Jungle : ผืนป่าสีดำ (yaoi)

ตอนที่ 37 : ตอนที่ 32 : เรื่องบางอย่างยิ่งคิดมากยิ่งทรมาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 เม.ย. 58


ตอนที่ 32 เรื่องบางอย่างยิ่งคิดมากยิ่งทรมาน                                08/04/2558

 

 

 

 

          “เฮ้อ”เสียงถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจรู้เมื่อคนทำเหนื่อยเกินจะนับมัน  ดวงตาสีเทาที่เคยกร้าวแกร่งบัดนี้กลับอ่อนแสง  มันทอดมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย หลายครั้งที่มีประกายสับสนวาดผ่านก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจเบาๆอีกรอบ

 

          “โอ๊ะ โอ้ นั่งอยู่แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วหละ”เสียงทักที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลังแต่เขาก็ไม่ได้สนใจหันกลับไปมอง ทำเพียงยกเบียร์ในมือขึ้นจิบเบาๆเท่านั้น

 

          “ไม่รู้สิ”

 

          “ให้เดาไหม คงทั้งคืนงั้นสินะ”

 

          “ก็เรื่องปกติ”

 

          “ไม่ปกตินะ ทำเหมือนคนอกหักงั้นแหละ”

 

          “หึ เหมือนขนาดนั้นเชียว”

 

          “ก็ใช่นะสิ  เหมือนหนุ่มน้อยที่โดนหักอกดังเปราะจนต้องมาดื่มเหล้า เคล้าน้ำตาคนเดียว โอ๊ะโอ ใครกันนะผู้โชคร้ายคนนั้น ดอนงั้นเหรอ”

 

          “หมอ”เจ้าของฉายาหมอยกมือสองข้างเหมือนยอมแพ้ก่อนจะถอยห่างออกไปก้าวแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 

          “ล้อเล่นนะ อย่างซีเรียส”

 

          “พวกลูกน้องมันคงไม่ขำด้วย”

 

          “ฮะๆ งั้นเหรอ คงไม่มีใครคิดหรอกเพราะอีกไม่นานเราคงมีข่าวดีกันแล้วกับคุณหนูอลิซาเบทนั้นไง”

 

          “อือหึ”คาโลทำเพียงตอบรับในลำคอก่อนจะยกเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้งเหมือนไม่ใส่ใจ เขารู้มานานแล้วเรื่องบอสกับคุณหนูอลิซาเบท ลูกสาวเจ้าของโรงแรมหรูที่ครอบคลุมส่วนแบ่งการโรงแรมในอิตาลีกว่าครึ่ง

 

          “ไม่รู้สึกอะไรรึไง”

 

          “จะให้รู้สึกอะไรหละ ข่าวเก่าออกซะขนาดนั้น”

 

          “อ๋า งั้นผู้โชคร้ายครั้งนี้คงไม่ใช่ดอนจริงๆสินะ”คนเป็นหมอพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองเบาๆ

 

          “นายเปลี่ยนไปเยอะนะคาโล”

 

          “งั้นเหรอ”

 

          “นายอาจจะไม่รู้ตัว แต่นายเปลี่ยนไปมากจริงๆนะ ดู มีหัวใจมากขึ้นหละมั้ง”

 

          “หึ ฉันก็มีหัวใจอยู่เสมอนั้นแหละ”

 

          “นี่ไม่รู้จริงๆนะเหรอว่าตัวเองเลือดเย็นขนาดไหนนะ เอาเถอะ มันก็เป็นการเปลี่ยนที่ฉันค่อนข้างชอบหละนะ ถึงแม้อีกหลายคนอาจจะไม่ชอบมันก็ตาม”

 

          “พูดเรื่องอะไร”

 

          “เปล่า  อ๋อ เจอนายก็ดีเลยจะถามหน่อยว่าเจ้าเด็กนั้นเป็นยังไงบ้าง”

 

          “เด็ก หมายถึงซาเวียร์งั้นเหรอ”

 

          “ถ้าใช่คนไข้รายล่าสุดของฉัน ก็คนนั้นแหละ”

 

          “อืม ก็ดี”คนฟังเลิกคิ้วข้างหนึ่งเหมือนต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม

 

          “ก็ดี แข็งแรง..ดีแล้ว”คำว่าแข็งแรงกลับทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ที่มันเหวี่ยงเขาลงบนเตียงและพยายามจะคุกคามเขาแบบนั้น

 

          “อ่างั้นเหรอ งั้นคงไม่น่าห่วงแล้วสินะพอดีฉันต้องเดินทางไปทำงานนะ”คาเซอริโอเหลือบมองคนพูดที่ยักไหล่เหมือนยอมรับสภาพตัวเอง

