ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 1 : มันก็แค่เกม!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    25 ส.ค. 61














               สองวันก่อนถึงวันแต่งงานระหว่างทายาทตระกูลดังกับลูกสาวแม่ค้าขายขนมในตลาด  


               อิศรา ไวย์ราวัลย์ ทายาทคนเล็กของตระกูลนักธุรกิจชื่อดังแห่งเมืองภูเก็ตซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าวได้โทรศัพท์เรียกเพื่อนสนิทไฮโซทั้งสี่คนซึ่งประกอบไปด้วยธนินทร์ ราเมศ ทิวากร และวราลี มารวมตัวกันที่บ้านพักตากอากาศสุดหรูริมทะเลของเขา เพื่อดื่มไวน์สังสรรค์และฉลองให้กับความสำเร็จที่กำลังจะบรรลุเป้าหมายในอีกไม่ช้านี้  


               “เกมส์ใกล้โอเว่อร์แล้ว!” 


                ดวงตาคมดุแสนร้ายบ่งบอกถึงความสะใจอย่างล้นเหลือ เมื่อนึกถึงเหยื่อในเกมรักลวง ที่เขาได้ใช้ใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตรเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงครั้งใหญ่


               “ดีเดย์คือคืนพรุ่งนี้”


               “ในงานปาร์ตี้สละโสดฉลองก่อนแต่งน่ะเหรอ”


               “ใช่!” เขาตอบด้วยน้ำเสียงดุดันแฝงความมั่นใจ ก่อนยกแก้วไวน์ทรงสูงขึ้นจิบเล็กน้อย “พวกนายอย่าลืมร่อนการ์ดเชิญเพื่อนในโรงเรียนให้มากันให้เยอะที่สุดนะ โดยเฉพาะรุ่นเรา ฉันอยากให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเป็นสักขีพยานให้กับความเกลียดชังที่ฉันมีต่อผู้หญิงคนนั้น!!

               “โอเค” เพื่อนรักทั้งสี่คนของเขารับปากด้วยความเต็มใจ สีหน้าแววตาของทุกคนบ่งบอกว่ากำลังสนุกและตื่นเต้นกับการที่จะได้เห็นเหยื่อของพวกเขาได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสมเสียที  

               “นายนี่มันซาตานเลือดเย็นกลับชาติมาเกิดแท้ ๆ เลยไอ้เมฆ!” ราเมศหนุ่มจอมเจ้าชู้ของกลุ่มอดชมความสารเลวของเพื่อนรักไม่ได้ ซึ่งตรงกับความคิดของทิวากร ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและโลกส่วนตัวสูงที่สุดของกลุ่ม เพียงแต่เขาไม่เอ่ยออกมาเท่านั้น

               “เทพต่างหากโว๊ย” เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆ ไม่เช่นนั้นเขาจะเกิดมาหล่อผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ได้ยังไง แถมยังรวยล้นฟ้าชนิดที่ว่านั่งกินนอนกินทั้งชาติก็ไม่หมด ไม่ต้องพูดถึงความฉลาดหลักแหลมระดับอัฉริยะเลยนะ เรียกว่าเขานั้นสมบูรณ์แบบจนแทบจะหาใครเทียบไม่ได้  

               “แต่ยัยนั่นก็สมควรโดน!” หญิงสาวแสนสวยเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความเวทนาใจและสะใจไม่ต่างกัน หลังจากที่ต้องทนเห็นผู้ชายที่เธอรักเอาตัวไปพัวพันกับความโสโครกมาสองเดือน “ไม่เจียมตัว ไม่เจียมกะลาหัว คิดได้ไงว่าคนอย่างอิศราจะสนใจคนอย่างมันจริง ก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ แม่ค้าขายขนมหวานในตลาด ยัยแสนซื่อ แต่ซื่อบื้ออย่าบอกใครเลย!!


               “ว่าแต่ ยัยนั่นไม่เอะใจเลยเหรอ” ธนินทร์ถามขึ้นด้วยความสงสัยและสนใจ “นายไม่หลุดเลยเหรอ”


               “ใช่ ตอนนี้ยัยนั่นหลงฉันหัวปักหัวปำเลย” เขาพูดพลางนึกถึงหญิงสาวผู้โง่เขลาไร้เดียงสา เธอหลงเชื่อเขาทุกอย่าง คิดว่าเขารักจริงหวังแต่ง คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงโชคดี เป็นซินเดอเรล่าที่น่าอิจฉา แต่กลับไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง “ไม่งั้นจะตอบตกลงทันทีที่ฉันขอแต่งงานเหรอ เพิ่งคบกันได้แค่สองเดือนแท้ๆ”

