นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [fic]Banana fish HBDAsh2020

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Happy Birthday Ash 2020

ปรารถนาให้มีความสุขตลอดไป

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ส.ค. 63 / 19:39


T
B
  


Happy Birthday Ash 2020

 

เข้าสู่ช่วงกลางเดือนสิงหา และเป็นช่วงปลายของฤดูร้อน

เอย์จิที่เรียนจบมาหลายเดือนแล้วกำลังตั้งใจใช้ชีวิตทำงานให้เต็มที่ เพราะยังถือเป็นมือใหม่ในวงการช่างภาพ ยิ่งมาจากสายนักกีฬามาก่อนยิ่งต้องทำให้เพื่อนร่วมงานหรือรุ่นพี่เห็นว่าตนเองก็มีความสามารถเหมือนกัน

เรียกได้ว่าตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเรื่องงาน

“เอย์จิ พอแล้ว วันนี้นั่งมาทั้งวันแล้วนะ”อีเบย์ที่เป็นทั้งรุ่นพี่และที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้เข้ามาตบไหล่อดีตนักกีฬาที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

งานของเอย์จิตอนนี้ยังเป็นได้แค่ผู้ช่วยช่างภาพที่ติดตามรุ่นพี่ไปเก็บประสบการณ์ นอกจากลงงานจริงแล้วก็ยังมีการแต่งภาพหรือการเขียนคอลลัมม์อีกด้วย

เจ้าตัวที่เอาแต่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์หลายเดือนติดต่อกันทำให้ต้องซื้อแว่นกรองแสงตามคำรบเร้าของคนที่บ้าน

อีกหน่อยคงต้องเป็นแว่นสายตาด้วย

“งานยังไม่เสร็จเลยครับ”

“ไม่เสร็จก็เดี๋ยวค่อยทำวันพรุ่งนี้ จู่ๆ รีบทำแบบนี้มีอะไรรึเปล่า”เอย์จินับว่าเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบเสมอต้นเสมอปลาย ปริมาณงานที่เจ้าตัวได้รับจึงแบ่งทำในแต่ละวันเพื่อไม่ให้งานทับกันเกินไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าเด็กคนนี้จะต้องมาทำงานยิงยาว

นอกจากว่ามีเหตุผลพิเศษ

“ใกล้วันเกิดแอชแล้วน่ะครับ ตั้งใจจะพาเจ้าตัวไปเที่ยวสักหน่อย ก็เลยรีบทำงานครับ”ชายหนุ่มบอกกลับ ยอมรับอย่างหนึ่งว่าเผลอลืมวันเกิดแอชไปแล้วด้วยซ้ำ ยังดีที่เงยหน้ามองปฏิทินแล้วยังไม่เลยวันเกิดของเจ้าเด็กหัวทอง

“แอชเกิดวันที่ 12 สินะ เป็นวันพุธนี่นา งั้นนายจะลางาน”

“ครับ ก็เลยพยายามเคลียร์งานให้เร็วที่สุด”

“เข้าใจแล้ว งั้นอย่ากลับดึกมากนะ แอชคงเป็นห่วงแย่”

“เข้าใจแล้วครับ กลับดีๆ นะครับ คุณอีเบย์”

เอย์จิบอกกับอีเบย์และนั่งทำงานต่ออีกสักชั่วโมงก่อนที่จะกลับบ้าน

ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยกันกับแอช ซึ่งกว่าฝ่ายนั้นจะฝ่าความหฤโหดในชีวิตมาได้ก็เกือบเอาตัวเองไม่รอดเหมือนกัน เพราะอย่างนั้นชีวิตที่ธรรมดาไม่มีเรื่องเลือด เรื่องอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้อง ชีวิตที่ไม่โลดโผนอย่างแต่ก่อนจึงเป็นชีวิตที่ทั้งสองคนรักมากที่สุด

บ้านที่อยู่เป็นห้องในแมนชั่นราคาแพงเอาเรื่องซึ่งคนที่ออกเงินซื้อได้ก็เป็นแอช เจ้าตัวรับงานที่เกี่ยวกับโปรแกรม เรื่องได้ว่าเป็นฟรีแลนซ์ตั้งแต่วัยเรียน ตอนแรกเจ้าตัวยังไม่ค่อยรู้เรทงานกับราคาของงานมากนัก จึงเลือกที่จะรับงานน้อยๆ ราคาไม่สูงมาก จนมีคนในบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นมาเจอเข้าจึงเสนอให้มาร่วมโปรเจคหนึ่ง ทำให้มีเงินเก็บก้อนโตมาหนึ่งก้อน จากนั้นคนคนนั้นก็กลายมาเป็นพี่ชายคนสนิทของแอช คอยป้อนงานและสอนสั่งหลายสิ่งให้ จนภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี แอชจึงมีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อนี้

