นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

2,233

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


2,233

ความคิดเห็น


29

คนติดตาม


24
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.พ. 58 / 01:01 น.
นิยาย [Fic singular] Cure..

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 

Cure
...เยียวยา...


 



 

เรื่องสั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลง เยียวยา ของ sin(singular)
[
Ost. LAST SUMMER ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย]



 

โอบกอดฉันไว้ และนำทางฉันไป

สู่ดินแดนแสนไกล ในคืนนี้

อย่าปล่อยให้ฉัน เป็นแค่คนสำคัญ

ที่ถูกความต้องการ เริ่มกัดกินจิตใจ


หมดเรี่ยวต้านทาน อ่อนแอเหมือนคนหลงทาง

สิ่งที่ไขว่คว้าเริ่มจาง หายไป

เฝ้ารอเธอเยียวยา อยู่ในทะเลน้ำตา

ให้ฉันได้รู้สึกว่ายังหายใจ ทรมานเหลือเกิน


หมดเรี่ยวต้านทาน อ่อนแอเหมือนคนหลงทาง

สิ่งที่ไขว่คว้าเริ่มจาง หายไป

เฝ้ารอเธอเยียวยา อยู่ในทะเลน้ำตา

ให้ฉันได้รู้สึกว่ายังหายใจ ทรมานเหลือเกิน


ทรมานเหลือเกิน ทรมานเหลือเกิน

ทรมานเหลือเกิน


โอบกอดฉันไว้ และนำทางฉันไป

สู่ดินแดนแสนไกล ในคืนนี้





 

เยียวยา” เพลงนี้พูดถึงความรู้สึกตัวละครสำคัญในเรื่องที่ทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้ได้เป็นคนสำคัญของคนที่ตัวเองรัก แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีความสุข
เพราะปล่อยให้เกิดเป็นความรักที่เกินขอบเขต กลายเป็นการกระทำที่ไร้การควบคุม
ส่งผลกระทบต่อตัวเองและคนอื่น เหมือนกับคนป่วย อ่อนแอ ที่ต้องการการเยียวยารักษา
...




ฟิคสยองขวัญเรื่องแรกของ "ซากุ" ค่ะ มันอาจจะไม่ได้หลอนมากสำหรับคอหนังผี
แต่สำหรับคนที่ไม่พึงหนังผีอย่างเรา เราว่ามันระทึกเรามากเลย .. ^^



Facebook Fanfic :
Flavor-of-Life [Asakura's fictions] 
(click)


กรุณาฟังเพลงก่อน..




 
พุยพุย
the★farry

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.พ. 58 / 01:01


Cure












“อีกไม่นานคุณก็จะมาแล้ว ฉันกำลังรอคุณอยู่ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของคุณ คุณมาถึงประตูหน้าบ้านแล้ว.. ในที่สุด ฉันก็จะ..ได้พบกับคุณแล้ว..”

 


 

            “เฮ้อ... ในที่สุดก็ถึงสักที...” นัทวางกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดของตัวเองลงกับพื้นก่อนจะมุ่งหน้าไปทุ่มตัวนอนแผ่หราอยู่บนเตียงสีขาวที่ขึ้นสีตุ่นหน่อยๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากเตียงที่ผ่านการใช้งานมานานดังแว่วเมื่อนัททิ้งตัวลงไป แต่นัทก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันนอกจากปิดเปลือกตาลงพักผ่อนจากความเพลียเพราะการเดินทาง



วันนี้เป็นวันที่ย้ายเข้าที่พักใหม่ของนัท นัทเป็นนักแต่งเพลงมือดีคนหนึ่งของค่ายเพลงโนเนมแห่งหนึ่ง เพราะงั้นสภาพบ้านที่นัทได้รับกุญแจและคำอนุญาตให้เข้าพักจากพี่ๆในค่ายจึงออกจะเก่าเล็กน้อย แต่นัทไม่แคร์ตรงนั้น แค่เขามีที่นอนตอนเข้ามาอยู่หาแรงบันดาลใจแต่งเพลงในต่างจังหวัดแบบนี้ก็ดีไม่น้อยแล้ว



ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นบ้านพักตากอากาศติดชายทะเลที่สวยมาก ทรวดทรงแบบไทยโมเดิร์นดูเตะตานัทตั้งแต่แรกเห็น ที่นี่คงเป็นที่ที่ดีที่สุดที่จะทำให้นัทมีแรงบันดาลใจแต่งเพลงดีๆสักเพลง .. นัทหลับลึกลงไปเรื่อยๆ โดยมีเสียงคลื่นซัดสาดและสายลมแผ่วเบาขับกล่อม..


เอี๊ยด...


เสียงเตียงลั่นพร้อมกับแรงยวบตรงปลายเตียง.. นัทได้ยินแว่วๆผ่านเข้าโสตรับรู้ แต่เปลือกตากลับหนักจนลืมไม่ขึ้น.. อากาศเย็นเริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย สายลมปะทะผิวแผ่วเบาแต่หนาวซ่าน เสียงอะไรน่ะ?... ถึงแม้ประสาทรับรู้จะเลือนราง แต่นัทก็ยังได้ยินแผ่วๆ เสียงลมหวีดหวิวผ่านหน้าต่างรอบห้อง.. คลอกับเสียงเศร้าๆ..


เชลโล่..?


เสียงเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งดังขึ้น นัทมั่นใจ มันบรรเลงในท่วงทำนองช้าๆ เย็นๆ แต่เศร้าจับหัวใจ.. ใครกันนะที่เป็นคนเล่น...? ใครกัน?


เสียงดนตรีที่ดังแผ่วแว่วคลอเสียงลมหวีดหวิวและเสียงคลื่นระลอกเล็กยังเล่นต่อไป... ถึงแม้มันจะเศร้า.. แต่นัทก็รับรู้ถึงความสงบในน้ำเสียง จนกระทั่งสติการรับรู้ของนัทค่อยๆลางเลือน..พร้อมกับเสียงดนตรีที่จางหายไป..


ตุ้บ!


“โอ๊ย แม่ง เจ็บโคตร!” นัทสบถออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา คนร่างสูงค่อยลุกขึ้นนั่งช้าๆ มือคลำก้นป้อยๆเมื่อรู้ว่าตัวเองนอนตกเตียง แต่คนนอนไม่ดิ้นอย่างเขาเนี่ยนะจะตกเตียง? นัทคิดอย่างงงๆ ก่อนเปลือกตาหนาจะค่อยๆหรี่รับแสงแดดร้อนที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา


ผ้าม่านปลิวไสวด้วยแรงลม นัทส่ายหน้าน้อยๆไล่อาการง่วงงุนก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดตัวสองสามครั้งแล้วขยี้ตา ก่อนจะนั่งลงกับเตียงอีกครั้งโดยหันหน้าไปทางหน้าต่าง


แต่... ปลายหางตากลับสะดุดกับอะไรบางอย่าง.. นัทหันกลับไปมองด้านข้างของตัวเอง.. ไม่เห็นอะไร นัทก็เอามือทุบสันคอเบาๆพลางคิดว่าตัวเองท่าจะเพี้ยน


เอี๊ยด..


