คัดลอกลิงก์เเล้ว

Warm flower…ร้านดอกไม้กับนายเย็นชา

โดย Maylody92

เมื่อคนที่เจอหน้ากันเพียงสบตากลับสั่งดอก ' รักแรกพบ ' เจ้าของร้านอย่างอบอุ่นจะว่าอย่างไร? จะเป็นไปได้ไหม...หากเจ้าชายเย็นชาจะปลูกดอกรัก!

ยอดวิวรวม

399

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


399

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 พ.ย. 59 / 15:50 น.
นิยาย Warm flower…ҹ͡Ѻ繪

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นานๆทีไรต์จะเขียนเรื่องสั้นนะคะ แต่เรื่องนี้อยากนำเสนอมากๆเลย สำหรับคนที่พลาดนิตยสาร I Like No.303 เพราะไรต์ได้ตีพิมพ์ในหมวด Love Like A Boy ค่ะ
และตอนนี้นิตยสารหัวนี้ก็เลิกตีพิมพ์แล้ว เศร้ามากเลยค่ะ ฮืออ 
แต่ไม่เป็นไร ลองเข้าไปอ่านกันดูนะคะ เป็นวายไทยที่ไรต์แทบไม่เคยจะเขียนเลยค่ะ พอได้รับเลือกจากทีมงานเป็นอะไรที่ดีใจมากๆเลยค่ะ เลยอยากให้เพื่อนๆที่ไม่ได้ซื้อหนังสือเมื่อปีที่แล้วได้อ่านกันค่ะ รับรองท่านจะไม่ผิดหวังในความละมุนประจำตัวไรต์ค่ะ^^ 
ฝากติดตามผลงานชิ้นอื่นๆด้วยนะคะ 

ติดตามผลงานได้ที่เพจ    Maylody92 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 พ.ย. 59 / 15:50







Cr ภาพประกอบ : Weanaglariel


Warm flower…ร้านดอกไม้กับนายเย็นชา

Author…Maylody92


                แสงแดดอบอุ่นในยามบ่ายส่องผ่านช่องมู่ลี่เข้ามาในร้านซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด แมวเปอร์เซียขนปุกปุยบิดขี้เกียจพลางหาวหวอดๆ หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มมาตลอดทั้งบ่ายไม่ต่างอะไรกับเจ้าของมัน ขายาวพาดไปกับโซฟาภายในร้าน ใบหน้าคมเข้มหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข จนกระทั่ง….


กริ๊งๆ


เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น ชายหนุ่มปรือตามองเล็กน้อย เจ้าเหมียวในตะกร้าก็ยกหัวขึ้นมามองเช่นกัน


“เอ่อ...มีใครอยู่ไหมครับ” เสียงเล็กๆ ของเด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายดังขึ้น ร่างสูงจึงลุกนั่งตรง พลางหรี่ตามองคนตรงหน้า เด็กหนุ่มมีท่าทางหวาดหวั่นนิดๆ ที่เห็นเจ้าของร้านตัวใหญ่หน้าไร้อารมณ์กำลังจ้องตนอยู่อย่างนั้น


“อยากได้แบบไหนครับ” เสียงทุ้มนุ่มลึกถามเรียบๆ พลางเสยผมที่ปรกหน้าไปด้านหลัง อวดใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มได้รูปรับกับนัยน์ตายาวรีราวกับเหยี่ยว คั่นด้วยจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่มักจะเป็นเส้นตรงเสมอทำให้ชายหนุ่มเป็นคนคาดเดาอารมณ์ได้ยาก เด็กหนุ่มผู้มาเยือนถึงกับจ้องอย่างลืมตัว ตากลมเบิกโตราวกับไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตตรงหน้านี้มาก่อน ริมฝีปากบางอ้าพะงาบๆ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาเดินตรงเข้ามาใกล้ ร่างเล็กจำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกคนเนื่องจากเขาสูงเพียงแค่หน้าอกของชายหนุ่มเท่านั้น


“เอ่อ...รักแรกพบครับ” น้ำเสียงเล็กๆ นั้นเผลอพูดในสิ่งที่ใจคิดดังไปนิด คนฟังเลิกคิ้วสูงก่อนหัวเราะขำในลำคอกับความคิดของเด็กน้อย


“รักแรกพบสินะ หึหึ” เมื่อรับออเดอร์แล้วหนุ่มเจ้าของร้านจึงเดินไปยังโต๊ะที่ใช้จัดดอกไม้ นิ้วมือเรียวยาวรวบผมที่ซอยเป็นรากไทรขึ้นมัดรวบครึ่งศีรษะ ปอยผมจึงตกลงมาคลอเคลียแก้มเล็กน้อยทำเอาคนมองถึงกับหน้าแดงก่ำ


“ทำไมถึงได้ดูดีขนาดนี้นะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเองอย่างเหม่อลอย เขามาที่ร้านนี้ตามคำแนะนำของเพื่อนๆ ว่าถ้ามาที่นี่เขาจะพบกับเจ้าชายที่เขาตามหา ผู้ชายที่เขาบังเอิญเจอในร้านขายเมล็ดพันธุ์ประจำหมู่บ้าน


....ในวันนั้นผู้คนค่อนข้างแน่นร้านเพราะมีการลดแลกแจกแถมสินค้า ทำให้ น้ำเหนือ แทบไม่มีที่จะยืนรวมทั้งสองมือยังเต็มไปด้วยถุงเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ปลูกดอกไม้ ร่างเล็กพยายามเบียดตัวออกมาแต่ก็ยากเต็มที จึงทำให้สิ่งของที่อยู่ในถุงหล่นกระจัดกระจาย แต่ ณ วินาทีนี้หาได้มีคนสนใจไม่ ต่างคนยังยื้อแย่งเพื่อให้ได้ของที่ตนต้องการ จะมีก็แต่ชายร่างสูงใหญ่ไว้ผมยาวประบ่าหน้าตาง่วงซึมคนหนึ่งที่ก้มลงช่วยเขาเก็บของเหล่านั้นลงถุง ถึงใบหน้าจะไร้อารมณ์และดูไม่ค่อยเป็นมิตร แต่วิธีที่เขาจับบนอุปกรณ์และเมล็ดพันธุ์นั้นกลับสัมผัสมันด้วยความอ่อนโยนราวกับรู้ว่าต้องดูแลเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กหนุ่มตกหลุมรักได้ไม่ยาก


