นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[เรื่องสั้น] W.A.I.T [EXO X YOU]

โดย wildcat

(อยากเขียน) ไม่ได้ชอบงานแบบนี้แต่ก็ต้องมา ....จนเจอเข้ากับใครบางคน ที่เปลี่ยนเราไปตลอดกาล

ยอดวิวรวม

156

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


156

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ก.ย. 62 / 21:35 น.
นิยาย [ͧ] W.A.I.T [EXO X YOU]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Park Chanyeol



Oh Sehun



Choi Seunghyun



Han Semin



ชี้แจง

- ที่ใส่รูปผู้หญิงหันหลัง อยากให้รีดจินตนาการว่าเป็นตัวเอง จะได้ฟินไปแปดโลก
- ชื่อนางเอกจะขอใช้ชื่อฮันเซมินเพียงอย่างเดียว เพราะขี้เกียจตั้งชื่อ ทุกคนคือฮันเซมิน
- รีดคือนางเอกของหนุ่มๆ
- ผู้อ่านทุกคนคือนางเอกในเรื่อง
- ท่องไว้ ฮุฮุ
.
.


คำเตือน

- เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง สมมุติสถานการณ์ขึ้นมาเอง
- ไม่เกี่ยวกับบุคคลในภาพทั้งสิ้น
- สถานที่มีทั้งมีจริงและแต่งขึ้น
- รับไม่ได้หรือไม่พอใจกด x 
.
.
.
 ขอบพระคุณที่หลงเข้าอ่านกันค่ะ

^_______^

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ก.ย. 62 / 21:35







            งานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่

“สวัสดีค่ะคุณหญิงปาร์ค”

“สวัสดีค่ะคุณหญิงฮัน นี่หนูเซมินที่พูดถึงใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ ลูกสาวฉันเอง สวัสดีคุณป้าสิลูก”

“สวัสดีค่ะ” เซมินโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างนอบน้อม เผยรอยยิ้มหวานให้คุณนายตรงหน้า

“ว้าว สวยมากลูก สวยกว่าที่คิดไว้เสียอีก” ร่างเล็กยิ้มให้กับคำชมนั้น “นี่ลูกชายป้า ปาร์คชานยอลกับโอเซฮุน”

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวร่างเล็กทักก่อน ทั้งสองก้มหัวให้เล็กน้อย โดยชานยอลไม่มีรอยยิ้มมาให้ คนน้องส่งยิ้มให้เล็กน้อย


            เซมินชินซะแล้ว ที่แม่จะแนะนำลูกของเพื่อนหรือคนในแวดวงธุรกิจให้รู้จัก คุณชาย คุณหนู เซมินเจอมาหมดแล้ว รอบนี้เป็นคุณนายปาร์ค เจ้าของธุรกิจโรมแรมและคอนโดหลายสาขา ปาร์คชานยอล ลูกชายคนโตที่ใช้นามสกุลแม่ รักพื้นที่ส่วนตัวยิ่งกว่าสิ่งใด นิสัยที่เย็นชาและเข้าถึงยาก เหมือนไม่อยากให้ใครเข้าถึงด้วยซ้ำ หายากยิ่งที่จะมาออกงานกับคุณแม่ ต่างกับคนน้อง โอเซฮุน เห็นคุณนายปาร์คงานไหน เห็นลูกชายคนเล็กงานนั้น เป็นคนที่วางตัวดี ไม่นิ่งถึงขนาดพี่ชาย แต่ก็ไม่ให้ใครเข้ามาเกินขอบเขตที่กำหนด

“ขอถ่ายรูปหน่อยครับ” เสียงของช่างภาพประจำงาน

“เซมินคล้องแขนพี่ชานยอลเขาสิลูก” นั้นไงมาละ ความให้ใกล้ชิดสเต็ปที่หนึ่ง

“ได้ไงกันคะแม่ พบหน้ากันครั้งแรกจะให้แตะตัวคนที่พึ่งรู้จักกัน ดูไม่ดีเลยนะคะ” เซมินบอกด้วยท่าทีเขินอาย แม้จะไม่มีความรู้สึกนั้นเลย 1 ในมารยาการเข้าสังคม

“ไม่เป็นไรลูก ป้าอนุญาต” เมื่อผู้ใหญ่พูดขนาดนี้ก็ไม่อยากขัด จะได้ถ่ายให้เสร็จๆ เอื้อมมือหมายจะคล้องแขนชานยอลแต่กลับโดนปัดออก ทุกคนต่างพากันอึ้งกับสถานการณ์ตรงหน้า

“คนที่ไม่รู้จักกันไม่ควรแตะตัวกันตั้งแต่ครั้งแรกอย่างที่คุณบอก” เสียงไม่สบอารมณ์เปล่งออกมา

“ชานยอล! ขอโทษน้อง” คุณนายปาร์คบอกลูกชายด้วยความโกรธ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า หนูไม่ถือสา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ขอโทษนะคะ คุณชานยอล” เซมินที่ไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โตเลยต้องเอ่ยห้าม แม้การกระทำจะไม่ไว้หน้ากัน แต่กลับชอบซะอีก ตรงไปตรงมา ไอดอลเลย

            ชานยอลมองร่างเล็กตรงหน้า ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยทำแบบนี้คงจะหน้าเสียไปแล้ว กลับกันคนตรงหน้ายิ้มรับปกติดี ดูไม่พยายามด้วย หลังถ่ายภาพเสร็จก็ต่างพากันแยกย้ายไปทักทายคนรู้จัก

“แม่คะ หนูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“รีบไปรีบมานะ” อนุญาตเสร็จก็หันไปหาคุณหญิงที่คุยกันอยู่ก่อนหน้า


            เซมินไม่ได้ไปห้องห้องน้ำอย่างที่บอกกับแม่ เลือกที่จะเดินไปริมหน้าต่างที่เวลานี้คงไม่มีใครเดินผ่าน นั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดไว้สำหรับรับแขก ถอดรองเท้าส้นสูงที่ตัวเองไม่ชอบใส่ เพราะมันเจ็บนิ้วมากแถมยังต้องเกร็งเท้าไว้ตลอดเวลา ถลกชุดราตรียกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ ท้าวแขนไว้กับเข่าแล้วเอาคางวางไว้บนมืออีกที ถ้าใครมาเห็นเธอตอนนี้คงจะตกใจ คนละคนกับหญิงสาวแสนเรียบร้อยอ่อนหวานในงาน

“ผมอยู่ที่งาน อยากกลับแล้ว อึดอัด” นั่งสักพักได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์จากอีกฝั่งของเสาต้นใหญ่

“ผมทนได้ คุณนอนเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว” ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใครจึงชะโงกหน้าไปมองก็เจอกับคนที่ปัดมือเธอตอนอยู่ในงาน เขามองมาทางนี้ด้วยใบหน้านิ่งๆ มีความไม่ชอบใจในสายตาที่มองมา เซมินที่ไม่ได้สนใจกับสายตานั้น โบกมือทักทายด้วยรอยยิ้มแล้วกลับมานั่งท่าเดิม

            คนที่คุยโทรศัพท์เสร็จ เดินเข้ามายืนพิงเสามองออกไปทางวิวด้านนอกของโรงแรมเช่นเดียวกัน

“อยากกลับมั่งจัง อึดอัดเหมือนกัน” เซมินพูดออกมาตามที่คิด เธอไม่ได้อยากมาออกงานพบปะกับคุณหญิงคุณนาย แต่เพราะแม่อยากให้มาเธอจึงไม่อยากขัด “ได้ยินว่าคุณไม่ชอบออกงานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” หันไปชวนอีกคนคุย

            ชานยอลไม่ได้ตอบกลับมาในทันที แน่นอนว่าเขาไม่ชอบคุยกับใครถ้าไม่มีเหตุจำเป็นกับคนในครอบครัวยังเป็น โลกส่วนตัวสูงเสียดฟ้า ถ้าไม่เปิดรับ ก็จะไม่มีวันที่ใครได้เข้ามาในโลกใบนี้

“เพราะแบคฮยอน” แต่กับคนที่นั่งอยู่ เขาพูดออกมาง่ายๆ

“แบคฮยอน?” เซมินสงสัยกับคำตอบที่ได้รับ

“คนรัก” เมื่อได้ฟังก็ร้องอ๋อ พอจะปะติดปะต่อเรื่องได้

“ต้องมาออกงานกับคุณป้า เพื่อที่จะได้คบกับคนรักต่อไป?

“ใช่”

“คุณโคตรเสียสละตัวเองเลย เจ๋ง” เซมินหันไปยกนิ้วโป้งให้ชานยอล “ที่จริงฉันไม่ชอบงานแบบนี้เลย น่าเบื่อมาก ต้องปั้นหน้ายิ้ม เมื่อยกรามโคตร” เซมินบ่นให้ฟังหน้าตาน้ำเสียงแสดงออกชัดเจน คนที่ยืนมองอยู่ก็อดแปลกใจไม่ได้ คิดในใจ ต่างจากผู้หญิงที่เคยรู้จัก เดินมานั่งลงเก้าอี้ข้างๆ ยกมือลูบหัวคนที่นั่งอยู่ก่อน เซมินงงกับการกระทำหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ

“น้องสาว”

“น้องสาว? คุณอยากมีน้องสาวเหรอ” ชานยอลพยักหน้า รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าหล่อที่ติดหวานเล็กน้อย “ดีเลย ฉันเป็นลูกคนเดียวอยากมีพี่กับเขาบ้าง งั้นฉันต้องเรียกคุณว่าพี่สินะ พี่ชานยอล” คนตัวเล็กพูดอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าวันนี้จะได้มิตรภาพที่ไม่มีการหวังผลในเชิงธุรกิจกลับไป

“ทำไมพี่ถึงเข้าหาฉันก่อนล่ะ” แต่เซมินก็อดสงสัยไม่ได้ คนอย่างชานยอลที่จะเข้าหาใครก่อน เป็นเรื่องที่เกินจินตนาการมาก

“ไม่รู้ ถูกชะตามั้ง” เซมินหัวเราะกับคำตอบ เพราะเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมถึงเข้าหาคนเป็นน้องหมาดๆ ก่อน ถึงจะรู้สึกมีบางอย่างเหมือนกัน แต่ก็คงไม่ถึงขนาดที่เขาจะสนใจ ก็คงเป็นการถูกชะตาอย่างที่บอก เสียงโทรเข้าจากโทรศัพท์ของคนตัวเล็ก

“แม่โทรตามแล้ว” เซมินลุกขึ้นใส่รองเท้า จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย เปลี่ยนบุคลิก เป็นสาวสวยแสนเรียบร้อยทันที “ขอตัวก่อนนะคะ คุณชานยอล” ส่งยิ้มหวานให้แล้วเดินออกไปทิ้งให้ร่างสูงมองตามอย่างเอ็นดูและสงสาร ที่ต้องเข้าไปในงานที่แสนอึดอัดนั้น


-----------------


          วันแรกสำหรับชีวิตนักศึกษา เซมินสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เรียนคณะบริหาร ภาคอินเตอร์ เพื่อนำมาสานต่องานของแม่ ด้วยหน้าตาที่สละสวยจึงมีคนเข้ามาทำความรู้จักและเป็นมหาวิทยาลัยที่รวมลูกคนมีฐานะ ชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคม จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะเข้ามาทักทายหรือตีสนิทกับตัวเธอ เซมินก็ตอบกลับทุกคนที่เข้าหาอย่างสุภาพและเว้นระยะห่างไว้พอประมาณ คนกลุ่มนี้เธอพอรู้มาบ้างว่าหวังอะไรจากตัวเธอ

            หลังจากเข้าเรียนเพื่อฟังคำแนะนำจากอาจารย์และรุ่นพี่ในคณะ ก็ถึงเวลาพักท่านอาหารกลางวัน ตึกบริหารไม่มีโรงอาหารเป็นของตนเอง แต่ตึกข้างๆ มีโรงอาหารหรือเรียกว่าศูนย์อาหารเลยก็ได้ ร้านค้าดังๆ ก็มาเปิดให้เป็นตัวเลือกสำหรับนักศึกษา ไม่ต้องออกไปทานข้างนอก เซมินเป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่อยากออกไปหาอะไรทานข้างนอก นอกจากรถจะติด เสียเวลาหรืออีกนัย คือ ขี้เกียจ เลยมาฝากท้องไว้ที่นี่ เดินไปข้างในต่อแถวร้านอาหารง่ายๆ ก็ไม่วายมีคนเข้ามาทักทำความรู้จัก ชวนพูดคุย เพื่อรักษาหน้าตาในสังคมก็ต้องตอบกลับอย่างกุลสตรีที่แม่สอนมา

            เมื่อได้อาหารที่ต้องการ หาที่ทางในการรับประทานในมื้อนี้ พอได้ที่นั่งก็ลงมือจัดการทันที ข้าวหน้าตาน่ากินและรสชาติก็ดีเหมือนหน้าตา อย่างนี้คงต้องมาเป็นลูกค้าบ่อยๆ ซะแล้ว ทานไปได้ไม่ถึงครึ่งจานดี ก็รู้สึกถึงการมาของคนตรงข้าม

“พี่ชานยอล” คนตรงหน้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ลงมือทานข้าวตรงหน้าปกติ เซมินค่อยๆ ปะติดปะต่อ นี่มันศูนย์อาหารใต้ตึกคณะนิเทศและชานยอลเรียนคณะนิเทศ มหาวิทยาลัยเดียวกับตัวเอง คิดว่าบังเอิญเห็นเราเข้าเลยมานั่งด้วย ความคิดของร่างเล็กประมาณนี้

            ทุกสายตาหันมามองคนที่ได้ฉายา เจ้าชายน้ำแข็ง ที่ไม่สนใจจะญาติดีกับใคร แต่กลับนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวหน้าตาแสนสวย แถมเพื่อนสนิทที่มีคนเดียวยังไม่มาอีก สร้างความประหลาดใจและอยากรู้ต่อคนรอบข้างเป็นอย่างมาก

            ไม่มีการพูดคุยเกิดขึ้นระหว่างทานอาหารของคนทั้งสอง จนจัดการข้าวในจานหมด เซมินที่กำลังจะทักถามก็ไม่ทัน เมื่อชานยอลหยิบจานของตัวเองและของเซมินที่ว่างเปล่าไปวางไว้ที่สำหรับวางจานหลังรับประทานเสร็จ โดยทางศูนย์อหารจัดไว้ให้ เดินมาเอาหนังสือที่ว่างไว้บนโต๊ะ มองหน้าเซมินและบอกให้ตามไปด้วยกัน เมื่อได้ยินตามนั้นก็เดินตามพี่ชายหมาดๆ ไป ด้วยความสนใจคูณสิบของคนรอบข้าง


------------------------


“ว้าว ที่แบบนี้เขาเปิดให้เข้ามานั่งได้ด้วยเหรอ” เมื่อมาถึงเซมินเดินไปที่ริมรั้วเพื่อรับลมทันที นี่คือดาดฟ้าของตึกนิเทศ ที่บางครั้งจะมาขอใช้สถานที่แห่งนี้ในการถ่ายภาพหรือถ่ายงานแล้วแต่คนไป มันทั้งสงบ ลมพัดเย็นสบาย เป็นที่โปรดของชานยอล ชอบมานั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาระหว่างรอเรียนวิชาต่อไป