เสียงเตียงลั่นอีกครั้งทำให้นัทชะงักกึก.. ในเมื่อเขาไม่ได้ขยับ.. แล้วเตียงจะลั่นได้ยังไง..  หัวใจนัทเต้นรัวเร็ว ก่อนที่นัทจะหันกลับไปมองด้านหลังของตัวเอง


“อ้ากกกก!!” นัทกระเด้งตัวลงมานั่งที่พื้น หลังแนบกับผนังใต้หน้าต่างบานใหญ่อย่างตกใจ


“ฮ่าๆ ตกใจร้องเสียลั่นเลย.. กลัวอะไรฮะ?” เสียงหวานที่เข้ากับใบหน้าสวยนั้นพูดขึ้น เสียงไม่ได้โหยหวนหรือเยือกเย็นอะไรทำให้นัทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก


“...ก็ผมนึกว่าผีน่ะสิ.. แล้วนี่.. คุณเป็นใครอ่ะ? เข้ามาได้ยังไง?” นัทถามขึ้นพลางลุกขึ้นยืนนวดสะโพกตัวเองที่คงช้ำมากจากการกระแทกพื้นตั้งสองรอบของวันในระยะเวลาใกล้เคียงกัน


“...ผมอยู่ที่นี่..”


“..ผมไม่เห็นพี่ที่ค่ายบอกว่ามีคนอยู่ด้วย..” นัทพูดออกมา คิ้วเข้มขมวดเป็นปม


“...พี่ที่ค่ายเพลงเจเอมเอ็กซ์เร็คคอร์ดอ่ะหรอ?.. อืม.. ผมก็เป็นนักแต่งเพลงของค่ายนี้นะ.. ผมชื่อซิน..” เสียงหวานนั้นพูดบอก ใบหน้าหวานใสทำให้นัทจับจ้องราวต้องมนต์ แต่ก็ต้องรีบสะบัดหัวไล่ความคิดเพราะว่าคนตรงหน้าดูดีๆยังไงก็คือผู้ชาย


“อ่า...งั้นก็พวกเดียวกัน..ผมชื่อนัท ยินดีที่รู้จัก.. เอ่อ ขอตัวไปล้างหน้าก่อนนะ งัวเงียชะมัด..” นัทพยักหน้าพลางยื่นมือไปเช็คแฮนด์กับมือนุ่มนิ่มของซินที่ยื่นส่งมาให้ แล้วก็ขอตัวไปห้องน้ำทันที คงเป็นคนที่ค่ายจริงๆ แล้วก็คงมาหาที่พักแบบบรรยากาศสบายๆแต่งเพลงเหมือนกัน


นัทเดินเข้ามาในห้องน้ำ มีหยากไย่เกาะอยู่หน่อยๆ ก็เข้าใจว่าคงไม่มีคนมาดูแลทำความสะอาด.. นัทก้มลงมองอ่างล้างหน้าแล้วบิดก๊อกน้ำเบาๆ


ไม่ออก...


ท่าทางจะฝืดอยู่ไม่น้อย นัทจึงออกแรงบิดให้แรงขึ้นอีก..


ซู่~


น้ำไหลออกมาแรงเกินควรเมื่อนัทบิดหนักมือจนมันเปิดมาสุด น้ำใสไหลกระทบมือแกร่งทั้งสองข้าง นัทรองน้ำใส่มือแล้วล้างหน้าของตัวเอง ตาคมเหลือบไปเห็นแจกันสีน้ำเงินใสที่วางอยู่ตรงชั้นวางของในห้องน้ำ ในนั้นมีดอกไม้สีน้ำเงินปักอยู่ ดอกไม้สีสด..ที่มีน้ำหล่ออยู่เต็มแจกัน


“คุณ คุณเตรียมแจกันดอกไม้ไว้หรอ?” นัทตะโกนถามคนที่อยู่ด้านนอกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจนนัทต้องชะโงกหน้าออกมาดู แต่กลับไม่พบคนที่มองหาเสียแล้ว

 


 

 

“ร้อนจัง... วันนี้อากาศร้อนมาก ดอกไม้ที่ฉันปักไว้ให้คุณ ดอกไม้สีน้ำเงินที่อยู่ในแจกันสีน้ำเงินมันมองฉันอยู่ อากาศร้อนขนาดนี้ ดอกไม้จะเหี่ยวไหมนะ ใช่ ฉันเปลี่ยนน้ำให้มัน เพราะว่ามันเป็นดอกไม้ที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณ..”

 

 



 

นัทเดินออกมาสูดอากาศบริเวณข้างนอกบ้าน เสียงคลื่นซัดสาดกับลมเย็นๆตีปะทะหน้าทำให้นัทรู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก นัทบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยขบจากการขับรถมาไกล ถึงแม้จะนอนไปหนึ่งตื่นแต่ก็ยังเพลียอยู่หน่อยๆ นัทหันไปเห็นคนร่างบางกำลังยงโย่ยงหยกอยู่ตรงพุ่มดอกไม้สีน้ำเงินแบบเดียวกับที่นัทเห็นในแจกัน


“นี่คุณ.. ชอบมากเลยหรอ? อย่าเด็ดมันเลย ให้มันอยู่ที่ต้นน่ะสวยกว่านะ..” นัทพูดกับซิน ซินหันมาหานัทแล้วยิ้มบางๆ มือเรียวที่ไล้กลีบดอกสีสวยบนพุ่มไม้นั้นละมือออกมาแล้วเดินมาหานัท


“...เลิกเรียกว่า คุณ ได้แล้ว เรียกซินว่าซินเถอะนัท..” เสียงหวานนั้นพูดพร้อมรอยยิ้มที่นัทคิดว่าสวยที่สุดที่เคยเห็นมา นัทพยักหน้าช้าๆอย่างคนกำลังตกหลุมรัก ก่อนทั้งสองคนจะยืนพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น แล้วนัทกับซินก็ดูท่าจะสนิทสนมกันอย่างง่ายดาย


จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง นัทก็ขอตัวขึ้นไปจัดกระเป๋าแล้วเตรียมของของตัวเอง

 



 

“คุณมาหาฉันแล้ว คนดีที่ฉันรอคอยมาตลอด คุณคงจะเห็นดอกไม้สีน้ำเงินแล้วใช่ไหม หวังว่าคุณคงจะดีใจนะ คุณจะยิ้มให้ฉันใช่ไหม..”

