คัดลอกลิงก์เเล้ว

Graruda III The Immaterial Hero มหาสงครามไร้วีรบุรุษ ( End )

โดย WOMI-MASTER

มหากาพย์ไตรภาค ภาคสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว เหตุการณ์จะเป็นเช่นไรล่ะเมือ่พระเอกเรากลายเป็นคนไม่น่าคบเข้าเสียแล้ว บทสรุปแห่งวีรบุรุษจะเป็นเช่นไร ติดตามกันเลย (จบแล้วนะครับ เม้นกันบ้างนะ^^)

ยอดวิวรวม

14,199

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


14,199

ความคิดเห็น


186

คนติดตาม


143
เรทติ้ง : 75 % จำนวนโหวต : 8
จำนวนตอน : 62 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  19 ธ.ค. 59 / 22:15 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 


 

เชื่อไม่เชื่อมันอยู่ที่คุณ จากนิยายที่ล้างผลาญ บั้นปลาย ภาคสุดท้ายนี้ กลับมีความรัก ความเสียสละ ที่ไม่ใครที่จะคิดว่า นี่หรือ ความรักของคนๆหนึ่ง เขาไม่ใช่โจรสลัด เขาไม่ใช่คนเก่งกาจ และไม่ใช่วีรบุรุษ เขาก็แค่ ผู้ชายเอาแต่ใจ

 


วูล์ฟกับมาเรีย...ชื่อภาพ ชั้นไม่เป็นไร  


ภาพโดย Nhdpun Blackshadow ต้องขอขอบคุณจริงๆเลยฮะ


                                ความลับทุกอย่างเริ่มเปิดเผยออกมาพร้อมกับการสูญเสีย กลุ่มเลดาสถึงคราวพินาศอีกครั้งด้วยฝีมือของกลุ่มโจรสลัดอินวินซิเบิล แต่ทว่า ความลับที่ทำให้เลดาสยังคงอยู่ หากสังหาญจักรพรรดิแห่งความว่างเปล่า ผู้ที่สังหาญจะก้าวสู่จักรพรรดิแทนเสียเอง ซึ่งคนที่เป็นจักรพรรดิแทนเลดาสอยู่ตอนนี้คือ เรโน่ แคเนล อดีตกัปตันแห่งไนท์ออฟกรารูด้า



                  ความสูญเสียที่ได้จากคราวนั้นคือการเสียทั้งสหายและคนรัก และโทษฐานที่กัปตันวูล์ฟ แคเนลได้กระทำผิด การทำลายผนึกแห่งจักรพรรดิ โทษที่ได้รับจากการพิพากษาสูงสุด เขาจะไม่มีความสุขตลอดชีวิต...แต่ด้วยความเมตตาของเฟรย่าจักรพรรดินีแห่งสรวงสวรรค์ จึงได้ให้วูล์ฟขอสิ่งที่ปรารถนาที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งวูล์ฟได้ขอ มาเรียให้กลับมาจากแดนความตาย แม้ว่าจะแลกอะไรก็ตาม

 วูล์ฟจึงได้ทำการยุบกลุ่มอินวินซิเบิล สมาชิกทั้งหมดเคืองกับสิ่งที่เขากระทำจึงได้ออกจากกลุ่มไป แม้กระทั่งมาเรียที่เคยรักเขาสุดหัวใจ เขาก็ตั้งใจขอไว้ว่ากับเฟรย่า ให้มาเรียลืมความรักที่เคยมีให้กับเขา...จากนี้เขาจะขอจบเรื่องทุกอย่างกัเลดาส ดยได้เดิมพันกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไปแล้ว...การเดิมพันของวีรบุรุษที่ไร้ตัวตน


แล้วคุณล่ะ อยากเป็นวีรบุรุษแบบไหนกัน......?

     
       
ภาคแรกได้กล่าวไว้ ไม่ว่าชะตากรรมจะเป็นเช่นไร ชั้นคนนี้จะขอกำหนดชะตาด้วยตัวเอง 
http://writer.dek-d.com/rainsakuya/story/view.php?id=574010

     ภาคสองได้กล่าวไว้ สิ่งที่ขอกำหนดนี้ทำให้ชั้นไม่มีทางเลือกอีกแล้ว แต่นั่นเป็นบทพิสูจน์ว่า ชั้นต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้http://writer.dek-d.com/womi/writer/view.php?id=669428
   
     
และภาคสาม ความแข็งแกร่งไม่ได้ช่วยอะไร แต่เพราะชั้นมันใจอ่อนเอง สุดท้าย ชั้นก็ไม่ใช่วีรบุษ ไม่ได้เป็นผู้ที่เก่งกาจ ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งจอมสลัด ชั้นมันก็แค่ คนเะอาแต่ใจ

 

นิยายเรื่องนี้จะขอผงาดสู่โรงพิมพ์ให้ได้เลยครับผม!!!

         เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมส์ออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องหวานชื่น ไม่จำเป็นต้องรักล้ำยุค ไม่จำเป็นต้องล้าหลัง ความก้ำกึ่งนี่แหละที่จะทำให้นิยายเรื่องนี้ไม่ซ่้ำใคร อ่านซะถ้าคุณรู้ว่้า "คุณน่ะเป็นคนเอาแต่ใจ"


มีเกมส์ให้คุณเล่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยล่ะ
 

"คุณเป็นใครในเรื่องGRARUDA"

Flag Counter
 
 

สารบัญ อัพเดท 19 ธ.ค. 59 / 22:15

บันทึกเป็น Favorite

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ WOMI-MASTER จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"วิจารณ์นิยาย Graruda III The Immaterial Hero มหาสงครามไร้บุรุษ"

(แจ้งลบ)

นิยายขนาด 27 ตอนจบ ของ WOMI-MASTER ซึ่งเป็นภาคต่อจากสองภาคแรก ผู้วิจารณ์ไม่ได้อ่านสองภาคแรก และผู้เขียนได้แนะนำ...››อ่านต่อ

