ท่านอ๋อง ข้างามหรือยัง (จบแล้ว)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 48,721 Views

  • 323 Comments

  • 510 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17,861

    Overall
    48,721

ตอนที่ 20 : ค้างตำหนักใหญ่คืนแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

 

           “เจ้าแต่งกายอันใดมา” มู่เฉิงชางเงยหน้ามองสตรีที่สวมชุดสีขาวพร้อมนอนหลับแล้วตรงหน้าด้วยความตกใจ      

            “ก็ข้ากำลังจะเข้านอนนี่นา ท่านมาเรียกด่วนๆเช่นนี้จะให้เตรียมตัวทันหรือไร มองตะลึงเช่นนี้คงไม่ใช่ข้างามมากเลยสินะ”   

            “งามอะไรกันล่ะ เจ้านั่งตรงนั้นไปเลยนะ ไม่ต้องมาใกล้”       

            “แล้วเรียกข้ามายามวิกาลเช่นนี้คิดอันใดหรือเปล่าเพคะ”      

            “มี ข้าได้ยินมาว่าเจ้าออกนอกวังทุกวัน เจ้าไปทำอะไรบ้าง” แม้จะทราบจากโหลวอี้เจี๋ยแล้วแต่เขาก็จะถามนางอีกรอบ           

            “หม่อมฉันออกไปส่งข่าวเพคะ ว่าจวนอ๋องมีสิ่งใดบ้าง ส่งรายงานกลับเมืองหลวงทูลฮ่องเต้ทุกวันเลยเพคะ”        
            “อย่ามายอกย้อนข้านะ เจ้าแอบไปสำนักบัณฑิตมาไม่ใช่หรือ”

            “ทรงทราบแล้วจะถามหม่อมฉันให้เหนื่อยทำไมกัน” 

            “ลู่เหม่ยจิง เจ้าอย่าคิดว่าเป็นคนของเสด็จพ่อแล้วจะมายอกย้อนข้าได้นะ”  


     “ข้าบอกท่านไปหลายรอบแล้วว่าข้าไม่ได้เป็นคนของใคร ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเนี่ย”     

            “ข้าบอกแล้วจนกว่าข้าจะพิสูจน์เจ้าเสร็จ ข้าจะไม่เชื่อเจ้าง่ายๆเด็ดขาด”      


     “จะพิสูจน์สิ่งใดก็ว่ามาเถิด นี่ยามคนจะหลับจะนอนแท้ๆ”          
     

       “เจ้าไปเรียนหนังสือมา”   

            “ใช่”     

            “เจ้าเขียนรายงานเองหรือ”           

            “ก็ใช่อีก”           

            “ข้าไม่เห็นกับตา ข้าจะยังไม่เชื่อเด็ดขาด”   

            “เขียนรายงานให้ตรงกับที่เขียนมา หากทำได้ข้าจะเชื่อว่าเจ้าคืออัจฉริยะที่เรียนเพียงไม่นานก็สามารถจดจำอักษรจนสามารถเขียนได้”

            “ไม่เห็นจะยากเลย ขอพู่กันข้าด้วย”                       

            ความสามารถหนึ่งที่นางไม่เคยทราบนั่นก็คือตนเองแม้จะอ่านไม่ออกแต่ท่านพ่อก็มักจะให้ท่องกลอนแปลกประหลาดอยู่เสมอ ท่องไปท่องมาก็จดจำได้ขึ้นใจ ยิ่งท่องก็ยิ่งจดจำได้ แต่ท่านมักจะกำชับว่าไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร     
 

           ตอนที่ได้หัดเขียนอักษรพอมีคนบอกว่าตนเองกำลังเขียนคำไหนอยู่นางก็ยิ่งอยากเขียนให้มากขึ้นเพื่อจะได้เขียนบทกลอนที่บิดาเคยสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก นางไม่ทราบว่าเหตุใดบิดาจึงได้เข้ากันดีกับใต้เท้ากวนยิ่งนัก แต่ทุกครั้งที่เห็นท่านในสำนักบัณฑิตกลับดูกลมกลืนเป็นอย่างมาก      

            “หยุดทำไมกัน ข้าพูดไปตั้งมากเจ้าเขียนได้เท่านี้หรือ”           

            “ก็ท่านพูดเร็วไปนี่นา อย่าลืมนะข้าเพิ่งได้เรียนมาไม่นานนี้เอง จะให้เขียนเหมือนท่านที่กระทำทุกวันได้เช่นไร”       