 

 


 

กระทั่งตอนเย็น นัทก็ออกไปซื้อขนมปังกับนมสดโดยไม่ลืมที่จะชวนซินนั่งรถออกไปด้วยกัน  มื้อเย็นวันนี้คงเป็นอะไรที่เรียบง่ายมาก เพราะที่นี่อุปกรณ์เครื่องครัวไม่พร้อมเลย อีกทั้งเขาสองคนก็เป็นผู้ชาย เลยไม่ค่อยเรื่องมากเรื่องอาหารการกินนัก


นัทซื้อนมสดขวดเล็กสามสี่ขวด และขนมปังหลายหน้าที่คิดว่าคงทำให้ท้องอิ่มแล้วหลับสบายที่สุด ทั้งสองออกมานั่งกินกันที่ชิงช้าเชือกถักตรงริมชายทะเล สายลมเอื่อยพัดให้ผมยาวของซินปลิวตามแรงลม นัทเผลอจับปอยผมเล็กนั้นทัดหูให้ไม่ได้ แก้มใสของซินขึ้นสีแดงเรื่อ พอๆกับคนมือไวที่แทบอยากจะกัดมือตัวเองที่ทำอะไรแปลกๆแบบนั้นออกไป


“...ที่นี่บรรยากาศดีเนอะ.. เพิ่งมาได้ไม่นาน ผมก็นึกเนื้อเพลงดีๆได้หลายเพลง..” นัทพูดขึ้นพลางกัดขนมปังไส้คัสตาร์ดที่อยู่ในมือ นัทยืนเอาเท้าเขี่ยน้ำทะเลเล่น ส่วนมือข้างที่ว่างอีกข้างก็แกว่งชิงช้าให้ซินที่นั่งดูดนมกล่องอยู่


“...อืม.. อากาศตอนเย็นๆมันไม่ค่อยร้อนเท่าตอนกลางวัน.. ลมก็พัดเรื่อยๆ บางทีมันก็ทำให้ลืมเรื่องทุกข์ใจ..” ซินพูดก่อนจะมองไกลออกไปยังขอบทะเลที่มีผืนน้ำจรดกับผืนฟ้า แสงสีส้มของอรุณในยามตกคล้อยสาดแสงส้มแดงเต็มท้องฟ้า


“...เรื่องหนักใจ หรือทุกข์ใจ โยนมันทิ้งไปซะ.. ปล่อยวาง จะได้มีความสุข..” เสียงทุ้มพูดเบาๆ


“..ปล่อยวางไม่ได้.. ยังไม่ได้..” เสียงเรียบเย็นที่ดังออกมาจากริมฝีปากบางทำให้นัทชะงักไปเล็กน้อย นัทไม่ได้มองหน้าซินเพราะตัวเองยืนอยู่หลังชิงช้า วูบหนึ่งสายลมเย็นก็พัดวูบ นัทคล้ายจะเห็นท้องฟ้าสีส้มแดงนั้นกลายเป็นแดงฉาน... แต่เมื่อนัทหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาอีกที.. ทุกอย่างก็กลายเป็นเช่นเดิม


ร่างบางลุกจากชิงช้าแล้วเดินเข้าบ้านไปเงียบๆ นัทมองตามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะผินหน้าไปยังท้องทะเลกว้างอีกครั้งพลางถอนหายใจ.. ถ้าสีท้องฟ้าแดงเหมือนเลือด.. สีน้ำทะเลก็คงเหมือนกับหยดน้ำตานับล้านที่ไหลมารวมกัน..


นัทก้าวเข้าบ้านตามซินไป ทิ้งภาพทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่แสนสวยงามไว้เบื้องหลัง

 


 

“คุณคงจะสังเกตเห็นแล้วสินะ.. คุณคงจะสังเกตเห็นฉันแล้วสินะ นี่.. คุณ ฉันอยู่ตรงนี้ไง..”

 


 

เวลาค่ำเข้ามาเยือน  สายลมที่พัดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาทำให้ผ้าม่านปลิวไสว นัทเดินไปปิดหน้าต่างอย่างเบามือ แล้วเดินมาล้มตัวลงนอน ยังคงคิดถึงภาพท้องฟ้าและน้ำทะเลนั่นไม่จางหาย ทั้งน้ำเสียงแข็งๆของซินที่พูดนั่นด้วย มันทำให้นัทคิดไม่ตกทุกที..


นัทนึกถึงใบหน้าหวานของซินที่ป่านนี้คงนอนหลับอยู่ในห้องข้างๆของตน แล้วไม่นานนัทก็ปิดเปลือกตาลง รู้สึกเหนื่อยๆ และอากาศเย็นสบายก็ทำให้หลับไปอย่างไม่ยากเย็นนัก


ทันใดนั้นนัทก็รู้สึกแปลกๆกับตัวเอง ตามผิวกายรู้สึกถึงน้ำที่เย็นจัดกำลังห้อมล้อมอยู่ นัทรู้สึกตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึก ไม่ว่าจะไขว่คว้าเท่าไหร่ตัวเองก็ไม่สามารถพยุงตัวให้ขึ้นมาจากมวนอากาศอึดอัดใต้น้ำได้ นัทเบิกตาโพลง มองไปทั่ว.. น้ำ ... น้ำทั้งนั้น  นัทกำลังอยู่ในทะเล นัทกัดฟันไม่ให้น้ำเข้าปาก จมูกรับรู้ถึงอาการแสบจากน้ำจำนวนหนึ่งที่ไหลอัดเข้ามา


อากาศที่นัทมีเริ่มร่อยหรอ สองแขนพยายามตีมือไขว่คว้าหาแสงจากเบื้องบน แสงจันทร์ที่ทอดลงบนผิวน้ำ สาดลงมาสู่ก้นทะเล ขายาวออกแรงว่าย แต่ไม่เลย.. มันไม่เคลื่อนที่.. นัทงอตัวลงมอง ข้อเท้าข้างหนึ่งถูกพืชน้ำใต้ทะเลพันรัดไว้ นัทก้มลงไปแกะมัน ขาออกแรงสะบัดให้มันหลุด นัทหันมองรอบกาย.. แล้วหันกลับลงมองที่ข้อเท้าตัวเองอีกที ผม.. ไม่ใช่พืชน้ำ แต่เป็นเส้นผม! นัทไม่เห็นหน้าของเจ้าของผม.. เธอกำลังก้มหน้า.. แต่ผมของเธอรัดแน่นที่ข้อเท้านัท แน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับปรารถนาให้นัทอยู่ใต้ก้นบึ้งแห่งความหวาดกลัวและสิ้นหวัง


นัทสลัดขาตัวเองอย่างแรง แขนสองข้างแหวกน้ำ.. ต้องพาตัวเองให้ว่ายขึ้นไป..


