The Greatest King of the Universe ราชันเอกภพ II

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 พ.ค. 62

     ภายนอกมิติภูติของพรานหนุ่ม  ลุงเล็กซ์ กำลังหาทางออกเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งหมด
โดยมีที่ปรึกษาขอเขาทั้งสองคอยช่วยเหลือ และมีกองกำลังทหารที่เหลือดรอดจากสงครามครั้งก่อนคอยสนับสนุน
“เรามีคนอยู่ท่าไร”
   อเล็กซ์ ถามลูกน้องคนสนิทของเขา
“มีทหารเหลือ
300 พลเรือน 1500 ครับ”
“อืม แล้วหลุมหลบภัยอีกจุดล่ะ มีคนเหลือรอดกี่คน”
“ไม่ทราบครับ”
“ทำไม”
“อีกจุดถูกควบคุมโดยทหาร ของ นายพล นาทานครับ เราไม่สามารถติดต่อกับฝั่งนั้นได้ครับ”
“แล้วพวกมันมีกำลังทหารเหลือเท่าไร พอจะรู้ไหม”
“พวกนั้นน่าจะไม่มีใครตายครับ พวกเขาไม่ได้ส่งทหารออกมาตอนสัตว์อสูรบุก แต่พวกเขาลงไปหลบในหลุมหลบภัยแทน”
ปั้ง
!

“บัดซบ!

 อเล็กซ์ ตบโต๊ะเสียงดังด้วยความคลั่งแค้น หลังจากรู้ว่า  นาทานสั่งให้ทหารของเขาหลบหนีเมื่อมีภัย
“พวกระยำ พวกมันหนีเอาตัวรอด  เวรเอ๊ย
!
“ผมว่าพวกมันคิดไม่ซื่ออย่างแน่นอน”
     ทองออกความเห็นของเขา เพราะว่าด้วยนิสัย ของนาทาน เขาคงไม่ปล่อยให้ นายของตนรอดไปได้แน่นอนเมื่อมีโอกาศมันย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ และในยามนี้ กองกำลังของ อเล็กซ์ ก็เหลือน้อยเต็มที
“ไอ้พวกบัดซบนี้มัน
!..