          ชานยอลเดินไปนั่งพิงกำแพงที่ประจำ เพื่ออ่านหนังสือที่ได้อ่านค้างไว้ ปล่อยให้ร่างเล็กชื่นชมกับบรรยากาศชั้นดาดฟ้าต่อ เมื่อพอใจแล้วเซมินเดินมานั่งบ้าง

ตำนานผู้พิทักษ์” พูดขึ้นหลังชะโงกหน้าไปมองปกหนังสือ “ฉันอ่านจบแล้ว สนุกมาก สปอยล์ให้ฟัง เอาไหม โอ๊ย” ยกมือจับหน้าผากตัวเองหลังโดนดีดหน้าผาก

“อยู่เฉยๆ” บอกแค่นั้นกลับไปสนใจหนังสือต่อ

“ก็อยากบอกอ่ะ” ได้รับสายตาพิฆาตกลับมา เซมินจึงยกสองมือขึ้นเป็นการบอกว่ายอมแล้ว “มีเรียนอีกทีกี่โมง”

“บ่ายสอง”

“งั้นถ้าจะไปแล้วปลุกด้วยนะ ง่วงมาก เมื่อคืนกว่าจะได้กลับจากงาน หาววว ของีบหน่อย” ได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา เมื่อเห็นอย่างนั้นจึงหลับตาลงแล้วเข้าสู่นิทราด้วยความรวดเร็ว


------------------


            แรงสะกิดจากหัวไหล่ทำให้คนที่หลับรู้สึกตัว บิดขี้เกียจพอเป็นพิธี หาวอีกสักรอบ หันไปมองคนปลุกกลับไม่ใช่ชานยอล แต่กลับเป็นอีกคน

“คุณเซฮุน แล้วพี่ชานยอลล่ะ”

“อาจารย์เรียกก่อนเวลา” ตอบโดยไม่หันมามอง

“อ๋อ เฮ้ย ใกล้ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณที่ปลุก” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทิ้งให้ร่างสูงนั่งอยู่คนเดียวกับสมุดวาดภาพที่ถือโอกาสใช้คนหลับเป็นแบบ


------------------------


            งานเลี้ยงคืนนี้ เป็นวันเกิดของคุณหญิงท่านหนึ่ง จัดงานได้อลังการงานสร้างมาก เชิญคนดัง ไฮโซ นักข่าวมาเต็ม ชุดที่เจ้าตัวใส่ เป็นชุดราตรียาวที่ออกแบบตัดเย็บโดยช่างชื่อดังจากต่างประเทศ แต่เห็นที่จะแย่งซีนเจ้าของงานก็คงเป็นคนที่เดินอยู่ข้างๆ  ชุดราตรีผ้ากำมะหยี่สีเลือดหมู ขับให้ผิวที่ขาวอยู่แล้วขาวยิ่งขึ้นไปอีก เครื่องเพชรน้ำดี 10 กะรัต ขับชุดและคนที่ใส่ให้ดูสง่าเพิ่มขึ้น ถึงจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังสวยไม่สร่าง

“คุณน้า สวัสดีครับ” ผู้ชายรูปร่างสูง หุ่นกำยำ หน้าตาคมเข้ม ที่สาวๆ เห็นคงต้องพากันเหลียวหลังมอง เป็นคนที่เข้ามาทักแม่ของเซมิน

“สวัสดีลูก แล้วพ่อกับแม่ล่ะ” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้มหวาน

“ทางนั้นเลยครับ” ผายมือไปอีกทางที่มีหญิงชายคู่หนึ่ง

“จ๊ะ นี่เซมิน ลูกสาวน้า เซมินนี่พี่ซึงฮยอน พี่เขาพึ่งกลับมาจากต่างประเทศ” แนะนำลูกสาวให้กับชายหนุ่มตรงหน้าที่เธอหมายปองให้ลูกสาวของเธอเอง

“สวัสดีครับ” ซึงฮยอนยิ้มให้ มองพิจารณาร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าที่เล็กกว่าฝ่ามือของเขา คิ้วสวยได้รูป ตาสองชั้น ดวงตาที่สุกสกาวเหมือนดวงดาว จมูกไม่โด่งจนเกินไป ริมฝีปากที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่เรียกได้ว่าพอดี ไหนจะตัวเล็กน่ากอดน่าทะนุถนอมนั้นอีก

“สวัสดีค่ะ คุณซึงฮยอน” เซมินตอบกลับอย่างสุภาพ ยิ้มให้ตามมารยาท แต่คนทีได้รับกลับอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้น

“ทำความรู้จักกันไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่มา” ว่าจบก็ปลีกตัวออกไป ทิ้งทั้งคู่ให้อยู่ด้วยกัน เซมินที่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งที่ไปออกงาน แม่อยากให้เธอสานสัมพันธ์กับคนๆ นี้และเธออึดอัด

“เซมินยังเรียนอยู่สินะ” ซึงฮยอนเป็นคนทำลายความเงียบนี้

“ค่ะ ฉันพึ่งเข้ามหาวิทยาลัย คุณล่ะคะ” อยากจะตัดบท แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาท

“พี่เรียนจบได้ 4 ปีแล้ว ทำงานอยู่ที่นั่น แต่ก็โดนเรียกตัวกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านจนได้” ขำเบาๆ หลังพูดจบ เขาแค่ลองหาประสบการณ์จากที่อื่นก่อนจะมารับช่วงต่อที่บ้าน ว่าจะทำ 3 ปี โดนเรียกกลับก่อน เซมินยิ้มให้กับคำบอกเล่า อยากออกจากตรงนี้แต่ยังหาทางไม่ได้ พลันสายตาเห็นบางคนที่ยืนอยู่อีกมุม

“เอ่อ ฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีเจอเพื่อน”

“ครับ” เขารู้ว่าเซมินไม่ได้อยากอยู่คุยกับเขานักหรอก เวลายังมีอีกเยอะ จะค่อยๆ เข้าหาร่างเล็กแล้วกัน


-------------------


“คุณเซฮุน พี่ชานยอลไม่ได้มาด้วยเหรอ” ใครบางคนที่ว่าก็คือเซฮุน รู้สึกโชคดีมากที่เซฮุนมางานนี้ด้วยไม่งั้นคงอึดอัดตายกันพอดี

“อือ ทะเลาะกับแม่” เซฮุนไม่ได้ตกใจกับการมาแบบพรวดพราดของเซมิน เขาเห็นอีกคนตั้งแต่เข้างานและเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าอีกคนจะเห็นเขาเหมือนกัน

“อ๋อ” ตอบรับแค่นั้น อยากจะถามกลับว่าเรื่องอะไร แต่ก็มีมารยาทมากพอค่อยไปถามเจ้าตัวเองดีกว่า ร่างเล็กไม่ได้เดินไปไหน ยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรอีก เซฮุนก็ไม่ได้ชวนคุย แต่กลับไม่ได้รู้สึกอึดอัด


-----------------------


          อาจารย์ให้จับคู่ทำรายงาน ทุกคนต่างมีเพื่อนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่โรงเรียนเก่าหรือเพื่อนใหม่ที่พึ่งรู้จักกัน ต่างจากเซมินที่ไม่มีเพื่อนที่สนิทหรือเพื่อนที่ตามกันมาเรียน ถึงมีคนเข้ามาทำความรู้จักเยอะก็จริงแต่เขาก็ไม่ได้เลือกเราไปทำงานด้วย หันไปมองรอบๆ ก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อ เวนดี้ สาวลูกครึ่งแคนาดา และไม่ชอบคนอย่างเซมินที่สุด ในที่นี่หมายถึง ลูกคุณหนูไฮโซ อีโก้สูง ซึ่งเวนดี้เคยเจอมากับตัวเลยมองเป็นแบบเดียวกันไปหมด

“สวัสดี มีคู่หรือยัง” เซมินเดินเข้าไปถามก่อน เวนดี้หันไปมองด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“ยัง กำลังหาอยู่”

“คู่กับฉันไง” บอกอย่างร่าเริง

“ไม่” ตอบกลับรวดเร็วทันใจ

“ทำไม” พอจะรู้อยู่แล้ว แค่อยากฟังว่าจะให้เหตุผลในรูปแบบไหน อ้อมหรือตรง

“ฉันแค่ไม่อยากคู่กับเธอ” จ้องกลับเพื่อบอกให้รู้ว่าเลิกยุ่งกับเจ้าตัวเสียที

“อย่าเล่นตัวเลยน่า คนอื่นเขามีคู่กันหมดแล้ว เหลือเราสองคน งานก็ส่วนงาน เรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว หัดแยกแยะหน่อย” เซมินพูดอย่างขำๆ เพราะตัวเองทำบ่อย แต่อีกคนเหมือนจะไม่พอใจ

“พูดง่าย เอาแค่ชื่อของเธอมา เดียวฉันทำงานคนเดียว” ส่งกระดาษกับปากกาให้เซมินเขียนชื่อตัวเองลงไป

“ทำไมไม่แบ่งกันทำ” ไม่ได้รับมาเขียน แต่ถามกลับด้วยความสงสัย

“ยังไงก็ไม่ได้อยากทำอยู่แล้วนิ หาคนทำแทนไม่ใช่เหรอ เสนอให้แล้วก็รับไว้”

“โอเค” เซมินไม่อยากพูดแก้ตัว ทำให้อีกคนเห็นแทนแล้วกัน


            หลังเลิกเรียนตอนเย็นทั้งคู่ก็ตรงไปห้องสมุดทันที เพื่อหาข้อมูลในการทำรายงานครั้งนี้ ก่อนออกจากห้องเวนดี้ยังไม่วายบอกให้เซมินไม่ต้องตามมา แต่ก็หาได้สนใจเดินนำทางไปห้องสมุดหน้าระรื่น คนที่บอกไม่ต้องตามมาได้แต่ถอนหายใจ

“เล่มนี้เนื้อหาเยอะดี”

“อืม”

“เล่มนี้ด้วย”

“อืม” มีเพียงคำนี้ที่เปล่งออกมาจากเวนดี้ เซมินหันไปมองก็โดนมองอยู่ก่อนแล้ว

“มองหน้าทำไม มีอะไรติดหน้าฉันเหรอ” ว่าพลางจับหน้าตัวเอง

“เปล่า แค่คิดว่าไม่เหมือนอย่างที่คิด” พูดจบก็เดินไปนั่งโต๊ะที่เลือกหนังสือไว้ก่อนหน้าแล้ว เวนดี้คิดว่าอีกคนตามมาเพื่อมานั่งดูตนเองทำงานเฉยๆ แต่เปล่าเลยเซมินช่วยหาหนังสือที่ใช้ได้จริงในการทำงาน หาได้มากกว่าเธอเสียอีก

“อย่างที่คิด ว่าฉันคงจะไม่ช่วยทำงานสินะหรือทำตัวเชิดหยิ่งใส่เพราะมีเงินและฐานะมากกว่า แบบนี้น่ะเหรอ” วางหนังสือที่หยิบมาเพิ่มลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงมองหน้าเวนดี้

“ใช่”

“คิดไม่ผิดหรอก แค่ฉันไม่ใช่ก็เท่านั้นเอง” หยักคิ้วให้หนึ่งที หยิบหนังสือมาเปิดหาเนื้อหาที่ต้องใช้งาน รู้สึกถึงการถูกมอง จึงเงยหน้าขึ้นมา เวนดี้มองเหมือนจะเอกซเรย์ทั้งตัว “ฉันอยากมีเพื่อนนะ มองฉันใหม่ได้ไหม เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งที่อยากเป็นเพื่อนกับเธอ” เวนดี้มองรอยยิ้มที่คล้ายจะขอร้องนั้น ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปก้มหน้าดูหนังสือที่หยิบมาแทน เธอจะขอกลับไปคิดดูอีกที


-----------------------


            วันนี้ก่อนเข้าเรียน เซมินได้แวะเอาหนังสือมาให้ชานยอลที่ห้องเรียน เซมินรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ ถามคนที่คณะเอาไง ง่ายนิดเดียว ก้าวพ้นขอบประตูแค่นั้นหยุดยืนกวาดสายตามองคนที่อยากเจอ เรียกทุกสายตาในห้องเรียนหันมองที่เธอ ไม่มีใครสงสัยการมาของเซมิน ข่าวที่ว่าเจ้าชายน้ำแข็งนั่งกินข้าวกับร่างเล็กในโรงอาหาร เสร็จแล้วเดินตามกันออกไป แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนคนที่ถูกมาหายังไม่รู้ตัว

“ชานยอล” เสียงเรียกชื่อจาก อึนกุก เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ทำให้ชานยอลที่กำลังจดจ่อกับการอ่านหนังสือหันไปมองหน้าอย่างไม่ชอบใจที่มากวน แต่อึนกุกมองไปทางประตูห้องจึงมองตามไปเจอกับเซมินที่ยืนมองหาใครบางคนอยู่ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาจึงลุกแล้วเดินเข้าไปหา

“หาตั้งนาน นี่ ฉันเอามาให้” เมื่อเห็นว่าชานยอลเป็นคนเดินเข้ามาหาเธอเอง ก็โล่งใจที่ไม่ต้องถามใคร ยื่นสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกให้กับชานยอล “เรื่องนี้หายากมาก ฉันแนะนำอยากให้อ่านรับรองว่าพี่ต้องชอบ” ชานยอลหยิบออกจากถุงขึ้นมาดู เป็นหนึ่งในเรื่องที่เขาตามหา เพราะเป็นหนังสือเก่า ทางสำนักพิมพ์เลิกผลิตแล้ว คิดว่าคงจะหาไม่ได้แล้ว

“ได้มายังไง” ถามกลับด้วยความสงสัย

“ให้เพื่อนที่อังกฤษหาให้ ที่นั้นมีร้านขายหนังสือเก่าอยู่”

“แล้วไม่เก็บไว้เอง” หนังสือดีแบบนี้เอามาให้คนอื่นได้ยังไง

“ฉันมีแล้ว ตอนแรกก็ว่าจะเอาของตัวเองให้พี่อ่าน ลืมไปว่าให้เพื่อนยืมอยู่ แล้วพี่อ่านหรือยัง”

“ยัง เท่าไหร่” ชานยอลทำท่าจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจ่าย เซมินรีบยกมือห้าม

“ไม่ต้อง ฉันเอามาให้เป็นของขวัญ ไปก่อนนะเจอกันตอนเที่ยง” รีบพูดรีบเดินออกไป ทิ้งให้อีกคนมองตาม แปลกดีพึ่งรู้จักกันกลับเอาของมาให้ อย่าว่าแต่เซมินแปลกเลย เขาเองก็แปลก เพราะกำลังหาหนังสือดีๆ สักเรื่องให้เหมือนกัน

“ยังไง ข่าวลือเป็นจริงเหรอ เรื่องที่คบกับลูกสาวเจ้าของบริษัท ฮันเซมิน” อึนกุกที่นั่งมองอยู่นานหันไปถามทันทีที่เจ้าตัวกลับมานั่ง