น้ำเหนือ เล่าให้เพื่อนสนิทฟังถึงเหตุการณ์นั้นและด้วยความบังเอิญ...เพื่อนคนนั้นก็ได้พบชายคนดังกล่าวที่ร้านดอกไม้แห่งนี้ เขาจึงมาที่นี่ตามคำบอกเล่าของเพื่อนสนิท ถึงแม้ใครๆ มักจะพูดกันว่าพี่ชายคนนี้เป็นคนค่อนข้างเงียบชนิดที่ถ้าไม่ปริปากพูดก็คงไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้นด้วย แต่คนที่ภายนอกดูเย็นชาไปเสียหมด อบอุ่น กลับเป็นชื่อของเขา


“ดอกพริมโรส ฉันคิดว่ามันเหมาะกับนายในตอนนี้นะ” อบอุ่นยื่นช่อดอกไม้ให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า ซึ่งได้แต่มองมันหน้าแดงก่ำ เขายกยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนเอ่ยคำบางคำที่ทำเอาคนฟังเขินม้วนไปเลยทีเดียว


“แก้มแดงแบบนี้น่ารักดีนะ ช่อนี้พี่ให้แล้วกัน ถือซะว่าเป็นของขวัญสำหรับ...รักแรกพบ” น้ำเหนือถึงกับเข่าอ่อน ถ้าไม่ติดว่ามีมือแกร่งมารับเอาไว้เขาคงล้มลงไปแล้ว


“ระวังหน่อยสิครับ ดอกไม้ช่อนี้พี่ตั้งใจทำมันมากเลยนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู หนุ่มน้อยรีบดีดตัวออกจากอ้อมแขนทันที ใบหน้าหวานนั้นแดงก่ำราวกับจะระเบิดออกมาให้ได้


“ผมจะระวังครับ ขอบคุณมากครับ” พูดจบคนตัวเล็กก็รีบวิ่งออกจากร้านอย่างรวดเร็ว อบอุ่นได้แต่หัวเราะในลำคอไล่หลังไป ทำไมเขาจะจำเด็กน้อยแก้มใสคนนี้ไม่ได้ เพียงแค่เห็นครั้งแรกเขาก็ถึงกับละสายตาตัวเองไปจากเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลย วันนั้นเป็นวันแรกที่อบอุ่นย้ายเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้และตรงกับวันที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ลดแลกแจกแถม


ด้วยธุรกิจที่ต้องมาดูแลแทนผู้เป็นแม่เกี่ยวข้องกับเจ้าสิ่งนี้ อบอุ่นจึงไม่พลาดที่จะไปยังร้านแห่งนั้นด้วยเช่นกัน แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปในร้านสิ่งแรกที่เขาเจอกลับเป็นหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักยืนถือของพะลุงพะลัง ถึงแม้ในร้านจะมีผู้คนเบียดเสียดอยู่มากมาย แต่หนุ่มน้อยกลับยืนต่อแถวอย่างใจเย็น ช่างเป็นภาพที่แตกต่างกับคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง แก้มใสอมชมพูระเรื่อเนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนบวกกับมีเม็ดเหงื่อผุดรำไรแต่ริมฝีปากบางกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ตากลมคอยเหลือบมองสิ่งของที่อยู่ในถุงตลอดเวลาราวกับกลัวมันจะหล่นหายไป 


ถึงตัวจะพยายามเบียดออกมาให้พ้นฝูงชนแต่ร่างบางก็ไม่ลืมที่จะเอาตัวเองเป็นเกราะกำบังให้กับของที่อยู่ในถุง จนอบอุ่นเองชักสงสัยว่าอะไรกันนะที่เด็กหนุ่มคนนั้นดูแลอย่างทะนุถนอม กระทั่งมีชายสูงวัยคนหนึ่งชนเข้าอย่างจังของในถุงหล่นกระจาย เด็กหนุ่มจึงรีบก้มลงเก็บของที่พื้นโดยไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนชน แววตามีความกังวลเล็กน้อยที่เห็นของที่ตัวเองรักหล่นอยู่บนพื้น อบอุ่นไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยเก็บของเหล่านั้น ขนาดอุปกรณ์ปลูกดอกไม้และเมล็ดพันธุ์เขายังถนอมขนาดนี้ แล้วดอกไม้ที่เด็กหนุ่มคนนี้ปลูกจะสวยงามขนาดไหน


อบอุ่นจึงจับสิ่งของทุกอย่างด้วยความเบามือ เมื่อเขายื่นมันคืนให้กับเจ้าของ เด็กหนุ่มตรงหน้าก็ยิ้มพิมพ์ใจมาให้พลางขอบคุณราวกับเรื่องเมื่อสักครู่ไม่ได้ทำให้เขากังวลใจเลย และรอยยิ้มนั้นก็ทำให้อบอุ่นลืมไม่ลงเช่นเดียวกัน


ตึกๆ ตึกๆ หัวใจดวงน้อยของ น้ำเหนือ เต้นไม่เป็นส่ำเมื่อก้าวออกมาจากร้านขายดอกไม้ร้านนั้น มือบางยังคงกำช่อดอกไม้แน่น พริมโรสสีเหลืองดอกเล็กๆ น่ารักเหมาะกับวัยแรกแย้มที่ชายหนุ่มมอบให้ ดูก็รู้ว่าเจ้าของร้านตั้งใจมอบดอกไม้ที่มีความหมายนี้ให้กับเขา


“บ้าจริงๆ เลยเหนือ ดันไปพูดอะไรตามใจตัวเองแบบนั้น แล้วอย่างนี้พี่เขาจะคิดว่ายังไงล่ะเนี่ย” เด็กหนุ่มเขกหัวตัวเองไปสองสามทีเป็นการทำโทษตัวเองที่ทำอะไรบ้าๆ ออกไปแบบนั้น เขาเพียงแค่อยากเห็นหน้าชายหนุ่มชัดๆ เท่านั้น จึงดั้นด้นมาจากหมู่บ้านข้างๆ แต่ว่าแค่ได้เห็นเพียงแวบเดียวก็ราวกับถูกพี่ชายคนนั้นดึงดูดเข้าไปในภวังค์ความคิดเสียแล้ว


“เหนือ...เป็นอะไรน่ะ ทำไมมายืนบ่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้งคนเดียว?” ล่องใต้ ฝาแฝดไข่ใบเดียวกันถามขึ้น เด็กหนุ่มเหมือนกับน้ำเหนือทุกประการ แต่สิ่งที่แตกต่างคงเป็นรสนิยมทางเพศของทั้งคู่ เพราะล่องใต้ไม่ใช่ผู้ชายที่จะใจเต้นกับผู้ชายด้วยกันได้อย่างน้ำเหนือ


“ใต้...เมื่อกี้เหนือไปเจอเขามาด้วยล่ะ พี่เจ้าของร้านดอกไม้ที่เหนือเจอวันนั้น” น้ำเหนือว่าพลางชูช่อดอกไม้ที่เพิ่งได้รับมาให้ฝาแฝดดู ล่องใต้พ่นลมหายใจพลางส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย


