เมื่อถนน......ยังมีรถให้แล่นอยู่ - เมื่อถนน......ยังมีรถให้แล่นอยู่ นิยาย เมื่อถนน......ยังมีรถให้แล่นอยู่ : Dek-D.com - Writer

    เมื่อถนน......ยังมีรถให้แล่นอยู่

    โดย kyoko_sawiti

    "ตราบใดถนนยังมีรถแล่นอยู่ ลุงก็ไม่ข้าม"

    ผู้เข้าชมรวม

    836

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    6

    ผู้เข้าชมรวม


    836

    ความคิดเห็น


    3

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  16 ม.ค. 54 / 19:06 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    เรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มวัยทำงานคนหนึ่งได้เจอกับชายวัยกลางคนที่ชอบแหกกฎจราจรโดยเฉพาะการข้ามถนน แล้วเขาก็ได้รับรู้รากเหง้าของสังคมไทยซึ่งปัจจุบันมีคนแหกกฎนี้ ตราบใดที่สังคมไทย ไม่ใช้กฎหมายคุมเข้มอย่างจริงจัง ความสูญเสียจะไม่เกิดขึ้น
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ผมณเดชครับ ทุกๆเช้าผมต้องไปทำงานในย่านสีลม ทุกวันผมนั่งรถเมล์แล้วไปลงต่อที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและนั่งรถเมล์ต่ออีกสายหนึ่งจนถึงที่หน้าออฟฟิคผม เพราะบ้านผมอยู่ย่านหลักสี่ ผมต้องไปแต่เช้าครับกลัวรถติด แม้ว่้าเส้นทางที่จะไปออฟฟิคผมมีรถไฟฟ้าผ่าน ผมว่ามันแพงก็เลยไม่อยากขึ้น อาจจะขึ้นเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น ถ้าผมนั่งรถไฟฟ้าจากหมอชิตถึงศาลาแดงก็เสียอยู่ราวๆเกือบ 40 บาทแหละ รวมทั้งค่ารถเมล์จากหลักสี่ถึงหมอชิต แต่ผมนั่งรถเมล์ตั้งสองต่อก็เกือบ 20 บาท เพราะผมเคยชินกับการนั่งรถเมล์ตั้งแต่ผมทำงานเป็นครั้งแรก จริงๆแล้วผมอยากเสียเงินมาก เพราะผมจะเก็บตังค์ซื้อรถคันหรู่สักคันจะได้เหมือนนายแบบพรีเซนเตอร์รถคันนั้น ถ้ามีรถไฟฟ้ามาผ่านบ้านของผม ผมจะเดินทางเข้าออฟฟิคได้สะดวกขึ้น เพราะตอนนี้ผมเบื่อกับการนั่งต่อรถกับผู้คนที่เสียดแน่น(รถไฟฟ้าก็เหมือนกันแหละ) อ้อ! จริงสิ ผมทำงานด้านบัญชีที่บริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็ตกราวๆไม่ถึงสี่หมื่น แม้เงินเืดือนจะไม่มากเท่าไหร่สำหรับผม อย่างน้อยก็มีเงินประทันชีวิต ไหนๆจะเสียค่าน้ำ ค่าไฟ รวมทั้งของใช้จำเป็นอีก แต่ผมคงเศร้าใจนิดๆว่า ผมไม่ไ้ด้โบนัส เพราะต้องเจอเรื่องไม่ดี โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง บ้านเมืองก็ร้อนระอุ ผมหวังว่าจะพยายามทำงานให้เลื่อนขั้นและต้องแข่งขันกับคนอื่น สุดท้ายผมจะสบายตลอดชีวิต มีเงินเยอะๆ อยากมีแฟนเคียงคู่ใจและอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
      พอรถจอดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผมต้องเดินสะพานลอยไปตรงฝั่งหนึ่งบริเวณแยกที่ไปดินแดง บริเวณนั้นมีแต่รถเมล์หลายสาย เหตุที่ผมเดินสะพานลอยเพราะฟุตบาทมันแคบ ผู้คนหนาแน่น และมีแผงลอยกีดขวางทาง ทั้งๆที่บริเวณนั้นไม่ให้ขายของ ถ้าฝ่าฝืนโดนปรับ ผมคิดว่าคนที่ขายแผงลอยตรงนั้นต้องหนีเทศกิจกันเจ้าระหวาง แต่ฝั่งตรงข้ามทางไปโรงพยาบาลราชวิถีจะมีพื้นที่สามารถขายแผงลอยได้ ผู้คนมาซื้อของบริเวณนั้นอย่างคึกคักไม่ว่าจะเป็นล๊อตเตอรี่และของกิน
      มีสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยว่า คนทุกคนต้องขึ้นสะพานลอยเพราะเหตุใด ผมมีคำตอบในใจว่า อาจจะเป็นความปลอดภัยมากกว่าการข้ามถนน แม้ว่าจะมีภัยทางสะพานลอยก็ตาม ผมว่าสะพานลอยดีที่สุด ส่วนทางม้าลายแม้บางที่จะมีสัญญาณไฟคนข้าม หากคนไม่รู้จักข้ามถนนอย่างถูกวิธีจะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ ผมเห็นคนเดินข้ามทางม้าลายกันเยอะมาก แต่ผมไม่เคยเห็นคนข้ามถนนแหกกฎนานแล้ว ผมย้อนไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พ่อเคยเล่าให้ผมฟังว่า ช่วงนั้นมีคนแหกกฎข้ามถนนเยอะมาก พูดง่ายๆคือ ข้ามถนนไม่อยู่ทางม้าลาย เพราะบางคนมีความเห็นว่ามันไกล ขี้เกียจเดิน แม้จะเสี่ยงตายก็ตาม คนที่ฝ่าฝืนโดนปรับครั้งละ 10 บาท เพราะสมัยนั้นมีกฎหมายการข้ามถนน แล้วไม่ค่อยใช้เลยในสมัยนี้ ผมว่ามันดีนะ จะได้ดัดสันดานคนข้ามถนนไม่เป็น
      ผมกำลังเดินลงสะพานเห็นชายวัยกลางคนกำลังเดินข้ามถนนไม่ใช้ทางมาลัย เสียงแตรดังกังวานเพราะจะไล่เขา ดังจนถึงคนย่านนั้นได้ยินแล้วมองเห็นเขา เขาเดินอย่างกระฉับกระเฉ่งเหมือนนักกรีฑาทีมชาติ ข้ามไปฝั่งหนึ่งบริเวณราวเกาะกลางถนนเหมือนพวกจิ๊กโก๋ปินกำแพง ผมไม่ค่อยใส่ใจอะไรเพราะต้องรีบไปทำงาน กลัวจะเข้าทำงานสาย สายตาของผมมองแต่คนข้ามพวงมาลัยและเด็กเร่ร่อนข้ามถนนในลักษณะเดียวกับชายวัยกลางคน หรือจะเป็นเพราะว่าอยากจะแซงและเข้าเส้นชัยเหนือกว่าเขา ผมนั่งรถเมล์ไปถอนหายใจไปว่าทำไมมันไม่รู้จักกฎหมายเสียที มันไม่รู้จักปฏิบัติหรือไง สิ่งที่กระทำแบบนี้มันเรียกว่าคนป่า ผมน่าสังเวชใจนะครับว่า ถ้าถูกรถชนตายใครผิด? คนขับหรือคนเดินถนน ผมว่ามันผิดสองอย่าง คนขับผิดเพราะไม่รู้จักเบรคเมื่อมีคนเดินตัดหน้า คนเดินข้ามถนนผิดเพราะไม่รู้จักข้ามถนนอย่างถูกวิธี
      หลังจากผมเล่นงานแล้ว ผมก็เดินทางกลับบ้าน คราวนี้ผมนั่งรถไฟฟ้าดีกว่า เพราะช่วงนี้เป็นชั่วโมงเร่งด่วน รถติดเกือบทั่วกรุง ถ้าขืนนั่งรถเมล์ไปคงถึงบ้านดึกแน่ ผมลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิดีกว่า เพราะผมจะอัดรูปที่ผมถ่ายตอนงานเลี้ยงฉลองโบนัสกับเพื่อนและไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าหนึ่งอยู่ใต้สะพานลอย เพราะรสชาติอร่อยมาก จากนั้น ผมจะไปช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เพราะผมจะซื้อสูทดีๆไปใส่ออกเดทกับหวานใจของผม ไม่สิ! ผมยังไม่มีแฟนซื้อไว้ล่วงหน้าดีกว่า เผื่อผมมีแฟน ตอนนี้ผมรู้สึกหิวข้าว เสียงท้องดังจ๊อกไปกินก๋วยเตี๋ยวดีกว่า แล้วผมจะรอรับรูปคงไม่เกินชั่วโมงก็เสร็จแล้ว จู๋ๆ ผมเห็นชายวัยกลางคนกำลังเดินข้ามถนนไม่ใช้ทางมาลัยอีกเช่นเคย ผมสงสัยนะครับว่า ชายวัยกลางคนนั้นทำอ่าชีพอะไรหรือว่างงาน ผมก็เลยเดินไปหาชายวัยกลางคนนั้น แล้วผมถามเขาว่า
      "ลุงๆ ทำแบบนี้ไม่กลัวตายเหรอ"
      ลุงทำแบบนี้จนชินแล้วแหละ" เขาตอบอย่างใจเย็น
      "แล้วทำไมลุงชอบข้ามถนนไม่ใช้ทางมาลัยหรือสะพานลอยละ "ผมถามอย่างสงสัย
      "อ้อ! ลุงทำแบบนี้ตั้งแต่วัยหนุ่มแล้ว" เขาตอบนอกประเด็น
      "ผมว่าหมายถึง ทำไมไม่ใช้สะพานลอยหรือทางม้าลาย" ถามเน้นย้ำ
      "ลุงไม่ชอบหรอก มันขี้เกียจ ใครๆก็ทำแบบนี้แหละ"
      "ไม่กลัวทำผิดกฎหมายเหรอ"
      "ใครว่าไม่กลัวละ ลุงแหกกฎตลอด ลุงทำแบบนี้ของลุง ถามทำไมล่ะ" เขาถามกลับ
      "ผมถามเฉยๆครับ แล้วลุงทำงานอะไรละครับ"
      "เรื่อยๆแหละ ไอ้หนูเอ๊ย!" เขาตอบนอกประเด็นอีกแล้ว
      ผมไม่เชื่อหรอก ผมสังเกตว่าลุงแต่งตัวสะอาดสะอ้าน ทำตัวแบบสง่าผ่าเผ่ย ถือถุงกระดาษที่มาจากร้านตัดเสื้อและร่มคันใหญ่ ผมว่าลุงต้องทำงานอะไรสักอย่างที่พอมีเงินมาประทันชีวิตได้
      "ลุงอยู่กับใครครับ" ผมถามต่อ
      "อยู่คนเดียวแหละ คนอื่นเขาแยกย้ายไปต่างคนต่างกินไม่กลับหาลุงมาหลายสิปปีแล้ว"
      "ขอถามหน่อยครับลุงว่าทำไมลุงชอบข้ามถนนไม่เหมือนคนอื่นละครับ"ถามแบบเปิดประเด็น
      "อ้อ!สมัยก่อนไม่ค่อยมีทางม้าลายและสะพานลอย ใครๆก็เดินตามใจชอบ พอมีคนถูกรถชนตายก็สร้างสะพานลอย ทำทางม้าลายคนก็เดินเยอะ แต่ลุงไม่เดินหรอก มันเหนื่อย" เขาตอบอย่างมีรายละเอียด
      "มันไม่เหนื่อยหรอกครับลุง มันให้ความปลอดภัยมากกว่า" ผมโต้แย้ง
