้อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อ
  • กลไกต่อไปคือ เนื้อมีธาตุเหล็กสูง และอาจจะสะสมในข้อ ทำให้อนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นได้

(2). มีลูกยาก > มังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า

  • คู่สมรส 1/6 มีปัญหามีลูกยาก > การศึกษาหลายรายงานพบว่า การกินถั่วเหลืองมากเกินอาจทำให้ผู้หญิงมีลูกยากขึ้น
  • การศึกษาจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอนพบว่า สารเจนิสทิน (genistein) ในถั่วเหลืองทำให้ความสามารถของอสุจิ หรือสเปิร์มในการดำน้ำขึ้นไปผสมกับไข่ลดน้อยถอยลง

(3). นิ่วถุงน้ำดี > กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยง

  • คนที่กินเนื้อมากเพิ่มเสี่ยงนิ่วถุงน้ำดี กลไกที่เป็นไปได้ คือ เนื้อมีไขมันอิ่มตัวสูง
  • การศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ชาย 45,000 คนพบว่า คนที่กินเนื้อเสี่ยงนิ่วถุงน้ำดีมากกว่าคนที่กินผักและไขมันไม่อิ่มตัว 18%
  • กลไกที่เป็นไปได้ คือ ไขมันไม่อิ่มตัวทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)ลดลง ทำให้นิ่วถุงน้ำดีชนิดโคเลสเตอรอลลดลง

(4). ฟันสึก > กินมังสิวิรัติเสี่ยงมากกว่า

  • ผักและผลไม้มีฤทธิ์เป็นกรดมากกว่า แถมยังต้องใช้แรงเคี้ยวมากกว่า
  • อาจารย์ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยดันดีพบว่า การปรุงอาหารแบบที่เพิ่มความเป็นกรดในอาหารที่มากไปด้วยผักผลไม้ เช่น เติมน้ำส้มสายชู, บาร์บีคิวผักผลไม้ ทำให้น้ำระเหยออกไป ความเป็นกรดมากขึ้น ฯลฯ ทำให้ฟันสึกมากขึ้น
  • ทางที่ดีคือ หลังกินผักผลไม้ หรือน้ำผลไม้, ให้รีบบ้วนปากหลายๆ ครั้ง อย่าเพิ่งรีบแปรงฟัน ให้บ้วนปากหลายๆ ครั้ง แล้วรอ 30-60 นาทีก่อนแปรงฟัน

(5). สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ > กินเนื้อเพิ่มเสี่ยง

  • วิตามิน สารพฤกษเคมี(สารคุณค่าพืชผัก) สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอลส์ ฯลฯ พบมากในผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันการสร้างโปรตีนผิดปกติ (beta-amyloid) ในสมอง
  • การศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียพบว่า คนที่มีปัญหาความจำเสื่อมเล็กน้อยลดโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมได้ 48%, ถ้ากินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน และกินเนื้อน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคนที่กินเนื้อทั่วไป
  • อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีปลา ถั่ว นัท(เมล็ดพืชเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) ผัก ผลไม้ทั้งผลหรือน้ำผลไม้ปั่นรวมกากแล้วดื่มทันที น้ำมันมะกอก (น้ำมันของไทยที่ใกล้เคียงหน่อย คือ น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง โดยเฉพาะชนิดหีบเย็น) ธัญพืชไม่ขัดสี
  • โอกาสเกิดปัญหาความจำเสื่อมอย่างอ่อนลดลงได้ 1/3 ถ้าลดเนื้อ (อย่างน้อย 1/2), กินผัก ผลไม้ทั้งผล และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ

(6). กระดูกโปร่งบางหรือกระดูกพรุน > กินเนื้อเสี่ยงมากกว่า

  • คนที่อายุยืน(ฝรั่ง)มีโอกาสเป็นโรคนี้ = 1/3 ในผู้หญิง และ 1/12 ในผู้ชาย
  • สมาคมกระดูกโปร่งบางแห่งชาติ (UK) แนะนำว่า การกินโปรตีนจากเนื้อแดงมากเกินส่งผลเสียต่อกระดูก
  • กลไกที่เป็นไปได้ คือ การย่อยโปรตีนทำให้เกิดภาวะกรดมากเกิน ซึ่งต้องขับทางไต และก่อนขับออกต้องมีการดึงด่าง โดยเฉพาะแคลเซียมจากกระดูก ไปช่วยขับกรดออก ทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมมากขึ้น
  • อาหารจากพืชมีด่าง (base) หลายชนิดที่ช่วยปรับสมดุลไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะกรดมากเกิน
  • ผักใบเขียว เช่น กะหล่ำ บรอคโคลี ฯลฯ ถั่วพูมีแคลเซียมสูง ส่วนเนื้อมีแคลเซียมค่อนข้างต่ำ