ทุกคนย่อมรู้แก่ใจว่า นายพลนาทานคิดไม่ซื่อ ปล่อยให้พวกเขาประทะกับ สัตว์อสูร จนเสียกำลังพลไปมาก ตอนนี้กองกำลังฝ่ายตนเสียเปรียบอย่างมาก ถ้าเป็นแบบนี้มีหวังนายพลนาทาน จัดการพวกตนจนหมดแน่ๆ ตอนนี้ใบหน้าของ นายพลอเล็กซ์   แก่ขึ้นไปอีกหลายปี
“ด้านนอกเป็นยังไงบ้าง”
“ยังมีสัตว์อสูรเพ่นพ่านอยู่ครับ แต่พวกมันลดจำนวนลงไปมากแล้ว คาดว่าอีกไม่เกิน
1 สัปดาห์ พวกมันหน้าจะไปเกือบหมด”
“อืม เรายังพอมีเวลา”
   ขณะนั้นเอง ยู ก็เดินออกมาจากประตูมิติของเขา พร้อมกับหลินและพิมพ์ ทั้งสามคนเดินตรงเข้ามายังวงประชุม
“ประชุมกันเหรอครับ”
     ทุกคนต่างพยักหน้า ตอนนี้ทุกคนในที่นี้ยอมรับนับถือ ในความสามารถของหลานนายพล คนนี้แล้ว ถ้าจะเอากันจริงๆ คนที่มีกองกำลังเยอะที่สุดในที่นี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น พรานหนุ่มหลานนายพลอเล็กซ์ คนนี้แน่นอน
“แล้วมีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้บ้าง”
“ตอนนี้มิติของหลานรับคนได้กี่คน”
   เป็น อเล็กที่ถามออกมา  เพราะเขามองไม่เห็นทางออกอื่นในการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว ดังนั้น  ความหวังเดียวของเขาตอนนี้ก็มีเพียงมิติภูติของ หลานของเขาเท่านั้น
“เท่าเดิมแหละครับ
5000 ตอนนี้คนของผมมี 4300 คน ดังนั้นรับเพิ่มได้อีกแค่ 700
“อืม
!น้อยเกินไปสินะ”
  อเล็กซ์ ก้มหน้าคิดหนัก เพราะว่าตอนนี้คนทั้งหมด มีทั้งหมด
1800 คน จึงไม่สามารถที่จะช่วยคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด
“ลุงมีปัญหาอะไรเหรอครับ”
“เฮ้อ
!
   เมื่อได้ยินคำถาม อเล็กซ์ก็ถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ ยู ฟัง
“เป็นแบบนี้เองซินะครับ ถ้าอย่างนั้น คนที่นี้ก็มี
2 ทางเลือก คือ ตามผม หรือ สวามิภักดิ์ นายพลนาทาน”
“ใช่”
“แล้วมีเรื่องอะไรที่ลุงหนักในเหรอครับ”
“ก็คนของเราตอนนี้มีทั้งหมด
1800 คน”
“อ๋อ เรื่องนี้เอง แล้วลุงคิดเหรอครับว่าพวกเขาทั้งหมดจะยินดีตามผมหนีออกจากค่ายนี้ไป”
    เมื่อได้ยินคำพูดของหลานชาย อเล็กซ์ก็มองกวาดสายตาออกไปดูคนของเขา มีหลายคนหลบหน้าไม่กล้าสบตาเขา อเล็กซ์ เข้าใจได้ทันทีในตอนนี้ มีคนหลายกลุ่มที่ไม่ยินดีที่จะทิ้งที่ปลอดภัยสุดท้ายออกไปร่อนเร่ด้านนอกแน่นอน คงมีใครยากออกไปลำบากเสียงอันตราย ทั้งๆที่มีที่ที่ปลอดภัยให้อยู่อาศัย
“เรียกระดมพล ทั้งหมด”
อเล็กซ์  สั่งการคนของเขาให้เรียกระดมพล ทั้งหมด ทั้งทหารและพลเรือน ที่กระจายกันอยู่ในจุดต่างๆของหลุมหลบภัย  เพียงไม่นาน ทั้งทหารและพลเรือน ทุกคนต่างมารวมตัวกันอยู่ที่ใจกลางโถงหลักของหลุมหลบภัย  พรานหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้าฝูงชน อย่างรู้งาน
  ทุกๆท่าน ตอนนี้ สถานการณ์ของเราไม่ปกติ เราเหลือทหารอยู่เพียง
300 นาย อย่างที่รู้กันว่า ค่ายทหารนี้มี 2 ขั้วอำนาจ หนึ่งคือ ลุงของผม นายพล อเล็กซ์ และ นายพลนาทาน  ซึ้งเป็นที่รู้กันว่า ทั้งสองฝ่ายต่างบาดหมางกัน ตอนนี้ กำลังพลของฝ่ายเราเสียเปรียบเรื่องจำนวนทหาร เพราะมีคนตายจากสงครามก่อนหน้านี้เยอะมาก และนายพลนาทานไม่ได้ส่งทหารเข้าร่วมรบ จึงไม่มีการศูนย์เสีย ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเราจะถูกกวาดล้างจากนายพลนาทาน ตอนนี้ เรามี 2 ทางเลือก คือ หนีออกไปจากที่นี้ หรือ สวามิภักดิ์ ต่อนายพลนาทาน ใครจะเลือกทางไหนพวกเราจะไม่บังคับ
    ทุกคนเงียบกริบ เมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดของสถานการณ์ตอนนี้  เพียงชั่วอึดใจเสียงซุบซิบ ปรึกษากันก็ดังขึ้นระงมไปหมด พรานหนุ่มปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยยังไม่พูดอะไรต่อในที่สุดก็มีเสียงถามออกมาจากฝูงชน
“หนีออกจากที่นี้แล้วเราจะไปไหน”
   เมื่อได้ยินคำถาม ทุกคนก็เงียบลงอีกครั้งเพื่อรอคอยคำตอบจากพรานหนุ่ม  ทุกสายตามองจับจ้องมาที่ ยู ไม่เว้นแม้กระทั้ง อเล็กซ์ เขาเองก็ไม่รู้ว่า หลานของเขาจะพาไปไหน รู้เพียงแต่ว่า มิติภูติ สามารถอยู่อาศัยในนั้นได้ชั่วคราว
    พรานหนุ่มยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะมองกวาดสายตาไปรอบๆ
“ดังที่ทุกคนรู้ การที่เราจะอยู่รอดได้นั้นต้อง เข้าไปในหอคอยราชัน ต้องทำสงครามกับเผ่าพันธุ์อื่นแน่นอนว่า รวมถึงพวกสัตว์อสูร ที่อยู่ด้านนอนอกนั้นด้วย หนทางเพียงหนึ่งเดียวที่ผมจะพาทุกคนไป คือ หอคอยราชัน ใครพร้อมที่จะเสียง พร้อมที่จะสู้ เพื่อหนทางรอดของมวลมนุษย์ ก็จงตามผมมา คนที่ไม่ต้องการที่จะไปก็เดินออกจากที่ประชุมนี้ไปได้เลย”
   “บ้าแล้ว นั้นมันไปตายชัดๆ ใครจะไปก็ไป ข้าไม่ไปตายโง่ๆแบบนั้นแน่นอน”