และคนที่รักความสบายจึงทุ่มเงินซื้ออย่างไม่คิดชีวิต

ทั้งสองคนจึงย้ายมาอยู่ที่แมนชั่นราคาแพงตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาไม่ถึงหนึ่งปี

“กลับมาแล้ว”กว่าที่เอย์จิจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ พอปิดประตูได้ก็มีทั้งคนทั้งแมวออกมาต้อนรับ

“ยินดีต้อนรับกลับ ทำไมวันนี้กลับดึกจัง”แอชที่อยู่ในกางเกงนอนตัวเดียวเพราะอากาศร้อนเอ่ยถามกับเอย์จิ ทั้งยังยื่นเท้าไปเขี่ยแมวออกไม่ให้ไปรบกวนคนที่เพิ่งกลับมา

“อย่าแกล้งโทรเบิ้ลสิ...พอดีฉันกะจะเคลียร์งานจะได้ลางานได้น่ะ”

“ลางาน? ลางานทำไม?”

“อีกไม่กี่วันก็จะวันเกิดนายแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันอยากมาฉลองให้นายไง ช่วงนี้ปิดเทอมของนายด้วย วันนั้นเราจะได้ไปเที่ยวกัน”

“เอาใจฉันอีกแล้วนะ”เมื่อแอชฟังเหตุผลที่อีกฝ่ายทำงานล่วงเวลาจนกลับบ้านดึกก็ใจอ่อน ไม่ยอมบ่นอะไรต่อ...แต่เท้ายังสะกิดเขี่ยแมวอยู่

“วันพิเศษของนายนี่ ฉันอยากทำให้นายรู้ว่าวันเกิดเป็นพิเศษของนายแล้วก็ของฉันด้วย”

ที่ผ่านแอชไม่เคยใส่ใจเรื่องวันเกิด อย่างปีแรกที่ได้อยู่ด้วยกันอีกฝ่ายก็ไม่สนใจ จนเอย์จิกับเพื่อนสนิทของแอชช่วยกันจัดเลี้ยงงานวันเกิดในบ้านให้ และจากนั้นทุกๆ ปีก็กลายเป็นธรรมเนียมที่ว่าจะจัดการวันเกิดแบบนี้ให้

แต่ปีนี้เขาอยากเดินเที่ยวกับแอชด้วย เลยรีบทำงานเพื่อที่จะได้มีเวลาตรงกัน

“ตามใจนายเลยพี่ชาย”

คำที่บ่งบอกว่าแอชยินดีให้พี่ชายคนนี้ตามใจ

แต่ลับหลัง แอชกลับกดมือถือเพื่อทำอะไรบางอย่าง

 

12 สิงหาคม 2020

วันเกิดแอชเริ่มตั้งแต่โดยที่ทั้งสองคนและหนึ่งแมวตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เนื่องจากทั้งสองคนไม่มีเรียนไม่มีงาน จึงนอนกลิ้งเล่นอยู่บนเตียงพักใหญ่ แอชนอนหนุนตักเอย์จิเล่นมือถือ ตอบข้อความจากเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่เข้ามาบอกสุขสันต์วันเกิด แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยสุงสิงหรือเข้าหาใคร แต่ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนเก่งระดับท๊อป ไหนจะความสามารถด้านการยิงปืนอีก ทำให้มีคนเคารพอยู่ไม่น้อย

“หิว”เด็กโข่งเอ่ยลอยๆ แต่เป็นการบอกว่าเขาต้องได้กินอะไรสักอย่างเดี๋ยวนี้ ทำให้เอย์จิลุกไปทำมื้อเช้าค่อนไปสายง่ายๆ ให้ ทั้งยังให้แอชไปเตรียมตัวออกไปข้างนอก

วันนี้พวกเขาตั้งใจจะไปท้องฟ้าดูดาวกันและซื้อของขวัญของแอช เด็กหนุ่มผมบลอนด์ไม่ใคร่การเซอร์ไพรส์ของขวัญเท่าไหร่นัก เพราะบางทีของที่ได้เขาก็ไม่รู้จะเอาใช้ประโยชน์อะไร ทุกปีเอย์จิจึงพาแอชไปเลือกซื้อด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ได้ไปด้วยกัน แอชก็จะบอกของที่อยากได้ล่วงหน้าให้

“ท้องฟ้าจำลองมีรอบ 11 โมง วันนี้วันธรรมดาด้วยคนไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่”เอย์จิพูดตามที่คิดบอกเวลาที่ยังไม่สิบโมงแล้วจึงไม่เร่งรีบ

“แต่ก็มีเด็กนักเรียน นักศึกษาที่ปิดเทอมนะ ยังไงก็ไปเร็วหน่อยก็ดี”

“เข้าใจแล้ว”

