..การรอคอย.. - ..การรอคอย.. นิยาย ..การรอคอย.. : Dek-D.com - Writer

    ..การรอคอย..

    โดย ~..shadow..~

    เรื่องมันมีอยู่ว่า.....เอ่อคือ......เข้ามาอ่านเลยละกันนะ ^_^ (มือใหม่ค่ะ ลองเข้ามาอ่านเข้ามาติกันนะคะ)

    ผู้เข้าชมรวม

    2,753

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    3

    ผู้เข้าชมรวม


    2.75K

    ความคิดเห็น


    54

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  16 ม.ค. 48 / 14:29 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แต่ถ้าใครที่เคยได้รับรู้รสชาดของ การรอคอยแล้วละก็ คงจะพอเข้าใจความรู้สึกของผู้แต่งบ้าง ไงก็ลองเลื่อนๆลงไปอ่านกันดูนะคะ ไม่แน่นะเรื่องนี้ อาจจะทำให้คุณยิ้ม หัวเราะ หรือไม่อาจจะมีน้ำตาก็ได้ อ๊ะๆๆ!!!!!...อย่าคิดนานสิคะ เลื่อนลงไปอ่านกันเลย
      (ขออภัยที่บทแนะนำเรื่องมาแปะอยู่ตรงนี้ คือตอนที่เอาเรื่องลงคิดไม่ออกจริง มาคิดออกก็สายไปแล้ว)

      เฮ!!..พร้อมรึยังคะเราจะเริ่มเล่าแล้วนะ

         เอ่อ....คือ   การที่คุณจะรักใครสักคน มันจำเป็นไหมว่าคนคนนั้นจะต้องมายืนอยู่ตรงหน้าคุณ เห็นหน้าได้ยินเสียงกันทุกวัน จำเป็นไหมว่าคนคนนั้นจะต้องดีพร้อมไปซะทุกอย่าง แต่สำหรับฉันแล้วขอแค่เค้าคนนั้นเข้าใจเรามันก็เพียงพอ

                     คุณคิดว่ามันแปลกไหม? ถ้า..ฉันจะบอกว่า ฉันแอบรักใครคนนึงเข้าโดยที่ไม่เคยพบกันมาก่อน  พบ คือ การได้เห็นหน้ากันอะนะ ฉันไม่เคยแม้แต่จะได้ยินเสียงของเค้าเลย แต่สิ่งเดียวที่ฉันได้เห็นก็คือ ชื่อและถ้อยคำที่ส่งผ่านมาทางสายโทรศัพท์เชื่อมเข้าสู่หน้าจอ PC  
      ฉันได้เจอเค้าโดยบังเอิญ ในห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย (มากซะจนตาลายเชียวหละ) มันบังเอิญจริงๆนะ ที่อยู่ดีๆคู่สนทนาของเค้าก็เข้ามาชวนฉันคุย ฉันไม่รู้ว่าเค้าสองคนงอนหรือโกรธกันเรื่องอะไร (แต่ดันมาใช้เราเป็นตัวกลางนี่สิแย่หน่อย)  ฉันก็พยามจะทำตัวเป็นกามเทพตัวน้อยอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เค้าเข้าใจกัน
                    
