ความรัก ความฝัน กับวันพิพากษา - ความรัก ความฝัน กับวันพิพากษา นิยาย ความรัก ความฝัน กับวันพิพากษา : Dek-D.com - Writer

    ความรัก ความฝัน กับวันพิพากษา

    โดย etabo

    เรื่องราวของพ่อหนุ่มหลังคาแดง กับแม่สาวไข่แดง ... แห่งตึกขาวในรั้วเขียว

    ผู้เข้าชมรวม

    407

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    4

    ผู้เข้าชมรวม


    407

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  รักดราม่า
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  24 ก.ค. 46 / 18:27 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ความรัก ความฝัน กับวันพิพากษา


      \"ผมโต้งหลูด ตูดโล่งครับ\"

      ทุกคนยังจำภาพวันนั้นได้ดี หนึ่งในผู้พิชิตป่าหวายนาม \"โต้ง\" ผู้ยังคงเอกลักษณ์แห่งความบ้าดีเดือดได้จนถึงทุกวันนี้ แม้จะล่วงเลยมาเกือบ 4 ปีแล้วก็ตาม

      \"เปรี้ยง ...\"

      แสงสว่างทอดยาวลงมาเป็นสายจากท้องฟ้า ตามด้วยเสียงอันดังนั้น ภาพที่เห็นคือทุกคนต่างเอามือปิดหู เพื่อปกป้องมันจากเสียงมหาภัย แต่พ่อหนุ่มตูดโล่งแห่งท้องทุ่งบางเขน กลับเริงร่าหน้าบาน มือน้อยๆ ข้างหนึ่งกำแน่น ยกแขนท่อนล่างขนานกับพื้น แต่แขนท่อนบนยังแนบชิดติดลำตัว แล้วเขาก็กระทุ้งมันอยู่ข้างลำตัว ท่าทางเหมือน \"เจ้าเสือน้อย ไทเกอร์ วูดส์\" ตอนแสดงความสะใจเมื่อยิงเบอร์ดี้ลงหลุม แต่เขาคือ \"เจ้าไก่น้อย ชิกกี้ โต้ง\" ผู้สะใจกับเสียงฟ้าผ่า

      \"เสียงมันกระหึ่มเร้าใจ\" โต้งสารภาพ เมื่อกระทุ้งศอกข้างลำตัวจนสาแก่ใจแล้ว

      สภาพจิตของโต้ง ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มดี เขาอาจจะมีปัญหาทางจิต หรือไม่ก็เป็นพวกอัจฉริยะปัญญานิ่ม ไม่มีใครรู้ จนโต้งเริ่มเข้าไปคุยกับอาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ และสืบเนื่องถึงจิตแพทย์ในที่สุด ผลที่ได้จากการวินิจฉัย (ของเพื่อนๆ) ก็คือ โต้งเป็นบุคคลประเภทหลัง

      นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมผองเพื่อนของเขาจึงเรียกว่า \"โต้ง หลังคาแดง\"

      ==================

      สถานที่แห่งนี้คือตึกขาว ใจกลางทุ่งบางเขนอันเขียวขจี แต่หัวใจของโต้ง หลังคาแดง กลายเป็นสีชมพูไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่เขาพบกับเธอ สาวทรงเสน่ห์ที่อวบอัดน่ารัก ผู้ทำให้หัวใจของโต้ง หลังคาแดงต้องเต้นไม่เป็นจังหวะ จนลอยละลิ่วสู่ภวังค์ อันมีลักษณาการคล้ายกับทำสมาธิจนได้ฌาน คือนิ่ง เงียบ ไม่รับรู้สิ่งภายนอก กำหนดลมหายใจเข้าว่า \"น้อง\" และกำหนดลมหายใจออกว่า \"เม\"

      \"น้อง ... เม ... น้อง ... เม ... น้อง ... เม ...\"

      มีคำกล่าวว่า \"ความรักทำให้คนตาบอด\" แต่สำหรับโต้ง หลังคาแดง \"ความรักทำให้คนบ้านั่งเฉยได้ โดยไม่ต้องใช้ยาเข้าช่วย\"

