คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ The Mask Singer ]It’s all in your mind (อีกากินทุเรียน)

"คุณไม่ได้คิดไปเอง และผมจะไม่ปล่อยคุณไปจนกว่าคุณจะบอกว่ารักผม"

ยอดวิวรวม

392

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


392

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


42
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 มี.ค. 60 / 16:33 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ป็นเรื่องที่ 2 ของคู่นี้เลยค่ะ ความจริงแต่งไว้ตั้งแต่ 2 อาทิตย์ที่แล้วแต่ลืมเอาลงค่ะ(ช่วงนั้นสอบอยู่ค่ะ แง้;;;)
เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของเราค่ะ ไม่ได้อยากให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคลคนไหนทั้งนั้นนะคะ นิสัยอาจจะไม่ต้องตามคาร์มากนะคะ
เนื้อหาชายรักชายถ้าไม่ชอบก็ปิดไปได้เลยค่ะ งดดราม่าเนอะ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ:)
hash?tag

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 มี.ค. 60 / 16:33

บันทึกเป็น Favorite


ร่างหนามสีเขียวที่ตอนนี้กำลังนั่งมองจอที่กำลังมีร่างของใครบางคนที่กำลังเชิดฉายอยู่บนเวทีที่มีสปอร์ตไลท์ส่องไปตรงร่างๆนั้น



ขกนกสีดำขลับที่ขยับไปตามการเคลื่อนไหวของอีกคน จะงอยปากสีดำที่ยื่นออกมาจากส่วนของหน้ากาก ชุดคลุมที่ดูพะรุงพะรังเพราะขนนกสีดำสั่นไหวไปตามแรงของเจ้าตัว



มือที่สวมถุงมือหนังสีดำยื่นออกมาตรงหน้าราวกับกำลังไขว่คว้าอะไรบางอย่าง มืออีกข้างที่กำชับไมค์ไว้แน่น เสียงแหบพร่าที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากการร้องเพลงนั้น ทำให้คนที่นั่งฟังถึงกับหลับตาพริ้มด้วยความหลงใหลในเสียงของเขา



จ้องมองเข้าไปในดวงตาใต้หน้ากากผ่านหน้าจอ คล้ายกับต้องการจะมองให้ทะลุสิ่งที่บดบังใบหน้าไว้ แวบหนึ่งที่เขารู้สึกเหมือนเขากับคนในจอภาพสบตากัน




ไม่ได้สบตากันซะหน่อย…..




เจ้าตัวบ่นกับตัวเองในใจ ราวกับต้องการให้เขาหยุดคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้ว เบนสายตาจากหน้าจอแล้วส่ายหน้าไปมาพร้อมทั้งยังตบหน้ากากของตัวเองคล้ายกับจะเรียกสติจนการ์ดที่ยืนอยู่ด้านข้างต้องถามด้วยความฉงน



“คุณหน้ากากทุเรียนเป็นอะไรรึเปล่าครับ?”



“เปล่าฮะ ไม่ได้เป็นอะไร”



“แน่ใจนะครับ คุณจะไปพักก่อนมั้ย”



“เดี๋ยวผมค่อยไปหลังจากที่โชว์นี่จบฮะ”



หน้ากากทุเรียนหันไปมองการ์ดของตนพร้อมกับระบายยิ้มภายใต้หน้ากากให้กับความใส่ใจและเป็นห่วงของอีกคน ถึงเขาจะไม่เห็นก็ตาม



เขาหันไปสนใจคนในจอภาพอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะร้องเพลงจบแล้ว เจ้าของหน้ากากหนามเผลอทำหน้าเสียดายเล็กน้อยพร้อมกับเสียงที่บ่นออกมาอย่างงึมงำ



“หวา จบซะแล้ว….”