“เปล่า น้อง” ตอบแค่นั้นก็หันมาสนใจหนังสือต่อ

“น้อง นอกจากเซฮุน เจ้าชายน้ำแข็งยอมรับคนอื่นเป็นน้องด้วย ว้าว” อึนกุกตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ หมอนี่เคยสนใจใครที่ไหนนอกจากตัวเองและหนังสือ เขานี่ทึ่งเลย แต่ว่าก็น่าจะน้องจริงๆ เพราะแฟนตัวจริงเป็นดาราแถวหน้าที่ไม่สามารถเปิดตัวได้นี่นา


---------------------


            หลังทานข้าวกลางวันเสร็จ เซมินขึ้นไปบนดาดฟ้าที่ประจำของชานยอล แต่กลับเจอน้องชายของชานยอลแทน เซฮุนได้ยินเสียงเปิดประตู หันไปมองก็เห็นเป็นร่างเล็กที่ยืนมองมาทางตนอยู่ ไม่มีคนเข้ามาที่นี่นัก นอกจากเขาและชานยอล

“คุณเซฮุน สวัสดีค่ะ แล้วพี่ชานยอลล่ะ” ถามขณะเดินเข้าไปหา

“ไปทำโปรเจคกับเพื่อน” ก้มกลับไปเขียนสมุดตรงหน้าต่อ

“ไม่เห็นบอกกันเลย” พูดกับตัวเองเบาๆ ทั้งที่บอกไปแล้วว่าตอนเที่ยงเจอกัน น่าน้อยใจชะมัด แต่ก็ลืมไปว่าชานยอลไม่จำเป็นต้องบอกตนเอง “แล้วนี่คุณทำอะไรอยู่” หันไปสนใจอีกคนแทน ชะเง้อมองบนหน้ากระดาษที่มีภาพวาดสถานที่สักแห่งพร้อมคำประกอบสั้นๆ

“สวยจัง คุณเคยไปที่นี่มาแล้วเหรอ เขาว่าสวยมากเลย บรรยากาศก็ดี ฉันยังไม่มีโอกาสได้ไป เล่าให้ฟังบ้าง” เซฮุนยังคงเงียบและนั่งวาดต่อไป เซมินที่เห็นแบบนั้นเลยไม่อยากรบกวน ถ้าเขาไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพราะรู้สึกถึงแรงสั่น

“อินเตอร์ลาเคน” หันไปมองคนที่อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา “เมืองอินเตอร์ลาเคน อยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ โอบล้อมไปด้วยภูเขาและทุ่งหญ้า อากาศดี สวยเหมือนอยู่ในฝัน” เซมินนั่งมองคนที่เล่าให้ฟังก็ยิ้มออกมา ไม่รู้ว่าเพราะได้ฟังถึงสถานที่ท่องเที่ยวหรือเพราะคนเล่าอมยิ้มไปด้วยขณะเล่า

“พูดซะอยากจองตั๋วไปเดี๋ยวนี้เลย ทำไมคุณไม่เขียนบรรยายหรือรีวิว ถ่ายภาพมาล่ะ”

“คนทำกันเยอะแล้ว” ก็จริงอย่างที่บอก ส่วนใหญ่คนก็มักจะมีรูปถ่ายประกอบการรีวิว แต่ภาพวาดที่มาจากความทรงจำของคนเที่ยวไม่ค่อยมี ก็ใครเขาจะเก่งวาดรูปกันหมดล่ะ ตัวเธอคนหนึ่งที่วาดรูปได้ห่วยมาก

“ก็จริง ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น” ว่าจบก็ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเซฮุน “นี่เป็นบล็อกที่ฉันเขียนถึงสถานที่ท่องเที่ยวและที่ที่เคยไป ถึงมันจะเหมือนกันบ้าง แต่สำนวนหรือวิธีการเขียนไม่เหมือนกัน ทุกคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง ยังไงคุณก็ลองเข้าไปอ่านดูนะ เผื่อชอบวิธีการเขียนของฉัน” นำเสนอเต็มที่ เซฮุนแค่มองผ่านๆ แล้วส่งคืน เซมินรับกลับมาแม้เซฮุนไม่สนใจก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้บอกกับใครบางคนว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว

“ค่ะ มาแล้วเหรอ คุณลุงรอแปบนะ หนูกำลังลงไป” เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน “ไปก่อนนะแล้วเจอกันใหม่” หันมาลาร่างสูงแล้วจึงเดินหน้าวิ่ง เมื่อเซมินออกไปแล้วเซฮุนหยิบโทรศัพท์ พร้อมเข้าหน้าบล็อกแล้วกดติดตามทันที

My Way” 


--------------------------


            วันนี้แม่ให้คุณลุงคนขับรถมารับถึงมหาวิทยาลัย แสดงว่าต้องมีงานด่วน ปกติถ้ามีงานเซมินจะจัดเวลาและเดินทางกลับเอง ครั้งนี้คงเป็นงานกะทันหัน เฮ้อ แค่คิดก็เบื่อ

“สวัสดีค่ะแม่ งานของใครเหรอคะ” มาถึงก็เห็นแม่นั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องนั่งเล่น

“แค่ให้คนไปรับเอง แม่ไม่ได้ออกงานตลอดหรอกนะ พักบ้างอะไรบ้าง” พูดกัดนิดๆ ดึงแก้มลูกสาวเพียงคนเดียวที่นั่งลงกอดเอวตัวเองไว้

“อืออออ แล้วแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ให้ลุงไปรับหนู”

“แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”

“เรื่องอะไรคะ เสียงดูเครียดๆ” ผละออกจากการกอดแม่มานั่งหลังตรง มองผู้ให้กำเนิดถึงแม้จะอายุมากแล้ว แต่กลับยังดูสง่าเป็นสาวพันปี

“แม่อยากให้เราทำความรู้จักกับซึงฮยอนดู”

“ก็รู้จักแล้วนิคะ แม่เป็นคนแนะนำเอง” เธองงกับแม่

“แม่หมายถึง ลองคุยกัน” ค่อยๆ ขยายความ

“แม่อยากให้หนูกับคุณซึงฮยอนคบกันในฐานะคนรัก” และเซมินก็ขยายออกทีเดียวโดยไม่ต้องให้แม่อ้อมอีก

“ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น แม่อยากให้ลองศึกษากันไปก่อน ถ้าไม่ถูกใจแม่ก็ไม่ว่า” แม่พยายามแก้ต่าง เธอไม่อยากบังคับลูก แต่ก็อยากให้ซึงฮยอนเป็นคนมาดูแลลูกสาวเพียงคนเดียว เธอรู้จักกับครอบครัวนี้มานาน ช่วยเหลือเธอตั้งหลายอย่างแม้ตอนที่ลำบาก เธอเลยไว้ใจว่าซึงฮยอนต้องดูแลเซมินได้เป็นอย่างดี

“แต่หนูไม่ได้ชอบเขา”

“แม่ถึงบอกให้ลองศึกษากันไปก่อน” เธอว่าพลางลูบผมลูกสาว เซมินพยายามคิดว่าควรจะทำยังไงดี เธอไม่อยากรู้จักกับซึงฮยอนไปมากกว่าลูกชายของเพื่อนแม่ และเธอก็คิดออก

“แม่คะ หนูมีเรื่องที่ไม่ได้บอกแม่” มองหน้าผู้ให้กำเนิด อย่างรู้สึกผิดได้แต่ขอโทษอยู่ในใจ

“มีอะไร” แม่ที่เห็นลูกทำหน้าอย่างนั้นก็รู้สึกไม่ดี

“คือ...คือหนูมีแฟนแล้วค่ะ” คำโกหกคำโตได้ออกจากมาจากปากได้รูป แม่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจไม่แพ้กัน

“ใคร แม่รู้จักไหม” พยายามควบคุมสติตัวเองไว้

“รู้จักค่ะ เราเจอกันที่งาน”

“ใคร” ถามซ้ำอีกครั้ง

“คือ.....” เอาไงล่ะทีนี่ “หนูพาเขามาเจอแม่เลยดีกว่า เซอร์ไพรส์ไงคะ” ยิ้มให้กับคนเป็นแม่ หาทางเลี่ยงที่จะบอกว่าเป็นใคร

“พร้อมเมื่อไหร่ก็นัดวันมาแล้วกัน” ในเมื่อลูกไม่บอกเธอก็ไม่อยากเซ้าซี้ ถึงจะอยากรู้ว่าเป็นใคร แต่ก็คงไม่ดีเท่ากับคนที่เธอหาให้แน่นอน เซมินแอบถอนหายใจที่วันนี้รอดตัวไป แต่งานข้างหน้าชั่งหนักหนานัก เพราะไม่รู้ว่าคนๆ นั้นจะยอมแกล้งเป็นแฟนของเธอหรือเปล่า หวังว่าจะสำเร็จ


----------------------------


“เวนดี้ เอาใจช่วยฉันด้วยนะ” พูดขึ้นหลังจากอาจารย์เดินออกจากห้องเรียน

“เรื่อง” จู่ ๆ ก็พูด คนฟังก็งง “จะไปรบเหรอ ทำหน้าทำตา”

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่” ถอนหายใจใบหน้าบอกบุญไม่รับ “คือแม่อยากให้ฉันลองคบกับคุณซึงฮยอนลูกชายของเพื่อนแม่ แต่ฉันไม่ได้ชอบเขา” เซมินเล่าให้เวนดี้ฟัง หลังจากที่ร่วมงานกันและจัดส่งจนได้คะแนนเกือบเต็มมา เวนดี้ก็เปิดใจยอมรับเซมินเป็นเพื่อน

“ก็บอกแม่ไปสิ” ไม่เห็นจะยาก

“บอกแล้ว แม่ก็บอกว่าให้ศึกษากันไปก่อน”

“นี่คือเรื่องที่นั่งทำหน้าอมทุกข์อยู่”

“เปล่า”

“แล้วเรื่องอะไรล่ะ”เวนดี้ที่เก็บของเสร็จแล้วหันหน้ามาคุยให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ฉันกำลังจะไปขอให้คนรู้จักมาแกล้งเป็นแฟน”

“ใคร”

“พี่ชานยอล”

“เจ้าชายน้ำแข็ง!!” เวนดี้พูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง คนที่ยังไม่ออกจากห้องหันมามอง เซมินจึงหันไปขอโทษแทน “ฉันได้ยินเรื่องเธอกับเจ้าชายน้ำแข็งมาอยู่ เขาคงจะช่วยเธอ”

“ก็แค่เรื่องที่ได้ยิน ที่จริงฉันกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นหรอก แต่เขาคือคนเดียวที่แม่จะยอม”

“แล้วจะเอาไง”

“คงต้องลองดูก่อน ค่อยว่ากันอีกที” บอกอย่างปลงตก

“อือ สู้ๆ เป็นกำลังใจให้” ลุกขึ้นตบบ่าเซมินเบาๆ “มีอะไรให้ช่วยก็บอก ไปก่อนนะ”

“อือ ขอบใจมาก” เซมินมองดูคนที่เดินไปเรียนคณะของตัวเอง เวนดี้เรียนคณะนิเทศ เอกขับร้อง ปี 1 มีวิชาพื้นฐานที่ต้องเรียนเหมือนกันทุกคณะ นั่นทำให้เซมินกับเวนดี้นั่งเรียนด้วยกันตลอด เรียกว่าเพื่อนสนิทได้หรือยังก็ไม่รู้


-----------------------------


            ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเซมินขึ้นไปรอชานยอลที่ดาดฟ้า โดยรอบนี้ส่งข้อความไปบอกเสร็จสรรพ จะได้ไม่พลาดกัน ระหว่านั่งรอก็เปิดเข้าไปในแอคเค้าท์เว็บที่เขียนรีวิวไว้ล่าสุด เมื่อตอนที่เธอไปนั่งตรงสนามเด็กเล่นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีผู้เข้าชมไม่มากนัก เข้าไปดูคนที่กดติดตามเธอเพิ่ม ก็สะดุดกับแอคเค้าท์หนึ่ง เข้าไปดูก็ไม่มีอะไร เหมือนแค่สมัครไว้ติดตามคนอื่น ส่วนใหญ่เป็นบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียง แต่ที่เซมินสงสัยก็คือรูปโปรไฟล์ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“สวัสดีครับ เซมิน” หันมองคนที่ทัก คือ อึนกุกเพื่อนของชานยอล

“สวัสดีค่ะพี่อึนกุก พี่ชานยอลด้วย” ทักเลยไปถึงคนที่เดินตามมาข้างหลัง

“มีอะไร” ชานยอลก็ยังเป็นชานยอลถึงจะรู้จักกันมากกว่าคนอื่น แต่ก็ยังรักษาระยะไว้

“ไม่อ้อมนะ” สูดหายใจเข้า ให้กำลังใจตัวเอง “คือ....ฉันอยากให้พี่ชานยอลแกล้งเป็นแฟนฉันหน่อย ได้ไหม” เกิดเดดแอร์ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“ไม่” และคำตอบหนักแน่นก็ตามมา

“นะ นะ ช่วยหน่อยนะ” พยายามขอร้องด้วยน้ำเสียงและส่งสายตาอ้อนวอน

“ไม่” ยังเป็นคำปฏิเสธเดิม พร้อมด้วยสายตากดดันที่บอกให้รู้ว่า อย่าขออะไรไร้สาระ เซมินได้แต่ทำหน้าหงอย

“มึงก็ช่วยน้องเขาหน่อยดิว่ะ น้องเขาเดือดร้อน” อึนกุก ที่แพ้ผู้หญิงสวยทุกคนบนโลกพูดขึ้น ทนความน่าสงสารนั้นไม่ไหว เซมินหันไปขอบคุณ

            ชานยอลมองหน้าร่างเล็กตรงหน้าเขารู้ว่าทำไม คงจะถูกแม่จับคู่มาสินะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย แต่เขาก็ไม่อยากอธิบายให้ใครฟัง ถ้าตอบตกลง แม่ที่ตอนนี้มีปัญหากันอยู่ก็ต้องถามถึงแบคฮยอนว่าเลิกกันแล้วเหรอ ต้องอธิบายให้แบคฮยอนฟังอีก ซึ่งนั้นไม่ใช่นิสัยเขา ทางเดียวคือปฏิเสธ

            เซมินมองหน้าชานยอลก็รู้ว่าคงไม่มีหวังแน่นอน เพื่อนผู้ชายก็ไม่มีเลยหรือจะบอกให้เวนดี้ช่วยดี หญิงหญิงไปเลย ไม่ได้อีกมีหวังแม่ช็อกกันพอดี เอาไงดี มีอยู่อีกคนเจ้าของแอคเคาท์..........