นิยายขนาด 27 ตอนจบ ของ WOMI-MASTER ซึ่งเป็นภาคต่อจากสองภาคแรก ผู้วิจารณ์ไม่ได้อ่านสองภาคแรก และผู้เขียนได้แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้ และในภาคที่สามมีความยาวมาก ผู้วิจารณ์ใช้เวลาในการอ่านนานพอสมควรจึงไม่ได้กลับไปอ่านสองภาคแรก ชื่อเรื่องภาษาไทยที่แปลจากชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ คำแปลที่ถูกต้องควรจะแปลว่า “มหาสงครามไร้วีรบุรุษ” มากกว่า นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรักความเสียสละของวูฟล์ แคนแนลที่มีต่อมาเรีย ทรานซิสเตอร์หญิงอันเป็นที่รัก และความสัมพันธ์ของบรรดาเหล่าเพื่อนไพรเวเทียร์ (โจรสลัด) อินวินซิเบิล เรื่องดำเนินต่อจากภาคที่แล้วหลังจากที่วูล์ฟและเพื่อนๆ ต่อสู้กับเลดาสจนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดินแดนทั้งสาม คือ เวียน (สวรรค์) นีลแฮม (ดินแดนปีศาจ) และการูด้า (ดินแดนที่เป็นฉากสำคัญของเรื่องนี้) และยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับความสัมพันธ์ของกลุ่มไพรเวเทียร์อินวินซิเบิลโดยมีเพียงวูลฟ์ ยูริคและเทียร์ที่รู้ความจริงเกี่ยวเรื่องราวทั้งหมดว่าจะมีจุดจบอย่างไร ในภาคนี้ วูล์ฟยังคงเป็นกัปตันเรืออินวินซิเบิลได้กลับมาพบคนรักเก่าคือมาเรีย และเหล่าบรรดาไพรเวเทียร์กลุ่มอินวิซิเบิลที่ได้แยกย้ายไปดำเนินชีวิตของตน โดยที่เทียร์ดำรงตำแหน่งจักรพรรดินีแห่งนคร กราเดียร์ (อยู่ในดินแดนการูด้า) หลังจากที่พระบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ ยูริค สโควโร่และแอนนี่ได้มาเป็นองครักษ์ของจักรพรรดินีแห่งกราเดีย มาเรียเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนเซนโดมินิค นาเดียร์พี่สาวของมาเรียเป็นทหารแห่งเวิร์ดจัสติส (กองกำลังแห่งดินแดนเวียน) แอลรี่จอมดาบเป็นผู้ที่จะสืบทอดดินแดนปีศาจต่อจากบิดา(ดินแดนนีลแฮม) เรนมาเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลและเรียนวิชาแพทย์ไปพร้อมกัน รูฟปี้กุ๊กสาวแห่งอินวิซิเบิลได้มาเป็นแม่ครัวในร้านอาหาร ในภาคนี้เพิ่มตัวละครที่สำคัญคือโวมิ จอมดาบผีมือดีที่เป็นองครักษ์จักพรรดินีแห่งกราเดีย และ กีมอร์สชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมคนรักใหม่ของมาเรีย ในช่วงต้นของเรื่องเป็นการดำเนินเรื่องราวของอดีตสมาชิกไพรเวเทียอินวินซิเบิลที่ดำเนินชีวิตเป็นปกติในทางเดินชีวิตใหม่ของแต่ละคน แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้อดีตสมาชิกอินวินซิเบิลต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อปกป้องกราเดียร์และจักรพรรดินี (เทียร์) วูล์ฟต้องกลับมาปกป้องมาเรียและสหายแห่งอินวิซิเบิล เนื่องจากคิดว่าเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจของตน และยังมีการกล่าวถึงความลับที่วูล์ฟปิดบังไว้ทั้งการสลายกลุ่มอินวิซิเบิลและการต้องเลิกกับมาเรีย ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับเลดาสจอมปีศาจและลูกน้องสองคนคือวีดาสและอันซึที่จะมาเป็นผู้สร้างเรื่องเลวร้ายและหายนะต่างๆ ให้เกิดขึ้น วูล์ฟและอดีตสมาชิกอินวิซิเบิลจะสามารถปกป้องแก้ไขเรื่องร้ายต่างๆ ได้หรือไม่จึงต้องลองติดตามอ่านกัน แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นภาคต่อมาจากสองภาคแรกและตัวละครหลักยังคงเป็นกลุ่มเดิมจากภาคที่แล้ว แต่ผู้เขียนได้ให้รายละเอียดจนสามารถที่จะเข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งสองภาคได้ ผู้วิจารณ์คิดว่าการที่ไม่ได้อ่านสองภาคแรกอาจจะสนุกกว่าเพราะว่าไม่รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนจบภาคที่สอง ในการยุบกลุ่มอินวิซิเบิลและการที่มาเรียเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ผู้เขียนดำเนินเรื่องโดยเน้นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอินวิซิเบิลกับเลดาสที่เป็นไปอย่างดุเดือดเกือบตลอดทั้งเรื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่โครงเรื่องหลักแต่โครงเรื่องหลักเป็นเรื่องความสัมพันธ์และปมปัญหาความรักที่มีความซับซ้อนหว่างกัปตันวูล์ฟ แคนแนลและมาเรีย ทรานซิสเตอร์และความสัมพันธ์ของเพื่อนกลุ่มอินวิซิเบิ้ล โดยที่เลดาสจอมปีศาจเป็นผู้สร้างแผนการร้ายต่างๆ ให้เกิดขึ้น และกัปตันวูล์ฟเป็นผู้เก็บงำความลับ รวมถึงการค้นหาความจริงและแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นจากเลดาส โดยที่วูล์ฟเป็นผู้เสียสละที่จะแบกรับความเจ็บปวดและรับผิดชอบเรื่องเลวร้ายทั้งหมดด้วยชีวิตของวูล์ฟเอง โดยที่มีโครงเรื่องรองที่ผู้เขียนใช้ในการสนับสนุนโครงเรื่องหลักคือ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตบนดินแดนเวียนระหว่างอีวานกับซิลีนเซีย (ซึ่งทั้งสองมาพบกันในปัจจุบันอีกครั้งเป็นวูล์ฟกับมาเรียนั้นเอง) แต่ความรักของคนทั้งสองถูกกีดกันและจบลงด้วยโศกนาฏกรรมและทิ้งปมปัญหาไว้ ซึ่งคือ “เรโน่” ลูกชายของ อีวานและซิลีนเซียที่จะกลายมาเป็นจอมปีศาจเลดาสในอนาคต และอีกเรื่องคือ เรื่องที่กล่าวถึงความรักสามเศร้าของแฟนริลจักรพรริแห่งนีลแฮม (ดินแดนปีศาจ) มิทธาและดาซิส แฟนริลผู้เป็นพ่อของดาซิสและมิธาที่มีความรักให้แก่กัน แต่ดาซิสหลงรักมิทธาเช่นเดียวกัน ดาซิสจึงเกิดความแค้นแฟนริลและแก้แค้นผู้เป็นบิดาตนเองจนเกิดความวุ่นวายจนในดินแดนนีลแฮม ในที่สุดแฟนริลต้องฆ่าลูกชายด้วยมือของตนเองจึงสามารถที่จะยุติปัญหาได้ และตัวเขาเองก็ถูกสังหารในสงครามระหว่างดินแดนเวียนและนีลแฮมในสงครามแร็กนาร็อก ในเรื่องนี้ผู้เขียนกลับไม่ได้เน้นให้ความสำคัญกับโครงเรื่องหลักในการดำเนินเรื่อง แต่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้ระหว่างกลุ่มไพรเวเทียร์อินวิซิเบิลกับเลดาสซึ่งเป็นโครงเรื่องรอง โดยไม่ได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโครงเรื่องหลักกับโครงเรื่องรองเข้าไว้ด้วยกัน ผู้วิจารณ์ขอยอมรับว่ากว่าที่จะเข้าใจว่าโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองคืออะไรและมีความสัมพันธ์กันอย่างไรก็เมื่อต้องอ่านจนจบเรื่องและมาเขียนวิจารณ์นิยายเรื่องนี้ เพราะต้องเชื่อมโยงโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองทั้งหมดเข้าด้วยกันตามความเข้าใจจากการอ่านของผู้วิจารณ์เอง การที่ผู้เขียนไม่ได้เชื่อมโยงโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองเข้าด้วยกันทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปโดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย เมื่ออ่านถึงโครงเรื่องรองทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากโครงเรื่องรองทั้งสองน่าจะสนับสนุนให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากปมปัญหาความรักของวูล์ฟและมาเรียที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีตและส่งผลมาถึงปัจจุบัน โครงเรื่องที่ดูจะชัดเจนที่สุดคือการสร้างปมในเรื่องความทรงจำของวูล์ฟและมาเรียในวัยเด็กที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายและเป็นความทรงจำที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตจนกระทั่งเธอโตขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมดในตอนท้ายเรื่องที่วูล์ฟกลายร่างเป็นจอมปีศาจหมาป่าเพื่อช่วยมาเรียจากอันตราย สิ่งที่มาเรียเห็นในตอนเด็กคือวูล์ฟในร่างปีศาจหมาป่าที่ช่วยชีวิตมาเรียผู้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอ ส่วนโครงเรื่องอื่นๆ ผู้เขียนไม่ได้เชื่อยมโยงความสัมพันธ์ว่าต้องการที่จะสื่อสารสิ่งใดไปยังผู้อ่าน นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่ออ่านจบแล้วยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปมปัญหาที่ผู้เขียนได้สร้างขึ้นและยังไม่มีการคลี่คลายปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการที่เลดาสเป็นศัรตรูกับวูล์ฟนั้นมีเหตุมาจากสิ่งใด เกี่ยวข้องกับโครงเรื่องรองในอดีตทั้งสองเรื่องอย่างไร และชะตากรรมของกัปตันวูล์ฟกับมาเรียซึ่งจบลงเหมือนกับเหตุการณ์ระหว่างอีวานและซิลีนเซียในดินแดนเวียนมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร ผู้เขียนใช้เวลาในการดำเนินเรื่องในช่วงต้นที่เป็นการเกริ่นนำตัวละครหลักคือกลุ่มอินวิซเบิ้ลที่มีมากถึงประมาณ 1/3 ของเรื่อง โดยการดำเนินเรื่องในช่วงนี้ค่อนข้างที่จะช้าและไม่มีประเด็นที่น่าสนใจ และการเขียนฉากการต่อสู้หลายตอนซึ่งเป็นฉากต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ไม่มีเหตุผลในการต่อสู้ที่เพียงพอ และมีฉากต่อสู้หลายฉากที่ผู้เขียนไม่เขียนจนจบ โดยเขียนถึงกลุ่มอินวิซิเบิ้ลต่อสู้กับสมุนเลดาสและกลุ่มอินวิซิเบิ้ลพลาดท่าจะพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายเลดาส ผู้เขียนจะจบตอนแล้วขึ้นตอนใหม่ โดยเริ่มต้นว่ากลุ่มอินวิซิเบิลสามารถรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายมาได้ในสภาพสะบักสะบอม แต่ไม่ให้รายละเอียดว่ากลุ่มอินวิซิเบิ้ลรอดมาได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีข้อบกพร่องในประเด็นความไม่สมจริงไม่เป็นเหตุเป็นผลด้ว เช่น ความสัมพันธ์ของตัวละครใหม่คือ โวมิ กับตัวละครเดิม คือ วูล์ฟ ยูริค และสโควโร่ โวมิไม่ได้เป็นอดีตสมาชิกกลุ่มอินวิซิเบิลที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ผู้เขียนกลับให้โวมิกับวูล์ฟ ยูริค และสโควโร่มีความสนิทสนมและมีความไว้วางใจกันเป็นอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว แต่ไม่ได้ปูพื้นให้เห็นว่าเหตุใดที่จะทำให้ตัวละครเหล่านี้จึงสนิทและให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ หรือการที่จักรพรรดินีเทียร์ให้วูล์ฟ ยูริค และสโควโร่ เดินทางไปยังเนเกร่า โดยที่ไม่มีเหตุผลว่าไปทำภารกิจใด รวมถึงการที่วูล์ฟ ยูริค สโควโร่ และโวมิเดินทางไปยังฟิกาโน่ลูส โดยมีเหตุผลเพียงโวมิชวนให้ใช้เรือ “แม็กแกรน” ซึ่งปกติเป็นเรือเหาะ แต่ให้ใช้เป็นการเดินทางแบบเรือสมุทรแทนเพื่อเดินทางไป การเดินทางไปฟิกาโน่ลูสครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับกลุ่มอินวิซิเบิ้ลอย่างใหญ่หลวง แต่สาเหตุของการเดินทางไปนั้นกลับไม่เป็นเหตุเป็นผลเท่าที่ควรนัก หรือการที่วูล์ฟวางแผนหลอกเลดาสว่าตนเองได้ตายไปแล้วจากการต่อสู้กับสมุนของเลดาส แต่กลับเฉลยว่าตัวเองยังไม่ตายอย่างง่ายดายซึ่งทำให้แผนที่วางมาทั้งหมดนั้นเปล่าประโยชน์ หรือเหตุการณ์หลังจากที่มีการต่อสู้กับวีดาสอย่างดุเดือดและฝ่ายอินวิซิเบิลพลาดจนทำให้ วูลฟ์ ยูริค สโควโร่ เทียร์ หายตัวไป แต่มาเรียซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกลับจัดงานแต่งงานทั้งๆ ที่เพิ่งจะเกิดเหตุการร้ายขึ้น และเรนซึ่งรู้เรื่องการหายตัวไปของสามีตนเอง (ยูริค) และเพื่อนๆ และรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่กลับแสดงท่าทีทำให้ศัตรูไม่ไว้วางใจ ซึ่งความไม่สมเหตุสมผลทำให้ศัตรูคอยจับผิดตนเอง ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้อ่านไม่เชื่อในเรื่องที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมา ตัวละครนั้น ผู้เขียนเน้นความสำคัญของตัวละครในส่วนของกลุ่มอินวิซิเบิ้ล แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับเลดาสซึ่งเป็นตัวละครที่มีความสำคัญเป็นตัวแปรที่จะทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด ผู้เขียนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเลดาส (ซึ่งผู้วิจารณ์ไม่แน่ใจว่ามีกล่าวถึงในภาคก่อนหน้านี้หรือไม่) ความเป็นมาของเลดาส ทั้งประเด็นที่เลดาสน่าจะเป็นเรโน่ลูกชายของอีวานและซิลีนเซีย การที่เลดาสจ้องทำลายกำจัดวูฟล์ฟนั้นมีสาเหตุมาจากสิ่งใด และที่สำคัญผู้เขียนให้เลดาสเป็นจอมปีศาจแต่ไม่เคยมีเหตุการณ์ใดที่แสดงให้เห็นว่าเลดาสมีอำนาจ พลัง ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม แม้แต่ตอนท้ายเรื่องการต่อสู้ระหว่างเลดาสกับวูล์ฟในตอนท้ายเรื่องเลดาสก็พ่ายแพ้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ผู้เขียนยังมีความผิดพลาดในการในการบรรยายตัวละคร โดยเฉพาะเรนที่มีอาชีพเป็นพยาบาล ผู้เขียนมักจะเขียนสลับว่าเป็นแพทย์ ในการเขียนบทบรรยายนั้น ผู้เขียนมักจะใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียนในบทบรรยาย และทำให้เกิดความแตกต่างของระดับภาษา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการใช้คำที่ไม่ตรงกับความหมาย เช่น “กัมปนาท” แปลว่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผู้เขียนใช้คำนี้ในความหมายที่แปลว่ายิ่งใหญ่ในหลายที่ คำว่า “วารี” ซึ่งแปลว่า “น้ำ” ไม่ใช่ “แม่น้ำ” คำว่า “อรุณ” แปลว่า เวลาใกล้ที่พระอาทิตย์ขึ้น หรือ เวลาเช้า ผู้เขียนใช้ในความหมายว่าดวงอาทิตย์หรือแสงอาทิตย์ คำว่า “อเวจี” หมายถึงขุมหนึ่งของนรกที่ชื่อว่าอเวจี ไม่ได้หมายความถึงนรกตามที่ผู้เขียนสื่อความหมาย คำว่า “แวบตัว” ซึ่งควรจะใช้คำว่า “หายตัว” มากกว่า ผู้วิจารณ์อยากให้ผู้เขียนศึกษาความหมายในพจนานุกรม เพื่อที่จะใช้คำที่สื่อความหมายที่เป็นที่รับรู้กันทั่วไปและทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนได้อย่างถูกต้อง สำหรับคำผิดนั้น ในช่วงต้นผู้เขียนมักจะพิมพ์สระ อู เป็นสระ อุ ส่วนคำผิดที่พบ (ตัวแรกเป็นคำที่เขียนผิด ตัวหลังเป็นคำที่แก้ถูก) ตนก-ตระหนก ไลล่า-ไล่ล่า เขลอะ-เขรอะ องค์รักษ์-องครักษ์ เปลี่ยม-เปี่ยม ปะดาบ-ประดาบ ประสพความสำเร็จ-ประสบความสำเร็จ ลาลา-ร่ำลา กระดี๋กระด๋า-กระดี้กระด้า เล่ล่อน-เร่ร่อน ถานะ-ฐานะ โยงรยางค์-ระโยงระยาง รูปกระทำนามกระทำ-รูปธรรมนามธรรม ปลิปาก-ปริปาก บาดแผลที่ชีช้ำ-บาดแผลที่ชอกช้ำ ร่มลื่น-ร่มรื่น สาระแหง-หัวระแหง เสียงดังซอกแซก-เสียงดังแซงแซ่ ยังมีคำผิดอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ยกมาเนื่องจากเป็นคำผิดที่เกิดจากการพิมพ์ผิด ผู้เขียนควรตรวจทานอีกครั้ง โดยภาพรวมของนิยายเรื่อง Graruda III The Immaterial Hero มหาสงครามไร้บุรุษ ยังต้อมีการปรับแก้เป็นอย่างมาก การที่ผู้เขียนจะเขียนเป็นนิยายขนาดยาว 27 บท และแต่ละบทมีสองตอนซึ่งมีความยาวมาก จึงต้องระวังในการเชื่อมต่อเรื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันให้มีความชัดเจนมีความเป็นเหตุเป็นผลเป็นที่น่าสนใจ การเขียนที่เลือกใช้คำที่มีความหมายที่ถูกต้อง การรักษาระดับภาษาให้มีความกลมกลืน ทั้งนี้เพื่อที่จะสื่อความหมายในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านรับรู้ในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการได้ ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนยังไม่ได้สื่อออกมาที่ชัดเจน ‹‹ย่อ

bluewhale | 5 ม.ค. 56

  • 6

  • 1

"บทวิจารณ์. Graruda III"

(แจ้งลบ)

สวัสดีค่ะคุณโวมิ ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องการทำงานล้าช้าจริงๆค่ะ มันช้ามากจริงๆขอโทษด้วย แต่ก็แอบดีใจ เพราะถ้...››อ่านต่อ

