คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย sweet honey

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
b
e
r
l
i
n
?
- - - - - - - -

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ม.ค. 62 / 21:39


      





   
     

        

 

 



 

แสงแดดยามเช้าส่องพาดผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามาในห้องนอนร่างเล็กในชุดนอนสีแดงลายเป็ดพลิกตัวก่อนจะขยี้ตาไปมาสองสามทีแล้วก็เด้งตัวขึ้นจากที่นอนด้วยใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ฮื่ออออ เจ้าแดดนี่มันหน้าจริงๆเลยนะไม่เห็นหรอไงว่าอูฮยอนกำลังนอนอยู่น่ะ คนตัวเล็กพองลมไว้ในปากอย่างรำคาญใจก่อนจะสะบัดผ้าห่มลุกขึ้นวิ่งลงจากที่นอน

 

                “แม่ครับ อูฮยอนหิวข้าวแล้ว” เสียงดังเข้ามาในห้องครัวก่อนที่เจ้าตัวจะมาถึงซะอีก แต่พอเดินมาถึงในห้องครัวร่างบางก็ต้องประหลาดใจ แม่ของเขาไม่อยู่นี่นาหรือว่าแม่จะรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หน้าบ้านเร็วเท่าความคิดสองเท้าเล็กก้าวตรงไปยังเป้าหมายทันทีแต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง แม่ของเขาหายไปไหนกันนะคนตัวเล็กวิ่งวนไปทั่วบ้านเพื่อที่จะหาแม่ของตนให้พบแต่สิ่งที่เจอมีเพียงแค่โน๊ตใบเล็กติดไว้ที่ตู้เย็นเพียงเท่านั้น

                อูฮยอนลูกแม่กับพ่อจะไปทำธุระนะ

กว่าจะกลับก็คงอีกสามสี่วัน ดูแลตัวเองดีๆนะลูก

                                            รัก จากแม่

ดวงตาสองคู่ไล่อ่านไปตามตัวอักษรก่อนจะเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ นี่พ่อกับแม่หายออกไปจากบ้านแล้วทิ้งเขาไว้หรอ ฮึ่ยย ทำแบบนี้กับอูฮยอนได้ยังไงแล้วไปธุระนี่ธุระอะไร ไปที่ไหนยังไงก็ไม่บอกไว้ จะติดต่อสื่อสารก็ไม่ได้อีกเพราะนัมอูฮยอนและครอบครัวอาศัยอยู่ที่เมืองชนบทแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณมือถือหรือไฟฟ้ามากนัก แล้วทีนี้จะทำยังไงดีอูฮยอนจะอยู่คนเดียวได้ยังไงมืดมาก็ไม่มีไฟฟ้าแล้วน่ากลัวตายเลย ใบหน้าหวานค่อยๆยู่ลงทันทีที่คิดว่าตอนกลางคืนเขาจะต้องอยู่คนเดียวในความมืดนั่น ร่างบางเดินวนไปวนมาอย่างไม่รู้จะทำยังไงก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างได้

 

“จริงสิ กยูต้องช่วยได้แน่นอนไปหากยูดีกว่ากยูต้องรู้แน่ๆว่าพ่อกับแม่ไปทำธุระที่ไหน” ขาเล็กวิ่งตรงไปที่บันไดก้าวขึ้นไปบนชั้นสองรีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะไปค้นหาที่อยู่ของกยูที่ว่า ดีนะที่ครั้งที่แล้วแม่ของกยูที่เจ้าตัวพูดถึงเคยทิ้งที่อยู่เอาไว้ให้ไม่งั้นอูฮยอนก็คงจะผิดหวังอีกเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาตัวช่วยได้จากที่ไหน

 

นัม อูฮยอนพาตัวเองมาถึงสถานีรถไฟอย่างทุลักทุเลนิดหน่อยเพราะปกติคนตัวเล็กก็ไม่ได้ออกไปไหนไกลมากนักนอกจากเล่นซนอยู่แถวระแวกบ้าน

 

“ไปโซลที่นึงฮะ” เมื่อถึงจุดหมายก็รีบไปซื้อตั๋วทันทีและตรงไปยังรถไฟเพื่อหาที่นั่ง รออีกไม่นานรถไฟขบวนนี้ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังโซลทันที คนตัวเล็กนั่งมองวิวสองข้างทางอย่างตื่นเต้นแม้ว่าทั้งสองข้างนั้นจะมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดแต่นี่ก็เป็นการนั่งรถไฟครั้งแรกแถมยังเป็นครั้งแรกที่มาคนเดียวซะด้วย

 