“ไม่เป็นนะเซมิน ใจเย็น” อึนกุกช่วยปลอบร่างเล็กที่ก้มหน้าอยู่ แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเซมินหันมาหาตนอย่างรวดเร็ว

“พี่อึนกุก ช่วยฉันได้ไหม” แม้จะเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในความคิด แต่ก็เป็นอีกคนที่รู้จัก

“เอ่อ” เขาบอกแล้วใช่ไหมว่าทนต่อคนน่ารักไม่ไหว มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ “ได้ เดี๋ยวพี่ช่ว-“

“ไม่ต้อง” ยังเอ่ยไม่ทันจบ เสียงของคนที่เงียบไปนานก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งคู่หันมามอง

“อะไรว่ะ มึงไม่ช่วย กูก็ช่วยแทนไง” งงในตัวเพื่อนมาก

“ไม่ต้อง กูช่วยเอง” บอกพร้อมมองหน้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว หมอนี่คงไม่ทำอะไรเกินเลยกับเซมิน แต่เขาก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี เพราะรู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว

“กูรู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่ คนนี้น้อง กูไม่ทำอะไรหรอก ไม่ต้องมองเหมือนจะฆ่ากัน” ว่าพร้อมชี้หน้าชานยอล เซมินที่มองอยู่ก็งงเล็กน้อย

“จริงนะ พี่ชานยอลช่วยฉันจริงๆ นะ” เดินเข้าไปเขย่าแขนคนเป็นพี่ด้วยความดีใจ ชานยอลมองมือที่จับนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงสะบัดแล้วเดินหนีไปแล้ว เลื่อนจากมือมาเป็นใบหน้าที่แสดงถึงความดีใจสุดขีด น่ารัก เขาคิดไม่ผิดที่ยอมให้เด็กคนนี้มาเป็นน้องสาว และเขาก็มีน้องแท้ๆ เหมือนกัน


----------------------------


            ดูเหมือนที่ดาดฟ้าแห่งตึกคณะนิเทศจะเป็นที่สิงสถิตของเซมินไปแล้ว ไม่มีเรียนก็มาที่นี่ หรือจะโดดก็มาที่นี่ เงียบ สงบ สบาย อากาศดี ใครไม่ชอบบ้างล่ะ แต่ก็นะไม่ค่อยมีใครมานะอุตสาหะปีนบันไดขึ้นมาเท่าไหร่หรอก คงจะมีแต่เรานี่ล่ะ ที่ขยันมาทุกวัน

“หือ” ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากอีกฝั่ง เสียงเหมือนใครทำลายข้าวของ เดินไปดูก็พบกับชานยอลที่กำลังระบายอารมณ์กับโซฟาที่พังอยู่แล้ว ให้พังขึ้นไปอีก “พี่ชานยอล” เซมินตัดสินใจเรียกคนที่กำลังต่อยกับกำแพงอยู่ ชานยอลที่ได้ยินก็หันกลับมามอง

“อย่ามายุ่ง” ตอบกลับด้วยเสียงที่ฟังก็รู้ว่าโมโหอย่างรุนแรง หันไประบายอารมณ์กับกำแพงต่อ เซมินไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ชานยอลโมโหได้ขนาดนี้ มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับใครหรือเปล่า เซมินจึงกลับไปนั่งที่เดิมอีกฝั่ง ได้ยินเสียงสบถด้วยความโกรธ จึงหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบโทรศัพท์ฟังเพลงแทนแล้วหลับตาลง

            สักพักก็รู้สึกถึงการมาของใครอีกคน ถึงแม้จะฟังเพลงอยู่ก็ยังได้ยินเสียงหอบหายใจอย่างหนัก แสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่พึ่งทำไป เซมินยังคงไม่สนใจหลับตาฟังเพลงต่อไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้ว่าอีกคนอยากคุยด้วยหรือเปล่า แต่ก็เมินได้ไม่นาน กลิ่นคาวเลือดลอยเข้าจมูกจนทนไม่ไหว หันไปมองคนที่นั่งห่างออกไปไม่มากนัก เห็นสภาพก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ทำเพื่ออะไร มีแต่เจ็บตัวเปล่าๆ” จับฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นมาเทน้ำดื่มที่พกในกระเป๋าราดลงไป หยิบกระดาษทิชชู่ที่ติดตัวไว้ตลอด ขึ้นมาซับ “เล่าได้นะ” เงยหน้าขึ้นมาพูดพร้อมวางกระดาษทิชชู่แปะลงไปตามกรอบหน้าที่ชื้นเหงื่อ ค่อยๆ เช็ดคราบเลือดออกจากหลังมือนั้น ดูเหมือนจะแตกและหนักเอาการ

            ชานยอลได้แต่นั่งมองร่างเล็กที่ก้มเช็ดคราบเลือดของเขาโดยไม่รังเกียจ คิดไม่ผิด ใช่ เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เปิดรับคนๆ นี้มาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไว้ใจ เซฮุนเป็นน้องชายที่แข็งแกร่ง เซมินก็เป็นน้องสาวที่อ่อนโยน เขานี่ช่างโชคดีขนาดคนที่พึ่งรู้จักไม่นานยังห่วงกันขนาดนี้ แล้วผู้ที่ให้กำเนิดเขาล่ะ คิดแล้วก็เจ็บใจ

“กำมือทำไม เลือดยิ่งไหลนะ” เอ็ดชานยอลที่อยู่ ๆ ก็กำมือขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อจัดการจนสะอาดแล้ว เซมินจึงนั่งหันหน้าเข้าหาพี่ชาย จ้องมองอยู่อย่างนั้นจนคนที่ถูกจ้องต้องหันกับมามอง สายตาของน้องสาวไม่ได้มีความห่วงใยเลย มีแต่คำตำหนิและสงสัยที่ออกมาแทน

“หึ” หัวเราะให้กับคนตรงหน้า

“ก็ไม่อยากคาดครั้นอะไรหรอกนะ แต่เล่ามาเถอะ จะได้เบาบ้าง ฉันเป็นสุดยอดผู้ฟังที่ดีเลยนะ” ยิ้มโชว์ฟันขาวไปหนึ่งรอบ

“เรื่องมันยาว” ว่าจบก็แหงนหน้ามองท้องฟ้า มันช่างสดใสต่างจากเขาตอนนี้

“ไม่รีบ” ยิ้มโชว์ฟันขาวรอบที่สอง

“แม่ไม่เข้าใจ” ชานยอลเริ่มเปิดหัวข้อมา

“ชอบผู้ชาย รักผู้ชายมันผิดมากเลยเหรอ” ฟังจากน้ำเสียงคงเจ็บปวดน่าดู เซมินยังคงตั้งใจฟังอยู่

“ทำไมผิดเพศแล้วมันไปฆ่าใครตาย” ชานยอลเริ่มใส่อารมณ์มากขึ้น

“ใจเย็นพี่ชานยอล อยากฟังความคิดเห็นฉันไหม” ถามความเห็นก่อน

“อือ”

“ชอบใครรักใครมันไม่ผิดหรอก ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเพศไหน คำว่ารักมันไม่มีขีดจำกัด แต่คนบางคนก็มีเส้นแบ่ง” เซมินค่อยๆ พูดในมุมของตัวเองออกมา

“คุณป้าก็มีเส้นแบ่งที่ว่าผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชายเท่านั้น เพราะคิดว่ามันไม่ถูกต้องตามศีลธรรมหรืออยู่กันไปแล้วไม่ยั่งยืนเหมือนคู่ชายหญิง แน่นอนว่าไม่จริง ชายหญิงเลิกกันมีเยอะไป” พูดถึงตรงนี้เซมินก็เงียบลง

“แม่รับไม่ได้” ชานยอลพูดคำที่แม่บอกกับเขา

“อือ คนที่ไม่เปิดรับยังไงเขาก็ยังรับไม่ได้ พี่ก็แสดงให้คุณป้าเห็นแทนสิ ว่าพี่สองคนรักกันมากแค่ไหน” เซมินที่เงียบไปนานพูดขึ้น “เวลาและการพิสูจน์คือหนทางที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายตัวเองเพื่อประชดแน่นอน”

“แม่อาจไม่ได้รัก”

“อย่าพูดแบบนั้น ถ้าท่านไม่รักคงไม่ยอมพี่ขนาดนี้หรอก ออกมานอกวงโคจรจนไม่มีใครเข้าถึงขนาดนี้ ท่านคงตัดหางปล่อยพี่ไปนานแล้ว” เซมินพูดเปรียบเปรยให้ฟัง “ท่านแค่รักมากไป จนเผลอทำร้ายเราเท่านั้นเอง” พูดจบพร้อมเหยียดยิ้ม เหมือนพูดบอกตัวเองเลย ชานยอลที่ได้ยินดังนั้นก้มมองคนที่ก้มหน้าอยู่ ถ้าเซมินไม่อยู่ตรงนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นบ้าไปถึงไหน

“ขอบใจ สำหรับคำแนะนำ” เซมินยิ้มให้กับชานยอล

“ไม่เป็นไร ถ้าคุณแบคฮยอนเห็นพี่บาดเจ็บเขาจะยิ่งเจ็บกว่านะ เขาจะคิดว่าสาเหตุมาจากตัวเอง แล้วก็จะรู้สึกผิด สุดท้ายก็หนีพี่ไป ถึงตอนนั้นฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วง โอ๊ย”

“พูดมาก” ชานยอลส่งมะเหงกไปให้ แต่เซมินพูดถูกทุกอย่าง

“ไปไหนอ่ะ” เอ่ยถามเมื่อเห็นชานยอลยืนขึ้น พลางกลุ้มหน้าผากที่ถูกดีด

“หาแบคฮยอน” เซมินยืนตาม

“อือ ดีแล้ว เวลานี้ควรให้กำลังใจกัน อดทน ฉันเชื่อว่าคุณป้าต้องเข้าใจ” ตบลงบนบ่าของพี่ชาย ชานยอลยกมือลูบผมเซมินเบาๆ เพื่อบอกว่าเขารับรู้ถึงความรู้สึกที่ร่างเล็กส่งมาให้ เดินออกไปเพื่อไปหาคนรักที่คงรออยู่ที่คอนโด

            ลับหลังจากที่ชานยอลไปแล้ว เซมินก็หันมาคิดกับตัวเอง บางที่แม่ก็รักเธอมากเกินไป และบางทีเธอก็รักแม่มากเกินไป รัก จนยอมทุกอย่าง


---------------------------


            “ยังไม่มาอีกเหรอ”

“เขาน่าจะติดงานค่ะ” วันนี้เซมินได้พาแฟนปลอมๆ มาเปิดตัวตามที่คนเป็นแม่ต้องการ นี่ก็ผ่านไป 20 นาทีแล้ว ชานยอลก็ยังไม่มาหรือว่าจะเบี้ยวนัดกัน พยายามโทรหาก็ไม่ติด ปิดเครื่องหนีกันหรือยังไง

“ให้ผู้ใหญ่รอแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะ” แม่กล่าวตำหนิ เซมินได้แต่ส่งยิ้มแหย ก้มหน้าลงกดโทรหาอีกคนอีกครั้ง ถ้ารอบนี้โทรไม่ติด เซมินสัญญาว่าจะงอนชานยอล แต่เขาก็คงไม่มาง้อหรอก

“ขอโทษครับ ที่ผมมาสาย” เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลังของแม่เรียกให้สองแม่ลูกที่หันไปมอง เซมินเงยหน้ามองทุกการเคลื่อนไหวของคนมาใหม่ ร่างสูงมาพร้อมกับดอกลิลลี่ช่อใหญ่และถุงของแบรนเนมอีก 2 ใบ เดินเข้ามานั่งข้างๆ ตนเอง

“พอดีคุณแม่เห็นว่าผมมาพบคุณน้า เลยให้แวะไปเอาของที่สั่งไว้นำมาให้คุณน้าด้วยครับ” ว่าจบก็ยื่นถุงของให้กับผู้ใหญ่ฝั่งตรงข้าม “ส่วนนี้ดอกลิลลี่ที่คุณน้าชอบ” ตามด้วยดอกไม้ช่อใหญ่

“ไม่เห็นต้องลำบากเลย ขอบใจนะน้าฝากขอบคุณแม่เราด้วย” บอกพร้อมรอยยิ้มใจดี

“ด้วยความยินดีครับ”

“เป็นเซฮุนเองเหรอ ที่กำลังคบกับลูกสาวน้า” ชื่อที่เอ่ยออกมายิ่งย้ำว่า ไม่ใช่ชานยอลคนที่ตกลงกันไว้ แต่กลับเป็นเซฮุน คนน้องแทน “แล้วนี่เราจะจ้องหน้าเซฮุนไปถึงไหน ทำอย่างไม่เคยเจอกัน” แม่ที่เห็นลูกสาวมองหน้าอีกคนอยู่นานเอ่ยทักขึ้น และเธอดูออกว่าเป็นอาการตกใจและสงสัย ลูกของเธอทำไมจะไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ เธอเลี้ยงมากับมือ

“เอ่อ ค่ะ หนูแค่ดีใจ ที่เขามา” เซมินรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ทำตัวไม่ให้แสดงพิรุธออกไป

“แล้วไปคบกันได้ไง” แม่ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ หันมาถามลูกชายเพื่อนแทน

“ก็เจอกันที่งานเครื่องเพชรครับ ที่คุณป้าแนะนำให้รู้จัก พอดีกลับที่เราเรียนมหาลัยเดียวกันด้วย” ว่าจบก็หันมายิ้มให้กับร่างเล็กข้างๆ ที่มองอยู่ก่อนแล้ว เซมินที่เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนนั้น ก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว

“งั้นเหรอ ทำไมเราไม่เคยบอกแม่เลยล่ะ” ถามลูกสาวของตนเองที่ดูจะหน้าแดงเกินปกติ

“เอ่อ...หนูแค่ยังไม่ได้บอกค่ะ ขอโทษนะค่ะ” ไม่รู้ว่าจะขอโทษเรื่องไหนดี

“อย่าว่าเซมินเลยครับ ผมเป็นคนบอกเองว่าอย่าพึ่งบอกใคร” เซฮุนเอ่ยอย่างปกป้อง

“แม่ไม่ได้ว่าอะไร แค่เป็นห่วงจะคบกันก็ให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ จะได้ช่วยๆ กันดู เดี๋ยวเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะแย่เอา” แม่เอ่ยด้วยความเป็นห่วง

“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน

“เป็นเซฮุนก็ดี น้าก็รู้จักพ่อแม่ของเรา จะได้ไม่ต้องห่วงอะไรมาก”

“ครับ คุณน้าไม่ต้องห่วง ผมดูแลเซมินเองครับ” เซฮุนบอกผู้หญิงตรงข้ามอย่างมั่นคง เรียกให้เซมินตกใจอยู่ไม่น้อย และมันทำให้ร่างเล็กต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองไว้

“ดีจ๊ะ งั้นสั่งอาหารมาทานกันดีกว่า” แม่ยกมือเรียกบริกรมารับออเดอร์ เซฮุนที่เห็นร่างเล็กเอาแต่ก้มหน้า เอื้อมมือไปจับมือเล็กที่ประสานกันไว้แน่น คงเพราะกังวลที่เขาไม่ใช่ชานยอล เซมินสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองก็เจอกับเซฮุนที่ยิ้มให้ เหมือนบอกว่าไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี จึงยิ้มตอบกลับไปแม้ยังจัดการกับสิ่งที่เต้นเร็วและแรงภายในอกข้างซ้ายให้ช้าลงไม่ได้สักที


