แฟนฟิคจำเลยรักภาคพิสดาร

ตอนที่ 3 : อย่าให้ต้องเหนื่อยกว่านี้นะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

 

จำเลยรักภาคพิสดาร ตอนที่3

 

เพียงได้รับความเย็นจัดของน้ำในโอ่งโศรยาก็ตาสว่าง และเริ่มอมยิ้มเมื่อนึกขึ้นว่าหฤษณ์คงยังไม่เข็ดฝีมือทำกับข้าวที่ผิดพลาดทางเทคนิคของเธอ เช้านี้กับของสดที่เหลือเธอจะทำสุดฝีมือเพื่อให้เขาติดใจ

เมื่อลงมาด้านล่างก็พบนายใบ้ที่ยืนยิ้มฟันขาวชี้โบ้ชี้เบ้ไปด้านหลังของกระท่อม ใกล้เพิงที่กั้นห้องน้ำด้วยหญ้าแฝก ซึ่ง ณ ที่ตรงนั้นก็มีภาพที่ทำให้โศรยาตะลึง

 

ล่ำมากเลยค่าาาท่านผู้ชมขา...ก้อนกล้ามเนื้อปลายถันสีชมพูระเรื่อยมาเป็นลอนหน้าท้องที่ไร้ส่วนเกิน นับไปนับมาได้หกแพ็คพอดิบพอดี สำรวจไล่มาจนถึงแบล๊คโฮหลุมสะดือเรียวรีน่าหลงไหล และ...ต่ำลงมานั้นมีริ้วทางของทุ่งหญ้าสวันน่าที่มองอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นป่าดงดิบเสียดายแต่กางเกงขาก๊วยนั้นเอวสูงกว่าที่หวังไว้

มือบางจับจอบครึ้มใจ ความกลัวเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง ได้แต่ขุดดินไปลอบมองไป และคอยกลืนน้ำลายเป็นพักๆ ขุดดินฝังเมล็ดพืชรดน้ำ โดยช่วยกันสามคนนั้นเป็นงานไม่หนักนัก กว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยง โศรยาจึงรีบไปทำกับข้าวอย่างวาดหวัง

 

ผัดเปรี้ยวหวานสับปะรด ไข่เจียวใส่หัวมัน แกงจืดตำลึง เสร็จในเวลารวดเร็ว สายตาดุคมมองกิริยาทำอาหารอย่างคล่องแคล่วนั้นอย่างแปลกตา กลิ่นหอมของอาหารลอยลมมาทำให้ท้องร้อง จึงตกลงใจจะลองกินอาหารฝีมือของเชลยสาวอีกครั้ง

 

เพียงอาหารเข้าปาก รสชาติแตกต่างจากเมื่อวานราวหน้ามือกับหลังเท้า หฤษณ์กินอย่างเอร็ดอร่อย สร้างความพอใจมากมายให้แก่โศรยา

“ขอบใจที่ไม่แกล้งทำน้ำปลาหกใส่เหมือนเมื่อวาน” ร่างสูงใหญ่พูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นเดินดุ่มๆลงเขาไป

“แกล้งซะที่ไหนล่ะ” โศรยาพึมพำยิ้มหน้าเป็นกับจานชามตรงหน้า

 

คนร่างบางเก็บจานชามมานั่งล้างอย่างมีความสุข คาดว่าเย็นนี้หฤษณ์ก็คงขึ้นมากินอาหารฝีมือเธออีกแน่นอน 

ล้างจานได้ไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวสวยสีสันลายดอก วงหน้าเข้มไปด้วยเครื่องสำอางเดินเข้ามา พร้อมกับเลียบๆเคียงๆ ท่าทางคุ้นเคยกับสถานที่คงจะเป็นคนแถวนี้

 

“เธอมาอยู่กระท่อมนี่ได้ยังไง”

“คุณหฤษณ์พามา” โศรยาตอบตามจริง

“พามา พามาทำไม”

“เขาลักพาตัวฉันมาน่ะสิ”

“ขี้หก เธออยากจะมาอยู่กับเขาเองใช่ม้าย” โศรยาทำหน้าไม่ถูก เมื่อหญิงสาวผู้นี้พูดล้วงลึกแทงใจดำ

“บ้า เขาลักพาตัวฉันมา ฉันไม่ได้อยากมา” เรื่องอะไรจะบอกความจริงในใจให้คนอื่นรับรู้ ผู้หญิงคนนี้ดูแปลกๆไม่น่าไว้วางใจอย่างไรก็ไม่ทราบ