 

          “เอาเป็นว่าดูแลหน่อยแล้วกัน ถ้าปวดแผลก็หายาแก้ปวดให้กินเข้าไป ถ้าเป็นอย่างที่นายพูดคิดว่าแผลคงหายดีแล้ว งั้นเอาไว้เจอกันแล้วกัน เหมือนมีคนอยากคุยกับนายมากกว่าฉัน”คนเป็นหมอยกมือลาก่อนจะขอตัวเองออกไปจากซุ้มดอกไม้ทรงสูงที่เขาอาศัยเป็นที่ดื่มมาตลอดทั้งคืน  ซุ้มดอกไม้ที่กรุกระจกโดยรอบและชุดเก้าอี้สีขาวเป็นสถานที่อันเงียบสงบเหมาะสำหรับการดื่มและนั่งคิดอะไรเงียบๆ ที่เหมือนวันนี้จะไม่เงียบอย่างที่ใจคิด เมื่อเขามีแขกมาเยือนถึง 2 คน หนึ่งคือหมอฉายาหมอปีศาจที่เรียนจบมาหลายสาขาจนน่ากลัวจะตีกันมั่ว มือเปื้อนเลือดคนไข้มากพอๆกับเลือดเหยื่อที่ถูกฆ่าไป

 

          “คุณพอจะมีเวลาว่างคุยกับผมสักหน่อยไหมครับ”เจ้าของใบหน้าเรียบเฉย ทรงผมและชุดสูทสุดเนี๊ยบก้าวเข้ามาในซุ้มดอกไม้ของเขาก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 

          “ก็เข้ามาแล้วนี่”

 

          “งั้นผมก็จะถือว่าคุณอนุญาตแล้วนะครับ”เจ้าของเสียงพูดพลางใช้ปลายนิ้วดันแว่นให้เข้าที่แบบเดียวกับที่ชอบทำเสมอและเขาเองก็ไม่เคยชอบใจเลยสักครั้ง

 

          “มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ”ดวงตาใต้กรอบแว่นมองคนถามอย่างเขาด้วยความนิ่งสงบ

 

          “คนๆนั้นเป็นใคร”

 

          “หึ ใครหละที่แกหมายถึง”คาเซอริโอยิ้มแสยะ พอให้ถามมันก็ฟาดคำถามเปรี้ยงตีแสกหน้าทันที

 

          “ผมรู้ว่าคุณรู้ และตอนนี้คุณกำลังเลี่ยงจะตอบคำถามผม”


          “ใครว่าฉันเลี่ยง แล้วถ้าฉันเลี่ยงไม่ตอบจริงๆจะทำไม”

 

          “คุณก็รู้ดีว่าผมจะทำอะไร”

 

          “แกกำลังขู่ฉันงั้นเหรอ”

 

          “หึ ใครจะไปกล้าขู่มือขวาจอมบู๊แบบคุณหละครับ ผมก็แค่ถามดูในฐานะมือซ้ายเท่านั้น”ดวงตาสีเทาจ้องคนพูดนิ่ง เกมจ้องตาที่เขาต้องเป็นฝ่ายขอยอมแพ้ หากเขาอยู่ในฐานะฝ่ายบู๊มันก็อยู่ฝ่ายบุ๊น  หัวสมองเจ้าแผนการ

 

          “หากคุณรู้สถานะของคุณดี  คุณเองก็ควรรู้ฐานะของผมเหมือนกัน  ผมเป็นมือซ้ายของดอนทำทุกอย่าง คิดทุกอย่างเพื่อนดอน รวมถึงกำจัดสิ่งที่จะเป็นภัยกับดอนด้วยเช่นกัน”

 

          “แต่ฉันไม่คิดเหมือนแก”

 

          “งั้นเหรอครับ น่าเสียดาย”

 

          “หึ แกก็อยู่ส่วนแก อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน”

 

          “ผมคงต้องปฏิเสธเพราะการกระทำของคุณตอนนี้กำลังเป็นภัยกับดอน”

 

          “ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายดอน”

 

          “งั้นก็ตอบผมมาสิครับว่าผู้ชายคนที่คุณพามาเป็นใครกัน”

 

          “หึ แกกำลังสงสัยมัน  สงสัยคนที่ฉันพาเข้ามา ไม่เท่ากับสงสัยฉันรึไง”

 

          “โอ้ ไม่หรอกครับ ดอนไว้ใจคุณ ผมเองก็เช่นกันแต่ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่”

 

          “มันมากับฉัน”

 