----------------------


            เซมินไม่ได้กลับพร้อมแม่เหมือนตอนมา หลังส่งท่านขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว หันไปหาคนที่แกล้งเป็นแฟนกำลังเดินไปที่รถของตัวเองที่พนักงานมาจอดเตรียมไว้ให้ ไม่รอให้เซฮุนบอกให้ขึ้นรถ เซมินจัดการย้ายตัวเองขึ้นไปแทน ร่างสูงเห็นก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะรู้อยู่แล้วคงจะสงสัยกับการมาของเขา

“ทำไมถึงเป็นนาย” เมื่อรถเคลื่อนเซมินก็ถามทันที สรรพนามก็เปลี่ยนไปด้วย แต่เซฮุนก็ไม่ได้ติดใจอะไร

“ชานยอลไม่ว่าง” ซะที่ไหนล่ะ

“นายเลยมาแทน”

“.......” เซฮุนไม่ได้ตอบ มองไปยังถนนเบื้องหน้าแทน

เมื่อสองวันก่อนชานยอลเดินเข้ามาหาถึงคณะพร้อมสมุดเล่มหนึ่ง

“ฝากที” ยื่นสมุดมาให้

“......” เขาแค่มองไม่ได้รับมาทันที

“รู้จักฮันเซมินใช่ไหม ฝากช่วยที” วางสมุดไว้ตรงหน้าน้องชาย

“ถ้าไม่ทำเองตั้งแต่แรกจะรับมาทำไม” เขาก็แค่สงสัย

“ฉันไว้ใจนาย” ชานยอลนั่งจ้องหน้าเซฮุน

“ไม่คิดว่าผมจะปฏิเสธ” ถามกลับ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

“คิด สรุป” ชานยอลถามคนเป็นน้องชายอีกครั้ง

“.......” เซฮุนยังคงนั่งมองสมุดเล่มนั้นอยู่ ก่อนจะตอบตกลง ชานยอลเมื่อได้รับคำตอบที่พอใจก็เดินจากไป

          เขาก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงรับมา ทั้งๆ ที่มันไร้สาระ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็ถ้าไม่จนหนทางจริงๆ คงไม่มีทางใช้วิธีนี้ หยิบสมุดมาเปิดดู เป็นประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ของเซมิน และถ้าให้ทายชานยอลก็คงเขียนของเขาให้เซมินเหมือนกัน ไม่งั้นคงโดนจับได้แน่

“ขอบคุณนะ” เซมินพูดออกมา เป็นจังหวะที่ติดสัญญาณไฟจราจรพอดี เซฮุนจึงหันหน้าไปมอง

“นายเป็นฮีโร่ของฉันจริงๆ” และนั่นก็ทำให้เขาก็อยากเก็บรอยยิ้มนั้นไว้คนเดียว


-------------------------


            “ได้ของมาแล้วครับ” ชายหนุ่มได้ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับเจ้านายที่ว่าจ้างตน

“ขอบใจ” ชายหนุ่มโค้งให้เธอหนึ่งครั้งแล้วเดินออกจากห้องไป เธอเปิดซองเอกสารปรากฎเป็นภาพถ่ายของลูกสาวกับแฟนหนุ่ม เป็นภาพอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะในมหาวิทยาลัยหรือสถานที่เที่ยวต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าโรงหนัง สวนสนุก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจลูกสาว แต่เธอก็รู้จักลูกของเธอดี จู่ ๆ จะมามีแฟนตอนนี้ มันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอ เอาเป็นว่าตอนนี้เธอจะปล่อยไปก่อน เพราะยังไงลูกเขยของเธอคือ ซึงฮยอน เท่านั้น


----------------------------


“ขอบคุณนะที่พามา ฉันไม่ได้มาเล่นแบบนี้นานแล้ว” ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่สวนสนุกแห่งหนึ่ง

“.....” เซฮุนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น มองดูคนตัวเล็กพักจากการเล่นเครื่องเล่มมานั่งกินไอศกรีมรสมะนาวที่กำลังยิ้มให้กับรสชาติเปรี้ยวที่แตะอยู่ปลายลิ้น

“เฮ้อ ไม่รู้ว่าจะถูกจับได้เมื่อไหร่” ถอนหายใจออกมาบรรเทาอาการกังวลใจ

“อาจจะถูกจับได้แล้ว แต่แค่ไม่พูด” เซฮุนบอกออกมา

“ก็จริง” แม่เล่นให้นักสืบตามติดพวกเรา ทำให้ช่วงนี้ก็ต้องสวมบทบาทคนรักไปเที่ยวไปเดทกันเพื่อไม่ให้น่าสงสัย แต่ก็อย่างที่เซฮุนพูด ท่านอาจจะรู้แล้ว

“นายอยากเลิกไหม” เซมินหันไปถามคนด้านข้าง “เลิกแกล้งเป็นแฟนกัน” เซฮุนมองหน้าเซมินที่ปิดความรู้สึกผิดไว้ไม่มิด

“......” คว้ามือร่างเล็กขึ้นมา พาเดินไปรอบๆ สวนสนุก มีร้านขายของที่ระลึก ร้านเกมส์ปาเป้า ยิงปืน

“ เดี๋ยว นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลย” เซมินรั้งร่างสูงไว้ให้หยุดเดิน เซฮุนหันมามองคนที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่

“อยากเลิก” ถามคนตัวเล็กกลับบ้าง

“ฉัน...ไม่อยากให้แม่มองนายไม่ดีที่หลอกท่าน ฉันไม่อยากรู้สึกผิดกับนายไปมากกว่านี้”

“ก็ไม่ต้องหลอก”

“หือ” หมายความว่ายังไง

“ทำให้มันเป็นจริงแทน” ว่าจบก็หันไปเดินต่อ เซมินที่เริ่มจับต้นชนปลายได้ มองมือที่ยังจับกันอยู่ ก็ได้แต่เดินตามก้มหน้างุด เซฮุนที่สังเกตตั้งแต่แรก เห็นใบหน้าที่แดงแจ๋ลามจนถึงใบหู ไม่ได้เอ่ยแซวอะไรไป ยิ้มให้กับความน่ารักนั้นและกระชับมือให้แน่นขึ้น


----------------------------


            งานสังสรรค์ในแวดวงนักธุรกิจยังคงมีอยู่เรื่อยๆ เซมินก็ต้องไปออกงานกับแม่ตามปกติ เมื่อเข้ามาในงานเซมินมองหาเซฮุนที่บอกกับตนว่ามางานนี้เช่นกัน แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าไปยืนหลบมุมตรงไหนหรือเปล่า เรื่องที่แกล้งคบกัน เซฮุนไม่ได้บอกพ่อแม่ของตน ยังไงก็ยังอยากเก็บไว้เป็นความลับก่อน เมื่อทำให้เป็นจริงได้เมื่อไหร่แล้วค่อยบอก มาถึงตรงนี้ก็อดเขินไม่ได้ ถึงจะมีอาการใจเต้นแรง แต่ก็ไม่ถึงกับชอบหรือรัก คงต้องใช้เวลาในการหาคำตอบ

“สวัสดีครับคุณน้า สวัสดีครับเซมิน”

“อ้าว ซึงฮยอน สวัสดีจ๊ะ ไหนแม่เราบอกว่าเราไปดูงานที่ต่างประเทศ” เซมินก้มศรีษะเล็กน้อยเป็นการทักทายกลับ

“ครับ พอดีเสร็จเร็วเลยได้กลับมาก่อนครับ”

“ดีเลย งั้นน้าฝากพาน้องไปหาอะไรทานหน่อย เห็นบ่นว่าหิว น้าจะไปทางนั้นสักหน่อย” ว่าจบก็หันมายิ้มให้ลูกสาวเป็นการบอกว่า ทำตามที่บอก แล้วเดินจากไป เซมินไม่เข้าใจทำไมแม่ถึงยังทำแบบนี้อยู่อีก

“เซมินอยากทานอะไรครับ เดี๋ยวพี่ไปตักมาให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปตรงนั้นเลยดีกว่า” ว่าเสร็จก็เดินไปโต๊ะอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ทางงานจัดเตรียมไว้ต้อนรับแขก ซึงฮยอนเดินตามร่างเล็กมาด้วย

“เรียนเป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม” ชวนร่างเล็กคุย เพื่อไม่ให้อึดอัดจนเกินไป

“ไม่ค่ะ เรื่อยๆ ปี 1 ส่วนใหญ่เรียนวิชาพื้นฐาน แล้วพี่ซึงฮยอนไม่เหนื่อยเหรอคะ กลับจากต่างประเทศ ก็มางานต่อเลย” ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คงต้องคุยกันไป

“ไม่หรอกครับ พี่ชินแล้ว อีกอย่างพี่จะได้เจอเราด้วย” ส่งยิ้มมาให้ที่แบบใครเห็นคงต้องละลายไปข้าง แต่ไม่ใช่สำหรับเซมิน เธอแค่ยิ้มตอบกลับไป ซึงฮยอนชวนคุยตั้งแต่ท้องฟ้ายันพื้นดิน ทำให้เซมินเริ่มผ่อนคลาย รู้สึกว่าเขาก็เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง แต่รู้สึกดีได้ไม่นานตอนนี้มือของซึงฮยอนโอบอยู่รอบบเอวเล็ก เซมินพยายามถอยออก แต่แขนแกร่งก็รั้งเอาไว้ มองหน้าซึงฮยอนก็ได้รอยยิ้มกลับมา แต่เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวสำหรับตัวเธอ

“ขอโทษครับ” เสียงหนึ่งเรียกให้คนทั้งคู่หันไป “ขอตัวแฟนผมด้วยครับ” ว่าจบเซฮุนจับข้อมือร่างเล็กไว้มองหน้าของอีกคนที่สูงไม่ต่างกัน สายตานิ่งของเซฮุน ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ได้

“แฟนน้องเซมินเหรอครับ” ซึงฮยอนก้มลงมาถามร่างเล็ก

“ใช่ค่ะ ขอตัวนะคะ” ว่าจบเซมินก็เดินไปตามแรงของเซฮุน

ซึงฮยอนยืนมองทั้งสองคนที่เดินจากไป หยิบแก้วแชมเปญจากบริกรที่ถือถาดเดินผ่านมา กระดกดื่มอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน เหยียดยิ้มให้กับความคิดตัวเอง ก็แค่แฟน ปล่อยไปก่อน ก็ยังไม่สาย


---------------------------


            จากตอนแรกที่เซฮุนเป็นคนเดินนำ ตอนนี้เซมินเดินนำพาออกจากห้องจัดเลี้ยง ด้านล่างมีสวนย่อมไว้สำหรับนั่งเล่นหรือพักผ่อน นั่งลงตรงม้านั่งกลางสวน เซมินเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย จนเซฮุนที่สังเกตอยู่แล้วอดที่จะบีบมือที่จับกันอยู่ไม่ได้ ทำให้รู้สึกตัว

“ขอบคุณนะ นายเป็นฮีโร่ของฉันจริงๆ” ส่งยิ้มน่ารักไปให้ แม้จะดูฝืดก็ตาม

“ไหวไหม” ร่างสูงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แม้หน้าจะนิ่ง

“เบื่อ ไม่อยากออกงานแล้ว”

“บอกท่าน”

“เคยแล้ว แต่ไม่ได้ ไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ”

“ฉันไปบอกให้” ทำท่าวว่าจะลุกแต่เซมินรั้งเอาไว้

“ไม่ได้เซฮุน” มองคนหน้านิ่ง ตัดสินใจเล่าเรื่องครอบครัวของตัวเองออกไป “ฉันอยู่กับแม่แค่สองคนมาตั้งแต่ยังเด็ก พ่อทิ้งเราไปแถมยังทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้อีก เจ้าหนี้ตามทวง เป็นที่นินทาของคนอื่น บริษัทก็เกือบล้มละลาย แม่เจ็บปวดมามาก ถ้าฉันยังถอยห่างอีกท่านก็คงเสียใจ” เมื่อได้เล่าก็รู้สึกโล่ง เรื่องนี้เซมินไม่เคยเล่าให้ใครฟัง เพราะพวกเขาคงไม่สนในชีวิตของเธอหรอก

            เซฮุนได้ฟังก็เข้าใจ มีกันสองคนจะทิ้งกันไปได้ยังไง เพราะชานยอลไม่ออกงานกับแม่ จึงเป็นเขาที่ไม่อยากทิ้งท่าน เขาปลอบใครไม่เป็นและไม่เคยปลอบใคร ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง จึงจับคางร่างเล็กให้หันไปทางตน กดริมฝีปากลงไปยังอวัยวะเดียวกัน อย่างนี้เรียกว่าปลอบได้ไหมนะ ค้างไว้เนินนานเพื่อบอกให้รู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ ผละออกจากกันมองร่างเล็กที่ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนแก้มแดงนั้น

“นั้นจูบแรกเลยนะ” ได้ยินเสียงบ่นพึมพำจากคนหน้าแดง หัวเราะออกเล็กน้อย ดึงร่างเล็กเข้ามาซบกับอกของตน

“แค่แกล้งเป็นแฟน ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ”

“แล้วมันดีไหม” เซมินไม่ตอบและไม่ปฏิเสธ แน่นอนเธอคิดว่ามันดี


-----------------------


            “สวัสดีครับ คุณน้า ขอโทษที่ทำให้รอครับ” ซึงฮยอนทักคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ไม่เป็นไรจ๊ะ นั่งก่อน” คุณนายฮันตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ทานอะไรมาหรือยังครับ”

“เรียบร้อยแล้วจ๊ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่านะ”

“ครับ ผมได้ยินมาว่า เซมินมีแฟนแล้วเหรอครับ”

“ใช่จ๊ะ”

“แล้วอย่างนี้....ข้อตกลงของเรา........”