      โต้ง หลังคาแดงเป็นคน ไอ.คิว. สูง ผ่านการทดสอบ ไอ.คิว. จากอาจารย์ภาควิชาจิตวิทยามาแล้ว แต่ลูกบ้าของเขาก็สูงไม่แพ้กัน เมื่อตอนอยู่ปี 1 ทุกครั้งที่โต้ง หลังคาแดงสาวเท้าก้าวเดินโดยมีจุดหมายคือซุ้มปรัชญาข้างตึกขาว เพื่อนๆ และพี่ๆ เกือบทั้งซุ้มจะลุกหนี เขาคือตัววงแตกของภาควิชาปรัชญา ไม่มีใครใคร่อยากข้องแวะเสวนา แน่นอนรวมทั้งน้องเม ผู้กำหนดลมหายใจของเขาด้วย จะมีก็เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นั่งอยู่ต่อ เนื่องด้วยสงสาร กลัวโต้ง หลังคาแดงจะเสียใจ เพราะไม่มีใครคบ ทั้งที่ทุกคนก็เข้าใจโต้ง แต่ก็ยังมิวายวงแตกเมื่อเห็นหน้าเขา โอ้ ! ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา สรรพสิ่งล้วนไม่สามารถดำรงตนในสภาพได้นาน มันจึงไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตนเลย วันหนึ่งโต้ง หลังคาแดงก็คงจะเลิกเล่นกับลูกบ้าของตัวเอง

      ==================

      ครึ่งปีแรกของโต้ง หลังคาแดงในท้องทุ่งบางเขนล่วงเลยผ่านพ้น ก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังของปี 1 ลูกบ้าของโต้ง หลังคาแดงเริ่มลดลงเป็นลำดับ แต่ความอัจฉริยะของเขายังคงนิ่งงัน อยู่ในซอก หลืบแห่งศักยภาพทางความคิด ที่แม้จะหาอย่างไรก็มิอาจพบ ในขณะที่หัวใจสีชมพูของเขายังคงเบ่งบาน อยู่ในหัวอกคนมีความรักอย่างเขาจนคับแน่น ต้องการระบายถ่ายเทให้ใครคนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนวลอนงค์คนเดิม โต้งชำระหัวใจ ทำความสะอาดจนเป็นหัวใจหลังคาแดงบริสุทธิ์ เพื่อให้เธอมาอยู่ แต่สาวเจ้ากลับวางเฉย ปล่อยให้โต้ง หลังคาแดงต้องปลูกต้นรักในหัวใจเพียงลำพัง ว่างจากการดูแลสวนรัก ก็หันมามุงหลังคาสีแดงให้กับหัวใจสีชมพูของตน ความบ้าเริ่มกลับคืนสู่ถิ่นเก่าที่มันเคยอยู่ หากแต่เป็นลูกบ้าลูกใหม่ ที่มีชื่อว่า \"บ้ารัก\" เป็นลูกบ้าสีชมพูหวานแหวว

      เนื่องจากลูกบ้าลูกเก่ายังคงหลงเหลืออยู่บ้าง บวกกับแรงของลูกบ้าลูกใหม่ โต้ง หลังคาแดงจึงยังมีอาการบ้าตกค้างอยู่ในกระแสเลือดที่สูบฉีดมาจากหัวใจสีชมพู หลังคาแดงของเขา เอกลักษณ์แห่งความบ้าอย่างหนึ่งของเขา ที่ยากจะหาใครเสมอเหมือนก็คือการหัวเราะ หัวเราะแต่ละครั้งยิ่งกว่าคนเส้นตื้น เพราะแต่ละเส้นของโต้งจะโผล่ออกมาให้ใครต่อใครเห็นเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงยามหัวเราะ โต้งจะฮาไม่หยุดไม่หย่อน ขำไม่บันยะบันยัง หัวเราะจนบ้านแตกสาแหรกขาด แต่ไม่ถึงกับหัวเราะจนสติฟั่นเฟือน ด้วยเหตุว่าฟั่นเฟือนอยู่แล้ว

      แต่คนที่น่าสงสารที่สุด เห็นจะเป็นเม สาวเจ้าที่ต้องมาเจอกับคนอัจฉริยะ แต่อนิจจากลับถูกความบ้ายึดอำนาจไปเสียได้ ไม่ใช่อยู่ดีไม่ว่าดี แต่เป็น \"อยู่ดีๆ ไอ้บ้านั่นก็มาทุกที\"