“...บ้านเราก็ปลูกดอกไม้ เหนือยังจะไปซื้อดอกไม้มาอีก” ล่องใต้ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กหนุ่มทั้งสองอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแถบชานเมืองที่มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดเสมอ การจะไปยังหมู่บ้านข้างๆ นั้นอย่างน้อยต้องขับรถประมาณสิบนาทีหรือเดินเท้ายี่สิบนาที แต่น้ำเหนือก็เดินไปด้วยความตั้งใจ


“ก็เหนืออยากรู้นี่นาว่าเขาจะใช่คนเดียวกับที่เหนือเคยเจอหรือเปล่า ...พี่เขาหล่อนะ ดูดีมากเลยและที่สำคัญเท่มากๆ ด้วย แต่ท่าทาง...เย็นชาชะมัด” น้ำเหนือว่าพลางหลับตาพริ้มนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มยามจัดดอกไม้ให้กับเขา ถึงแม้ว่าล่องใต้จะเป็นชายแท้แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่น้ำเหนือจะชอบเพศเดียวกัน อาจเป็นเพราะน้ำเหนือคือคนในครอบครัวและสนิทกับเขาที่สุด เขาจึงทำใจและยอมรับกับตัวตนที่แท้จริงของคนในครอบครัวเดียวกัน


“เพ้อฝันน่ะเหนือ ใต้ว่าเขาต้องอันตรายแน่ๆ เลย ทางที่ดีเหนืออยู่ห่างๆ เขาจะดีกว่านะ” ล่องใต้พูดเตือนอย่างเป็นห่วง น้ำเหนือจึงหันไปบู้ปากใส่คนที่มีความคิดขัดแย้งกับตน


“ใต้อ่ะ มองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว พี่เขาจัดดอกไม้ให้เหนือด้วยนะดูสิ...” ล่องใต้เหลือบมองดอกไม้ในมือของอีกคนพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย


“เหนือไม่รู้หรือไง ว่าดอกพริมโรสหมายความว่ายังไง?” เด็กหนุ่มถามขึ้น น้ำเหนืออมยิ้มนิดๆ


“ก็หมายถึงวัยแรกรุ่นยังไงล่ะ เหนือก็ปลูกดอกไม้นะทำไมจะไม่รู้” น้ำเหนือตอบกลั้วหัวเราะที่อีกคนถามอะไรแปลกๆ


“เฮ้อ...เหนือ ดอกไม้นี้เขาไว้มอบให้กับวัยรุ่นก็จริง แต่ที่เจ้าของร้านให้เหนือเพราะเขามองว่าเหนือเป็นเด็กน่ะสิ” ล่องใต้ว่าพลางส่ายศีรษะให้กับความเป็นเด็กของอีกคน จะว่าไปแล้วในสายตาของล่องใต้ น้ำเหนือก็เปรียบเสมือนน้องชายคนหนึ่งนั่นเอง ถึงเป็นแฝดที่เกิดวันเดียวปีเดียวกันแต่ความคิดความอ่านของน้ำเหนือดูเป็นเด็กกว่าล่องใต้เยอะมากจนอดเป็นห่วงแฝดของตนคนนี้ไม่ได้


น้ำเหนือพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์


“ไม่คุยกับใต้แล้ว ไปช่วยแม่ทำขนมดีกว่า” พูดจบเจ้าตัวจึงลุกพรวดขึ้นทันที ล่องใต้จำต้องเดินตามน้ำเหนือไปอย่างเสียมิได้เมื่อรู้ว่าอีกคนงอนตนเข้าให้แล้ว


“น้ำเหนือเป็นอะไรไปลูก ทำไมหน้างอแบบนั้น?” คนเป็นแม่ที่สามารถแยกลูกๆ ของเธอออกได้เพียงแค่สังเกตพฤติกรรมถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าคนเดินเข้ามาในครัวก่อนเป็นคนแรก


“ใต้พูดไม่เข้าหูเหนือครับแม่ เหนือไม่อยากคุยกับใต้แล้ว” น้ำเหนือฟ้องแม่พลางเดินเข้าไปกอดเอวบางหลวมๆอย่างออดอ้อน แม่เหลือบตามองลูกชายอีกคนนิดๆ ก่อนอมยิ้มในความแสนงอนของน้ำเหนือ


“ใต้แค่เตือนเหนือเท่านั้นเองครับแม่ วันนี้เหนือไปที่ร้านดอกไม้หมู่บ้านข้างๆ มา เจ้าของร้านให้ดอกพริมโรสเหนือ ใต้ก็แค่บอกว่าเขามองเหนือเป็นเด็กก็เท่านั้นเอง” ล่องใต้เล่าเรื่องให้ผู้เป็นแม่ฟังเพื่อแก้ความเข้าใจผิด มารดาจึงเอื้อมมือลูบศีรษะลูกชายอีกคนเบาๆ พลางยิ้มอบอุ่นให้


“ล่องใต้ครับ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะลูก ล่องใต้ชอบทำขนมกับแม่ น้ำเหนือชอบปลูกดอกไม้ การที่เขาเจอคนที่ชอบในสิ่งที่เขาชอบ เขาก็มองว่าคนคนนั้นเป็นคนพิเศษเหมือนกับที่ใต้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่แม่คิดสูตรขนมใหม่ๆ ยังไงล่ะครับ ครั้งนี้ลูกควรขอโทษน้ำเหนือที่ลูกพูดออกไปแบบนั้น เข้าใจไหมครับ” คนเป็นแม่อธิบายอย่างใจเย็น ล่องใต้จึงพยักหน้าน้อยๆ เธอรู้ว่าลูกชายแต่ละคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไรและเธอก็จะสอนให้ลูกๆ ของเธอนั้นรู้จักเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม เหมือนกับที่เธอรู้ว่าลูกชายมีรสนิยมทางเพศอย่างไร แต่เธอไม่เข้าไปก้าวก่าย ทำเพียงแค่คอยดูแลอยู่ห่างๆ และตักเตือนเท่านั้น


“ใต้ขอโทษนะที่บอกว่าเหนือเป็นเด็กและมองความตั้งใจของเหนือเป็นเรื่องเล่นๆ” ล่องใต้กล่าวอย่างรู้สึกผิด น้ำเหนือจึงปล่อยมือจากเอวแม่มากอดอีกคน


“ไม่เป็นไร เหนือไม่งอนแล้ว” เหนือพูดยิ้มๆ คนฟังทั้งคู่จึงยิ้มออกมา


“เอาล่ะ เราไปเตรียมตั้งโต๊ะมื้อเย็นดีกว่านะ คุณพ่อใกล้จะกลับมาแล้ว” เมื่อเห็นว่าลูกๆ ทั้งสองคนหายงอนกันแล้ว แม่จึงลงมือทำอาหารเย็นต่อ

................................