เขาหันหน้าไปพยักพเยิดให้กับการ์ดของตนก่อนที่จะผุดลุกขึ้นยืนทำท่ากำลังจะเดินออกไปจากที่ตรงนี้ แต่ก็มีเสียงหนึ่งเรียกเขาเอาไว้ซะก่อน



“ทุเรียน”



“อ้าว โพนี่”



เขาหันหน้ากลับไปหาคู่สนสทนาสาวตรงหน้า เธอโยกตัวไปมาทำให้ผมยาวสีชมพูพลิ้วไสวไปตามการเคลื่อนไหว



“ได้ฟังที่คุณอีการ้องเพลงเมื่อกี้รึเปล่า”



“ฟังฮะ”



“เขาสุดยอดมากเลยเนอะ! ตอนท่อนว้ากนี่อย่างชอบเลยอะ”



นึกย้อนภาพที่อีกคนร้องเพลงตรงท่อนฮุคที่ต้องว้ากแถมมือสีดำที่ยื่นออกมาข้างหน้านั่นอีก ความรู้สึกปั่นป่วนพลันแล่นไปทั่วตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อนึกถึงอีกคน



“อา...อืม สุดยอดฮะ”



“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ?”



เสียงทุ้มที่ติดแหบถึงแม้จะผ่านไมค์แปลงเสียงแล้วก็ตาม เอ่ยขึ้นด้านหลังของร่างเล็กผู้เป็นเจ้าของชุดลายตาราง ผู้หญิงที่ยืนอยู่คนเดียวในวงสนทนาตอนนี้เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังพูดถึงมาอยู่ตรงหน้า เธอก็แทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจทันที ผิดกับอีกคนที่ยืนนิ่งก้มหน้าก้มตาผิดปกติ



“คุณอีกา!”



ร่างของสาวเจ้าแทบถลาเข้าไปกอดร่างของบุคคลที่สามทันที ถ้าไม่ติดว่ามีการ์ดอยู่น่ะนะ เห็นท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่เจอของที่ชอบของสาวตรงหน้าชายหนุ่มใต้หน้ากากอีกาดำก็ยิ้มออกมาบางๆ



“ครับ”



“คุณร้องเพลงได้สุดยอดมากเลยค่ะ ฉันนี่ยืนทึ่งค้างเป็นปูนปั้นเลยค่ะ!”



“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”



“มันขนาดนั้นเลยล่ะค่ะ หลงเสียงคุณเต็มๆเลยล่ะ ฮิฮิ”



ร่างบางยกมือขึ้นมาไว้ตรงที่คาดว่าน่าจะเป็นบริเวณปากพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ ฝ่ายที่ถูกชมก็ได้แต่ยิ้มรับเงียบๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของร่างตรงหน้าที่ยืนหันหลังให้เขานั้นดูเงียบลง เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาให้อีกคนได้มีส่วนร่วมทั้งที่จริงๆอีกคนจะแทรกเองก็ได้



“คุณทุเรียนก็ร้องเพลงเพราะนะครับ”



“ใช่ค่ะ เสียงทุเรียนใสมาก ใสกริ๊งแบบแก้วเลยค่ะ”



“ยิ่งเพลงสากลยิ่งเพราะนะครับ ผมก็ชอบเสียงคุณทุเรียนเหมือนกัน”




ชอบ….เสียง…..คุณทุเรียน

.

.

.

.

.

.

ชอบ….คุณทุเ------




“อ้าว นั่นทุเรียนจะไปไหนน่ะ”



เสียงที่ถูกดัดจนทำให้เล็กแหลมเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเป็นหัวข้อสนทนากำลังเดินออกไปจากวงสนทนา



“รู้สึกเหมือนจะเวียนหัวนิดๆนะฮะ”



เจ้าของชุดลายตารางสีเขียวตรงหน้าไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง…...แปลก



“หายเร็วๆน้า พักผ่อนเยอะๆด้วยโพนี่เป็นห่วง”ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มโบกไม้โบกมือลาร่างเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกคนตอบรับเพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินหายลับไปแล้ว เธอก็หันมาหาอีกคนทันที



“ทุเรียนไม่ได้ทะเลาะกับคุณใช่มั้ยคะ”



“ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ?”เขาเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่อยู่ๆก็โดนถามแบบนี้ คุยก็แทบไม่ค่อยจะได้คุยกัน จะเอาเวลาไหนไปทะเลาะกัน?



“เห็นทุเรียนเงียบไปเลยนะคะตอนที่คุณเข้ามา”



ใช่ หน้ากากนกสีทมิฬพยักหน้าอย่างยอมรับ เขาสังเกตเห็นหลังจากที่ตัวเขาเดินเข้ามาอีกคนก็ดูจะเงียบไปเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยังคุยกับหญิงสาวตรงหน้าอยู่เลยแท้ๆ




หรือเขาทำอะไรให้อีกคนโกรธ….?