น้ำกระเพื่อมเป็นฟองอากาศ นัทค่อยๆหมดแรง....ขายาวที่ออกแรงว่ายเริ่มช้าลงจนหยุดลงไป.. แขนสองข้างที่พยายามตะเกียกตะกายจากวังวนแห่งความทรมานค่อยๆตกลงข้างกาย ด้วยแรงดันน้ำทำให้ตัวของนัทเหมือนกับจะลอยได้.. มันลอยอยู่อย่างนั้น.. ลำคอตีบตัน ภายในอกบีบรัด..


“ฮึก.... ฮือ....”


เสียงร้องไห้สั่นเครือดังขึ้น... นัทสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว มือแกร่งทาบอกตัวเอง หายใจหอบหนักรับอากาศเข้าปอด... รู้สึกเหมือนเมื่อกี้ตัวเองได้เผชิญหน้ากับความตาย.. วินาทีที่หมดลม ก็เหมือนมีอะไรมากระชากให้ตื่นขึ้น


นัทสูดหายใจเข้าออก หัวใจเต้นถี่เร็วราวกับสิ่งที่นัทฝันเห็นเมื่อครู่คือเรื่องจริง มือแกร่งปัดป่ายตามใบหน้าของตน.. ไม่มีคราบน้ำ.. ไม่เปียก..  แค่ฝัน.. นัทย้ำกับตัวเองอย่างนั้น แต่เสียงสั่นเครือที่ดังผ่านผนังกั้นห้องออกมาทำให้นัทต้องหายใจสะดุด


“ฮึก... ฮือ... ฮือ...”


ถึงแม้จะกลัว แต่นัทกลับสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวเองออก แล้วเดินไปยังผนังที่ได้ยินเสียงนั้น.. มือแกร่งทาบลงบนผนังกั้นห้อง ใบหน้าแนบเพื่อเงี่ยหูฟัง.. เสียงร้องไห้... เป็นเสียงของ.. ซิน..


นัทผงะออกจากผนังนั่น.. ใจกระตุกวูบ นึกถึงตอนที่ได้ยินเสียงเชลโล่ที่เหมือนเสียงร้องไห้ในครั้งที่หลับตาพักเหนื่อยเมื่อเดินทางมาถึง  ... ภาพที่ซินนั่งอยู่บนเตียง  แจกันดอกไม้ที่มีดอกไม้สีสดและน้ำเต็มแจกันทั้งที่ก๊อกน้ำในห้องน้ำฝืดเสียขนาดหนัก..  ..ท้องฟ้าสีแดง.. ทะเลสีหม่น.. ประโยคแปลกๆที่ซินพูด.. น้ำเสียงเรียบเย็น..  ความฝัน.. และ..  เสียงสั่นเครือที่อยู่หลังผนังกั้นห้อง...


นัทก้าวถอยหลังห่างออกมาจากผนังกั้นห้อง ห่างออกมา แล้วนั่งลงบนเตียงตัวเองอย่างคนสับสนและตกตะลึง ความคิดตีกันมั่ว.. นัทคว้าผ้าห่มเข้าคลุมตัวเอง ก่อนจะบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องพวกนั้น และข่มตาให้หลับสนิท โดยที่มือทั้งสองข้างก็ปิดหูแน่น ..กั้นเสียงสะอื้นไห้ของอีกฝ่ายที่ร้องเครือราวกับกำลังทรมาน..และอยากให้ใครสักคน..รับรู้..

 

 


 

 

แสงแดดสาดส่องลงมาในตอนเช้า นัทค่อยๆเลื่อนผ้าห่มออกจากตัวเอง ใต้ตาคล้ำบ่งบอกถึงอาการนอนไม่หลับ เสียงร้องไห้นั้นยังดังแผ่วเกือบทั้งคืน นัทรีบเด้งตัวขึ้นมามองรอบห้อง ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดโทร


คนที่ค่ายจะต้องรู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับบ้านหลังนี้.. เกี่ยวกับซิน


เสียงรอสายดังอยู่พักหนึ่งก่อนจะมีคนกดรับ นัทรีบพูดรัวเร็วอย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว


“ฮัลโหล พี่โอ๊ต เล่ามาเดี๋ยวนี้ เรื่องของบ้านพักตากอากาศที่ผมมาพักอยู่.. แล้ว.. ผม  เหมือนผมจะเจอดีเข้าแล้ว..” นัทกล่าวเสียงสั่นรัว ปลายสายชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ


“...ก็.. มึงคิดมากป่าววะ.. กูให้ไปหาแรงบันดาลใจแต่งเพลง ไม่ใช่ให้ฟุ้งซ่านนะ..” พี่โอ๊ตตอบกลับมาอย่างคล้ายจะปฏิเสธในคำถามของนัท


“ถ้าพี่ไม่เล่า.. ผมจะลาออกจากบริษัท” คล้ายๆคำขู่ที่ดูจะได้ผลเมื่อพี่โอ๊ตถอนหายใจยาวแล้วตัดสินใจเล่า


“...โอเค บ้านที่มึงไปพัก เป็นบ้านของนักแต่งเพลงคนนึง เป็นคนสวย ผมยาว.. เป็นอัจฉริยะด้านการแต่งเพลง.. แต่ช่วงที่เขาไปอาศัยอยู่ที่นั่น..เพื่อแต่งเพลงส่งค่าย.. เขาก็.. เกิดอุบัติเหตุ.. จมน้ำเสียชีวิต..ไปเสียก่อน.. ทางค่ายพยายามปิดข่าว.. เลยไม่มีใครรู้.. ไม่นานศพก็ถูกเจอในทะเล..แล้วทางครอบครัวก็ขอศพไปทำพิธี.. มีคนรู้ไม่เยอะหรอก.. เพราะกลัวว่าบริษัทจะเสียหาย.. ถึงแม้จะตายเพราะอุบัติเหตุก็ตาม...”


“...ง..งั้นที่ผมเจอ.. ก็แสดงว่า..” เสียงทุ้มเริ่มเหือดหาย ความกลัวไหลพล่านขึ้นทั่วสรรพางศ์กาย


แอ๊ด...


เสียงประตูเรียกให้นัทหันไปมอง มือที่จับโทรศัพท์ค่อยๆเลื่อนออกอย่างสั่นๆ เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู


“นัท.. ไปเดินเล่นกันไหม?” เสียงหวานที่ส่งมาทำให้นัทเคลิ้ม ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังขยับพูดกับเขา.. เป็นผี..