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลาเช้าตรู่ อบอุ่นจำเป็นต้องแซะตัวเองออกจากผ้าห่มหนานุ่มไปรับโทรศัพท์ที่รบกวนเวลานอนอันมีค่าของเขา เจ้าเหมียวที่นอนอยู่ข้างๆ ยังคงขดตัวอย่างไม่สนใจภายนอก


“สวัสดีครับ วอร์มฟลาวเวอร์ครับ” น้ำเสียงงัวเงียตอบกลับไป


“อบอุ่น...อาจารย์เองนะ” เสียงของหญิงมีอายุดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย


“อาจารย์มีอะไรเหรอครับ โทรมาแต่เช้าเชียว” พูดไปก็หาวไปด้วยทั้งที่กำลังคุยกับคนที่เขาเคารพคนหนึ่ง ทำเอาคนฟังหัวเราะน้อยๆ


“ขอโทษที่รบกวนแต่เช้านะจ๊ะ แต่ที่นี่มันสายแล้วนี่นา เอาล่ะ อาจารย์จะโทรมาถามเรื่องทุนเรียนต่อของอบอุ่น ตกลงจะตอบรับทุนของมหาวิทยาลัยที่นี่ไหมจ๊ะ” น้ำเสียงใจดีถามกลับมาอย่างมีความหวัง อบอุ่นเป็นเด็กหัวดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เขาสามารถสอบชิงทุนมหาวิทยาลัยชื่อดังในญี่ปุ่นได้ แต่ด้วยปัญหาในครอบครัว จึงทำให้เขาลังเลที่จะตอบรับคำเชิญ


“ผมขอเวลาอีกนิดนะครับอาจารย์ ผมยังไม่มั่นใจเลย ผมยังมีเวลาอยู่ใช่ไหมครับ?” ปลายสายจึงได้แต่ถอนใจบอกว่ายังคงมีเวลา อบอุ่นวางสายสำคัญลง เขาไม่คิดจะกลับไปนอนต่ออีกแล้วเมื่อมีเรื่องให้คิด ชายหนุ่มเดินไปยังรูปที่แขวนไว้ข้างฝาผนัง


“คุณแม่ครับ อุ่นควรจะทำยังไงดีครับ ถ้าอุ่นตอบรับคำเชิญ ร้านดอกไม้ของคุณแม่ก็ต้องปิด อุ่นไม่มั่นใจเลยว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกไหม...ถ้าอุ่นไปแล้ว” ชายหนุ่มถามกับรูปที่แขวนข้างผนัง เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นกับพ่อจนกระทั่งผู้เป็นแม่ให้เขากลับมาดูแลกิจการแทน ร้านดอกไม้ร้านนี้จึงเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่มารดาทิ้งเอาไว้ อบอุ่นเกิดและเติบโตที่ญี่ปุ่นแต่ครอบครัวแยกทางกันเขาจึงอยู่กับพ่อมาตลอด ถ้าเขาไปญี่ปุ่นอีกครั้งเขาอาจจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วก็เป็นได้ ชายหนุ่มนั่งคิดไม่ตกอยู่กับถ้วยกาแฟที่มีควันลอยกรุ่นก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ตรงประตูรั้วหน้าบ้าน


“เด็กคนนั้น มาทำอะไรแต่เช้านะ” ชายหนุ่มพึมพำเล็กน้อยพลางลุกไปยังประตูรั้ว อาคันตุกะไม่ได้รับเชิญเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินออกมาอย่างไม่ให้ตั้งตัวจึงทำท่าจะถอยหลังกลับ


“เดี๋ยวก่อน...อย่าเพิ่งไป มาทำอะไรที่นี่แต่เช้าครับ?” ร่างสูงเรียกไว้ด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มแต่เช้าในวันหยุดเช่นนี้ คนถูกเรียกเม้มปากนิดๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาหาอบอุ่น


“ผมแค่เอาขนมมาให้ครับ” ว่าพลางชี้ไปยังตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน อบอุ่นมองตามมือนั้นก่อนจะเดินไปเปิดมันดู กล่องขนมสีสวยวางนิ่งอย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจเล็กน้อยพลางยิ้มมุมปาก


“ทำไมไม่เอามาให้ด้วยตัวเองล่ะ ทำแบบนี้พี่อาจจะไม่ได้รับมันก็ได้นะ” ถึงจะพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์แต่น้ำเสียงกับสายตาที่ส่งไปมันดูอบอุ่นจนคนฟังใจเต้นรัว


“คือ...ผมชื่อน้ำเหนือครับ มาจากหมู่บ้านข้างๆ ผมแค่อยากรู้จักพี่ครับ” น้ำเหนือรวบรวมความกล้าพูดออกมาเสียงดังฟังชัด อบอุ่นจึงยิ้มให้กับความไร้เดียงสานั้น เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่ม น้ำเหนือถึงกับหน้าขึ้นสีเรื่อ ซึ่งไม่มีทางรอดสายตาของอบอุ่นไปได้ ชายหนุ่มจึงคิดอะไรได้บางอย่าง


“เข้ามาดื่มชาก่อนสิ ไหนๆ ก็มาแล้วนี่นา” พูดจบจึงเปิดประตูบ้านให้เด็กชายมัธยมรายนี้ น้ำเหนือใจเต้นตึกตักแต่ก็เดินเข้าไปตามคำเชิญอย่างยินดี อบอุ่นเทน้ำชาให้กับน้ำเหนือพร้อมจัดคุกกี้ที่เด็กหนุ่มเอามาให้ใส่จาน น้ำเหนือมองการกระทำของอบอุ่นอย่างเพลิดเพลิน วันนี้ร่างสูงของพี่ชายสวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงขายาว ผมยาวนั้นรวบเป็นหางม้าเล็กๆ ครึ่งศีรษะอย่างที่เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง อบอุ่นนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามน้ำเหนือ พลางมองเข้าไปยังนัยน์ตาของเด็กหนุ่มที่เปล่งประกายยามจ้องมองมายังเขา


“พี่ชื่อ...อบอุ่นครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ว่าแต่...ทำไมถึงเอาขนมมาให้พี่ล่ะ?” อบอุ่นเริ่มหัวข้อสนทนา น้ำเหนือนั่งกุมมือบิดไปมาอย่างขัดเขิน