 

“ฉันชื่อบุญทาย ฉันเป็นเมียนายหัวหฤษณ์” แก้วที่แตกเป็นเสี่ยงๆยังเทียบไม่ได้กับหัวใจของโศรยาในตอนนี้ เธอหูอื้อตาลายผิดหวังอย่างแรงนิ

“เอาไหมฉันจะช่วยเธอ ช่วยให้เธอหนีไปจากที่นี่” โลกแห่งความเป็นจริงชอนไชเข้ามาในหู

“แปลว่าอะไร ทำไมเธอถึงจะมาช่วยฉัน” ไม่ได้การล่ะท่าทางบุญทายคนนี้จะพูดไม่จริง ถ้าหากเป็นพวกเดียวกันกับหฤษณ์ ก็ไม่น่าที่จะมาช่วยเธอ

 

“ฉันอยากช่วย เธอเป็นผู้หญิงเหมือนๆกับฉัน” ไม่เนียนเลยผู้หญิงคนนี้ เอาเถอะเพื่อชีวิตที่มีรสชาติจะลองแกล้งทำเป็นเชื่อดูสักที

“จริงๆนะ เธอจะช่วยฉันจริงๆใช่ไหม”

“จริงสิ แต่คงอีกสักสองสามวันนะ เพราะว่าต้องคิดแผนก่อน”

 

“เอาสิ ฉันจะรอ” ไม่ว่าบุญทายจะมาไม้ไหน โศรยาแน่ใจว่าสามารถรับมือได้ จึงได้แต่มองร่างอวบของบุญทายที่เดินห่างออกไปด้วยรอยยิ้มละไม

“ค่อยยังชั่วนึกว่าจะมีแต่เรื่องน่าเบื่อ บางทีบุญทายนี่อาจจะทำให้หฤษณ์มองเราใหม่ก็ได้” โศรยาล้างจานชามเสร็จก็มานั่งฝันหวานถึงหฤษณ์ หากว่าเขาได้รับรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด หึหึหึ อะไรๆก็อาจจะหนุกหนานและวาบหวิวกว่าที่คิด

 

ไร้เรื่องราวกระทำโศรยาก็เดินลงจากกระท่อมเพื่อเดินเล่นแก้เซ็ง ก่อนจะเดินลัดเลาะไปอีกด้านที่ยังไม่เคยไป และพยายามไม่ให้ไกลเหมือนเมื่อวาน แถบที่เธอเดินมาคราวนี้เป็นทุ่งนา แปลกที่สามารถปลูกข้าวบนภูเขาเช่นนี้ได้ เธอจึงเดินไปสำรวจดูด้วยความสนใจ พลันเมื่อผ่านกองฟางก็คล้ายได้ยินเสียงพูดจากหลังกองฟางนั้น

 

“ใบ้ ใบ้ต้องเชื่อฉันนะ หฤษณ์น่ะเขาคงอยากยกผู้หญิงคนนั้นให้ใบ้ถึงได้เอามาอยู่กับใบ้อย่างนี้น่ะ” เสียงนั้นคุ้นหูเสียจริง โศรยาย่องไปใกล้ๆก่อนจะนั่งหมอบฟัง

“มะรืนนี้นะใบ้นะฉันจะหลอกพามันไปที่ลำธาร แล้วใบ้ก็จัดการมันเลยนะ แรกๆมันก็คงแกล้งทำเป็นขัดขืนแต่ใบ้ไม่ต้องห่วงนะ จริงๆแล้วน่ะมันอยากได้ผัวจะตาย ไม่งั้นคงไม่ตามนายหัวมาหรอกจริงไหม แล้วมาอยู่อย่างนี้นะแห้งแล้งหัวโต ยังไงมันก็ต้องยอมใบ้เชื่อสิ” เสียงนัดแนะโอ้โลมเป็นเสียงของบุญทายที่เคยบอกเธอว่าจะช่วย หลังจากนั้นเสียงครางของผู้หญิงและผู้ชายก็ดังขึ้นจนโศรยาตาโต รีบเลี่ยงหลบออกมาอย่างรวดเร็ว

 