“..ผ..ผมคุยโทรศัพท์อยู่..” นัทเอ่ยออกไป แต่ซินกลับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนนัทแทบกลั้นหายใจ


“ป่ะ ไปกันเถอะ.. ทะเลตอนนี้สวยมากเลย..” มือเรียวเย็นเฉียบทาบลงบนต้นแขนนัท นัทพยักหน้ารับอย่างกลัวๆ เสียงพี่โอ๊ตลอดออกมาจากโทรศัพท์ แต่นัทกดปิดมันไปแล้วเดินออกไปกับซิน

 

 



 

 

นัทเดินเล่นไปตามชายหาดกับซิน คลื่นน้ำทะเลซัดสาดโดนข้อเท้าเปล่าของคนทั้งสอง รอยยิ้มสวย และใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยแสงแดดอ่อนดูอ่อนโยนและงดงาม.. นัทหวั่นไหวในใจ กับแผนในหัวของตัวเอง เขาคิดว่าจะลอบหนีไปจากบ้านหลังนี้.. หนีกลับกรุงเทพฯ โดยที่ซินจะต้องไม่รู้ไม่เห็น


นัทมองดวงตากลมโตที่ทอดมองไปยังทะเล มันดูเศร้า ว้าเหว่.. และขาดที่พึ่ง มันทำให้นัทรู้สึกลังเลใจ ถ้านัทจากไป.. แล้วซินละ.. คงจะโดดเดี่ยวอ้างว้างไม่น้อย..


นัทได้เสหน้าหลบภาพซินเดินเหยียบน้ำทะเลและระลอกคลื่น ถ้ามองต่อ เขาแน่ใจว่าจะทำใจไม่ได้กับการจากลาโดยไม่บอกกล่าวในค่ำคืนนี้...

 





 

ฟ้ามืดลงมากแล้ว... นัทเก็บเสื้อผ้าและข้าวของลงกระเป๋า นัทตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะออกไปจากที่นี่.. ในใจก็ภาวนาเงียบๆว่าซินจะไม่รู้ นัทเก็บของเรียบร้อย สะพายเป้เรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากห้อง


แก็ก แก็ก..


หน้าต่างในห้องนอนเปิดออกเพราะแรงลม เสียงลมหวีดหวิวผ่านเข้ามาในหน้าต่าง นัทยกแขนขึ้นบังแรงลม ก่อนที่มือจะสัมผัสโดนกลีบดอกไม้สีน้ำเงินที่ปลิวมาแปะลงบนตัว กลีบดอกไม้สีน้ำเงินลอยวนล้อสายลมอยู่ในห้อง..


“ฮึก... ฮือ... ฮือ...”  เสียงร้องไห้ดังขึ้น ทำให้นัทใจเต้นระทึก คราวนี้เสียงไม่ได้ดังอยู่ข้างห้อง แต่มันกลับ..ดังอยู่หน้าห้อง..


ถึงแม้ในใจจะเต้นรัวแรง แต่นัทก็ตัดสินใจยื่นมือออกไปเปิดประตู มืออีกข้างก็กำกลีบดอกไม้สีน้ำเงินแน่น..


ประตูเปิดออก..


เสียงร้องไห้ดังชัดเจนขึ้น พร้อมกับร่างบอบบางที่นั่งคุดคู้อยู่ตรงหน้า.. ร่างนั้นเปียกปอนไปด้วยน้ำ.. ผมยาวลู่ลงตามแผ่นหลังและกรอบหน้า


เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ นัทผงะถอยหลังเมื่อใบหน้านั้นหันมามอง...


“...ซ...ซิน...” นัทเอ่ยเสียงแผ่ว ลำคอแห้งผาก


ร่างนั้นเอามือเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนโอบกอดร่างตัวเอง.. แล้วเดินเข้ามาหานัทเรื่อยๆ แต่นัทกลับถอยหลังเรื่อยๆ.. จนเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง

 

 
 

 

 

“ซ..ซิน.. นัทต้องไปแล้วจริงๆ.. นัทสัญญาจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้.. หยุดเถอะนะ อย่าร้อง.. หยุดทรมานได้แล้ว..” นัทใจกล้าพูดออกไป ซินหยุดเดิน นัทก็หยุดถอยเช่นกัน


“..ทำบุญ.. ส่วนกุศลอะไร?” เสียงหวานถามขึ้นด้วยใบหน้าฉงนแม้จะยังหลุดสะอื้น


“..ก..ก็ซินตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?.. นัทจะ..ทำบุญให้.. ซินจะได้เลิกทรมาน..” นัทพูดขึ้น ตาคมก็มองร่างที่เปียกโชกตรงหน้า


“..ตาย?  บ้าแล้ว ซินเป็นคนนะ” แต่เสียงหวานที่ตอบกลับมาทำให้นัทอ้าปากค้าง คิ้วเข้มชนกันเป็นเส้น


“..ซินเป็นผี..” นัทยังเถียง


“ซินเป็นคนนะนัท” ซินย้ำ เมื่อเห็นว่านัทไม่เชื่อหน้าหวานก็บูดบึ้งพลางถอนหายใจแล้วหยิบสร้อยพระขึ้นมาโชว์


“ผีไม่พกสร้อยพระติดตัวหรอกนัท.. แล้วนัทก็แตะซินได้..” ซินเดินเข้าไปหานัทพร้อมทั้งคว้ามือนัทมาแตะที่แผ่นอกบาง นัทใจเต้นระส่ำ ซินเป็นคน หัวใจซินยังเต้น .. นัทสะบัดหัวตัวเองไล่ความสับสนก่อนจะลดมือลง


“..แล้ว..ที่นัทได้ยินเสียงเชลโล่ตอนมาถึง?”


“..ซินเปิดเพลงในมือถืออ่ะ.. สร้างบรรยากาศให้คิดเพลงออก..”


“..ล..แล้วแจกันดอกไม้ที่มีดอกไม้สีน้ำเงินสดปัก พร้อมกับน้ำหล่อเต็มแจกัน..”


“..ซินไม่ได้ยุ่งกับมันเลยนะ.. มีแจกันด้วยเหรอ?”


“..อ้าว..แล้ว ซินร้องไห้ทำไม? แล้วไปดำน้ำที่ไหนมา ทำไมเปียกชุ่มงี้ละ?” นัทถามต่อทันที สรุปนี่คือซินไม่ใช่ผี.. แต่แจกัน..เอ่อ.. นัทว่านัทตาไม่ฝาดนะ แต่นัทเลือกที่จะถามคำถามถัดไปขึ้นแทน


“...ซิน..คิดถึงพี่สาว.. พี่ซอล.. เธอเคยอยู่ที่นี่.. แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่บนโลกแล้ว..” ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า นัทพยักหน้ารับฟัง ที่พี่โอ๊ตบอกว่าผมยาว หน้าสวย คงหมายถึงพี่สาวของซินสินะ


“แล้วซิน เอ่อ เปียก..ไปหมด”


“..อืม.. ซินไปลงทะเลมา.. จะหาจี้ห้อยคอของพี่ซอล.. ตอนพบศพพี่ซอล ..มันไม่ได้อยู่ที่ตัวพี่.. แสดงว่ามันหายไปในน้ำ.. ซินพยายามหา.. เพราะมันเป็นสิ่งติดตัวพี่ซอลและพี่ซอลก็รักมันมาก.. ซินรู้สึกว่าพี่ซอลยังรู้สึกไม่สงบ.. เพราะยังเฝ้าหามัน ซินรู้สึกได้..” ซินอธิบาย แขนเรียวโอบร่างตัวเองจากความหนาวสั่น นัทจึงหยิบแจ๊กเก็ตในเป้ตัวเองส่งให้ซินคลุมตัว


“แล้ว..ทำไมต้องหาตอนกลางค่ำกลางคืน บ้าหรือเปล่าฮะเรา..” นัทดุนิดหน่อยเมื่อเห็นใบหน้าซินซีดปากสั่นเพราะความหนาว


“ก็จี้ห้อยคอทำจากอัญมณีที่มันจะส่องสว่างในยามกลางคืนเท่านั้นน่ะสิ.. ถ้าหาตอนกลางวันก็ไม่เจอหรอก.. ต้องหาตอนกลางคืน..”