เวลาผ่านไปในที่สุดร่างบางก็มาถึงโซลอย่างที่เขาต้องการ อูฮยอนเดินลงมาจากรถไฟผู้คนเดินสวนกันไปมาเต็มไปหมดจนไม่สามารถมองทางข้างหน้าได้เลย แล้วแบบนี้เขาจะต้องไปทางไหนต่อดีนะ คนตัวเล็กเดินออกมาตามทางที่ลูกศรชี้เรื่อยๆจนในที่สุดก็ออกมาเจอถนนใหญ่ ตึกใหญ่โตทันสมัยมากมายเรียงรายอยู่ตรงหน้า เขาได้แต่อยู่อ้าปากหวอหมุนตัวมองไปรอบๆ ที่นี่ช่างต่างกับที่ที่อูฮยอนอยู่อย่างสิ้นเชิง พอไล่สายตาสำรวจไปตามถนนหนทางตรงหน้าจนครบแล้วก็ก้มมองที่อยู่ในมือที่จดมาก่อนจะมองหายานพาหนะเพื่อที่จะพาเขาไปตามที่อยู่โดยไม่หลงทาง  อูฮยอนก้าวขาสั้นๆไปตามทางเดินก่อนจะเห็นรถโดยสารที่ผู้คนในเมืองเรียกว่าแท็กซี่ เอาจริงๆอูฮยอนก็ไม่ค่อยรู้จักอะไรมากนักหรอกแต่ที่รู้จักแท็กซี่นี่ก็เพราะว่าคุณครูที่โรงเรียนสอนมาต่างหาก  แถวบ้านเขาน่ะมีแค่รถเมล์เท่านั้นล่ะ

 

                “คุณลุงคนขับครับ ผมจะไปที่อยู่นี้คุณลุงไปส่งผมได้มั๊ยครับ” พูดจบก็ยื่นกระดาษที่อยู่ให้ลุงคนขับดู

                “ได้สิๆขึ้นมาเลยไอ้หนุ่มเดี๋ยวลุงไปส่งให้” จบคำพูดคุณลุงคนขับแท็กซี่อูฮยอนก็ยิ้มดีใจและกระโดดขึ้นรถไปในทันที ผ่านไปไม่นานนักแท็กซี่ที่อูฮยอนโดยสารมาก็จอดลงที่หน้าตึกสูงระฟ้าตึกหนึ่ง

               

                “ถึงแล้วไอหนุ่มที่ที่เอ็งจะมาน่ะ” คนขับหันมาพูดกับเขา  นัมอูฮยอนหยิบเงินเท่าจำนวนตัวเลขบนมิเตอร์ที่โชว์มาอยู่มาส่งให้คนขับแท็กซี่ก่อนที่จะลงมายืนเด๋อๆอยู่หน้าตึกที่เขาต้องการจะมา

เขาจะทำยังไงต่อดีจะติดต่อคนที่ตั้งใจมาหาได้ยังไงโทรศัพท์มือถือเขาก็ไม่มี เบอร์มือถืออีกฝ่ายก็ไม่มีด้วยเช่นกัน เงินที่เอาติดตัวมาก็หมดแล้วด้วยเพราะเอาใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางไปหมดแล้ว  แล้วดูเหมือนท้องไส้ตอนนี้ก็เริ่มจะส่งเสียงประท้วงซะแล้ว

                “ฮื่อออ ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ออกมาจากบ้านเลยนี่นา” คนตัวเล็กลูบท้องตัวเองเบาๆ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการที่จะเดินทางมาหาใครบางคนจนลืมไปเลยว่าตัวเองยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตื่นนอน อูฮยอนหันซ้ายหันขว่าอนจะเดินไปนั่งที่ม้านั่งตรงข้างมุมตึกและเผลอหลับไปเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง

 

 

 

 

เสียงอื้ออึงดังอยู่ทั่วออฟฟิสแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองอย่างกรุงโซล  ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่เข้าไปทุกทีบริษัททุกแห่งหนจึงจำเป็นต้องรีบเร่งดำเนินงานต่างๆให้เสร็จก่อนที่วันหยุดที่ทุกคนรอคอยจะมาถึง คิม ซองกยู ชายหนุ่มอายุสามสิบปีเองก็เช่นกัน เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะเพื่อที่จะได้หยุดพักผ่อนในวันสิ้นปีอย่างสบายใจ แต่ก็คงจะเป็นไปได้ยากหน่อยเพราะตำแหน่งวิศกรมือหนึ่งของบริษัทอย่างเขามีงานล้นมือมากเกินกว่าที่เขาจะใช้วันหยุดนี้ไปกับการนอน

 

“ซองกยู เดี๋ยวคุณส่งเมลแบบบ้านของคุณจียงมาให้ผมหน่อย แล้วก็จัดการงานพวกนี้ให้เสร็จด้วยถ้าคุณจัดการมันไม่หมดผมคิดว่าคุณคงต้องติดมันไปด้วยในวันหยุดนี้แล้วแหละ”  ผู้จัดการสูงวัยเดินมาสั่งงานเสร็จแล้วก็เดินผ่านไป  คิม ซองกยูได้แต่ถอนหายใจออกมางานกองโตขนาดนี้ต่อให้เขามีสักสิบมือก็คงทำไม่เสร็จภายในวันนี้แน่ แล้วอีกอย่างเขามีแผนงานที่ต้องคิดเพื่อที่จะได้เอามันมาส่งให้ลูกค้าพิจารณาอีกทีหลังจากวันหยุดนี้  ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องเค้าดาวน์ข้ามปีไปกับงานกองโตเหมือนอย่างทุกปีสินะ