ยิ่งคิดก็ดูเหมือนจะหมดปัญญา ปัญญาหมดหน้าก็อยากมืด ประสาทจะกินขอพารา…....อีกาเครียด



“ผมทำอะไรให้คุณทุเรียนเขาโกรธรึเปล่าครับ…..”ถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แลดูหมดหวังที่จะคิดหาคำตอบ เล่นหมากฮอสเก่งซะเปล่าเรื่องแบบนี้คิดไม่ออก



“ถ้าคุณไม่รู้ฉันก็คงไม่รู้เหมือนกันแหละค่ะ….”



“.....”



“โอ๊ะๆๆ นี่คุณอีกาซีเรียสเรื่องของทุเรียนเหรอคะเนี่ย”หญิงสาวตรงหน้าเอามือไขว่หลังกันก่อนที่จะชะโงกหน้ามาใกล้ใบหน้าภายใต้หน้าขนนกของอีกคน เจ้าหล่อนเอียงซ้ายทีขวาทีเหมือนกับจะตรวจสอบให้แน่ใจ ได้ยินเสียงหัวเราะจากไมค์ตัวจิ๋วใต้หน้ากากที่ดังออกมา



“ไม่ซีครับ แต่อยากกินพารา”



“โธ่!พูดมาตรงๆเลยก็ได้ค่ะ อ้อมมากระวังช้าไปนะคะ”



เมื่อเห็นคู่สนทนาของเธอนิ่งเงียบไปตัวเธอก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมาทันที วิกสีชมพูขยับไปมาตามการโยกตัวของหญิงสาว รู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นคนทั้งคู่มีปฏิกิริยาแบบนี้



“ฉันมีวิธีค่ะ”เสียงแปร่งของหญิงสาวเอ่ยออกมาแฝงแววเจ้าเล่ห์อยู่ภายในน้ำเสียงนั้น



อยากรู้รึเปล่าคะ







3 วัน……



เป็นเวลาที่ดูเหมือนไม่นานเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว แต่สำหรับตัวเขาเองแล้วก็หนักเอาการ เป็นเวลาสามวันเต็มแล้วที่เขาหลบหน้าคนๆหนึ่ง ปกติก็แทบจะไม่ค่อยได้เจอกันอยู่แล้วยิ่งเขาหลบหน้าแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ หวังว่าอีกคนคงไม่สังเกตนะ…..เขาจะไปสังเกตได้ยังไงล่ะ หวังอะไรอยู่เนี่ย



เสียงถอนหายใจที่ดังลอดผ่านหน้ากากออกมาเบาๆแต่ถึงอย่างนั้นการ์ดของเขาก็ไม่ได้ยิน ขาทั้งสองข้างของเจ้าตัวก้าวเดินไปตามทาง ระหว่างทางก็เจอพวกทีมงานก็เอ่ยทักทายไปอย่างกวนๆตามแบบฉบับของเขา ซึ่งก็สร้างเสียงโวกเวกจากบริเวณนั้นได้พอสมควร



“ทุเรียนอยู่นี่เอง!”



“หือ”



เจ้าของชุดลายตารางหันกลับไปมองตามเสียงเรียกก็พบกับหญิงสาวร่างเล็กที่มีผมสีชมพูคนเดิมกำลังวิ่งมาทางเขาอยู่



“มีอะไรกับผมเหรอฮะโพนี่”



“มีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะ ไปคุยกันที่ห้องของทุเรียนได้มั้ย”



“ได้ฮะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”



“งั้นไปรอที่ห้องก่อนเลยนะ เดี๋ยวโพนี่ตามไป”



พูดจบร่างเล็กของเจ้าหล่อนก็รีบวิ่งออกไปก่อนที่เขาจะได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ยิ้มนิดๆภายใต้หน้ากากกับการที่อีกคนดูเหมือนเด็ก เขาบอกลากับทีมงานและรีบสาวเท้าตรงไปยังห้องแต่งตัวของเขาเอง เมื่อถึงประตูหน้าห้องแล้วหน้ากากหนามหันกลับไปหาการ์ดของตน เขาพยักหน้าคล้ายกับจะสื่อบางอย่างก่อนที่การ์ดของเขาจะพยักหน้ารับ