ทั้งสองทานอาหารเช้าและพูดคุยกันไปตามปกติ ใครที่ทานเสร็จก็ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เอย์จิลุกที่หลังและล้างจานทั้งหมด ส่วนแอชที่ลุกไปก่อนจนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงไปเตรียมในส่วนขงแมว ทั้งอาหารและห้องน้ำแมว จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเผื่อว่าคืนนี้จะไม่กลับมา

“ไปกัน ฉันไม่ได้ไปท้องฟ้าจำลองนานแล้ว”เอย์จิบอกอย่างตื่นเต้น เจ้าของวันเกิดหัวเราะขำเล็กน้อย

“ไปสิ”แอชที่คว้าของของตัวเองครบหมดแล้วจึงเดินไปเปิดประตูรอ

การเดินทางไปท้องฟ้าจำลองไปโดยรถเมลล์จากป้ายที่ใกล้บ้านที่สุด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีก็มาถึงท้องฟ้าจำลอง ดูจากคนที่มารอเตรียมเข้าชมแล้วก็ไม่เยอะอย่างวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่ก็ถือว่าเยอะกว่าที่คาดกันเอาไว้ เอย์จิซื้อบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่สองคน ของแอชเป็นนักศึกษาเลยได้ลดอักนิดหน่อย

ห้องจัดแสดงท้องฟ้าจำลองรอบนอกเป็นนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของดวงดาว แอชที่ไม่ค่อยได้อ่านด้านนี้มากนักจึงเดินอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อได้เวลาจึงเข้าไปข้างใน

โดมทรงกลม รอบข้างนั่นเป็นที่นั่งเหมือนในโรงหนักแต่สามารถเอนได้มากกว่าปกติ ทั้งสองเลือกที่นั่งและจัดการปิดเสียงมือถือเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น จากนั้นจึงเอนตัวมองท้องผ้าที่เริ่มมีดวงดาวฉายขึ้นมาแล้ว

ที่ตัดสินใจเลือกท้องฟ้าจำลองนั่นก็เพราะในเมืองน่ะไม่สามารถเห็นดาวได้เยอะๆ การที่คนเมืองจะได้เห็นดาวจำนวนมากขนาดนี้มีแต่ต้องออกไปเที่ยวหรือไม่ก็มาทางลัดอย่างท้องฟ้าจำลอง

ใช้เวลาราวๆ หนึ่งชั่วโมงในท้องฟ้าจำลอง แอชที่ยังอ่านไม่ครบจึงเดินดูในนิทรรศการต่ออีกนิดหน่อย

เสร็จจากท้องฟ้าจำลองจึงเข้าร้านคาเฟ่เล็กๆ สั่งเค้กหรือเบเกอร์รี่มานั่งทานด้วยกัน เพราะยังไม่ค่อยหิวมากนัก อีกอย่างตั้งใจจะทานมื้อเย็นที่เป็นงานเลี้ยงฉลองให้แอชอยู่แล้ว ปกติงานเลี้ยงวันเกิดแอชจะจัดที่บ้าน แต่ปีนี้แอชอยากอยู่กันแค่สองคนก็เลยอาจจะหาร้านดีๆ สักร้านเข้าก็พอแล้ว

“ไปไหนกันต่อ”แอชที่ตักบานอฟฟี่เข้าปากเอ่ยถามกับคนตรงข้ามที่สั่งครัวซองแฮมชีสมากิน

“ไปซื้อของขวัญของนาย นี่ยังไม่ได้บอกเลยนะว่าอยากได้อะไร”

“ปีนี้ฉันไม่ค่อยอยากได้อะไรน่ะ ยังไงดีล่ะ มีหมดแล้ว”

“ก็สามสี่ปีแล้วนะที่มาอยู่ด้วยกัน...ไม่มีอะไรที่อยากจริงดิ?”

“ที่จริงมันก็มีแหละ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไม”

“อะไรล่ะ?”

“กล่องดนตรี”

ของที่อยากได้ค่อนข้างเหนือความคาดหมายของเอย์จิเอาเรื่อง แต่กลับไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นัก อีกอย่างกล่องดนตรีก็เป็นสิ่งที่ใครวัยไหนอยากได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แต่การที่เด็กอเมริกาเบนหน้าไปทางอื่น ผิวขาวๆ เริ่มขึ้นสีก็ทำให้รู้ว่านี่จะเป็นการเติมเต็มความฝันวัยเด็กก็ได้

“เอาสิ ไปซื้อกล่องดนตรีกัน”เอย์จิไม่ได้ขยี้ความเขินอายของแอช แต่กลับร่วมสนับสนุนความต้องการ

และอาจจะเป็นโชคดีของแอชด้วย ไม่กี่วันก่อนเอย์จิเพิ่งรู้ว่ามีร้านที่สามารถทำกล่องดนตรีเป็นของตัวเองได้จากรุ่นพี่ที่ทำงาน มันเป็นร้านที่คนชอบมาทำงานแฮนด์เมดหรือทำเป็นของขวัญให้กันได้ และร้านที่ว่าก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ด้วย นั่งรถเมลล์ไปอีกสองสามป้าย เดินอีกนิดหน่อยก็ถึงแล้ว

