ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,939 Views

  • 323 Comments

  • 507 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    18,079

    Overall
    48,939

ตอนที่ 52 : เหมือนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    13 มี.ค. 62

            ทั้งสองใช้วิชาตัวเบาที่มู่เฉิงชางเองก็เพิ่งทราบว่าพ่อบ้านของลู่เหม่ยจิงเก่งกาจไม่น้อยหน้าใคร มิน่าเล่ารุ่ยกงกงถึงให้ตามมาดูแลนาง ที่แท้ก็ฝีมือพอตัวอาจจะเก่งกาจด้วยซ้ำไป พวกเขาติดตามนางไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่ท้ายตลาดก่อนที่จะตะลึงไปเมื่อพบว่าคนที่เปิดประตูให้นางไม่ใช่คนอื่นไกล       

            ยิ่งได้ฟังถ้อยคำสนทนาก็ยิ่งนึกเดือดดาล เขานึกว่านางเป็นคนของเมืองอื่นหรือเป็นคนของพระบิดามาโดยตลอดไม่ทราบมาก่อนเลยว่าที่แท้ผู้คิดร้ายจะเป็นคนที่เคยเห็นหน้ากันทั้งนั้น    

            “ท่านอ๋องได้ยินแล้วก็เลิกกังวลเรื่องพระชายาได้แล้ว นางไม่มีลับลมคมนัยกับท่านหรอก”          

            “เรื่องของลู่เหม่ยจิงข้าเลิกกังวลไปนานแล้ว คงไม่มีผู้ใดส่งสายลับที่มีลักษณะเช่นนางไปสืบข่าวหรอก”   

            “แล้วตอนนี้ทรงมีความคิดว่ายังไงหรือพะยะค่ะ”     

            “กลับถึงเรือนแล้วก็รีบเตรียมตัวเดินทางกันเถิด พวกนั้นกำลังวางแผนร้ายอยู่ หากเราอยู่ที่นี่นานไปอาจจะโดนใส่ความเอาได้”  

            “แล้วเรื่องของแม่นางเผิง”

            “ข้าไม่เคยสนใจเรื่องของนางอยู่แล้ว ข้าให้นางอยู่ในวังอ๋องนาน เพราะนางไม่ยอมลงมืออะไรเลยต่างหาก หากรู้เช่นนี้ก็คงต้องวางแผนรับมือกันใหม่ข้าเชื่อว่านางต้องย้อนกลับไปเซิ่งหนานอีกแน่นอน”          

            “เช่นนั้นกลับถึงเรือนพักแล้วหม่อมฉันจะให้เหล่าทหารและนางกำนัลเตรียมเสบียงเลย”

            “ดี”                  



            ท่านกงกงให้คนติดต่อไปยังหลี่จื้อเหยาให้เลื่อนวันเดินทางให้กระชับเข้ามาอีกแทนที่จะออกเดินทางวันมะรืนให้เดินทางคืนนี้เลยจะดีกว่าพร้อมกับกำชับอีกว่าหากไปถึงเซิ่งหนานแล้วให้รีบแยกพระชายาออกห่างจากท่านอ๋องจะวิธีไหนก็ต้องทำเพราะอาจจะไม่ทันการณ์  ซึ่งพอเขามาถึงก็รีบรายงานต่อมู่เฉิงชางทันทีและแน่นอนว่าคนที่ระวังตัวเรื่องนี้อยู่แล้วก็เดาเรื่องได้ในทันใด หลี่จื้อเหยาไม่ได้รายงานเรื่องการแยกตัวเจ้านายออกจากกันนักเขาคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาเพราะท่านอ๋องเองก็ไม่ได้ชื่นชอบในตัวพระชายานักคงไม่เป็นไรกระมัง

            การเดินทางอย่างฉุกละหุกเช่นนี้ทำให้คนที่เที่ยวเล่นจนเหนื่อยได้แต่งัวเงียไม่อยากจะตื่น เดือดร้อนเขานั่นเองที่ต้องแบกนางออกไปจากเตียงนอนไปยังรถม้าต่อหน้าเหล่าทหารและนางกำนัลที่อมยิ้มด้วยความเอ็นดูเพราะท่านอ๋องก็คงแสร้งดุด่านางไปอย่างนั้นเอง เอาเข้าจริงก็ไม่เคยเห็นลงโทษพระชายาสักอย่าง           

            “ขี้เหร่แล้วยังทำตัวเป็นหมูขี้เกียจอีก” เขาส่ายหัวพร้อมกับสั่งให้ขบวนออกเดินทางทันที และกว่าที่ทุกคนในวังจะทราบว่าเซิ่งหนานอ๋องกลับแล้วก็ยามสายของอีกวันซึ่งพวกเขาก็เดินทางได้ไกลแล้ว จึงมีทั้งคนผิดหวังและสมหวังในคราวเดียวกัน