(7). โรคซึมเศร้า > กินมังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า

  • คนที่กินมังสวิรัตินานๆ เสี่ยงขาดวิตามิน B12 ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต และทำหน้าที่ของเซลล์ประสาท ทำให้มีอาการระบบประสาทอ่อนๆ เช่น อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ, ซึมเศร้า, เพลีย ฯลฯ ได้
  • วิธีแก้สำหรับคนที่กินมังสวิรัติไม่ยาก คือ กินยีสต์ วิตามิน B หรือวิตามินรวมเสริม, ทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือ กินเนื้อนานๆ ครั้ง ซึ่งคนที่อายุยืนจำนวนมากทำกัน 

(8). กล้ามเนื้อเหี่ยวลง > กินมังสวิรัติเสี่ยงมากกว่า

  • การกินมังสวิรัติเพิ่มเสี่ยงขาดโปรตีน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่า
  • วิธีแก้ไม่ยาก คือ เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท เพิ่มถั่ว โปรตีนเกษตร เต้าหู้ งา และกินผักให้มากชนิดขึ้น
  • ไม่ว่าจะกินผักหรือกินเนื้อ... ถ้าไม่ออกกำลังต้านแรง เช่น ขึ้นลงบันได ยกน้ำหนัก เล่นเวท ดึงยางยืด ดึงสปริง พิลาทิส ฯลฯ และไม่นอนให้พอแล้ว มวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามอายุ

(9). อาหารเป็นพิษ > กินเนื้อเสี่ยงมากกว่า

  • อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม เนื้อ สัตว์ปีกมีโอกาสเกิดอาหารเป็นพิษสูงกว่าพืชผัก
  • สำนักมาตรฐานอาหารสหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า คนสหรัฐฯ 89% เก็บเนื้อไม่ถูกวิธี, วิธีที่ดีคือ เก็บในภาชนะปิดสนิท (sealed container) ไว้ด้านล่างของตู้เย็น (fridge) เพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวจากเนื้อหยดใส่อาหารอื่นๆ
  • คนสหรัฐฯ 63% ไม่ได้ล้างมือหลังสัมผัสเนื้อดิบ ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในเนื้อติดต่อไปยังอาหารอื่นๆ ได้

...

การลดเนื้อลงสักครึ่งหนึ่ง เปลี่ยนเป็นโปรตีนจากพืช เช่น โปรตีนเกษตร เต้าหู้ ฯลฯ หรือปลาน่าจะดีกับสุขภาพ

วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างหนึ่งในยุคอาหารแพง คือ ผสมโปรตีนเกษตร (ทำจากถั่วเหลือง แช่น้ำ 3 นาที บีบน้ำออก จะได้อาหารที่มีโปรตีนสูงกว่าเนื้อ) นำไปผสมกับเนื้ออย่างละครึ่ง ปรุงอาหารปนกันไป จะได้โปรตีนที่มีไขมันต่ำ ดีกับสุขภาพ แถมยังได้เส้นใย (ไฟเบอร์) อีกเล็กน้อย

...

ขณะที่คนสหรัฐฯ มีปัญหาธาตุเหล็กจากเนื้อแดงมากเกิน คนเอเชียจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิง มีปัญหาขาดธาตุเหล็ก และจะเสี่ยงขาดธาตุเหล็กมากขึ้นถ้ากินมังสวิรัตินานๆ

การตรวจเลือดช่วยบอกได้ว่า เลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กหรือไม่ วิธีแก้ก็ไม่ยากอะไร เพราะมียาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กช่วยได้

...

กล่าวกันว่า "สุขภาพดีเริ่มต้นที่ข้าว (ธัญพืช)" เนื่องจากเป็นอาหารหลักของคนเรา ถ้าเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง หรือขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีทได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง สุขภาพจะดีขึ้นเร็วทีเดียว

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

ศัพท์ที่น่าสนใจ                                                 

  • seal = ปิดผนึก
  • container = ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ เช่น ทัพเพอร์แวร์ ฯลฯ
  • fridge = ตู้เย็น มาจากคำว่า 'refridgerator'
  • refridgerator = ตู้เย็น

...

 > Thank MailOnline

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 14 กรกฎาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น