ร้านขายกล่องดนตรีเป็นร้านเล็กๆ ที่ปะปนไปกับร้านเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องประดับจุกจิก หรือร้านคาเฟ่แถวนั้น ตัวร้านที่เป็นกระจกสามารถเห็นหีบเล็กขนาดต่างๆ วางเป็นตัวอย่างอยู่หน้าร้านได้ เมื่อทั้งสองคนเข้าไป พนักงานก็เข้ามาต้อนรับและถามความต้องการ เมื่อรู้ว่าลูกค้าทั้งสองคนต้องการทำกล่องดนตรีเองก็บอกขั้นตอนการทำ

“ถ้าลูกค้าต้องการทำกล่องดนตรีเอง อย่างแรกให้เลือกเพลงกับขนาดของกล่องก่อนนะคะมีทั้งแบบกล่องที่เป็นไม้กับแบบกล่องที่มีโดมแก้วค่ะ จากนั้นก็เลือกของตกแต่ง ราคาของตกแต่งตามป้ายเลยนะคะจากนั้นก็ชำระเงิน มุมทางนั้นเป็นมุม DIY สามารถนั่งทำได้ที่ร้านเมื่อเสร็จแล้วทางร้านจะบริการจัดใส่กล่องให้ค่ะ”

“ขอบคุณครับ”แอชเป็นคนตอบ เพราะเอย์จิกำลังมองรอบร้านอย่างสนใจ

เมื่อพนักงานเดินกลับไปที่แคชเชียร์ แอชจึงเดินไปหาเอย์จิที่อยู่ตรงกล่องดนตรีแล้ว

“อยากได้แบบไหน”แอชถามอย่างเอาใจ

“นี่ของขวัญของนายนะ เลือกเองสิ”เอย์จิที่เกือบหลงกลบอกกลับ เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี

“เอากล่องไม้แบบไม่ต้องมีโดมแก้วล่ะกัน เกิดโทรเบิ้ลเดินมาปัดตกแตก เดี๋ยวได้มีการย่างแมวเกิดขึ้น”

“เลือกมาสิ”เอย์จิเร่งเร้าอยากรู้ว่าแอชจะเลือกกล่องดนตรีแบบไหน

เด็กหนุ่มผมบลอนด์หยิบฐานไม้ทรงกลมที่เมื่อไขลานให้เพลงออกมาแล้ว ทรงกลมชั้นสองจะหมุนไปพร้อมกับเสียงดนตรี จากนั้นจึงเลือกเสียงเพลง ซึ่งตู้ที่ใส่ที่กำเนิดเสียงที่ว่ามีชื่อเพลงบอกเอาไว้ มีทั้งเพลงญี่ปุ่นเก่าๆ หรือเพลงำหรับเด็กทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ แอชที่เหมือนมีเพลงในใจแล้วจึงกวาดตามองป้ายชื่อเพลงอย่างเร็วๆ ก่อนที่จะหยิบเสียงเพลงที่ต้องการ

twinkle twinkle little star เหรอ?”

“อือ ฉันชอบเพลงนี้”

เอย์จิไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะเห็นสีหน้าแอชที่ดูมีความสุข เขาจึงไม่ได้ขัดอะไรกับเพลงที่แอชเลือก

ของที่ต้องเลือกต่อไปก็คือของตกแต่ง มีทั้งขนดใหญ่ กลาง เล็ก ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ เรียกว่ามีหลากหลายให้นั่งเลือกได้เป็นชั่วโมงเชียวล่ะ แต่แอชเองก็ไม่ได้ถนัดงานศิลป์มากนักจึงให้เอย์จิช่วยเลือกไปด้วย

ใช้เวลางมอยู่หน้าตู้ของตกแต่งอยู่ตั้งนานกว่าจะได้ของตกแต่งมาจำนวนหนึ่ง ตัวหลักที่แอชเลือกคือเป็นเด็กชายผมบลอนด์ใส่เสื้อสีฟ้าและกางเกงสีขาว กำลังกอดช่อดอกทานตะวันอยู่ แอชกะจะเอามาแทนตัวเอง เจ้าแมวตัวปัญหาที่บ้านจะได้รู้ว่านี่เป็นของใคร ส่วนของตกแต่งเล้กๆ น้อยก็เป็นเอย์จิที่ช่วยเหลือให้ อย่างแมวสีส้มนอนขี้เกียจ หรือจะเป็นต้นไม้ขนาดกลางที่ทำให้เหมือนเด็กชายนั่งอยู่กลางป่า

“เอาล่ะ นายนั่งทำเองเลย นี่เป็นของนาย”เมื่อเอย์จิเอาไปจ่านเงิยและให้พนักงานนำเสียงเพลงใส่ลงไปในกล่องเพลงแล้วจึงมานั่งที่มุมประดิษฐ์ เตรียมกล้องในมือถือออกมาถ่ายแอชอย่างที่ทเป็นประจำ