 

 

 

คิม ซองกยูเดินออกจากออฟฟิศมาในเวลา 2 ทุ่ม คอนโดเขาอยูไม่ไกลจากที่ทำงานมากนักจึงไม่จำเป็นที่จะต้องขับรถมาเอง ส่วนมากเขาจะเดินไปกลับเอามากกว่า ร่างสูงสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อยไหนๆพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดแล้วคงไม่ต้องรีบเร่งอะไรมากนัก เขาเดินมาเรื่อยๆจนหยุดลงที่หน้ามินิมาร์ทแถวๆคอนโดก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปด้านในเลือกซื้ออาหารเพื่อที่จะใช้เป็นมื้อค่ำประทังชีวิตวันนี้ไปพลางๆ หลังจากจัดการเลือกซื้อของจนเสร็จซองกยูก็เดินออกมาก้มหน้าก้มตาดูเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่เจ้านายได้ส่งข้อความมาสั่งงานจนไม่ทันได้ระวังร่างของเขาปะทะเข้ากับร่างของใครอีกคนอย่างจังจนคนที่เขาเดินชนเมื่อครู่ล้มลงไปกองกับพื้นทันที

 

“เอ่อ ขอโทษครับๆ พอดีผมไม่ทันได้ระวังคุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า” พูดจบก็รีบวางของในมือลงก่อนจะรีบเข้าไปช่วยคนที่ล้มลงไป

 

“กยู!!!”  จบเสียงเล็กๆนั่นคนตัวสูงก็รีบเงยหน้าขึ้นมองคนที่ส่งเสียงเรียกชื่อตัวเองออกมา สรรพนามที่ใช้เรียกชื่อเขาแบบนี้ไม่มีใครที่ไหนอีกแล้วนอกจาก..

“ยัยทึ่มม!!!

“กยูกลับมาแล้วเย้ อูฮยอนรอตั้งนานเลยนะ” พูดจบก็โผลเข้ากอดคนที่รอคอยจะเจอมาทั้งวันผิดกับอีกคนที่ยังตกใจและประหลาดใจไม่หายว่าคนตัวเล็กตรงหน้านี่มาหาเขาถึงที่นึ่ได้ยังไงกัน

ก็จะไม่ให้ประหลาดใจได้ยังไงกันทั้งชีวิตของอูฮยอนเคยก้าวออกจากบ้านไปไหนไกลเกินห้าร้อยเมตรหรือเปล่าหรอก

                “นี่นายมาที่นี่ได้ยังไง มากับใครมาเมื่อไหร่แล้วนายมาถูกได้ยังแล้วไปเอาที่อยู่ฉันมาจากไหนเนี่ยยัยทึ่ม”

                “โอ๊ยกยูถามอะไรเยอะแยะอูฮยอนตอบไม่หมดหรอกเนี่ย จำไม่ได้แล้วถามอะไรมาบ้างนะถามใหม่สิกยู”

                “ฉันถามว่ามากับใครแล้วมาได้ยังไง ยัยยสมองปลาทองเอ้ย!

                “อ้อ อูฮยอนมาคนเดียวแล้วก็นั่งรถไฟมาแล้วก็ให้คนขับแท็กซี่มาส่ง พ่อกับแม่หายออกไปจากบ้านบอกว่าจะไปทำธุระอีกนานกว่าจะกลับอูฮยอนอยากรู้ว่าพ่อกับแม่ไปไหนก็เลยมาหากยูเพราะคิดว่ากยูต้องช่วยได้แน่เลย” 

 

ให้ตายเถอะจบคำอธิบายยืดยาวของอูฮยอนซองกยูก็แทบจะทุบหัวกลมๆของคนตรงหน้าสักหนึ่งที ยัยเด๋อนี่นั่งรถไฟออกจากบ้านมาไกลถึงที่ที่เพียงแค่จะถามเขาว่าพ่อกับแม่ของตัวเองไปไหนอย่างนั้นหรอ

                “นี่ยัยทึ่มฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าพ่อกับแม่นายไปไหน นายนี่มันสมองน้อยจริงๆเลยนะ นายนั่งรถมาไกลเพราะคิดว่าฉันจะรู้ว่าพ่อกับแม่นายไปอยู่ที่ไหนงั้นหรอ ยะ..” ยังไม่ทันจะบ่นคนข้างหน้าจบเสียงเล็กก็ประท้วงขึ้นซะก่อน

                “กยูๆ นี่ได้ยินเสียงท้องอูฮยอนร้องมั๊ยท้องอูฮยอนร้องดังเหมือนมีคนไปตีกลองใหญ่อยู่ข้างในเลยนะ” พูดจบก็ส่งสายตาปริบๆเว้าวอนคนตรงหน้า อูฮยอนเดินทางมาไกลแถมยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้าตอนนี้เขาหน้ามืดหูอื้อตาลายจนฟังสิ่งที่อีกคนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว

 

                “ฮื่ออ ยัยทึ่มเอ้ยย มาเถอะขึ้นไปบนห้องฉันก่อนหน้านายซีดไปหมดแล้วเนี่ยแล้วกระเป๋าเสื้อผ้านายล่ะอยู่ที่ไหนเดี๋ยวฉันช่วยถือ” มองหน้าอีกคนอย่างต้องการคำตอบแต่แล้วสิ่งที่ซองกยูได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มแหยๆของอูฮยอนนั่นเอง

                “ลืมไปเลยอ่ะกยูว่าต้องเอาเสื้อผ้ามาด้วย ผมมัวแต่ตื่นเต้นไปหน่อยเลยไม่ได้หยิบอะไรติดตัวมาเลย”

“นายนี่มันบื้อตลอดกาลจริงๆเลยนะ โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กๆอยู่อีก” หลังจากได้คำตอบแล้วก็ไม่วายที่จะต้องบ่นคนตัวเล็กอีกลูกชายของเพื่อนสนิทแม่เขาคนนี้นี่มันซื่อบื้อตั้งแต่เด็กยันโตจริงๆเลย

 

 

 

มื้อค่ำที่ซองกยูซื้อติดมือมาจากมินิมาร์ทด้านล่างถูกยกให้เป็นของอูฮยอนไปเพราะเขาเหนื่อยล้าจากการเคลียร์งานในวันนี้ ไม่มีแรงจะไปทำอาหารสดให้อูฮยอนเพิ่มหรือลงไปซื้อให้ใหม่อีกแล้ว

ร่างสูงเดินออกมาจกห้องน้ำยืนมองอูฮยอนที่กำลังนั่งกินข้าวกล่องแช่แข็งอยู่ตรงห้องครัวก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ ยัยทึ่มของเขานี่ไม่เคยจะเปลี่ยนเลยจริงๆยังกินข้าวได้มอมแมมเหมือนเดิม นี่เขาเองชักจะสงสัยแล้วว่าคนตัวเล็กนี่อายุยี่สิบห้าแล้วหรือพึ่งจะห้าขวบกันแน่

 

                “อูฮยอนนายกินให้มันดีๆหน่อยสิเลอะเทอะไปหมดแล้วเนี่ย” พูดจบยกมือขึ้นเช็ดเม็ดข้าวที่ติดอยู่ตรงมุมปากอีกคนออกให้

                “ก็อูฮยอนหิวไปหน่อยขอโทษทีนะ ทำให้กยูต้องบ่นอีกแล้ว” ย่นจมูกลงเล็กน้อยคำขอโทษที่ถูกเอ่ยออกมาช่างสวนทางสีหน้ากับเจ้าตัวตอนนี้ซะจริงๆเลย

 

                “กินอิ่มแล้วก็ไปอาบน้ำนะเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้แล้ว ทางนั้นคือห้องน้ำส่วนทางนั้นเป็นห้องนอนเข้าใจมั๊ยยัยทึ่ม” ชี้มือไล่ไปตามสิ่งที่จะอธิบายให้อูฮยอนฟัง

                “เข้าใจแล้ว แล้วกยูจะไปไหนอ่ะที่นี่มืดแล้วไฟดับรึเปล่า อูฮยอนกลัวผีนะ” ซองกยูแทบจะหัวเราะพรืดออกมาสงสัยยัยทึ่มของเขานี่จะอายุเพียงแค่ห้าขวบจริงๆสินะ แต่น่าจะเป็นอายุสมองซะมากกว่า

                “โตจนป่านนี้แล้วยังกลัวอะไรไร้สาระอยู่อีกที่นี่น่ะไม่มีตัดไฟหรอกมีแต่จะปิดเองส่วนฉันน่ะจะไปนอนแล้ว เหนื่อยมาทั้งวันนายก็รีบไปอาบน้ำล่ะจะได้ไปนอน แล้วก็ห้ามกวนฉันด้วยฉันยังมีงานต้องทำอีกนะเข้าใจมั๊ย”

ได้การตอบรับมาเป็นการพยักหน้าว่ารับทราบซองกยูก็เดินหันหลังเข้าห้องนอนไปทิ้งคนตัวเล็กที่กินข้าวเสร็จแล้วแต่ยังตื่นเต้นกับการสำรวจคอนโดชุดหรูที่ไม่เคยเห็นแถวบ้านของตนเองมาก่อน

 

 

 

                เช้าที่แสนสดใสในวันสิ้นปีที่ทุกคนรอคอย ซองกยูใช้เวลาในตอนเช้าจนถึงช่วงสายไปกับการนอนพักผ่อนจนเต็มที่ รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็เหมือนจะหายใจไม่ค่อยออกเหมือนกับว่ามีอะไรหนักๆพลาดทับตัวเขาไว้อยู่จนทำให้ต้องลืมตาขึ้นมาดู

