จะให้เรียกอาหรืออาจารย์ครับ - จะให้เรียกอาหรืออาจารย์ครับ นิยาย จะให้เรียกอาหรืออาจารย์ครับ : Dek-D.com - Writer

จะให้เรียกอาหรืออาจารย์ครับ

เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับนักศึกษาคนหนึ่งที่เจออาของตัวเองโดยไม่คาดฝัน แต่จะไม่คาดฝันอย่างไรต้องติดตามอ่านกันเอง

ผู้เข้าชมรวม

639

ผู้เข้าชมเดือนนี้

2

ผู้เข้าชมรวม


639

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ก.ค. 46 / 20:50 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    จะให้เรียกอาหรืออาจารย์ครับ
                                                                                 “ อสุพล ”



        วันนี้เป็นวันเปิดเรียนภาคฤดูร้อนวันแรกของผม  อากาศเย็นสบาย ๆ ทั้งที่ก็ย่างเข้าเดือนมีนาคมแล้ว  คงเนื่องมาจากฝนที่พึ่งจะหยุดตกได้ไม่นานกระมังจึงทำให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวได้คลายลงมาบ้าง  แต่สิ่งที่ทำให้ผมร้อนใจแทนการร้อนกายก็คือรถที่ติดมาก  เรียกว่าติดกว่าทุกวันที่เคยติดก็ว่าได้
      