                      แต่ก็ไม่สำเร็จ อีกฝ่ายยังคงงอนไม่เลิกและชิงออกจากห้องไปโดยไม่ได้ล่ำลา ทิ้งให้ฉันรับกรรม ต้องมานั่งฟัง(อ่านอะนะ)เค้าบ่นๆๆๆๆๆๆๆ ฉันพยามปลอบใจเค้า (เพื่อหวังให้เค้าเลิกบ่นซะที) แต่มันก็ล้มเหลวอีก เค้ายังคงบ่นๆๆๆ โทษตัวเองต่อไป จนฉันจำต้องเออออและจำใจบอกกับเค้าไปว่า “โอเคๆ นายเป็นคนผิด นายมันไม่ดี” มันเกือบจะได้ผลนะ เค้าเงียบไปพักใหญ่แล้วก็กลับมาบ่นๆต่ออีกT_T ฉันจึงต้องนั่งคิดๆๆๆหาไม้ตาย (เพื่อหยุดนายนี่ซะที)
                      ได้การหละฉันคิดออกและบอกเค้าไปว่า “เราจะรอเป็นเพื่อนนายนะ เดี๋ยวเค้าก็คงกลับมา” เย้!! แผนนี้ได้ผล เค้าดีใจมากและเลิกบ่นในที่สุด ฉันนั่งคุยเป็นเพื่อนเค้าอยู่นาน คุยๆๆๆๆๆกันไปเรื่อยๆจนเมื่อยมือ ก็ยังไม่มีวี่แววของหญิงสาวต้นปัญหาว่าจะกลับเข้ามาอีกเลย แต่ในตอนนี้เค้าเลิกสนใจสาวคนนั้นแล้ว (แต่ดันมุ่งเป้ามาที่เราแทน) ฉันคิดในใจว่า เออีตานี่จะเอาไงแน่นะ ทีเมื่อกี้หละจะเป็นจะตาย แต่ตอนนี้กลับไม่สนใจซะเฉยๆ ฉันลาเค้าและหวังอย่างยิ่งว่าคงจะไม่ต้องมาเจอกันอีก

                       แต่เบื้องบนก็ชั่งกลั่นแกล้งกันดีเหลือเกิน  ฉันเจอเค้าอีกในวันรุ่งขึ้น (มันเป็นความผิดฉันเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนชื่อ) เค้าเข้ามาทักฉันก็ทักตอบ ฉันคิดในใจว่า จะลองดูกันสักตั้งก็ได้ว่านายจะมาไม้ไหนกันแน่ เราสองคนคุยกันไปเรื่อยๆๆๆ จนเรียกได้ว่าเกือบทุกวันก็ว่าได้มั้ง (ปิดเทอมนะจ๊ะไม่ได้มาแอบเล่น) จนในที่สุดเราก็กลายเป็นเพื่อนกันไปโดยปริยาย
                      
                       แต่แล้วเบื้องบ่นก็กลั่นแกล้งเราอีกครั้ง เค้าหายไปช่วงหนึ่งนานพอควรเลยหละ จนฉันเริ่มใจไม่ดี เมล์ไปกี่ฉบับก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาเลย   คุณผู้อ่านอย่าพึ่งขำนะคะ   ถ้าฉันจะบอกว่า ฉันแอบร้องไห้ด้วย ความรู้สึกในตอนนั้นมันบอกไม่ถูกจริงๆ กังวลใจซับสน อะไรไม่รู้เต็มหัวไปหมด ได้แต่นั่งคิดๆๆไปต่างๆนาๆจนอยู่ดีๆน้ำใสๆมันก็หยดลงบนแป้น  key board (ดีนะหยดเดียวเช็ดแท่บไม่ทันแหนะ) ฉันไม่รู้จะทำไงดีสิ่งเดียวที่คิดออกในตอนนั้นคือ เราต้องเอาเรื่องพวกนี้ออกจากหัว
                      
                       ฉันตัดสินใจคว้ามือถือมาจิ้มๆๆไปหาเพื่อน (เวรกรรมของเพื่อนจริงๆ) ฉันบ่นๆๆๆให้เพื่อนฟังจนสบายใจขึ้น แต่คุณเชื่อไหมว่าเจ้าเพื่อนตัวแสบเค้าพูดกลับมาแค่ประโยคเดียวว่า “อืม เราเข้าใจหละ สบายใจแล้วใช่ป่ะ แต่แกรู้ตัวไหมว่าใช้อะไรโทรมา” เท่านั้นแหละฉันถึงได้สติ ต่อว่าเพื่อนไปหลายคำอยู่ที่ไม่ยอมเตือนกันเลย (เดือนนั้นเล่นเอาเราหูชาแหนะ ก็แค่เกินโปรฯมานิดหน่อยเอง)
                       ฉันกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง กลับเข้าไปเช็คเมล์ หวังอย่างเป็นที่สุดว่าจะมีจดหมาย เย้!! มีจดหมายจริงๆด้วย ฉันดีใจมากใจจดจ่ออยากจะอ่านจดหมายฉบับนั้น (แต่เซงหน่อยเครื่องช้าเลยต้องนั่งรอ) ฉันนั่งยิ้มอยู่คนเดียว   อ๊ะๆ..คุณผู้อ่านอย่าพึ่งคิดว่าเราบ้านะ ตัวอักษรเริ่มปรากฏขึ้น (เครื่องมันช้าโหลดนานหน่อย) ฉันเห็นข้อความที่เค้าพิมพ์ส่งมา “ขอโทษนะ” ประโยคแรกที่เค้าใช้ขึ้นต้นไว้กลางจดหมาย ฉันทำหน้ายุ่งเล็กน้อย (งอนไง) แต่ก็ตั้งใจอ่านต่อไป อ่านจบฉันถึงกับอึ้งนั่งจ้องหน้าจออยู่นาน ในหัวมันว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก
              