สวัสดีค่ะคุณโวมิ ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องการทำงานล้าช้าจริงๆค่ะ มันช้ามากจริงๆขอโทษด้วย แต่ก็แอบดีใจ เพราะถ้าวิจารณ์เร็วไปเดี๋ยวอ่านนิยายคุณไม่จบ ฮ่า #โดนร้องเท้าปริศนาฟาดหัว โอเคเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราลองมาเริ่มกันดีกว่านะคะ [ เหมือนเรากำลังคุยกับจอมดาบอยู่เลยเว้ย ฮ่าๆ ] เริ่มกันที่เรื่องที่ทำให้เราประทับใจแต่แรกพบค่ะ -- ชื่อเรื่อง Graruda III The Immaterial Hero ไม่ว่าใครเห็นคงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในชื่อนี้ คำว่า Graruda ลักษณะคำของมันก็คือความหนักแน่นอยู่แล้วเพราะสื่อถึงดินแดนที่ยิ่งใหญ่ในเรื่องนี้ ยิ่งมาเจอ The Immerterial Hero หรือวีรบุรุษ ทำให้ชื่อนี้เพิ่มความอลังการขึ้นเป็นเท่าตัวค่ะ ทั้งสองอย่างมีความเกี่ยวข้องกับตัวโครงหลักเรื่องอย่างมากเพราะในครั้งนี้พระเอกของเราได้กลายมาเป็นคนที่เอาแต่ใจส่งผลให้ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงความเป็นวีรบุรุษของเขาเท่าไร ถ้าเราเป็นนักอ่านคนหนึ่งที่มาเห็นชื่อนิยายนี้ แน่นอนว่าชื่อคุณดึงให้เราอยากจะลองลิ้มรสเนื้อหาด้านไหน แต่ก็อาจมีบางส่วนที่แปลไม่ออก พวกเขามีโอกาสที่จะหยิบนิยายคุณอยู่ค่ะแต่คงไม่ทั้งหมด สิ่งที่จะช่วยดึงพวกเขาได้คือเรื่องย่อที่มีไว้พรรณนาสรรพคุณของนิยายเรื่องนี้ ใส่ความน่าตื่นเต้น เร้าใจ ความน่าติดตามลงไปค่ะแล้วมันจะได้ผล สรุปสั้นๆค่ะ คุณสร้างชื่อนิยายมาถูกทางแล้วทั้งครอบคลุมตัวโครง ได้อารมณ์ตั้งแต่แรกเห็น และมีความอลังการเท่าตัวเนื้อหาด้านในพุดง่ายๆก็คือมีเสน่ห์นั่นแหละค่ะ เราก็ขอชื่นชมในเรื่องนี้ค่ะ :) [ แต่ถ้านิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์จริงๆ ก็อย่าลืมหาชื่อภาษาไทยใส่ปกหน่อยนะคะ ] รู้สึกว่าเรื่องชื่อเรื่องจะไม่มีปัญหานะคะ มาต่อที่เรื่องใหม่เลยแล้วกันค่ะ นิยายเรื่องนี้แบ่งออกเป็นสามภาค แน่นอนว่าการวางโครงของคุณนั้นยากและต้องคงความเร้าใจตามแนวนิยายของคุณ เราได้อ่านแค่ภาคสามนะคะคงจะพูดอะไรไม่ได้มาก แต่สำหรับเราแล้วเมื่ออ่านไปเรื่อยๆก็พอพูดได้ค่ะว่าคุณวางพล็อตมาดีและรักษาปริมาณรายละเอียดเพิ่มเติมไว้อย่างเหมาะสม มันไม่มากและไม่น้อย ไม่เกินจนทำอารมณ์กร่อยแต่ก็ไม่มากจนทำให้คนอ่านปวดขมับ แต่แอบเสียดายเล็กน้อยที่ตอนแรกๆของภาคนี้มีความดึงดูดที่ไม่มากเท่าไร คล้ายๆกับความน่าสนใจมันเทมาอยู่แถวกลางถึงท้ายเรื่องเสียหมด และแน่นอนว่าตั้งแต่หลายถึงเรื่องจนถึงย่อหน้าสุดท้ายของนิยายมันมันส์จนหยดสุดท้ายจริงๆ จนถึงตอนนี้เรายังรู้สึกอยู่เลยว่าเรื่องนี้สมควรนำไปทำเป็นอนิเมะสักเรื่องแล้วโลดแล่นอยู่บนจอโทรทัศน์ ฮ่าๆ... ก่อนที่จะเพ้อเจ้อมากไปกว่านี้เราดึงตัวเองกลับมากันดีกว่าค่ะ แต่การที่ครึ่งแรกไม่ค่อยดึงดูดไม่ใช่ปัญหาเท่าไรค่ะ เพราะพวกที่อ่านมาจากภาคสองย่อมอยากติดตามภาคสามต่อแน่ [ ถ้าภาคสองอารมณ์ไม่กร่อยน่ะนะ ฮิๆ ] แถมยังไงมันก็ไม่มีใครที่อยู่ๆกระโดดเด้งมาอ่านภาคสามแน่ๆ [ คิดว่านะ ] ใจจริงอยากวิเคราะห์โครงของเรื่องนี้มากเพราะคงสนุกไม่น้อย เพียงแต่เราได้อ่านแค่ภาคสามคงจะทำได้ไม่เต็มที่เท่าไรนัก เพราะอย่างนั้นเราขออนุญาตวิเคราะห์แค่ภาคนี้นะคะ เรื่องนี้เปิดเรื่องขึ้นโดยมีปมปัญหาคือการที่เหล่าโจรสลัดถูกจับไปลงนรกเดธเอน ทำให้สี่หนุ่มของเราต้องออกตามหาสาเหตุ ปมนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการจะดำเนินเรื่องต่อไปจริงๆ แต่เพราะปมนี้มันดำเนินเนื้อหายาวมากในช่วงต้นอารมณ์ของนักอ่านก็อาจมีกร่อยไปบ้างค่ะ เพราะถึงจะเป็นปมๆหนึ่งแต่มันก็เป็นแค่ปลายของปมหลักที่ถูกขมวดอยู่ในท้ายเรื่อง แต่มันก็ความสำคัญอยู่ดีเพราะเป็นเนื้อหาที่จะโยงใยหลายๆอย่าง มาต่อที่ปมต่อไปนั่นคือเรื่องความรักของวูล์ฟค่ะ ด้วยความที่มาเรียสาวแรงยักษ์กลายเป็นมาเรียคนใหม่ที่ไปหลงรักกิสมอร์ทำให้กัปตันของเราทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ปมนี้สำคัญมากเพราะมันมีผลต่อเรื่องในช่วงหลังแทบทั้งหมด การผูกปมๆนี้เราชื่นชมค่ะเพราะมันกระแทกใจผู้อ่านได้ดีทีเดียวและไม่น่าเบื่อด้วย ปมที่สามก็คือแผนการของเลดาส แน่นอนว่าไม่มีไอ้หมดนี่เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นคงไม่เกิดขึ้น นี่เป็นปมใหญ่ๆที่ทำคนอ่านระทึกได้ตลอดเวลาเพาะมันอาจใช้ลูกไม้ใหม่เรื่อยๆ [ แถมตอนสุดท้ายที่เราอ่านมาเรื่อยๆบ่งบอกให้เห็นว่าสมองของเลดาสนั้นหยักเยอะจริงๆ ] และปมที่เป็นส่วนสำคัญมากของเรื่องนี้คือวันพิพากษาซึ่งถ้าไม่มีวันนั้นก็คงไม่มีวันนี้ของทุกคน ปมนี้สำหรับเรามันเจ๋งมากตามสเต็ปแบบในการ์ตูนจริงๆ [ ก็เร้าใจดีนี่คะ อิอิ ] ส่วนปมอื่นๆก็คงไม่พ้นรายละเอียดที่ทำให้ผู้อ่านฉงนและสนุกไปกับนิยาย ทั้งคำเตือนที่ว่าให้ระวังคนรอบข้าง ทั้งตัวตนของวีดาร์ คำทำนาย ภาพนัยน์ตาวิบัติของวูล์ฟ... ปมทั้งหมดที่มีมานั้นน่าประทับใจมากค่ะ มันเสริมให้เรื่องนี้ยิ่งใหญ่ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวทีเดียว แถมยังให้ผู้อ่านสับสน ฉงน เนื้อเต้น และตื่นเต้น โดยเฉพาะตอนท้าย.. ก็อย่างที่บอก “ ถ้ายังอ่านไม่จบอย่าตัดสินนิยายเรื่องนี้ ” เพราะมันจะทำให้คุณคาดไม่ถึงว่ามันจะอลังการงานสร้างระดับพระกาฬขนาดนี้ ๕๕ แถมปมต่างๆนั้นก็ทำให้ผู้อ่านได้ขบคิดสนุกๆและอยากติดตามเรื่องของคุณไป เป็นตัวเสริมอรรถรสให้เขาไม่อยากทิ้งนิยายของคุณไปค่ะ :) จำที่พูดไปได้หรือเปล่าว่าน่าจะเอาไปทำเป็นการ์ตูน อาฮะ เพราะมันเป็นพล็อตที่มีลักษณะคล้ายกับการเอาการ์ตูนแนวต่างๆมายำรวมกันเป็นเรื่องเดียว บางจุดเลยทำให้ดูโอเวอร์ไปบ้าง ผู้อ่านบางคนอาจถอนหายใจเล็กน้อยก็ได้กับการที่มันจะเกินขอบเขตของมนุษย์มากเกิน เช่น ตอนที่กิสมอร์สู้กับวูล์ฟก่อนลงเดธเอน ที่มาเรียโจมตีวูล์ฟจนพระเอกของเราต้องทะลุบ้านช่องไปห้าหลัง.. คือแบบบ้านมันก็มีความทนทานสูงนะคะแล้วโจมตีทะลุไปตั้งห้าหลัง? ไม่ถียงว่ามาเรียเป็นสาวแรงยักษ์แต่ถ้าทะลุไปแบบนั้นแล้วยังลุกขึ้นมาได้มันเวอร์มาก แข็งแกร่งขนาดไหนก็แทบไม่มีทางลุกค่ะ แน่นอนกระดูกต้องหักกล้ามเนื้อก็ต้องได้รับการกระทบกระเทือนมาก แต่ไหนจะระบบประสาทและอื่นๆอีก ถึงแม้วูล์ฟจะเก่งขั้นเทพและแข็งแรงขนาดไหน แต่ขอให้อยู่บนความสมเหตุสมผลนิดนึงว่าเขายังมีสภาพร่างกายเป็นคนอยู่นะ ก็ที่เราติดในเรื่องของโครงก็คือความเวอร์เวลาโชว์พลังนี่แหละค่ะ แหะๆ ในเรื่องรายละเอียดและการดำเนินเรื่อง คุณก็ยังรักษาให้มันน่าสนใจได้อยู่แต่ในบางครั้งมันขาดการบรรยายในบางเรื่องทำให้การดำเนินเรื่องและตัวโครงไม่มีน้ำหนักรองรับนัก เช่น เรื่องสภาพแวดล้อมรอบข้างนั้นเราตามไม่ทันจริงๆค่ะเพราะการบรรยายของคุณจะเน้นที่ตัวละครมากจนไม่ได้มีรายละเอียดที่จุดอื่นเลย อย่างลักษณะบ้านเรือนเราก็นึกภาพไม่ออกว่ามันเป็นแบบไหนเป็นยังไง บางครั้งก็งงว่านี่กลางคืนแล้วเหรอผ่านไปเร็วจัง หรือแม้แต่บางครั้งที่นึกภาพตัวละครออกแต่ไม่มีรายละเอียดเสริมอย่างเรื่องเสื้อผ้า แต่ไม่ใช่ว่าต้องบรรยายการแต่งตัวในวันนั้นๆหรอกนะคะแต่อย่างน้อยขอแค่ลักษณะเสื้อผ้าที่ใส่ในทุกๆวันก็พอแล้ว [ คุณอาจจะมีบรรยายเรื่องนี้ในภาคอื่นๆแต่ตราบใดที่คุณสร้างภาคใหม่ขึ้นมาก็ต้องจัดแจงใส่รายละเอียดเหล่านี้อีกทีด้วยนะคะ ] ก็ตัวอย่างที่กล่าวมาก็มีผลให้จินตนาการของเราในนิยายเรื่องนี้มีไม่มากเท่าที่ควรค่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้นึกภาพอะไรไม่ออกเลยนะ เพราะอย่างน้อยตอนที่ทุกคนคุยกันเราก็พอที่จะจินตนาการลักษณะและสีหน้าของแต่ละคนได้บ้างค่ะ ที่จริงตัวอย่างที่ดีในเรื่องก็มีเยอะนะคะ อย่างตอนที่ออกทะเลครั้งแรกตอนนั้นเราก็นึกภาพทะเลออกค่ะหรืออย่างตอนที่กิสมอร์ขอมาเรียเป็นแฟนก็นึกออก แบบนั้นแหละอยากได้บรรยายแบบทำนองนั้นค่ะ และส่วนนึงที่มันไม่ค่อยโอเคเท่าไรคือเดธเอน คือทีแรกก็พรรณนาเสียเราคิดว่ามันจะน่ากลัวเกินกว่าอะไรทั้งสิ้น แต่เอาเข้าจริงกลับทำลายทิ้งง่ายมากจนแอบเสียดาย ภาพที่วาดไว้พังทลายเลยทีเดียวเชียว แต่เหตุการณ์ในภาคที่แล้วเห็นว่ามีเรื่องที่ว่าเคยติดคุกนี้มาก่อนนี่เนอะ ระบบที่แข็งแกร่งอาจถูกทำลายไปแล้วล่ะมั้ง.. [ แต่ถ้าวูล์ฟจะทำลายได้ง่ายขนาดนี้ทำไมไม่แหกมาตั้งแต่แรกเลยล่ะเนี่ย :3 ] ส่วนการดำเนินเรื่องนั้น คือการดำเนินเรื่องของคุณก็ไปเรื่อยๆสมเหตุสมผลนะคะถ้าไม่ติดเรื่องเวลา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราแปลกใจหรืองงก็เพราะเวลานี่แหละค่ะ อย่างตอนไปแดนเวียน.. จนถึงตอนนี้เราก็ยังคงฉงนอยู่ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนกันแน่ ทุกอย่างมันดำเนินไปเร็วมากในช่วงเวลาสั้นๆ หรือบางครั้งมันก็นานจนออกจะงงๆอยู่ ถ้าจะแนะนำก็ให้คนรอบข้างลองอ่านและให้เขาเสนอความคิดเห็นดูนะคะ แต่ที่แน่ๆเนื้อหาของคุณนั้นเร้าใจเรามากเลยทีเดียว อรรถรสเต็มเปี่ยมครบสุดๆทำให้ใจของเรานั้นระทึกไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ทั้งตอนที่มาเรียรับช่อดอกไม้พร้อมวูล์ฟ ทั้งฉากต่อสู้ทั้งหลาย อีกทั้งตอนจบที่ซึ้งสุดๆ [ ถ้าเพิ่มการบรรยายไปหน่อยมันจะซึ้งกว่านี้นะ ฮิๆ ] อยากจะบอกว่ามันสนุกสุดยอดไปเลยค่ะ XD สำหรับตัวละครของนิยายเรื่องนี้ ในเรื่องชองชื่อนั้นก็ประทับใจเราอยู่ค่ะ ชื่อแต่ละชื่อก็เพราะๆและมีอารมณ์-เสน่ห์แตกต่างกันไป แม้บางชื่อจะเหมือนกับตัวละครในการ์ตูนจนเราอ่านไปก็สงสัยก็ตามที ฮี่ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ มาดูที่นิสัยตัวละคร บอกตามตรงว่านิสัยพื้นฐานของตัวละครทุกตัวแทบจะบอกได้ว่ามาจากพิมพ์เดียวกันทั้งหมดจะมีความแตกต่างกันบ้างที่ลักษณะพิเศษที่เพิ่มเข้ามา แต่ลักษณะคำพูดโดยปกติก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรเลยจนบางครั้งที่มีประโยคคำพูดโดยที่ไม่มีการกำกับว่าใครพูดเราก็งงเหมือนกันค่ะ แต่พวกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไรหรอก ที่สำคัญคือลักษณะนิสัยของพวกตัวประกอบอย่างทหาร อย่างบางครั้งทั้งๆที่อยู่ในแถวทหารแต่กลับหันหน้าคุยกัน คือมันไม่มีคำว่าวินัยทหารเลยนะ เข้าใจว่าเรื่องที่พวกเขาได้ยินนั้นเรื่องใหญ่แต่ถูกฝึกมายังไงให้มาแสดงอาการอย่างคนธรรมดาแบบนี้กันละเนี่ย และเรื่องที่งงอีกอย่างคือสรุปแล้วเจ้าจอมอสูรนั้นชื่อ ฮิโดร่า หรือ ฮิราโด้ กันแน่ โอเคค่ะนี่ก็หัวข้อสุดท้ายที่จะมาจับประเด็นแล้ว มันคือการใช้คำและการบรรยาย เชื่อว่าสำนักวิจารณ์อื่นๆคงพูดเรื่องนี้กันไว้ไม่น้อยเลยเพราะของเราก็ไม่น้อยเหมือนกัน อยากจะบอกตรงๆว่านิยายของคุณไปได้ไกลกว่านี้แน่นอนถ้าไม่ติดที่ปัญหาการบรรยายและการใช้คำ ขอเกริ่นนำว่าทุกอย่างข้างต้นตั้งแต่ชื่อเรื่องร่ายลงมาจนถึงตัวละคร ไม่มีเรื่องไหนที่เราจะหนักใจเท่าเองนี้ค่ะ มันไม่ได้แย่มากแต่บางครั้งการเรียบเรียงของคุณยังคงติดประเด็นปัญหาอยู่ เพราะมีส่วนทำให้ผู้อ่านอารมณ์สะดุดหรือไม่มีอารมณ์ร่วมตาม ก็จะแยกให้เห็นเป็นเรื่องๆไปนะคะ การเรียบเรียงประโยค เช่น “ ...แต่ข้าว่าเจ้าอย่าหลงระเริงกับแผนของเจ้ามากนักหรอกนะ ” ไม่รู้ว่านี่เป็นคำพูดเตือนหรือเป็นเชิงคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ถ้าเป็นเตือนจะได้ว่า “แต่ข้าว่าเจ้าอย่าหลงระเริงกับแผนของเจ้ามากนักจะดีกว่านะ ” แต่ถ้าคำถามก็จะได้ว่า “ เจ้าคงไม่ได้หลงระเริงไปกับแผนของเจ้ามากนักหรอกนะ ” หรืออีกตัวอย่างนึงที่เราเจอค่ะ “ แล้วเทียร์ สควอโร่ ยูริค พวกนั้นไม่ปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้ ” เข้าใจความหมายนะคะ แต่มันกำกวมว่าสรุปแล้วนี่เป็นประโยคบอกเล่าหรือคำถามกันแน่ ถ้าจะเป็นบอกเล่าก็จะได้ทำนองว่า “ เทียร์ สควอโร่ ยูริค พวกนั้นต้องไม่ปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้สิ ” หรือถ้าคำถามก็จะประมาณว่า “ แล้วเทียร์ สควอโร่ ยูริค ทำไมพวกนั้นปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้ ” เรื่องนี้มีให้เราเห็นอยู่เรื่อยๆค่ะ ยังไงก็ลองอ่านทวนๆดูนะคะ การลากเสียงยาว อย่างเช่น อ๊ากกกกกกก เป็นต้น คือเข้าใจว่ามันร้องยาวมาก แต่ขอให้รักษาจำนวนตัว ก ให้มีมากไม่เกินห้าถึงหกตัวนะคะ ละสำหับบางคำอย่าง ฉึกกก คำนี้มันควรจะเป็น ฉึก สั้นๆมากกว่าค่ะ การใช้คำซ้ำหลายๆครั้ง เช่น “ เลดาสได้หลบหนีไปได้ ” มีผลให้ประโยคสละสลวยน้อยลงเพราะใช้คำเปลืองค่ะ อย่างประโยคนี้แค่ตัดคำว่า ได้ ตัวใดตัวนึงทิ้งไปก็ไม่ได้ความที่แตกต่างเลยล่ะค่ะ เรื่องนี้ก็มห้ลองอ่านตรวจทานดูนะคะ อ่านแล้วงง เช่น “ ห้องอดีตผู้อำนวยการ ในวันรุ่งขึ้นมันพร้อมที่จะโดนย้ายออก ” คือการย้ายห้องออกมันทำได้ยังไงเราไม่ค่อยจะเข้าใจ มันตอกเสาตอกหินตอกทุกอย่างให้ยึนยู่กับที่ คือถ้าจะย้ายสู้ทุบทิ้งหรือเปลี่ยนไปใช้ทำอย่างอื่นยังง่ายและประหยัดกว่าด้วยค่ะ พิมพ์ตก เช่น “ โรงละครกลายเป็นซาก ไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากคาวโลหิต ” มันต้องเป็น กลิ่นคาวโลหิต นะคะ เพราะคาวคือกลิ่นเหม็น สำหรับด้านนี้มีให้เห็นไม่น้อยนะคะ การใช้คำผิด จะมีทั้งแบบพิมพ์เร็วจนลืมเช็คและเพราะความเข้าใจค่ะ ที่พิมพ์เร็วนั้น เช่น “ ...คงจะสาสมใจจักรพรรดิใจโฉแดแล้วล่ะสินะ ” ก็จะเป็นการที่ตัวอักษรตัวอื่นๆแทรกเข้ามาค่ะ , “ ฮ่ะๆ สควอโณ่ ” อันนี้คงกด shift ค้างเลยพิมพ์ผิด , คำที่เคยเห็นว่าพิมพ์ถูกผิดสลับไปมาๆ เช่น ละเลิง และ ระเริง ซึ่ง ระเริง คือคำที่ถูกต้อง พิมพ์ผิดเพราะไม่รู้ เช่น “ นักเรียนจอมเวทย์ ” นี่คือคำผิดยอดฮิตของแทบทุกคนค่ะ เวทย์ หมายความว่า ควรจะรู้หรือควรระลึก มันต้องใช้คำว่า เวท ที่แปลว่า พลังศักดิ์สิทธิ นะคะ , องค์รักษ์ ต้องเป็น องครักษ์ , เกรียติ ต้องเป็น เกียรติ , อสูรกาย ต้องเป็น อสุรกาย , ค้อน ต้องเป็น ค้อน , พล่า ต้องเป็น พร่า , สึกหล่อ ต้องเป็น สึกหรอ , ทยาน ต้องเป็น ทะยาน , อำนาท ต้องเป็น อำนาจ , ลูกโปร่ง ต้องเป็น ลูกโป่ง , ระเบียด ต้องเป็น กระเบียด , ประทะ ต้องเป็น ปะทะ , ร้อนลน ต้องเป็น ร้อนรน , คองสติ ต้องเป็น ครองสติ ฯลฯ แนะนำเหมือนเดิมว่าให้อ่านทบทวนเรื่อยๆ การใช้คำนาม อันนี้นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆค่ะ คืออันนี้จำไม่ได้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหนแต่มันจะเป็นประโยคทำนองว่าอาวุธมีความคิดมีจิตใจที่จะตามใจตนเองน่ะค่ะ ซึ่งที่จริงแล้วคนใช้ของพวกมันต่างหากที่จะใช้อาวุธได้ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะที่เราไม่ได้จดบันทึกเอาไว้ ก็เรื่องการบรรยายหลักๆก็มีเท่านี้ วิธีการแก้นั้นก็เหมือนกันหมดคือให้อ่านทวนตรวจทานดู แต่เป็นไปได้อยากให้พิมพ์ออกมาแล้วอ่านเอาค่ะเดี๋ยวตาหล้าแถมทำให้สายตาเสียด้วย และที่สำคัญที่สุดสำหรับการบรรยายคือการใช้ภาษาอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาวรรณศิลป์มากเกินไปแต่ขอแค่มีความพอดีและสละสลวยก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ :) ‹‹ย่อ

