วัฒนธรรมกระป๋อง - วัฒนธรรมกระป๋อง นิยาย วัฒนธรรมกระป๋อง : Dek-D.com - Writer

    วัฒนธรรมกระป๋อง

    โดย mr.ปู

    วัฒนธรรมกระป๋อง คือ ชีวิตแบบฝรั่ง การพัฒนาสู่ความเป็นอเมริกา และ ดำเนินชีวิตไปวันๆ แบบสายพานอุตสาหกรรม เราจะยอมให้สิ่งนี้มาครอบครองวัฒนธรรมเมืองไทยหรือ

    ผู้เข้าชมรวม

    1,924

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    3

    ผู้เข้าชมรวม


    1.92K

    ความคิดเห็น


    2

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  10 ก.พ. 47 / 18:37 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      วัฒนธรรมกระป๋อง คือ ชีวิตแบบฝรั่ง การพัฒนาสู่ความเป็นอเมริกา และ ดำเนินชีวิตไปวันๆ แบบสายพาน
      อุตสาหกรรม (จึงนำไปสู่กระแส ฮิปปี้ และ การนอกคอกทางสังคมในช่วง 1970 ในอเมริกา)

      \"..ทำงาน 8.00 เลิก 17.30 น. และสร้างความมั่งคั่งให้กับใครก็ไม่รู้ กลับบ้าน กดรีโมท ดูทีวี ดูเกมส์โชว์ไร้สาระ
      และการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากชีวิตแบบสายพาน ไร้คุณค่า
      ทำงานไปวันๆ เพื่อให้มีชีวิตดี กินดีอยู่ดี มีเงินใช้จ่ายซื้อของตามหลักวัตถุนิยม\" (จาก Www.bannok.com)

               โลกาภิวัฒน์ และ วัฒนธรรมกระป๋อง คือ ระบบ ที่ออกแบบมาสำหรับประเทศนอก G-8 โดยประเทศผู้นำโลก เพื่อสร้างให้เราตกเป็นเมืองขึ้นทางความคิด คิดอะไรฝรั่งดีหมด ทั้งที่ความจริงวัฒนธรรมของเรานั้น ก้าวหน้า
      กว่าทางตะวันตกหลายเท่านัก ทั้งเรื่องจิตใจ ศาสนา และความคิด

               โลกาภิวัฒน์ นำมาสู่บริโภคนิยม และ วัฒนธรรมกระป๋อง โดยอาศัยระบบโทรทัศน์ และการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ควรจะกินอาหาร McDonald, KFC, Pepsi ใส่รองเท้า Adidas ฯลฯ เพราะตกเป็นทาสของบรรษัทข้ามชาติย่างสมบูรณ์ ประเทศไทยมีรายได้ประชาติเพียงแค่เศษเสี้ยว ของรายได้ต่อปี บรรษัท Geaneral Motors ! คิดดูแล้วกันครับเพื่อนๆ ปีๆหนึ่งเราเสียเงินให้พวกนี้ไปเท่าไรทั้งๆที่มันก็ไม่ได้
      ให้ประโยชน์อะไรมากมายแก่เราเลย เคยคิดดูกันบ้างไหม เรามีชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมกระป๋อง ทุกสิ่ง ทุกอย่างลงรูปรอยเดียวกัน เกิดมาเพื่อ เรียนหนังสืออย่างบ้าระห่ำ ทำงานหนัก ใช้ชีวิตประจำวันเป็นตาราง แต่งงานหรูๆ มีลูก แล้วก็รอวันตาย ทุกคนเดินทางไปบนสายพานเดียวกัน ใครที่จบมหาวิทยาลัยโก้ๆ ร่ำรวย หรือ มีชื่อเสียง ก็อาจ โชคดี ที่ได้ ปิดฉลากที่สวยกว่า ทั้งๆที่คุณค่าทางจิตใจมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุหรือสถาบันเลย
      เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพื่อนๆเคยคิดกันบ้างไหม ว่าเรากำลังตกเป็นทาสของชาติตะวันตก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และ
      ความคิดความอ่าน เรากำลังถูกสื่อตะวันตกครอบงำทั้งๆที่เมืองไทยของเราก็มีอะไรดีมากมายแต่เรากลับมองข้ามมัน จะดีไหมถ้าเราย้อนกลับมามองสิ่งดีๆ แล้วพัฒนามันอย่างมีระบบ\"