          “ปกป้องถึงขนาดนั้นคงสนิทกันน่าดูสินะครับ  มันออกจะดูผิดวิสัยไปสักหน่อย”

 

          “ไม่นิ มันมีบุญคุณช่วยฉัน ฉันจะปกป้องมันบ้างก็ไม่แปลก”

 

          “อ๋อ งั้นหากผมขอให้เขาออกไปคุณคงไม่ว่าสินะครับ”

 

          “หมายความว่ายังไง”

 

          “คุณบอกกับดอน กับทุกคนว่าเขาคือคนที่ช่วยเหลือคุณเมื่อคุณพลาดท่า มาตอนนี้เขาบาดเจ็บคุณพาเขามารักษาถึงในแฟมมิลี่ของเราทั้งๆที่พาไปที่โรงพยาบาลดีๆสักทีก็ได้ มันก็น่าจะเหมาะสมกันแล้ว ตอนนี้เขาเองก็หายดี การจะให้เขาออกไปมันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ”ประโยคสาธยายยาวยืดของมัน บ่งบอกเป้าหมายของมันได้ดี มันกำลังจะไล่เจ้าหมาซาเวียร์นั้นออกไปโดยอ้างเหตุผลการตอบแทนบุญคุณที่เหมาะสมและเท่าเทียม แน่หละหากเป็นแค่การตอบแทนบุญคุณแค่ผู้ช่วยเหลือกับผู้ถูกช่วยเหลือมันก็สมควรแล้ว แต่เขากับมันไม่ได้อยู่ในฐานะที่เขาป่าวประกาศออกไป เขากับมันเป็นมากกว่านั้น อยู่ด้วยกันในฐานะ...

 

          “หากคุณเห็นด้วยผมจะให้คนพาเขาไปส่ง”

 

          “อย่ายุ่งเรื่องของฉัน”

 

          “มันไม่ใช่เรื่องของคุณตั้งแต่คุณพาเขาเข้ามาในแฟมมิลี่แล้ว เรื่องของคุณมันหมายถึงความลับของเราและความปลอดภัยของดอน”เสียงเรียบๆแต่คมยิ่งกว่าไม้แหลมที่เสียบเข้ากลางอก เขาพามันเข้ามาทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่เหมาะ รู้ว่าอาจไม่ปลอดภัยกับดอนแต่เขาปล่อยมือจากมันไม่ได้  ปล่อยมือจากหมาโง่ที่ดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อตามเขามาไม่ได้ ทำไมกัน  ทั้งๆที่เขากับมันก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ใช่มันไม่มีสถานะระหว่างเขากับมัน แค่คนที่นอนด้วยกันไม่กี่ครั้ง แค่คำรักที่มันบอก มันไม่ได้หมายความว่าเขากับมันเป็นคนรักกัน หากจะบอกว่าเป็นเพื่อนเขากับมันก็เลยสถานนะนั้นไปแล้ว เซ็กซ์แฟรนด์งั้นเหรอ ดูเข้าท่าที่สุดแต่ก็ยอมรับไม่ได้มากที่สุดเหมือนกัน

 

          “คุณเปลี่ยนไปนะคาโล”

 

          “ฉันก็ยังเป็นฉันเหมือนเดิม”คาเซอริโอตอบเสียงเรียบ

 

          “คุณจะหลอกคนอื่นไปถึงเมื่อไหร่ คุณอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกคนที่อยู่กับคุณมาทั้งชีวิตไม่ได้หรอกนะ และที่สำคัญที่สุดคือคุณไม่มีทางหลอกตัวเองได้

 

          “หึ พูดเหมือนเป็นตัวฉันเองเลยนะ”

 

          “ผมแค่พูดไปตามที่เห็นเท่านั้นแหละครับ  สายตาที่คุณมองเขา  ไม่สิสายตาที่ผู้ชายคนนั้นมองคุณ ผมเห็นแล้วขนลุกแทนจริงๆ หวังว่าคุณยังคงไม่ลืมกฎ 10 ข้อของเราหรอกนะครับ เพราะตอนนี้ผมเริ่มขนลุกขึ้นมาอีกแล้วสิ”

 

          “แก”คอเสื้อของคนตรงหน้าถูกกระชากเต็มแรงจนเจ้าของมันตัวลอยขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาใต้กรอบแว่นวาววับไม่มีแม่แต่ความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว

 

          “หึ ใกล้ไปแล้วครับ เดี๋ยวคนอื่นๆก็เข้าใจผิดกันพอดี ผมไม่ได้มีรสนิยมแบบคุณนะครับ”

 