“แล้วหาไม่เจอ.. เลยมานั่งร้องไห้.. เป็นแบบนี้สินะ เมื่อวานก็ร้อง..” นัทพูดออกมาแล้วเกลี่ยผมสวยให้ขึ้นทัดหู


“..อ..อืม.. ตอนแรกไม่อยากรบกวนนัท.. แต่.. ซินคิดว่าซินหาคนเดียวไม่เจอแน่เลย.. แล้ว.. นัทสะพายเป้จะไปไหนน่ะ?” ซินบอกจุดประสงค์ของตัวเองที่มานั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องนัท ก่อนจะมองเห็นเป้ใบใหญ่ที่นัทสะพายไว้ นัทไหวไหล่เล็กน้อยพลางตอบ


“..ตอนแรกว่าจะดอดหนีไป.. ตอนนี้ไม่ละ.. ซินรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ..ค่อยหาต่อพรุ่งนี้..” นัทพูดบอกกับซิน แต่ซินกลับยื้อแขนนัทไว้


“..ต้องคืนนี้นัท.. มันจะ..ครบร้อยวันแล้ว.. จะเผาร่างของพี่ซอลแล้ว.. ซินไม่อยากให้พี่ซอลมีบ่วง.. อยากให้พี่ซอลจากไปแบบสงบ..” ซินพูดบอกออกไป นัทพยักหน้ารับรู้แล้วจูงมือซินออกจากห้องตรงไปยังชายหาด


“..งั้นเรามาช่วยกันหา.. นัทว่าต้องเจอ..” นัทพูดกับซินก่อนที่ทั้งสองจะเดินลุยลงไปในทะเลจนตัวครึ่งล่างอยู่ในน้ำ สายตาสอดส่ายหาจี้อัญมณีที่ซินบอกไว้ มันจะส่องประกายในตอนกลางคืน

 

 

 

“นี่คุณ ฉันอยู่ตรงนี้ไง ฉันอยู่ตรงนี้.. อยากให้คุณรู้นะ.. ว่าฉันรอคุณอยู่ตรงนี้..”

 

 

 

นัทใช้มือควานลงไปในน้ำ พยายามหาเช่นเดียวกับซินที่ผมเผ้าเปียกลู่เพราะแรงคลื่นอีกครั้ง ซินเดินออกไปลึกมากขึ้นจนนัทต้องเรียกเอาไว้


“ซิน.. ลึกไปแล้ว เข้ามาตื้นๆเถอะ.. นัทว่าคลื่นมันคงซัดจี้มาที่ตื้นๆมากกว่า..” นัทตะโกนบอกซินที่อยู่ห่างออกไปสองสามเมตร


ซินพยักหน้าให้นัทก่อนจะเดินเข้ามาหานัท แต่ก็ต้องร้องตกใจเมื่อข้อเท้าเล็กถูกอะไรบางอย่างดึงรั้งเอาไว้จนเสียการทรงตัว


“อ๊ะ!” ซินล้มลงไปในน้ำทำให้นัทตกใจไม่น้อย นัทรีบลุยน้ำทะเลเข้าไปหาซิน มือแกร่งดึงแขนเรียวขึ้นมาจากที่ล้ม น้ำแผ่กระจายเป็นวงกว้างเมื่อนัทพยายามดึงซินให้หลุดจากสิ่งรั้ง แต่มันก็เหนียวแน่นเหลือเกิน


“ซิน! มาเร็ว!” นัทฉุดข้อมือซินให้เข้าใกล้ก่อนจะโอบตัวซินไว้แล้วรั้งให้ออกมา พวกเขามองไม่เห็นอะไรใต้น้ำ มันมืดมาก มีแต่แสงจันทร์ที่ส่องเพียงเท่านั้น นัทออกแรงรั้งซิน จนในที่สุดซินก็หลุดจากพันธนาการใต้น้ำ นัทใจเต้นรัวนึกถึงภาพตอนที่ตัวเองฝัน


...ภาพที่ผมยาวแผ่สยายของใครบางคนพันรั้งข้อเท้าเขาให้จมดิ่ง...


“อ๊ะ! อะไรก็ไม่รู้..” ซินเอ่ยออกมาแล้วหันไปมองทางที่นัทโอบซินให้ห่างออกมา นัทมองไปตามที่ซินมอง แล้วคิ้วหนาก็ต้องขมวดปม


“..ซิน.. นั่นแสงอัญมณีที่ซินบอกหรือเปล่า?” นัทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแสงบางอย่างใต้น้ำ แสงจากอัญมณีสีน้ำเงินอมฟ้าทอดส่องจากใต้น้ำขึ้นมาบนผิวน้ำ ซินหันมามองนัทก่อนใบหน้าหวานจะพยักหน้ารัวอย่างดีใจ


“ใช่ ใช่จริงๆด้วยนัท!” ซินรีบผละจากนัทไปทางนั้นแล้วก้มลงควานหาจี้อัญมณีตรงบริเวณที่เห็นแสงรำไร แล้วมือเรียวก็หยิบมันขึ้นมาจากน้ำ ใบหน้าหวานหันมามองนัทอย่างดีใจ


“นัท ใช่ อันนี้แหละ.. ของพี่ซอล!” เสียงหวานตะโกนบอกนัทแล้วทาบจี้อัญมณีนั้นแนบอก นัทมองซินอย่างยินดีไปด้วย ก่อนที่นัทจะหันกลับไปมองตัวบ้านที่ตั้งอยู่บนชายหาด


นัทลอบกลืนน้ำลายเมื่อผ้าม่านปลิวไสว เห็นร่างบอบบางของผู้หญิงผมยาว เธอสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินกำลังยืนอยู่ที่กรอบหน้าต่าง แวบหนึ่งนัทเห็นแววตาหม่นๆของเธอ.. ถ้าเธอคือ ซอล พี่สาวของซินที่เสียชีวิตไป.. เธอควรจะดีใจไม่ใช่หรอที่นัทกับซินพบจี้อัญมณีของรักของเธอแล้ว.. สายลมหวีดหวิวปลิวผ่านม่านนั่นอีกครั้ง ...เธอหายไปแล้ว..