ใบหน้าหวานนั้นร้อนผ่าวนึกชังบุญทายขึ้นมาทันที

“นึกแล้วเชียวว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล เอาไงดีวะเรา ถ้าบุญทายเป็นเมียคุณหฤษณ์จริงๆ ก็คงไม่ผิดที่เขาจะเห็นผู้หญิงมากรักเหมือนกันหมด เฮ้อ..น่าสงสาร...” โศรยาเดินกลับกระท่อมไปคิดไปคิดมา ในที่สุดก็นึกแผนเด็ดขึ้นมาได้

 

“อย่างนี้มันต้องแผนซ้อนแผน นายใบ้ท่าทางจัดการไม่ยากถ้าเราปรามสักหน่อยก็คงไม่กล้าทำอะไรเรา เอาวะ ยังไงก็เลือกเวลาที่ตาหฤษณ์จะขึ้นเขามากินข้าวล่ะกัน จะได้รู้กันไปสักทีว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงอย่างคุณพี่ศันสนีย์หรือบุญทาย” เพียงนึกฝันหวานว่าหากหฤษณ์รับรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงมากรักอย่างที่เขาคิด เขาก็คงรู้สึกผิด หันมาเอาอกเอาใจเธอแล้วเขาก็คงสงสารเธอที่ต้องมาระกำลำบากเจอวิบากกรรมเพราะเขา และความสงสารก็ก็เป็นบ่อเกิดของความรักในที่สุด...ในที่สุด โอ้วววว เลือดกำเดาจิไหล

โศรยาฝันหวานไปไกลลิบๆกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนซ้อนแผนของตน โดยไม่รับรู้เลยว่า การจะได้อะไรมาง่ายๆนั้นย่อมไม่มี...

 

โศรยาในชุดผ้าถุงลายดอกกระโจมอก มีหมวกพลาสติกสีเจ็บคลุมอยู่บนหัวและมีผ้าขนหนูผืนยักษ์ปกปิดเนินอกอวบ เรื่องอะไรจะให้นายใบ้ที่หลบอยู่มุมไหนก็ไม่รู้ได้เห็นความอวบอิ่มพริ้มเพรา หน้าอกนี้เพื่อคุณหฤษณ์เท่านั้นโว้ย หึหึ

กิริยาเดินสะอ๋องสะแอ๋งดูขัดกับลูกกะตาที่กวาดมองไปทั่วทิศทางเพื่อศึกษาสมรภูมิ แม้แต่หูก็คอยผึ่งไว้เผื่อว่าบุญทายส่งซิกเธอจะได้รู้ตัวก่อน ลำธารน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาชวนให้พุ่งหลาวเหลือเกิน โศรยาพยายามหักห้ามใจเพื่อไม่ให้แผนเสีย

 

“อุ๊ย ฉันลืมผ้าขนหนู เธอลงไปอาบก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับไปเอาผ้าขนหนูก่อน ขืนไม่มี หวัดกินตายพอดี” แผนของบุญทายเริ่มแล้วแต่แผนของโศรยายังไม่ได้เริ่ม เธอมองร่างอวบของบุญทายที่ค่อยๆลัดเลาะพุ่มไม้ไป ก่อนจะกวักน้ำมาลูบหน้าลูบตัวแล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจ

“แฮร่! แบะแบะบู๊” นายใบ้กระโดดมาอย่างใจนึก โศรยาแกล้งทำตาโตพร้อมเอามือทาบอก

“นายใบ้จะทำอะไรอย่าเข้ามาน้าาา” กิริยาเกินร้อยของหญิงสาวทำให้นายใบ้ยืนก่งก๊งอยู่พักใหญ่

“แบะบู๊”

“ถ้านายใบ้เข้ามา ฉันจะร้องนะ อย่านะ อย่า โอ้ววววอย่า” โศรยาส่งเสียงดังลั่นหุบเขา ด้วยเสียงอันอุโฆษ ก่อนจะม้วนตัวไปเก็บก้อนหินที่มีขนาดเหมาะมือ เอ็งเข้ามาดิ เอ็งตายยยยยย   หญิงสาววิ่งสลับซ้ายขวาไปกรีดร้องไปอีกหลายครั้ง ก่อนจะทำหูบานๆฟังคนมาช่วย รับประกันว่าเสียงนี้ครอบคลุมไปทั้งภูเขายันตีนเขา แต่ว่านายใบ้ยังคงยืนบื้อ ช่างไม่ได้อย่างใจกระไรเช่นนี้ เธอจึงจัดชุดเล็กให้โดยการขว้างก้อนหินไปที่ศีรษะหยิกหยอยนั้น