elda chan | 20 ม.ค. 56

  • 4

  • 0

ดูต่อทั้งหมด

คำนิยมล่าสุด

"บทวิจารณ์. Graruda III"

(แจ้งลบ)

สวัสดีค่ะคุณโวมิ ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องการทำงานล้าช้าจริงๆค่ะ มันช้ามากจริงๆขอโทษด้วย แต่ก็แอบดีใจ เพราะถ้...››อ่านต่อ

สวัสดีค่ะคุณโวมิ ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องการทำงานล้าช้าจริงๆค่ะ มันช้ามากจริงๆขอโทษด้วย แต่ก็แอบดีใจ เพราะถ้าวิจารณ์เร็วไปเดี๋ยวอ่านนิยายคุณไม่จบ ฮ่า #โดนร้องเท้าปริศนาฟาดหัว โอเคเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราลองมาเริ่มกันดีกว่านะคะ [ เหมือนเรากำลังคุยกับจอมดาบอยู่เลยเว้ย ฮ่าๆ ] เริ่มกันที่เรื่องที่ทำให้เราประทับใจแต่แรกพบค่ะ -- ชื่อเรื่อง Graruda III The Immaterial Hero ไม่ว่าใครเห็นคงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในชื่อนี้ คำว่า Graruda ลักษณะคำของมันก็คือความหนักแน่นอยู่แล้วเพราะสื่อถึงดินแดนที่ยิ่งใหญ่ในเรื่องนี้ ยิ่งมาเจอ The Immerterial Hero หรือวีรบุรุษ ทำให้ชื่อนี้เพิ่มความอลังการขึ้นเป็นเท่าตัวค่ะ ทั้งสองอย่างมีความเกี่ยวข้องกับตัวโครงหลักเรื่องอย่างมากเพราะในครั้งนี้พระเอกของเราได้กลายมาเป็นคนที่เอาแต่ใจส่งผลให้ไม่มีใครสามารถสัมผัสถึงความเป็นวีรบุรุษของเขาเท่าไร ถ้าเราเป็นนักอ่านคนหนึ่งที่มาเห็นชื่อนิยายนี้ แน่นอนว่าชื่อคุณดึงให้เราอยากจะลองลิ้มรสเนื้อหาด้านไหน แต่ก็อาจมีบางส่วนที่แปลไม่ออก พวกเขามีโอกาสที่จะหยิบนิยายคุณอยู่ค่ะแต่คงไม่ทั้งหมด สิ่งที่จะช่วยดึงพวกเขาได้คือเรื่องย่อที่มีไว้พรรณนาสรรพคุณของนิยายเรื่องนี้ ใส่ความน่าตื่นเต้น เร้าใจ ความน่าติดตามลงไปค่ะแล้วมันจะได้ผล สรุปสั้นๆค่ะ คุณสร้างชื่อนิยายมาถูกทางแล้วทั้งครอบคลุมตัวโครง ได้อารมณ์ตั้งแต่แรกเห็น และมีความอลังการเท่าตัวเนื้อหาด้านในพุดง่ายๆก็คือมีเสน่ห์นั่นแหละค่ะ เราก็ขอชื่นชมในเรื่องนี้ค่ะ :) [ แต่ถ้านิยายเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์จริงๆ ก็อย่าลืมหาชื่อภาษาไทยใส่ปกหน่อยนะคะ ] รู้สึกว่าเรื่องชื่อเรื่องจะไม่มีปัญหานะคะ มาต่อที่เรื่องใหม่เลยแล้วกันค่ะ นิยายเรื่องนี้แบ่งออกเป็นสามภาค แน่นอนว่าการวางโครงของคุณนั้นยากและต้องคงความเร้าใจตามแนวนิยายของคุณ เราได้อ่านแค่ภาคสามนะคะคงจะพูดอะไรไม่ได้มาก แต่สำหรับเราแล้วเมื่ออ่านไปเรื่อยๆก็พอพูดได้ค่ะว่าคุณวางพล็อตมาดีและรักษาปริมาณรายละเอียดเพิ่มเติมไว้อย่างเหมาะสม มันไม่มากและไม่น้อย ไม่เกินจนทำอารมณ์กร่อยแต่ก็ไม่มากจนทำให้คนอ่านปวดขมับ แต่แอบเสียดายเล็กน้อยที่ตอนแรกๆของภาคนี้มีความดึงดูดที่ไม่มากเท่าไร คล้ายๆกับความน่าสนใจมันเทมาอยู่แถวกลางถึงท้ายเรื่องเสียหมด และแน่นอนว่าตั้งแต่หลายถึงเรื่องจนถึงย่อหน้าสุดท้ายของนิยายมันมันส์จนหยดสุดท้ายจริงๆ จนถึงตอนนี้เรายังรู้สึกอยู่เลยว่าเรื่องนี้สมควรนำไปทำเป็นอนิเมะสักเรื่องแล้วโลดแล่นอยู่บนจอโทรทัศน์ ฮ่าๆ... ก่อนที่จะเพ้อเจ้อมากไปกว่านี้เราดึงตัวเองกลับมากันดีกว่าค่ะ แต่การที่ครึ่งแรกไม่ค่อยดึงดูดไม่ใช่ปัญหาเท่าไรค่ะ เพราะพวกที่อ่านมาจากภาคสองย่อมอยากติดตามภาคสามต่อแน่ [ ถ้าภาคสองอารมณ์ไม่กร่อยน่ะนะ ฮิๆ ] แถมยังไงมันก็ไม่มีใครที่อยู่ๆกระโดดเด้งมาอ่านภาคสามแน่ๆ [ คิดว่านะ ] ใจจริงอยากวิเคราะห์โครงของเรื่องนี้มากเพราะคงสนุกไม่น้อย เพียงแต่เราได้อ่านแค่ภาคสามคงจะทำได้ไม่เต็มที่เท่าไรนัก เพราะอย่างนั้นเราขออนุญาตวิเคราะห์แค่ภาคนี้นะคะ เรื่องนี้เปิดเรื่องขึ้นโดยมีปมปัญหาคือการที่เหล่าโจรสลัดถูกจับไปลงนรกเดธเอน ทำให้สี่หนุ่มของเราต้องออกตามหาสาเหตุ ปมนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการจะดำเนินเรื่องต่อไปจริงๆ แต่เพราะปมนี้มันดำเนินเนื้อหายาวมากในช่วงต้นอารมณ์ของนักอ่านก็อาจมีกร่อยไปบ้างค่ะ เพราะถึงจะเป็นปมๆหนึ่งแต่มันก็เป็นแค่ปลายของปมหลักที่ถูกขมวดอยู่ในท้ายเรื่อง แต่มันก็ความสำคัญอยู่ดีเพราะเป็นเนื้อหาที่จะโยงใยหลายๆอย่าง มาต่อที่ปมต่อไปนั่นคือเรื่องความรักของวูล์ฟค่ะ ด้วยความที่มาเรียสาวแรงยักษ์กลายเป็นมาเรียคนใหม่ที่ไปหลงรักกิสมอร์ทำให้กัปตันของเราทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส ปมนี้สำคัญมากเพราะมันมีผลต่อเรื่องในช่วงหลังแทบทั้งหมด การผูกปมๆนี้เราชื่นชมค่ะเพราะมันกระแทกใจผู้อ่านได้ดีทีเดียวและไม่น่าเบื่อด้วย ปมที่สามก็คือแผนการของเลดาส แน่นอนว่าไม่มีไอ้หมดนี่เรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นคงไม่เกิดขึ้น นี่เป็นปมใหญ่ๆที่ทำคนอ่านระทึกได้ตลอดเวลาเพาะมันอาจใช้ลูกไม้ใหม่เรื่อยๆ [ แถมตอนสุดท้ายที่เราอ่านมาเรื่อยๆบ่งบอกให้เห็นว่าสมองของเลดาสนั้นหยักเยอะจริงๆ ] และปมที่เป็นส่วนสำคัญมากของเรื่องนี้คือวันพิพากษาซึ่งถ้าไม่มีวันนั้นก็คงไม่มีวันนี้ของทุกคน ปมนี้สำหรับเรามันเจ๋งมากตามสเต็ปแบบในการ์ตูนจริงๆ [ ก็เร้าใจดีนี่คะ อิอิ ] ส่วนปมอื่นๆก็คงไม่พ้นรายละเอียดที่ทำให้ผู้อ่านฉงนและสนุกไปกับนิยาย ทั้งคำเตือนที่ว่าให้ระวังคนรอบข้าง ทั้งตัวตนของวีดาร์ คำทำนาย ภาพนัยน์ตาวิบัติของวูล์ฟ... ปมทั้งหมดที่มีมานั้นน่าประทับใจมากค่ะ มันเสริมให้เรื่องนี้ยิ่งใหญ่ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวทีเดียว แถมยังให้ผู้อ่านสับสน ฉงน เนื้อเต้น และตื่นเต้น โดยเฉพาะตอนท้าย.. ก็อย่างที่บอก “ ถ้ายังอ่านไม่จบอย่าตัดสินนิยายเรื่องนี้ ” เพราะมันจะทำให้คุณคาดไม่ถึงว่ามันจะอลังการงานสร้างระดับพระกาฬขนาดนี้ ๕๕ แถมปมต่างๆนั้นก็ทำให้ผู้อ่านได้ขบคิดสนุกๆและอยากติดตามเรื่องของคุณไป เป็นตัวเสริมอรรถรสให้เขาไม่อยากทิ้งนิยายของคุณไปค่ะ :) จำที่พูดไปได้หรือเปล่าว่าน่าจะเอาไปทำเป็นการ์ตูน อาฮะ เพราะมันเป็นพล็อตที่มีลักษณะคล้ายกับการเอาการ์ตูนแนวต่างๆมายำรวมกันเป็นเรื่องเดียว บางจุดเลยทำให้ดูโอเวอร์ไปบ้าง ผู้อ่านบางคนอาจถอนหายใจเล็กน้อยก็ได้กับการที่มันจะเกินขอบเขตของมนุษย์มากเกิน เช่น ตอนที่กิสมอร์สู้กับวูล์ฟก่อนลงเดธเอน ที่มาเรียโจมตีวูล์ฟจนพระเอกของเราต้องทะลุบ้านช่องไปห้าหลัง.. คือแบบบ้านมันก็มีความทนทานสูงนะคะแล้วโจมตีทะลุไปตั้งห้าหลัง? ไม่ถียงว่ามาเรียเป็นสาวแรงยักษ์แต่ถ้าทะลุไปแบบนั้นแล้วยังลุกขึ้นมาได้มันเวอร์มาก แข็งแกร่งขนาดไหนก็แทบไม่มีทางลุกค่ะ แน่นอนกระดูกต้องหักกล้ามเนื้อก็ต้องได้รับการกระทบกระเทือนมาก แต่ไหนจะระบบประสาทและอื่นๆอีก ถึงแม้วูล์ฟจะเก่งขั้นเทพและแข็งแรงขนาดไหน แต่ขอให้อยู่บนความสมเหตุสมผลนิดนึงว่าเขายังมีสภาพร่างกายเป็นคนอยู่นะ ก็ที่เราติดในเรื่องของโครงก็คือความเวอร์เวลาโชว์พลังนี่แหละค่ะ แหะๆ ในเรื่องรายละเอียดและการดำเนินเรื่อง คุณก็ยังรักษาให้มันน่าสนใจได้อยู่แต่ในบางครั้งมันขาดการบรรยายในบางเรื่องทำให้การดำเนินเรื่องและตัวโครงไม่มีน้ำหนักรองรับนัก เช่น เรื่องสภาพแวดล้อมรอบข้างนั้นเราตามไม่ทันจริงๆค่ะเพราะการบรรยายของคุณจะเน้นที่ตัวละครมากจนไม่ได้มีรายละเอียดที่จุดอื่นเลย อย่างลักษณะบ้านเรือนเราก็นึกภาพไม่ออกว่ามันเป็นแบบไหนเป็นยังไง บางครั้งก็งงว่านี่กลางคืนแล้วเหรอผ่านไปเร็วจัง หรือแม้แต่บางครั้งที่นึกภาพตัวละครออกแต่ไม่มีรายละเอียดเสริมอย่างเรื่องเสื้อผ้า แต่ไม่ใช่ว่าต้องบรรยายการแต่งตัวในวันนั้นๆหรอกนะคะแต่อย่างน้อยขอแค่ลักษณะเสื้อผ้าที่ใส่ในทุกๆวันก็พอแล้ว [ คุณอาจจะมีบรรยายเรื่องนี้ในภาคอื่นๆแต่ตราบใดที่คุณสร้างภาคใหม่ขึ้นมาก็ต้องจัดแจงใส่รายละเอียดเหล่านี้อีกทีด้วยนะคะ ] ก็ตัวอย่างที่กล่าวมาก็มีผลให้จินตนาการของเราในนิยายเรื่องนี้มีไม่มากเท่าที่ควรค่ะ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้นึกภาพอะไรไม่ออกเลยนะ เพราะอย่างน้อยตอนที่ทุกคนคุยกันเราก็พอที่จะจินตนาการลักษณะและสีหน้าของแต่ละคนได้บ้างค่ะ ที่จริงตัวอย่างที่ดีในเรื่องก็มีเยอะนะคะ อย่างตอนที่ออกทะเลครั้งแรกตอนนั้นเราก็นึกภาพทะเลออกค่ะหรืออย่างตอนที่กิสมอร์ขอมาเรียเป็นแฟนก็นึกออก แบบนั้นแหละอยากได้บรรยายแบบทำนองนั้นค่ะ และส่วนนึงที่มันไม่ค่อยโอเคเท่าไรคือเดธเอน คือทีแรกก็พรรณนาเสียเราคิดว่ามันจะน่ากลัวเกินกว่าอะไรทั้งสิ้น แต่เอาเข้าจริงกลับทำลายทิ้งง่ายมากจนแอบเสียดาย ภาพที่วาดไว้พังทลายเลยทีเดียวเชียว แต่เหตุการณ์ในภาคที่แล้วเห็นว่ามีเรื่องที่ว่าเคยติดคุกนี้มาก่อนนี่เนอะ ระบบที่แข็งแกร่งอาจถูกทำลายไปแล้วล่ะมั้ง.. [ แต่ถ้าวูล์ฟจะทำลายได้ง่ายขนาดนี้ทำไมไม่แหกมาตั้งแต่แรกเลยล่ะเนี่ย :3 ] ส่วนการดำเนินเรื่องนั้น คือการดำเนินเรื่องของคุณก็ไปเรื่อยๆสมเหตุสมผลนะคะถ้าไม่ติดเรื่องเวลา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราแปลกใจหรืองงก็เพราะเวลานี่แหละค่ะ อย่างตอนไปแดนเวียน.. จนถึงตอนนี้เราก็ยังคงฉงนอยู่ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนกันแน่ ทุกอย่างมันดำเนินไปเร็วมากในช่วงเวลาสั้นๆ หรือบางครั้งมันก็นานจนออกจะงงๆอยู่ ถ้าจะแนะนำก็ให้คนรอบข้างลองอ่านและให้เขาเสนอความคิดเห็นดูนะคะ แต่ที่แน่ๆเนื้อหาของคุณนั้นเร้าใจเรามากเลยทีเดียว อรรถรสเต็มเปี่ยมครบสุดๆทำให้ใจของเรานั้นระทึกไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ทั้งตอนที่มาเรียรับช่อดอกไม้พร้อมวูล์ฟ ทั้งฉากต่อสู้ทั้งหลาย อีกทั้งตอนจบที่ซึ้งสุดๆ [ ถ้าเพิ่มการบรรยายไปหน่อยมันจะซึ้งกว่านี้นะ ฮิๆ ] อยากจะบอกว่ามันสนุกสุดยอดไปเลยค่ะ XD สำหรับตัวละครของนิยายเรื่องนี้ ในเรื่องชองชื่อนั้นก็ประทับใจเราอยู่ค่ะ ชื่อแต่ละชื่อก็เพราะๆและมีอารมณ์-เสน่ห์แตกต่างกันไป แม้บางชื่อจะเหมือนกับตัวละครในการ์ตูนจนเราอ่านไปก็สงสัยก็ตามที ฮี่ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ มาดูที่นิสัยตัวละคร บอกตามตรงว่านิสัยพื้นฐานของตัวละครทุกตัวแทบจะบอกได้ว่ามาจากพิมพ์เดียวกันทั้งหมดจะมีความแตกต่างกันบ้างที่ลักษณะพิเศษที่เพิ่มเข้ามา แต่ลักษณะคำพูดโดยปกติก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไรเลยจนบางครั้งที่มีประโยคคำพูดโดยที่ไม่มีการกำกับว่าใครพูดเราก็งงเหมือนกันค่ะ แต่พวกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไรหรอก ที่สำคัญคือลักษณะนิสัยของพวกตัวประกอบอย่างทหาร อย่างบางครั้งทั้งๆที่อยู่ในแถวทหารแต่กลับหันหน้าคุยกัน คือมันไม่มีคำว่าวินัยทหารเลยนะ เข้าใจว่าเรื่องที่พวกเขาได้ยินนั้นเรื่องใหญ่แต่ถูกฝึกมายังไงให้มาแสดงอาการอย่างคนธรรมดาแบบนี้กันละเนี่ย และเรื่องที่งงอีกอย่างคือสรุปแล้วเจ้าจอมอสูรนั้นชื่อ ฮิโดร่า หรือ ฮิราโด้ กันแน่ โอเคค่ะนี่ก็หัวข้อสุดท้ายที่จะมาจับประเด็นแล้ว มันคือการใช้คำและการบรรยาย เชื่อว่าสำนักวิจารณ์อื่นๆคงพูดเรื่องนี้กันไว้ไม่น้อยเลยเพราะของเราก็ไม่น้อยเหมือนกัน อยากจะบอกตรงๆว่านิยายของคุณไปได้ไกลกว่านี้แน่นอนถ้าไม่ติดที่ปัญหาการบรรยายและการใช้คำ ขอเกริ่นนำว่าทุกอย่างข้างต้นตั้งแต่ชื่อเรื่องร่ายลงมาจนถึงตัวละคร ไม่มีเรื่องไหนที่เราจะหนักใจเท่าเองนี้ค่ะ มันไม่ได้แย่มากแต่บางครั้งการเรียบเรียงของคุณยังคงติดประเด็นปัญหาอยู่ เพราะมีส่วนทำให้ผู้อ่านอารมณ์สะดุดหรือไม่มีอารมณ์ร่วมตาม ก็จะแยกให้เห็นเป็นเรื่องๆไปนะคะ การเรียบเรียงประโยค เช่น “ ...แต่ข้าว่าเจ้าอย่าหลงระเริงกับแผนของเจ้ามากนักหรอกนะ ” ไม่รู้ว่านี่เป็นคำพูดเตือนหรือเป็นเชิงคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ถ้าเป็นเตือนจะได้ว่า “แต่ข้าว่าเจ้าอย่าหลงระเริงกับแผนของเจ้ามากนักจะดีกว่านะ ” แต่ถ้าคำถามก็จะได้ว่า “ เจ้าคงไม่ได้หลงระเริงไปกับแผนของเจ้ามากนักหรอกนะ ” หรืออีกตัวอย่างนึงที่เราเจอค่ะ “ แล้วเทียร์ สควอโร่ ยูริค พวกนั้นไม่ปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้ ” เข้าใจความหมายนะคะ แต่มันกำกวมว่าสรุปแล้วนี่เป็นประโยคบอกเล่าหรือคำถามกันแน่ ถ้าจะเป็นบอกเล่าก็จะได้ทำนองว่า “ เทียร์ สควอโร่ ยูริค พวกนั้นต้องไม่ปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้สิ ” หรือถ้าคำถามก็จะประมาณว่า “ แล้วเทียร์ สควอโร่ ยูริค ทำไมพวกนั้นปล่อยให้ฉันติดแหงกอย่างนี้ ” เรื่องนี้มีให้เราเห็นอยู่เรื่อยๆค่ะ ยังไงก็ลองอ่านทวนๆดูนะคะ การลากเสียงยาว อย่างเช่น อ๊ากกกกกกก เป็นต้น คือเข้าใจว่ามันร้องยาวมาก แต่ขอให้รักษาจำนวนตัว ก ให้มีมากไม่เกินห้าถึงหกตัวนะคะ ละสำหับบางคำอย่าง ฉึกกก คำนี้มันควรจะเป็น ฉึก สั้นๆมากกว่าค่ะ การใช้คำซ้ำหลายๆครั้ง เช่น “ เลดาสได้หลบหนีไปได้ ” มีผลให้ประโยคสละสลวยน้อยลงเพราะใช้คำเปลืองค่ะ อย่างประโยคนี้แค่ตัดคำว่า ได้ ตัวใดตัวนึงทิ้งไปก็ไม่ได้ความที่แตกต่างเลยล่ะค่ะ เรื่องนี้ก็มห้ลองอ่านตรวจทานดูนะคะ อ่านแล้วงง เช่น “ ห้องอดีตผู้อำนวยการ ในวันรุ่งขึ้นมันพร้อมที่จะโดนย้ายออก ” คือการย้ายห้องออกมันทำได้ยังไงเราไม่ค่อยจะเข้าใจ มันตอกเสาตอกหินตอกทุกอย่างให้ยึนยู่กับที่ คือถ้าจะย้ายสู้ทุบทิ้งหรือเปลี่ยนไปใช้ทำอย่างอื่นยังง่ายและประหยัดกว่าด้วยค่ะ พิมพ์ตก เช่น “ โรงละครกลายเป็นซาก ไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากคาวโลหิต ” มันต้องเป็น กลิ่นคาวโลหิต นะคะ เพราะคาวคือกลิ่นเหม็น สำหรับด้านนี้มีให้เห็นไม่น้อยนะคะ การใช้คำผิด จะมีทั้งแบบพิมพ์เร็วจนลืมเช็คและเพราะความเข้าใจค่ะ ที่พิมพ์เร็วนั้น เช่น “ ...คงจะสาสมใจจักรพรรดิใจโฉแดแล้วล่ะสินะ ” ก็จะเป็นการที่ตัวอักษรตัวอื่นๆแทรกเข้ามาค่ะ , “ ฮ่ะๆ สควอโณ่ ” อันนี้คงกด shift ค้างเลยพิมพ์ผิด , คำที่เคยเห็นว่าพิมพ์ถูกผิดสลับไปมาๆ เช่น ละเลิง และ ระเริง ซึ่ง ระเริง คือคำที่ถูกต้อง พิมพ์ผิดเพราะไม่รู้ เช่น “ นักเรียนจอมเวทย์ ” นี่คือคำผิดยอดฮิตของแทบทุกคนค่ะ เวทย์ หมายความว่า ควรจะรู้หรือควรระลึก มันต้องใช้คำว่า เวท ที่แปลว่า พลังศักดิ์สิทธิ นะคะ , องค์รักษ์ ต้องเป็น องครักษ์ , เกรียติ ต้องเป็น เกียรติ , อสูรกาย ต้องเป็น อสุรกาย , ค้อน ต้องเป็น ค้อน , พล่า ต้องเป็น พร่า , สึกหล่อ ต้องเป็น สึกหรอ , ทยาน ต้องเป็น ทะยาน , อำนาท ต้องเป็น อำนาจ , ลูกโปร่ง ต้องเป็น ลูกโป่ง , ระเบียด ต้องเป็น กระเบียด , ประทะ ต้องเป็น ปะทะ , ร้อนลน ต้องเป็น ร้อนรน , คองสติ ต้องเป็น ครองสติ ฯลฯ แนะนำเหมือนเดิมว่าให้อ่านทบทวนเรื่อยๆ การใช้คำนาม อันนี้นี่เป็นปัญหาใหญ่จริงๆค่ะ คืออันนี้จำไม่ได้แล้วว่ามันอยู่ตรงไหนแต่มันจะเป็นประโยคทำนองว่าอาวุธมีความคิดมีจิตใจที่จะตามใจตนเองน่ะค่ะ ซึ่งที่จริงแล้วคนใช้ของพวกมันต่างหากที่จะใช้อาวุธได้ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะที่เราไม่ได้จดบันทึกเอาไว้ ก็เรื่องการบรรยายหลักๆก็มีเท่านี้ วิธีการแก้นั้นก็เหมือนกันหมดคือให้อ่านทวนตรวจทานดู แต่เป็นไปได้อยากให้พิมพ์ออกมาแล้วอ่านเอาค่ะเดี๋ยวตาหล้าแถมทำให้สายตาเสียด้วย และที่สำคัญที่สุดสำหรับการบรรยายคือการใช้ภาษาอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาวรรณศิลป์มากเกินไปแต่ขอแค่มีความพอดีและสละสลวยก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ :) ‹‹ย่อ