            หลังจากเดินทางอย่างเร่งรีบของพวกเขาเข้าสู่วันที่สองก็กลับถึงเซิ่งหนานจนได้ แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่นี่ก็ไม่ปกตินักเพราะมีคนลักลอบเข้าไปในเขตเหมืองแร่ต้องห้ามไม่แน่ชัดในเจตนาว่าต้องการค้นหา หรือทำเพื่อสิ่งใด ซึ่งโหลวอี้เจี๋ยจัดการไปแล้วแต่ก็ยังมีคนหลุดรอดไปได้แต่เขาเองก็ยังสืบไม่ได้ว่าเป็นคนฝ่ายไหน มู่เฉิงชางจึงได้เป็นคนเฉลยเองว่าเป็นองค์ชายสามที่เคยเดินทางมาในครั้งโน้นนั่นเอง        

            “จะทรงทำเพื่ออะไรกัน”   

            “ข้าว่าพี่สามดูลึกล้ำกว่าที่คิดมาก เข้าวังหนนี้ดูทุกคนมีความลับเต็มไปหมด” ทุกคนในวังไม่เคยเป็นมิตรนี่คือสิ่งที่เขาจดจำได้ขึ้นใจ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นถึงขนาดนี้         

            พี่สามถึงขั้นวางแผนให้รัชทายาทกำจัดเขาเพราะเป็นดาวมังกร ในเมืองกำลังพูดคุยถึงเรื่องนี้ค่อนข้างหนาหู ซึ่งหากว่ารัชทายาททำจริงก็คงโดนเสด็จพ่อลงโทษแล้วพี่สามก็คงจะเข้ามาเป็นใหญ่แทนเพราะพี่รองกับพี่ใหญ่สนิทกันอยู่แล้ว แผนการเช่นนี้ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าคนที่ยิ้มแย้มวางท่าไม่สนใจเรื่องการเมืองจะเป็นคนเช่นนี้ได้ หากไม่ได้ยินกับหูตนเองเขาจะคิดว่าพี่สามโดนใส่ร้ายเสียแล้วขนาดเผิงเสี่ยวโยวยังเป็นคนของทางนั้นได้ ผิดคาดไปหมดทุกอย่าง       

            “หม่อมฉันนึกว่านางเป็นคนของเฝิงเยว่เสียอีก”       

            “ตอนแรกก็สงสัยเหมือนกัน แต่มาเอะใจว่านางอยู่มานานแต่กลับเลือกลงมือตอนรัชทายาทเฝิงเยว่เสด็จ ดูจงใจให้เราเชื่อมากเกินไป”  

            “จริงด้วยพะยะค่ะ แต่เรื่องที่นางจะฆ่าพระชายานี่คงไม่ใช่เรื่องในแผนการกระมัง”       

            “ตอนนั้นกวนเฉินฝูคงไปยั่วโทสะนางกระมัง พอนางขาดความชั่งใจเลยเผลอลงมือ” ก็ต้องขอบคุณคุณหนูสกุลกวนที่ช่วยเร่งให้นางเผยโฉมไวขึ้นไม่อย่างนั้นนางคงอาศัยวังอ๋องไปอีกนาน 

            “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วองค์ชายตำหนักต่างๆจะปล่อยท่านหรือพะยะค่ะ”  


      “ข้าขอคิดดูก่อน ระหว่างนี้ก็ให้คนเร่งผลิตอาวุธออกมาเตรียมได้เลย กำลังทหารและสายลับ กระจายสับเปลี่ยนให้เรียบร้อย” หากมีคนรู้ว่าเซิ่งหนานมีเหมืองแร่สำหรับทำอาวุธได้แล้วแน่นอนว่าต้องหาทางรวบเอาเมืองนี้เข้าไว้อย่างแน่นอน           


++++++++++++++++++++++

           

            “เหม่ยจิง ท่านอ๋องเข้าวังไปหนนี้ไม่ใช่มีสตรีตามมาเป็นพรวนหรือไร” เฉินฝูเอ่ยถามขณะที่พวกนางออกไปนั่งตกปลาด้วยกัน เพราะระหว่างที่ช่วยท่านโหลวดูแลเมืองนางก็เห็นว่าแม่น้ำสายนี้มีปลาชุกชุมนางจะหาโอกาสออกมาให้ได้ พอดีกับที่ลู่เหม่ยจิงกลับมาเลยต้องพาเพื่อนรักมาพักผ่อนสักหน่อย       

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามมาไหม รู้แต่ว่าพวกนางก็น่ากลัวมาก”          

            “ยังไงหรือ?”      