      หัวใจหลังคาแดง จึงต้องฟกช้ำดำเขียวมาเป็นเวลานาน แต่เขาก็เปรียบเสมือนนักขลุ่ยมือเอก ที่ต้องนั่งบรรเลงเพลงขลุ่ย ท่ามกลางกองอาจมมากมายที่อยู่รายรอบ ลมที่เขาสูดเข้าไปนั้น เจือปนด้วยกลิ่นอันไม่น่าพิสมัย แต่แล้วลมที่สวนผ่านออกมาสู่เลาขลุ่ย ที่อยู่ในมือซึ่งแต่ละนิ้วพลิ้วสะบัด พร่างพรมลงบนรูขลุ่ย ก่อเกิดสำเนียงอันหวานชื่นรื่นหู ประทับจิตติดใจผู้ที่ได้ยินขลุ่ยครวญคร่ำ ให้หวนรำลึกถึงเพลงหวานปานหยาดน้ำผึ้งฟ้า ทุกครั้งที่เห็นกองอาจมอยู่ตรงหน้า หัวใจหลังคาแดง แม้จะได้ลิ้มรสความพ่ายในท่วงทำนองแห่งความรักมานานแสนนานเพียงใด มันก็ยังคงบรรเลงเพลงรักอันหวานซึ้งตรึงใจ และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงนั้นตลอดมา ให้โต้ง หลังคาแดงต้องหวนรำลึกถึงความรัก ความฝัน ทุกครั้งที่หัวใจหลังคาแดงของเขา เต้นไปตามจังหวะ และลีลาแห่งชีวิต

      \"เปิดประตูได้ไหม เปิดใจเธอกับฉัน บอกออกมาได้ไหม อีกเมื่อไรจะรัก อีกเมื่อไรจะรู้เธอคิดยังไง เปิดประตูได้ไหม ฉันรอ ฉันคอย เธออยู่ เปิดประตูให้ฉันรักเธอจนหมดใจ ได้หรือเปล่า ...\"

      โต้งครวญเพลงโศกจากหัวใจหลังคาแดง แทนการครวญขลุ่ยจากลมปราณ ในมาดของนักกีตาร์ผู้มีดนตรีในหัวใจ เพื่อจะขับกล่อมเพลงหวานซึ้งตรึงจิต ให้กับสาวเจ้าคนนั้น ตั้งแต่เธอได้เริ่มเข้ามาในหัวใจของเขา แต่กว่าเธอจะรู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน ก็แทบเอาตัวไม่รอด

      \"บ้านหลังคาแดงก็ไม่เคยไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหน แต่วันนี้ต้องมาอยู่หัวใจหลังคาแดง ตายดีกว่า\"

      สาวเจ้าสบถในใจ

      \"ไม่มีอะไรที่ไกล ถ้าไม่มีอะไรที่ใกล้\"

      โบ อยุธยา กวีหนุ่มปลอบโต้ง หลังคาแดง

      \" ..... \" โต้ง หลังคาแดงไม่มีเรี่ยวแรงแม้เพียงขยับปาก ไม่รู้ว่าซาบซึ้งน้ำใจเพื่อน หรือเกิดอาการหัวใจหลังคาแดงชักกระตุก เพราะพิษรอยช้ำดำเขียว ทว่าแม้จะไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจากโต้ง หลังคาแดงในฉับพลันทันที แต่มันก็เป็นคำปลอบโยนที่เขาเอามาใช้ในกาลต่อมา

      \"แจ๊บ\" คำๆ นี้เมื่อหลายคนได้ยิน อาจจะนึกไปถึงอาการกินจุบกินจิบ อันเป็นลักษณะของเม สาวผู้โชคร้ายคนนั้น อันส่งผลให้เธอมีสัณฐานที่เรียกว่า \"เอวกว้าง ร่างอวบ\" ซึ่งตรงข้ามกับ \"เอวบาง ร่างน้อย\" โดยสิ้นเชิง หรืออาจจะนึกถึงเสียงเคี้ยวของคนกันเอง ที่ดังจนคล้ายกับไร้มารยาท ตามแบบฉบับของโต้ง หลังคาแดง หรืออาจจะนึกถึง แจ๊บ - เพ็ญเพชร เพ็ญกุล โอ้ ! ไม่ โต้ง หลังคาแดงไม่หล่อได้ครึ่งของดาราหนุ่มคนนั้นหรอก

