The Greatest King of the Universe ราชันเอกภพ II

ตอนที่ 2 : Upgrade Radar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 พ.ค. 62

ขณะที่ ยู อยู่ในอุโมงค์ทางออกรอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ได้หายไปจากใบหน้าของเขา  สิ่งที่เขาเกรียดมากที่สุดก็คือสันดารของมนุษย์ ที่ไม่รู้จักแยกแยะ อะไรควร อะไรไม่ควร เห็นแก่ตัวจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาติพันธ์เดียวในช่วงเวลาของความเป็นความตาย ยังเสือกแว้งกัดกันอีก คนพวกนี้มันไม่ควรที่จะให้มีชีวิตอยู่ และจะไม่มีวันที่พวกมันจะได้รับความช่วยเหลืออะไร ใดๆจากเขา ถึงจะไม่ทำลายพวกมันทิ้งแต่ ยู ก็ไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว ผ่านไปซักพักความคิดอันบรรเจิดก็เกิดขึ้นในสมองของเขา
“หึ ไปเอารถถัง กับ เครื่องบินในโรงเก็บดีกว่า ถือว่าเป็นค่าเสียหาย
Z(ซี) สะแกนพื้นที่”
“แสกนพื้นที่ ใน 10 วินาที”
“ไม่ได้ยินเสียงหลายวันคิดถึงจังเลย อิอิ เปิด
Map หึๆๆอยู่ตรงนี้สินะ อ๊ะ!
   กึก
! ยูหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูทางออก สายตามองจ้องไปที่แผนที่ ที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าในรูปแบบ โปรงแสงฉายให้เห็นผ่านม่านตาของเขาเพียงคนเดียว มันแปลกไปจากเมื่อ 15 วันก่อนเกิดสงครามอย่างสิ้นเชิง สิ่งก่อสร้างหลายอย่างยังคงอยู่ แต่เหมือนมีหลายอย่างแปลกตาไปไม่น้อย
“แต่ทำไมแผนที่มันไม่ค่อยคุ้นเลยหว่า ทำไมเหมือนมีต้นไม้มากว่าเดิม
Z(ซี) เกิดอะไรขึ้น”
“เกิดการซ้อนทับกันของมิติสองแห่ง พื้นที่ ขยายตัว 25
%
“ขอรายละเอียด”
“โลกเกิดการขยายตัว 25
% โดยอัตโนมัติ เมื่อมิติมากกว่าหนึ่งมิติที่มีพื้นที่ ของตัวเองผสานเข้าด้วยกัน อัตราการขยายตัวจะเปลี่ยนแปลงไปตามขนาดของมิติเหล่านั้น ไม่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่เดิมในด้านการเปลี่ยนแปลง”
“ขอคำแนะนำ”
“โปรดระวังเอเลี่ยนสปีชีส์ อาจจะเกิดการรุกรานจากเผ่าพันธุ์อื่นอย่างเต็มรูปแบบ ”
“เวรแล้ว นี้มันหายนะชัดๆ ต้องรีบออกจากที่นี้”
   ยู วิ่งกลับทางเดิมอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงหน้าประตูมิติของเขา พรานหนุ่มก็ใช้มือสัมผัสมันเพื่อเก็บหระตูมิติทันที พร้อมกับมองกวาดสายตาออกไปรอบๆ เพื่อมองดูคนเหล่านี้เป็นครั้งสุดท้าย  พร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ช่วยไม่ได้ละนะ”
       ยู พุ่งออกไปตามทางของอุโมงค์อย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจที่จะหันหลังกลับมามองอีก ด้านหน้าของเขาเป็นประตูอัตโนมัติที่เปิดได้จากด้านในเท่านั้น ด้านหลังของประตูบานนี้ คือโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
“ตีดๆๆ ประตูกำลังจะเปิดในอีก 5 4 3 2...”