              เนื้อความในจดหมายมีอยู่ว่า
         “เราขอโทษนะที่หายไปนานเลย คงจะโกรธเราอยู่มั้งเนี่ย คือเรามีปัญหาทางด้านสมองนิดหน่อย หมอตรวจพบเนื้องอกในสมองเราและแนะนำให้ผ่ามันออก เราไม่มีเวลาที่จะบอกตัวเองเลย ขอโทษจริงๆนะ เนี่ยก็พึ่งจะดีขึ้น (แอบหมอเล่นนะเนี่ย) หวังว่าเราจะได้พบกันในเร็วๆนี้นะครับ คิดถึงเสมอเลย^_^”
        
                         มันมากันอีกแล้วน้ำใสๆ แต่คราวนี้มากันเป็นขบวนเลย (หลบkey board ได้หวุดหวิด)  ฉันซบหน้าลงบนโต๊ะคอมฯ และเผลอหลับไป (แป๊บเดียวเอง) ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็รีบตอบเมล์เค้าทันที ฉันส่งการ์ดให้เค้าทุกวันจนเค้าออกจากโรงพยาบาล เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง เค้าเป็นปกติแล้วและกลับมาเป็นคนเดิม คนที่คอยมานั่งคุยเป็นเพื่อนเราตอนเราขี้เกียจนอน คนที่คอยมาทนถ่างตาฟังเราโม้ ฟังเราบ่นตอนเรามีเรื่องไม่สบายใจ ในตอนนั้นฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เค้ากลับคืนมา
                        
                         ฉันเกิดความสับสนในความรู้สึกตัวเอง ว่ามันคืออะไร การที่เราได้พูดคุยกับเค้าแล้วเรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก จนไม่อยากที่จะเลิกคุย การที่เค้าหายไปแล้วทำให้เรารู้สึกเหงาจนซึมๆไป มันคืออะไร \"รักเหรอ\" ไม่ใช่มั้ง คงเป็นเพียงความ \"ถูกใจชอบใจ\" ที่มีคนมาเข้าใจเรา อาจารย์เคยฉันว่า การที่เรารู้สึกแปลกๆกับคนที่อยู่ใกล้ๆ คนที่เราได้พูดคุยด้วยแล้วเรารู้สึกดี มันไม่ใช่ความรัก แต่เป็นเพียง \"ความชื่นชมชื่นชอบ\" ชั่วขณะเท่านั้น ซึ่งมาถึงจุดนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่า รัก รีป่าว   คุณผู้อ่านคิดว่ามันใช่ไหม??
      เราสองคนคุยกันไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปได้เกือบปี (อีกไม่กี่เดือนก็ครบปีแล้ว)  