      ผมทรงครูฝึก สั้น ตั้ง ชี้แผ่เป็นรัศมีสุข แต่เจ้าของทรงผมกลับมีแววตาอมโศก แฝงความลึกลับในทีด้วยการสวมแว่นตารูปสามเหลี่ยมปิ๊กกีตาร์ที่เขาโปรดปราน เข้ารูปกับใบหน้าสามเหลี่ยมมุมมน คางแหลม แก้มเว้าลึก หักมุมจากโหนกแก้มทั้งสอง จมูกที่คอยรองแว่นตา 2 รูขนาดพอเหมาะนั้น สูดและปล่อยลมหายใจ \"น้อง ... เม ... น้อง ... เม ...\" ไม่ขาดสาย ยามหายใจออก ลมจะกระทบกับริมฝีปาก ปีจอของเขา ซึ่งบางวันก็ยิ้มสรวล เผยให้เห็นไรฟัน 32 ซี่ แต่บางวันกลับเหมือนอมโลกไว้ทั้งใบ จนหุบอูมคล้ายช่องถ่ายของเสีย

      แต่วันนี้ เสียงที่ผองเพื่อนได้ยินจากบุรุษ ป า ก ห ม า นัยน์ตาโศกคนนี้คือ

      \"เทอมหน้ากูจะเรียนแจ๊บ ...\"

      โต้ง หลังคาแดงแย้มยิ้มหน้าบาน จนเกือบเป็นวงกลม ก่อนเอามือป้องปาก และลดเสียงเป็นทุ้มนุ่มลึก แต่ก็ยังดังพอที่เพื่อนทั้งซุ้มจะได้ยินได้

      \" ... กับเม\"

      แจ๊บ คือวิชาภาษาญี่ปุ่น แดนอาทิตย์อุทัยที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะ อยู่ห่างไกลจากทุ่งรักร้างบางเขนของโต้ง หลังคาแดงอักโขทีเดียว

      และแล้วสิ่งที่อยู่ไกล ก็สามารถทำให้คนสองคนใกล้ชิดกันได้

      \"ไม่มีอะไรที่ไกล ถ้าไม่มีอะไรที่ใกล้ และถ้ากูอยากให้มันใกล้ กูก็ต้องเริ่มจากสิ่งไกลๆ\"

      โต้ง หลังคาแดงสรุป ความอัจฉริยะของเขาเริ่มปรากฏออกมาแล้ว

      ==================

      ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คำประกาศอย่างตรงไปตรงมาของโต้ง หลังคาแดงได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง เขาได้เรียน \"แจ๊บ\" กับอนงค์นางนั้น นี่คือตลอดระยะเวลาที่เขาและเธออยู่ปี 2 แม้จะมีรุ่นน้องปี 1 น่ารักๆ มากมาย แต่โต้ง หลังคาแดงก็ยังคงความฝันเดิม คือพานางฟ้าหน้าหวานคนนั้นมาอยู่บ้าน ... เอ๊ย! ... หัวใจหลังคาแดงของเขาให้ได้

      และเหมือนส่องกระจกเงา ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงกับอีกฟากหนึ่งแห่งความฝันของเขา เธอผู้เป็นดั่งดวงจิตของโต้ง หลังคาแดง ก็ยังคงหนักแน่นมั่นคงกับการครองตัวเป็นโสดของเธอ ไม่รับรู้สิ่งใด เปรียบดังไข่แดงที่ไม่รับรู้โลกภายนอก ด้วยไข่ขาวบริสุทธิ์บดบังเสียสิ้น หัวใจของเธอยังบริสุทธิ์เกินไป สำหรับการตั้งนิเวศสถานใต้หลังคาสีแดง

      \"ถ้ามึงไม่บ้าตอนปี 1 เค้าคงได้คู่กับมึงแล้วว่ะโต้ง\"