หนึ่งกิจกรรมในวันพิเศษแบบนี้คือการถ่ายรูป ที่จริงก็ถ่ายอีกฝ่ายตอนอ่านคำบรรยายที่นิทรรศการไปหกลายรูปแล้ว

“ก็ได้ นายก็ถ่ายรูปไปเลยนะ”

แอชบอกกลับ จากนั้นจึงนำของในตะกร้าออกมาเรียงกันและเริ่มจัดวางคร่าวๆ กล่องดนตรีนี้ตรงจุดกึ่งกลางไม่สามารถขยับได้ แต่ฐานชั้นสองรอบนอกสามารถขยับได้ นั่นหมายความว่าเด็กชายที่แอชเลือกมาจะเป็นจุดศูนย์กลาง และของรอบข้างจะขยับ แอชจึงตั้งใจให้เด็กชายกับต้นไม้ขนาดกลางที่เอย์จิช่วยเลือกมาอยู่ตรงกลาง ส่วนพวกแมวหรือของตกแต่งอื่นๆ ก็จะวางไว้ที่รอบนอก เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้วจึงติดกาวทุกชิ้น รอจนกาวแห้งจึงยกมาโชว์เอย์จิ

“อืม สวยมาก”

“แหงอยู่แล้ว ฉันเองก็พอมีความอาร์ตอยู่บ้างสินะ”

“ถ่ายรูปหน่อย”

เอย์จิมองคนในเฟรมกล้องมือถือที่ขยับถือกล่องดนตรีให้เข้ามาใกล้ๆ ใบหน้า จากนั้นคนที่มักจะตีหน้านิ่งอยู่เสมอก็ฉีกยิ้มสว่างสดใส ขนาดที่พนักงานที่คอยสอดส่องร้านถึงกับชะงักไปเลย

“เดี๋ยวรอรูปเยอะๆ แล้วไปอัดรูปกัน”เอย์จิยื่นมือให้แอชตรวจรูป ถึงจะไม่ชอบโดนถ่ายเท่าไหร่นัก แต่ถ้าโดนถ่ายแล้วก็อยากจะให้รูปมันออกมาดีล่ะนะ

 

“ได้สิ แล้วจากนี้ไปไหนต่อ”

“เดินเล่นกันมั้ย หรือจะซื้อเสื้อผ้าดี นายไม่ได้ซื้อเสื้อผ้านานแล้ว”

“งั้นไปซื้อเสื้อผ้า”คนที่เสื้อผ้าใส่วนอยู่ไม่กี่ตัว ตอนนี้เริ่มมีความเป็นแฟชั่นนิสมากขึ้นแล้ว

เด็กหนุ่มผมบลอนด์นำกล่องดนตรีที่กาวแห้งดีแล้วไปให้พนักงานช่วยใส่กล่องกลับบ้านให้ พนักงานเอ่ยถามบางอย่างกับทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าทางร้านจะขอถ่ายรูปเพื่อนำลงเพจจะได้รึเปล่าคะ ถ้าอนุญาตทางร้านเราจะถ่ายรูปโพลาลอยด์ให้ฟรีหนึ่งใบค่ะ”พนักงานเอ่ยก่อนที่จะนำกล่องดนตรีเก็บเข้ากล่อง

“เอาไงล่ะ”เอย์จิหันไปถามแอช ตัวเขาไม่มีปัญหาเรื่องถ่ายรูปอยู่แล้ว

“...ได้ครับ”แอชจึงหันไปมองกับพนักงาน

ปกติก็คงปฏิเสธเพราะไม่ชอบให้หน้าตัวเองไปอยู่ที่ไหน แต่นานๆ ครั้งก็คงไม่มีปัญหา

พนักงานจึงเตรียมกล้องปกติกับกล้องถ่ายโพลาลอย์ ใช้เวลาไม่นานนักการถ่ายรูปก็เสร็จเรียบร้อย ตัวรูปภาพโพลาลอยด์ใส่ซองใสให้อย่างดี และใส่รวมไปในถุงที่มีกล่องดนตรีเรียบร้อย

การเดินเล่นในเมืองเพื่อรอเวลาทานมื้อเย็นนั้นทั้งสองไม่ทานขนมจุกจิก อาจจะซื้อน้ำหวานมาดื่มบ้างเมื่อกระหาย แอชเป็นคนถือกล่องดนตรีของตัวเอง และยื่นฝากให้เอย์จิช่วยถือตอนที่ตนเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้า

“ที่ซื้อเพราะอยากได้เสื้อผ้าใหม่หรือใส่ตัวเก่าไม่ได้แล้ว”

“ตัวเก่าคับแล้ว”