 คลื่น
เสียงประตูอัตโนมัติเปิดออก แสงแดดรำไรส่องผ่านลอดกิ่งไม้ลงมากระทบใบหน้าของพรานหนุ่ม ภาพเบื้องหน้าทำให้ ยูต้องอ้าปากค้าง
“นี้มัน...ป่า ป่าชัดๆ มันมาได้อย่างไร ต้นไม้พวกนี้น่าจะอายุกว่า 100 ปีแล้วแน่ๆ ถึงได้ใหญ่ขนาดนี้”
“ตรวจพบ กิ้งก่าสายพันธ์ใหม่”
พรานหนุ่มต้องผงะทันทีที่มองเห็น กิ้งก่า ตัวเท่าจะระเข้ ตัวโตเต็มไวกำลังอ้าป่าตรงดิ่งมาหาเขา
เฮ๊ย
!ฟุ๊บ!พรานหนุ่มพุ่งตัวออกไปด้านหน้าทันที พร้อมกับม้วนหน้าหลบคนเขี้ยวของกิ้งก่ายักอย่างหวุดหวิด
ฟุ๊บ
!ปั้ง!ๆๆ เสียงปืน DesertEagle ดังออกมาจากมือของพรานหนุ่ม 3 นัดติด เจ้ากิ้งก่า หัวสะบัดไปตามแรงปะทะของกระสุน .41 Magnum สมองของมันกระจุยตั้งแต่นัดแรกแล้วแต่ด้วยความตกใจพรานหนุ่มลั่นไกออกไปถึง 3 นัด
“เฮ้อ
!ตกใจหมดเลย กิ้งก่าอะไรวะนี้ หน้าขยะแขยงชะมัด แบบนี้ไม่ดีแน่ ระยะ Map 500 เมตรแล้วเรายังแทบจะไม่รู้เลยว่ามีกิ้งก่าตัวนี้อยู่ อันตรายมาก Z(ซี่) แนะนำการหลีกเลี่ยงสัตว์ สายพันธ์อื่นที่อันตราย”
Upgrade ระบบเรด้า และ Map
“โอ้ววมันสามารถ
Upgrade เหรอดีชะมัดเลย ขอรายละเอียด”
Upgrade ระดับ 2 ระยะสะแกน 1Km. ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับกลาง           1000 ก้อน
Upgrade ระดับ 3 ระยะสะแกน 2Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับกลาง            2000 ก้อน
Upgrade ระดับ 4 ระยะสะแกน 3Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับกลาง            3000 ก้อน
Upgrade ระดับ 5 ระยะสะแกน 4Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับกลาง            4000 ก้อน
Upgrade ระดับ 6 ระยะสะแกน 5Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับสูง                6000 ก้อน
Upgrade ระดับ 7 ระยะสะแกน 6Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับสูง                7000 ก้อน
Upgrade ระดับ 8 ระยะสะแกน 8Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับสูง                8000 ก้อน
Upgrade ระดับ 9 ระยะสะแกน 10Km.ทรัพยากร  ทับทิมวิญญาณ ระดับสูง              10000 ก้อน
   สูงสุด 9 ระดับ ไม่สามารถ
Upgrade ข้ามระดับได้
“นี้มันปล้นกันชัดๆ แพงชิปหาย”

    เมื่อเห็นราคาที่ต้องจ่าย พรานหนุ่มแทบจะกระอักเลือดออกมาทันที มันแพงมากมายมหาศาลแต่เพื่อความปลอดภัยมันก็พอรับได้
Upgrade ระดับ 2  สำเร็จ ระยะตรวจจับเพิ่มขึ้น....
Upgrade ระดับ 3  สำเร็จ ระยะตรวจจับเพิ่มขึ้น....
Upgrade ระดับ 4  สำเร็จ ระยะตรวจจับเพิ่มขึ้น....
Upgrade ระดับ 5  สำเร็จ ระยะตรวจจับเพิ่มขึ้น....
Upgrade ระดับ 6  สำเร็จ ระยะตรวจจับเพิ่มขึ้น  5 Km.