      เที่ยง โคถึก แห่งชมรมรักบี้จับบทวิจารณ์ ด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์

      อีกครั้งหนึ่งกับ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา แม้โบ อยุธยา, เที่ยง โคถึก, ต้น ปฐมแหม, ต้น เปิบสายฟ้า หรือแม้กระทั่ง ต้อง หน้าหมู คู่ปรับตลอดกาลของโต้ง จะสมหวังจากการที่โต้ง หลังคาแดงหายจากอาการมีจินตนาการเกินกว่าเหตุ แต่ทั้งหมดกลับต้องเผชิญกับความหวังต่อไป ซึ่งดูเหมือนจะเป็นงานหนักกว่าเดิม

      \"เมื่อไหร่มันจะเลิกบ้าโดยเด็ดขาดวะ\"

      ทุกคนต่างนิ่งงันเมื่อได้ยินคำถามนี้

      ==================

      ปี 3 ผ่านพ้นไปอย่างไร้ความคืบหน้า

      ความฝันของโต้ง หลังคาแดงยังคงได้รับการถักทอสอดประสานเพียงลำพัง จากสองมือกับหนึ่งหัวใจหลังคาแดง ไม่มีความร่วมมือ หรือแม้กระทั่งความช่วยเหลือจากสองมือและหัวใจไข่แดงดวงนั้น

      เขาก็ยังหลังคาแดง และเธอก็ยังเป็นดังไข่แดง

      หนุ่มสาวไฟแรง แดงพอๆ กัน

      ถึงจะแดงพอกัน แต่เขาก็ยังไม่พอใจในความเป็นไปของความฝันของตนเอง ที่บริสุทธิ์ดุจไข่ขาว ที่ห่อหุ้มไข่แดงไว้ แม้เปลือกไข่อันเปรียบเสมือนหลังคานั้น จะแดงก่ำเป็นไข่ไหว้เจ้าก็ตาม

      นอกจากวิชาภาค เขาและเธอได้เรียนวิชาเดียวกันเพียงวิชาเดียวคือแจ๊บ แต่โต้ง หลังคาแดงไม่เคยคิดเลยว่า ความตั้งใจจริงอันจะนำพามาซึ่งสิ่งใกล้ จนทำให้เขาต้องเริ่มจากสิ่งไกลนั้น จะนำมาซึ่งผลในทางตรงกันข้าม นอกจากจะไม่ใกล้เข้ามาแล้ว ยังถอยห่างไปทีละน้อย โต้ง หลังคาแดงจึงค้นพบสัจธรรมใหม่ด้วยตัวเองว่า

      \"ไม่มีสิ่งใดอยู่ไกลมาก หากมันปราศจากแล้วซึ่งความไกลในขั้นธรรมดา\"

      เมื่อถึงปี 4 อันเป็นปีสุดท้ายของการร่ำเรียนทั้งบทเรียน และบทรัก ณ ทุ่งบางเขนแห่งนี้ โต้ง หลังคาแดงจึงงัดเอาสัจธรรมที่เขาค้นพบนั้น มาใช้เป็นไม้ตายสุดท้าย ความอัจฉริยะที่เขาเก็บงำไว้ในสมองหลังคาแดง จะสามารถทำให้หัวใจหลังคาแดงของเขา ได้สัมผัสกับความจริงที่หลุดพ้นมิติมาจากโลกแห่งความฝันได้หรือ

      \"เมื่อความไกลมาก มีพื้นฐานมาจากความไกล ความใกล้มาก ก็ต้องมาจากความใกล้ กูอยากใกล้ชิดเมมากๆ กูก็ต้องเริ่มจากความใกล้ชิดแบบธรรมดาก่อน\"

      โต้ง หลังคาแดงวางเดิมพันหัวใจด้วยความคิดนี้ และความคิดนี้เองที่ส่งผลถึงคืนนั้น

      ==================


      เกลียวคลื่นถาซัดหาดทรายอันวอดว่างจากผู้คน ชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ที่นั่น ท่ามกลางความมืดสลัวแห่งราตรี มีเพียงแสงดาวจากฟากฟ้าอันแจ่มใสเท่านั้น ที่เล็ดรอดมายังผืนดิน ปล่อยห้วงมหรรณพผู้เป็นเจ้าของเกลียวคลื่น ให้จมอยู่ในภวังค์แห่งความมืด รอคอยเพียงแสงตะวัน เพื่อท้องน้ำกับท้องฟ้า จะกลับมีสีสดใสดังเดิมอีกครั้ง