                “นี่ยัยอ้วนนน เอาขานายออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้หายใจไม่ออก” ว่าแล้วก็ดันขาคนตัวเล็กข้างๆออกไป

                “ฮื่ออออ กยูบ่นอะไรแต่เช้าเลยอ่ะ อูฮยอนยังง่วงอยู่เลยเนี่ย”

                “ขี้เซาจริงๆเพราะมัวแต่นอนตื่นสายไม่ยอมมารับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าไงนายเลยสมองทึ่มอยู่แบบนี้  ลุกไปอาบน้ำได้แล้วจะพาไปซื้อของ”

                “กยูก็ตื่นสายเหมือนกันน่ะแหละ” คนตัวเล็กทำปากยื่นปากยาวบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวก่อนจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำเมื่ออีกคนหันมาทำท่าจะเขกหัวเขาเข้าให้

 

                ใช้เวลาไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงห้งสรรพสินค้า อูฮยอนวิ่งไปข้างหน้าอย่างร่าเริงเพราะตื่นตาตื่นใจไปกับบรรยกาศรอบๆก็แหงแหละนะแถวบ้านอูฮยอนมีอะไรแบบนี้ซะทีไหน เดินออกไปก็เจอแต่ทุ่งหญ้าหรือไม่ก็สวนของลุงๆป้าๆแถวบ้านเท่านั้น   ซองกยูเดินตามคนตัวเล็กมาด้วยรอยยิ้มบางๆตลอดทางมีเสียงเจื่อยแจ้วของอูฮยอนที่ชวนดูนั่นนี่อย่างเด็กน้อยที่ตื่นเต้นไปกับทุกสิ่งรอบตัว

 

                “กยูนี่จะปีใหม่แล้วนี่นาเราซื้อนี่ไปแต่งที่บ้านกยูกันนะ จะได้ฉลองปีใหม่ไง นะๆ” หันมาส่งสายตาพร้อมกับหยิบเส้นสายรุ้งมาพันไว้รอบตัวเองแล้วกระโดดไปมา

                “ไม่เอาหรอกฉันไม่มีเวลามาฉลองหรอกนะ ฉันต้องทำงานเข้าใจมั๊ย” พูดก่อนจะเดินไปแต่ก็ต้องหันกลับมามองเมื่อรู้สึกว่าอีกคนไม่ได้เดินตามมาด้วย

                “นี่อูฮยอนทำไมไม่เดินมาล่ะ”

                “ซื้อให้หน่อยไม่ได้หรอ ก็อูฮยอนอยากได้อ่ะอูฮยอนอยากฉลองนะกยู” ครั้งนี้นอกจากจะส่งสายตาแล้วสองมือเล็กยังยื่นไปเขย่าแขนอีกคนอย่างอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อยที่กำลังขอให้ผู้ปกครองซื้อของเล่นที่ตัวเองอยากได้ให้

                “ไม่” ปฏิเสธออกไปเสียงแข็งพร้อมกับหันหน้าหนีสายตาของคนตัวเล็กแม้ใจจริงเขาจะใจอ่อนไปแล้วก็ตามแต่เพียงแค่อยากรู้ว่าอีกคนจะทำยังไงต่อไปก็เท่านั้น

                “โถ่กยู นะๆซื้อให้นะ น๊า” คราวนี้จากสองมือที่เขย่าแขนก็เปลี่ยนเป็นโอบรอบตัวซองกยูไว้ก่อนที่อูฮยอนจะเงยหน้าส่งสายตาปิ๊งๆไปให้ซองกยู

                “เฮ้ออออ นายนี่มันจริงๆเลยนะเลือกสิจะเอาอันไหน” ในที่สุดก็ต้องยอมจำนนแต่หรือเรียกง่ายๆว่าซองกยูไม่เคยคิดจะขัดใจอูฮยอนอยู่แล้วตั้งแต่แรกนั่นแหละ

 

ทั้งคู่ใช้เวลาในหยุดด้วยกันทั้งเดินซื้อของ ทานอาหารเช้าที่รวมกับมื้อกลางวันไปเรียบร้อยอีกทั้งอูฮยอนยังทั้งดึงทั้งลากซองกยูเข้าไปในโซนของเล่นที่อูฮยอนบอกว่ามันสนุกนักหนาแถมเล่นคนเดียวไม่พอยังจะมาบังคับให้อีกคนต้องเล่นเป็นเพื่อนอีก

               

                “กลับได้แล้วน่าอูฮยอนไม่เหนื่อยบ้างหรือไงฉันง่วงแล้วเนี่ย” ซองกยูขัดขึ้นมาเมื่ออีกคนทำท่าจะลากเขาไปที่ตู้เกมส์อันใหม่

                “เล่นอีกนิดไม่ได้หรอกยูแถวบ้านอูฮยอนไม่มีแบบนี้เลยอ่ะ”

                “ไว้วันหลังนายก็มาหาฉันอีกสิแล้วค่อยมาเล่นใหม่แต่วันนี้เย็นแล้วกลับเถอะ”