elda chan | 20 ม.ค. 56

  • 4

  • 0

"วิจารณ์นิยาย Graruda III The Immaterial Hero มหาสงครามไร้บุรุษ"

(แจ้งลบ)

นิยายขนาด 27 ตอนจบ ของ WOMI-MASTER ซึ่งเป็นภาคต่อจากสองภาคแรก ผู้วิจารณ์ไม่ได้อ่านสองภาคแรก และผู้เขียนได้แนะนำ...››อ่านต่อ

นิยายขนาด 27 ตอนจบ ของ WOMI-MASTER ซึ่งเป็นภาคต่อจากสองภาคแรก ผู้วิจารณ์ไม่ได้อ่านสองภาคแรก และผู้เขียนได้แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้ และในภาคที่สามมีความยาวมาก ผู้วิจารณ์ใช้เวลาในการอ่านนานพอสมควรจึงไม่ได้กลับไปอ่านสองภาคแรก ชื่อเรื่องภาษาไทยที่แปลจากชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ คำแปลที่ถูกต้องควรจะแปลว่า “มหาสงครามไร้วีรบุรุษ” มากกว่า นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรักความเสียสละของวูฟล์ แคนแนลที่มีต่อมาเรีย ทรานซิสเตอร์หญิงอันเป็นที่รัก และความสัมพันธ์ของบรรดาเหล่าเพื่อนไพรเวเทียร์ (โจรสลัด) อินวินซิเบิล เรื่องดำเนินต่อจากภาคที่แล้วหลังจากที่วูล์ฟและเพื่อนๆ ต่อสู้กับเลดาสจนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงดินแดนทั้งสาม คือ เวียน (สวรรค์) นีลแฮม (ดินแดนปีศาจ) และการูด้า (ดินแดนที่เป็นฉากสำคัญของเรื่องนี้) และยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับความสัมพันธ์ของกลุ่มไพรเวเทียร์อินวินซิเบิลโดยมีเพียงวูลฟ์ ยูริคและเทียร์ที่รู้ความจริงเกี่ยวเรื่องราวทั้งหมดว่าจะมีจุดจบอย่างไร ในภาคนี้ วูล์ฟยังคงเป็นกัปตันเรืออินวินซิเบิลได้กลับมาพบคนรักเก่าคือมาเรีย และเหล่าบรรดาไพรเวเทียร์กลุ่มอินวิซิเบิลที่ได้แยกย้ายไปดำเนินชีวิตของตน โดยที่เทียร์ดำรงตำแหน่งจักรพรรดินีแห่งนคร กราเดียร์ (อยู่ในดินแดนการูด้า) หลังจากที่พระบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ ยูริค สโควโร่และแอนนี่ได้มาเป็นองครักษ์ของจักรพรรดินีแห่งกราเดีย มาเรียเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนเซนโดมินิค นาเดียร์พี่สาวของมาเรียเป็นทหารแห่งเวิร์ดจัสติส (กองกำลังแห่งดินแดนเวียน) แอลรี่จอมดาบเป็นผู้ที่จะสืบทอดดินแดนปีศาจต่อจากบิดา(ดินแดนนีลแฮม) เรนมาเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลและเรียนวิชาแพทย์ไปพร้อมกัน รูฟปี้กุ๊กสาวแห่งอินวิซิเบิลได้มาเป็นแม่ครัวในร้านอาหาร ในภาคนี้เพิ่มตัวละครที่สำคัญคือโวมิ จอมดาบผีมือดีที่เป็นองครักษ์จักพรรดินีแห่งกราเดีย และ กีมอร์สชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมคนรักใหม่ของมาเรีย ในช่วงต้นของเรื่องเป็นการดำเนินเรื่องราวของอดีตสมาชิกไพรเวเทียอินวินซิเบิลที่ดำเนินชีวิตเป็นปกติในทางเดินชีวิตใหม่ของแต่ละคน แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้อดีตสมาชิกอินวินซิเบิลต้องกลับมารวมตัวกันเพื่อปกป้องกราเดียร์และจักรพรรดินี (เทียร์) วูล์ฟต้องกลับมาปกป้องมาเรียและสหายแห่งอินวิซิเบิล เนื่องจากคิดว่าเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจของตน และยังมีการกล่าวถึงความลับที่วูล์ฟปิดบังไว้ทั้งการสลายกลุ่มอินวิซิเบิลและการต้องเลิกกับมาเรีย ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับเลดาสจอมปีศาจและลูกน้องสองคนคือวีดาสและอันซึที่จะมาเป็นผู้สร้างเรื่องเลวร้ายและหายนะต่างๆ ให้เกิดขึ้น วูล์ฟและอดีตสมาชิกอินวิซิเบิลจะสามารถปกป้องแก้ไขเรื่องร้ายต่างๆ ได้หรือไม่จึงต้องลองติดตามอ่านกัน แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นภาคต่อมาจากสองภาคแรกและตัวละครหลักยังคงเป็นกลุ่มเดิมจากภาคที่แล้ว แต่ผู้เขียนได้ให้รายละเอียดจนสามารถที่จะเข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งสองภาคได้ ผู้วิจารณ์คิดว่าการที่ไม่ได้อ่านสองภาคแรกอาจจะสนุกกว่าเพราะว่าไม่รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนจบภาคที่สอง ในการยุบกลุ่มอินวิซิเบิลและการที่มาเรียเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีวันเหมือนเดิม ผู้เขียนดำเนินเรื่องโดยเน้นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอินวิซิเบิลกับเลดาสที่เป็นไปอย่างดุเดือดเกือบตลอดทั้งเรื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่โครงเรื่องหลักแต่โครงเรื่องหลักเป็นเรื่องความสัมพันธ์และปมปัญหาความรักที่มีความซับซ้อนหว่างกัปตันวูล์ฟ แคนแนลและมาเรีย ทรานซิสเตอร์และความสัมพันธ์ของเพื่อนกลุ่มอินวิซิเบิ้ล โดยที่เลดาสจอมปีศาจเป็นผู้สร้างแผนการร้ายต่างๆ ให้เกิดขึ้น และกัปตันวูล์ฟเป็นผู้เก็บงำความลับ รวมถึงการค้นหาความจริงและแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นจากเลดาส โดยที่วูล์ฟเป็นผู้เสียสละที่จะแบกรับความเจ็บปวดและรับผิดชอบเรื่องเลวร้ายทั้งหมดด้วยชีวิตของวูล์ฟเอง โดยที่มีโครงเรื่องรองที่ผู้เขียนใช้ในการสนับสนุนโครงเรื่องหลักคือ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตบนดินแดนเวียนระหว่างอีวานกับซิลีนเซีย (ซึ่งทั้งสองมาพบกันในปัจจุบันอีกครั้งเป็นวูล์ฟกับมาเรียนั้นเอง) แต่ความรักของคนทั้งสองถูกกีดกันและจบลงด้วยโศกนาฏกรรมและทิ้งปมปัญหาไว้ ซึ่งคือ “เรโน่” ลูกชายของ อีวานและซิลีนเซียที่จะกลายมาเป็นจอมปีศาจเลดาสในอนาคต และอีกเรื่องคือ เรื่องที่กล่าวถึงความรักสามเศร้าของแฟนริลจักรพรริแห่งนีลแฮม (ดินแดนปีศาจ) มิทธาและดาซิส แฟนริลผู้เป็นพ่อของดาซิสและมิธาที่มีความรักให้แก่กัน แต่ดาซิสหลงรักมิทธาเช่นเดียวกัน ดาซิสจึงเกิดความแค้นแฟนริลและแก้แค้นผู้เป็นบิดาตนเองจนเกิดความวุ่นวายจนในดินแดนนีลแฮม ในที่สุดแฟนริลต้องฆ่าลูกชายด้วยมือของตนเองจึงสามารถที่จะยุติปัญหาได้ และตัวเขาเองก็ถูกสังหารในสงครามระหว่างดินแดนเวียนและนีลแฮมในสงครามแร็กนาร็อก ในเรื่องนี้ผู้เขียนกลับไม่ได้เน้นให้ความสำคัญกับโครงเรื่องหลักในการดำเนินเรื่อง แต่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้ระหว่างกลุ่มไพรเวเทียร์อินวิซิเบิลกับเลดาสซึ่งเป็นโครงเรื่องรอง โดยไม่ได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโครงเรื่องหลักกับโครงเรื่องรองเข้าไว้ด้วยกัน ผู้วิจารณ์ขอยอมรับว่ากว่าที่จะเข้าใจว่าโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองคืออะไรและมีความสัมพันธ์กันอย่างไรก็เมื่อต้องอ่านจนจบเรื่องและมาเขียนวิจารณ์นิยายเรื่องนี้ เพราะต้องเชื่อมโยงโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองทั้งหมดเข้าด้วยกันตามความเข้าใจจากการอ่านของผู้วิจารณ์เอง การที่ผู้เขียนไม่ได้เชื่อมโยงโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องรองเข้าด้วยกันทำให้การดำเนินเรื่องเป็นไปโดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมาย เมื่ออ่านถึงโครงเรื่องรองทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เนื่องจากโครงเรื่องรองทั้งสองน่าจะสนับสนุนให้นิยายเรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากปมปัญหาความรักของวูล์ฟและมาเรียที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีตและส่งผลมาถึงปัจจุบัน โครงเรื่องที่ดูจะชัดเจนที่สุดคือการสร้างปมในเรื่องความทรงจำของวูล์ฟและมาเรียในวัยเด็กที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายและเป็นความทรงจำที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตจนกระทั่งเธอโตขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมดในตอนท้ายเรื่องที่วูล์ฟกลายร่างเป็นจอมปีศาจหมาป่าเพื่อช่วยมาเรียจากอันตราย สิ่งที่มาเรียเห็นในตอนเด็กคือวูล์ฟในร่างปีศาจหมาป่าที่ช่วยชีวิตมาเรียผู้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอ ส่วนโครงเรื่องอื่นๆ ผู้เขียนไม่ได้เชื่อยมโยงความสัมพันธ์ว่าต้องการที่จะสื่อสารสิ่งใดไปยังผู้อ่าน นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่ออ่านจบแล้วยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปมปัญหาที่ผู้เขียนได้สร้างขึ้นและยังไม่มีการคลี่คลายปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการที่เลดาสเป็นศัรตรูกับวูล์ฟนั้นมีเหตุมาจากสิ่งใด เกี่ยวข้องกับโครงเรื่องรองในอดีตทั้งสองเรื่องอย่างไร และชะตากรรมของกัปตันวูล์ฟกับมาเรียซึ่งจบลงเหมือนกับเหตุการณ์ระหว่างอีวานและซิลีนเซียในดินแดนเวียนมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร ผู้เขียนใช้เวลาในการดำเนินเรื่องในช่วงต้นที่เป็นการเกริ่นนำตัวละครหลักคือกลุ่มอินวิซเบิ้ลที่มีมากถึงประมาณ 1/3 ของเรื่อง โดยการดำเนินเรื่องในช่วงนี้ค่อนข้างที่จะช้าและไม่มีประเด็นที่น่าสนใจ และการเขียนฉากการต่อสู้หลายตอนซึ่งเป็นฉากต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ไม่มีเหตุผลในการต่อสู้ที่เพียงพอ และมีฉากต่อสู้หลายฉากที่ผู้เขียนไม่เขียนจนจบ โดยเขียนถึงกลุ่มอินวิซิเบิ้ลต่อสู้กับสมุนเลดาสและกลุ่มอินวิซิเบิ้ลพลาดท่าจะพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายเลดาส ผู้เขียนจะจบตอนแล้วขึ้นตอนใหม่ โดยเริ่มต้นว่ากลุ่มอินวิซิเบิลสามารถรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายมาได้ในสภาพสะบักสะบอม แต่ไม่ให้รายละเอียดว่ากลุ่มอินวิซิเบิ้ลรอดมาได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีข้อบกพร่องในประเด็นความไม่สมจริงไม่เป็นเหตุเป็นผลด้ว เช่น ความสัมพันธ์ของตัวละครใหม่คือ โวมิ กับตัวละครเดิม คือ วูล์ฟ ยูริค และสโควโร่ โวมิไม่ได้เป็นอดีตสมาชิกกลุ่มอินวิซิเบิลที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ผู้เขียนกลับให้โวมิกับวูล์ฟ ยูริค และสโควโร่มีความสนิทสนมและมีความไว้วางใจกันเป็นอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว แต่ไม่ได้ปูพื้นให้เห็นว่าเหตุใดที่จะทำให้ตัวละครเหล่านี้จึงสนิทและให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ หรือการที่จักรพรรดินีเทียร์ให้วูล์ฟ ยูริค และสโควโร่ เดินทางไปยังเนเกร่า โดยที่ไม่มีเหตุผลว่าไปทำภารกิจใด รวมถึงการที่วูล์ฟ ยูริค สโควโร่ และโวมิเดินทางไปยังฟิกาโน่ลูส โดยมีเหตุผลเพียงโวมิชวนให้ใช้เรือ “แม็กแกรน” ซึ่งปกติเป็นเรือเหาะ แต่ให้ใช้เป็นการเดินทางแบบเรือสมุทรแทนเพื่อเดินทางไป การเดินทางไปฟิกาโน่ลูสครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับกลุ่มอินวิซิเบิ้ลอย่างใหญ่หลวง แต่สาเหตุของการเดินทางไปนั้นกลับไม่เป็นเหตุเป็นผลเท่าที่ควรนัก หรือการที่วูล์ฟวางแผนหลอกเลดาสว่าตนเองได้ตายไปแล้วจากการต่อสู้กับสมุนของเลดาส แต่กลับเฉลยว่าตัวเองยังไม่ตายอย่างง่ายดายซึ่งทำให้แผนที่วางมาทั้งหมดนั้นเปล่าประโยชน์ หรือเหตุการณ์หลังจากที่มีการต่อสู้กับวีดาสอย่างดุเดือดและฝ่ายอินวิซิเบิลพลาดจนทำให้ วูลฟ์ ยูริค สโควโร่ เทียร์ หายตัวไป แต่มาเรียซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกลับจัดงานแต่งงานทั้งๆ ที่เพิ่งจะเกิดเหตุการร้ายขึ้น และเรนซึ่งรู้เรื่องการหายตัวไปของสามีตนเอง (ยูริค) และเพื่อนๆ และรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่กลับแสดงท่าทีทำให้ศัตรูไม่ไว้วางใจ ซึ่งความไม่สมเหตุสมผลทำให้ศัตรูคอยจับผิดตนเอง ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้อ่านไม่เชื่อในเรื่องที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมา ตัวละครนั้น ผู้เขียนเน้นความสำคัญของตัวละครในส่วนของกลุ่มอินวิซิเบิ้ล แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับเลดาสซึ่งเป็นตัวละครที่มีความสำคัญเป็นตัวแปรที่จะทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด ผู้เขียนไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเลดาส (ซึ่งผู้วิจารณ์ไม่แน่ใจว่ามีกล่าวถึงในภาคก่อนหน้านี้หรือไม่) ความเป็นมาของเลดาส ทั้งประเด็นที่เลดาสน่าจะเป็นเรโน่ลูกชายของอีวานและซิลีนเซีย การที่เลดาสจ้องทำลายกำจัดวูฟล์ฟนั้นมีสาเหตุมาจากสิ่งใด และที่สำคัญผู้เขียนให้เลดาสเป็นจอมปีศาจแต่ไม่เคยมีเหตุการณ์ใดที่แสดงให้เห็นว่าเลดาสมีอำนาจ พลัง ความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม แม้แต่ตอนท้ายเรื่องการต่อสู้ระหว่างเลดาสกับวูล์ฟในตอนท้ายเรื่องเลดาสก็พ่ายแพ้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ผู้เขียนยังมีความผิดพลาดในการในการบรรยายตัวละคร โดยเฉพาะเรนที่มีอาชีพเป็นพยาบาล ผู้เขียนมักจะเขียนสลับว่าเป็นแพทย์ ในการเขียนบทบรรยายนั้น ผู้เขียนมักจะใช้ภาษาพูดแทนภาษาเขียนในบทบรรยาย และทำให้เกิดความแตกต่างของระดับภาษา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการใช้คำที่ไม่ตรงกับความหมาย เช่น “กัมปนาท” แปลว่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ผู้เขียนใช้คำนี้ในความหมายที่แปลว่ายิ่งใหญ่ในหลายที่ คำว่า “วารี” ซึ่งแปลว่า “น้ำ” ไม่ใช่ “แม่น้ำ” คำว่า “อรุณ” แปลว่า เวลาใกล้ที่พระอาทิตย์ขึ้น หรือ เวลาเช้า ผู้เขียนใช้ในความหมายว่าดวงอาทิตย์หรือแสงอาทิตย์ คำว่า “อเวจี” หมายถึงขุมหนึ่งของนรกที่ชื่อว่าอเวจี ไม่ได้หมายความถึงนรกตามที่ผู้เขียนสื่อความหมาย คำว่า “แวบตัว” ซึ่งควรจะใช้คำว่า “หายตัว” มากกว่า ผู้วิจารณ์อยากให้ผู้เขียนศึกษาความหมายในพจนานุกรม เพื่อที่จะใช้คำที่สื่อความหมายที่เป็นที่รับรู้กันทั่วไปและทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนได้อย่างถูกต้อง สำหรับคำผิดนั้น ในช่วงต้นผู้เขียนมักจะพิมพ์สระ อู เป็นสระ อุ ส่วนคำผิดที่พบ (ตัวแรกเป็นคำที่เขียนผิด ตัวหลังเป็นคำที่แก้ถูก) ตนก-ตระหนก ไลล่า-ไล่ล่า เขลอะ-เขรอะ องค์รักษ์-องครักษ์ เปลี่ยม-เปี่ยม ปะดาบ-ประดาบ ประสพความสำเร็จ-ประสบความสำเร็จ ลาลา-ร่ำลา กระดี๋กระด๋า-กระดี้กระด้า เล่ล่อน-เร่ร่อน ถานะ-ฐานะ โยงรยางค์-ระโยงระยาง รูปกระทำนามกระทำ-รูปธรรมนามธรรม ปลิปาก-ปริปาก บาดแผลที่ชีช้ำ-บาดแผลที่ชอกช้ำ ร่มลื่น-ร่มรื่น สาระแหง-หัวระแหง เสียงดังซอกแซก-เสียงดังแซงแซ่ ยังมีคำผิดอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ยกมาเนื่องจากเป็นคำผิดที่เกิดจากการพิมพ์ผิด ผู้เขียนควรตรวจทานอีกครั้ง โดยภาพรวมของนิยายเรื่อง Graruda III The Immaterial Hero มหาสงครามไร้บุรุษ ยังต้อมีการปรับแก้เป็นอย่างมาก การที่ผู้เขียนจะเขียนเป็นนิยายขนาดยาว 27 บท และแต่ละบทมีสองตอนซึ่งมีความยาวมาก จึงต้องระวังในการเชื่อมต่อเรื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันให้มีความชัดเจนมีความเป็นเหตุเป็นผลเป็นที่น่าสนใจ การเขียนที่เลือกใช้คำที่มีความหมายที่ถูกต้อง การรักษาระดับภาษาให้มีความกลมกลืน ทั้งนี้เพื่อที่จะสื่อความหมายในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านรับรู้ในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการได้ ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนยังไม่ได้สื่อออกมาที่ชัดเจน ‹‹ย่อ

bluewhale | 5 ม.ค. 56

  • 6

  • 1

ดูต่อทั้งหมด

186 ความคิดเห็น

  1. #186 michiyo^^ (@michiyo2) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 15:00
    สู้ๆคร่า
    #186
    0
  2. #185 michiyo^^ (@michiyo2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 23:02
    สงสาร
    #185
    0
  3. #184 เงา (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 22:34
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก เศร้าโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!
    #184
    0
  4. #183 Devakenzia (@hikarukiss) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 03:02
    -.-" น่าจะเพิ่ม แท็ก ดรามาด้วยก็ดีนะ
    #183
    0
  5. #182 Devakenzia (@hikarukiss) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 00:16
    เห้อ ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเหนื่อยใจแหะ
    #182
    0
  6. #181 Devakenzia (@hikarukiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 20:50
    เห้อ ยิ่งอ่าน ยิ่งหดหู้ แหะ


    #181
    0
  7. #180 Devakenzia (@hikarukiss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 19:26
    ในที่สุด ผมก็อ่านถึงตอนนี้จนได้สินะ ขอบคุณมากครับที่เขียนนิยาย สนุก ๆ ให้ผมได้อ่านะครับ
    #180
    0
  8. #179 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 19:02
    แหมตอนแลกก็หน้าอ่านสะและ
    #179
    0
  9. #178 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 01:13
    จบตอนที่ 32
    ยังมีคำผิดประปราย รวมถึงคำศัพท์เทคนิคที่ควรศึกษาให้ถูกว่าเรียกว่าอะไรก่อนนำมาเขียน เช่น "เครื่องวัดการเต้นห้องหัวใจ" เป็นต้น

    สงสารซิด // ซะงั้น!
    อ่านตอนต่อไป --->
    #178
    0
  10. #177 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 14:37
    จบตอนที่ 31
    เม็ดเลือดขาวที่เป็นดั่งกำลังใจ???
    เปรียบเปรยไม่เหมาะสมครับ

    หากจะเล่นคำสละสลวย ก็ไม่ควรใช้ซ้ำในประโยคจนเกร่อ  มีบางย่อหน้าที่พี่เห็นคำว่า "โศกา" ซ้ำกันสามรอบซึ่งหลักการเขียนที่ดีไม่ควรเป็นเช่นนี้

    บทนี้ตื่นเต้นเชียว  ฉากกิสมอร์โดนชกคว่ำนั่นสะใจชะมัด (ซิดอีกคน)
    แต่ข้อควรระวังคือ  เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากไฟนอลแฟนตาซี  ดังนั้นหากมีตัวละครที่ 'เหมือน' กับไฟนอลออกมาเป๊ะ ๆ ก็อาจเป็นข้อเสียได้  (อย่างบาฮามุท ที่เป็นมังกรนี่  เป็นจินตนาการเฉพาะของคนสร้างไฟนอล  ตัวจริงไม่ใช่มังกรนะครับ)
    อ่านตอนต่อไป --->
    #177
    0
  11. #176 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 19:10
    จบตอนที่ 30
    ไปสบายนะวูลฟ์.. // ไม่ใช่แล้ว!!!