โดยนิสัยของแอชที่มักจะไม่ค่อยใส่เสื้อแรวฟาสต์แฟชั่นที่มาเร็วไปเร็ว มักจะเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเองและเป็นสไลต์ที่ชอบ อาศัยการสลับตัวนั้นมาจับคู่กับตัวนี้เพื่อให้เกิดความหลากหลาย แต่เด็กฝรั่งอย่างเขาดันโตพรวดๆ เอา ซื้อไปไม่กี่เดือนก็ต้องเปลี่ยนแล้ว

ขนาดตัวไม่ได้เพิ่มมากขึ้นจนเห็นได้ชัด แต่ก็ตัวหนาขึ้นนิดหน่อยรวมทั้งความสูงที่พุ่งเอา

“โตไวจัง นี่ยังสูงได้อีกใช่มั้ย”เอย์จิที่ไม่สูงแล้วมองเด็กตัวโตอย่างเคืองๆ

น่าจะนะ ฉันไม่แน่ใจ แต่คิดว่าอีกปีหนึ่งก็คงจะหยุดสูงแล้วมั้ง

“ทำไมฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าพ่อนายไม่ได้สูงมากนะ”

“ใครจะไปรู้ล่ะ แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่ลงพุงเด็ดขาด”แอชแขวะบิดาของตนที่อเมริกา ซึ่งอันนี้เอย์จิก็จำได้ว่าพ่อของแอชนั้นค่อนข้างลงพุงทีเดียว

ส่วนเจ้าเด็กนี่...ซิกแพคกระแทกหน้า

“งั้นฉันว่านายซื้อไซส์ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยมั้ย เผื่อตัวโตจะได้ไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ”

“ตั้งใจว่าอย่างนั้นเหมือนกัน”

ใช้เวลาไปกับเลือกเสื้อผ้าอยู่เกือบสองชั่วโมงเพราะเจ้าตัวไปเปลี่ยนลองชุดด้วย ไหนจะการที่คิดก่อนซื้ออย่างถี่ถ้วน เรียกได้ว่าสามชุดที่ซื้อมาผ่านการคิดเป็นอย่างดีแล้วตามนิสัยของแอช

ไม่ว่าจะทำอะไรก็รอบคอบไปซะหมด

ถุงเสื้อผ้านี้แอชเป็นคนถือเพราะเอย์จิแย่งเอากล่องดนตรีไปถือเองแล้ว เจ้าตัวพลิกข้อมือดูนาฬิกาจึงพบว่าจวนจะได้เวลาตามที่วางแผนเอาไว้แล้ว

“ไปกินข้าวกัน”เด็กหนุ่มผมบลอนด์พูดอย่างร่าเริงไม่ให้เอย์จิจับพิรุธได้

“ได้สิ ไปกินที่ไหนกันล่ะ”

“ฉันมีที่ที่อยากไปกินแล้ว นายตามมาอย่างเดียวพอ”

แอชไม่ได้บอกชื่อร้านในทันที แต่ใช้วิธีโบกรถแท็กซี่และกรซิบบอกที่หมายถึงโชเฟอร์ จากนั้นรถแท็กซี่จึงแล่นเข้าสู่ย่านที่มีโรงแรมและภัคตราคารตั้งอยู่เต็มไปหมด เอย์จิสัมผัสได้ถึงกระเป๋าเงินที่สั่นพั่บๆ อย่างบอกไม่ถูก และยิ่งหน้าซีดเมื่อแท็กซี่จอดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งชั้นบนเป็นภัคตราคารราคาแพง

“ตามมาสิ”แอชกลั้นขำกับท่าทางของพี่ชาย ทั้งยังเอ่ยให้ตามเขามา

“เดี๋ยวสิแอช กินที่นี่เนี่ยนะ ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น อีกอย่างมันต้องจอง!

“จองแล้ว ฉันนี่แหละที่เป็นคนจอง”

“ห๊า?”ชายหนุ่มที่เข้าสู่วัยทำงานแล้วก็ยังตามแอชไม่เคยทันได้แต่เดินตามอีกฝ่ายเข้าไป แอชติดต่อกับประชาสัมพันธ์อย่างคล่องแคล้ว ก่อนที่พนักงานในส่วนของภัคตราคารจะนำไปที่ลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นที่เป็นภัคตราคาร

ภัคตราคารในโรงแรมนั่นมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ด้วยโต๊ะที่ตั้งห่างออกจากกัน และรอบข้างของฉันจะเป็นกระจกใสทำให้สามารถมองวิว บริกรชายมารับช่วงต่อนำไปที่โต๊ะ จากนั้นจึงขอตัวออกไป เพราะแอชสั่งคอร์สอาหารไว้ล่วงหน้าแล้วจึงไม่ต้องสั่งอะไรมากมาย