ถุงมือหนามเอื้อมมือออกไปจับลูกบิดแล้วหมุนมันให้เปิดออก เขาก้าวเข้าไปในห้องก่อนที่จะปิดประตูลง ตัดสินใจเลือกที่จะไปนั่งตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ถอดถุงมือหนามสีเขียวนั่นออกลงไว้บนโต๊ะพร้อมกับสูทตัวนอกที่ถูกถอดออกไปพาดไว้บนที่นั่ง จ้องมองเข้าไปในกระจกสบกับดวงตาของตัวเอง พลันก็เห็นว่าประตูกำลังถูกเปิดเขาจึงยันตัวลุกขึ้นแล้วหันไปทางด้านหลัง



“กำลังรออยู่เลยโพน--------”



แต่หากว่าร่างตรงหน้าหาใช่คนที่นัดกับกับเขาไว้หรือไม่…...ร่างสีดำทมิฬที่กำลังปิดประตูห้องของเขาลง หน้ากากที่มีจะงอยปากสีดำขลับยื่นออกมาจากส่วนหน้า ชุดที่ดูพะรุงพะรังเพราะขนนกที่คอยขยับไปตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว



ตึง

.

.

.

เสียงดังที่เกิดจากเจ้าของห้องดันขาอ่อนล้มพับไปจนหลังของเจ้าตัวกระแทกเข้ากับโต๊ะ ทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะกระจัดกระจายเต็มไปหมดบางส่วนก็ตกลงพื้นไป เมื่อนึกได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปเขาก็รีบเรียกสติตัวเองก่อนที่จะเดินออกมาจากตรงนั้นหมายจะตรงไปที่ประตู



“จะรีบไปไหนเหรอครับ?”



เสียงที่ดังออกมาจากหน้ากากขนนกที่ผ่านการแปลงเสียงแล้ว แต่ก็ยังคงติดแหบอยู่เป็นเอกลักษณ์ของอีกคนเลยก็ว่าได้ ก้มลงมองสัมผัสที่อยู่ตรงช่วงแขนก็เห็นว่าอีกฝ่ายจับมันไว้เอง



“ปล่อยนะฮะ ผมมีธุระกับโพนี่”



เขาเลี่ยงที่จะสบกับดวงตาภายใต้หน้ากากขนนกนั่น…….



“คุณโพนี่ไม่ได้มีธุระอะไรกับคุณหรอก”



“คุณจะไปรู้ได้ไงฮะ ก็เมื่อกี้---”



“เขาเป็นคนนัดคุณให้ผมเองครับ”



“......”



มือเล็กพยายามที่จะแงะมือของอีกคนที่กำลังจับแขนเขาไว้อยู่ให้หลุดออก ความรู้สึกต่างๆมันตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมดความคิดของเขาก็เช่นกัน รู้แค่ว่าเขาต้องออกไปจากห้องนี้ก่อน



“บอกว่าให้ปล่อยไงฮะ”



“ไม่ครับ”



“โธ่เว้ย!ปล่อย…...อ๊ะ”ร่างเล็กที่เสียการทรงตัวจากที่เขาสะบัดแขนอย่างแรงให้หลุดออกจากการเกาะกุมของอีกคน ทำให้ตัวเองเสียหลักลื่น เจ้าตัวหลับตาปี๋เมื่อกำลังจะรับรู้ถึงความเจ็บที่กำลังจะได้สัมผัส



แต่กลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย…...เขาค่อยๆลืมตาขึ้นด้วยความวิตกก่อนที่จะรู้สึกประหลาดใจ เมื่อรับรู้ถึงสัมผัสแปลกๆที่ดูเหมือนกำลังกอดเขาไว้



หือ กอด?



ร่างเล็กรีบลืมตาขึ้นและเหลือบตามองขึ้นข้างบน หน้ากากขนนกสีดำปรากฏสู่สายตาของเจ้าตัว จะงอยปากที่ยื่นเกินออกมาจากส่วนหน้าอยู่ห่างจากหน้ากากหนามของเขาเพียงแค่ไม่กี่สิบเซน



“ปล่อย!”



