ห้ามรักเธอ (Don't lie to me)

ตอนที่ 2 : โกรธอะไรกันหรือ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 ส.ค. 61










บทที่ 2

    โกรธอะไรกันหรือ?    

 

 

 

 

 

 

 

 

               “ใช่!!  ทำให้ยัยนั่นรู้ว่าความเจ็บปวดจากการถูกโกหกและหักหลังนั้นมันเป็นยังไง ฉันจะเป็นคนพิพากษายัยนั่นเอง!


           หากเขาได้รู้ว่าความตั้งใจของเขาบรรลุผลแล้ว เขาจะหัวเราะและมีความสุขขนาดไหนนะ เพราะเวลานี้เธอกำลังเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัสจนแทบเอาชีวิตไม่รอด 


           “แค่จับมือ ก็ยังรู้สึกขยะแขยงเลย อย่าคิดถึงลากขึ้นเตียงเลยว่ะ” 

           ประโยคร้ายกาจของเขาทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งใจ เพราะตลอดเวลาที่คบหากันมา เขาปฏิบัติกับเธอราวกับว่าเธอเป็นของขวัญราคาแพง เป็นสิ่งมีค่าสำหรับเขา มองไม่เห็นแววตาขยะแขยงที่เขาซ่อนไว้อย่างมิดชิด เขาแสดงออกให้รู้ว่ารักเธอหมดหัวใจอย่างไร้ข้อกังขา เขาแทบไม่ปล่อยเธอให้อยู่ห่างเลยสักวินาที เขากอด เขาจูบ เขาหอม เขาเล้าโลมร่วมเสน่หากับสิ่งน่ารังเกียจได้อย่างไรตั้งหลายครั้งหลายครา

           “ฮือ...คนเลว” บัวบูชาหอบเอาความรวดร้าวและเสียใจอย่างหนักหน้าสาหัสเดินกลับมายังชุมชนใหญ่หน้าตลาดสด ที่ซึ่งเป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน และเป็นชีวิตของเธอ ที่ซึ่งเหมาะกับเธอ มากกว่าบ้านหรูริมทะเลหลังนั้นหลายร้อยเท่า     

           เธอถอนหายใจอย่างหนักหน่วงและสิ้นหวัง เมื่อความฝันและความรักพังทลายไม่เหลือชิ้นดีภายในพริบตาเดียว นี่สินะ ที่เขาว่า ชีวิตคือความไม่แน่นอน

           “อือ...แม่...แม่จ๋า”  วินาทีนี้เธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะบอกกับมารดาที่กำลังดีใจเพราะลูกสาวคนเดียวกำลังจะแต่งงานได้อย่างไร มารดาที่กำลังโอ้อวดเรื่องลูกสาวกับคนทั้งตลาด มารดาที่กำลังเนื้อเต้นเพราะลูกสาวจะได้แต่งงานกับคนมั่งมีเป็นถึงลูกเศรษฐีใหญ่โต มารดาที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะใส่ชุดไหนไปร่วมงานวิวาห์หรูหราของลูกสาวดี โดยหารู้ไม่ว่า เรื่องราวทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่เกมสนุกของคนร้ายกาจกลุ่มหนึ่งเท่านั้น  

           อิศราไม่มีวันแต่งงานกับบัวบูชา เพราะนอกจากเขาจะไม่ได้รักเธอแล้ว เขายังแสดงออกชัดเจนว่าเกลียดเธอสุดขั้วหัวใจ ขยะแขยงราวกับเธอเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น


           “แม่...หนูขอโทษนะ”


           เธอตัดสินใจไม่เข้าไปหามารดาที่แผงขายของ หันหลังให้ตลาดแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ท้ายซอยหน้าตลาด บ้านขนมไทยที่มีพ่อแม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกันสามคน บ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานจากขนมสารพัดชนิด ทั้งข้าวต้มมัด ขนมใส่ไส้ ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวไส้กุ้ง และอีกมากมาย  