        ผมมาถึงมหาวิทยาลัยหลังจากเริ่มเรียนไปแล้วเกือบชั่วโมง  ผมคิดว่าจะไม่เข้าเรียนแล้ว  ผมกลัวจะไม่เป็นที่ประทับใจของอาจารย์  วันแรกผมก็สายแล้ว อาจารย์คงจะจำผมได้จนจบคอร์สแน่ ความจริงผมน่าจะดีใจที่อาจารย์จำผมได้ถ้าไม่ใช่เรื่องการมาเรียนสาย   แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเข้าห้องเรียนจนได้   ด้วยความอยากเห็นหน้าอาจารย์ผู้ที่มาสอนวิชานี้แทนอาจารย์ผู้สอนท่านเดิมว่าท่านจะใจดีเหมือนอาจารย์ท่านเดิมรึเปล่า
        ทันทีที่ผมก้าวเข้าห้องเรียน  ทุกคนในห้องรวมทั้งอาจารย์มองมาทางผมเป็นสายตาเดียวกัน ความรู้สึกของผมในตอนนั้นเหมือนผมเป็นตัวประหลาดที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน  ผมจึงต้องค่อย ๆ เดินไปนั่งข้างหลังห้องอย่างเงียบที่สุด
        ผมมองหน้าอาจารย์ผู้สอนทันทีที่ผมนั่งลงบนเก้าอี้  ท่านทำให้ผมตะลึงจนต้องขยี้ตาตัวเองว่าผมตาฝาดไปรึเปล่า  เพราะอาจารย์ที่ผมเห็นหน้าตาคล้ายอาเล็กของผมมาก  อาเล็กกับผมไม่เจอกันสิบกว่าปีแล้ว  หลังจากที่ท่านไปเรียนต่อต่างประเทศท่านก็ไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีกเลย  แต่หน้าตาของท่านยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ผมเชื่อสายตาตัวเองว่าผมจำคนไม่ผิดแน่   ส่วนผมสิไม่รู้ว่าเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน  ท่านจำผมได้รึเปล่าว่าผมเป็นหลานของท่าน  เพราะสายตาของท่านที่มองมาทางผมเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย
        ผมอาจจะนั่งคิดนานเกินไปจนทำให้อาจารย์คิดว่าผมนั่งเหม่อก็เป็นได้  ท่านถึงได้เรียกผม
        “  นักศึกษาที่เข้าสายเมื่อสักครู่ชื่ออะไรครับ ”
        ผมจึงตอบอาจารย์ว่า
        “ จิรายุสครับ ”
        “ จิรายุส  คุณตั้งใจเรียนหน่อย  ไม่ใช่มานั่งใจลอยคิดถึงใครในชั่วโมงเรียนของผม ”
        “ ครับอาจารย์ ”
        ผมได้แต่รับคำโดยไม่กล้าที่จะพูดหรือถามอะไรมากไปกว่านั้น เพราะสีหน้าของอาจารย์ดูจะไม่พอใจการกระทำของผมเอามาก ๆ
        คราวนี้ผมหยิบสมุดมาจดสิ่งที่อาจารย์สอนทุกคำพูด  ไม่อย่างนั้นผมต้องถูกดุเป็นรอบที่สองแน่  ผมคิดอยู่ในใจว่าอาจารย์ดูจริงจังกับการสอนของท่านมาก  ท่านไม่พูดเล่นหรือยอมให้นักศึกษาพูดคุยบ้างเลย นอกจากท่านจะเป็นคนถามและให้นักศึกษาตอบ ถ้านักศึกษาคนใดมีข้อสงสัยให้ยกมือขึ้นถามแล้วท่านจะตอบ  จากนั้นท่านก็สอนต่อตามเดิม  ในความคิดของผมท่านเป็นอาจารย์ที่ดุท่านหนึ่งทีเดียว
        เมื่อหมดชั่วโมงเรียนสัญญาณหมดเวลาก็ดังขึ้นอาจารย์จึงหยุดสอนและพูดกับพวกผมก่อนที่จะปล่อยให้ไปพัก
        “ วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน แล้วเจอกันคราวหน้าครับ ”
        อาจารย์หยุดพูดแล้วมองมาทางผมเพื่อเจาะจงพูดกับผมโดยตรง
        “ ถ้าคราวหน้าใครมาสายอีกผมจะไม่อนุญาตให้เข้าห้องเรียน  เพราะผมถือว่าพวกคุณไม่ตรงต่อเวลา  หวังว่าคงเข้าใจที่ผมพูดนะครับ  เอาละ  ไปพักได้ ”
        ผมรู้ว่าอาจารย์คาดโทษผมเอาไว้  ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าท่านจะใช่อาเล็กของผมรึเปล่า  อาเล็กของผมเท่าที่ผมจำได้ท่านไม่ดุและเข้มงวดเหมือนอาจารย์ท่านนี้
        พออาจารย์ออกจากห้องไปผมจึงเดินมาหาเพื่อน ๆ ที่กำลังเดินออกจากห้อง
        “ นายนะจิรายุส  ไม่น่าเข้าเรียนสายเลย ”
        ผมจึงถามเพื่อนคนนั้นกลับไปว่า
        “ ทำไมเหรอ ”    
        “ ก็เสียบรรยากาศการเรียนหมด  พวกเรากำลังเรียนกันสนุกอยู่เชียว  พอนายเข้ามาเท่านั้นอาจารย์ก็ซีเรียสขึ้นมาทันที ”
        แล้วเพื่อนคนนั้นกับอีกหลายคนก็มองมาที่ผม  และเพื่อนอีกคนก็พูดเสริมว่า
        “ อาจารย์พูดก่อนที่ท่านจะสอนว่าท่านไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา  แล้วนายก็มาเรียนสายทำให้อาจารย์ไม่พอใจ  นายมันตัวสร้างบรรยากาศการเรียนให้เป็นพิษ  จิรายุส ”
        พวกเขาพูดจบก็พากันเดินไป   ทิ้งให้ผมยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา  ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยสนใจการเรียนขนาดนี้มาก่อนเลย
        ผมจึงต้องมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารคนเดียว  และก็อดสงสัยในตัวเองไม่ได้ว่าตัวเองจำคนผิดแล้วทึกทักเอาเองว่าอาจารย์กับอาเล็กเป็นคนคนเดียวกัน  ผมจึงคิดว่าถ้ากินข้าวเสร็จจะไปถามอาจารย์ให้หายสงสัยดีกว่า