            “ยอกย้อน”        

            “ข้าเปล่า”          

            “ลู่เหม่ยจิง”       

            “เอาล่ะ ท่านอ๋องจะให้ข้าเขียนสิ่งใดก็รีบว่ามาได้เลยเพคะ” มุมปากของมู่เฉิงชางหยักยิ้มก่อนหาเรื่องแกล้งอีกฝ่ายให้เขียนคำยากๆ แล้วไปนั่งขำแต่เพียงลำพัง  

            “ท่านจะหัวเราะข้าทำไมกัน”         

            “ก็ตัวหนังสือเจ้าน่ะสิ โย้เย้จนข้าคิดว่าพวกมันไร้เรี่ยวแรงกำลังจะยืนเสียอีก”   

            “ไม่ได้เป็นเช่นนั้นสักหน่อย”          

            “เป็น เจ้าดูสิ” เขาวางกระดาษลงบนพื้นก่อนจะชี้ให้นางดูซึ่งพอเหม่ยจิงเห็นว่ามันไม่สวยก็ได้แต่เม้มปากแน่น นางพยายามแล้วแต่มันได้เท่านี้จริงๆ อีกอย่างนี่ก็ยามไฮ่แล้วมันสมควรจะได้นอนแล้วไม่ใช่หรือ เขาจะทรมานนางด้วยการคัดอักษรจับพู่กันทั้งคืนไม่ได้นะ    

            “เจ้าจงคัดคำว่า คุณธรรมของภรรยา ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ให้กลับ” 

            “ท่านอ๋อง ข้าง่วงแล้ว”     

            “ข้าไม่ง่วง”        

            “แต่ข้าหิวแล้ว”   

            “เดี๋ยวข้าสั่งอาหารมาให้ เจ้ามีหน้าที่เขียนก็เขียนไปเถิด” พอจบคำของเขานางก็เบ้ปาก ย่นจมูกใส่เขาทันที 


+++++++++++++++

           
            “ทำไมทำหน้าอัปลักษณ์อย่างนั้นด้วยนะ ไม่มองต่อแล้ว ข้าเกรงจะนอนไม่หลับ” เขาพูดเช่นนั้นก่อนจะเดินไปเรียกหาจูเอ๋อร์ที่รออยู่ด้านนอกให้เตรียมอาหารมาให้เจ้านายของนาง  

            “พระชายาเป็นอย่างไรบ้าง”          

            “ท่านก็ไปดูเองสิ” โหลวอี้เจี๋ยเดินเข้าไปในห้องอักษรของตำหนักใหญ่แล้วก็ได้แต่กลั้นยิ้มเพราะเบื้องหน้ามีลูกแมวตัวใหญ่ในชุดสีขาวเปรอะเปื้อนน้ำหมึกสีดำไปทั้งตัว แม้แต่หน้าของนางก็ยังมีรอยนิ้วเป็นทางยาว  

            “ท่านโหลว ช่วย...”         

            “ไม่ได้ หากเจ้าทำไม่สำเร็จก็อย่าคิดจะไปนอน”        

            “แต่ข้าง่วง แล้วก็หิวแล้วด้วย เขามันปีศาจของแท้เลย” ลู่เหม่ยจิงเคยคิดว่าเขาเป็นเทวดารูปงามน่าหลงใหลแต่ยิ่งได้รู้จักมู่เฉิงชางสามีในนามของนางนั้นคือปีศาจใจร้ายจำแลงกายมาอย่างแน่นอน          

            “จูเอ๋อร์กำลังยกสำรับมาให้ ท่านใจเย็นสักนิดเถิด”   

            “จริงนะ”           

            “พะยะค่ะ หากท่านง่วงนอนก็รีบคัดตามที่ท่านอ๋องบอกจะดีกว่า” เขาหันมองเจ้านายที่ตอนนี้มีความสุนทรีย์เป็นอย่างยิ่งแต่ก็น่าแปลกเขาเพิ่งเห็นมู่เฉิงชางมีรอยยิ้มที่ผ่อนคลายเช่นนี้เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่า 

            ยิ้มเพราะได้แกล้งคนอื่นเช่นนี้ก็ได้หรือ?     