“เหนือลองทำคุกกี้ดู เลยเอามาฝากครับ พี่อบอุ่นลองทานดูสิครับ” น้ำเหนือมองคุกกี้ที่ตนเองลองทำโดยมีครูจำเป็นอย่างล่องใต้ช่วยสอน อบอุ่นจึงหยิบมากัดคำหนึ่ง สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าใสที่มองเขาราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง มุมปากได้รูปยกยิ้มเล็กน้อย แค่นั้นก็ทำเอาน้ำเหนือใจเต้นรัว ร่างสูงโน้มหน้าเข้าไปใกล้เพื่อมองหน้าอีกคนชัดๆ พวงแก้มของคนหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ น้ำเหนือเบือนหน้าไปด้านข้างไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มโดยตรง


 “น้ำเหนือ...ชอบพี่อย่างนั้นเหรอครับ” อบอุ่นส่งคำถามจู่โจมเข้ากลางใจ น้ำเหนือถึงกับเบิกตาโตพลางหันกลับมามองอย่างตกใจ ทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกัน ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง อบอุ่นไม่มีทีท่าจะถอยกลับเลยสักนิด น้ำเหนือไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตาจึงกลั้นหายใจแล้วมองอยู่อย่างนั้น อบอุ่นหัวเราะในลำคอก่อนจะเป็นฝ่ายถอยออกไปเสียก่อน


“คือ...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ พี่อบอุ่นจะรังเกียจไหม ถ้าเหนือจะชอบพี่” น้ำเหนือถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก อบอุ่นมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านยาก คนส่วนมากที่มาชอบเขาก็เพียงแค่รูปร่างหน้าตา แต่ไม่มีใครที่รู้จักนิสัยจริงๆของเขาสักคน อบอุ่นดึงยางมัดผมที่อยู่ด้านหลังออกพลางใช้มือขยี้ให้มันแตกออกนิดๆ ตาคมจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่ง


“ถ้าพี่ไม่ได้เป็นอย่างที่น้ำเหนือคิดล่ะครับ น้ำเหนือยังจะชอบพี่อยู่ไหม” น้ำเสียงที่ส่งมาเรียบสนิทจนคนฟังไม่รู้ว่าคนพูดพูดด้วยอารมณ์แบบไหน น้ำเหนือเม้มปากนิดๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย


“เหนือคิดว่า...พี่อบอุ่นไม่ได้เย็นชาอย่างที่พี่กำลังทำอยู่ตอนนี้หรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงหรือสายตาที่พี่อบอุ่นส่งมาให้เหนือก่อนหน้านั้น มันทำให้เหนืออยากรู้จักพี่มากขึ้น และที่สำคัญคงไม่มีคนเย็นชาคนไหนที่เลี้ยงสัตว์และจัดดอกไม้ได้สวยอย่างนี้หรอกครับ ถ้าเนื้อในเขาไม่ใช่คนอ่อนโยน”  คำตอบฉะฉานของน้ำเหนือทำเอาอบอุ่นชะงักนิ่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขากั้นกำแพงของตัวเองกับคนอื่นก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมองกำแพงนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่งและรวดเร็วถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่เขาเจอเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น


น้ำเหนือมองไปยังแจกันที่มีดอกไม้เสียบอยู่ก่อนจะเดินไปยังดอกไม้ดอกนั้น


“พี่อบอุ่นครับ ผมให้พี่นะ” เด็กหนุ่มยื่นดอกกุหลาบตูมสีแดงให้ อบอุ่นมองมันนิ่งอย่างไม่มั่นใจว่าจะรับดีหรือเปล่า นัยน์ตาของคนให้มีแววเว้าวอนรอคอยคำตอบจากอีกคน ความรักที่ไร้เดียงสาแบบนี้..เขาไม่อยากทำลายความตั้งใจของร่างเล็ก แต่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าควรจะตอบรับความรักนี้ดีหรือเปล่า เพราะเรื่องเรียนต่อและเรื่องร้านดอกไม้ของแม่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องตัดสินใจ เขาไม่กล้าผูกมัดน้ำเหนือไว้กับตน...แม้ว่าลึกๆ จะมีความรู้สึกดีให้กับน้ำเหนืออยู่ก็ตาม


“พี่คิดว่ามันคงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของน้ำเหนือ น้ำเหนือยังเด็ก ยังคงต้องเจอคนอีกมากมายอย่างแน่นอน พี่ขอโทษด้วยนะครับ” อบอุ่นตอบกลับด้วยเสียงทุ้มนุ่ม พยายามอธิบายเหตุผลให้เด็กหนุ่มฟัง น้ำเหนือลดดอกกุหลาบลงข้างตัว น้ำตาเม็ดเล็กๆ ร่วงหล่น ฟันบนกัดริมฝีปากล่างอย่างพยายามกักเสียงสะอื้น อบอุ่นได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้นไม่กล้าที่จะเข้าไปปลอบเพราะเกรงว่าจะเป็นการให้ความหวังกับอีกฝ่าย


“พี่ปฏิเสธเหนือเร็วจังเลยนะครับ ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลยสักนิด ฮึก..ไม่เป็นไรครับ เหนือจะพยายามใหม่ วันนี้ขอบคุณมากนะครับสำหรับน้ำชา แต่เหนือจะไม่ยอมแพ้แน่นอนครับ” พูดจบเขาจึงเดินก้มหน้าออกไป อบอุ่นได้แต่ถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม สายตามองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างสงสาร


“นายไร้เดียงสาเกินไปน้ำเหนือ ฉันรับความรู้สึกนี้ไว้ไม่ได้จริงๆ” อบอุ่นว่าพลางลูบหน้าตนเองก่อนจะเอนศีรษะพิงกับกระจกหน้าต่าง


ทันทีที่กลับถึงบ้านฝาแฝดของน้ำเหนือก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นอีกคนเดินน้ำตาตกกลับเข้าบ้าน น้ำเหนือเดินมากอดล่องใต้นิ่งพลางสะอื้นออกมา


“ใต้...พี่อุ่นปฏิเสธเหนือ เขาปฏิเสธทั้งๆ ที่เรายังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ เขามองว่าเหนือเป็นเด็ก ” น้ำเหนือว่าพลางสะอื้น ล่องใต้นิ่วหน้ามือก็ลูบหลังปลอบไปด้วย ความเป็นฝาแฝดมันทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของกันและกันดี ถึงแม้ว่าอีกคนจะไม่ได้พูดมันออกมา ล่องใต้ลูบหลังน้ำเหนือไปมาเพื่อให้คลายสะอื้นพลางให้กำลังใจ