นัทหันหน้ากลับมามองซิน ซินยังยืนอยู่ตรงนั้น ..แสงอาทิตย์รุ่งอรุณเริ่มทอแสงสีทองตัดขอบน้ำ.. นัทมองมันอย่างสุขใจ ก่อนจะมองซินแล้วเรียกซินที่ยังยิ้มกับสิ่งที่อยู่ในมือ


“ซิน.. ขึ้นกันเถอะ.. เราแช่น้ำมานานแล้วนะ..” นัทเอ่ยเรียกซิน แต่ใบหน้าคมที่คลี่ยิ้มบางกลับต้องหุบลงช้าๆ เมื่อแสงแดดที่ทอประกายส่องที่ผิวน้ำ... นัทเห็นอะไรบางอย่างลอยอยู่ข้างซิน.. ข้างซินที่ยังยืนยิ้มโดยมีฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ยามเช้าตรู่


ร่างไร้วิญญาณที่ลอยอยู่บนผิวทะเลข้างซินที่ยืนอยู่...ผมยาวสยายเต็มผืนน้ำ ร่างไร้วิญญาณที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดเซียว... ใบหน้าเดียวกับคนที่ยืนอยู่..


“...ม....ไม่จริง...” นัทพึมพำกับตัวเองเบาๆด้วยน้ำเสียงขาดหาย ตาคมเบิกกว้าง ใจกระตุกเต้นถี่หนัก พูดอะไรไม่ออก..


ร่างของซินที่ยืนยิ้มกับจี้อัญมณีนั้นค่อยๆโปร่งแสง.. เลือนราง.. จางลงเรื่อยๆ


“ในที่สุดซินก็เจอ.. ดีใจจังเลยนัท.. ถ้าไม่ได้นัทช่วยคงไม่มีทางหาเจอแน่ๆ.. ตอนซินลงมาหาคนเดียวเมื่อคืนนี้รู้สึกเหนื่อยจนเป็นลมล้มพับลงในทะเลเลยอ่ะ..แต่ค่อยยังชั่วที่ยังไม่จมน้ำตายเสียก่อนอ่ะเนาะ ฮ่าๆ” ใบหน้าหวานพูดด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงร่าเริง


นัทค่อยๆถอยห่างจากซินช้าๆ ถอยหลังไปบนชายหาด ริมฝีปากหนาสั่นระริก...ความหนาวเย็นของอากาศรอบกายทำให้นัทสั่นสะท้าน ในที่สุดนัทก็ทิ้งตัวนั่งลงบนชายหาด ลำคอแห้งผาก.. กลืนน้ำลายฝืดเหนียวลงคอ ซินยังคงยิ้ม ยิ้มให้นัท..


คลื่นทะเลซัดสาดเข้าหาฝั่ง พระอาทิตย์กำลังขึ้น บ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ที่แสนสดใส ผิดกับนัทที่หัวใจห่อเหี่ยวและสั่นสะท้าน เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง เสียงลมหวีดหวิว.. และร่างที่ไร้วิญญาณของซินที่ถูกคลื่นซัดมาเกยข้างๆนัท..

 

 

 

“ฉันรออยู่นะ ฉันรอคุณอยู่ ในชุดสีน้ำเงินที่คุณชอบไง.. ฉันอยากให้คุณมาหาฉันนะ เพราะฉันมีเรื่องอยากให้คุณช่วย.. ฉันรอคุณอยู่นะ.. ฉันรอคุณอยู่ ฉัน..รอคุณอยู่..”

 

 

 

ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องการการเยียวยา... ซอล พี่สาวของซินที่ตายเพราะอุบัติเหตุ และวิญญาณยังคงวนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้... หรือซิน.. ที่จมอยู่กับความต้องการที่คอยกัดกินจิตใจ..ให้ไขว่คว้าในความว่างเปล่า.. หรือนัท.. ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์สับสนแสนสะเทือนใจตรงหน้า..


...ทรมานเหลือเกิน...





 

Asakura









Cure (เยียวยา)
by Asakura
The end:)
....................................................................

SF เยียวยา Cover xxxHolic ตอน เงาหน้าร้อน
เป็นฟิคสยองขวัญ ฟิคผีเรื่องแรกของซากุค่ะ
เป็นฟิคที่ไม่โรแมนติก ไม่เชิง Yaoi
แต่เป็นฟิคที่เน้นเนื้อเรื่องและตัวละครมากกว่าค่า
อ่านได้ทุกเพศทุกวัย.. ^-^

 


 




Thank for theme 

THE FARRY's House

 

ผลงานอื่นๆ ของ Asakura

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

29 ความคิดเห็น

  1. #29 นิรนาม
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 20:31
    อ่านตอนซินตายเเล้วนัทรู้ก็ร้องไห้เลยคะเศร้ามาก
    #29
    0
  2. #28 CiNdErElLa&Me (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 06:36
    โฮกกกก เรื่องมันเศร้าาา ;___;
    #28
    0
  3. #27 KAIMOOK
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 02:26
    นี่มันxxxholicนี่นาา ฮาาาา
    #27
    0
  4. #26 - w -
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 22:38
    หลอนค่ะ //บั๊ย 555555555555555

    ปิดเพลงเยียวยา ไปฟังเพลงความคิด ... หลอนกว่าเดิมอีก xD

    งืดดด สงสารทุกคนได้มั้ยยยย ; ;



    ไรเตอร์แต่งเก่งมากเลยค่ะะ ชอบการบรรยาย

    มันแบบหลอน ๆ ไปด้วยกันดี จะติดตามผลงานนะคะะ
    #26
    0
  5. #25 Porhsim
    วันที่ 25 กันยายน 2556 / 19:41
    หลอนมากอ่ะไรท์ T___________T // อ่านแล้วร้องไห้ค่ะ // กลัว TT
    #25
    0
  6. วันที่ 24 กันยายน 2556 / 17:19
    งื้อออ จากที่กลัวๆเพลงเยียวยาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเข้าไปใหญ่เลยค่ะ 5555
    ทั้งพี่ซินและไรท์เก่งมากที่ทำให้คนไม่เคยเชียดคำว่าผีมาอ่านได้เหมือนกับไรท์ที่แ่ต่งมาให้ได้ระทึกัน 5555
    สนุกมากค่ะ หม่นๆ 
    #24
    0
  7. #23 .....
    วันที่ 15 สิงหาคม 2556 / 20:55
    คือตอนแรกอ่านแบบ

    เฮ้ย อ้าว อ๋อ เฮ้ย อ้าว ซิน แล้ว ? นัท ? พี่สาว ?