“ยังเหมือนเดิมจ๊ะ” ตอบกลับโดยไม่ต้องคิดให้มากความ

“คือ....ถ้าเซมินยังมีแฟนอยู่อย่างนี้ ผมก็คงเข้าหาน้องลำบาก” พูดขึ้นด้วยความรู้สึกเกรงใจ เขาไม่ได้กำลังแย่งมาหรอกนะ แต่เซมินเป็นของเขาตั้งแต่แรก

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวน้าจัดการให้” เธอบอกชายหนุ่มตรงหน้าให้วางใจ

“ครับ ยังไงผมก็ฝากด้วยนะครับ ผมจริงใจกับน้องจริง ๆ”

“จ๊ะ ยังไงลูกเขยน้าก็ต้องเป็นเรา”

“ขอบคุณครับ” ซึงฮยอนตอบรับ เขาไม่ผิดที่ทำอย่างนี้ แค่อยากให้เรื่องของเขากับเซมินง่ายขึ้นเท่านั้นเอง


------------------------------



            แม่ได้โทรมาบอกเซมินวันนี้หลังเลิกเรียนให้ตรงกลับบ้านทันที มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย หลังเลิกเรียน เซฮุนได้มาส่งเธอที่หน้าบ้านก่อนที่จะขอตัวกลับเลย เพราะนัดกับแม่ไว้ เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นผู้ให้กำเนิดนั่งโซฟาห้องนั่งเล่น จู่ ๆ เซมินก็รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“สวัสดีค่ะแม่”

“จ๊ะ นั่งก่อน”

“แม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับหนูคะ” ถามด้วยความสงสัย สังเกตเห็นแม่ดูกังวลไม่น้อย จ้องหน้าเธอเหมือนหนักใจกับเรื่องที่จะพูด

“เลิกกับเซฮุน”

“ทำไมคะ” ตกใจกับคำบอกของแม่ ต้องการเหตุผลที่แน่ชัด

“ลูกต้องแต่งงานกับซึงฮยอน”

“แต่หนูไม่ได้รักเขา” เธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับซึงฮยอน จะให้แต่งได้ยังไง

“ไม่ได้รักก็ต้องแต่ง แม่สัญญากับทางนั้นไว้แล้ว”

“แม่สัญญา แล้วถามหนูหรือยัง” ทำไมต้องเอาเธอเข้าเกี่ยว เซมินมองหน้าผู้ให้กำเนินอย่างไม่เข้าใจ

“ลูกเป็นลูกแม่ แม่รู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกคืออะไร”

“ดีที่สุดสำหรับหนูหรือสำหรับแม่กันแน่” แม่คิดแทนเธอทุกอย่าง เรื่องอื่นเธอยอม แต่เรื่องนี้คงต้องขอ

“เซมิน!” คนเป็นแม่ตวาดลูเสียงดัง ไม่พอใจกับคำพูดของลูก

“หนูไม่เลิกและก็ไม่แต่ง” เซมินค้านหัวชนฝา

“ไม่ได้ ต้องเลิกและต้องแต่ง นี้คือคำสั่ง” ใช้เสียงที่แข็งขึ้น บอกผ่านทางสายตา กดดันกลับไป “ครอบครัวเขาช่วยเราตอนที่ลำบาก ตอนที่ไม่มีใครเหลียวแล อับจนหนทาง ถ้าไม่ได้เขาช่วยตอนนี้เราสองคนก็คงนอนอยู่ข้างทาง เราก็ต้องตอบแทนเขา และลูกคือข้อตกลง”

“แม่คิดว่าหนูจะมีความสุขเหรอ ที่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก” อยากจะรู้ความรู้สึกของแม่ที่มีต่อเธอ ทำไมถึงคิดว่าเธอจะมีความสุข

“อยู่กันไปก็รักเอง”

“แต่ตอนนี้หนูรักคนอื่นไปแล้ว”

“รักได้ ก็เลิกรักได้ แค่เปิดโอกาสให้พี่เขา ลูกก็จะรักเขาเอง” อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกัน

“หนูไม่เคยขออะไรจากแม่ เรื่องนี้หนูขอ ได้ไหมคะ” อ้อนวอนหวังว่าท่านจะเห็นใจ

“.....” ไม่มีคำตอบกลับมา เธอเบือนหน้าหนีสายตาเจ็บปวดของลูกสาวเพียงคนเดียว

“แม่รักหนูไหม” อดที่จะถามไม่ได้

“แล้วลูกรักแม่ไหม”

“แม่” เรียกด้วยน้ำเสียงหมดแรง

“ถ้าไม่รัก แม่ไม่ทำอย่างนี้หรอก เลิกกับเซฮุน” มองหน้าผู้ให้กำเนิดด้วยความผิดหวัง แล้วเธอจะทำอะไรได้ ไม่อยากทำให้ท่านเสียใจก็ต้องทำตามที่สั่ง เซมินเดินขึ้นห้องด้วยความเสียใจ แล้วความรู้สึกที่มีต่อเซฮุนตอนนี้มันแน่ชัดมากแล้ว เธอจะทำยังไง

            อีกด้าน คนเป็นแม่ก็เสียใจไม่แพ้กัน เธอไม่เคยเห็นลูกดูเจ็บปวดเท่านี้มาก่อน สายตาที่มองมามันช่างทำร้ายหัวใจเธอ แม้ไม่อยากทำแบบนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือก ได้แต่ขอโทษอยู่ในใจ


---------------------------------


            “เป็นอะไร ไม่ร่าเริงเลย” เวนดี้ทักเพื่อนที่นั่งตรงข้าม ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงหลังทานข้าวเสร็จจึงชวนกันมานั่งโต๊ะที่ทางมหาลัยจัดไว้ให้

“เวนดี้” เซมินเรียกชื่อเพื่อนที่ตัวเล็กกว่าเธอ

“ว่า รอฟังอยู่” ฟังจากเสียงทำให้มองข้ามไปไม่ได้

“แม่ให้เลิกกับเซฮุน” เซมินเล่าเรื่องที่เซฮุนปลอมเป็นแฟนให้เวนดี้ฟังแล้ว

“เพื่อไปคบกับคุณซึงฮยอนอะไรนั่น” รวมถึงเรื่องนี้ด้วย

“อือ” เซมินฟุบหน้าลงบนโต๊ะ

“แล้วทำไรได้ไหมล่ะ” ถามอย่างจนหนทาง เอาเป็นว่าเซมินเล่าเรื่องทุกอย่างให้เวนดี้ฟัง เธอก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง ในเมื่อขัดแม่ไม่ได้

“ไม่อยากเลิก”

“รู้ รักไปแล้วหนิ” เงยหน้ามองอย่างรวดเร็วหลังได้ยินที่เวนดี้พูด

“ยังไม่รัก แต่รู้สึกดีต่างหาก” เถียงกลับ

“เหรอ ยังไงก็รักอยู่ดี” เวนดี้ยังยืนยันคำเดิม เซมินไม่สนใจก้มหน้าตามเดิม ไม่ได้ต้องการคนที่จะมาช่วยหาทางออก เพราะมันมีอยู่ทางเดียว แค่ต้องการคนรับฟัง

“ขอบคุณ ที่รับฟัง” พูดขณะที่ก้มหน้า

“อือ รับฟังได้อย่างเดียว เพราะไม่มีปัญญาช่วย” มือยีผมคนที่ทุกข์ใจ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะ “แล้วไม่ไปหาเซฮุนเหรอ”

“ตอนเย็น” ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ ก่อนตอบ ตอนนี้ยังไม่พร้อมเจอหน้า

“เป็นกำลังใจให้ ตอนนี้ได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ป่ะ” ยื่นมือไปให้ เซมินมองมือนั้นก่อนเอื้อมไปจับ โดนดึงไปโอบไหล่แล้วถูกยีผมแรงๆ จนยุ่ง ต่างคนต่างหัวเราะกับการแกล้งหยอกของเพื่อน


------------------------------------


            “เซฮุน” เรียกชื่อคนที่จับมือเดินไปพร้อมกัน หลังเลิกเรียนเซฮุนมารอรับถึงคณะ ตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ

“......” คนที่โดนเรียกชื่อหันมามองก่อนจะหยุดเดินเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของร่างเล็ก

“เรา...” หนักใจกับสิ่งที่จะต้องพูดออกไป “เราต้องเลิกแกล้งเป็นแฟนกันแล้ว” เซฮุนเข้าใจ แต่ไม่อยากเข้าใจ

“แล้วมาเป็นจริง” พูดแหย่ร่างเล็ก เซมินขำเล็กน้อย

“ได้ก็ดีสิ” ว่าจบก็หันไปเดินต่อ

“แม่รู้แล้ว”

“ไม่รู้สิ แม่บอกให้เลิก แล้วไปคบกับคุณซึงฮยอน”

“.....”

“ไม่ยื้อหน่อยเหรอ” ส่งยิ้มหยอกให้ร่างสูง

“ได้ด้วย” เหมือนมีทางเลือก เซมินได้แต่ยิ้มอ่อน

“ถามไรหน่อย ที่บอกว่าทำให้เป็นจริง พูดเล่นใช่ไหม” แค่หวังว่าอย่างนั้น จะได้มีเธอที่เจ็บคนเดียว

“ถ้าไม่รู้สึก ก็ไม่พูด” แต่ไม่ใช่ ในเมื่ออีกคนกลับรู้สึกเหมือนกัน เซมินไม่กล้ามองหน้าร่างสูงกลัวจะร้องไห้ รีบเดินมาที่ม้านั่งริมแม่น้ำ เซฮุนนั่งลงข้างกัน

“ขอโทษ” ไม่มีคำไหนที่จะแทนความรู้สึกตอนนี้

“ไม่ได้ทำไรผิด ขอโทษทำไม” จับหน้าให้หันไปทางตน น้ำตาใสเอ่อคลอจนล้นรินมาแก้มใส บรรจงใช้หัวแม่มือเสร็จให้อย่างนุ่มนวล แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล จนต้องดึงเอามากอด เซมินร้องไห้ออกมาไม่สามารถเก็บไว้ได้ ไม่คิดว่าจะรู้สึกมากขนาดนี้....กับคนนี้


--------------------------------


            ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่แม่หวังไว้ เซมินคบกับซึงฮยอนอย่างเปิดเผย ออกเดท ออกงานคู่กัน รับ-ส่งที่มหาวิทยาลัย ออกทริปครอบครัว ทานข้าวด้วยกันทุกเย็น แม้จะยิ้มแย้มมีความสุข แต่ใครจะรู้ว่าชั่งอึดอัดและทรมานแค่ไหน กับเซฮุนโดนสั่งห้ามติดต่อกัน เพื่อตัดปัญหา

“ว่าแล้วก็พูดเรื่องแต่งงานกันเลยดีกว่า” ระหว่างทานอาหารเย็น จู่ ๆ คุณหญิงชเวก็พูดขึ้นมา “ตาซึงฮยอนบ่นให้ฉันฟังทุกวันเลยว่าอยากแต่งงานกับหนูเซมินจะแย่แล้ว”

“แม่ครับ ไม่ทุกวันสักหน่อย” ปรามแม่ของตนเบาๆ

“จ๊ะ ไม่ทุกวัน สามมื้อหลังอาหาร” เรียกเสียงหัวเราะคนทั้งโต๊ะ ยกเว้นคนนึง

“ว่าไงจ๊ะ หนูเซมิน” คุณแม่ของซึงฮยอนหันมาถาม

“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ หนูพึ่งขึ้นปี 3” ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ก็ขอยื้อเวลาอีกสักหน่อย

“ไม่หรอก แต่งตอนนี้หรือแต่งตอนเรียนจบ ยังไงก็แต่งอยู่ดี ดีซะอีกซึงฮยอนจะได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด” แม่ของเธอพูดขึ้นมา มองหน้าผู้ให้กำเนิดที่ส่งสายตากดดันมาให้

“ค่ะ ยังไงก็ได้” ยิ้มตอบรับแม้อยากจะร้องไห้ ซึงฮยอนสังเกตอาการออก ว่าเซมินไม่อยากแต่งงาน ที่แม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเขาขอเอง ทำไมจะต้องรอ ในเมื่อเป็นอย่างที่แม่เซมินพูด และอีกอย่างเขาอยากเป็นเจ้าของร่างเล็กใจจะขาดแล้ว


------------------------------


            “หวัดดี” ยิ้มหวานทักทายเมื่อเซฮุนเปิดประตูห้องให้ เดินตามร่างสูงที่เดินไปโซนครัว นั่งลงตรงเคาน์เตอร์บาร์ เซฮุนทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีรินน้ำตอนรับแขก

“ทำไมมาได้” ถูกสั่งห้ามติดต่อ อดสงสัยไม่ได้

“หนีมา” ยกน้ำขึ้นจิบ “ได้ยินข่าวแล้วใช่ไหม”

“อือ อาทิตย์หน้า” พอได้ยินเรื่องงานแต่ง เขาก็อึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ตอนแรกที่รู้ไม่มีสมาธิที่จะทำอะไร จนชานยอลต้องมาอยู่เป็นเพื่อน

“ไม่อยากแต่ง” มองคนที่นั่งก้มหน้ามือบีบแก้วน้ำ

“.....”

“ไม่อยากแต่ง” เซมินยังคงพูดคำเดิม

“.....” เซฮุนยังมองคนพูดอยู่อย่างนั้นไม่ตอบรับอะไรกลับไป

“ไม่อยากแต่ง” เสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่หยดลงมา ทำให้ใจคนมองเจ็บยิ่งกว่าเดิม เดินออกจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ รั้งร่างเล็กเข้ามาสวมกอด

“ไม่ ฮึก อยากแต่ง”

“ชู่ ไม่ต้องพูดแล้ว” ลูบหลังปลอบประโลม บรรเทาความเศร้า

“ฮืออออ” เซมินซุกหน้าร้องไห้กับอกแกร่ง กอดเอวสอบไว้แน่น ระบายความเสียใจออกมา นานอยู่หลายนาทีกว่าจะสงบ จนเสื้อของเซฮุนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา เซมินผละออกมามองหน้าคนที่ยืนอยู่

“เซฮุน” คนถูกเรียกยิ้มให้ เขาไม่ชอบให้คนตัวเล็กมีน้ำตาเลย “ได้ไหม”

“หือ” ไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างเล็กต้องการ เซมินเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจูบคางคนสูงกว่า

“เป็นคนแรก....ของฉันได้ไหม” ส่งสายตาเว้าวอนเพื่อให้ร่างสูงเห็นใจ

“....” แต่ดูเหมือนเซฮุนไม่ตอบรับคำขอนั้น

“หึ” รู้สึกสมเพชตัวเอง เธอกำลังทำอะไรอยู่กันนะ “ขอโทษด้วย งั้นฉันกลับก่อน” ลุกขึ้นเตรียมกลับ คงไม่มีหน้าอยู่มองเซฮุน แต่ก็ถูกมือแกร่งรั้งเอาไว้ ไม่เข้าใจ

“อยากเป็นทั้งคนแรก” เซฮุนจ้องหน้าสวยที่ถูกความเศร้าปกคลุม “และคนสุดท้าย” บรรจงมอบจูบแสนหวานให้กับคนที่ตัวเองหลงรัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน แสดงความรักผ่านทางร่างกายของทั้งสอง

.

.

“อืออออ” เซมินไม่เคยมีประสบการณ์ ให้อีกคนนำพาไป เธอเต็มใจและยินดีให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

.

.

“เซ อือ เซฮุน” ร้องเรียกชื่อของคนที่ตัวเองรัก

“ครับ” ตอบรับด้วยเสียงหวาน

.

.

“อะ เจ..เจ็บ อ่า” บอกสิ่งที่ตัวเองรู้สึก ผวาขึ้นโอบกอดรอบคอร่างสูง

“ผ่อนคลายนะครับ คนเก่ง” จูบปลอบยามเมื่ออีกคนเจ็บ จูบซับน้ำตาที่ไหลลงจากหางตา

.

.