                หลังจากวันที่โดนปฏิเสธความรัก น้ำเหนือไม่ยอมแพ้ที่จะไปพบอบอุ่นอีกครั้ง ทุกครั้งที่ไปหาก็จะมีขนมติดมือไปด้วย เมื่อมีเวลาว่างน้ำเหนือจะช่วยปลูกดอกไม้และรดน้ำดอกไม้ให้อบอุ่น ทำให้ชายหนุ่มไม่อาจละเลยหัวใจตนเองไปได้ น้ำเหนือทำให้เขามีความสุขและลืมเรื่องที่เคยกังวลทุกข์ใจ


“พี่อุ่น วันนี้เหนือทำข้าวกล่องมาด้วยครับ” ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์น้ำเหนือมักจะมาหมกตัวอยู่ที่นี่ ร่างเล็กยืนถือกล่องข้าวสีสวยมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม น้ำเหนือเดินไปหยุดอยู่หลังอบอุ่นก่อนปลดผ้ากันเปื้อนออกให้ อบอุ่นมองการกระทำอย่างงุนงงจนกระทั่งน้ำเหนือเอื้อมมากุมมือหนาของเขา พลางดึงให้เดินออกมาจากโต๊ะจัดดอกไม้


“ทานข้าวกันนะครับ วันนี้เหนือทำของโปรดของพี่อุ่นมาเยอะเลย” ไม่รอช้าน้ำเหนือจึงเปิดกล่องข้าวทันทีและเป็นจริงอย่างที่พูดเสียด้วย อบอุ่นทำได้เพียงแค่ยิ้มส่งไปให้พลางเริ่มลงมือกินข้าว น้ำเหนือนั่งมองเค้าหน้าคมอย่างมีความสุขจนคนถูกมองต้องเหลือบตาขึ้นมองตอบ


“ จ้องพี่ทำไม? ทำไมไม่ทานข้าวล่ะครับ” นัยน์ตายิ้มถูกส่งมาเป็นคำตอบ ร่างบางเท้าคางลงกับโต๊ะพลางเอียงคอเล็กน้อย การกระทำของน้ำเหนือทำให้อบอุ่นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองกำลังใจเต้นแรง


“ เหนือมีความสุขครับ การที่ได้เห็นหน้าพี่อุ่นบ่อยๆ หรือได้เห็นพี่อุ่นกินของที่เหนือทำ มันทำให้เหนือมีความสุขมากครับ” อบอุ่นชะงักไปนิดแต่ก็ก้มหน้ากินข้าวต่อไป ปอยผมเล็กๆ ตกลงข้างแก้มจนคนเป็นน้องอดไม่ได้ที่จะไปจับมันขึ้น


“ ให้เหนือมัดให้ใหม่นะครับ” อบอุ่นนั่งนิ่งเป็นการบอกให้รู้ว่าอนุญาต ร่างเล็กจึงลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะอ้อมไปด้านหลัง ยางมัดผมที่มัดอย่างลวกๆ ค่อยๆ ถูกดึงออก ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนสัมผัสลงบนเส้นผมอบอุ่นไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ เขารู้เพียงแค่ว่าหัวใจที่เคยด้านชามันกลับมาเต้นตุบๆ อีกครั้ง ความไร้เดียงสาและความใสซื่อของน้ำเหนือกำลังละลายกำแพงน้ำแข็งของเขาอย่างช้าๆ แม้ว่าอบอุ่นจะพยายามทำตัวห่างเหินเท่าไร แต่น้ำเหนือก็จะเอาตัวเองเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนอบอุ่นเองเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองเสียแล้วว่าจะต้านทานคนๆ นี้ได้อีกนานแค่ไหน เขาไม่อยากจะให้อีกคนมาผูกมัดกับเขามากเกินไป น้ำเหนือยังเด็กและต้องเจอผู้คนอีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้อบอุ่นตัดสินใจอะไรได้บางอย่าง


“อาจารย์ครับ ผมตัดสินใจแล้วนะครับ ผมตกลงครับ” ในหัวค่ำวันหนึ่งอบอุ่นตัดสินใจโทรหาอาจารย์ เขาตัดสินใจแล้วว่าควรจะจบเรื่องนี้สักที อย่างน้อยถ้าเขาไปจากที่นี่เสีย น้ำเหนือก็คงจะลืมเขาได้และมีความรักที่ดีกว่า..ที่ไม่ใช่จากคนอย่างเขา อบอุ่นจัดการเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางในอาทิตย์ถัดไป เขายังไม่มีคำพูดดีๆ ที่จะบอกน้ำเหนือเลย แต่อย่างน้อยเขาก็อยากที่จะจากลากันด้วยดี


กระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นในวันหยุด หนุ่มน้อยหน้าใสโผล่หน้าเข้ามาแต่ครั้งนี้บรรยากาศมันเปลี่ยนไป ร้านดอกไม้ดูเงียบงัน ดอกไม้ที่อยู่บนชั้นหายไปทั้งหมดราวกับเจ้าของร้านไม่ได้สั่งเพิ่มเข้ามา


“ดอกไม้หายไปไหนเหรอครับ ปกติเหนือไม่เคยเห็นพี่อุ่นปล่อยให้มันว่างขนาดนี้” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วสงสัย อบอุ่นยิ้มน้อยๆ มาให้ก่อนยื่นกระถางต้นไม้ต้นหนึ่งให้กับน้ำเหนือ มือเล็กรับมาพลางมองอย่างไม่เข้าใจ


“พี่ฝากดูแลมันด้วยนะครับ” คำตอบของคนเป็นพี่ยิ่งแต่ทำให้ร่างบางงุนงง


“ทำไมพี่อุ่นพูดเหมือน...จะไปไหนล่ะครับ” น้ำเสียงร่างเล็กสั่นๆ รู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก อบอุ่นมีสายตาที่วูบไหวไปนิด


“พี่กำลังจะไปเรียนต่อ....” เขาตอบสั้นๆ แต่คนเป็นน้องต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้


“ไปไหนเหรอครับ ไกลไหม? เหนือไปหาพี่ได้หรือเปล่า? แล้วพี่อุ่นจะกลับมาตอนไหนครับ?” ร่างเล็กถามกลับไปเป็นชุด อบอุ่นจึงพรูลมหายใจออกมา


“น้ำเหนือฟังพี่นะครับ ความรักของเรายังไงมันก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่าเอาตัวเหนือมาผูกติดกับพี่เลย พี่ไปครั้งนี้อาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้ น้ำเหนือยังมีโอกาสที่จะได้เจอคนที่ดีกว่าพี่นะ เพราะฉะนั้นตัดใจจากพี่ซะนะครับ” อบอุ่นพยายามอธิบายอย่างใจเย็น น้ำเหนือมือสั่น ตัวสั่นไปหมด ไม่คิดว่าอีกคนจะหนีเขาไปอย่างนี้ สายตามองร่างสูงอย่างตัดพ้อ