                “พูดจริงหรอกยู! พูดจริงๆนะ” คนตัวเล็กตาโตหูผึ่งกับประโยคที่ได้ยิน

                “นี่นายจะเสียงดังทำไมเล่า ตกใจอะไรขนาดนั้น”

                “ก็อูฮยอนดีใจที่กยูบอกว่าให้มาหาได้ มาได้จริงๆใช่มั๊ย”

                “ได้สิทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันเคยบอกนายหรือไงว่ามาไม่ได้น่ะยัยทึ่ม” พูดแล้วก็กำมือก่อนจะทุบลงบนหัวอีกคนเบาๆอย่างหยอกล้อ

                “ก็ไม่เคยบอก แต่ตั้งแต่กยูย้ายบ้านมาเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย อูฮยอนคิดว่ากยูลืมอูฮยอนไปแล้วซะอีกเนี่ย” ใบหน้าเล็กยู่ลงเมื่อนึกถึงอาการน้อยใจของตนที่คิดว่าอีกฝ่ายจะลืมกันไปแล้ว

                “ใครจะไปลืมเด็กข้างบ้านสมองทึ่มอย่างนายกันล่ะ”

                “ถึงอูฮยอนจะสมองทึ่มแต่ก็ไม่เคยลืมกยูนะ เนี่ยเวลาแม่อูฮยอนทำแกงกิมจิที่กยูชอบทีไรนะอูฮยอนกินหมดเกลี้ยงทุกทีเลยเพราะจำได้ไงว่ากยูชอบแต่กยูไม่อยู่อูฮยอนเลยกินแทนเอง” คำพูดยืดยาวของคนตัวเล็กทำให้คนฟังหัวเราะออกมา

                “ฮ่าๆๆๆๆ อย่ามาโม้เลยนายตะกละต่างหากล่ะอะไรนายก็กินเกลี้ยงทั้งนั้นแหละ”

                “โหยย กยูอ่ะมั่วละอูฮยอนไม่ได้ตะกละสักหน่อยนะ” หน้างอขึ้นมาทันทีเมื่อถูกอีกคนล้อว่าตะกละ

                “โอเคๆไม่ได้ตะกละก็ได้แต่ตอนนี้ต้องกลับแล้ว” พูดจบก็คว้าข้อมือเล็กเดินออกมาแต่ยังเดินได้ไม่ถึงไหนก็ต้องหยุดลงอีกครั้ง

                “กยูซื้อลูกโป่งได้มั๊ย” คนตัวเล็กชี้มือไปทางร้านลูกโป่งหลากสีสัน

                “นายจะเอาไปทำไมโตแล้วยังจะเล่นลูกโป่งอีก” ว่าก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อแต่ก็ต้องหยุดลงอีกครั้ง

                “นะกยู อูฮยอนอยากได้อ่ะ”

                “นะๆๆ อูฮยอนยะ..”

                “อ่ะๆ จะเอาสีไหนไปเลือกสิแต่ให้แค่ลูกเดียวนะ” ก็บอกแล้วไงว่าคิมซองกยูคนนี้ไม่เคยที่จะขัดใจนัมอูฮยอนหรอก

               

 

 

                ซองกยูทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหลังจากที่กลับมาจากการพาอูฮยอนออกไปซื้อของ ชายหนุ่มคิดว่าเขาจะใช้เวลาในช่วงเย็นนี้ไปกับการนอนอีกสักนิดก่อนที่จะทำงานที่ยังค้างคาต่อให้เสร็จเพราะเขาต้องส่งงานให้ลูกค้าวันพรุ่งนี้แล้ว

 

                “โอ๊ยยยย”

 

                คนตัวสูงที่ตั้งใจว่าจะหลับนั้นเด้งตัวขึ้นจากที่นอนสาวเท้าด้วยความเร็วตรงไปยังเสียงที่ดังมาจากห้องครัวทันที

                “ทำอะไรน่ะยัยบื้อ”

                “โอ๊ยยย กยูช่วยด้วยน้ำมันลวกมืออ่ะ” คนตัวเล็กยื่นมือที่เกิดรอยแดงขึ้นมาให้ดูก่อนที่จะร้องไห้ออกมา

                “โถ่ยัยบื้อเอ๊ยยย ทำท่าไหนถึงได้โดนน้ำร้อนลวกได้” เดินเข้ามาเป่าลมรดลงบนมือของอีกคนด้วยอาการห่วงใยก่อนจะพาอีกไปยังซิงค์ล้างจานเปิดน้ำให้ไหลผ่านรอยน้ำร้อนลวกของคนตัวเล็กเพื่อลดอาการแสบลง

                “ฮื่ออออกยูเจ็บอ่ะ”

                “ซื่อบื้อจริงๆเลยนะนายน่ะ ทำไมไม่ระวังเลยแล้วนี่จะทำอะไรทำไมไม่บอก”

                “จะอุ่นนมน่ะ เห็นกยูบอกว่าเหนื่อยแล้วไม่อยากกวน” คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาพูดเพราะยังร้องไห้อยู่