“มะ ไม่ อะ ไม่ไหว ละ แล้ว อืออ”

“ฮึมม” ความรู้สึกสุขของทั้งสองล้นออกมา พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งภายในและภายนอก ทั้งทางกายและทางใจ

 

            งานเปิดตัวเครื่องเพชร เขายืนอยู่มุมหนึ่งในงาน มองไปรอบ ๆ สายตาถูกสะกดไว้กับผู้หญิงร่างเล็ก ในชุดเดรสสีโอรส ใบหน้าสวยหวานที่ใครเห็นก็ตกหลุมรัก เขาคือหนึ่งในนั้น รอยยิ้มที่ส่งให้คนที่พูดคุยด้วย เขาอยากเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้น มองตามทุกอิริยาบถไม่อาจละไปทางอื่นได้ จนแม่แนะนำให้รู้จัก ฮันเซมิน ชื่อนี้เหมือนชื่อภรรยาในอนาคตของเขา แต่ดูเหมือนจะเป็นชื่อภรรยาของชานยอล และเพราะเป็นพี่น้องกันเลยรู้ว่าอีกคนรู้สึกอะไรอยู่ พามาให้ใกล้ชิด ทิ้งให้อยู่กันสองคน ส่งความช่วยเหลือของร่างเล็กมาให้เขา ต้องขอบคุณพี่ชายที่ไม่หลงรอยยิ้มของเธอ และมอบเธอที่เป็นสิ่งล้ำค่าให้กับเขา


----------------------------


            “รัก” เซมินที่นอนหนุนแขนของร่างสูงพูดขึ้นมา

“หือ” เล่นเอาคนที่เป็นหมอนงงไม่น้อย

“บอกรักอยู่” คางวางไว้บนอก ช้อนตามองอีกคน คนที่ถูกบอกรักยกมือขึ้นบีบจมูกน้อยเบาๆ แก้หมั่นเขี้ยว

“รัก”

“หือ อือออ” ดูเหมือนคนที่หนุนบนตัวเขาอยู่แกล้งไม่รู้ จัดการดึงเข้ามาจูบ จนโดนทุบดังอั้กถึงจะยอมปล่อย

“บอกรักอยู่”

“ลอกกัน” ย่นจมูกใส่คนเลียนแบบ

“สัญญา” เซฮุนเอ่ยขึ้น

“เรื่อง” รอบนี้เซมินไม่เข้าใจจริงๆ ไม่รู้ว่าเซฮุนจะสื่ออะไร

“จะรอและรักแค่คนเดียว” เมื่อได้คำตอบก็อดที่จะเขินไม่ได้ แต่เธอจะไม่เห็นแก่ตัว

“ไม่ต้องหรอก รักคนอื่นก็ได้ ไม่ว่า”

“....”

“นายต้องเจอคนที่ดี ที่เหมาะกับนาย รักและดูแลเอาใจใส่ นายต้องมีความสุขมากๆ สัญญาเรื่องนี้แทนได้ไหม” แม้ไม่อยากพูดอย่างนี้ แต่ไม่อยากให้อีกคนมาจมปลักกับเธอ

“....” เซฮุนไม่ตอบ แต่เบือนหน้าหนี ร้อนให้อีกคนตามไปมอง

“เซฮุนนน” ดึงหน้าให้หันมามองตัวเอง สายตาที่ร่างสูงส่งมาให้เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เลือกที่จะมองข้าม ยังไงเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้

“ถ้ารักฉัน สัญญามา” เซมินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเขาจะทำอะไรได้ นอกจากพยักหน้า ทำให้อีกคนยิ้มได้ เขาไม่เคยยอมใครนอกจากคนในครอบครัว กลับต้องมายอมผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ ยอมสัญญา ยอมถอย ยอมให้ไปแต่งงานกับคนอื่น ยอมทุกอย่าง ไม่อยากเห็นอีกคนเสียใจ นอกจากยอมทำตามคำขอนั้น


----------------------------


            การแต่งงานจัดขึ้นสมเกียรติและฐานะของทั้งสองครอบครัว ซึงฮยอนใช้เงินหลักหลายล้านเพื่อสร้างเรือนหอของทั้งคู่ คืนแรกของการร่วมหอ แม้จะไม่เต็มใจก็ต้องทำตามหน้าที่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบ ใช้ชีวิตกับคนที่รักไม่ได้ ก็แค่ใช้ชีวิตเฝ้ามองคนที่รักแทน คอยเป็นห่วงอยู่ห่างๆ เซมินตกลงกับเซฮุนไว้ จะไม่มีการติดต่อกันเป็นการส่วนตัว เพราะถ้ายิ่งคุย การใช้ชีวิตแต่งงานของเซมินคงลำบากไม่น้อย

เข้าปีที่ 3 ของการแต่งงาน ต่อหน้าผู้คนเราทั้งสองเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ ต่อหน้าพ่อแม่ยิ้มแย้มมีความสุข แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ซึงฮยอนกลับบ้านดึกหรือบางวันไม่กลับ เริ่มเที่ยวกับเพื่อนและเที่ยวผู้หญิง กลับมาถึงบ้านเมาจนมีปากเสียงบางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือ ไม่ยอมให้ความร่วมมือเรื่องบนเตียงก็ใช้แรงบังคับขืนใจ บางที่เซมินคิดอยากจะจากโลกนี้ไป

            เซมินเลือกที่จะกลับบ้านผู้ให้กำเนิด อยู่คนเดียวก็ยิ่งฟุ้งซ่าน คนเป็นแม่อดเป็นห่วงไม่ได้ ลูกสาวของเธอทำไมถึงดูไม่มีชีวาแบบนี้ เหมือนคนที่นั่งทานข้าวกับเธอเป็นเพียงแค่กายหยาบ เอ่ยถามถึงสาเหตุได้รับคำตอบว่า ไม่มีอะไร กลับมา

“เซมิน แม่เข้าไปนะ” หลังทานข้าวเสร็จ เซมินขอตัวขึ้นห้อง สักพักเธอจึงตามขึ้นมา ร่างลูกสาวเดินมาเปิดประตูห้องนอน

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“แม่แค่คิดถึง อยากมาอยู่คุยด้วย”

“อ่อ” ตอบรับแล้วเดินนำไปที่เตียง แต่เพราะอาบน้ำแล้ว เสื้อที่เปลี่ยนไปสวมใส่มีขนาดคอกว้างและเซมินรวบผมขึ้นมัด ทำให้คนเป็นแม่ที่เดินตามเห็นรอยบางอย่างโผล่มาจากหลังคอ

“ไปโดนอะไรมา ทำไมช้ำขนาดนี้” เอื้อมมือหมายจะสัมผัส แต่เซมินรีบหันมาก่อน

“ไม่มีอะไรค่ะ” ถ้าไม่มีแล้วทำไมต้องรวบคอเสื้อไว้ด้วย เหมือนปกปิดอะไรไว้ เธอจ้องหน้าลูกสาวที่ส่งยิ้มมาให้ ดูก็รู้ว่ากำลังฝืนยิ้มอยู่

“เซมิน แม่เป็นแม่ลูกนะ มีอะไรบอกแม่ได้ไหม” และเพราะน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับคำพูดนั้น ความรู้สึกที่กดเอาไว้ระเบิดออกมา พุ่งตัวเข้าไปสวมกอด ร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบขาดใจ ทำให้เธอเห็นรอยช้ำชัดขึ้น เปิดคอเสื้อมองไปที่แผ่นหลังเล็กของลูกที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด ปรากฎรอยไม่ต่างกัน ใครทำอะไรลูกของเธอจะไม่ปล่อยไว้เป็นอันขาด

“ฮือออออ” อ้อมกอดของแม่ทำไมอบอุ่นกว่าครั้งไหน ๆ มือที่ลูบบนหลังเพื่อปลอบประโลมนั้น มันช่างอ่อนโยนเหลือเกิน เซมินสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่หัวไหล่ นี่เราทำให้แม่ร้องไห้ ชั่งเป็นลูกที่ไม่ดีเอาเสียเลย

            ร้องไห้เกือบชั่วโมงถึงเวลาที่จะต้องคุยกันเสียที

“ใครทำอะไรลูก” ไม่มีการอ้อม หลายอึดใจกว่าเซมินจะเปล่งเสียงบอก

“คุณซึงฮยอน” พูดแล้วน้ำตาพาลจะไหลอีกรอบ สูดหายใจเข้าเพื่อกลั้นน้ำตา

“ตั้งแต่เมื่อไหร่” เธออยากรู้ว่าผู้ชายที่เธอไว้ใจฝากให้ดูแล ทำร้ายลูกสาวเพียงคนเดียวมานานเท่าไหร่ ทนเจ็บมานานแค่ไหน

“เกือบปีได้แล้วค่ะ” หัวใจคนเป็นแม่แทบสลาย เวลาไม่ใช่น้อยๆ

“ทำไมไม่บอกแม่” ไม่เข้าใจว่าเซมินคิดอะไรอยู่ ปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้ายมานานขนาดนี้ได้ยังไง

“ถ้าแม่รู้ แม่ก็จะผิดหวัง เสียใจและรู้สึกผิด ใช่ไหมคะ” เงยหน้ามองผู้ให้กำเนิด “หนูไม่อยากให้แม่รู้สึกแบบนั้น หนูอยากเห็นแม่ยิ้ม มีความสุขมากกว่า”

“คิดว่าแม่จะมีความสุขในขณะที่ลูกเจ็บปวดทรมานอยู่อย่างนี้เหรอ” ตวาดกลับด้วยความโกรธ น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาอีกระลอก “เห็นแม่เป็นอะไร” มีปัญหาแล้วไม่มาหาเธอ อดน้อยใจไม่ได้

“หนู ฮึก หนูขอ..ขอโทษ” ยังไงแม่ก็รักเธอ

“ลูกไม่ผิด จะขอโทษทำไม แม่ ฮึก แม่เองที่ผิด” รั้งลูกสาวเข้าสู่อ้อมกอด “แม่ขอโทษ คิดว่าดีต่อลูก แม่คิดผิดเลือกคนผิด ไว้ใจคนผิด แม่ขอโทษ” เธอมีลูกแค่คนเดียว เรามีกันสองคนแม่ลูก ตีสักครั้งยังไม่เคย แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกล้ามาทำลูกเธอ ยังไงก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด


--------------------------------


            อีกวันแม่และเซมินพร้อมทนายไปที่บ้านหลังใหญ่ของครอบครัวซึงฮยอน เพื่อทำเรื่องหย่า บอกถึงสาเหตุการหย่าในครั้งนี้ ตอนแรกแม่จะฟ้องขึ้นศาลด้วยซ้ำ แต่เซมินขอแค่หย่าขาดกันเท่านั้น อย่าได้พบเจอกันอีกก็พอ ซึงฮยอนที่ได้ฟังก็ไม่ยอม ยังไงก็ไม่หย่า ตอนแรกก็ขอโอกาสอ้อนวอนคุกเข่า แต่เซมินและแม่ไม่ใจอ่อน ไม่ขอกลับไปอยู่แบบนั้นอีกแล้ว เห็นว่าขอดีๆ ไม่ได้ผลก็เริ่มอาละวาด จนคนที่เป็นพ่อตบหน้าเพื่อเตือนสติ บังคับให้เซ็นใบหย่าเรื่องจะได้จบ

“ฉันไม่เคยสอนให้แกทำร้ายผู้หญิง อย่าให้ฉันเห็นว่าไปยุ่งกับหนูเซมินอีก” น้ำเสียงที่พูดกับลูกชาย แสดงความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง ในเมื่อประมุขของบ้านเอ่ยมาเช่นนี้ เขาก็ต้องทำตาม มองอดีตภรรยาที่เดินออกไปจากบ้าน ทำให้รู้สึกเกลียดและสมเพชตัวเอง เขารักเซมิน รักมาก มากจนทนไม่ไหวเพราะรู้ที่ผ่านมาเซมินไม่เคยรักตนเลย เขาเห็นทุกความรู้สึก ทุกความคิดของเซมิน แต่เลือกที่จะไม่สน ดีแล้วล่ะ ถ้าอยู่กันต่อไปไม่รู้ว่าวันไหน คนที่เขารักอาจจากเขาไปตลอดกาล


-----------------------


            “เก็บของครบแล้วนะ” แม่เดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมนมอุ่นๆ ขณะที่เซมินกำลังรูดซิปปิดกระเป๋าเดินทาง

“ค่ะ เช็กแล้วไม่มีอะไรตกหล่น ถ้าลืมเดี๋ยวไปซื้อที่นั่นอีกที” ยื่นมือรับแก้วนมจากผู้ให้กำเนิด

“ไม่อยู่กับแม่ต่ออีกหน่อยเหรอ” เอ่ยถาม หลังจากเรื่องหย่า ผ่านมา 1 เดือนได้แล้ว เซมินเดินเข้ามาหาเธอเพื่อบอกว่าจะไปเรื่องต่อโทต่างประเทศ ตอนแรกก็ตกใจ แต่นั้นเป็นอีกหนึ่งความฝันที่ลูกสาวต้องการ ไม่อยากจะขัดอีกแล้ว แค่นี้เธอก็เอาแต่ใจมามากพอแล้ว ปล่อยให้ลูกทำในสิ่งที่ต้องการบ้าง

“งื้อออ แค่ 2 ปีเอง” เข้าไปอ้อนคนเป็นแม่ ที่ทำหน้างอเหมือนงอนกัน

“ตั้ง 2 ปีตั้งหาก” ว่าแล้วก็หันหน้าหนี

“ไม่งอนนะ แม่ก็ไปหาหนูที่นู่นไง ถือโอกาสไปพักผ่อนด้วย” ง้อคนสูงอายุยากไมนะ ไม่หรอกแม่ของเธอยังไม่แก่เลย ยังสวยเหมือนสมัยสาวๆ ไม่มีผิด

“หึ” แพ้ลูกอ้อนเข้าให้ “โทรมาหาแม่บ่อยๆ รู้ไหม อย่าลืมคิดถึงแม่ด้วย” ลูบผมคนที่นั่งอยู่บนเตียง เซมินพยักหน้าหงึกหงัก เข้าใจเป็นอย่างดี

“รับทราบค่ะ” ตะเบะ 1 ครั้ง เรียกเสียกหัวเราะจากผู้ให้กำเนิด

“แล้วเรื่องเรากับแฟนปลอมๆ ล่ะ” หันขวับไปมองคนถาม

“หือ”

“เซฮุนไง” ช่วยขยายให้เข้าใจ

“แม่....รู้หรอคะ”

“หนูเป็นลูกแม่นะ ทำไมจะไม่รู้ รอยวันพันปีไม่เคยมีแฟน จู่ ๆ บอกว่ามี ไม่คิดว่าแปลกเหรอคะ” บีบจมูกอย่างหมั่นเขี้ยว

“ก็....หนูไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เลยใช้วิธีนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล”

“แม่ขอโทษ” ตอนนี้ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้

“ไม่ค่ะ ไม่ต้องขอโทษแล้ว” รีบส่ายหัวห้ามไม่ให้แม่พูด “เรื่องหนูกับเซฮุน....ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

“ไม่ใช่ว่ารักกันจริงแล้วเหรอ” จากการที่จ้างให้นักสืบตาม บรรยากาศของทั้งสองแสดงออกเป็นสีชมพูขนาดนั้น เซมินมองหน้าแม่ที่ส่งสายตาสงสัยมาให้