        ผมมาหยุดยืนหน้าห้องพักอาจารย์และคิดว่าจะเริ่มพูดอย่างไรดี  ผมจะถามท่านตรง ๆ ว่าท่านใช่อาเล็กของผมรึเปล่า  หรือเกริ่นถามเรื่องอื่นก่อนดี  ผมยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งและก็ตัดสินใจเปิดประตูห้องพักอาจารย์เข้าไป
        พอผมเข้ามาในห้องก็ไม่พบอาจารย์  ผมจึงเดินออกมารอท่านที่หน้าห้อง  ก็พอดีอาจารย์เดินมา  ท่านจึงยิ้มให้ผมก่อนที่จะถาม
        “ มาหาผมรึเปล่าคุณจิรายุส ”
        “ ครับ ”
        “ มีธุระอะไรกับผมงั้นหรือ ”
        อาจารย์พูดเสร็จก็เดินไปที่โต๊ะของท่าน  ผมจึงเดินตามท่านไป  และรอให้ท่านนั่งให้เรียบร้อยเสียก่อนค่อยตอบคำถามท่าน
        “ ผมจะมาขอโทษที่เมื่อเช้าเข้าเรียนวิชาของอาจารย์สายครับ ”
        “ ไม่เป็นไร  แต่ทีหลังก็อย่ามาสายอีกล่ะ ”
        “ ครับ ”
        ผมรับคำท่านและมองดูท่าทางท่านในตอนนี้เหมือนกับอาเล็กของผมไม่มีผิด  บุคลิกที่อ่อนโยน  น้ำเสียงที่นุ่มนวลและท่าทางใจดี  ผมเชื่อว่าท่านต้องเป็นอาเล็กของผมแน่  ผมจึงตัดสินใจถามเรื่องที่ผมสงสัย
        “ ขอโทษครับอาจารย์  ผมยังไม่ทราบชื่อของอาจารย์เลยครับ ”
        ผมหวังว่าอาจารย์จะตอบว่าเราเป็นอาหลานกันยังต้องแนะนำชื่อกันอีกเหรอ  แต่เปล่า  อาจารย์มองมาที่ผมอย่างตำหนิ  สายตาที่มองเหมือนสายตาที่มองตอนเช้าไม่มีผิด  และท่านก็ชี้มือมาที่ป้ายชื่อของท่าน  พอผมอ่านชื่อของอาจารย์จบผมต้องตะลึงอีกครั้งเพราะชื่อของท่านเป็นชื่อฝรั่ง  ผมคิดไม่ออกว่าทำไมจึงเป็นอย่างนี้ไปได้  ผมจึงถามอาจารย์
        “ อาจารย์เป็นลูกครึ่งเหรอครับถึงได้ชื่อแจ็กกี้ ”
        “ ใช่  ผมชื่อแจ็กกี้ และผมพึ่งมาจากอเมริกาด้วย ”  อาจารย์มองมาที่ผมอีกครั้งก่อนที่จะพูดต่อ  “ หมดธุระของคุณแล้วเชิญ  ผมต้องเตรียมการสอนของชั่วโมงต่อไป ”
        ผมจึงต้องออกมาจากห้องของอาจารย์  แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมอาจารย์ต้องรีบให้ผมออกมาด้วยทั้งที่ผมยังมีคำถามอีกมากที่จะถามท่าน

        หลังจากที่ผมเข้าพบอาจารย์ที่ห้องในวันนั้น  ผมก็ไม่ได้เข้าไปพบท่านที่ห้องอีก  คงเพราะผมมักจะมาสายในวิชาของท่านเสมอ  ผมจึงไม่กล้าที่จะเข้าเรียน  กลัวถูกดุเหมือนวันเปิดเทอมวันแรกอีก  และถ้าผมไปพบท่านที่ห้องผมต้องถูกถามว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยเข้าเรียน  ผมก็ต้องตอบว่าผมมาสายเลยไม่กล้าเข้าเรียน  ท่านต้องดุผมว่าผมไม่มีความรับผิดชอบในเวลาเรียนของตัวเอง  แค่นี้ก็ทำให้ผมไม่กล้าที่จะถามเรื่องที่ผมอยากรู้แล้ว  และอีกเรื่องก็คือผมต้องยืมเลกเชอร์ของเพื่อนมาลอกทุกครั้งที่ผมไม่ได้เข้าเรียน  ผมจึงไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเรียน

        ในที่สุดก็ถึงวันสอบวิชาของอาจารย์แจ็กกี้เสียที  และยังเป็นวันสอบวันสุดท้ายอีกด้วย  ผมรู้สึกเครียดในการสอบในวันนี้มากกว่าสองวันที่ผ่านมา  คงเพราะผมกลัวจะสอบไม่ผ่านเพราะผมมักจะขาดเรียนในวิชานี้เสมอ  ผมจึงต้องหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมค่อนข้างมากจนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนก็เป็นไปได้
        เมื่อได้เวลาสอบสัญญาณบอกเวลาก็ดังขึ้น  นักศึกษาต่างทยอยกันเข้าห้องสอบรวมทั้งตัวผมด้วย  พอผมเปิดข้อสอบออกดูก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที  ข้อสอบไม่ยากอย่างที่ผมคิดไว้  ผมอาจจะอ่านหนังสือมามากก็ได้ผมจึงทำข้อสอบได้ทุกข้อไม่ติดขัดเลย  ไม่นานนักผมก็ทำข้อสอบเสร็จ
        หลังจากทำข้อสอบเสร็จผมรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก  ผมกับเพื่อนจึงคิดกันว่าสอบเสร็จแล้วไปหาที่พักผ่อนกันที่ไหนดีหลังจากคร่ำเคร่งกับการสอบมาหลายวัน  เพื่อนคนหนึ่งจึงบอกว่าเขาจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด  พวกเราจึงคิดกันว่าน่าจะไปเที่ยวบ้านเพื่อนคนนั้นกันคงจะทำให้คลายเครียดและสนุกกว่าเที่ยวอยู่กรุงเทพ ฯ แน่
        พวกเรามาเที่ยวบ้านเพื่อนได้แค่สองอาทิตย์กว่าเอง  ยังไม่ทันหมดสนุกกันเลย  พวกเราก็ต้องกลับกรุงเทพ ฯ  กันเสียแล้ว  เพราะอีกไม่ถึงอาทิตย์ก็เปิดเทอม
        พอเปิดเทอมพวกเราก็มาเรียนกันตามปกติ  แต่ก็ยังพูดกันถึงเรื่องที่ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ต่างจังหวัดมาว่ายังอยากที่จะไปเที่ยวกันอีก  เพื่อนคนนั้นจึงบอกพวกเราว่าเขายินดีต้อนรับเพื่อน ๆ เสมอ  พวกเราจึงคิดว่าถ้าปิดเทอมคราวหน้าจะไปกันอีก

        หลังจากเปิดเรียนได้ไม่นานผลสอบของภาคฤดูร้อนก็ทยอยกันประกาศออกมา  ผมสอบผ่านหมดทุกวิชา  และได้คะแนนค่อนข้างดี  จนถึงวิชาของอาจารย์แจ็กกี้ซึ่งสอบเป็นวิชาสุดท้าย  และวันนี้ก็เป็นวันประกาศผลสอบของวิชานี้  ผมไม่อยากดูผลสอบเลย  กลัวจะสอบไม่ผ่าน  แต่พอผมเห็นผลสอบของตัวเอง  ผมแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าผมจะทำได้ถึงขนาดนี้  ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยมาผมไม่เคยทำได้ขนาดนี้มาก่อน  คงเพราะผมกลัวจะสอบไม่ผ่านในวิชานี้มากกว่าวิชาอื่นจึงอ่านหนังสืออย่างหนัก
        
        “ เก่งมากไอ้หลานชาย ”
        ผมได้ยินเสียงคุ้น ๆ เหมือนเสียงของอาเล็ก  แต่ไม่ใช่สิ ... เสียงของอาจารย์แจ็กกี้ต่างหาก
        “ อาจารย์เรียกผมว่าอะไรนะครับ ”
        “ หลานชาย ... ทำไมจำอาไม่ได้รึไง ”
        “ มันอะไรกันครับ  ผมงงไปหมดแล้ว  จู่ ๆ อาจารย์ก็มาเรียกผมว่าหลานชาย  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยแสดงว่าผมเป็นหลานชายเลย ”
        “ อากลัวคนอื่นเขามองว่าเราเป็นอาหลานกันแล้วอาลำเอียงให้คะแนนหลานตัวเองมากว่าคนอื่น ”
        “ อ๋อ ผมเข้าใจแล้วครับ  แต่เอ๊ะ ! ทำไมต้องใช้ชื่อฝรั่งด้วยล่ะครับ ”
        “ ตอนอยู่อเมริกาเพื่อน ๆ เขาเรียกกัน  กลับมาเมืองไทยเลยใช้ชื่อนี้เลย ”
        “ อย่างนั้นหรือครับ ... อาจารย์หรือว่าอาเล็กดีครับ ”
        “ ตอนนี้ต้องเรียกอาสิ  แต่ถ้าในเวลาเรียนต้องเรียกอาจารย์เข้าใจมั้ยจิรายุส ”
        “ ครับผม ”
        ผมทำท่าตะเบ๊ะให้กับอาเล็ก  และผมกับอาเล็กก็ไปหาอะไรกิน  ฉลองที่ผมได้เอในวิชาของท่าน   และก็เรื่องที่ผมกับอาเล็กได้เจอกันอีก  ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเลยทีเดียว

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น

    ×