                “เอาเถอะไปนั่งรอที่โซฟาแล้วกันเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง แล้วก็เลิกร้องไห้ได้แล้ว”

 

อูฮยอนเดินออกมานั่งรอที่โซฟาตามที่อีกคนบอกอย่างว่าง่าย ไม่นานนักคิมซองกยูก็เดินออกมาพร้อมกับถ้วยนมอุ่นๆพร้อมกับน้ำผึ้งของโปรดของยัยทึ่มที่เขาชอบจะเรียกอยู่เป็นประจำก่อนจะวางมันลงตรงหน้าของอูฮยอน

                “ไหนมือเป็นยังไงบ้างยังเจ็บอยู่มั๊ย” สายตาห่วงใยถูกส่งออกไปให้คนตรงหน้าพร้อมกับสีหน้าเป็นกังวลก่อนที่มือใหญ่จะค่อยๆแตะลงบนรอยแดงนั่น

                “อืออ ยังเจ็บอยู่นิดหน่อยแต่ว่าไม่ร้องไห้แล้ว ขอบคุณมากนะกยูแล้วก็ขอโทษด้วยที่กวน” คนตัวเล็กพูดออกไปอย่างรู้สึกผิด ทำให้ซองกยูยิ้มออกมาเล็กน้อยก็ปกติคนตรงหน้านี่พูดแบบนี้ซะที่ไหนมีแต่จะเถียงตลอดเวลานานๆครั้งที่จะพูดขอโทษด้วยสีหน้าสำนึกผิดเหมือนลูกหมาตัวน้อยที่ทำของพังแล้วกำลังถูกเจ้านายดุอยู่ไม่มีผิด  แต่ก็คงเป็นเพราะว่าวันนี้นัมอูฮยอนกวนซองกยูมาทั้งวันแล้วและเห็นว่าอีกคนก็ยังมีงานที่ต้องทำแต่ก็ยังออกไปเที่ยวตะลอนๆกับอูฮยอนอีกแถมยังต้องมาจัดการกับข้าวของที่อูฮยอนทำไว้ด้วย

 

                “อะไรกันทำหน้าเป็นหมาหงอยเลย ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนะยัยบื้อ” ซองกยูส่งมือไปขยี้ผมอีกคนจนมันฟูฟ่องขึ้นมาแต่คนตัวเล็กก็ยอมให้แกล้งโดยที่ไม่บ่นสักคำจากนั้นคนตัวสูงก็ลุกขึ้นแล้วบอกกับอูฮยอนว่าอยากทำอะไรก็ตามสบายแต่อย่าซุ่มซ่ามอีกเพราะเขาจะไปทำงานแล้ว

 

                จากที่ตั้งใจว่าจะนอนซองกยูก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่โต๊ะทำงานแทนเพราะไม่อยากจะเสียเวลาอีกเดี๋ยวจะไม่มีงานส่งลูกค้าแล้วเขาจะโดนเจ้านายบ่นจนหูชาเอา ชีวิตเขาน่ะมีคุณนายคิมคอยบ่นคนเดียวก็เกินพอแล้ว

               

 

อูฮยอนเลื่อนช่องทีวีต่างๆผ่านไปอย่างไม่รู้จะดูอะไรเพราะทุกช่องล้วนนำเสนอเกี่ยวกับการเค้าดาวน์ปีใหม่ที่กำลังจะเริ่มในไม่อีกกี่ชั่วโมงต่อจากนี้แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองขอซองกยูซื้อของตกแต่งมาด้วยคิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กก็เดินไปค้นถุงจากร้านต่างๆเพื่อเอาของที่ตัวเองต้องการออกมา  อูฮยอนจัดการเนรมิตห้องของซองกยูรับเทศกาลปีใหม่ตามแต่ใจตัวเองก่อนจะไปทำอาหารง่ายๆไว้ให้ซองกยูและตัวเองเป็นมื้อค่ำของวันนี้

 

เวลาล่วงเลยมาจนใกล้จะเริ่มต้นวันใหม่และปีใหม่อีกครั้งซองกยูเงยหน้าขึ้นมาจากแบบงานก่อนที่จะบิดร่างกายไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้าที่เกิดจากการก้มหน้าก้มตาทำงาน ความง่วงเริ่มเกิดขึ้นบวกกับความเหนื่อยล้าที่วันนี้ออกไปข้างนอกมาทั้งวันทำให้ซองกยูตัดสินใจลุกจากเก้าอี้เพื่อที่จะไปหาอะไรร้อนๆมาคลายความง่วงของตัวเองแต่พอก้าวออกมาจากห้องร่างสูงต้องชะงักเท้าลงเพราะเสียงทีวีที่กำลังพูดถึงเรื่องการเค้าดาวน์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นถูกเปิดทิ้งเอาไว้เมื่อเดินเข้ามาจนถึงห้องนั่งเล่นรอยยิ้มก็เกิดขึ้นบนใบหน้าของเขาในทันที ภายในห้องนี้ถูกตกแต่งให้เข้ากับการรับปีใหม่โดยฝีมือของอูฮยอน สายรุ้งถูกแขวนระโยงระยางเต็มผนังห้องพร้อมกับป้าย  HAPPY NEW YEAR  แปะไว้ด้วย บนพื้นห้องเต็มไปด้วยลูกโป่งลูกเล็กลูกน้อย บนโต๊ะมีไข่เจียวสองจานที่ถูกบีบซอสเป็นรูปยิ้มวางเอาไว้