    ตัดคำสละสลวยออกซะ  จะอ่านง่ายและลดความผิดพลาดในการอธิบายลงได้เยอะ
    เช่นย่อหน้าแรก
    ตัด  "พร้อมประจักษ์ตน"  "สาหัสสากรร"  ออก  จะสมบูรณ์ขึ้นอีกเยอะครับ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #176
    0
  12. #175 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 10:25
    จบตอนที่ 29
    ช่วงหลังบรรยายได้ดีครับ
    จะเห็นความแตกต่างระหว่างการบรรยายดังนี้

    หากบรรยายฉากตื่นเต้นหรือฉากต่อสู้ ไรท์เตอร์จะัทำได้ดี
    แต่หากบรรยายฉากปกติ  ยังไม่ดีนัก อ่านแล้วสับสนอยู่พอสมควร

    มีหลายจุดที่ยังเลือกคำมาใช้ผิดความหมาย  เช่น  "อารมณ์เซงแซ่"  คำว่า "เซ็งแซ่" แปลว่า "เสียงดังอื้ออึ้ง" ดังนั้นจึงไม่สามารถนำมาขยายอารมณ์ได้  เป็นต้น  (ยังมีอีกหลายคำเลยล่ะ)
    อ่านตอนต่อไป --->
    #175
    0
  13. #174 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 01:38
    จบตอนที่ 29
    อ่านย่อหน้าแรกแล้วกุมขมับทันที!!

    บรรยายวกวนชวนสับสนมากเลยครับ 

    เอางี้!!  ลองดูแบบนี้นะ

    "แสงเรืองรองของดวงจันทร์เปลี่ยนรัตติกาลอันมืดมิดให้กลายเป็นสีฟ้าสุกใส  แต่ใช่มีเพียงแสงจันทราเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนสีสันของท้องฟ้ายามราตรี  ยังคงมีบางสิ่งที่แต่งแต้มผืนฟ้าให้กลายเป็นสีม่วง...   ไม่สิ!! อาจจะสุกสกาวยิ่งกว่านั้น
    สีแดง... 
    สีเดียวกับพวงแก้มระเรื่อเมื่อได้ยินถ้อยคำ ๆ นั้นจากปากของคนคนที่แอบชอบมานานแสนนาน
    คำว่า..  'รัก' "

    จะเห็นได้ว่า  ความแตกต่างในการบรรยายของย่อหน้านี้คือ
    1. ไรท์เตอร์ใช้คำซ้ำในย่อหน้าเดียวเยอะมาก (แค่รัตติกาลก็สามคำแล้ว)
    2. ไรท์เตอร์ไม่อาจสื่อภาพในสมองออกมาให้คนอ่านรับรู้ได้อย่างชัดเจนตามที่คิดไว้  ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากการเลือกคำไม่ถูกต้อง หรือการวางลำดับคำในประโยคผิดเพี้ยน 
    ทางแก้คือต้องอ่านนิยายที่มีบทบรรยายดี ๆ บ่อย ๆ เพื่อซึมซับและหาแนวทางในการบรรยายให้เห็นภาพที่ถูกวิธี

    ขออภัยที่ติเยอะนะครับ  อาจเป็นเพราะเรารู้จักกัน  พี่เลยกล้าแสดงความเห็นตรง ๆ เช่นนี้  แต่ที่ติเป็นเพียงเพื่อก่อ เพราะอยากเห็นไรท์เตอร์ที่ขยันและทุ่มเท มีผลงานออกสู่สายตาคนอ่านในรูปแบบหนังสือตามที่ตั้งใจไว้  ดังนั้นการฝึกฝนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงเป็นบันไดสู่ความสำเร็จแน่นอนครับ

    ติดไว้ก่อนนะ  ขอเมนท์เท่านี้ก่อน  พอดีหนังตาปิดแล้ว  ไว้เด๋วจะมาอ่านแบบเจาะละเอียดและเมนท์จัดหนักอีกที
    #174
    0
  14. #173 myu_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 15:27
    จบตอนที่ 28
    ใจง่ายเกินไปแล้วมาเรีย แล้วกัปตันล่ะ!!!!!!!!!!!!!!!

    เขียนฉากบู๊ได้อลังการดีครับ ^^
    อ่านตอนต่อไป --->
    #173
    0
  15. #172 MyU_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 22:52
    จบตอนที่ 27
    จะบอกว่า เขียนฉากบู๊ได้มันส์สะใจมาก ตัวละครวีดาร์ก็สร้างสรรค์มาได้อย่างดีทำให้การต่อสู้ชวนลุ้นมากยิ่งขึ้น

    ปัญหาเดิมที่เจอทุกบทก็คือการเลือกสรรคำมาบรรยายไม่เหมาะสม บทนี้ก็ยังเจออยู่หลายจุด พี่ไม่แน่ใจว่าปัญหานี้เกิดจากอะไรเป็นสาเหตุหลัก เพราะไรท์เตอร์เป็นคนที่ใช้ภาษาถิ่น (อย่างภาษาใต้ ภาษาคำเมือง ภาษาอีสาน) เป็นหลักรึเปล่า การบรรยายบางจุดจึงดูแปลก ๆ หรือมีความหมายไม่ชัดเจน

    หากรู้สาเหตุของปัญหา ก็จะสามารถแก้ได้อย่างตรงจุด
    อ่านตอนต่อไป --->
    #172
    0
  16. #171 MyU_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 19:02
    จบตอนที่ 26
    อ่านตอนนี้แล้วสะดุดกึกเป็นระยะ ๆ  โดยเฉพาะช่วงท้ายหลังจากกัปตันโผล่  ยิ่งสะดุดจนแทบล้มหน้าทิ่ม 555

    ขอชื่นชมการเลือกใช้คำ "ยาก ๆ" ในการบรรยาย 
    แต่นั่นคือปัญหาร้ายแรง หากเรายังไม่ชำนาญพอ  เพราะแทนที่จะทำให้ภาษาสวย อ่านแล้วลื่น  กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ประโยคเสียหายอย่างร้อยแรงได้

    เช่น

    "อสูรเหล่าผู้ขลาด"  ควรเป็น "เหล่าอสูรผู้ขลาดเขลา"
    "ก้อนเนื้อแห่งทารุณกรรม"  อันนี้หมายความว่ายังไง ไม่เข้าใจ?
    "ไร้ซึ่งกัมปนาทแต่เต็มไปด้วยความรุนแรงที่ทัดเทียมกัน"  อันนี้เปรียบเปรยไม่เหมาะสม  เพราะ 'กัมปนาท' แปลว่าเสียงดัง  ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความรุนแรงที่เปรียบเปรยว่าทัดเทียมกัน

    เป็นต้น
    อ่านตอนต่อไป --->
    #171
    0
  17. #170 MyU_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 14:53
    จบตอนที่ 25
    Honda!!! มาได้ไงฟะ 55

    เขียนฉากแอ็คชั่นต่อสู้ได้ตื่นเต้นเร้าใจ ถือเป็นจุดเด่นของเรื่องนี้เลยล่ะครับ

    ส่วนข้อเสียก็ตามที่เคยได้คอมเมนท์ไป คือเรื่องการเลือกใช้คำเชื่อมคำอธิบายหลายจุดยังไม่เหมาะสมนัก ฝึกเรื่อย ๆ นะครับ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #170
    0
  18. #169 i.am.elf¿ (@sanael) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 09:43
    ค้างงงงงงง !
    ทำไมเรื่องราวมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะนี่! โอ้ ค้างมากๆ

    แล้วจะรอภาคสี่น้าท่านโวมิ!!  #ปูเสื่อ
    #169
    0
  19. #168 i.am.elf¿ (@sanael) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 09:03
    คห. ซ้ำจ้า :)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ธันวาคม 2555 / 09:54
    #168
    0
  20. #167 i.am.elf¿ (@sanael) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2555 / 08:59
    โตกันแล้วสินะสาวๆ มีสามีกันถ้วนหน้าเลย อุอิ >w<
    #167
    0
  21. #166 faijiuy (@faijiuy) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 23:14
    IV แบบนี้แสดงว่ามีภาค 4 สิน่ะ

    มาต่อไวๆเลยน่ะค่ะ คนกำลังซึ้ง TT^TT
    #166
    0
  22. #165 LoKi VampirE (@ri-j_yoh) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 22:38
    อร้ายยยยยยยยยย กำลังซึ้งได้ที่ หักมุม ถีบคนแต่ง

    มะไหร่จะมาต่ออ่ะคะ
    #165
    0
  23. #164 MyU_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2555 / 19:15
    จบตอนที่ 24
    เอ็มไพร์รึซอมบี้  ต้องยิงที่หัวถึงจะตาย 555
    ตอนนี้เดินเรื่องสนุกดี  ฉากแอ็คชั่นก็มันส์สลับบทฮา ๆ ของเหล่าโจรสลัด  ทำให้อ่านแล้วไม่เบื่อ

    ข้อเสียอย่างรุนแรงของนิยายเรื่องนี้คือ 'การเลือกใช้คำ' ที่ไม่เหมาะสมในการอธิบายหลาย ๆ จุด
    ยกตัวอย่างพอให้เห็นภาพนะ
    "มือข้างหนึ่งได้ตัดสินใจชั่วสั้น ๆ"
    มือตัดสินใจเองได้เหรอ?
    ถ้าจะเขียนให้ถูกต้องเขียนว่า
    "ชายหนุ่มใช้เวลาช่วงสั้น ๆ ตัดสินใจยกมือขึ้นผลัก...."  ถึงจะถูกต้องตามหลักภาษา

    หรือ
    "ซึ่งมันอาจจะคือยาอะไรบางอย่าง"
    ผิดพลาดตรงคำเชื่อม "คือ"
    ควรใช้
    "ซึ่งมันอาจจะเป็นยาอะไรบางอย่าง"  แทน

    เป็นต้น

    ยังมีอีกหลายจุดที่ใช้คำผิดและไม่เหมาะสมครับ  ลองอ่านทวนและปรับแก้ดูนะ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #164
    0
  24. #163 Kimmaju Arika (@rika_hoki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 00:20
    โอ๊ะ!! มิ้น...
    เหมือนเรา 95.55 เปอร์เซ็นต์ อ่ะ
    โหย...มาอ่านตอนพิเศษนี้แล้ว คิดถึงเลยอ่ะ
    ขอบคุณนะมิ้นที่ไม่ลืมกัน ทั้งๆที่ออยไม่ได้ตามอ่านมานานมากแล้วอ่ะ
    ยังไงถ้าออยมีที่เรียนแล้ว มีชีวิตที่เฮฮาได้แล้ว จะกลับมาตามอ่านแน่นอนจ๊ะ  ^-^๗๒
    สู้นะมิ้นกับเรื่องใหม่ที่จะแต่ง เทียร์จะได้คู่กับใครน้า แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไง จะวุ่นวายรุงรังกันอีท่าไหน รอลุ้นๆ
    — ไงก็ขอให้มิ้นสู้ๆต่อไปนะ มีอะไรก็ปรึกษาออยได้ ก็ปรับปรุงสะสมประสบการณ์และพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆนะจ๊ะ เพราะการพัฒนาไม่มีขีดจำกัดเนอะ ^^ —
    ...ขอให้นิยายเรื้องนี้ได้ตีพิมพ์ ออกมาเป็นรูปเล่มในเร็ววัน ให้สมกับความพยายาม และความปรารถนาของมิ้นนะ ออยเป็นกำลังใจให้เสมอ...
    PS1. คิดถึงเรื่องราว วีรกรรม ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ความรัก และแนวคิดดีดี ขอบคุณนะ GRD ที่ให้เราได้ทุกอย่างเลย จุฟทีนึง ^3^~♥
    PS2. จะอยู่ในความทรงจำเราเสมอ...
    #163
    0
  25. #162 MyU_immi (@myu_immi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 00:32
    จบตอนที่ 23
    อ่านบทนี้จบแล้วรู้สึกเกลียดมาเรียเข้าไส้  โดยส่วนตัวไ่ม่ชอบผู้หญิงเจ้าชู้หลายใจ  ถึงจะมีเหตุผลใดก็ตามแต่กรี๊ดกร๊าดออกนอกหน้าแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ 55

    สุดท้าย  น้ำหอมต้องสาป  จะเอาไปใช้ทำอะไรกันล่ะ 
    หรือจะเอาไปตกหนุ่ม...  เหอะ ๆ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #162
    0