               ต่อไปเราลองย้อนกลับมาตัวพวกเรา สังคมเราบ้าง สังคมไทยที่กำลังถูกครอบงำ ผมข้อยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว
      เรื่องโทรศัพท์มือถือ ที่มีให้เห็นกันดาดเดื่อนทั่วแผ่นฟ้าเมืองไทย และตามโรงเรียนต่างๆ บางคนพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี บางคนเห็นของใหม่ออกมาก็อยากได้ อย่าลืมซิครับ เรายังหาเงินใช้เองไม่ได้เรายังเป็นหนี้กันอยู่เลยครับ
      (โปรดอย่าลืมว่าคนไทยทุกคนตอนนี้เป็นหนี้ต่างชาติไม่รู้จักเท่าไร ถึงแม้จะใช้ IMF หมดแล้วก็ตามที )วัตถุประสงค์ของมือถือ คือใช้ติดต่อสื่อสารกัน
      พูดคุยกัน ไม่ใช่ซื้อมาอวดกัน ซื้อมาเล่นเกมส์ ซื้อมาเพื่อให้มีหน้ามีตาในหมู่เพื่อนฝูง

               เรื่องต่อไปเป็นเรื่องที่กระทบกับเราโดยตรงครับ นั่นคือ อิทธิพลของห้างสรรพสินค้า ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนใน
      เมืองไทยเรา และหอบเอาเงินกลับประเทศเขาไปอย่างหน้าตาเฉย จากข้อมูลประเทศไทยมีห้างค้าปลีกข้ามชาติมาก
      เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก อาเจนตินา และปารากวัย คิดดูนะครับว่าปีหนึ่งเราเสียเงินให้คนนอกประเทศเราไปเท่าไร กลับมาสนับสนุนการซื้อขายในชุมชน โดยการลดการซื้อสิ่งของจากห้างเหล่านี้ให้ลดลง หรือไม่ซื้อเลยถ้าทำได้

                ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างข้อมูลที่ผมได้มาจากหนังสือนิตยสารฉบับหนึ่ง การเสนอขายสินค้าใหม่ ต้องใช้ค่าธรรมเนียม โดยเฉลี่ยค่าเสนอสินค้าใหม่ ต้องจ่าย ค่าธรรมเนียม ธรรมเนียม พวกห้างต่างชาติตกประมาณ 100,000 บาทต่อ
      1 ผลิตภัณฑ์ มีสินค้าใหม่สู่ตลาดไม่ต่ำกว่า 100 ชนิด นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการชาวไทยต้องเสียเงินสำหรับ
      สินค้าใหม่ถึง 10 ล้านบาท นั่นหมายความว่าอยู่เฉยๆ ห้างต่างชาติ ก็ได้รับเงินฟรีๆ แค่เราอยากขายของถึง
      10,000,000 บาท แล้ว ห้างพวกนี้ไม่ได้เอาเงินมาลงทุนอย่างเดียวแต่มันยังใช้คนไทยโจมตีคนไทยด้วยกันเองอีกด้วย
      ไม่ใช่ร้านโชว์ห่วยเล็กเท่านั้นที่ตาย ทั้งค้าปลีกของคนไทย เจ้าของกิจการท้องถิ่น ฆ่าพ่อค้าแม่ค้าตลาดสด ฆ่าธุรกิจคน
      ไทยแทบทุกประเภท ฆ่าพ่อค้าส่งคนไทย ตายเรียบครับ พวกนี้เล่นกับร้านทุกประเภทต่อไปเขาจะผูกขาดเราครับแล้ว
      คิดหรือว่าถ้าเขาผูกขาดได้แล้วเขาจะขายของถูกอย่างเช่นปัจจุบันนี้?ที่ขายได้ถูกตอนนี้ก็เพราะมี ซัพลายเออร์รายใหญ่
      ทั้งไทยและต่างประเทศอยู่ ทำให้เป็นการง่ายที่เดียวที่เราจะถูกผูกขาดจากค้าปลีกข้ามชาติ

               ผมอยากเรียนให้เพื่อนที่อ่านบทความนี้รู้ว่า เราต้องยอมรับความจริงครับว่า สังคมไทยเปลี่ยนไปมาก เกิดความ
      แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นกันในหมู่คณะผู้ร่วมงาน เพื่อนฝูง และคนรอบข้าง วัฒนธรรมไทยที่แสนดีไปไหนหมดครับ การ
      เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกื้อกูลกันหายไปไหนหมด เราลองกลับมาคิดดูใหม่ไหมว่า วัตถุนิยม ที่เรา นิยมกันไปมันดีแล้วหรือ
      ความไม่รู้จักพอ ความอิจฉาริษยามันดีแล้วหรือ อยากให้เพื่อนลองคิดดูครับ เพื่อเมืองไทยประเทศไทยแผ่นดินที่น่า
      อยู่ของเราทุกคน

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×