สมัยอยู่บ้านสวนเธอเคยขว้างนกที่บินอยู่บนฟ้าร่วงมาแล้ว ระยะใกล้แค่นี้จึงไม่มีวันพลาด เสียงร้องของนายใบ้ไม่ได้ทำให้เธอสนใจกลับรีบหมุนตัววิ่งอีกรอบ

 

ด้านบุญทายเดินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ลงจากเขา กะเวลาแล้วว่าโศรยาน่าจะเสร็จนายใบ้แน่แล้วจึงแกล้งเดินเฉียดบ้านที่ตีนเขา

“มาที่นี่ทำไมบุญทาย”

“โถ ก็ไม่อยากมานักหรอก แค่อยากอาบน้ำที่ลำธารเท่านั้นล่ะ แล้วก็ได้เห็นอะไรดีๆ”

“อะไรของเธอ”

“ก็แม่สาวชาวกรุงที่เธอพามาไงล่ะหฤษณ์ ป่านนี้คงสุขกับไอ้ใบ้จนแทบสำลักแล้วมั้ง”

“เธอว่าอะไรนะ”

“ก็แม่คนสวยบนเขานั่นน่ะสิ ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ลงไปเกลือกกลิ้งกับไอ้ใบ้กลางดินกลางทราย ทุเรศ” หฤษณ์ขมวดคิ้วเข้มอย่างคลางแคลงใจ

“ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูให้เห็นกับตาสิ ว่ามันก็ไม่ต่างกับฉันหรอก” บุญทายเดินบิดก้นห่างออกไปแล้วแต่หฤษณ์ยังคงยืนอึ้งอยู่ ก่อนจะรีบกระโจนขึ้นไปบนเขาเพื่อให้เห็นกับตาอย่างที่บุญทายบอก เมื่อขึ้นไปได้ครึ่งทางก็ได้ยินคล้ายเสียงลิงตัวเมียกำลังร้องลั่นทิวเขา หากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้เลี้ยงลิงไว้จึงยิ่งรีบกระโจนขึ้นเขาอย่างสุดกำลัง

 

โศรยาทั้งร้องทั้งวิ่งจนเหนื่อยหอบ ส่วนนายใบ้เดินเตาะแตะอื้ออ้า เหมือนจะถามว่าเธอเป็นอะไรของเธอ พลันหางตาของโศรยาก็เหลือบเห็นร่างอันบึกบึนของชายในดวงใจอยู่ลิบๆ จึงรวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายร้องแล้วม้วนตัวลงแน่นิ่ง ทั้งยังเนียนๆเลื่อนสะบัดผ้าขนหนูทิ้งโชว์เนินอวบขาวอีกด้วย เพียงครู่หฤษณ์ก็มาถึงที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก

“ศันสนีย์ ไอ้ใบ้ เอ็งทำอะไร”

“แบะๆบู๊” นายใบ้เห็นนายก็เหมือนเห็นพญายมรีบวิ่งหนีลงเขาอย่างรวดเร็ว หฤษณ์มองร่างบอบบางที่นอนแน่นิ่งด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

 

“หึ สุขจนสลบไปเลยหรือ” คนที่สลบไม่จริงแทบจะร้องเจี๊ยกอีกรอบ ก่อนจะข่มใจให้แน่นิ่งเข้าไว้เพื่อความสมจริงทั้งที่ตอนนั้นทั้งหนาวทั้งคัน หฤษณ์ยื่นเท้ามาสะกิด

“คุณ เฮ้ ตื่นได้แล้ว คุณศันสนีย์” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ขยับแน่แล้วจึงเดินไปเอาทางมะพร้าวมาวางชิดกันสองอัน แล้วลากร่างเล็กๆของโศรยาขึ้นไปบนนั้น จากนั้นจึงลากทางมะพร้าวที่มีร่างของโศรยาไปยังกระท่อมอย่างชิงชัง โศรยาได้แต่โหยหวนในใจ งี๊ดดดดดดนี่เขาเกลียดเรามาขนาดนี้เลยหรือนั่น น้ำตาใสๆไหลซึมมาทางหางตาด้วยความปวดใจที่ความรักชักจะขมขื่น และแผนก็ไม่เป็นตามแผน ขณะที่ร่างกายกำลังถูกลากไปพร้อมทางมะพร้าวไปเรื่อยๆ