      หัวใจหลังคาแดงของโต้งก็เช่นกัน เกลียวคลื่นแห่งความเพียรยังคงซัดสาดไม่ขาดสาย ยังมีความรักอาศัยอยู่ในหัวใจหลังคาแดงนั้น ท่ามกลางความฝันอันมืดสลัว จะมีก็แต่แสงดาว จากฟากฟ้าแห่งความหวังเท่านั้นที่เล็ดรอดมาถึงปล่อยหัวใจหลังคาแดง ผู้เป็นเจ้าของเกลียวคลื่นแห่งความจริงใจ ให้จมอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบนิ่ง รอคอยเพียงคำตอบของเธอ ที่เป็นเสมือนหนึ่งดวงตะวัน เพื่อหัวใจหลังคาแดงจะได้ดื่มด่ำกับแสงทองแห่งความสมหวังสักครั้งในชีวิต

      \"เมก็รู้ว่าโต้งคิดยังไงกับเม ...\" พ่อหนุ่มหลังคาแดงเริ่มบทสนทนา

      \"... โต้งก็รู้ว่าเมคิดยังไงกับโต้ง\" สาวเจ้าตอบทันควัน

      ==================

      เสียงชายหญิงคู่นั้นเงียบลงแล้ว แต่เสียงคลื่นกระทบฝั่งยังดังต่อไป เธอเดินจากไปแล้วทั้งกายและใจ เหลือไว้เพียงโต้ง หลังคาแดง กับอาการบอบช้ำทางใจ

      \"... จะกี่เดือนกี่ปีที่ผ่านไป แต่หาดทรายไม่เคยจะเปลี่ยนผัน เธอก็คงไม่มีฉันในหัวใจ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่คลื่นยังครวญหาฝั่ง แต่รู้ว่าใจของฉันร่ำร้องหาเธอเรื่อยไป จะขอบอกคำว่ารัก จะวันนี้หรือว่าเมื่อไหร่ ให้เธอรู้ว่ามีใคร ที่ยังรักเดียวใจเดียว ... รักเธอ ...\"

      หัวใจหลังคาแดงของโต้ง ครวญเพลงตามจังหวะคลื่น ท่ามกลางพายุแห่งอัสสุชลที่ประดังลงบนหลังคาแดงอย่างไม่ลืมหูลืมตา

      \"ปัง ...\"

      เสียงค้อนของผู้พิพากษาดังมาจากบัลลังก์ โต้งสะดุ้งสุดตัวในคอกจำเลย

      \"ศาลขอพิพากษาโทษของโต้ง หลังคาแดง ณ บัดนี้\"

      ฉับพลันแสงปลาบปรากฏขึ้น สายฟ้าทอดยาวลงมา

      \"เปรี้ยง! ...\" สนั่นก้องปฐพี

      สุดสายปลายฟ้าหยุดลง ณ ก้นบึ้งของหัวใจหลังคาแดง ยังผลให้แยกเป็นสอง

      สี่ปีก่อน เขาเคยสะใจกับเสียงฟ้าคำรน แต่เวลานี้หัวใจหลังคาแดงที่แยกเป็นสองเสี่ยงของเขา กลับหวาดกลัวสิ่งนั้น วันหนึ่งข้างหน้า เขาจะต้องมีคนมาช่วยมุงหลังคาให้หัวใจของเขาใหม่ ไม่แน่ว่าจะเป็นคนเดิมหรือคนใหม่ แต่แน่นอนว่าจะต้องเป็นสีแดงเท่านั้น

      แต่วันนี้ ระหว่างรอยแยกของหัวใจหลังคาแดง ยังมีเงาฝันของ \"เม\" อยู่ตรงนั้นเช่นเดิม

      \"กรรมบันดาลเถอะโต้ง\"

      เพื่อนๆ ขอพรจากดวงดาว

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×