          “ไอ้บัดซบ”ร่างทั้งร่างลอยวืดเมื่อโดนผลักเต็มแรง  คนที่ตัวบางกว่าล้มกระแทกกับพื้นเสียงดัง

 

          “ฉันไม่ได้เป็นแบบที่แกคิด”คอปกเสื้อเชิ้ตเนื้อดีถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง

 

          “หึ แล้วเหตุผลอะไรหละครับที่ทำให้คุณพาคนๆนั้นเขามากกถึงในบ้านตัวเอง”

 

พลั่ก

 

          “แกกำลังดูถูกฉัน”ใบหน้าขาวหันไปตามแรงหมัด รอยปื้นสีแดงปรากฏขึ้นบนแก้มพร้อมรอยเลือดที่ถูกมันคายทิ้งจากปาก

 

          “แหมทำอะไรไม่กลัวคนสายตาคนอื่นบ้างเลยนะครับ”ดวงตาสีเทาเบิกกว้างก่อนจะละสายตาจากคู่กรณีมองไปรอบๆซุ้มดอกไม้ที่ตอนนี้มีบรรดาลูกน้องในชุดดำหลายๆคนเมี่ยงมองเข้ามาด้านใน

 

          “บัดซบ”

 

          “คุณทำตัวเองทั้งนั้น ผมเตือนคุณแล้วว่าหากกลับมาแบบนี้สู้ไม่กลับมาจะดีกว่า แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่ความที่อยู่ด้วยกันมานานผมจะถือว่าครั้งนี้คือการเตือน หากไม่อยากให้สิ่งที่ผมคิดกลายเป็นความคิดของคนอื่นคุณก็ควรจัดการอะไรให้ได้ดีกว่านี้ เรื่องวันนี้ผมจะแก้ตัวกับพวกข้างนอกเอง คุณก็อย่ากระโตกกระตากไปหละ”คนที่นั่งกองอยู่กับพื้นยื่นมือข้างหนึ่งมาด้านหน้า  คาเซอริโอมองมือข้างนั้นนิ่งก่อนจะคว้าจับแล้วดึงมันขึ้นมาแต่คนที่ถูกดึงกลับทำตัวโอนจนเซมาทางเขา ช่วงที่กำลังคิดจะผลักออก มันก็หยุดตัวเองได้ก่อน

 

          “รีบหน่อยก็ดีนะครับ แม้ตอนนี้จะมีแค่ไม่กี่คนที่สงสัย แต่คุณก็ไม่ควรลืมว่าความลับไม่มีในโลก คุณควรเลือกได้แล้วว่าจะเลือกใครระหว่างดอนหรือคนๆนั้นของคุณ ผมไปนะ”ฝ่ามือขาวยกขึ้นตบบ่าเขาเบาๆก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปเผชิญหน้าพวกที่อยู่ด้านนอก ไม่นานพวกนั้นก็แยกย้ายกันหายไปเหลือเพียงเขาคนเดียวที่ยื่นนิ่งอยู่ในซุ้ม

 

          “โธ่โวย”ชุดเก้าอี้ล้มระเนระนาดตามแรงแตะ  ฝ่าเท้าใต้รองเท้าหนังเจ็บแปลบเมื่อกระแทกเข้ากับชุดโต๊ะที่ทำมาจากเหล็ก แต่ความเจ็บมันกลับลากจากเท้าลามไปทั่วตัว  เขาต้องทำยังไง เขาต้องทำยังไงดี

 

          “ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้ว่ะ”ฝ่ามือขาวยกขึ้นขยี้ผมด้วยความกลัดกลุ้ม  ทำไมต้องกลุ้มใจ ทำไมต้องว้าวุ้นแค่เพียงมันบอกให้เขาเลือก ทำไม  ทำไมกัน

 

          “คาโล”เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองก่อนจะสบเขากับดวงตาสีน้ำตาลคู่หนึ่ง  ดวงตาของคนที่อยู่ในบทสนทนาของเขาและเจ้าแว่นบ้านั้นมาตลอด

 

          “คาโล %#^ILUN_)*&HRp”เสียงพูดที่เขาไม่เข้าใจความหมายและฝ่าเท้าที่ก้าวเข้าหาทำให้เขาเผลอก้าวถอยไปเรื่อย เขายังไม่พร้อม ยังไม่พร้อมจะเจอมันตอนนี้ เขายังไม่อยากเจอมัน เขาอยากได้เวลา อยากได้ระยะห่าง อยากได้ ทำไมหละ เพื่ออะไรกัน เขาแค่ยังไม่อยากเจอมัน ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่

 