เมื่อได้ยินคำตอบ ก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการที่จะไปทำสงครามชิงหอคอยก็ทยอยแสดงตัวออกมา พร้อมกันตะโกนปุกปั่นคนอื่นๆให้คล้อยตามตนเอง พรานหนุ่มมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างเฉยชา
            ชายสวมชุดลำลองเก่าๆ
3-4 คนยืมที่ปลุกปั่นคนอื่นๆมองทอดสายตามายังพวกของนายพล อเล็กซ์ราวกับว่ามองคนที่ตายไปแล้ว
“หึ พวกโง พวกนี้มันคิดจริงๆเหรอว่าพวกมันจะทำได้”
“เราจะเอายังไงกันต่อพี่”
“ตามน้ำไปก่อน เราได้รับหน้าที่แฝงตัวเข่ามา ต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันจะไปทางไหน นายต้องการให้พวกที่ต่อต้านตายทั้งหมด”
    ผ่านไปไม่นาน  ก็เหลือคนอยู่มนลานกว้างเพียง
530 คนเท่านั้น ในนี้มีทหารของ อเล็กซ์ เพียง 50 คนเท่านั้น  อเล็กซ์มองดูลูกน้องของเขาเดินจากไปด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะต่างคนก็ต่างความคิด อเล็กต้องยอมรับในการตัดสินใจของทุกคน  พรานหนุ่มองดูคนเหล่านี้ที่เหลือ มีเพียงเด็กและผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ พวกผู้หญิงเหล่านี้ต่างสิ้นหวัง ในชีวิต เพราะว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ตายเหมือนๆกัน ถ้าเลือกที่จะอยู่ที่นี้ก็คงหนีไม่พ้น ถูกทหารเลวจับไปข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตายแน่นอน   อนาคตก็คงเป็นได้แค่เครื่องบำเรอกามของพวกมันเท่านั้นคงไม่ได้มีอะไรดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาสำหรับพวกเธอถ้าคิดจะอยู่ที่นี้  ถ้าเลือกไปกับพรานหนุ่มอย่างมาก็แค่ตายไม่ต้องทนทรมานเหมือนตายทั้งเป็น

ยู ยืนมองคนที่เหลืออยู่ ด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

“ยินดีตอนรับทุกคน เข้าสู่ คณะบุกเบิก หอคอยราชัน นับจากนี้ทุกคนจะถูกยายเข้าไปอยู่ในมิภูติของผมชั่วคราว เพื่อการเดินทางที่สะดวก ก่อนอื่น ผมขอแจ้งว่า ภายในมิติแห่งนั้น ไม่ได้ปลอดภัย 100% และถ้าผมผู้เป็นเจ้าของมิติ ตาย ทุกอย่างก็จะหายไป รวมทั้งพวกคุณทุกคน ผมจึงยากให้พวกคุณตัดสินใจอีกครั้ง”

เมื่อได้รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น มีคนที่เดินออกไปจากกลุ่มเพิ่มขึ้นอีกกว่า 210 คน ทำให้จำนวนคนที่ยินดีจะไปตายเอาดาบหน้าจริงๆ เหลือเพียงแค่ 320 คนเท่านั้น 
แฟลซ
!  พรานหนุ่มสะบัดมือของเขาไปด้านหน้า แสงสีขาวกวาดออกเป็นรูปจันทร์เซี่ยว กวาดผ่านคนทั้งหมดที่อยู่ในลานกว้าง  เมื่อแสงอุ่นๆปะทะเข้ากับร่างกายของพวกเขาก็เกิดเสียงอือฮาขึ้นมาทันที คราบสกปก สิ่งปฏิกูลต่างๆที่สะสมอยู่ตามร่างกายของเขาถูกอำนาจพลังวิญญาณ ของทักษะ กวาดออกไปด้านหลังจนหมด สองตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ  ด้านหน้าของพวกเขา ร่างของพรานหนุ่มเปล่งแสงสีทองออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“พวกเจ้าทุก ต่อจากนี้จะอยู่ภายใต้การปกครองของข้า ผู้สืบทอง
จักรพรรดิมิติ ราชันมนุษย์ ต่อจากนี้ พวกเจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังของข้า ยินดีต้อนรับทุกคน”
     แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่า ราชันมนุษย์ คืออะไร ทุกคนต่างรู้ว่าแต่ละเผ่าพันธุ์จะมีราชันกำเนิดขึ้นมาเพื่อนำพาพวกเขาเข้าสู่สงคราม ตามคำทำนายที่ปรากฏบนท้องฟ้าเมื่อนานมาแล้ว  แววตาของพวกเขาพลันมีความหวังขึ้นอีกครั้ง สัญลักษณ์ รูปกุญแจสีทอง ปรากฏขึ้นเหนือข้อมือซ้ายของพวกเขาเกือบจะทุกคน