               “คงไม่อยากพลาดโอกาสทอง” วราลีกลอกตามองบนด้วยความสมเพช “ยัยนั่นคงอยากยกระดับตัวเอง จากแม่ค้าตลาดสดเป็นสะใภ้คนเล็กของตระกูลดัง จากผู้หญิงต๊อกต๋อยเป็นภรรยาของ CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ คงคิดว่าจะได้ครอบครองคฤหาสน์หลังนี้สินะ”  

               “ใครจะไม่หวังล่ะ” ราเมศหันมาหาเจ้าของคฤหาสน์ “หลังจากแต่งงานกัน นายจะใช้ที่นี่เป็นเรือนหอไม่ใช่เหรอ”

               “ไม่ใช่แค่เรือนหอหรอกมั้ง อาจจะเป็นเรือนเชือดด้วย นายจัดการยัยนั่นแล้วด้วยใช่มั้ย” ธนินทร์หมายถึงอะไรนั้นทุกคนย่อมรู้ดี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่วราลีเป็นอย่างมาก เธอไม่เชื่อว่าอิศราจะกลืนยัยขยะลง เธอมั่นใจว่าเขาไม่มีทางเอาตัวไปเกลือกกลั้วแน่นอน


               “คนอย่างเมฆไม่กินของชั้นต่ำเหมือนพวกนายหรอก”


               อิศรานิ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้มร้ายออกมา “แค่จับมือ ก็ยังรู้สึกขยะแขยงเลย อย่าคิดถึงลากขึ้นเตียงเลยว่ะ”

               ทุกคนพากันหัวเราะขบขัน...

               “แต่ยัยนั่นก็สวยอยู่นะ” ราเมศโพล่งออกมา สายตาเย็นชาเชิงตำหนิของวราลีทำให้เขาสลดลงเล็กน้อย “เออ...ฉันหมายถึงก็พอดูได้ ไม่เห็นจะเป็นไรถ้าจะ...มีอะไรกันเพื่อความสมจริง...ซึ่งก็ไม่ได้ผิดกฎของเกมแต่อย่างใด เพราะกฎก็คือ...ห้ามรักผู้หญิงคนนั้นเท่านั้นเอง ที่เหลือ...”

               “พอได้แล้ว” ทิวากรเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายไร้อารมณ์ “แล้วตอนนี้ว่าที่เจ้าสาวของแกอยู่ที่ไหนเหรอ?”

               “ป่านนี้คงอยู่ที่สนามบินมั้ง ยัยนั่นจะบินไปหาญาติที่กรุงเทพฯ แล้วจะกลับมาในตอนเช้าวันพรุ่งนี้”

               “เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของนาย...โอว...คืนพรุ่งนี้ต้องสนุกมากแน่ ๆ เลย” ราเมศปรบมือให้กับความเก่งกาจของอิศราที่เล่นเกมได้สำเร็จ

               “เมฆจะเฉลยต่อหน้าเพื่อนทุกคนเลยใช่มั้ย ว่ามันเป็นแค่เกม มันไม่ใช่เรื่องจริง” วราลีถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น เธอแทบอดใจรอให้ถึงตอนนั้นไม่ไหว “มันก็แค่การมอบบทเรียนให้กับผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้น!!

               “ใช่  ทำให้ยัยนั่นรู้ว่าความเจ็บปวดจากการถูกโกหกและหักหลังนั้นมันเป็นยังไง” สายตาเลือดเย็นบ่งบอกถึงความแค้นและความเจ็บปวดระคนกัน “ฉันจะเป็นคนพิพากษายัยนั่นเอง!

               เขาและเพื่อนทั้งกลุ่มพากันหัวเราะขบขันสาสมใจ ชนแก้วไวน์ฉลองกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะวราลีที่ยิ้มเย้ยหยันออกมา ดวงตาพราวระยิบราวกับได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ 

               “ยัยบัวเน่า! มันคิดอะไรของมันอยู่นะ คิดได้ยังไงว่าอิศราจะจีบคนอย่างมัน แล้วจะแต่งงานกับคนอย่างมัน ตลกสิ้นดี!

                    อิศรายิ้มมุมปาก ก่อนยกแก้วไวน์ในมือขึ้นซดหมดแก้ว แล้ววางลงกลางโต๊ะ

               “ชักอยากเห็นหน้าแล้วล่ะ อยากรู้จริง ๆ เลยว่าจะทำหน้ายังไง ตอนรู้ที่ความจริง พวกแกคิดว่ายัยนั่นจะทำไง”

               “ร้องไห้ไง” ราเมศตอบเป็นคนแรก “โวยวาย ไม่เชื่อ ฉันไม่เชื่อ คุณโกหกใช่มั้ยคะเมฆ แล้วก็ทรุดลง อาจจะเป็นลมล้มพับไปเลยก็ได้”

               ทุกคนพากันหัวเราะ...