      "โอ้ย! ลุงไม่ทำหรอก ลุงหัวโบราณ ตามใครไม่ทันหรอก" เขาโต้แย้งอย่างชั้นเชิง
      "แล้วลุงลำบากไหมที่ข้ามถนน ต้องเจอรถแล่นผ่านเยอะ" เริ่มถามแรงขึ้น
      "ลำบากสิ ตอนนี้รถเยอะจะข้ามอะไรก็ไม่ได้ต้องรอ ถ้าไม่รอรีบวิ่งเลย กลัวไม่ทันกิน ถ่าตราบใดถนนยังมีรถแล่นอยู่ ลุงก็ไม่ข้าม" เขาตอบแรง
      "แต่ที่ลุงทำสร้างค่านิยมผิดนะลุง"
      เขาไม่สนใจที่ณเดชพูด ทำให้เขานึกถึงคนรักของเขาที่ถูกรถชนตายตอนขามถนน เขาเสียมาก แต่ยังไงต้องทำตามที่เขายังทำอยู่ แล้วมีลางสังหรณ์ว่าคนรักของเขายืนมือ เพื่อไปสวรรค์ด้วยกันในไม่ช้า พอนึกไม่ทันใด เสียงพูดจากชายหนุ่มเริ่มออกมาอีกครั้ง
      "ลุงครับ กินข้าวหรือยังครับ" ถามอย่างห่วงใย
      "ยังหรอก" เขามองดูนาฬิกา "เดี๋ยวลุงกลับไปกินข้าวที่บ้านลุงแหละ ไม่ต้องเป็นห่วง" เขากำลังจะลาแล้วเดินไป
      "โชคดีครับ" ิผมบอกลาตามมรรยาท
      แต่สิ่งหนึ่งที่ผมลืมบอกคือ อยากให้ลุงรู้จักข้ามถนนอย่างถูกวิธี ผมมองเห็นลุงอย่างลาลับไกล คล้ายเดินท่ามกลางความมืด ลาแล้วลาลับ ผมไม่รู้ว่าจะเจอลุงอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้ก็ตกค่ำแล้ว ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย ท้องดังจ๊อกๆ ผมเดินลงใต้สะพานลอย แล้วทานก๋วยเตี๋ยวชามโปรดของผม ผมทานไปเห็นคนฝ่าฝืนกฎจราจรไป สักพักได้ยินเสียงรถชน ผมมองไปดูกับผู้คน ผลปรากฎว่าเด็กขายพวงมาลัยพลีชีพด้วยน้ำมือของโชเฟอร์แท๊กซี่อย่างไม่เจตนา ผมมองดูแล้วเศร้าสลดและนึกถึงว่าลุงจะเป็นอะไรไหม เมื่อกรณีในลักษณะเช่นนี้ ผมยังไม่รับรองว่าลุงจะตายเหมือนเด็กขายพวงมาลัยไหม อย่าคิดเลยดีกว่า กลัวจะฟุ้งซ่าน หลังจากนั้น ผมนั่งรถเมล์ไปเซ็นทรัลลาดพร้าวอย่างไม่สนความตายที่เกิดขึ้น ำอนั่งไปสักพักผ่านอารีย์มีคนเดินขวางรถอย่างเร็วจัง เนื่องจากการข้ามถนนแหกกฎ รถเมล์หยุดกะทันหัน รถคันอื่นเบรคอย่างสนิท ตนขับด่าคนเดินข้ามถนนแบบไม่ใยดี ผมตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้มีอะไรบางอย่างมาหลอกหลอนผม ผมว่าอย่าให้เกิดลักษณะเช่นนี้อีก
      วันรุ่งขึ้น ผมมาทำงานลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วไปต่อที่สีลมกับชุดที่สง่าผ่าเผยซื้อมาเมื่องานนี้แล้วซักแห้ง ตื่นเช้าขึ้นมารีบรีดผ้า เพราะผมอยากใส่ชุดดีๆต่อหน้าเพื่อนที่ออฟฟิค ผมเดินสะพานลอยท่ามกลางความวุ่นวายของไทยมุงที่มามุงดูอยู่บริเวณ เต็มไปดวยรถตำรวจ รถกู้ภัย รถโรงพยาบาล และรถสำนักข่าวแห่มาสังเกตการณ์ คนที่มาดูมีจำนวนมาก ทำให้ต้องปิดถนนตรงจุดกำกิดเหตุส่งผลกระทบการจาราจรจนหลี่กเลี่ยงไปเส้นทางเส้นทางอื่น ผมอยากรู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ผมเดินไปตรงจุดเกิดเหตุจนตัวสั่น สิ่งที่ผมเห็นมันตรงกับสิ่งที่ผมคิด หากเป็นคุณลุงที่ผมเห็นเมื่อวานนี้อยู่ในสภาพนอนหงายกับกองเลือดบริเวณศรีษะ หลังหัก ผมทำตัวอะไรไม่ถูกจึงถามคนในเหตุการณ์ว่า
      "คุณครับ มันเกิดขึ้นตอนไหนครับ"
      "มันเกิดขึ้น เมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วค่ีะ เสียงโครมครามเหมือนระเบิดป่วนเมืองเลย"
      ผมรู้ว่า คนที่กระทำกับคุณลุง มันคงใจร้อนน่าดู แต่เข้าใจว่ามันเป็นชั่วโมงเร่งด่วน สิ่งที่กระทำนั้นมันเกินไปแล้ว มันไม่รู้จักระมัดระวัง เมื่อมีสิ่งกีดขวาง แล้วผมถามตำรวจจนรับทราบว่า รถที่ชนลุงเป็นรถสปอรต์คันสีขาว ไร้คนขับแต่มีเอกสารอยู่ในรถ เป็นหลักฐานพอสามารถจับคนร้ายได้
      ผมเดินมาที่ร่างไร้วิญญาณพร้อมอาการโศกเศร้า แล้วคุกเข่าลง แล้วรำพึงคำพูดค่านิยมผิดๆของลุงว่า
      "ถ้าตราบใด ถนนยังมีรถแล่นอยู่ ลุงก็ไม่ข้าม"
      ชายคนหนึ่งได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่กำลังสะอื้นไห้แล้วถามว่า "รู้จักกันด้วยเหรอ"
      "รู้จักครับ ตั้งแต่เมื่อวาน"
      "ไอ้หมอนั้นมันชื่อประเสริฐ มันเป็นคนเร่ร่อน คนในย่านนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเขาหรอก"
      "แล้วทำไมแต่งตัวดี ถือถุงกระดาษและถือร่มละครับ"
      "มันโชว์แสนยานุภาพ บ้านมันอยู่สุโขทัยออกตามหาหลานพร้อมกับเมีย พอเวลาตามหา เมียถูกรถชนตายเสียก่อน ทำให้เขาจนตรอกจำใจต้องอยู่ที่นี้ แถมขออยู่บ้านกับคนอื่น หาตังค์โดยการเล่นสีไวโอลีน แล้วมันไม่เคารพกฎจราจรอีก"
      ผมเข้าใจแล้ว แต่ไม่อยากรับรู้ใส่สมอง สิ่งที่อยากจดจำที่สุด หากเป็นเพียงเคารพกฎรักษาสิทธิ์ เพื่อให้เกิดเหตุการณ์เหมือนลุงประเสิรฐ ผมยังเชื่อว่าถนนยังมีรถแล่นอยู่ คนต้องถนนอย่างถูกวิธี เอาล่ะ! ผมต้องรับไปทำงานแล้ว กลัวโดนหักเงินเดือน ตอนนี้ปมต้องขึ้นรถไฟฟ้าลงศาลาแดง เพราะมันสายแล้ว
      รถไฟฟ้าแล่นออกจากสถานี แล้วห่างจากลุงประเสิรฐที่ไร้วิญญาณพร้อมจะเป็นศพไร้ญาติในไม่ช้า ผมจะจดจำเหตุการ์นี้ไปตลอดชีวิต ถ้าผมมีลูก ผมไม่อยากให้ลูกต้องมาเสี่ยงชีวิตกับค่านิยมผิดๆ ผมก็พูดลอยว่า
      "หลับให้สบายนะลุง"

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×