“หลิน พิมพ์ พาพวกเขาทุกคนไปกันได้แล้ว หาที่พัก และหางานให้พวกเขาทำตามความถนัด”
พรานหนุ่ม หันไปสั่งการหลินและพิมพ์ก่อนจะเดินไปหา อเล็กซ์และทอง
“ลุงเราจะออกจากที่นี้ทันที”
“ไปตอนนี้เลยเหรอ แล้วพวกเขาละ”
   อเล็กซ์ ชี้ไปที่คนที่ไม่ต้องการที่จะออกจากที่นี้ และต้องการที่จะ
สวามิภักดิ์ ต่อนาทานคู่แค้นของตน
“ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องห่วงพวกเขา พวกเขาเลือกเส้นทางของตัวเองแล้ว”
“แต่ว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับลุง ในนี้มีทหารของนาทาน แฝงตัวอยู่หลายคน”
“อืม
!เราจะไปกันยังไง”
“ทุกคนเข้าไปในมิติภูติ ผมจะออกเดินทางคนเดียว เพราะคล่องตัวกว่าและปลอดภัยกว่าที่จะไปกันหลายๆคน”
“มันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ”
“เชื่อมือผมได้น่าลุง”
“ลุงรู้ว่าเอ็งเก่งแต่อย่าประมาทจะดีกว่า กล้องสอดแนมด้านบนของเราก็ใช้การไม่ได้หลายวันแล้ว”
“จริงเหรอลุงมันเกิดอะไรขึ้น”
“ลุงก็ไม่รู้ อยู่ดีๆก็มีต้นไม้เกิดมาบังมองอะไรไม่เห็นเลย”
“แปลกมาก ทำไมต้นไม้มันมาเกิดบังสายตาคนแก่เสียได้”
 “เฮ้อ
!ลุงคงแก่ไปแล้วจริงๆ”
“เอาน่าถึงลุงจะแก่แต่ลุงก็ยังมีประโยชน์กับผม”
“หึๆ พูดจาไม่ถนอมน้ำใจคนแก่เลยนะ”
“ลุกก็อย่าคิดมาก ทำตัวให้เป็นประโยชน์ให้มากๆ ผมฝากลุงจัดการเรื่องการฝึกทหารในนั้นด้วยนะ”
“เฮ้อ
!ก็ได้ คิดว่าจะได้พักทำใจซะหน่อย ยังไม่ทันไร ถูกใช้งานเยี่ยงทาสซะแล้ว”
“โธ่ลุง บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ไปตกปลากับตาเลยไหม หรือจะไปทอผ้าถุงกับยาย ถ้าจะให้ดีเข้าสมาคมคนแก่ สานตระกล้าเลยก็ได้ถ้าไม่ยากไปดูการฝึกทหาร”
“นี้ปากเหรอไอ้หลานเวร”
     อเล็กซ์สบทออกมาพร้อมกับยกขาจะถีบ พรานหนุ่มเอี้ยวตัวหลบอย่างรู้ทันพร้อมกันผละออกห่างทันที
“ลุงระวังเอวเคล็ดนะ คนแก่ออกแรงมากไม่ดี”
“ว๊ะไอ้นี้มันลามปามไม่เลิกเว้ย
!

“ฮ้าๆๆ  ยังไงก็ฝากด้วยนะลุงฉันไปดูสถานการณ์ด้านนอกก่อนเดี๋ยวกลับมา”
   ว่าแล้วพรานหนุ่มก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งให้ อเล็กซ์ บ่นพึมพำคนเดียวชายแก่ยืนมองดูลูกน้องเก่าที่ตัดสินใจอยู่ที่นี้ซักพักแล้วเดินเข้าไปในมิติโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น