            “พวกนางไม่ชอบมาคนเดียว จะมากันหลายคน บางคนก็มาบอกให้ข้ากลับไปทำไร่ไถนาตามเดิม บางคนก็ให้ข้าทูลท่านอ๋องว่าให้รับพวกนางเป็นชายารอง ถ้าข้าทำได้พวกเขาจะให้รางวัลข้าด้วย” เฉินฝูฟังแล้วเลือดลมวิ่งพล่านทันที 

   “แล้วเจ้าทำยังไง”   

            “ข้าจะไปยอมหรือไร ข้าทำทุกอย่างมาตั้งมากเพื่อจะได้อยู่ในสายตาท่านอ๋อง ขืนเอาพวกนางที่งดงามปานนางฟ้านางสวรรค์มาอยู่ด้วย ข้าคงไม่มีแม้โอกาสจะสนทนาเลยกระมัง”

            “เจ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก ข้าล่ะกังวลเหลือเกินว่าเจ้าจะสู้พวกนางไม่ไหว” 

           “แต่ก็มีหลายอย่างที่แปลกจนบอกไม่ถูก ก่อนหน้านั้นไม่มีใครสนใจข้าเลยนะ พอข้ารำหน้าพระพักตร์เสร็จก็เอาแต่ถามว่าบิดามารดาของข้าเป็นใครกันทุกคนเลย” กวนเฉินฝูเคยได้ยินบิดาบอกว่าเรื่องมารดาของลู่เหม่ยจิงถือเป็นความลับจึงไม่สมควรจะกล่าวออกไป           

            “เจ้าก็ต้องระวังตัวให้มาก แล้วนี่กับท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง เดินทางด้วยกันตั้งหลายวัน เขาเริ่มให้ความรักความสนใจกับเจ้าบ้างหรือยัง”          

            “เหมือนเดิมนะ เขาดุข้ายังไงก็ดุเหมือนเดิม” แต่นางก็ไม่ได้บอกต่อว่าที่ไม่เหมือนเดิมคือเขาเข้มงวดกับนางมากขึ้น เรื่องการแต่งกายที่เขาบ่นว่าไม่ได้เรื่องจนให้ท่านพ่อบ้านลู่ไปตัดมาให้ใหม่อีกหลายชุดช่วงนี้นางเองก็ไม่มีอารมณ์แต่งตัวนักจึงได้แต่ปล่อยวางไว้อย่างเดิม     

            เรื่องการเขียนรายงานก็เช่นกัน ตั้งแต่มาถึงวังเซิ่งหนานเขาก็บ่นว่านางเขียนไม่ละเอียด เขียนไปแก้ไปจนสุดท้ายก็ไปนั่งเขียนต่อหน้าเขาให้มันจบๆไป บางวันนางหาข้ออ้างด้วยการบ่นว่าหิวข้าว เขาก็ให้นางกินข้าวตรงนั้นแล้วก็ไล่นางเขียนจนเสร็จ           

            ความสัมพันธ์เหมือนเดิมมาก       

            “เจ้าไม่อยากแต่งตัวสวยๆไปหาเขาอีกแล้วเหรอ”      

            “ข้าเลิกถามเขาไปนานแล้ว วันนั้นข้าอุตส่าห์แต่งตัวอย่างงดงาม ล้างผงสีดำออกก็แล้ว แต่เขาก็ยังบ่นว่าข้าชอบเอาโน่นนี่มาพอกตัว ไล่ข้าไปอาบน้ำแล้วก็บอกว่าแต่งยังไงก็คนเดิม ข้าเลยไม่รู้จะแต่งไปทำไมกัน”         

            “ท่านอ๋องก็แปลกคน แล้วเจ้ากับองค์ชายเฝิงเยว่ล่ะ”

            “ก็เหมือนเดิม เป็นสหายที่ดีต่อกัน”            

            “ถ้าวันหนึ่งเจ้าต้องเลือกระหว่างเฝิงเยว่กับเซิ่งหนานเจ้าจะเลือกสิ่งใด”          

            “ทำไมต้องเลือกด้วยล่ะ”  

            “ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็ถามไปอย่างนั้นเอง” เฉินฝูเปลี่ยนเรื่องไปสนทนาอย่างอื่นแทน นางได้ยินมาว่าเรื่องมารดาของอีกฝ่ายซับซ้อนมาก แต่เท่าที่มองด้วยสายตาก็คือท่านอ๋องดูเหมือนว่าจะไม่ต่อต้านเรื่องนางเท่าตอนแรกนัก แม้จะไม่เสด็จไปมาหาสู่ที่ตำหนักอิงเซียงแต่ลู่เหม่ยจิงก็เข้านอกออกในตำหนักใหญ่ได้มากขึ้น รวมถึงการที่พวกเขาสวมกำไลข้อมือคู่กันนับตั้งแต่กลับมายังไม่มีใครยอมถอดเลย มันต้องมีความคืบหน้ากันบ้างแน่นอน                      

++++++++++++++++++++
ท่านอ๋องเหมือนเดิมมากจ้าาาาาาาาา
ไม่หวงเลยจ้า
ไม่พูดอะไรสักอย่าง ขอให้นกนะจ้ะท่านอ๋อง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #221 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 08:36
    ก็ยังดี ที่ไม่ยอมถอดกำไลออก +1ท่านอ๋อง
    #221
    0