“เกร็งเหรอ?”แอชที่เห็นท่าทางตัวลีบของเอย์จิจึงเอ่ยถามกลั้วเสียงหัวเราะ

สงสัยจะดัดหลังแรงไปหน่อย

“จะไม่ให้เกร็งได้ยังไงเล่า ฉันไม่ได้เตรียมใจจะมาร้านแบบนี้สักหน่อย”

“หึๆ สงสัยฉันคงอยากเซอร์ไพรส์นายบ้างมั้ง”

“แล้วทำไมถึงได้จองภัคตราคารเอาไว้ล่ะ”

“ก็นายน่ะเอาแต่ทำเพื่อฉันมาตลอด ขนาดวันเรียนจบของตัวเองยังไม่อยากให้ฉลองอะไรมากมายเลย เพราะอย่างนั้นฉันเลยรวบยอดฉลองวันเกิดฉันกับฉลองที่นายเรียนจบไปด้วยเลย”

“แรงเกินไปแล้ว”คำที่บอกว่าการดัดหลังเอย์จิในครั้งนี้ค่อนข้างแรงจนเจ้าตัวรับไม่ทัน แต่แอชก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนนี้คงจะหน้าซีดไม่น้อย จึงรีบยิ้มเอาใจทันที

“นานๆ ครั้งน่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงโทรเบิ้ลที่บ้านด้วย เมื่อเช้าฉันให้อาหารเยอะๆ กับสั่งเอาไว้แล้ว”แมวป่ากับแมวบ้าน ฟังดูก็รู้ว่าฝ่ายไหนจะต้องเชื่อฟัง

“หมายความว่าจะค้างที่นี่?”คำบอกที่เอย์จิเข้าใจได้ในทันทีเช่นกัน

“ถูกต้อง”

แม้เอย์จิโวยไปว่าพรุ่งนี้เขายังต้องไปทำงาน แต่แอชก็บอกว่าโทรลางานเช้ากับอีเบย์ให้แล้ว เรียกได้ว่าแอชเตรียมการดัดหลังเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว และแบบนี้เขาเองก็ขัดอะไรไม่ได้ด้วย

อาหารที่เสิร์ฟเป็นคอร์สนั่นมีความญี่ปุ่นผสมกับตะวันตก ด้วยวัตถุดิบและกระบวนการทำที่มีความละเอียดและซับซ้อนทำให้เป็นรสชาติที่แปลกใหม่และอร่อยไม่น้อย การที่ได้ทานอาการแบบที่ไม่ค่อยได้ทานนั้นทำให้เกิดความประทับใจ เมื่อจานหลักและของหวานตามคอร์สจัดเสิร์ฟครบหมดแล้ว จึงเป็นคิวของเค้กที่ทางภัคตราคารจัดเตรียมเอาไว้ให้สำหรับท่านที่มาในวันพิเศษอย่างวันเกิด

เค้กที่ก้อนเล็กที่ปักเทียนมาให้เรียบร้อยถูกจุดไฟ และบริกรที่ยกมาให้จึงถอยออกไป เอย์จิให้แอชได้อธิฐานตามปกติ ก่อนที่แอชจะทำสัญญาณมือว่าให้เป่าเทียนด้วยกัน

“ยินดีด้วยที่เรียนจบ เอย์จิ”

“สุขสันต์วันเกิด แอช”

คำอวยพรที่ต่างฝากต่างบอกฝ่ายตรงข้ามก่อนที่จะเป่าเทียนให้ดับพร้อมกัน

หลังจากทานอาหารกันจนอิ่มแล้ว แอชจึงลงไปเช็คอินที่ชั้นล่างจากนั้นจึงได้เข้าพักในห้องที่ราคาแพง เรียกได้ว่าวันนี้เป็นอีกวันที่ใช้พลังงานไปจนหมดเกลี้ยงไม่ว่าจะการเดินเที่ยวในเมืองหรือการที่ถูกเซอร์ไพรส์ซะเอง ทั้งสองสลับกันเข้าไปอาบน้ำโดยที่ออกมานั่งดื่มเบียร์ต่อในห้องทั้งที่ใส่แค่ชุดคลุมเท่านั้น

อยู่บ้านก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายโป๊สักหน่อย

“ดื่ม!”แอชมักจะดื่มอะไรแบบนี้ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นจึงไม่สะทกสะท้านกับแอกอฮอลท์ ต่างจากเอย์จิที่ไม่ใช่สายดื่ม

พวกแอลกอฮอล์ที่ติดตู้เย็นที่บ้านน่ะ คนซื้อคือแอชคนเดียวเลย

“วันนี้ต้มกันซะเปื่อยเลยนะ เอาเวลาไหนไปจองพวกนี้กัน”เอย์จิไม่สงสัยเรื่องเงินที่เอามาใช้จ่ายเพราะรู้ดีว่าแอชมีเงินเก็บค่อนข้างมาก แต่แปลกใจที่เอาเวลาไหนไปจองมากกว่า

