มุมหนึ่งของชีวิต - มุมหนึ่งของชีวิต นิยาย มุมหนึ่งของชีวิต : Dek-D.com - Writer

    มุมหนึ่งของชีวิต

    ชีวิต ที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผัส

    ผู้เข้าชมรวม

    552

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    1

    ผู้เข้าชมรวม


    552

    ความคิดเห็น


    3

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  18 ต.ค. 46 / 19:46 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ครอบครัวของผมยากจนมากครับผมไม่ได้พูดให้ใครสงสารหรอกนะครับผมชินซะแล้วกับคำว่าจน
      เราไม่มีเงินพอที่จะซื้ออาหาร ไม่มีเงินพอที่จะซื้อเสื้อผ้า
      พวกเราถือคติแผ่นดิน คือที่นอน แผ่นฟ้าคือผ้าห่ม

      พวกเราอาศัยอาหารของคนอื่นเขาประทังชีวิตไปวันๆ
      คือเราไปขออาหารของคนอื่นกิน แต่พวกเขาคิดว่าเราไปขโมยอาหารของเขา
      แต่ผมเปล่านะครับ ผมเห็นคนอื่นเขาวางอาหารทิ้งไว้ ผมก็นึกว่าเขาไม่กินกันแล้ว
      ผมก็เลยช่วยกินเพื่อไม่ให้เสียของ ผมผิดเหรอครับ
      แต่ด้วยเหตุนี้ คนอื่นจึงไม่ชอบพวกเราเท่าไรนัก
      แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่คนอื่นเกลียดเรา พ่อผมเล่าให้ผมฟังว่า

      “คนอื่นไม่เพียงแต่เกลียดพวกเราเท่านั้น บางคนพอเจอพวกเรา ก็ทำท่ารังเกียจ
      บางทีเขาเห็นพวกเรา เขาก็จะไล่ตี” เขาทำอย่างกับเราไม่มีชีวิตจิตใจ
        
        พวกเราก็มีชีวิต มีจิตใจนะครับ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไม
      ทุกคนจึงเกลียดพวกผมมากมายขนาดนั้น
      หรือว่าชาติที่แล้วผมไปทำอะไรไว้ให้เขาแค้นใจกันแน่
        
        เขาชอบหาว่าพวกผมสกปรก เนื้อตัวมอมแมม
      ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากคบหาสมาคมด้วย
      หนำซ้ำบางคนเจอพวกผมยังจะมาไล่ตีอีกด้วย พวกเราจึงต้องวิ่งให้เร็ว
      (ฝีเท้าระดับผมเนี่ย แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกก็สู้ไม่ได้หรอกครับ)
      เราต้องวิ่งเร็วมากเพราะหลบหนีการไล่ตีของคนอื่น พวกผมก็รักชีวิตนะครับ
      เรื่องอะไรจะยอมให้คนอื่นมาทำร้าย ทุบตี ฆ่าตาย
        
        เอ…หรือว่าพวกเขาเกลียดที่เราแต่งตัวไม่ดี ผมมีความคิดดีๆแล้วครับ
      ผมอาจจะต้องแต่งตัวให้ดีกว่านี้สักนิด แล้วไปเรียนเรื่องสมบัติผู้ดีอีกหน่อยดีไหมครับ
      ผมคิด ว่าถ้าผมได้แต่งตัวให้ดูดี ใส่น้ำหอมสักหน่อย รับรองสาวๆต้องชอบผมทั้งนั้น
      ใครๆก็คงอยากจะเข้าใกล้ผมแน่นอน                        
        
        นี่ผมไม่ได้หลงตัวเองนะครับ เพราะเวลาที่ผมส่องกระจกทีไร
      ผมก็นึกว่าเห็นเทพบุตรมายืนอยู่ตรงหน้า จะมองทางซ้ายก็ปีเตอร์ จะมองทางขวาก็พี่ติ๊ก
      ถ้ามองด้านหน้า เหมือนหนุ่ม ศรราม อย่างกับฝาแฝด  
        
        แต่…ผมจะไปหาเสื้อผ้าสวยๆได้ที่ไหนล่ะครับ
      ยิ่งพวกน้ำหอมคงไม่ต้องคิดฝันว่าจะมีโอกาสได้ใช้เลย
      ก็ผมบอกแล้ว พวกเราน่ะยากจนจะตาย  แต่เมื่อผมมีความคิดดีๆเช่นนี้
      ผมน่าจะไปพูดกับพ่อดูสักหน่อยก็คงดี เผื่อความคิดผมเข้าท่า
      เราจะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองไงล่ะครับ
          
                      “พ่อครับ ผมคิดว่า คนอื่นอาจจะเกลียดเราเพราะว่าพวกเราไม่แต่งตัวให้ทันสมัย
      กลิ่นตัวไม่หอมเหมือนคนอื่นเขาก็เป็นได้ บางทีพวกเราน่าจะซื้อเสื้อผ้าที่มันดูเจ๋งๆหน่อย
      แล้วก็ซื้อน้ำหอมมาใช้นะพ่อ พอกลิ่นตัวเราหอม คนก็จะได้กล้าเข้าใกล้เราด้วย”
          