“อย่างน้อยก็ช่วยบอกได้ไหมครับ ว่าจะไปไหน” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว น้ำเหนือมีทางเดียวคือต้องตัดใจสินะ แต่อย่างน้อยก็อยากจะรู้ว่าชายหนุ่มจะไปที่ใด


“มหาวิทยาลัยในโตเกียวครับ” เสียงทุ้มตอบนิ่งๆ สายตาจับผิดอะไรได้บางอย่าง คิ้วเข้มขมวดมุ่น ความคิดในหัวเริ่มตีกันยุ่ง ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือน้ำเหนือ แต่มีบางสิ่งที่เขารู้สึกว่าน้ำเหนือดูแปลกไป


“แล้วพี่อุ่นจะไปตอนไหนครับ ถ้าเหนือไม่มาวันนี้ เหนือจะรู้ไหมว่าพี่ไปแล้ว พี่ไม่คิดจะลาเหนือเลยเหรอครับ” น้ำเสียงตัดพ้ออย่างคนแสนงอนดังขึ้น อบอุ่นหลับตาลงช้าๆก่อนจะค่อยๆพรูลมหายใจออกมา


“พี่ขอโทษนะ ที่จะไปโดยไม่บอกลา แต่พี่คิดว่าจากไปแบบนี้มันคงจะง่ายกว่า พี่ขอโทษครับ” อบอุ่นรู้สึกผิดในใจที่ทำร้ายความรู้สึกของคนที่รักเขาและเขาก็รักเช่นกัน


“พี่อุ่นใจร้ายมากเลยนะครับที่จะทิ้งกันไปแบบนี้ อย่างน้อยพี่ควรจะบอกลาเหนือเหมือนกับที่เหนือกล้าบอกรักพี่ มันอาจจะง่ายสำหรับพี่ แต่มันคงไม่ง่ายเลยสำหรับเหนือ แต่ถึงยังไงก็ขอบคุณนะครับสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่พี่เคยมีให้กัน” พูดจบร่างเล็กก็หันหลังออกจากร้านแต่ก็หยุดฝีเท้าลงเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้น


“ ผมฝากน้ำเหนือด้วยนะ” คำพูดของอบอุ่นทำเอาคนฟังนิ่งอึ้งก่อนจะค่อยๆหันกลับมา


“ พี่รู้?...” เจ้าตัวถามพลางเบิกตาโพลง อบอุ่นพยักหน้าเล็กน้อย


“ พี่รู้ได้อย่างไรครับ...ว่าผมไม่ใช่น้ำเหนือ”  อบอุ่นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าพลางยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคน


“ แววตาและรอยยิ้มที่น้ำเหนือมอบให้กับพี่ พี่ไม่เคยลืมมันเลย...ต่อให้มีคนที่หน้าตาเหมือนกันขนาดไหน แต่ความน่ารักสดใสของน้ำเหนือ ก็ไม่มีใครเหมือนครับ พี่ไม่ทราบหรอกนะครับว่าทำไมน้ำเหนือถึงให้เรามาแทน แต่พี่ก็อยากจะฝากเราดูแลน้ำเหนือแทนพี่ด้วยนะ และดอกไม้ดอกนั้น...ถ้าเหนือเห็นแล้ว เขาจะเข้าใจ” คำตอบของร่างสูงทำให้ความรู้สึกไม่พอใจของล่องใต้ค่อยๆจางหายไป เด็กหนุ่มส่งยิ้มบางๆมาให้พร้อมกล่าวขอบคุณ อบอุ่นมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างเหนื่อยใจ เขาถอนใจออกมายาว ไม่คิดว่าการตัดใจจากใครสักคนมันจะยากขนาดนี้และไม่คิดว่าเขาจะมารู้สึกเจ็บปวดกับการจากลา

……………………


น้ำเหนือถามขึ้นเมื่อเห็นล่องใต้เดินกลับมาบ้าน หลังจากที่น้ำเหนือขอร้องให้ล่องใต้ปลอมเป็นตัวเองไปหาอบอุ่นแทนตนที่นอนไม่สบายอยู่บ้าน ล่องใต้กลับมาด้วยสีหน้าเศร้าจนน้ำเหนือเองยังแปลกใจ ฝาแฝดไม่พูดอะไรมากทำเพียงแค่ส่งกระถางต้นไม้ให้อีกคน ทันทีที่เห็นดอกไม้น้ำตาของน้ำเหนือก็รื้นขึ้นมาทันที


 “ทำไมเขาให้โรสแมรี่กับเหนือล่ะ? เขาจะไปไหน ทำไมมันถึงดูเหมือนเป็นการบอกลากันแบบนี้” น้ำเหนือลนลานจะลงจากเตียงจนล่องใต้ต้องจับเอาไว้ก่อน


“เขาไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น และดูเหมือนตั้งใจจะไปโดยไม่บอกลาเหนือด้วย ถ้าวันนี้เหนือไม่ให้ใต้ไปหาเขาแทน เหนือก็คงจะไม่รู้ว่าเขาไปไหน” ล่องใต้อธิบายทั้งที่รู้ว่าน้ำเหนือต้องเสียใจมากแน่ๆ น้ำเหนือน้ำตาร่วงเผาะ จนคนเป็นแฝดสงสารจับใจ น้ำเหนือได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้อีกคนรำคาญจนต้องหนีไป ล่องใต้จึงดึงร่างน้ำเหนือเข้ามากอดปลอบ


“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเหนือ พี่อุ่นเขาไม่ได้รำคาญเหนือหรอกนะและที่สำคัญเขาจับได้ว่าใต้ไม่ใช่เหนือ เขาแยกเราสองคนได้ ซึ่งสิ่งที่เขาใช้แยกเราทำให้ใต้รู้ว่าเขาเองก็รักเหนือไม่แพ้กัน ไม่อย่างนั้นเขาจะให้ดอกไม้นี้มาทำไม จริงไหม” ล่องใต้ตบหลังน้ำเหนือเบาๆ ร่างบางหันมามองกระถางต้นไม้ในมือ


 “พี่อุ่นตั้งใจจะบอกกับเหนือว่า ตั้งแต่เหนือเข้าไปในชีวิตของเขา มันทำให้เขามีชีวิตชีวา ฮึก...แต่เหนือไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องทิ้งเหนือไป” น้ำเหนือตัดพ้อชายหนุ่มถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ตาม ล่องใต้พยายามปลอบใจให้คลายเศร้า แต่เหตุการณ์นี้ทำเอาน้ำเหนือแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายอาทิตย์ก่อนจะกลับมาตั้งตัวได้โดยมีล่องใต้และครอบครัวคอยให้กำลังใจ ถึงแม้ว่าในตอนแรกพ่อของฝาแฝดจะทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ แต่ก็ได้ล่องใต้และผู้เป็นแม่คอยช่วยพูดและอธิบายให้เข้าใจจึงค่อยๆ ยอมรับได้ทีละน้อยๆ