“เฮ้อ
! มันไม่ง่ายเลยจริงๆ เรากลับมาจนอีแล้วสินะ”
ยู ยิ้มออกมาด้วนความขมขื่น เมื่อต้องเสีย ทับทิมวิญญาณระดับกลางไปจำนวนมาก ถึง 16000 ก้อน ในพริบตาเดียว
     ไม่ถึง 5 นาที ยูก็มาอยู่หน้าครั้งแสงกองทหารม้า ของค่ายมีรถถัวสภาพดีจอดเรียงรายอยู่หลายคัน เมื่อมองข้ามรถถังไป จะเห็น เครื่องบินหลายสิบลำจอเป็นแถวเรียงราย มีบางลำเสียหายไปแล้ว  แต่ส่วนใหญ่ยังใช้งานได้  ยูไม่ได้ต้องการเครื่องบินเหล่านี้นัก แต่จะทิ้งไว้ก็เสียดาย
“เอามันหมดนี้แหละ พรานหนุ่มเดินตรงไปยัง รถถังทีละคันพร้อมกับใช้มือสัมผัสเบาๆ รถถังทั้งคันก็หายเข้าไปอยู่ในมิติแห่งภูติของเขาที่ลานกว้างเรียบร้อย เหตุการณ์แบนี้เกิดขั้นกับเครื่องบินที่อยู่ถัดออกไปเหมือนกัน เพียงไม่นาน ยูก็เดินมาถึงคลังกระสุน หน้าประตูถูกปิดตายไร้คนเฝ้า  พรานหนุ่ม ใช้ระเบิด
C4 ในการทำลายประตู
ปั้ง
!ๆเสียงระเบิดพลาสติก C4 ดังขึ้น 2 ครั้งติดประตูเหล็กบานใหญ่ล้มตึงลงกับพื้น ภายในเต็มไปด้วยปืนและกระสุนมามายหลายชนิด วางอยูตามชั้น วางพรานหนุ่มไม่รอใช้จัดการกวาดทุกอย่างที่เห็นในสายตาเข้าไปเติมเต็มคลังแสงส่วนตัวของเขา โดยไม่เหลือทิ้งไว้ให้เสียของแต่นิดเดียว  พร้อมกับจากไปโดยเร็ว ต้นไม้ใหญ่บดบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็นของพรานหนุ่ม มีหลายครั้งที่เขาต้องขึ้นต้นไม้เพื่อสังเกตทิศทาง เพื่อกันหลงถึงเขาจะมีเข็มทิศก็ตาม   เพราะโลกตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วมีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถเชื่อถือได้มากที่สุดก็คือ ปลายยอดของหอคอยที่ตั้งตระง่านอยู่ไกลลิบ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้ ตลอดเส้นทางพรานหนุ่มคอยหลบเลี่ยง สิ่งมีชีวิตอื่นๆอยู่ตลอดเวลา ดีที่เขาสามารถใช้ Z(ซี)ในการสะแกนพื้นที่รอบๆตัวได้ 5 km.แล้ว จากเดิมได้แค่ 500 เมตร เขาต้องเสีย ลูกแก้วจิตรวิญญาณไปจานวนมากเพื่อ Upgrade มันขึ้นมา ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว
  เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงมา พรานหนุ่มไม่ต้องการที่จะเดินทางในตอนกลางคืน เพราะว่าเป็นการยากมากที่จะระวังอันตรายขณะเดินทาง
    คงต้องหาที่พักแล้ว
Z (ซี) ประเมินพื้นที่ปลอดภัย ที่สามารถพักผ่อนหลับนอนได้โดยไม่เกิดอันตราย”
“มิติภูต”
“โธ่ ไม่ต้องถามก็รู้อยู่แล้วเฟ้ย
! เอาที่อื่น”
    พรานหนุ่มร้องออกมาอย่างหงุดหงิด เพราะว่าตอนนี้เขาไม่สามารถเปิดปิดมิติภูติได้ตามใจอีกแล้ว จำนวนครั้งในการเปิดมันเหลือน้อยลงทุกที จนกว่าเขาจะสามารถผสานมันเข้ากับแกนของหอคอยราชันได้  ถ้าไม่จำเห็นจริงๆ เขาไม่ต้องการเปิดมัน
“ทิศหรือ 2
Km.มีอาคารที่ยังมีสภาพดีอยู่”
   ยูพุ่งออกไปตามทิศทางที่เห็นใน
Map ทันที เพียงไม่นานเขาก็มาถึงที่หมาย
“นี้มัน โรงเรียนเหรอ  ป่ารกชะมัด นี้มันโรงเรียนอะไรหว่า แต่ชั่งเหอะ มีที่ซุกหัวนอนก็ดีแล้ว”

“อ๊ะ จุดสีเขียวๆกลุ่มนี้เคลื่อนไหว อืม..หรือจะเป็นคนรอดชีวิต ไม่น่าจะมีคนรอดได้นี้ก็ผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ต้องไปดูซักหน่อย”