                      “แกจะบ้ารึ ถ้าเรามีเงินไปซื้อของพวกนั้น
      สู้เราเอาเงินนั้นไปซื้อข้าวมากินไม่ดีกว่าหรือไอ้โง่”
          
                       “แต่พ่อครับ บางทีถ้าเราแต่งตัวให้เหมือนผู้ดี
      คนอื่นเขาอาจจะแบ่งอาหารให้พวกเรากินก็ได้ พ่อลองคิดดูสิ”
          “แล้วแกจะไปเอาเงินที่ไหนไปซื้อของพวกนั้นล่ะ แกหาเงินได้เหรอ”
          
                      “เอ่อ…ก็พ่อนั่นแหละ วันๆมัวแต่ๆนั่งๆนอนๆไม่ยอมหาเงิน  
      ครอบครัวเราเลยไม่มีเงินใช้กันน่ะสิ “
          “อ๋อ ฉันผิดงั้นเหรอ แล้วทำไมแกไม่ไปหาเงินมาใช้เองเลยล่ะ”
                    
                      “ได้เลยพ่อ ผมจะหาเงินมาให้ได้ แล้วพ่อคอยดูละกัน
      แต่ถ้าผมมีเงินเมื่อไร พ่ออย่ามาขอผมก็แล้วกัน”
                      “งั้นแกไปเลย ไอ้ลูกอกตัญญู ฉันเลี้ยงแกมาให้แกมาเถียงฉันฉอดๆ  
      ไปเลยนะ ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก ดูซิว่าจะไปได้สักกี่น้ำ”

      พ่อน่ะไม่เข้าใจเลย ทั้งๆที่ผมอุตส่าห์ช่วยหาวิธีทางที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราดีขึ้น
      แต่พ่อกลับพูดแบบนั้น ผมก็ทนไม่ไหวแล้ว
      ผมจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปใช้ชีวิตอย่างที่ผมต้องการ

      … 1 สัปดาห์ผ่านไป …

      การใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ  
      เพราะถึงผมจะจากบ้านเกิดของตัวเองมา แต่ไม่ว่าใครก็ปฏิบัติกับเราไม่ดีเลย
      ไม่มีใครมีน้ำใจกับผม ไม่มีใครแบ่งอาหารให้ผม เงินก็หาไม่ได้ งานก็ไม่มีทำ
      ไม่มีใครให้ผมทำงานให้เลยครับ  
         แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่ครับ ในเมื่อไม่มีอาหาร
      ผมจึงต้องไปแอบเอาอาหารของคนอื่นมากิน หลายครั้งที่เกือบจะถูกจับได้
      แต่ผมก็หนีทันทุกที  (ก็บอกแล้วว่าผมวิ่งเร็ว)
      คอยดูนะครับผมจะทำให้พ่อยอมรับในตัวผม
      ทำให้พ่อรู้ว่าผมสามารถอยู่โดยลำพังได้

      …  3 สัปดาห์ผ่านไป …

          พ่อครับ แม่ครับ ผมไม่มีหน้าจะไปหาพ่อกับแม่หรอกครับ
      ผมจึงเขียนจดหมายมาเพื่อขอโทษที่วันนั้นผมทำตัวแบบนั้นไป ผมมันคิดง่ายไปเอง
      ผมคิดว่าคนที่บ้านเกิดเราเท่านั้นที่เกลียดเรา แต่…ผมคิดผิดครับ ไม่ว่าใครก็เกลียดผม
      ทุกคนช่างใจแคบเหลือเกิน ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับ ไม่ว่าผมจะทำดีแค่ไหน
      ทุกคนก็ยังเกลียดผมอยู่ดี  ใครๆก็คงอยากให้ผมตาย

          พ่อครับ แม่ครับ ผมอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
      เพราะเมื่อวานนี้มีคนมาเจอผมตอนที่ผมแอบไปกินข้าวของเขา
      ผมหลบเขาไม่ทัน เขามาทำร้ายผม ตอนที่ผมเผลอ ผมถูกตีขาหักไปข้างหนึ่ง
      แต่ผมก็พยายามวิ่งหนีเท่าที่จะวิ่งได้ ผมวิ่งไปหลบให้พ้นสายตาเขาจนได้
      พ่อครับแม่ครับ ผมคงไม่มีชีวิตกลับไปหาทุกคนอีกแล้วผมอยากจะให้ทุกคนให้อภัยผม…

            “อ้ะ! อยู่นี่เองหรือแก  เมื่อวานนี้แกหนีรอดไปได้  
      แต่วันนี้แกไม่รอดแน่ เตรียมตัวตายได้เลย” ผั่ว!
          “โอ๊ย อย่าทำอะไรผมเลย ปล่อยผมไปเถอะ”
          “หนอย..คิดจะหนีหรือแก ไม่มีทาง…ยังไงแกก็ต้องตาย”  ตุ๊บ!…ตุ๊บ!
            “หึ หึ ในที่สุดฉันก็ฆ่าแกได้แล้ว ไอ้เจ้าแมลงสาบ”
      ิ                                                  
                                                                     - THE END -

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×