...
โรคเอดส์ (AIDS) ในคนมาจากเชื้อ HIV ส่วนโรคเอดส์ในลิงมาจากเชื้อพี่ๆ น้องๆ กันอีกชนิดหนึ่งคือ SIV...
อ.ฟิลิพ จอห์นซัน (Philip Johnson) และคณะ แห่งโรงพยาบาลเด็กฟิลาเดลเฟีย สหรัฐฯ ทำการทดลองฉีดแอนตีบอดีสังเคราะห์ (antibody = Ab = สารที่เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้นเพื่อต้านทานเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอม)
...
ผลการศึกษาพบว่า ลิง 6 ใน 9 ตัวที่ได้รับแอนตีบอดีสังเคราะห์ ต้านทานเชื้อ SIV (เอดส์ลิง) ได้ และทุกตัว (9 ใน 9 ตัว) ต้านทานเอดส์คน (HIV) ได้
การศึกษาเพื่อพัฒนาวัคซีนต้าน HIV ก่อนหน้านี้ได้ผลตรงกัน คือ ล้มเหลว
...

กลไกที่ทำให้วัคซีนเอดส์ล้มเหลวมีหลายอย่าง เช่น ไวรัส HIV กลายพันธุ์ได้เร็ว โดยเปลี่ยนเปลือกหุ้มที่เปรียบคล้ายกระเบื้องหลายๆ แผ่น ทำให้มีรูปร่างที่มองจากภายนอกต่างกันไปเรื่อยๆ
กลไกนี้เปรียบคล้ายสายลับที่แปลงร่างเก่ง ทำให้เจ้าของบ้านจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน
...
กลไกอื่นๆ คือ ไวรัสนี้มีแหล่งพักพิง (reservoir) หลายแห่ง เช่น ไปหลบในเซลล์ประสาท เซลล์ระบบภูมิต้านทานโรค ฯลฯ
กลไกนี้เปรียบคล้ายผู้ก่อการร้ายที่มีแนวร่วมชั้นดี
...

นอกจากนั้นสารภูมิต้านทานโรค หรือแอนตีบอดี (Ab) ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาก็ทำลายเชื้อโรคไม่ได้ เปรียบคล้ายการส่งทหารถือดาบไปสู้กับปืนกล
คณะวิจัยทดลองผลิตสารคล้ายแอนตีบอดี (antibody-like proteins / immunoadhesins) จากชิ้นส่วนของ DNA เทียม ซึ่งมีฤทธิ์ไปจับกับไวรัสได้ 3 รูปแบบ
...
สารดังกล่าวจะไปจับกับไวรัส (ทำให้เกิด adeno-associated virus / AAV) ซึ่งทำให้ไวรัสมีฤทธิ์ทำให้คนหรือลิงติดเชื้อได้น้อยลง มีฤทธิ์เป็นวัคซีนแบบอ่อน
คนบนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ตายจากโรคเอดส์ไปแล้ว 25 ล้านคนตั้งแต่ early 1980s (= 1980-1985 = พ.ศ. 2523-2528) และมีผู้ติดเชื้อเหลืออยู่ 33 ล้านคน
...

กว่าฝันเรื่องวัคซีนเอดส์จะเป็นจริงได้... คงต้องใช้เวลาอย่างเร็วอีกหลายปี ทางที่ดีคือ การป้องกันด้วยการไม่สำส่อนทางเพศ, ใช้ถุงยางอนามัยให้ถูกวิธีทุกครั้ง (ถ้าพลั้งพลาดสำส่อน), ไม่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา
- Thank Reuters > Maggie Fox. Engineered antibodies fight AIDS virus in monkeys. May 16, 2009. / Source > Nature Medicine.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
> 18 พฤษภาคม 2552. - ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
ความคิดเห็น