“ตอนนี้หนูอยากพักค่ะ อยากคิดเรื่องเรียนอย่างเดียว” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มให้ท่านสบายใจ

“อยู่ที่นั้นดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยแล้วกัน แม่เป็นห่วง” ในเมื่อเซมินเลือกที่จะเลี่ยงเรื่องนี้ แล้วเธอก็ไม่อยากต่อให้ลูกสาวต้องคิดมาก

“ค่ะ พรุ่งนี้แม่ไปส่งหนูที่สนามบินไหม”

“แน่นอนสิ ถ้าแม่ไม่ไปส่งแล้วใครจะไปส่งลูกสาวของแม่เล่า” บีบแก้มลูกจนปากจู๋ จุ๊บไปหนึ่งที เรียกเสียงหัวเราะแห่งความสุขให้กับคนทั้งสอง


------------------------------


“แจ็ค เมื่อไหร่จะกลับห้องของยูไปสักที ทะเลาะกันลำบากคนอื่นตลอด”

“คนอื่นที่ไหนยูเป็นเพื่อนไอนะ”

“แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนสองคน ยังไงไอก็เป็นคนนอก”

            แจ็ค เพื่อนชายชาวต่างชาติเรียน ป.โท มหาวิทยาลัยเดียวกัน เวลาทะเลาะกับแฟนหรือมีเรื่องอะไร ก็ชอบมาสิงอยู่ที่ห้องพักของเธอ รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบที่สองคนนี้งอนง้อกัน ที่จริงแล้วคนที่สนิทตั้งแต่เข้าเรียนคือ โทมัส เพื่อนชายอีกคนหรือแฟนของแจ็ค เพราะโทมัสและเซมินเรียนบริหารและเซคเดียวกัน แต่ไหงหนุ่มติสท์ผมยาวแฟนของโทมัสทำตัวสนิทกับเธอยิ่งกว่าอีกคน

“โทมัสยังไม่กลับ ไอเหงา” แจ็คทำหน้าหงอยเรียกคะแนนความสงสาร

“เรื่องของยู ไม่เกี่ยวกับไอ” เซมินไม่สนใจ ทำความสะอาดห้องต่อ

“ยูมันเย็นชา ไร้หัวใจ” ว่าจบก็กลับไปสนใจเกมในโทรศัพท์ต่อ เซมินพอได้ยินก็หันไปมองคนพูดที่นั่งอยู่บนโซฟา

“โอ๊ยยยยยย เจ็บ ปล่อยยยย I’m sorry.” แจ็คร้องเสียงดัง เพราะตอนนี้เซมินใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผมเขาอยู่น่ะสิ

“สมน้ำหน้า” ยืนมองคนนั่งกุมหัวแสดงสีหน้าว่าเจ็บหนักหนา

“ทำไมต้องทำร้าย ไอพูดความจริง ใครมาจีบก็ปฏิเสธ ยูรู้ไหมว่าทำคนเสียใจไปกี่คน” ขอความยุติธรรมให้ผมเขาด้วย ไม่รู้ร่วงไปกี่เส้น

“......”

“มัวแต่รอมิสเตอร์โออะไรนั่นอยู่ได้” แจ็คเลยพูดต่อโดยไม่คิดอะไร แต่ไม่ใช่กับคนฟัง

“ยูอยาก get out ตอนนี้ใช่ไหม” ฟังจากน้ำเสียงและสายตาที่มองมาด้วยความไม่พอใจ แจ็คที่เห็นเพื่อนตัวเล็กเหมือนจะโกรธจริง ไม่ใช้สแตนอิน

“ไอ...ไป.อาบน้ำก่อนดีกว่า” ว่าจบวิ่งฉิวเข้าห้องน้ำ ไม่รอให้เพื่อนตัวเล็กมาลากตัวออกไปจากห้อง

            เซมินมองตามแจ็คที่วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาบ้าง ทำไมแจ็คถึงรู้เรื่องเซฮุนน่ะเหรอ เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ต้นปีที่ผ่านมา เราสามคนไปนั่งเคาน์ดาวน์ด้วยกันที่ห้องของโทมัสและแจ็ค แล้วก็โดนหนุ่มติสท์นามว่าแจ็คมอมเหล้า ถามเรื่องที่อยากรู้โดยเฉพาะเรื่องคนรัก คนเมาส่วนใหญ่ไม่พูดโกหกและเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น ตลอดระยะเวลา 2 ปี เซมินเต็มที่กับการเรียน ไม่ให้เรื่องอื่นจะมากระทบจิตใจ รวมถึงเรื่องของ เซฮุนด้วย

            ดิ้งด่อง ดิ้งด่อง ~~ เสียงกริ่งหน้าประตูเรียกความสนใจจากร่างเล็กที่นั่งนึกไปเรื่อยเปื่อย ลุกขึ้นจะไปเปิดประตูคงเป็นโทมัสมาตามแฟนกลับห้อง เสียงแจ็คตะโกนถามจากในห้องน้ำ

“เซมินยาสีฟันหมด”

“ชั้นเก็บของตรงอ่างล้างหน้า” ตะโกนตอบกลับ เอื้อมมือเปิดประตูก็พบกับแขกผู้มาเยือน ไม่ใช่โทมัส ความรู้สึกที่ได้เห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผสมปนเปจนแยกไม่ออก แม้จะผ่านไปหลายปีแต่หน้าตาของผู้ชายคนนี้ไม่เปลี่ยนไปจากที่พบกันครั้งแรก มองรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้ อยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที

“ไม่เห็นมีเลย ไอหาไม่เจอ” แจ็คเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเกาะเอว อวดหุ่นกำยำที่มีน้ำเกาะตามมัดกล้ามและแผงอก เรียกสายตาจากร่างสูงผู้มาเยือนให้หันมามอง เซมินหันไปมองเพื่อนฝรั่งก็ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ ทำไมโผล่มาในสภาพนี้ แจ็คที่เห็นสีหน้าเพื่อนตัวเล็กกับผู้มาเยือนความคิดสนุกก็ปิ๊งขึ้นมา

“ที่รัก เพื่อนที่รักเหรอ” ที่รักบ้าอะไร เซมินอยากตะกายหน้าคนพูด ไม่พอยังเดินเข้ามาเอาแขนคล้องคอเธอไว้อีก แถมส่งสายตากวนบาทาไปให้อีกคน

“มะ ไม่ ไม่ใช่” เซมินละล่ำละลักพยายามอธิบายให้คนที่มองอยู่นิ่งๆ ไม่รู้อารมณ์ร่างสูงตรงหน้า

“ไม่ใช่อะไร ไอชื่อ แจ็ค เป็นแฟนเซมิน” แจ็คยังไม่เลิกเล่น แถมยังยื่นมือไปให้อีก เซฮุนแค่มองมือนั้นสลับกับหน้าของแจ็คแล้วหยุดที่ร่างเล็ก จากนั้นก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง

“เซฮุน เดี๋ยว ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ เซฮุน” เซมินพยายามตะโกนเรียกคนที่เดินหนีไป หันกลับมามองคนที่ยืนยิ้มกวนประสาท

“ฉันจะฆ่านาย” พุ่งตัวเข้าไปบีบคอฝรั่งผมทองเขย่าไปมา “ฉันจะบอกโทมัสให้เลิกกับนาย และไล่นายออกจากบ้าน นิสัยไม่ดี” แจ็คร้องโอดโอยขอให้หยุดไม่อยากนั้นอาจจะตายจริงได้ เซมินจึงปล่อยชี้หน้าคาดโทษก่อนจะวิ่งตามเซฮุนที่ป่านนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว

            แจ็คยืนมองประตูที่ถูกปิด เขารู้ว่าคนนั้นคือใคร ก็เลยแกล้งนิดหน่อย เห็นตัวจริงครั้งแรกก็ต้องยอมรับว่าหล่อมาก คงต้องยอมรับว่าเซมินตาถึง หล่อขนาดนี้เลยไม่สนใจคนอื่นสินะ นึกแล้วก็ขำหน้าตกใจของเพื่อนตัวเล็ก ตาโตเท่าไข่ไดโนเสาร์ เสียดายไม่มีโอกาสถ่ายรูปเอาไว้ให้โทมัสดู ว่าแล้วก็โทรไปหาที่รักตัวจริงเสียหน่อย ป่านนี้หายงอนหรือยังนะ


--------------------------


            เซมินวิ่งลงมาถึงข้างล่างก็ไม่เห็นร่างสูงของเซฮุนแล้ว ขอแค่ได้ทำอะไรสักอย่าง ตัดสินใจวิ่งไปตามทาง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาเจอไหม มองสอดส่องสายตาไปตามร้านต่างๆ ก้มมองตามรถเผื่อร่างสูงจะอยู่ข้างใน หยุดวิ่งเมื่อหายใจไม่ทัน ไม่รู้ว่าวิ่งมาไกลเท่าไหร่ แต่ก็พอให้เสื้อที่สวมใส่อยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เริ่มหายใจได้คล่องมองซ้ายมองขวาเพื่อที่จะข้ามไปหาอีกฝั่ง จังหวะที่จะข้ามมีรถจักรยานยนต์มาจากไหนไม่รู้ พุ่งมาด้วยความเร็ว เซมินไม่ทันตั้งตัวได้แต่ยืนค้างอยู่แบบนั้น ขาทั้งสองขาแข็งขยับไม่ได้ เตรียมรับแรงกระแทก แต่กลับมีมือหนึ่งดึงตัวเธอให้พ้นวิถีของรถ ร่างของเซมินกระแทกเข้ากับอกแกร่งที่ช่วยไว้ เงยหน้าขึ้นมองก็พบกับคนที่กำลังตามหา

“ทำไมไม่หลบ” เสียงดุเอ่ยว่า สายตาแสดงถึงความตกใจไม่แพ้กัน

“ฉะ ฉัน....” ยังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกรั้งเข้าสู่อ้อมกอดที่คิดถึง

“ฉันกลัวแค่ไหนรู้ไหม ได้โปรด อย่าทำแบบนี้อีก” น้ำเสียงเปลี่ยนไป กลายเป็นความเจ็บปวดที่สะท้อนออกมา เซมินได้ยินดังนั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“ฮึก ฮืออออออ ฮีโร่ ฮึก ของฉัน” อยากที่จะอยู่ในอ้อมกอดนี้ตลอดไป ไม่อยากห่างไปไหนแล้ว

            เซฮุนพากลับมายังโรมแรมที่เขาพักอยู่ นั่งกอดกันบนโซฟาตัวยาวสีน้ำตาลไหม้ พยายามทดแทนช่วงเวลาที่ห่างกัน เขาคิดถึงร่างเล็กแค่ไหนไม่มีใครรู้ ติดต่อก็ไม่ได้ แสดงออกไม่ได้ ทรมานคนรอจนแทบบ้า

“รู้ได้ไงว่าอยู่ที่นั้น” เมื่อคุมตัวเองได้แล้ว เอ่ยถามสิ่งที่สงสัย เธอไม่เคยบอกใคร คนที่รู้มีแค่โทมัส แจ็คและก็....

“แม่” เซฮุนตอบ เรียกความสงสัยเข้าไปใหญ่

“.....” ผละจากอ้อมกอดจ้องหน้าเซฮุน ใช้สายตาบังคับให้เล่า คนที่ถูกจ้องอดที่จะหัวเราะไม่ได้

“ท่านมาหาฉันถึงที่ทำงาน” เซมินหันหน้าตรงตั้งใจฟัง “มาถามว่ารักลูกของเธอหรือเปล่า”

“แล้วตอบไปว่า” อดลุ้นไม่ได้ แม้จะรู้อยู่แล้ว

“ตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น” เรื่องนี้ไม่เคยรู้

“ละ แล้ว แล้วไงต่อ” ก้มหน้าซ่อนความเขินก่อนถามต่อ แต่ก็คงไม่มิด

“ท่านก็บอกว่า ฝากดูแลเซมินด้วย” ยกมือลูบแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดง ความสุขแบบไม่มีข้อกังขามันเป็นแบบนี้สินะ เซมินสะดุ้งกับสัมผัสนั้น ช่างอ่อนโยนและอบอุ่น แต่ก่อนอะไรจะเลยเถิด

“คนที่อยู่ในห้องเมื่อกี้ชื่อ แจ็ค เป็นแค่เพื่อน แล้วหมอนั่นก็มีแฟนแล้ว เป็นผู้ชายด้วย” แก้เหตุการณ์ก่อนหน้าให้ถูกต้อง กลัวอีกคนเข้าใจผิด เซฮุนมองคนตัวเล็กที่ทำหน้าจริงจังเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

“รู้อยู่แล้ว”

“หือ”

“ตามดูอยู่ตลอด”

“ตลอดนี่....ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“2 ปี” ตั้งแต่แรกเลยเหรอ อดอึ้งในตัวเซฮุนไม่ได้

“แล้วทำไมไม่เข้ามาหา” อยากรู้สาเหตุของการเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

“อยากพัก อยากคิดแต่เรื่องเรียน” นี่แม่บอกหมดเลยเหรอ บินกลับไปหาแม่เดี๋ยวนี้เลยได้ไหม จ้องมองร่างสูงที่มองอยู่ก่อนแล้ว ยกมือขึ้นลูบแก้มบนใบหน้าหล่อ

“รอนานไหม” เอ่ยถาม เศร้าใจที่ทำอีกคนได้แต่เฝ้ารอ

“ต่อให้นานกว่านี้ ก็จะรอ” ไม่มีคำบรรยายกับผู้ชายตรงหน้า โผลเข้าสู่อ้อมกอดที่พร้อมรอรับเสมอ ต่อไปนี้จะเป็นความสุขที่แท้จริงแล้วใช่ไหม ขออย่าให้มีอะไรมาทำให้เราทั้งสองแยกจากกันอีก ขอแค่นี้ เซมินพูดกับตัวเองในใจ ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงไหม แต่เธอและอีกคนจะทำให้ได้

“นายเป็นคนแรกที่ฉันรู้สึกรัก และเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะรัก” เงยหน้าบอกสิ่งที่คิดมาตลอด เรียกรอยยิ้มและจูบหวานๆ จากชายหนุ่มตรงหน้า

Me Too

-------END-------


ปรบมือ แปะ แปะ

ลงจบแล้วจ้า พี่ซึงฮยอนเป็นคนดีนะ คิดว่างั้นไหม

แก้คำผิดแล้วนะครับ

ยังไงติชมกันได้ แต่อย่าแรงมากนะตัวเอง แง่มๆ

ฝากติดตามเรื่องต่อไปด้วย ขอบคุณที่หลงกันเข้ามาจ้า


^_______________^

ผลงานอื่นๆ ของ wildcat

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 18:27
    แต่งดีมากเลยค่ะ อินไปกับตัวละครมากๆเลย ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่อง ดีๆแบบนี้ออกมานะคะ สนุกจริงๆค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 Wildcat17
      21 กันยายน 2563 / 15:17
      ขอบคุณมากเลยค่าาา😊
      #1-1