          “หยุด  ออกไป  ออกไปจากตรงนี้  ฉันบอกให้ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกไม่ได้ยินรึไง”ท้ายเสียงตะโกนฝ่าเท้าคู่นั้นก็หยุดลงอย่างที่เขาต้องการ ความเงียบและบรรยากาศอันแสนอึดอัดกระจายไปทั่วซุ้มดอกไม้  อึดอัดจนหายใจไม่ออก

 

          “ได้ ก็ได้ ถ้าแกไม่ไป ฉันไปเอง”คาเซอริโอพูดเสียงเบา ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบแล้วสาวเท้าเร็วๆออกไปข้างนอกปล่อยให้เสียงเรียกชื่อตัวเองจากใครอีกจางหายไปกับสายลม
















           
สวัสดีคะ ได้เวลาส่งตอนใหม่กันสักที   สำหรับตอนนี้เราก็ยังคงความมาม่าไว้อย่างเหนียวแน่น  ทางด้านคาโลก็กำลังสับสนกับหัวใจตัวเองอย่างหนักถึงขึ้นออกปากไล่น้องหมาไปห่างๆแบบไม่รู้ตัว  จึงทำให้เกิดดร่ามาฝากน้องหมาขึ้น  สามารถติดตามต่อกันได้ในตอนหน้าที่น้องหมาซาเวียร์ของเราจะมาไขข้องใจว่าทำไมรักพ่อมาเฟียสุดโหดอย่างคาโลได้ในตอน When I Fall in Love  ส่วนใครที่แอบคิดว่าดอนจะทำอะไรไหมหากรู้เรื่อง บอกได้เลยว่าทำแน่แต่จะทำอะไรนั้นต้องติดตามกันต่อไปไม่นานเกินรอ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าคะ 

   หากใครที่สนใจนิยายเรื่องนี้ในรูปแบบรูปเล่มสามารถสั่งจองได้ที่ตอน 36 คะ

   


 

ตอบ Comment (28/04/2558) 276-287

momokuchan      เกิดอะไรขึ้นกับซาเวียร์สามารถติดตามต่อได้ในตอนใหม่คะ แต่แหมพ่อหนูเฟอร์ดินเราก็มีแฟนคลับเหมือนกันนะคะเนี่ย เปิดจองแบบรูปเล่มอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ

fangcass    ลงชื่อจองแบบรูปเล่มกันได้แล้วนะคะที่ตอนที่ 36

แอฟโฟร่ลมกรด   ราคาคิดต้นทุนแล้วได้ถูกสุดแค่นี้จริงๆคะสำหรับ 2 เล่มบวกค่าขนส่งหวังว่าจะไม่แพงจนเกินไป

Nali   เอ๊ะ หลังแอดมิดชั่นนี้มันช่วงไหนกันหว่า(เลยวัยมานานเหมือนกัน 55) แต่คิดคร่าวๆน่าจะเกินช่วงนั้นนะคะ ยังไงลองดูช่วงเวลาการจองอีกทีนะคะ

Malwar      ขอบคุณคะ สั่งจองแบบเป็นทางการได้แล้วในตอนที่ 36 นะคะ

นักอ่าน...lnwcool  ถึงตอนนี้จะไม่รู้เรื่องแต่ก็สื่อกันได้ผ่านทางจิตใจนะคะ  55 ว่าไปนั้น แต่รับรองว่าดร่าม่านี้อีกไม่นานคะ

super.girl    ดอนต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแน่ๆคะแต่จะได้เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งกันไหมต้องติดตาม ไม่นานเกินรอแน่นอนคะ

the`tsubaki_xiii    ขอบคุณสำหรับการแก้คำผิดคะ นางมารจะรีบปรับปรุงนะคะ

นักอ่าน...lnwcool  เรื่องวุ่นวายยังไม่อย่าเพิ่งนับศพตัวละครนะคะ ชะอุ้ย อดทนอีกนิดเดียว

คิมดงจุน    ดร่าม่าเหลืออีกไม่กี่ตอนแล้ว สู้ๆ อึ๊บ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

369 ความคิดเห็น

  1. #288 key13 (@key13) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 20:09
    โอ๊ยยยย หน่วงมาก สงสารซาเวียร์
    #288
    0
  2. #287 คิมดงจุน (@eyelove123) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 01:33
    แงงงง ดราม่าขนาดหนัก หวังว่าดราม่านี้จบจะไม่มีแล้วนะคะ
    #287
    0
  3. #286 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 23:29
    รู้สึกแย่แทนคาโลเลยนะเนี่ย แทนที่จะได้กลับมาแล้วปัญหาจะจบดันเป็นวุ่นวายกว่าเดิมอีก
    #286
    0