หนึ่งปีผ่านไป

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มไม่ค่อยจะพิสมัยมันเท่าไร ชายร่างสูงยืนห่อตัวในเสื้อโค้ชตัวหนาพลางถูมือไปมาให้มันอุ่นขึ้น เขายืนรอรถบัสของมหาวิทยาลัยเพื่อกลับหอ แต่ดูท่าทางแล้วรถไม่มาสักที ด้วยความหนาวเย็นอบอุ่นจึงตัดสินใจที่จะเดินกลับเองดีกว่ายืนรออยู่กับที่ เขามาเรียนที่นี่ได้หนึ่งปีแล้วทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทาง ชายหนุ่มปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ปรับตามไปด้วยคงจะเป็นหัวใจของเขา ทุกวันนี้เขาก็ยังคงเฝ้าคิดถึงใครบางคนเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะพยายามตัดใจแค่ไหนก็ตาม ร่างสูงเดินผ่านร้านดอกไม้ที่อยู่ข้างทางพลางมองเข้าไปในนั้น ภายในร้านท่าทางอบอุ่น มันทำให้เขาคิดถึงร้านดอกไม้ของแม่ สองเท้าหยุดยืนมองเข้าไปในร้านจนเจ้าของร้านสูงอายุเดินออกมาทักทาย


“รับดอกไม้แบบไหนดีคะ” หล่อนถามด้วยน้ำเสียงใจดีแต่อบอุ่นกลับทำเพียงยิ้มให้ก่อนจะส่ายศีรษะไปมา ตาคมมองแผ่นหลังเล็กที่หันหลังจัดดอกไม้อยู่ สมองประมวลทันที คงไม่ใช่คนที่เขาคิดหรอกนะ ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปในร้านก่อนจะรวบร่างบางนั้นเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอย่างคิดถึง ร่างนั้นชะงักนิ่งหันมองคนที่กอดตนอย่างตกใจ


“เอ่อ...คุณครับ กรุณาปล่อยผมเถอะครับ” เสียงนั้นกล่าวอย่างตกใจทำให้อบอุ่นได้สติรีบปล่อยอีกคนทันที


“ขอโทษครับ ผมเข้าใจผิด ผมคิดว่าคุณเป็นคนที่ผมรู้จัก ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ” อบอุ่นโค้งขอโทษยกใหญ่พลางนึกด่าตัวเองในใจที่งี่เง่าไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปกอดคนที่ไม่รู้จักเสียได้ ทำไมเขาถึงคิดว่าคนคนนี้จะเป็นร่างเล็กนั้นไปได้นะ อยู่ไกลกันขนาดนั้นแท้ๆ ไม่มีทางที่ร่างบางจะมาอยู่ที่นี่แน่ๆ


“เอ่อ...พี่ครับ ไม่ทราบว่าจะรับดอกไม้ดอกนี้ได้ไหมครับ” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นทางด้านหลังของอบอุ่น ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยหันไปมองเด็กผู้ชายที่เขาไม่รู้จัก เด็กคนนั้นยังคงยื่นดอกไม้ดอกหนึ่งมาให้เขา ...ดอกคาเนชั่นสีชมพู อบอุ่นขมวดคิ้วมุ่นไม่เข้าใจในการกระทำของเด็กตรงหน้า


“พี่คนข้างนอกฝากมาให้ครับ” อบอุ่นรู้สึกใจกระตุกวูบ ครั้งนี้เขาจะไม่ลังเลอะไรอีกแล้ว ชายหนุ่มรับมันมาถือก่อนเปิดประตูร้านดอกไม้ออกไป เด็กหนุ่มหน้าใสยืนยิ้มให้เขาอย่างคุ้นเคย แก้มเนียนนั้นแดงระเรื่อนิดๆ ที่เห็นการกระทำของอีกคนทั้งหมดผ่านทางกระจกหน้าร้าน


“ในที่สุดพี่อุ่นก็ตอบรับความรู้สึกของเหนือสักทีนะครับ คิดว่าจะให้รอนานกว่านี้ซะอีก” น้ำเหนือพูดไม่ทันขาดคำ อบอุ่นก็ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดเสียแล้ว กอดจนแน่นเสียจนเจ็บร้าวไปหมดแต่ก็ดีใจที่ได้รับกอดนี้จากชายที่ตนรัก


“อย่าทิ้งเหนือไปอีกนะครับ เหนือไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว” น้ำเหนือพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า น้ำตามาจากไหนไม่อาจทราบได้ แต่น้ำเหนือไม่คิดจะปาดมันทิ้ง ร่างสูงก้มลงจูบซับน้ำตาข้างแก้มของร่างเล็กก่อนจะไล้ขึ้นไปยังหน้าผากมน เขากดจูบเนิ่นนานอย่างคิดถึง สายตามองสบกันอย่างห่วงหา


“พี่ขอโทษนะครับ ต่อไปนี้พี่จะไม่ทิ้งเหนือไปไหนอีกแล้ว พี่รักเหนือนะครับ” คำบอกรักที่น้ำเหนือไม่คิดว่าจะได้ยินทำเอาใจเต้นระรัว มือบางได้แต่กอดร่างสูงแน่น


“ขอบคุณที่รับความรักของเหนือนะครับ” คนตัวเล็กกว่าเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตเบาๆ อบอุ่นมองดอกคาเนชั่นสีชมพูในมือ


“ถึงอย่างไรผมก็ยังรักคุณ เพราะคุณคือคนที่อยู่ในหัวใจของผมเสมอ”


คงไม่มีใครรู้จักสิ่งที่เขารักได้ดีเท่ากับเด็กคนนี้แล้วสินะ ดอกไม้ที่อยู่ในหัวใจของอบอุ่น ดอกไม้ของนายเย็นชา                                                                                                                                     

 

…END…


 สกรีมแท็ก #พี่อุ่นน้องเหนือ




  CR.SHL
 

ผลงานอื่นๆ ของ Maylody92

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 MILDEUNKWANG (@92wannipa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 01:39
    พออ่านในหนังสือไอไลค์แล้วมาอ่านในนี้ ก็มีความรู้สึกว่าอรรถรสมันต่างกันแฮะ เหมือนมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ความน่ารักสดใสละมุนนี่ไม่ต่างกันเลย อ่านแล้วรู้สึกล่องลอยโลกสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง แต่ก็แอบเศร้านิดๆ ถือว่าดีในระดับหนึ่ง สู้ๆต่อไปนะคะไรต์ จะคอยติดตามผลงานตลอดไป
    #1
    0