           ร้านขนมยายบัวขาว เป็นร้านขนมไทยที่ขึ้นชื่อของตลาดรวยทรัพย์ มารดาของเธอสืบทอดวิชาการทำขนมไทยมาจากยายบัวขาวผู้เป็นมารดา หลังแต่งงานกับบิดาของเธอไม่กี่ปี มารดาของเธอก็สามารถเก็บเงินเช่าแผงในตลาดได้ แล้วช่วยกันทำขนมขายเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวมาตลอดหลายสิบปี เธอเองก็เรียนรู้การทำขนมจากมารดามาตั้งแต่เด็ก ช่วยมารดาขายขนมในตลาดมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ กระทั่งบิดาของเธอประสบอุบัติเหตุจนทำให้พิการเดินไม่ได้เมื่อสิบปีก่อน เธอจึงเข้ามาช่วยงานมารดาอย่างเต็มตัว


           “โธ่...พ่อจ๋า หนูขอโทษที่ทำให้เสียใจนะ”  


           เธอหยุดฝีเท้าอยู่หลังต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าบ้าน แอบมองไปยังบิดาซึ่งนั่งรถเข็นกำลังเช็ดใบตองอยู่อย่างขมักเขม้นที่โต๊ะหน้าบ้าน เขาตั้งใจจะทำขนมไปเลี้ยงในงานแต่งของลูกสาวด้วย สีหน้าเปี่ยมสุขของบิดาทำให้เธอน้ำตาไหล


           “โธ่พ่อ  หนูไม่รู้จะบอกพ่อยังไง”


           บิดาของเธอดีใจมากเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานในวัยยี่สิบเจ็ดปี แม้จะเป็นการแต่งงานแบบสายฟ้าแล็บจนคนเม้ามอยด์กันทั้งตลาดว่าเธออาจท้องก่อนแต่ง แต่บิดาของเธอไม่สนใจปากใครทั้งนั้น เขาภูมิใจมากที่ลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา ได้เป็นภรรยาของคนที่เก่งและดีพร้อม  


           “พ่อ...หนูจะทำยังไงดี หนู...”

           เธอยังหาเหตุผลที่ดีพอมาบอกบิดาไม่ได้ เธอยังไม่มีคำตอบที่เหมาะสมสำหรับการยกเลิกงานแต่ง เธอยังไม่พร้อมจะพูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น

           “ขอเวลาหนูหน่อยนะคะ” หากเธอเดินเข้าไปหาบิดาด้วยสีหน้าและอาการที่เต็มไปด้วยพิรุธในตอนนี้ อาจทำให้บิดาไม่สบายใจและแปลกใจสงสัยได้ เพราะเวลานี้ เธอควรจะอยู่ที่กรุงเทพฯต่างหาก ไม่ใช่ที่นี่   

           บัวบูชาตัดสินใจก้าวออกมาเสียก่อน ก่อนที่บิดาจะเห็นเธอเข้า เธอขอเวลาตั้งหลักและตั้งสติก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยเธอก็ยังมีเวลาอีกหนึ่งคืน สำหรับการรับมือกับมรสุมลูกใหญ่ ที่กำลังจะถาโถมชีวิตในไม่ช้า


           เธอเดินเท้าต่อมายังอพาร์ตเม้นต์ที่ตั้งอยู่หลังตลาด ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก กอบกุล ทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟออยู่ที่ร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่ง ส่วน ลลิตา เป็นลูกสาวเจ้าของอพาร์ตเม้นต์และเจ้าของตลาดที่มารดาของเธอเช่าแผงขายขนมอยู่นั่นเอง

           กอบกุลพักอยูที่ห้องริมสุดของชั้นสี่บนตึกห้าชั้นแห่งนี้ ซึ่งเป็นห้องพักที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่ก็สะดวกสบายเหมาะสมกับราคาค่าเช่าห้าพันบาทต่อเดือน เธอกับลลิตามักจะมารวมตัวกันที่ห้องของกอบกุลเสมอ เพื่อดื่มสังสรรค์และเม้าท์มอยด์ไร้สาระตามประสาเพื่อนรักเพื่อนซี๊   

           “มีห้องว่างมั้ยคะ จะขอเช่าห้อง 1 คืนค่ะ” เธอเลือกเช่าห้องพักแบบชั่วคราวแทนที่จะไปรบกวนเพื่อน เพราะเวลานี้เธออยากใช้เวลากับตัวเองให้มากที่สุดก่อน เธออยากคิดทบทวนและตั้งสติตั้งอารมณ์ ก่อนจะนำเรื่องเลวร้ายที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้ไปปรึกษากับเพื่อนรักทั้งสอง ซึ่งก็คงจะตกใจไม่น้อยหากได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้น   

           เมื่อได้การ์ดห้องพักแล้ว เธอก็ขึ้นลิฟต์กดเลขชั้นห้า ซึ่งเป็นชั้นที่มีไว้สำหรับบริการห้องพักชั่วคราวหรือค้างคืนแบบเดียวกับโรงแรมทั่วไป    

           “เฮ่อ...” เธอก้าวเข้าห้องพักอย่างหมดแรงอ่อนล้า ถอนหายใจออกมาอย่างคนสิ้นหวัง ดวงตากลมโตตรมตรอมเสียใจอย่างล้นเหลือ ม่านตาชุ่มน้ำจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร

           “อือ....”  แม้จะพยายามกลั้นไว้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ น้ำตาของเธอไหลหลั่งออกมาราวกับทำนบพัง อกสะท้อนสะอื้นให้เหมือนจะขาดใจตายเสียตรงนี้  

           เธอเดินไปยังปลายเตียงกลางห้อง ทิ้งตัวทรุดลงนั่งบนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ พร้อมกับร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก   

           “ฮือ...ทำไมคุณทำกับฉันแบบนี้” จนถึงวินาทีนี้ เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำเธอได้ลงคอ เธอรักเขามาก รักหมดหัวใจ รักมาแต่เด็ก รักมาแต่ไหนแต่ไร แต่สิ่งที่เขาตอบแทนความรักที่เธอมอบให้ มันก็แค่คำโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น

           “คนใจร้าย คนใจดำ คนเลว!” ขณะที่เธอร้องไห้คร่ำครวญเหมือนจะขาดใจ โทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เป็นสายจากเขา แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ว่าเธอรู้แผนการของเขาแล้ว เขาก็คงอยากเช็คว่าเธอยังโง่เง่าเต่าตุ่นอยู่เหมือนเดิมรึเปล่า

           “เมฆ...คุณใจร้ายที่สุดเลย” เธอมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความเจ็บปวดหัวใจ น้ำตาไหลตกลงบนหน้าจอโทรศัพท์จนเปียกฉ่ำ อาบคลุมคำว่าที่รักจนมันเลือนลางแทบมองไม่เห็น

           เธอตัดสินใจไม่รับสายจากเขา ปล่อยให้มันลั่นอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งสายถูกตัดไป เขาก็โทรเข้ามาใหม่ ไม่ยอมลดราวาศอก เขาจำเป็นต้องแสดงให้สมจริงที่สุด ทำเหมือนคนรักที่ห่วงใยกันและคิดถึงกันตลอดเวลา

           “ฉันทำอะไรให้คุณนักหนา ทำไมคุณกับเพื่อน ๆ ของคุณถึงทำกับฉันแบบนี้!!” เธอตั้งคำถามกับตัวเอง พยายามคิดทบทวนว่าเธอทำอะไรผิดพลาดตรงไหน หรือเธอทำอะไรให้เขาหรือกลุ่มเพื่อนของเขาไม่พอใจรึเปล่า แต่คิดเท่าไหร่ก็มองไม่เห็น หาคำตอบไม่เจอ เพราะเธอกับพวกเขาแทบไม่เจอหน้ากันอีกเลยหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย

           “หรือว่า...ทำแค่...เพราะความสนุก” เห็นเธอเป็นแค่เหยื่อคลายเหงา เห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชั่วคราว หรือเห็นเธอเป็นแค่ตัวตลกกันแน่  

           “ถ้าคุณทำไปเพราะความสนุก คุณก็สารเลวเกินไปมากเลยเมฆ มันเกินไปจริงๆ”

           เขาโทรมาอีกหลายสาย เมื่อเธอไม่ยอมรับสาย เขาก็เลยส่งข้อความผ่านไลน์มาแทน แต่เธอก็ไม่ยอมเปิดดูมันหรอกนะ เพราะเธอรู้ว่ามันไม่ได้ถูกส่งมาจากใจ !!!

 



                       
  B
  E
  R
  L
  I
  N
  ❀
           
 
 
B
E
R
L
I
N
Select AllCopy To Clipboard
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #1 cbfiford (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 23:32
    ไรท์เขียนดีเว่อร์
    #1
    1
    • #1-1 แมวมณี(จากตอนที่ 2)
      26 สิงหาคม 2561 / 19:32
      ขอบคุณนะค๊าาาา^^
      #1-1