เสียงที่ถูกดัดจนทำให้ฟังดูแปร่งตอนนี้กลับแข็งกร้าวขึ้นมา สองมือเปลือยเปล่าพยายามที่จะดันอกคนที่กำลังกอดเขาอยู่ให้คลายกอดออก ทำให้คนที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีดำสนิทย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ยิ่งอีกคนผลักเขามากเท่าไรเขาก็ยิ่งเพิ่มแรงกอดมากเท่านั้น สร้างความไม่พอใจให้กับร่างเล็กอยู่ไม่น้อย ได้ยินเสียงฮึดฮัดดังออกมาจากไมค์ตัวจิ๋วนั่น เขาลดมือข้างนึงไปกดปิดไมค์ใต้หน้ากากนั่นลง



“โกรธอะไรผมเหรอครับ?”



เสียงทุ้มติดแหบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน้อยใจ หน้าของร่างเล็กพลันขึ้นสี ดีที่มีหน้ากากของเจ้าตัวปิดไว้อยู่ไม่งั้นอีกคนต้องเห็นมันแน่ๆ กว่าที่เขาจะหาเสียงของตัวเองเจอก็ใช้เวลาหลายนาทีด้วยกัน



“....ไม่ได้โกรธอะไรคุณนี่ฮะ”



“แล้วหลบหน้าผมตั้ง 3 วันทำไมครับ”



“.....”



ไร้เสียงตอบจากร่างที่อยู่ในอ้อมกอด ได้ยินเสียงเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างจากอีกคนแต่ก็เงียบลงไปเหมือนเดิม ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เขายังคงรอคำตอบจากร่างเล็กอยู่แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ยอมพูด เลยทำให้ต้องเป็นเขาเองที่ต้องปริปากพูดก่อน



“คิดว่าผมไม่สังเกตเหรอครับ?.....นี่คุณเห็นว่าผมเป็นคนยังไงกันครับ”



“แล้วท่าทางไม่ระวังตัวนั่นอีก คืออะไรเหรอครับ?”



ไม่พูดเปล่ามือที่สวมถุงมือหนังสีดำก็ลูบมือของร่างภายในอ้อมกอดที่ไร้ซึ่งถุงมือหนามอย่างเคย คนถูกสัมผัสเผลอส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะรีบหุบปากแทบจะทันทีเมื่อนึกได้ ริมฝีปากใต้หน้ากากสีดำยกยิ้มขึ้นอย่างชอบใจเมื่อเสียงร้องของอีกคนดังลอดออกมา น่าเสียดาย….ที่เขาดันอยากได้ยินเสียงจริงๆของอีกคนมากกว่า



มือที่สวมถุงมือหนังสีดำถูกยกขึ้นไปสัมผัสกับหน้ากากของอีกคน ค่อยๆเลื่อนมันไปข้างล่างใต้คางอย่างเนิบนาบ ปิดสวิทช์ไมค์ลงอย่างเบามือโดยที่ดูเหมือนเจ้าของจะนิ่งค้างไป เขายกมือข้างนั้นขึ้นมาดึงหน้ากากของเขาขึ้นให้เห็นเพียงแค่ปาก ก่อนที่จะใช้ปากดึงถุงมือหนังสีดำให้หลุดไปเผยให้เห็นมือเรียวขาว



“พูดสิครับ ว่าโกรธผมเรื่องอะไร”



อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบ เขาตัดสินใจยกมือที่ไร้ซึ่งสิ่งบดบังไปสัมผัสกับหน้ากากหนามที่ประดับบนใบหน้าของคนตรงหน้าไว้ เขาอยากกระชากหน้ากากนี้ออก อยากรู้ว่าใต้หน้ากากนั้นกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่



กำลังโกรธ สับสัน หรือว่าด่าเขาอยู่ในใจกันนะ



ได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองในใจโดยไม่คิดจะถามความเห็นจากเจ้าตัว ในเมื่อเขาไม่อยากได้คำตอบจากปากแต่เป็นใบหน้าของอีกฝ่ายต่างหาก มือของเขาค่อยๆบรรจงเลื่อนหน้ากากของอีกคนขึ้นอย่างอ้อยอิ่ง เลื่อนขึ้นจนมันเลยไปถึงดั้งจมูกของอีกคนแล้วมองใบหน้าตรงหน้าอย่างชัดๆ



อา…...แบบนี้แย่แน่ ไม่ดีแบบสุดๆไปเลย….



ใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาดอย่างที่สุด ปากเล็กที่เผยอออกราวกับกำลังเชิญชวน นี่เขายังไม่เห็นนะว่าดวงตาภายใต้หน้ากากกำลังส่งสายตาแบบไหนอยู่ ถ้าเขาเปิดหน้ากากของอีกคนหมดนี่ตัวเขาคงจะ………….



“....แค่คนเดียว...”



“...พูดว่าอะไรนะฮะ”ร่างเล็กที่ดูจะเงียบมานานเอ่ยถามร่างชุดดำด้วยความสับสน สมองของเขาเมื่อครู่ยังประมวลผลไม่ทันเหมือนจะเพิ่งกลับมาใช้งานได้อีกครั้งเมื่อกี้นี้ รู้สึกถึงแขนของอีกคนที่ผ่อนแรงกอดลง



“ทำหน้าแบบนี้ให้ผมเห็นได้แค่คนเดียวนะครับ”



“เพราะผมไม่อยากให้คนอื่นเห็น”



ผมหวง



ประโยคที่ค่อยๆถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนตรงหน้ายิ่งสร้างอุณหภูมิในร่างกายของเขาให้สูงขึ้นเป็นเท่าตัว ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกคนถึงไม่พูดให้มันจบไปเลยในประโยคเดียว จะค่อยๆพูดให้มันเนิบนาบชัดถ้อยชัดคำแบบนี้ทำไม



นี่คนนะ ก็เขิลเป็นนะ เข้าใจนะ……



“แล้วสรุปโกรธผมเรื่องอะไร จะตอบผมได้มั้ยครับ”



“...ไม่ได้โกรธฮะ”เสียงที่เปล่งออกมาฟังดูอู้อี้จนคนฟังถึงกับตีหน้ายุ่ง แล้วก้มหน้าที่มีหน้ากากปิดอยู่ครึ่งๆกลางๆลงไปใกล้คนที่พูด



“บอกว่าไม่ได้โกรธไงฮะ”



“แล้วทำไมถึงหลบหน้าล่ะครับ”



“ก็…...ก็….”มือขาวเรียวเล็กยกขึ้นมาเหนืออก นิ้วที่ชนกันเองนั้นคล้ายกับกำลังไม่มั่นใจในตัวเอง ปากสีพีชโดยธรรมชาติเม้มเข้าหากันน้อยๆด้วยความวิตก เจ้าตัวมีคำตอบอยู่ในหัวแต่เขาตอบไปไม่ได้เลยสักคำ



“ถ้ายังไม่ตอบผมจะกอดคุณไปแบบนี้จนกว่าคุณจะตอบ”ไม่พูดเปล่าแขนของเจ้าตัวก็กอดรัดร่างเล็กแน่นมากขึ้น หน้ากากหนามเงยหน้าไปมองตัวการแทบจะทันที ให้เดาคงไม่พ้นกำลังมองเขาด้วยสายตาค้อนแน่ๆ



“ผม….ชอบ...….อือ...”



“ชอบ...คุณ….”



“.....”



“.....”



“............”



“............”



“ผมล้อเล่นนะฮะ”



รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าขาวนวล รับรู้ถึงแรงกอดของอีกคนที่ลดลงจนแขนที่กอดตัวเขาไว้มันตกลงไปแนบอยู่ข้างลำตัวของเจ้าของ ขาของเขาขยับถอยหลังไปเพื่อออกห่างจากร่างทะมึนตรงหน้า อีกคนดูนิ่งเงียบผิดปกติไปจนเขานึกใจหาย



“ล้อเล่นกันซะจนผมเกือบหัวใจวายไปแล้วนะครับ”



“เห็นเงียบไปผมก็คิดว่าหัวใจวายไปแล้วซะอีกนะฮะ”



“อาจจะวายไปแล้วด้วยล่ะครับ”รอยยิ้มถูกยกขึ้นเพียงแค่มุมปาก แต่กลับสร้างผลร้ายแรงต่อคนที่มองเหลือเกิน เก็บอาการ…..เก็บอาการ….