      ในที่สุดคืนหนึ่งที่เรานั่งคุยกันไปเรื่อยๆ เค้าเงียบไปและพิมพ์มาประโยคนึงว่า
      “ตัวเองรู้สึกไงกับเรา” ฉันนิ่งอึ้งกับคำถามเล็กน้อย ฉันไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ส่งภาพ “ยิ้ม” ไปให้เค้า
      เค้าก็เงียบไปอีกครั้งก่อนจะพิมพ์มาอีกประโยคว่า “เราขออะไรข้อนึงได้ไหม”
      ฉันตอบรับงงๆคิดสงสัยว่ามันคืออะไร “ได้สิอะไรหละ”
      “เป็นเพื่อนเราตลอดไปได้ไหม”
      “ได้สิ ถ้าเราไม่เป็นอะไรไปก่อนนะ” ฉันตอบเค้าไปอย่างนั้น เพราะคิดว่า คำว่า ตลอดไป นั้นมันยาวนานมากเกินกว่าที่เราจะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลังจากวันนั้นเราก็ยังติดต่อกันตามปกติ

                           แต่พอมาระยะหลังๆนี้ เค้าเริ่มมีอาการปวดหัวอีกครั้ง ฉันก็ได้แต่พยามเตือนให้เค้าดูแลตัวเองบ้าง อย่าเอาแต่บ้างานบ้าเรียนจนตัวเองแย่ (บ้าเรียนไม่ใช่ไม่ดีนะคะ) แต่นายนี่นะดื้อซะยิ่งกว่าเด็กๆอีกนะจะบอกให้ ปากแข็งอีกตังหาก บอกว่าตัวเองสบายแข็งแรงแต่จริงๆแล้วตัวเองป่วยจนเกือบแย่
                           ฉันเริ่มกลับมานั่งคิดทบทวนว่า นี่เรากวนเค้าเกินไปรึป่าวนะ เรียนก็เต็มเหยียดแล้ว 5 วัน เสาร์-อาทิตย์แทนที่จะได้เอาเวลาไปพักผ่อนกลับต้องมานั่งถ่างตาคุยกับเราอีก ฉันตัดสินใจจะบอกขอเปลี่ยนเวลามาคุยกันช่วงกลางวันดีกว่า ฉันคิดและตกลงเอาตามนั้นหวังไว้ว่าจะบอกเรื่องนี้กับเค้าในคืนวันศุกร์นี้ ฉันรีบกลับบ้าน (เร็วที่สุดแล้ว เหยียบซะเฉียดตายหวุดหวิด) มานั่งหน้าคอมฯ
                          
                           แต่กลับไม่พบว่าเค้า online อยู่ ฉันแปลกใจมากคิดไปในทางที่ดีว่า เค้าคงจะง่วงหลับไปแล้วมั้ง ฉันเข้าไปเช็คเมล์หวังว่าเค้าคงจะเมล์มาแก้ตัวเป็นแน่ ใช่จริงๆมีเมล์มา ฉันเข้าไปอ่าน (คอมฯเป็นใจเร็วดีจังคราวนี้)  ฉันเห็นทุกตัวอักษรอ่านจนเข้าใจ หัวใจตัวเองมันเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ   คุณผู้อ่านกำลังคิดว่าเราโม้ใช่ป่ะ    น้องเค้าเมล์มาบอกว่า เค้าป่วยเข้าโรงพยาบาล ด้วยโรคเก่ากำเริบ อ่านจบฉันรีบตอบเมล์กลับไปรบกวนขอให้น้องเค้าช่วยส่งข่าวมาให้เรารับรู้บ้าง จากนั้นฉันก็ปิดคอมฯเข้านอนทันที
                          
                            พยามหลับตาเท่าไหร่มันก็ไม่หลับซะที ฉันลุกขึ้นมานั่งพิมพ์บางส่วนของเรื่องนี้ลงในคอมฯ เพื่อช่วยให้ตัวเองสบายใจขึ้น (เกรงใจเพื่อนมันดึกแล้ว) ฉันรู้สึกแย่เอามากๆ ได้แต่นั่งรอเมล์จากน้องเค้า จนปวดตา ปวดหัวไปหมดและในที่สุดเราก็ล้มป่วย แต่ถึงจะป่วยก็ไม่วายมานั่งหาการ์ดส่งไปให้เค้าเหมือนครั้งก่อน หวังให้ทุกอย่างปกติเหมือนครั้งนั้น แต่จนบัดนี้เค้าก็ยังคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาล โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่าเค้าเป็นอย่างไรบ้างT_T