               “วิ่งหนีออกจากงานด้วยความอับอายต่างหาก”

               วราลีมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นทนความอับอายไม่ไหวแน่  

               “ไม่หรอก เธออาจจะตบนายก็ได้” ทิวากรพูดขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะ ฉุดอารมณ์ร่าเริงของทุกคนให้ชะงักอย่างไม่น่าให้อภัย ขณะอิศรายิ้มกริ่ม สีหน้าแววตาสุดยโสและมั่นใจในตัวเองบอกว่าเรื่องที่ทิวากรพูดจะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน

               “คุกเข่าอ้อนวอนขอความเห็นใจ คอยดูไปก็แล้วกัน” 

               “งั้นแสดงว่าตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้น ที่เมฆจะต้องทรมานกับการแกล้งเป็นแฟนกับยัยนั่น เอมขอแสดงความยินดีด้วยนะเมฆ ที่แผนการสำเร็จด้วยดี”

               “ยินดีด้วยเพื่อน” เพื่อนรักทั้งห้าคนชนแก้วไวน์ฉลองให้กับความสำเร็จกันอย่างสนุกสนาน ขณะคนที่ยืนฟังอย่างเงียบงันอยู่หน้าประตูห้องรับแขก ทั้งอึ้งและช็อคจนแทบจะล้มทั้งยืน  

               อะไรกันเนี่ยเสียงหัวเราะของพวกเขาทำให้สมองของเธอแทบระเบิด หัวใจของเธอแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีในพริบตา เธอรู้แน่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอซึ่งเป็นผู้ชายที่อบอุ่น น่ารัก และเพียบพร้อมทุกอย่าง ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมกับความรักแสนหวาน ผู้ชายที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ ถึงแม้จะคบหาในฐานะคนรักมาแค่สองเดือน แต่เธอก็มั่นใจในตัวเขา มั่นใจในความรักที่เขามอบให้ตั้งแต่วันแรกที่เขามาสารภาพรักกับเธอในตลาด แต่พอมาวันนี้ เขากลับกลายเป็นอีกคนที่เธอไม่รู้จักไปเสียแล้ว

               สองเดือนที่เขาเข้ามาในชีวิตเธอ เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง เขาทำให้เธอกลายเป็นซินเดอเรล่าที่น่าอิจฉา โดยเฉพาะเพื่อนโรงเรียนสมัยมัธยมที่ต่างก็พากันแปลกใจที่อดีตดาวโรงเรียนสุดหล่อแสนร้ายอย่างอิศราจะมาสนใจลูกแม้ค้าขายขนมในตลาดสดอย่าง บัวบูชา หรือ บัว เด็กสาวที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนเอกชนแสนแพงได้เพราะแม่เป็นเมียน้อยเขา


               “ไม่จริงใช่มั้ย...มันไม่ใช่ความจริง” 


               เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาคือการโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น เธอไม่อยากจะเชื่อว่ามันก็แค่การแสดง การเสแสร้งแกล้งทำเพื่อให้เธอตายใจเท่านั้น 


               “เมฆ...ทำไมทำกับบัวอย่างนี้” 


               น้ำตาแห่งความเสียใจไหลทะลักลงมาจากดวงตาสิ้นหวัง เธอรู้สึกเหมือนวิญญาณมันหลุดหายออกจากร่างไปแล้ว ตอนที่เธอหันหลังให้บ้านหรูหลังนั้น แล้วเดินจากมาเงียบ ๆ

               วินาทีนี้ เธอรู้สึกอื้ออึงอนธการไปทั้งหัว หัวใจเต้นชาลงเหมือนว่ามันกำลังจะหยุดเต้น “ทำยังไงดี”

               เธอถามตัวเองในทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกมาจากบ้านหลังนั้น บ้านที่เธอกับเขาตั้งใจจะสร้างครอบครัวด้วยกัน

               “ไม่จริงใช่มั้ย เราแค่ฝันไปเท่านั้น มะรืนนี้เราก็จะแต่งงานกันแล้ว” แต่งงานกันบนชายหาดขาวสะอาดแห่งนั้น พิธีแต่งงานเล็ก ๆ ภายในครอบครัวและเพื่อนสนิทอย่างที่เธอวาดฝันเอาไว้มาตั้งแต่เด็ก  

               เธอไม่ควรพลาดเที่ยวบินนี้เลย เธอไม่ควรกลับมาได้ยินอะไรแบบนี้ ซึ่งทำร้ายและทำลายจิตใจของเธอจนพังราบคาบไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายแสนดีที่เธอตั้งใจจะฝากชีวิตไว้ คิดจะสลัดเธอทิ้งในงานปาร์ตี้สละโสด พร้อมกับลูกน้อยในท้องที่เขายังไม่รู้


          “โธ่...ลูก...แม่จะทำไงดี???” 











B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น