            “ท่านอ๋อง ทรงมีหัวข้อราชการต้องหารือด้วยไม่ใช่หรือพะยะค่ะ บรรทมก่อนก็ได้ กระหม่อมจะเฝ้านางให้เอง”       

            “ไม่ ข้าจะเฝ้านางเอง หากคืนนี้นางคัดคำว่า คุณธรรมของภรรยา ไม่ได้ก็ไม่ต้องแยกย้ายกันไปนอน” เรื่องนี้มันชักสนุกเสียแล้วอีกคนก็ออกคำสั่งอย่างบ้าคลั่งอีกคนก็ทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน แม้จะโอดโอยบ้างแต่เหม่ยจิงก็หยิบกระดาษแผ่นยาวมาเขียนอักษรตามที่เขาบอกอยู่ตลอดเวลา จวบจนอาหารว่างยามดึกถูกยกมาซึ่งโหลวอี้เจี๋ยกับหลี่จื้อเหยาตรวจสอบเสร็จแล้วก็ยกเข้ามาด้านใน    

            “พี่หลี่ ข้าง่วงนอนแล้ว” ความคุ้นชินกับการสนทนากันง่ายๆระหว่างนางกับหลี่จื้อเหยานั้นเหมือนพี่ชายน้องสาว นางสามารถอ้อนขอทุกอย่างได้เสมอในตำหนักอิงเซียงแต่ดูเหมือนว่าการที่นางโผไปหาอีกฝ่ายเช่นนี้ที่ตำหนักใหญ่จะมีใครบางคนไม่พอใจ   

            “พระชายาง่วงก็รีบทำสิพะยะค่ะ” 

            “ฮึ ไม่มีใครช่วยข้าได้เลย”

            “พระชายาต้องทำเองพะยะค่ะ หม่อมฉันกับจูเอ๋อร์จะรอด้านนอก มีสิ่งใดเรียกได้”        

             “เหลืออีกเยอะหรือไม่พะยะค่ะ”   

            “ได้มาคำเดียวเอง นอกนั้นยังเอียงอยู่เลย”  

            “เท่านี้ก็เก่งแล้ว ตั้งใจต่อไปนะ แต่ตอนนี้ดึกแล้วเดี๋ยวข้าจะไปเอาเสื้อคลุมมาให้มีสิ่งใดก็เรียกหาจูเอ๋อร์ไปก่อนก็แล้วกัน”           

            “พี่หลี่ ขอพลังหน่อยสิ” นางยื่นมือออกไปหาอีกฝ่ายซึ่งหลี่จื้อเหยาก็ยื่นมาหานางเช่นกันก่อนที่ลู่เหม่ยจิงจะกุมมืออีกฝ่ายสูบพลังงานเข้าตนเอง มู่เฉิงชางนั่งอยู่ที่โต๊ะอักษรเห็นภาพเหล่านั้นชัดเต็มสองตา ขนาดเขาที่เป็นสามีนางนั่งอยู่ตรงนี้แท้ๆ ยังกล้าจับมือถือแขนชายอื่นอีก        

            เขาจะให้นางคัดคำว่าคุณธรรมอีกพันหนเลยทีเดียว


            อาการเมื่อสักครู่ใช่ว่าจะพ้นสายตาของโหลวอี้เจี๋ยไปได้เขาลอบสังเกตหนุ่มสาวอย่างเงียบเชียบที่มุมห้องเห็นปฏิกิริยาผู้เป็นนายได้เป็นอย่างดี มู่เฉิงชางเป็นคนหวงสมบัติ หวงของตนเอง ตอนแรกเขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกไปถึงเรื่องนี้แต่เพิ่งมาพบด้วยตนเองจึงได้ทราบว่าแม้กระทั่งพระชายาที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ ยามมีชายอื่นมาใกล้ชิดเขาก็ยังหวง       

            เช่นนี้เขาคิดว่าต้องมีเรื่องสนุกสนานเกิดขึ้นในวังเซิ่งหนานอีกแน่นอน  โหลวอี้เจี๋ยขอรับประกัน

 



+++++++++++

ไม่ได้รัก แต่นั่นสมบัติของเขานะเออ

คนหวงของ หวงอาณาเขตก็งี้แหละ

อัพเสร็จแล้วก็วิ่งไปทำงานต่อ 555555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #195 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 04:47
    ดูท่านโหลวมีความสุขแบบแปลกๆนะเจ้าค่ะ 55555
    #195
    0
  2. #91 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 18:41

    เอาแล้ว.. ความละมุนโชยมาแต่ไกล
    #91
    0