                            ฉันจะรู้สึกผิดเอามากๆๆๆๆ ถ้าการเข้าโรงพยาบาลของเค้าในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมีเราเป็นต้นเหตุ ที่รบกวนดึงเอาเวลาพักผ่อนของเค้ามานั่งคุย จนร่างกายแย่ลง และถ้าเค้าเป็นอะไรไปฉันคงจะให้อภัยตัวเองไม่ได้ (แต่คงจะไม่คิดสั้นหรอก) ฉันคงจะไม่กล้ากลับไปพูดคุยกับน้องเค้าอีก ฉันนั่งคิดไปร้องไห้ไป ทุกอย่างมันยิ่งทำให้อาการฉันหนักขึ้น (ฉันเป็นไมเกรนอาการหนักเอาการเชียว) โดนสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องคอมฯ แต่ก็ดื้อมานั่งพิมพ์เรื่องนี้ต่อจนจบ ฉันเมล์ไปหาเค้าหวังให้เค้าได้เปิดอ่านเมื่อหายดีแล้ว มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้ในตอนนี้

                            ในตอนนี้ฉันได้รับรู้อีกครั้งว่า การรอคอยมันทรมานแค่ไหน

                            ฉันอยากจะ ขอโทษเค้าที่มีส่วนทำให้เค้าเป็นแบบนี้ แต่เมื่อไหร่หละ เมื่อไหร่กัน เมื่อไหร่ที่ฉันจะได้บอกคำนั้นกับเค้า เมื่อไหร่ที่ฉันจะได้เห็นชื่อและถ้อยคำของเค้าอีก เมื่อไหร่ที่เค้าจะกลับมา และเมื่อไหร่ที่ฉันจะได้บอกว่า รักเค้า
                            
                             มาถึงจุดนี้ฉันรู้สึกดีใจเหลือเกินที่ได้เจอเค้าในวันนั้น  
                             -ขอบคุณหญิงสาวคนนั้นที่งอนและชิงจากไป
                             -ขอบคุณเบื้องบนที่กลั่นแกล้งฉันให้เป็นผู้ที่นั่งฟังเค้าบ่น
                             -ขอบคุณเบื้องบนที่ทำให้เราได้เจอกันในวันต่อมา (แต่ตอนนั้นไม่ดีใจเลยจริงๆ)
                             -และฉันอยากจะกล่าวคำว่าขอบคุณเบื้องบนมากๆๆๆๆๆๆ ถ้าจะกรุณาส่งเค้าคืนมาให้ฉันตามเดิม


                  ขอบคุณที่นั่งอ่านจนจบนะคะ มันเป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของคนคนหนึ่ง  เรียงร้อยเป็นตัวอักษรเพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ ฉันอยากให้เค้าเข้ามาอ่านจัง แต่ไม่กล้าที่จะบอก คงจะปล่อยให้มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่าผู้แต่งเป็นใคร ตัวละครในเรื่องหมายถึงใคร และเก็บไว้ในเว็บแห่งนี้ตลอดไปจนกว่าจะถูก webmaster ลบทิ้ง

                  คุณผู้อ่านคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม?? และถ้าคุณเป็นฉันคุณจะทำยังไง ช่วยแนะนำกันหน่อยนะคะ

        
            สุดท้าย


            เราไม่รู้นะว่านายจะหายและกลับมาเมื่อไหร่ แต่เราสัญญาว่าเราจะเป็นเพื่อนนายตลอดไป เราจะรอรอจนกว่านายจะกลับมา รอจนกว่าเบื้องบนเค้าจะเลิกกลั่นแกล้งเรา เราจะคอยส่งใจไปช่วย เฮ้อ!!!! มันคงจะดีไม่น้อยนะถ้าเราจะสามารถแบ่งเอาความเจ็บปวดของนายมาได้บ้าง  


                                                                             i\'ll wait till\' you come back

                                                                                      
                                                                              



                                                                                          ..The end…

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×