               

และแน่นอนอูฮยอนอยู่ในห้องนี้แต่คงเป็นเพราะวันนี้ไปตะลอนวิ่งเล่นมาทั้งวันเลยทำให้คนตัวเล็กผล็อยหลับไปในตอนที่รออีกคนทำงานเสร็จ รอยยิ้มของซองกยูกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อเขาเห็นว่าที่ข้อมือของตัวเล็กมีลูกโป่งสีแดงที่อีกฝ่ายขอให้เขาซื้อให้ผูกอยู่

                “ฮ่าๆๆ ยัยบ๊องเอ๊ยย เอาไปผูกแบบนั้นเดี๋ยวก็เลือดไม่เดินหรอก” พูดจบก็เดินไปแกะลูกโป่งออกให้ก่อนจะปล่อยให้มันลอยขึ้นสู่เพดานห้อง

 

                “ขณะนี้นะคะคุณผู้ชมเราเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 นาทีเราจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่กันแล้วนะคะ”

เสียงพิธีกรสาวในทีวีดังขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

                “5..4..3..2..1” ปังๆๆ เสียงพลุจากทีวีดังขึ้นพร้อมกับที่ซองกยูก้มลงกระซิบข้างหูอูฮยอน

 

                “HAPPY NEW YEAR นะยัยบื้อของฉัน” จบประโยคริมฝีปากบางของซองกยูก็แตะลงบนหน้าผากมนของคนที่กำลังหลับอยู่ก่อนจะค่อยๆอุ้มอีกคนขึ้นเพื่อที่จะพาไปนอนในห้อง

 

                “ฮื่ออออ กยูงานเสร็จแล้วหรอ” คนตัวเล็กรู้สึกตัวขึ้นในตอนที่ซองกยูกำลังจะวางเขาลงบนเตียง

                “ยังหรอกแต่เห็นลูกหมานอนหลับรอเจ้าของอยู่ที่โซฟาเลยจะพามานอน” พูดแล้วก็ยิ้มแฉ่งล้มตัวลงนอนทับอูฮยอน

                “โอ๊ยย กยูจะมาทับทำไมอูฮยอนไม่ใช่หมาสักกะหน่อย งานยังไม่เสร็จก็ไปทำเลยย” สองแขนพยายามออกแรงผลักคนข้างบนออกแต่ก็ไม่เป็นผล

                “ไม่ทำแล้วงานฉลองปีใหม่กับนายดีกว่า”

                “ฉลองอะไรเล่าไหนบอกงานเยอะไง”

                “ก็เยอะแต่ไม่อยากทำแล้วนานๆจะได้อยู่กับยัยทึ่มสักที”

                “ฮื่อออ กยูอ่ะ”

                “HAPPY NEW YEAR นะอูฮยอน”

                “HAPPY NEW YEAR นะกยู”

 

                สองคนบนเตียงพูดออกมาพร้อมกันก่อนจะหัวเราะออกมาอย่าร่าเริงริมฝีปากของทั้งคู่ค่อยๆแตะกันสองลมหายใจประสานกันเป็นเส้นเดียว สำหรับคนอื่นปีใหม่ก็อาจจะป็นการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆที่ธรรมดาแต่สำหรับตคิมซองกยูและนัมอูฮยอนแล้วดูเหมือนปีนี้จะเป็นปีที่พิเศษกว่าปีไหนๆเพราะเขาทั้งคู่ได้กลับมาใช้เวลาด้วยกันอีกครั้ง ได้เริ่มต้นใหม่ไปกับคนพิเศษของตัวเอง เริ่มต้นปีก็ดีขนาดนี้คงไม่ต้องพูดถึงต่อไปนะหลังจากนี้ซองกยูคงต้องหาเวลากลับบ้านให้มากขึ้นแล้วล่ะ

 





 

Fin

 

 



// จบแล้วค่ะ 55555 แต่งทิ้งไว้ตั้งแต่กลางเดือนกว่าจะจบอ่านแล้วก็อาจจะงงๆบ้างเพราะว่าหลังๆเหมือนจะหลุดๆ สติเราเองนี่แหละที่หลุด อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็มาบอกกันให้รู้ได้นะ  และก็สวัสดีปีใหม่คนอ่านทุกคนด้วยนะคะ 

เรามาเริ่มต้น 2019 ไปด้วยกันรอพี่กยูและน้องนัมไปด้วยกันนะคะ ^^ สุขสันต์วันปีใหม่ค่า  

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ slave24

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น