 

เมื่อมาถึงหน้ากระท่อมหฤษณ์ถึงกับหน้าบึ้ง หากปล่อยให้นอนสลบอยู่เช่นนี้ยุงคงมาหามไปแน่ ดีไม่ดีอาจจะตายเร็วกว่าที่เขาคาดคิดไว้ เขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนนี้พ้นกรรมเร็วเกินควร จึงกลั้นใจอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้นมา พร้อมเดินขึ้นกระท่อมไปยังห้องนอน หยดน้ำตาที่หยาดมาหยดที่แขนทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อมองใบหน้าที่หวานแฉล้มนั้นกลับมองเห็นคราบน้ำตา จิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินแกรนิตถึงกับสั่นไหว

 

“หรือเราจะเข้าใจผิดไป” เสียงพึมพำนั้น ทำให้หญิงสาวผู้ตรอมตรมเริ่มมีความหวังอีกครั้ง อกอุ่นน่าซบที่เธอกำลังทิ้งตัวให้เขาอุ้มอยู่นี้ช่างน่าปรารถนาเสียนี่กระไร ทว่าความปวดเริ่มเข้าเกาะกุมกระพ้อมหัว ความปวดนั้นรุมเร้าจนเธอต้องร้องครางเบาๆ พร้อมๆกับที่หฤษณ์ได้วางร่างที่อุ้มลงบนเตียง

“หนาว” ความเย็นยะเยือกจนถึงกระดูกทำให้ร่างน้อยสั่นสะท้าน หฤษณ์ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอามือแตะหน้าผากมน จึงได้รับรู้ถึงความร้อนของร่างกาย จึงรีบออกไปค้นตู้ยาสามัญประจำบ้าน ได้ยาแก้ไข้มาสองเม็ดจึงไปตักน้ำมาอีกหนึ่งขัน เขาค่อยๆพยุงศีรษะเล็กนั้นแล้วป้อนยาให้โดยอัตโนมัติ วินาทีนี้แล้วความปวดหัวทำให้โศรยาเลิกแสดงละคร และกลืนยาลงคอไปอย่างว่าง่าย ทว่ากลัวไม่เนียนจึงแกล้งเป็นละเมอด้วยลีลาเต็มสิบ

 

“อย่า ไม่นะ นายใบ้อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันขว้างจริงๆนะ”มือที่ทำท่าคล้ายกำลังขว้างสิ่งของบางอย่างทำให้หฤษณ์ยิ่งขมวดคิ้วกว่าเดิม ก่อนจะผุดลุกขึ้นด้วยดวงตาอันวาวโรจน์

“ไอ้ใบ้” เสียงที่เค้นออกมาพร้อมกับการจากไปของหฤษณ์ ทำให้โศรยารีบลืมหรี่ตาชะเง้อดูร่างบึกบึนที่เดินลงจากเขาไป

“สำเร็จโว้ย โย่วๆ” เสียงร้องเบาๆอย่างดีใจนั้นเปลี่ยนไปเมื่อรู้สึกว่าตัวเองปวดหัวจะแย่แล้ว หนาวก็หนาวพ่อหวานใจก็ไม่ได้ลากผ้าห่มมาห่มให้ กรี๊ดดดด แมนอ่ะ ผู้ชายแท้เขาไม่สนใจรายละเอียดยิบย่อยอย่างนี้แหละ หญิงสาวรีบลากผ้าห่มขึ้นมาห่มอย่างสุขใจก่อนจะเคลิ้มหลับไปเพราะฤทธิ์ยา

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 tong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 16:22

    ฮาดีค่ะ รออ่านต่อนะคะ ^_^

    #6
    0
  2. #5 โสภา. สุขวิทยาภรณ์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 11:33

    สนุกจัง น่าติดตาม👍👍👍👍👍🤪🤪🤪

    #5
    0
  3. #4 ตามจากเฟส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 08:47

    สนุกขึ้นเรื่อยๆ รอตอนต่อไปครับ

    #4
    0
  4. #3 นิตา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:54

    รออ่านนะคะ

    #3
    0
  5. #2 นนชอร อนันต์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:34

    รอตอนต่อไปมาไวไวนะคะ

    #2
    0
  6. #1 รัสดา จัทร์งาม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:10

    สนุกมากเลยค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ

    #1
    0