    เอิ่ม ;___; สนุกค่ะ แอบหลอนนิดๆ
    #23
    0
  8. วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 23:23
    มันซับซ้อนผว่อนเงื่อนงำเหลือเกิน 

    เดียวตายเดี๋ยวไม่ตาย T^T พี่ซินนนน

    ขอเชิญโคนันกับคิดะอิจิค่ะ เราไม่ไหวแล้วววว
    #22
    0
  9. วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 12:42
    สุดยอด ทรมานจริงๆ T__T ซึ้งๆๆ 
    #21
    0
  10. #20 วาฬสีรุ้ง
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 22:44
    อ่านแล้วก็งงๆ เบลอๆ มีความรู้สึกว่า เอิ่ม ฉันโง่เกินกว่าจะเข้าใจหรือไง
    #20
    0
  11. #19 NS_MANIA
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 12:49
    พอท้องฟ้าสว่างมา มี 2 ศพอยู่บนชายหาด ศพของซินที่จมน้ำตายลอยมาเกยตื้น กับ ศพของนัท ที่ช็อคตายเพราะโดนผีหลอกซ้ำซ้อน 5555555555555555555
    #19
    0
  12. #18 shujun
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 15:34
    ปร๊าด สงสารนัทนะเนี่ย หลอนซับซ้อนกับคนเดิม

    ตอนแรกดีใจ อ่อ พี่สาวเค้านี่เอง ยังขำๆอยู่

    พอโผล่พ้นน้ำมีร่างลอยมาแค่นั้นแหละ เฮ้ยยย ทำไมอย่างนั้นเล่าT^T
    #18
    0
  13. วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 22:00
    เศร้า....

    มันได้อารมณ์ตรงตอนจบนี่ล่ะ ....

    สุดท้ายก็นะ .. T^T


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 พฤษภาคม 2556 / 22:01
    #17
    0
  14. #16 Sinless
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 21:21
    อ่านตอนกลางคืนมันหลอนมาก

    ชอบเรื่องแบบนี้ค่ะ ระทึกขวัญหักมุม

    คือชอบ แต่งเก่งมาก 

    ตอนร่างซินลอยมาเกยนี่คือบับ...โฮวววว

    พี่นัทคะ...อยู่ทำไมคะ วิ่งค่ะ วิ่งงงง แง๊

    มันไม่ได้น่ากลัวแบบสยองไรงั้นนะ เป็นแบบมานิ่งๆแต่หลอนมาเลย แบบอ่านๆไปแล้วขนลุกอ่ะค่ะ

    ตื่นเต้นตลอดเรื่อง ชอบมากอ่ะ 

    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ ^^
    #16
    0
  15. #15 Changed
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 20:33
    อ่านไปๆจนสุดท้าย 0[]0 อาการอย่างนี้เลย อยากบอกว่าอยากจะร้องไห้จริง เป้นประเภทที่ไม่ชอบอะไรผีๆเจอแบบนี้แทบหัวใจวT T ช็อค!!!! ไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ มัน โอ้ว T T T T ถ้าเป็นนัทคงช็อตตายจริงๆได้ไปอยู่เป็นเพื่อนซินกับซอลแน่ๆ ม่ายยยนะ เริ่มหลอนแล้วสิ (ดูจะเพ้อและอินมากไปแต่มันคือความจริง)
    #15
    0
  16. #14 eiyindies
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 12:04
    ซากุ ก่อนจะอ่านก็ทำใจก่อนแล้วนะว่าเรื่องนี้มันหักมุม
    เพลิน อ่านไปๆๆ  สุดท้ายก็ยังช็อกอยู่ดีที่พี่ซินตาย ฮือๆๆๆ T^T
    #14
    0
  17. วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 10:51
    อุตส่าดีใจแล้วที่พี่ซินไม่ใช่ผี
    แต่สุดท้ายก็ไม่รอด อ่านแล้วเศร้าจัง
    สงสารทุกคนเลยยย TTOTT
    #13
    0
  18. #12 dokfin_69
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 10:21
    เงิบไปหลายช็อตมากอ่ะไรท์



    สงสารซอลที่ยังมีห่วงแล้วไม่ได้ไปไหน



    สงสารซิน ตายแบบไม่รู้ตัวเพราะจะมาปลดห่วงให้พี่สาว



    สงสารนัท เจอผีซ้อนผี แต่ที่แน่ ๆ รู้สึกดีดีกับซินไปแล้ว แต่ซินก็มาจากไป T^T



    เศร้าเวอร์มาก
    #12
    0
  19. #11 wee
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 10:08
    เฮ้ย..สนุกอ่ะ ชอบ ๆ เราชอบแนวผี ๆ แบบนี้แหละ

    เขียนดีนะ เดาเรื่องไม่ออก หักมุมไปมา

    ปรบมือให้เลย ชนะเลิศ





    #11
    0
  20. #10 pin
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 04:14
    เจ็บปวดได้ใจมาก

    ชอบค่ะบรรยาภาพออกมาได้ดี

    สงสารทุกคนในเรื่องเลย
    #10
    0
  21. วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 03:19
    คือเราอ่านตอนตีสาม และมันขนลุกมากกกกกกกกกกกกกก
    #9
    0
  22. #8 -Killer Queen-
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 00:19
    มาแนวหลอน แอบขนหัวลุกเลย

    ตอนท้ายก็นึกว่าซินไม่ตายซะอีก

    กลายเป็นว่าตายจริงๆ หักมุมจนได้ หุหุหุ

    ขอบคุณสำหรับฟิคหลอนๆจ้า ยังตามอ่านอยู่น๊า ^^

    #8
    0
  23. #7 Nutti
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 / 23:46
    อ่านตอนดึกๆคนเดียวในหอพักโรงพยาบาล ได้อารมณ์มากกกกกเลยฉัน555

    แอบดีใจว่าซินไม่ใช่วิญญาน ลุ้นๆๆมาจบหักมุมซะนี่ ว้าาา
    #7
    0
  24. วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 / 22:04
    โอ้วววววว ชอบมากกกกกกกกกกกก 555 ส่วนตัวชอบอ่านแนวหลอนๆ นะ ได้อารมณ์ดี
    เขียนสนุกมากเลย ^^
    #6
    0
  25. วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 / 19:11
    .....อ่านจบถึงตอนสุกท้ายบอกได้คำเดียวว่า "หลอนมว๊ากกกกก" คือตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้ตายจริงๆ ไหงตอนจบเป้นงี้อ่าาาาา เค้าหลอนน่ะตัวเองงงง ดีน่ะที่มาอ่านตอนเย็นถ้าอ่านตอนค่ำๆแบบดึกสะงัดมีหวังนอนไม่หลับแน่อ่าาาา ~~~~
    #5
    0