   ยู เดินเข้าไปในอาคารทันที อาคารเรียนขนาดใหญ่แบ่งออกเป็นห้องเรียนหลายห้อง ทุกที่เต็มไปด้วยความเสียหาย โต๊ะเรียน กระจัดกระจายพังเสียหาย มีเถาไม้เลื้อยขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมอาคารแห่งนี้ราวกับเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ยูเดินมาจนถึงช่วงกลางของอาคารที่เต็มไปด้วยตู้เหล็กกีดขวางทางเดินอยู่ ตู้
Locker กว่า 100 ใบ
“นี้มัน..ต้องมีคนขนมันออกมาทำเป็นป้อมปราการ แน่ๆชักอยากรู้แล้วสิว่าใครกันที่มีความสามารถทำได้ขนาดนี้”
    ยู เดินตรงไปตามทางเดินเล็กๆ ที่ทำเป็นเขาวงกต ตู้ ตามทางเดิน มีบางช่วงต้องปีนป่าย แต่ ยูก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยแผนที่ของ
Z เป็นตัวนำทางให้ เมื่อเดินมาถึงประตูใหญ่ ของห้องห้องหนึ่ง ป้ายหน้าห้องเขียนว่า สหกรณ์โรงเรียน
“มิน่าละถึงมีชีวิตรอดกันอยู่ได้ ที่แท้มีอาหารและน้ำในสหกรณ์ ให้กินพอประทังชีวิตนี้เอง”
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูเป็นสัญญาณให้คนด้านในรู้ตัวว่ามีคนอยู่ด้านนอก
“ช่วยเปิดประตูหน่อยครับ ผมคือผู้รอดชีวิต”
ด้านใน ผู้รอดชีวิตราว 7 คน แยกเป็น 2 กลุ่มกลุ่มแรกนั่งกันอยู่คนละฟากของห้อง  ผู้หญิง 2 ผู้ชาย 3 อีกกลุ่มอยู่ในห้องเก็บของ ที่ ล็อกจากด้านใน ดูเหมือนว่า คนทั้งสองกลุ่มจะไม่ใช่พวกเดียวกัน  ชาย 3 คนที่อยู่ด้านในตาสว่างทันทีที่ได้ยินเสียงของคน หันมองจ้องหน้าเพื่อนอีก 2 คนด้วยรอยยิ้มแปลกๆกระซิบกระซาบกันเบาๆ
“มีหมูมาให้หลอกใช้อีกแล้ว หึๆ”
“เอาไงว่ามาเพื่อน”
“ต้องดูก่อนว่ามันมีอาหารมาหรือและมันสามารถหาอาหารมาให้เราได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็ไล่มันไปทีหลัง”
    มันทั้งสามสุมหัวกันวางแผนจัดการกับ ยู ที่อยู่ด้านนอก โดยที่ ยูไม่มีทางรู้ตัวเลย ว่าคนด้านในคิดไม่ซื่อกับตน
ผ่านไปประมาณ 5 นาทีก็มีเสียงการเคลื่อนไหวมาจากด้านใน
       แครก
! เสียงเปิดม่านบังแสงแบบบานเกล็ดดังขึ้นคนด้านในมองสำรวจออกมา พร้อมกับร้องถาม
“แกมีอาหารมาหรือเปล่า พวกเราไม่มีอาหารให้คนอื่นหรอกนะ”
   ยู  เข้าใจดีถึงความลำบากในเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้อาหารเป็นสิ่งสำคัญในการเอาชีวิตรอดไม่มีใครเต็มใจที่จะแบ่งอาหารของตนให้กับคนอื่นอย่างแน่นอน
“มีผมมีอาหารในส่วนของผมแล้ว ยู ตบไปยังเบ้หลังของเขา จริงๆแล้วในเป้ มีแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 แพ็ค และน้ำ 4 ขวดเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สำคัญอะไรมาก ยู เพียงสะพายมันเก๋ๆเท่านั้นไม่เคยคิดว่าจะใช้มันเป็นข้ออ้าง ในการหาที่หลับนอน
แกรก
!
เสียเปิดประตูจากด้านในดังขึ้น
“ดีเอามันมาให้เราแล้วเราจะให้นายเข้ามา”
   ทันทีที่ ประตูถูกเปิดออก กลิ่นคาวเอียนๆ ลอยออกมากระทบจมูกเขาทันที จน ต้องเบือนหน้าหนีและสบถกับตัวเองเบาๆในลำคอ
“บัดซบ พวกมันไม่อาบน้ำกันเลยหรือไงวะ”
  ยู ยื่นกระเป๋าเป้ออกไปอย่างไม่อิดออด คนด้านในยิ้มออกมาพร้อมกับดึงกระเป๋าไปจากมือของเขา แล้วหลีกทางให้ ยู เดินเข้าไป และปิดประตูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับผลักทั้งสามออกไป  พรานหนุ่มหันไปมองสองสาวก่อนจะละสายตาออกไป  แล้วไม่มองพวกเธออีก  เขาเดินนำหน้าพวกเธอผ่าน วงกฎตู้ ล็อกเกอร์ออกไปโดยไม่พูดอะไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น