“ก็ตั้งแต่วันที่รู้ว่านายจะหยุดในวันเกิดฉันน่ะสิ ดีนะที่พอมีเวลาเลยมีที่ให้จองพอดี”

“ฉันยอมนายเลยจริงๆ”

เอย์จิยื่นกระป๋องเบียร์ไปชนกับกระป๋องของแอชเบาๆ ทั้งยังส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเอ่ยห้ามถ้ามันไม่ได้แกล้งกันจนเกินเหตุ อีกอย่างสีหน้าที่อีกฝ่ายดูสนุกยามที่แกล้งเขาได้นั้นก็ถือว่ายอมๆ ไปก็ได้

คนสองคนที่มองเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟจนแทบจะมองไม่เห็นดวงดาวนั้น มีเสียงเพลงของ twinkle twinkle little star จากกล่องดนตรีบรรเลงเพื่อเป็นการขับกล่อมในค่ำคืนนี้

--------------------------------------------------------------------------

เราเห็นสายวาดออกลวดลายกันตั้งแต่เที่ยงคืนญี่ปุ่นล่ะสายผลิตฟิคยอมไม่ได้จริงค่ะๆ

อนิเมะจบคนไม่จบจริงๆ เราจึงรีบปั่นฟิคสั้นนี้ให้ได้อ่านกันในวันเกิดแอชนั่นเองค่ะ สำหรับฟิคตอนนี้ไม่ได้เป็นตอนเชื่อมกับ warm light ฟิคยาวของเรานะคะ แต่อารมณ์เป็นโลกคู่ขนานค่ะ ที่ให้มีโทรเบิ้ล แมวที่ตีกับแอชประจำไม่เอามาไม่ได้จริงๆ ค่ะ5555555555555

ปล.ไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

ตัวอย่างกล่องดนตรีค่ะ

 


Me to Ash : Happy Birthday Ash ขอให้นายมีความสุขในวันเกิดนี้ นายเป็นเด็ก 17 ที่เก่งมาก ขอบคุณที่เกิดมา ขอบคุณที่ผ่านเรื่องราวมากมายจนมาเจอกับคนที่นายรักมากที่สุด และฉันยังหวังว่านายจะมีความสุขอยู่ที่ไหนสักที่กับคนของนาย

ผลงานอื่นๆ ของ whitesaya

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Mebal (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 03:30
    อ่านจบอิ่มใจเลยหลังจากฟิคยาวจบเราก็รู้สึกคิดถึงเรื่องนี้มากๆกับมาอ่านอีกครั้งถึงได้เห็นว่ามีตอนพิเศษตอนนี้ด้วย ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ เราคิดๆถ้าในเมะแอชได้ใช้ชีวิตแบบนี้คงมีความสุขมากๆ อาาาา น้ำตาจะไหลเลย 555555555

    ปล หนังจบแต่เราจะไม่จบคู่นี้จะอยู่ในใจเสมอออ
    #5
    0
  2. วันที่ 27 กันยายน 2563 / 23:48
    ทำไมเรา ไม่มีเนื้อหาขึ้นอ่าาาา อยากอ่าน
    #4
    3
    • 28 กันยายน 2563 / 20:54
      ของเรามีข้อความขึ้นแค่ H.B.D
      #4-2
    • #4-3 whitesaya
      5 ตุลาคม 2563 / 12:53
      รบกวนทักมาในเพจเราได้มั้ยคะ
      #4-3
  3. #3 Jhz
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 15:31

    แงง ขอบคุณคุณไรต์มากๆ ที่เขียนตอนพิเสษตอนนี้ขึ้นมานะคะ พอดีวันนี้คิดถึงฟิค warm light ก็เลยกลับเข้ามาส่องกะจะอ่าน เพราะเราลบแอพเด็กดีไปแล้ว(เมมเต็มค่ะ TvT) พอเห็นว่าคุณไรต์อัพตอนพิเศษเอาไว้แล้วดีใจมากเลย พอได้อ่านก็ใจฟูอีกแล้ว เรื่องราวของแอชกับเอย์จิตอนที่ได้อยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่นมันดีจังเลยเนอะคะ เมดมายเดย์มากๆ เลยค่ะ เราจะรออ่านตอนพิเศษไปเรื่อยๆ เลยย ไม่ต้องบ่อยมาก จะแค่ปีละหนึ่งตอนก็ได้ค่ะ เราอยากเห็นเขาเติบโตไปด้วยกันแบบนี้ไปอีกนานๆ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ มากๆ เลย 💖

    #3
    0
  4. #2 knunkim
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 02:59

    HBD to Ash ขอให้มีความสุขตลอดไปนะ.. ปล.แหมมมมมมมมมม จิบเบียร์พร้อมเสื้อคลุมบนเตียงสองคน โรแมนติกเนอะ😏

    #2
    0
  5. #1 Eynatfruk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:45

    อบอุ่นหัวใจมากค่ะ😻
    #1
    0