“ล้อกันเล่นแบบนี้ไม่ดีนะฮะ”



“ครับ ไม่ดีมากเลยล่ะ”



ใบหน้าครึ่งหน้ากากสีดำถูกยื่นเข้ามาจนใกล้ในระยะประชิด ร่างเล็กเผลอถอยหลังไปโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าหลังของเขาติดกับประตูซะแล้ว หันหลังกลับไปมองตามสัญชาติญาณแล้วหันหน้ากลับมาก็พบว่าใบหน้านั้นเข้าใกล้มากกว่าทุกที



“หยุดแกล้งผมเถอะฮะ”



“ผมชอบคุณครับ”



“ฮะ……ห๊ะ อะไรนะฮะ?”



“ล้อเล่นครับ”



โน้มตัวลงมาใกล้พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แฝงแววของความเจ้าเล่ห์ติดแหบ ทุกถ้อยคำที่กระซิบข้างหูของคนตัวเล็กกลับสร้างความร้อนรุ่มไว้ข้างในตัวเขา ทำได้แค่เพียงเบนหน้าหนีแต่ก็ดูเหมือนจะเข้าทางของอีกคนมากขึ้น เพราะดูเหมือนอีกคนจะยิ่งขยับเข้าใกล้เขาได้มากขึ้น



ผมรักคุณ



“ล้อเล่นอีกสินะฮะ”



“พอดีผมเป็นคนพูดตรงๆครับ”



“...ผมไปก่อนนะฮะ”



มือของร่างเล็กเอื้อมไปจับลูกบิดแล้วหมุนเพื่อจะเปิดมันออก แต่พยายามเท่าไรดูเหมือนมันจะไม่ยอมเปิดให้เขาเลย จนเจ้าตัวต้องพลิกตัวกลับไปหาประตูและพยายามเปิดมันอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเลยสักนิด จนเมื่อตอนที่เขาได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากด้านหลัง ทำให้เขาต้องหันหลังกลับไปสบตากับอีกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้



“มีอะไรน่าหัวเราะเหรอฮะ?”



“ผมเป็นคนล็อคประตูเองครับ….”มือที่สวมถุงมือเพียงข้างเดียวล้วงเข้าไปในชุดขนนกสีดำนั่น ก่อนที่จะดึงมือออกมาพร้อมกับชูบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาให้เขาดูต่อหน้า



“ส่วนกุญแจก็อยู่นี่ครับ”



“ขอคืนด้วยฮะ”



มือเล็กขยับเอื้อมไปหมายจะคว้าเอากุญแจคืนมาจากอีกคน แต่ร่างตรงหน้าก็ขยับแขนของเขาให้มันชูสูงขึ้นกว่าเดิม จนร่างหนามเสียหลักถลาเข้าหาอกของอีกคน เมื่อนึกได้มือที่เล็กกว่าก็ดันอกอีกคนออกแต่ก็ถูกรวบเอวให้ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ลมหายใจร้อนรดรินบนใบหน้าที่กำลังแดงขึ้นมาของคนที่ถูกกอด



“ผมจะไม่คืนให้ จนกว่าคุณจะบอกว่ารักผม



คนแก่กว่าดันจนหลังเขาชิดกับประตูอีกครั้ง ใบหน้าที่มีหน้ากากขนนกประดับไว้ถูกโน้มให้เข้าใกล้มากยิ่งกว่าทุกที และหลังจากนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงน้ำหนักตัวของอีกคนที่ทับถมตัวเขาลงมา……...


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ลูกแมวน้อยสีเทา จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 GPKUPP (@GPKUPP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:16
    มีความค้างCARมากค่ะ???
    #3
    0
  2. วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 22:16
    ฮืออออ ต้องไขกุญแจกันแน่ๆเลย ชอบมากเลยค่ะะะะ งือออ เขินไปล้าววว
    #2
    1
  3. วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 14:47
    โอ้ยยย เขินกว่าน้องทุอีกค่ะ.  ชอบคาร์พี่อีกาแบบนี้มาก แพ้ทางมากคนขรึมๆนิ่งๆแต่แฝงความเจ้าเล่ห์แบบเต็มเปี่ยม งืออออ  อยากให้เขียนอีกจังค่าาา
    #1
    1
    • 12 มีนาคม 2560 / 16:35
      ชอบคาร์แบบนี้เหรอคะ ดีใจจัง////// มีพล็อตอะไรก็เสนอเราได้นะคะ ตอนนี้สมองโล่งมากค่ะ55555
      #1-1